คุยกับเจ้าของโฮสเทลน้องใหม่ย่านอิสรภาพ ที่ชวนลดขยะง่ายๆ โดยเริ่มที่ตัวเรา

Calmback Home โฮสเทลและคาเฟ่เล็กๆ ที่คิดใหญ่เพื่อโลกโดยการลดการใช้พลาสติกให้ได้มากที่สุดด้วยแนวคิด Zero Waste

โดย Suriyan Panomai |
Advertising

 

Calmback Home

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

ทุกครั้งที่มีข่าวสัตว์ทะเลตายหลังจากกินขยะทะเลเข้าไป เชื่อว่าทุกคนคงมีความรู้สึกเศร้าและสะเทือนใจอยู่ไม่น้อย อย่างครั้งล่าสุดที่เป็นข่าวดังก็คือ ‘พะยูนมาเรียม’ ที่พลัดหลงกับแม่ก่อนถูกเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่าและอาสาสมัครชุมชนบนเกาะลิบง จังหวัดตรัง นำมาดูแลให้แข็งแรงพร้อมปล่อยคืนสู่ท้องทะเล

แต่ไม่นานมาเรียมก็กลับเข้าฝั่งมาอีกครั้งเพราะถูกพะยูนโตกว่าไล่กวดและยังมีอาการป่วยที่น่าเป็นห่วง จนสุดท้ายมาเรียมก็ไม่รอด สาเหตุคือมีเศษพลาสติกเข้าไปขวางลำไส้จนอุดตันบางส่วนและอักเสบ ทำให้มีแก๊สสะสมเต็มทางเดินอาหาร มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดปอดเป็นหนอง และลุกลามไปถึงขั้นช็อก จนมาเรียมจากเราไปในที่สุด

คงไม่ต้องบอกว่าขยะที่ลอยเกลื่อนทะเลมีต้นทางมาจากไหน

ปัญหาขยะคงไม่อันตรายต่อชีวิตเพื่อนร่วมโลกของเราขนาดนี้ ถ้าทุกคนให้ความสำคัญกับการลดใช้พลาสติกโดยเริ่มง่ายๆ ที่ตัวเราเอง เหมือน ‘เฟีย - จิตสุภา ศรัทธาทิพย์’ อดีตพนักงานแบงก์ชาติที่ออกมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับครอบครัวและให้ความสำคัญกับการลดขยะ โดยนำแนวคิด Zero Waste หรือ ขยะเป็นศูนย์ มาใช้ที่ ‘Calmback Home’ โฮสเทลที่แรกของครอบครัวเธอ

 

Calmback Home

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

Calmback Home เป็นโฮสเทลเล็กๆ เพิ่งเปิดมาประมาณหนึ่งเดือนเศษ ตั้งอยู่ติดกับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีอิสรภาพ ชั้นแรกคือคาเฟ่ขายเครื่องดื่มราคาเป็นมิตรกับคนในชุมชน ส่วนข้างบนสองชั้นเมื่อก่อนเคยเป็นโรงเรียนสอนภาษาและศาสนา ก่อนจะถูกรีโนเวตให้เป็นห้องพักสไตล์อบอุ่นเหมือนได้กลับมานอนที่บ้าน ซึ่งทั้งหมดถูกปลุกปั้นด้วยแนวคิด Zero Waste

“ที่เราพยายามทำซีโร่เวสต์เพราะเราทำคาเฟ่เราก็รู้ว่าขยะมันจะเยอะมาก แต่ซีโร่เวสต์ของเราจะไม่ใช่แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ คือเรากำลังพยายามลดขยะให้ได้มากที่สุด อะไรที่เราเอากลับมาใช้ใหม่ได้เราก็พยายามเอากลับมาใช้ อะไรรีไซเคิลได้เราก็พยายามทำให้ได้มากที่สุด โฮสเทลข้างบนเราก็ตั้งใจให้คนอยู่ไม่ต้องใช้อะไรที่เป็นขยะ เช่น สบู่ แชมพู เราก็มีให้ในกล่อง น้ำดื่มก็จะเป็นแบบขวดเติม ไม่ต้องเป็นขวดพลาสติก ใจเราคิดว่าถ้าเราไม่ใช้มันก็น่าจะลดได้เยอะ” เฟียเล่าถึงความตั้งใจในการช่วยลดขยะในแบบของตัวเอง

Calmback Home

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

Calmback Home

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

เรานั่งคุยกับเฟียที่คาเฟ่ชั้นล่าง พลางกวาดสายตาสำรวจรอบๆ ร้าน พบว่าข้าวของในร้านก็ยังมีพลาสติกอยู่บ้างเท่าที่จำเป็นจริงๆ และเกิดสงสัยว่าที่นี่จัดการกับขยะพลาสติกเหล่านี้ยังไง ซึ่งเฟียบอกว่า

“พลาสติกที่ล้างได้เราก็จะแยกไว้ล้างแล้วค่อยนำไปทิ้ง เพราะเวลาแยกขยะมันต้องล้างก่อนค่อยทิ้ง ไม่ใช่ทิ้งไปเลย เพราะไม่งั้นคนเก็บเขาเอาไปใช้ต่อไม่ได้ ส่วนอื่นๆ เราก็จะรวมๆ กันเป็นขยะทั่วไป แต่แก้วที่ใช้เป็นไบโอพลาสติก สามารถย่อยสลายได้ พลาสติกทั่วไปอาจจะใช้เวลาย่อยสลายเป็นร้อยๆ ปี แต่ถ้าเป็นไบโอพลาสติกเขาก็เคลมว่าแค่ 50 ปี คือมันก็ช่วยย่นระยะเวลาการย่อยสลายได้ หลอดเราก็ใช้หลอดกระดาษ”

เท่าที่รู้มาคือราคาของไบโอพลาสติกหรือหลอดกระดาษจะมีต้นทุนสูงกว่าพลาสติกทั่วไป ซึ่งพอเห็นราคาเครื่องดื่มที่เริ่มต้นเพียง 40 บาท แพงสุดคือ 70 บาท ก็ต้องสงสัยต่อว่าในแง่ธุรกิจมันเป็นไปได้จริงๆ หรือที่จะขายราคาเท่านี้กับต้นทุนที่สูงกว่าคนอื่น ?

“ถ้าตามหลักธุรกิจจริงๆ มันก็ต้องตั้งแพงกว่านี้ แต่ด้วยความที่เป็นตึกเราเอง เราไม่ได้จ่ายค่าเช่ามันก็ลดต้นทุนลงมาได้หน่อยนึงเพราะว่าลูกค้าเราก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่ในห้างหรือกินราคาแพง เราก็ตั้งใจเก็บกลุ่มลูกค้าที่เป็นโลคัล ซึ่งฟีดแบ็กลูกค้าพอเขารู้ว่าเป็นซีโร่เวสต์เขาก็สนใจนะ เขาก็บอกไม่เคยใช้หลอดกระดาษ แต่มันก็มีทั้งดีและไม่ดีเพราะบางคนก็ไม่ชอบเพราะมันเปื่อยแล้วเวลากินมันจะติดปาก แต่เขาก็คงรู้แหละว่าเราพยายามจะลดขยะ แล้วพอเราทำอะไรแบบนี้เขาก็จะไม่ค่อยอยากขอพลาสติกจากเราด้วย” เฟียตอบ

 Calmback Home

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

Calmback Home

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

นอกจากที่ Calmback Home เฟียบอกว่าที่อพาร์ตเม้นต์ที่เป็นของครอบครัวเธอ ก็พยายามลดหรือนำเอาขยะกลับมาใช้ให้ได้มากที่สุดเหมือนกัน โดยมีความคิดว่าเริ่มที่เราก่อน ถ้ามันประสบความสำเร็จและคนในพื้นที่รอบๆ ให้ความสนใจ เธอก็พร้อมที่จะต่อยอดแนวคิดนี้ออกไปสู่ชุมชน

เมื่อพูดถึงการต่อยอดแนวคิด Zero Waste ออกไปสู่ชุมชน เฟียทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ในการเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของการลดขยะพลาสติก จากประสบการณ์ของเธอและเพื่อนๆ ที่มีอุดมการณ์เดียวกันว่า

“จริงๆ มันง่ายมากเลยนะ ชีวิตประจำวันคนเรามันก็ไม่ได้มีอะไรเยอะ แค่เรื่องกิน เรื่องซื้อของ อย่างเรื่องกินแค่พกแก้วก็จบแล้ว พกแก้ว พกกล่อง ซึ่งมันอาจจะลำบากขึ้นมานิดนึง แต่ถ้าทุกคนคิดเหมือนกันมันก็ลดขยะได้แบบมหาศาลเลยนะ ส่วนเรื่องซื้อของ ก็พกถุงผ้า ซื้ออะไรก็ยัดลงในถุงผ้าจบแล้ว จริงๆ มันง่ายมาก แต่ด้วยความที่คนรักความสะดวกสบายไง ขี้เกียจพกก็เอาสะดวกมันก็เลยเป็นแบบนี้ แต่ถ้าทุกคนหันกลับมาคิดว่าจะลดแค่คนละนิดคนละหน่อย มันจะช่วยได้เยอะมากจริงๆ”

ก็อย่างว่าแหละของอย่างนี้มันอยู่ที่ใจ

Advertising