0 รักสิ่งนี้
บันทึกข้อมูล

สนามม้านางเลิ้งยุคใหม่ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัยของคนเมือง

เตรียมต้อนรับภาพลักษณ์ใหม่ของราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย

ภาพของผู้คนเนืองแน่น เดินเข้าออกสนามม้านางเลิ้ง หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชตฤณมัยสมาคม ในทุกวันอาทิตย์นับเป็นภาพที่แสนจะคุ้นตาของผู้คนย่านนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลก มานานกว่า 100 ปี และปีนี้สนามม้าประวัติศาสตร์แห่งนี้กำลังจะได้รับการแปลงโฉมใหม่ ให้กลายเป็นพื้นที่สันทนาการเพื่อตอบสนองความไลฟ์สไตล์ด้านด้านกีฬาและความบันเทิงของชาวกรุงเทพฯ ในยุคัจจุบันอย่างแท้จริง แต่ก่อนจะไปดูภาพลักษณ์ใหม่ของสนามม้านางเลิ้ง เราย้อนไปดูประวัติศาสตร์อันยาวนานของสนามกีฬาแห่งนี้กันก่อน

 

กีฬาแข่งม้าในประเทศไทย

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จกลับจากประพาสยุโรปในปี พ.ศ. 2440 สโมสรน้ำเค็มศึกษา สมาคมของข้าราชการและนักเรียนที่เคยไปทำงาน ศึกษา หรือเดินทางไปยุโรป ได้ร่วมกับเจ้าของคอกม้าต่างๆ จัดแข่งม้าเทียมรถ เพื่อเป็นการต้อนรับและถวายความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 5 โดยปรับให้ท้องสนามหลวงกลายเป็นสนามแข่งม้าชั่วคราว นับเป็นการจัดกีฬาแข่งม้าแบบตะวันตกครั้งแรกของประเทศไทย

 

 

จุดกำเนิดของสนามแข่งม้า

ต่อมาในปี พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง ราชกรีฑาสโมสร หรือที่เรียกกว่าว่า “สนามฝรั่ง” เพื่อเป็นทั้งแหล่งบันเทิงจำกัดวงสำหรับคนต่างชาติเท่านั้น กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 พระยาประดิพัทธภูบาลได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินของกรมอัศวราชมี เพื่อขอพระบรมราชานุญาตตั้งสโมสรสนามม้า “สนามไทย” แข่งเพื่อให้บริการแข่งม้าสำหรับคนไทยและนำรายได้มาใช้บำรุงพันธุ์ม้าจากประเทศออสเตรเลียและอังกฤษ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ เปิดสนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2459 และพระราชทานนามว่า ราชตฤณมัยสมาคม รวมไปถึงยังทรงส่งม้าในคอกของพระองค์เข้าร่วมแข่งอีกด้วย

 

 

ราชตฤณมัยสมาคมในโลกปัจจุบัน

ในปัจจุบันราชตฤณมัยสมาคม หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า สนามม้านางเลิ้ง ยังคงความสวยงามของสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกเก่าแก่ที่หายาก โดยเฉพาะอาคารอเนกประสงค์ของราชตฤณมัยสมาคมซึ่งแต่เดิมเคยเป็นโรงม้าของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่รายละเอียดตกแต่งด้วยคิ้วบัว ปูนปั้น และหน้าต่างบานเกล็ดยังคงได้รับการดูแลอย่างสวยงามจนถึงปัจจุบัน สนามม้านางเลิ้งแห่งนี้ยังจัดการแข่งม้าเป็นประจำทุกวันอาทิตย์สลับกับสนามราชกรีฑาสโมสร และทางสนามยังมีกีฬาอื่นๆ เช่น สนามเทนนิส และสนามฟุตบอล รวมไปถึง ห้องอาหารราชตฤณมัย ที่เสิร์ฟอาหารเมนูเด็ดที่หลายคนติดใจ

 

 

โฉมใหม่ของสนามม้านางเลิ้ง

แม้จะอยู่ยืนนานมากว่า 100 ปี ราชตฤณมัยสมาคมก็ไม่เคยตกยุค และพร้อมก้ามเข้าสู่ศตวรรษใหม่ ด้วยการผนึกกำลังกับบริษัท บางกอก จ็อคกี้ คลับ จำกัด (Bangkok Jockey Club Co. Ltd.) เพื่อปรับโฉมใหม่ให้เป็นพื้นที่พักผ่อนแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ ในนาม Community Hive เน้นบริการด้านกีฬาทั้งการขี่ม้า เทนนิส ว่ายน้ำ วิ่ง รวมไปถึงบริการสปา โปรแกรมพัฒนาเด็กออทิสติกส์ด้วยม้าบำบัด และภัตตาคารอาหารฟิวชั่นที่ปรุงโดยเชฟมิชลินสตาร์ แต่คงไว้ซึ่งความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่เหมือนเดิม โดยเอกชัย ล้อเจริญวัฒนะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อสารองค์กร ของโครงการ Community Hive กล่าวว่า โครงการพัฒนาสนามม้านางเลิ้งเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมืองจะเสร็จสมบูรณ์และพร้อมให้บริการภายในสองปี

 

ข้อคิดเห็น

0 comments