ร้านอาหาร และ คาเฟ่

Time Out พาไปรู้จักร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขนม และของอร่อยที่สุดในกรุงเทพฯ

12 ร้านพิซซ่าหลากสไตล์ พร้อมส่งแป้งอบชีสร้อนๆ ให้เรากินถึงบ้าน
Restaurants

12 ร้านพิซซ่าหลากสไตล์ พร้อมส่งแป้งอบชีสร้อนๆ ให้เรากินถึงบ้าน

เชื่อว่าพิซซ่าเป็นเมนูแฮปปี้มีลประจำครอบครัวของหลายๆ คนอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าวันธรรมดาหรือวันพิเศษ หากคิดถึงเมนูที่ทุกคนสามารถกินด้วยกันได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พิซซ่าคงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่เราจะนึกถึง อีกทั้งความอร่อยยามได้กัดแป้งอบร้อนๆ พร้อมกับชีสและหน้าท็อปปิ้งในดวงใจแล้ว ก็ทำให้ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งได้ไม่ยากเลยจริงๆ และตอนนี้หากใครกำลังเบื่อหน่ายกับการอยู่บ้าน รู้สึกอยากเติมความสุขให้ตัวเองสักหน่อย เราแนะนำให้เปิดหนังที่ชอบรอไว้ แล้วให้เลือกสั่งพิซซ่าจาก 12 ร้านที่เราคัดมาแล้วว่าน่าสนใจ (และกินคนเดียวได้) แถมยังพร้อมส่งแบบร้อนๆ ถึงประตู ให้เรานั่งกินไปดูหนังไปอย่างเพลิดเพลิน

9 ร้านกับเมนูข้าวผัดที่ต้องสั่ง สำหรับคนอยากกินรสชาติทำเองที่บ้านไม่ได้
Restaurants

9 ร้านกับเมนูข้าวผัดที่ต้องสั่ง สำหรับคนอยากกินรสชาติทำเองที่บ้านไม่ได้

เราคิดว่าเมนู ข้าวผัด ต้องเป็นคอมฟอร์ทฟู้ดอันดับหนึ่งในใจของหลายๆ คนแน่นอน เรียกได้ว่ากินตั้งแต่จำความได้จนโตขึ้นมาก็ยังไม่เบื่อสักที แถมยิ่งได้ลองยิ่งค้นพบเสน่ห์ว่า ข้าวผัดเป็นเมนูที่ไม่มีสูตรตายตัวเลยจริงๆ เพราะเราสามารถผัดข้าวกับอะไรก็ได้ เพียงแค่ไม่ลืมจุดสำคัญคือการผัดให้เม็ดข้าวคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรสจนทั่ว และหอมกลิ่นกระทะอันเป็นเอกลักษณ์ แม้ฟังดูเป็นเมนูที่ทำกินได้ง่ายๆ แต่เชื่อว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากหยิบตะหลิว เขย่ากระทะผัดข้าวเองทุกวัน เราจึงขอเสนอเมนูข้าวผัดจาก 9 ร้านดัง ที่คัดมาแล้วว่าเชี่ยวชาญเรื่องการผัดข้าวจริงๆ!

15 ร้านอาหารเกาหลีพร้อมส่งเดลิเวอรี่ สำหรับคนอยากดูซีรีส์อินๆ ในวันหยุด
Restaurants

15 ร้านอาหารเกาหลีพร้อมส่งเดลิเวอรี่ สำหรับคนอยากดูซีรีส์อินๆ ในวันหยุด

เชื่อว่าไม่ใช่แค่เราคนเดียวแน่ๆ ที่ดูซีรีส์เกาหลีแล้วมักจะหิวขึ้นมา แต่ขอโยนความผิดให้ตัวละครและผู้กำกับภาพก็แล้วกันที่ถ่ายทำซีนอาหารออกมาได้น่าเอร็ดอร่อย จนทำให้เราอยากคีบเส้นบะหมี่คำโตๆ เข้าปากแบบนั้นบ้าง วันหยุดนี้เลยอยากชวนทุกคนที่มีแผนดูซีรีส์เรื่องโปรดให้มาสั่งอาหารเกาหลีกินพร้อมกันที่บ้าน (ของตัวเอง) เพื่อสร้างบรรยากาศราวกับได้หลีกหนีออกจากสิ่งเดิมๆ ผ่านรสชาติอาหารและซีรีส์บนหน้าจอ!

รวมข้าวแช่ร้านดังทั่วกรุงเทพฯ ที่สั่งมากินแก้ร้อนที่บ้านได้
Restaurants

รวมข้าวแช่ร้านดังทั่วกรุงเทพฯ ที่สั่งมากินแก้ร้อนที่บ้านได้

ถึงแม้เราจะพูดกันติดปากว่าเมืองไทยร้อนตลอดปี และเราก็รู้ได้ทันทีเมื่อเข้าหน้าร้อนจริงๆ เพราะบิลค่าไฟพุ่งสูงขึ้นเป็น 10 เท่าจากที่เราต้องเปิดแอร์ให้ฉ่ำดับร้อน โดยเฉพาะช่วงที่เราต้องอยู่บ้านกันยาวๆ แบบนี้ ถึงอย่างนั้นหลายคนก็ตั้งตารอหน้าร้อน เพราะถึงเวลาที่จะได้กินเมนูเด็ดอย่าง 'ข้าวแช่' อาหารคลายร้อนแบบไทย ที่มีขายเฉพาะหน้าร้อน (ตามปฏิทิน) เท่านั้น   สำหรับวัยรุ่นที่อาจจะไม่คุ้นกับเมนูนี้ ข้าวแช่คืออาหารไทยโบราณที่ปกติจะเสิร์ฟเฉพาะช่วงหน้าร้อน โดยข้าวแช่นั้นเดิมทีเป็นอาหารมอญ ที่ไทยรับธรรมเนียมมาเมื่อตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน ข้าวแช่คือข้าวสวยในน้ำลอยดอกมะลิ เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียง เช่น ลูกกะปิ (กะปิปั้นเป็นก้อนกลมทอด) หอมแดงยัดไส้ (หอมแดงสอดไส้หมูฝอยทอด) หมูฝอย และอีกหลากหลายจาน ในอดีตข้าวแช่จะรับประทานกันเฉพาะในรั้วในวังและบ้านของชนชั้นสูงเท่านั้น ทำไมน่ะรึ? ก็เพราะมันต้องใช้วัตถุดิบชั้นยอด ฝีมือการทำครัว และเวลาน่ะสิ แต่โชคดีที่ในปัจจุบันข้าวแช่สามารถหากินได้ทั่วไป เพราะหลายๆ ร้านอาหารมีเมนูข้าวแช่ให้เราได้กินกันแล้ว แถมยังสั่งมากินที่บ้านได้สบายๆ 

ร้านสตรีตฟู้ดอร่อยและราคาถูกในกรุงเทพฯ
Restaurants

ร้านสตรีตฟู้ดอร่อยและราคาถูกในกรุงเทพฯ

หิวแต่ไม่อยากออกไปไหนกันใช่ไหม? ก็สั่งอาหารออนไลน์มากินสิ แต่ในแอปก็มีตัวเลือกเยอะเกินไป ตัดสินใจไม่ได้อีกสินะ เพื่อเป็นการตัดปัญหา เราเลยทำหน้าที่คัดแล้วคัดอีก เพื่อให้ได้ร้านสตรีตฟู้ดอร่อยๆ ราคาเป็นกันเอง ทั่วกรุงเทพฯ ที่ทุกคนสามารถสั่งจากริมถนนมากินบนโต๊ะที่ห้องได้โดยไม่ต้องออกไปไหน

รีวิวร้านอาหารและคาเฟ่ล่าสุดในกรุงเทพฯ

Tan Kun (ท่านขุน)
Restaurants Order delivery

Tan Kun (ท่านขุน)

ร้านเนื้อในบรรยากาศครัวไทย สมัยรัชกาลที่ 5 สัมผัสถึงบรรยากาศย้อนยุคได้ตั้งแต่หน้าร้านที่ตกแต่งด้วยใบจากและแคร่ไม้ สามารถมองเห็นพื้นที่ด้านในและขั้นตอนการปรุงเนื้อได้ผ่านบานกระจกใส ท่านขุน เกิดจากความรักในการทำอาหารของ คุณเบ็น ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของและเชฟประจำร้านท่านขุน ร่วมกับหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งคือ คุณตุ้ย ที่เป็นคนชอบกินเนื้ออยู่แล้ว เมื่อทั้งสองคนตัดสินใจจะเปิดร้านอาหารดีๆ ขึ้นมาสักร้านหนึ่ง จึงเลือกตัวชูโรงเป็น เนื้อไทย ที่คัดเลือกมาจากฟาร์มหลายแห่งจนเจอเนื้อที่ดีที่สุด แม้ตอนนี้ร้านจะมีพื้นที่จำกัด แต่ก็น่าประทับใจที่ค่อนข้างใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การตกแต่งที่ใช้โคมไฟทำจากไม้สาน ผนังร้านแบบเก่าก่อน และโต๊ะเก้าอี้ที่เข้าคอนเซ็ปต์ย้อนยุค แถมมีเพลงไทยเดิมเปิดคลอสร้างบรรยากาศให้ฟังตลอดมื้อด้วย เพราะร้านตั้งใจให้เรารู้สึกราวกับได้มานั่งกินเนื้อชั้นดีอยู่บนเรือนท่านขุนนั่นเอง สำหรับรสชาติอาหาร คุณเบ็นเป็นคนคิดสูตรขึ้นเองทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบ รวมถึงการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและออร์แกนิกด้วย อีกทั้งร้านยังมั่นใจในเมนูกะเพราจนสร้างแฮชแท็กขึ้นว่า #กะเพราใครว่าเด็ดเสร็จท่านขุน ดังนั้น ใครที่ชื่นชอบกะเพราคงต้องมาลองกันหน่อย แนะนำให้สั่ง กะเพราเนื้อชาร์โรเล่ส์ไซส์ออกญา (320 บาท) หรือ ข้าวกะเพราหมูตังเม (95 บาท) ลองชิมแล้วได้กลิ่นกะเพราชัดเจนแน่นอน ส่วนเนื้อซึ่งเป็นตัวเด่นของร้านใช้เนื้อพันธุ์ไทย มีหลายส่วนให้เลือกในเมนู ซึ่งเราสามารถเลือกระดับความสุกที่ชอบได้ จานแรกที่อยากแนะนำและส่วนตัวชอบเป็นพิเศษคือสเต็ก ทีโบนเเจ้าพระยา (970 บาท) เสิร์ฟพร้อมผักเคียงและดอกเกลือให้กินคู่กันเพื่อชูรส เนื้อปรุงสุกจนนุ่มกำลังดี กินคู่กับซอสแจ่วทำเอาติดใจสุดๆ แต่ถ้าใครกลัวก

Order delivery
Yuzu Sushi
Restaurants

Yuzu Sushi

ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมียมใจกลางสยาม บรรยากาศภายในตกแต่งให้ความรู้สึกแบบญี่ปุ่น อีกทั้งมีบริเวณกว้างจึงดูโปร่งสบาย ส่วนโต๊ะก็แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างดี ทำให้มานั่งรับประทานแล้วได้ความเป็นส่วนตัว Yuzu Sushi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือเดียวกับร้าน Yuza Ramen และ Yuza Omagase ที่ตัดสินใจเปิดแบรนด์นี้ขึ้นมาเพื่อชูความโดดเด่นด้านเมนูซูชิโดยเฉพาะ ทว่าร้านก็มีเมนูสไตล์ญี่ปุ่นอื่นๆ อีกหลายเมนูเช่นกัน อาทิ ซาชิมิ ข้าวหน้า และเบนโตะ อีกทั้งเมนูอาหารของที่นี่ยังพรีเมียมและหลากหลายขึ้นกว่าเมนูที่ร้านราเมนซึ่งหลายคนอาจเคยได้ลองกันมาแล้ว วัตถุดิบที่ร้านเลือกใช้รับรองว่าสดใหม่และมีคุณภาพ ทุกจานเสิร์ฟมาพร้อมการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นดูน่ารับประทาน บางเมนูเสิร์ฟมาบนถาดไม้ดูดี หรือจะเป็นกล่องเบนโตะก็ดูสวยงามไม่แพ้กัน ส่วนเมนูอาหารก็มีทั้งเหมาะกับคนมากินเป็นกลุ่มเล็กไปจนถึงกลุ่มใหญ่ เริ่มต้นกันที่เมนู แซนด์วิชกรอบไส้ปลาทูน่าและแซลมอน (360 บาท) ใช้ข้าวปั้นเป็นทรงสามเหลี่ยมก่อนโรยเกล็ดขนมปังกรอบจนพูน เกี๊ยวซ่ารวมไส้ (140 บาท) เกี๊ยว 3 รสชาติกับแป้งบางกรอบ และเมนูที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ โรลเนื้อวากิวและตับห่าน (1,390 บาท) เนื้อวากิวชั้นดีท็อปด้วยฟัวกราส์ เสิร์ฟพร้อมไข่ดิบแปะทองคำและเกล็ดขนมปังกรอบ กินแล้วได้รสชาติถูกปากและสัมผัสที่หลากหลาย เมนูซูชิเซ็ตสามารถทำให้เราประทับใจได้หลายคำ อย่างใน เซ็ตซูชิเผาไฟ 5 อย่าง (420 บาท) และ เซ็ตยูซุเบนโตะ 2 (1,250 บาท) เราจะได้ลิ้มลองแซลมอนเนื้อนุ่มลิ้น ทูน่าบลูฟิน เป่าฮื้อ เอ็นกาวะ โฮตาเตะ และปลาไหลรสชาติดี รับรองกินแล้วเพลิดเพลินในทุกคำ สามารถสั่ง ซุปกา (150 บาท) มาดื่มสลับเพื่อล้างรสชาติก่อนขึ้นคำใหม่ด้วยก็ได้นะ หากเป็นเมนูกินเดี่ยว แนะนำให้ลอง ด้งปลาไหล (495 บาท) หรือ

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
Took Pak (ถูกปาก)
Restaurants

Took Pak (ถูกปาก)

ร้านอาหารบรรยากาศและรสชาติสุดอบอุ่น แต่ละเมนูปรุงด้วยรสชาติราวกับทำกินเองในครอบครัว ร้านถูกปาก อยู่ในโครงการสเตเดียมวัน เป็นร้านชื่อดังจากจังหวัดลำปางที่ตัดสินใจย้ายมาเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ โดยเปลี่ยนบรรยากาศจากร้านเดิมให้อบอุ่นขึ้น ดูสนุกและทันสมัยขึ้น แต่ยังคงความเฟรนด์ลีราวกับผู้มากินอาหารที่ร้านคือคนในครอบครัวเช่นเดิม การตกแต่งร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น เลือกใช้สีและโต๊ะลายหินอ่อนที่ให้ความรู้สึกสนุก เข้ามาแล้วสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเป็นกันเองเหมือนมานั่งกินอาหารบ้านเพื่อน ส่วนโต๊ะก็มีหลายขนาดเพื่อตอบโจทย์ทั้งคนมาเดี่ยวหรือมาเป็นกลุ่ม เช่นเดียวกับเมนูอาหารที่ร้านตั้งใจเสิร์ฟทั้งแบบจานเดียวและแบบแชร์กินด้วยกัน อีกข้อเด่นของร้านคือ แม้จะสั่งอาหารหลายอย่างแต่รับรองว่าไม่ต้องรอนาน เพราะร้านใช้วิธีจัดการครัวเหมือนในต่างประเทศ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยหากอาหารจะมาเสิร์ฟร้อนๆ จนเต็มโต๊ะในเวลาเดียวกัน เมนูที่เราอยากแนะนำเป็นพิเศษ ยำคอหมูทอด (250 บาท) เนื้อคอหมูนุ่มๆ ทอดจนด้านนอกกรอบ หั่นชิ้นบางกำลังดี กินคู่กับน้ำยำแล้วเข้ากันจนหยุดกินไม่ได้ อีกเมนูคือ ข้าวผัดกองทัพปู (350 บาท) ข้าวเม็ดสวยผัดจนหอมกลิ่นกระทะ ท็อปด้านบนด้วยกองทัพปูชิ้นโตๆ เป็นอีกเมนูห้ามพลาด เมนูน่าลองเมนูอื่น อาทิ ไข่เจียวปูก้อน (280 บาท) ไข่เจียวก้อนฟูๆ ด้านในเต็มไปด้วยปูเป็นชิ้น ผัดสามเหม็น (180 บาท) วุ้นเส้นผัดกระเทียมโทน ชะอม และสะตอ พร้อมกับกุ้งที่เนื้อสุกกำลังดี ปูจ๋า (320 บาท) เมนูโปรดของเจ้าของร้าน จานนี้ก็รสชาติดีจนกินแค่ 2 ชิ้นอาจไม่จุใจ หากนับอายุตั้งแต่เปิดร้านแรก ถูกปากมีอายุเพียง 3 ปีเท่านั้น ทว่าได้รับรางวัลรีวิวอันดับ 1 ของลำปางติดกัน 2 ปีซ้อนตั้งแต่เปิดให้บริการในปีแรก การเปิดร้านใหม่ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย

The Map
Restaurants

The Map

ห้องอาหารอยู่ภายในชั้น 2 ของโรงแรม Mestyle Museum Hotel ที่มีคอนเซ็ปต์ในการออกแบบเป็น โรงแรมของนักสะสม การตกแต่งจึงเน้นความเป็นอาร์ตติสท์และเต็มไปด้วยของสะสมจริงที่นักสะสมคนหนึ่งเก็บรวบรวมไว้มาทั้งชีวิต ห้องอาหารเน้นใช้แสงสว่างจากธรรมชาติในตอนกลางวัน ล้อมรอบด้วยกระจกใสที่แบ่งบริเวณรับประทานอาหารด้านในและด้านนอก ซึ่งในตอนเช้าห้องอาหารนี้จะเป็นส่วนรับประทานอาหารเช้าของผู้มาเข้าพักในโรงแรมด้วย ห้องอาหาร The Map เปิดต้อนรับให้ทุกคนเข้ามาลองชิมอาหารสไตล์ไทยทวิสต์ได้ ซึ่งแต่ละเมนูรังสรรค์โดย เชฟเนตรอำไพ สาระโกเศศ หนึ่งในกรรมการรับเชิญที่เราได้เห็นกันบ่อยๆ จากรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ดังนั้นเรื่องรสชาติรับรองว่าต้องถูกปากใครหลายคนอย่างแน่นอน แนะนำเมนูแรกเป็น ข้าวโพดทอด (120 บาท) ของกินเล่นกรุบกรอบหอมกลิ่นทรัฟเฟิลชัดเจนในทุกคำ กินคู่กับ สลัดส้มโอปลาหมึกฉีก (240 บาท) ที่มีรสเปรี้ยวหวานกำลังดีแล้วก็เข้ากันไม่น้อย จานต่อมาเป็น มะตะบะผักโขมอบชีส (180 บาท) แป้งบางๆ ห่อผักโขมด้านใน ราดด้วยชีสและซอสขาวจนชุ่ม เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนๆ ตักแล้วชีสละลายยืดก็น่ารับประทานไม่เบา อาจตัดเลี่ยนด้วย แกงส้มเปลือกแตงโม (240 บาท) แกงรสเผ็ดอ่อนๆ ใส่เนื้อปลาแซลมอนเต็มคำ หากใครอยากกินอาหารจานเดียวก็แนะนำ บุรียานีไก่ (200 บาท) ข้าวบุรียานีรสเข้มข้นสไตล์อินเดีย พร้อมชิ้นไก่ทันดูริ เสิร์ฟมาในหม้อร้อนๆ เปิดฝาขึ้นมาแล้วได้กลิ่นหอมเครื่องเทศชัดเจน กินกับน้ำจิ้มหมกไก่แบบไทยมุสลิมแล้วถูกปากอยู่เหมือนกัน อีกเมนูแนะนำให้ลองคือ เนื้อย่าง (320 บาท) เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนฉ่า ทว่าเนื้อสุกและนุ่มกำลังดี ห้องอาหาร The Map เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-24.00 น. หากใครอยากลองชิมรสชาติที่ออกแบบโดยเชฟมีฝีมือก็ต้องไปลองกันสักหน่อย

ร้านอาหารอื่นๆ ในกรุงเทพฯ

ร้านกาแฟและคาเฟ่น่านั่งในกรุงเทพฯ

H Dining
Restaurants

H Dining

เชฟต้อยติ่งผู้เคยแสดงฝีมือการทำอาหารที่ภัตคารชื่อดังในกรุงเทพฯ อย่าง Gaa, 80/20 และ Noma มาแล้วก่อนหน้านี้ ได้เริ่มใช้เวลาว่างมาปรุงมื้อสายที่ผสมผสานรสชาติแบบไทยๆ เข้ากับอิทธิพลของอาหารยุโรป โดยเน้นการเลือกใช้ส่วนผสมโฮมเมด อาทิ ขนมปังอบเอง สดใหม่ทุกวัน (อย่าพลาดที่จะลองสั่งขนมปังซาวร์โดมากิน) หรือผักดองที่ทำขึ้นเอง เป็นต้น ณ สถานที่ใหม่ฉบับต่อเติมของร้านกาแฟมือรางวัลอย่าง Hands and Heart แม้ว่าเมนูอาหารจะมีไม่มากและค่อนข้างเรียบง่าย แต่รสชาติกลับแฝงไปด้วยเซอร์ไพรส์ โดยมีเมนูที่เราคิดว่าน่าสนใจอย่าง Smoked salmon on rye bread with sour cream and seafood sauce ซึ่งมาพร้อมสลัดราดน้ำสลัดรสหวานเปรี้ยวจากมะกรูด และ Pork sandwich ที่มีรสชาติเผ็ดนิดๆ จากกิมจิทำเองรวมอยู่ด้วย ส่วนของหวานที่ต้องลองเลยก็คือ Parmigiano cheese ice cream ที่มีส่วนผสมของไวน์แดงและน้ำผึ้ง กับโดนัทโฮมเมดเคลือบไซรัปเมเปิ้ลกับเบคอนไบต์ ให้รสชาติหวานมัน ลงตัวทั้งคู่ นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเนเชอรัลไวน์ไว้ให้บริการ รวมถึงสามารถพาสัตว์เลี้ยงมาด้วยได้เพราะเขามีพื้นที่เอ้าท์ดอร์ด้านนอกไว้รองรับ

Honeyful Cafe
Restaurants

Honeyful Cafe

Honeyful มีจุดเริ่มต้นมาจาก คุณยุ้ย-ณัฐวรรณ ศุภพงษ์ ผู้เป็นเจ้าของร้าน ตัดสินใจเดินทางไปทั่วโลกเพื่อชิมน้ำผึ้งจากแหล่งต่างๆ หลังจากค้นพบว่าน้ำหวานสีเหลืองอำพันชนิดนี้แอบมีอะไรน่าสนใจมากกว่าแค่การเป็นสารให้ความหวานรสอร่อย จนในที่สุดก็เกิดเป็นคาเฟ่ที่มีน้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบหลักของทั้งอาหารและเครื่องดื่มแห่งนี้ขึ้นมา คุณยุ้ยคัดเลือกน้ำผึ้งที่ใช้ในร้านมาจากฟาร์มหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งขณะเดินทางตามหาน้ำผึ้งก็เลยได้เห็นวิธีเก็บน้ำผึ้งและการดูแลผึ้งของแต่ละฟาร์มด้วย Honeyful ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 การตกแต่งเน้นโทนอบอุ่นด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์และพื้นที่ทำจากไม้ กระเบื้องเป็นรูปทรงรังผึ้งเข้ากับเอกลักษณ์ของร้าน มีต้นไม้สีเขียวประดับตกแต่งเพิ่มชีวิตชีวา และมีหน้าต่างบานใหญ่ที่คอยให้แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามา  นอกจากความตั้งใจอยากให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสหวานอร่อยของน้ำผึ้ง คุณยุ้ยต้องการให้ทุกคนได้รู้อีกว่า แท้จริงแล้วน้ำผึ้งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากแค่ไหน “ยุ้ยอยากให้ทุกคนสามารถกินน้ำผึ้งได้ในชีวิตประจำวัน อย่างการกินน้ำผึ้งทุกเช้าก็ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงได้ หรือเปลี่ยนมาใช้น้ำผึ้งที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นน้ำตาลชนิดมอโนแซ็กคาไรด์ หรือน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ซึ่งร่างกายจะแปรรูปได้ง่ายกว่าน้ำตาลทรายทั่วไป” เครื่องดื่มและอาหารของร้าน Honeyful ทุกเมนูมีน้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบทั้งหมด ชนิดของน้ำผึ้งที่ใช้จะเปลี่ยนตามฤดูกาล อย่างในคอลเล็กชั่น Honeyful Remedies แต่ละเมนูจะเป็นน้ำผึ้งที่ได้มาจากเกสรดอกไม้เพียงชนิดเดียว หรือ Monofloral honey น้ำผึ้งชนิดนี้จึงมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ คุณยุ้ยบอกอีกว่า น้ำผึ้งแต่ละชนิดจะให้รสชาติแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาและสายพันธุ์ของดอกไม้ที่ผึ้งเ

ฮาเตียน
Restaurants

ฮาเตียน

แอนทีคคาเฟ่ที่ใช้ชื่อดั้งเดิมของของย่านนี้อย่าง ‘ฮาเตียน’ เป็นชื่อของร้าน เนื่องจากแต่ก่อนบริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวญวนที่อพยพหนีภัยสงครามจากเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม และพวกเขาก็พร้อมใจกันเรียกบริเวณนี้ว่าฮาเตียน เพราะมีความคล้ายคลึงกับเมืองฮาเตียน เมืองท่าทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ก่อนที่ชื่อดังกล่าวจะถูกพูดต่อจนเกิดการเพี้ยนเสียงมาเป็นท่าเตียนในที่สุด คาเฟ่อยู่ในตึกเก่าอายุนับร้อยปีซึ่งถูกเนรมิตขึ้นใหม่ให้มีบรรยากาศคลาสสิกเคร่งขรึม ด้วยผนังโทนสีเข้มเผยให้เห็นโครงสร้างอิฐแดงบางส่วน คุมโทนด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจ พร้อมแต่งแต้มความหรูด้วยแชนเดอเลียร์ขนาดเล็ก กรอบรูปสีทองบนผนัง และของตกแต่งอันน่าตื่นตาอย่างนกสตัฟฟ์หลายตัว ดูๆ ก็คล้ายว่านั่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์ปีก ส่วนเครื่องดื่มและอาหารนั้นก็มีหลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งคนที่ชอบดื่มกาแฟ ชอบดื่มน้ำผลไม้ หรือชอบกินของหวาน

Time Out พูดว่า
2 จาก 5 ดาว
Labyrinth Cafe
Restaurants

Labyrinth Cafe

ใครจะเชื่อว่าหลังประตูเหล็กบานสีดำจะพาเราหลีกหนีความวุ่นวายภายนอก แล้วสามารถนั่งดื่มด่ำกับรสชาติเมล็ดกาแฟจากทั่วโลกได้อย่างเพลิดเพลิน Labyrinth Cafe ที่หลายคนอาจกำลังแอบออกเสียงไม่ถูกนั้นแท้จริงอ่านว่า 'แล็บลิ้น คาเฟ่' ที่ตั้งตามชื่อสตูดิโอของหุ้นส่วนคนหนึ่งของร้าน เจ้าของคาเฟ่เป็นเพื่อนสนิท 3 คนที่รักการดื่มกาแฟเหมือนกัน คือ คุณเฟรย์–ณทพน จารุวัชระพน คุณยิ้ม–วรัญญู มาลสุขุม และ คุณเดช–สิทธิเดช ตั้งสัมฤทธิ์กุล จึงตัดสินใจเปิดร้านคาเฟ่ที่จะช่วยเล่าเรื่องราวของสามย่าน ผ่านพื้นที่ในตึกเก่าอายุ 70 ปี โดยมีรสกาแฟจาก slow bar เป็นเครื่องมือดึงดูดให้ทุกคนเข้ามาใช้เวลาในร้านให้นานที่สุด คาเฟ่แห่งนี้ไม่มีป้ายบอกชื่อร้านให้เห็นอย่างชัดเจน มีเพียงบานกระจกใสให้สังเกตว่าด้านในมีบาร์กาแฟแอบแฝงตัวอยู่ เพราะที่จริงคาเฟ่นี้ตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของ The Shophouse 1527 อาร์ตสเปซที่ต้องการเก็บร่องรอยเดิมของตึกเอาไว้ให้มากที่สุด เช่นเดียวกับคาเฟ่ที่เราจะเห็นได้ทันทีที่ก้าวเข้ามา ร่องรอยบนผนังเป็นของดั้งเดิม บันไดเดินขึ้นสู่อาร์ตสเปซชั้น 2 ก็เป็นของตึกนี้ สิ่งที่เพิ่มเข้ามามีเพียงเคาน์เตอร์บาร์สีดำ เก้าอี้สำหรับนั่งดื่ม และพื้นคาเฟ่ที่ปูด้วยหินกรวด คาเฟ่เน้นใช้แสงจากธรรมชาติ แต่บรรยากาศร้านดูผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ  หากหยิบเมนูของร้านขึ้นมาดูจะเห็นว่ามีให้เลือกไม่มากเท่าไหร่ เพราะที่จริงแล้วความหลากหลายอยู่ที่ชนิดของเมล็ดกาแฟต่างหาก ด้วยความตั้งใจเป็นคาเฟ่แบบ slow bar จึงอยากแนะนำให้ทุกคนลองเมนู Pour Over Coffee (140 บาท) กาแฟดริปที่มีเมล็ดจากแหล่งต่างๆ หมุนเวียนมาให้ลองกันตลอด สามารถนั่งดูวิธีดริปกาแฟและพูดคุยเรื่องกาแฟกับบาริสต้าได้ สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ Black Magic (90 บาท) เป็นกาแฟช็อตเอสเพรสโซอิ

Drop by Dough
Restaurants

Drop by Dough

เจ้าของร้านนี้คือเจ้าของเพจ Oats X Somewhere หนึ่งในบล็อกเกอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากของเมืองไทย เป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งสไตล์มินิมอล ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใจกลางเมืองโคเปนเฮเกน โดนัทร้านนี้ทำจากแป้งนำเข้าจากเกาหลี มีความเหนียวนุ่ม ส่วนรสชาติก็แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร เช่น รสราสเบอร์รี่ที่มีกลิ่นหอมของกุหลาบ รสมะพร้าวอ่อนที่เพิ่มสัมผัสกรุบกรอบด้วยเกล็ดมะพร้าวอบแห้ง หรือจะเป็นแครมบรูว์เลรสวนิลาเคลือบน้ำตาลลนไฟ และยังมีเมนูกาแฟให้เลือกดื่มคู่กันอีกหลายเมนู

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว

สำหรับคอกาแฟในกรุงเทพฯ

Blackhills bkk
Restaurants

Blackhills bkk

ร้านกาแฟสโลวบาร์ที่เน้นความเรียบง่าย สามารถนั่งชิลหน้าเคาท์เตอร์บาร์แล้วชมบาริสต้าค่อยๆ ชงเครื่องดื่มให้เราได้อย่างใกล้ชิด เมนูของร้านมีคอนเซ็ปต์คือ back to basic เป็นเมนูกาแฟที่เรารู้จักกันดี มีเสิร์ฟทั้งร้อนและเย็น เมล็ดกาแฟมีให้เลือกจากทั้งในและต่างประเทศ สามารถเลือกวิธีชงได้ทั้งแบบดริป แอโรเพรส โมก้า หรือไซฟอน

Labyrinth Cafe
Restaurants

Labyrinth Cafe

แล็บลิ้น คาเฟ่ เป็นร้านกาแฟแบบ slow bar ที่แฝงตัวอยู่ในอาร์ตสเปซ The Shophouse 1527 บรรยากาศร้านเหมาะกับการใช้เวลานั่งดื่มด่ำไปกับรสชาติกาแฟจากเมล็ดหลากหลายสายพันธุ์ที่เจ้าของร้านนำมาจากทั่วโลก เป็นอีกคาเฟ่ที่อยากแนะนำให้ลองแวะไปกันดู 

Pompano Roasted cafe
Restaurants

Pompano Roasted cafe

คาเฟ่สไตล์วินเทจที่ดูราวกับเป็นโรงคั่วกาแฟในยุคก่อน ทว่านอกจากการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกแฟนตาซีแล้ว เราก็ไม่อยากให้ทุกคนมองข้ามเรื่องรสชาติเครื่องดื่มเช่นกัน เพราะสิ่งที่ร้านต้องการนำเสนอมากที่สุดคือ รสชาติอันหลากหลายของเมล็ดกาแฟแต่ละสายพันธุ์ ที่ร้านมีให้เลือกทั้งในและนอกประเทศ สับเปลี่ยนมาให้ลองกันเรื่อยๆ แถมขนมก็รสชาติถูกปากไม่เบาเลยเช่นกัน

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
Sarnies
Restaurants

Sarnies

ร้านกาแฟดังจากสิงคโปร์ A Stimulant by Sarnies มาปักหลักอย่างเป็นทางการอยู่ที่เจริญกรุง บนพื้นที่อาคารพาณิชย์สองหลังอายุกว่าร้อยปี ร้าน ใช้เมล็ดกาแฟคั่วเอง และมีเมล็ดกาแฟคั่วบดสูตรพิเศษที่ใช้เมล็ดกาแฟหลายชนิดขายด้วย แถมยังเคลมอีกว่าเป็นร้านแรกในประเทศไทยที่มีขาย Bulletproof Coffee ซึ่งเป็นกาแฟใส่เนยที่เป็นกาแฟจากสูตรการควบคุมอาหารแบบคีโตจีนิกอีกด้วย

Time Out พูดว่า
5 จาก 5 ดาว

รีวิวร้านอาหารในกรุงเทพฯ ตามประเภท

10 ร้านอาหารไทยในกรุงเทพฯ แนะนำ
Restaurants

10 ร้านอาหารไทยในกรุงเทพฯ แนะนำ

ต้องขอบคุณบรรดาเชฟรุ่นใหม่ที่นำสูตรโบราณที่หาทานได้ยากและวัตถุดิบชั้นยอดมาสร้างสรรค์เมนูที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง

ร้านอาหารฝรั่งห้ามพลาดในกรุงเทพฯ
Restaurants

ร้านอาหารฝรั่งห้ามพลาดในกรุงเทพฯ

พาสต้าร้อนๆ แฮมรมควันและชีส ซี่โครงแกะ ที่บอกเลยว่าไม่ต้องไปไกลถึงยุโรปเพื่อจะได้ลิ้มลองรสชาติแบบแท้ ๆ เพราะที่กรุงเทพฯมีร้านอาหารยุโรปมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารฝรั่งเศส อาหารอิตาเลียน หรือว่าอาหารเม็กซิกันที่มีให้เลือกทานได้ตามความชอบ สำหรับอาหารมื้อเช้าๆ สายๆ ร้านเหล่านี้อาจไม่ได้มีบริการ ดังนั้นลองเข้าไปดูร้านมื้อสาย อย่างร้านบรันช์ที่ Time Out คัดสรรค์มาอย่างดีหรือถ้าอยากทานอะไรง่ายๆ อย่างเบอร์เกอร์และ Food Trucks รับรองว่าอร่อย ไม่ผิดหวังแน่นอน

สุดยอดร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ
Restaurants

สุดยอดร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ

ถ้าถามว่าเย็นนี้กินอะไรดี เชื่อว่าหลายคนต้องตอบว่าอาหารญี่ปุ่น! เราจึงได้รวบรวมลิสต์ร้านอาหารญี่ปุ่นและร้านซูชิในกรุงเทพฯ ที่ควรค่าแก่การแวะไปชิม

สุดยอดร้านอาหารจีนในกรุงเทพฯ
Restaurants

สุดยอดร้านอาหารจีนในกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมอาหารจากนานาชาติชั้นยอด หนึ่งในนั้นก็คืออาหารจีนที่เป็นของโปรดของหลายคน 

5 ร้านอาหารอินเดียที่คุณต้องลองในกรุงเทพฯ
Restaurants

5 ร้านอาหารอินเดียที่คุณต้องลองในกรุงเทพฯ

ใครที่ชอบอาหารหนักเครื่องเทศอย่างอาหารอินเดีย ไม่ควรพลาดร้านเหล่านี้ที่ Time Out คัดมาอย่างเด็ดขาด