โบสถ์กาลหว่าร์ (วัดแม่พระลูกประคำ)

Attractions, สิ่งก่อสร้างทางศาสนา เยาวราช
5 จาก 5 ดาว
กาลหว่าร์
1/6
Saranyu​ Nokkaew​
กาลหว่าร์
2/6
Saranyu​ Nokkaew​
กาลหว่าร์
3/6
Roparat Sukapirom
กาลหว่าร์
4/6
Roparat Sukapirom
5/6
Roparat Sukapirom
กาลหว่าร์
6/6
Roparat Sukapirom

Time Out พูดว่า

5 จาก 5 ดาว

โบสถ์กาลหว่าร์ แฝงตัวอยู่ในย่านตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ สวยเด่นกว่าใครด้วยสถาปัตยกรรมแบบกอธิกที่ส่วนหน้าจะเป็นยอดแหลมพุ่งสูงและประดิษฐานไม้กางเขน ขอบซุ้มประตูหน้าต่างเน้นโครงสร้างทรงโค้งแหลม โบสถ์หลังนี้คือโบสถ์หลังที่ 3 ที่สร้างขึ้นใหม่ในช่วงปี ค.ศ. 1890 - 1891 ตามเจตนารมณ์ของคุณพ่อ เอเตียน บาร์เทโลมี แดส์ซาลส์ เจ้าอาวาสชาวฝรั่งเศส หลังจากโบสถ์ 2 หลังแรกทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ปัจจุบันอายุรวมของโบสถ์หลังนี้อยู่ที่ 128 ปี และได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์เป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรแล้ว

ชื่อโบสถ์ ‘กาลหว่าร์’ ที่ฟังดูแปลกหูนี้เป็นชื่อที่ถูกเปลี่ยนใหม่ในภายหลังหรือจะเรียกว่าเพี้ยนก็ได้ โดยเพี้ยนมาจากชื่อของโบสถ์หลังแรกที่ชื่อว่า ‘โบสถ์กาลวารีโอ’ ซึ่งตั้งตามชื่อภูเขาที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน

ความเก่าแก่ของโบสถ์ทำให้รู้สึกถึงความขลังและศักดิ์สิทธ์อย่างบอกไม่ถูก แต่ในแง่ของสถาปัตยกรรมก็ต้องบอกว่าสวยงามและคลาสสิกสุดๆ ภายนอกทาด้วยสีครีมเข้มตัดกับสีขาวของซุ้ม บัวปูนปั้น ลายปูนปั้นที่หน้าบัน ส่วนการตกแต่งข้างในค่อนข้างเรียบง่ายแต่ก็มีความประณีตในรายละเอียด โดยเฉพาะงานจิตรกรรมบนฝ้าเพดานที่ทำเอาเราต้องแหงนมองอยู่นานทีเดียว

ที่หน้าต่างถูกตกแต่งด้วยงานกระจกสีเป็นภาพเรื่องราวเกี่ยวกับพระคัมภีร์ทั้งเก่าและใหม่อย่างที่เห็นได้บ่อยๆ ตามโบสถ์คริสต์ แต่ที่ไม่ค่อยมีใครเหมือนก็คือ Rose Window หรือ ‘หน้าต่างกุหลาบ’ ซึ่งเป็นงานกระจกสีทรงกลมที่อยู่เหนือหน้าต่างขึ้นไปเกือบทุกบาน

ตามเสามีรูปเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นใน 14 สถานที่ นับตั้งแต่พระเยซูทรงถูกตัดสินประหารชีวิต ทรงแบกกางเขนและหกล้มถึง 3 ครั้ง ถูกเปลื้องพระภูษา ถูกตรึงบนไม้กางเขนจนสิ้นพระชนม์ ไปจนถึงการฝังพระศพพระเยซูเจ้าไว้ในคูหา ซึ่งคริสต์ศาสนิกชนเรียกรูปนี้ว่า ‘รูป 14 ภาค’ และยังมีรูปปั้นนักบุญต่างๆ ประดิษฐานอยู่รอบๆ โบสถ์

จากทั้งหมดที่พูดมา ยังมีอีก 2 สิ่งสำคัญที่เรียกได้ว่าเป็นสมบัติของโบสถ์กาลหว่าร์ อย่างแรกคือ ‘รูปแม่พระลูกประคำ’ ที่ประดิษฐานอยู่ด้านในสุดของโบสถ์เหนือพระแท่นหินอ่อน เป็นพระรูปจำลองขนาดใหญ่ของแม่พระและพระกุมารกำลังมอบสายประคำให้นักบุญดอมินิกและนักบุญกาเตรีนาแห่งซีเอนา

อีกอย่างก็คือ ‘รูปพระศพของพระเยซูเจ้า’ ที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 เป็นไม้แกะสลักทั้งท่อนขนาดเท่าคนจริงและถูกแต่งแต้มบาดแผลจากการถูกทรมานอย่างสาหัสได้อย่างสมจริง เป็นสิ่งที่อยู่คู่วัดมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโบสถ์หลังแรกจนถึงทุกวันนี้

สภาพปัจจุบันเป็นสภาพที่เพิ่งผ่านการบูรณะซ่อมแซมไปเมื่อช่วงปี ค.ศ. 2015 - 2018 โดยนายโรแบร์ต บูแกรง ดูบูร์ก นักอนุรักษ์ชาวฝรั่งเศส ผู้ก่อตั้งองค์กรอนุรักษ์ไร้พรมแดนหรือ Restaurateurs Sans Frontieres ร่วมกับสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยและมหาวิทยาลัยศิลปากร

เมื่อก่อนรูปพระศพจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีและจะนำมาแห่รอบโบสถ์ปีละ 1 ครั้ง ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ทุกวันนี้ถูกนำขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่ด้านขวาของโบสถ์เพื่อให้คนได้กราบไหว้

โดย Suriyan Panomai

โพสต์

รายละเอียด

ที่อยู่ 1318
ซอยวานิช 2 แขวงตลาดน้อย
เขตสัมพันธวงศ์
กรุงเทพฯ

ข้อมูลติดต่อ
เปิดบริการ สามารถเข้าเยี่ยมชมโบสถ์ได้ตลอดเวลา แต่ต้องติดต่อแลกบัตรที่สำนักงานวัด เปิด 09.00 - 17.30 น. ทุกวัน

ผู้ใช้พูดว่า

LiveReviews|0
2 people listening

Nearby Attractions