Things to Do

อีเวนต์ ปาร์ตี้ ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิลในกรุงเทพฯ ที่คุณไม่ควรพลาด

แม่ฉันไม่ธรรมดา! รวมบทบาทของคนเป็นแม่ในหนัง 5 เรื่องที่ลูกๆ ไม่ควรพลาด
Movies

แม่ฉันไม่ธรรมดา! รวมบทบาทของคนเป็นแม่ในหนัง 5 เรื่องที่ลูกๆ ไม่ควรพลาด

วันแม่ปีนี้เราขอพาทุกคนเข้าสู่โลกของภาพยนตร์ ไปดูบทบาทของคนเป็น ‘แม่’ ในหนัง 5 เรื่อง 5 แนว ที่ดูแล้วต้องยกมือกราบในความไม่ธรรมดาของแม่ๆ แทบไม่ทัน

ควงแขนแม่ไปกิน เที่ยว ชิล กับ 6 กิจกรรมดีๆ ในกรุงเทพฯ
Things to do

ควงแขนแม่ไปกิน เที่ยว ชิล กับ 6 กิจกรรมดีๆ ในกรุงเทพฯ

วันแม่จะมาถึงอีกแล้ว ปีนี้ใครจะพาแม่ไปทำอะไรที่ไหนบ้าง ถ้ายังไม่มีแพลน ลองดูลิสต์กิจกรรมที่เรารวมมาให้ข้างล่างสิ มีทั้งพาแม่ไปกิน ไปเที่ยว ไปดูงานศิลปะ เรียกว่าถ้าไปครบ ได้อยู่กับแม่ทั้งวันแน่นอน

ชวนไปเดินชมโลกใต้น้ำกับ 5 อควาเรียมในเมืองกรุงฯ และใกล้เคียง
Museums

ชวนไปเดินชมโลกใต้น้ำกับ 5 อควาเรียมในเมืองกรุงฯ และใกล้เคียง

ชวนกันไปชมโลกใต้น้ำกันดีกว่า กับ 5 อควาเรียมและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่เรารวมมาแนะนำให้ทุกคนเลือกเดินทางไปชมกันในวันหยุด เพราะจะมีอะไรน่าเพลิดเพลินไปกว่าการได้เห็นสิ่งมีชีวิตจากท้องทะเลอย่างใกล้ชิด และทำความรู้จักพันธุ์สัตว์ใต้น้ำที่เราไม่อาจเห็นได้ทุกวันทั่วไป ส่วนทั้ง 5 สถานที่นั้นจะมีที่ไหนบ้างมาดูกันเลยดีกว่า รับรองเดินทางไม่ลำบากจนเกินไป เพราะส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือขับรถเล่นไปจังหวัดใกล้ๆ นี่เอง

ท้องฟ้าจำลองฯ เปลี่ยนระบบฉายดาวใหม่ในรอบ 56 ปี ให้เรานอนชมจักรวาลได้ใกล้ชิดและคมชัดกว่าเดิม
ข่าว

ท้องฟ้าจำลองฯ เปลี่ยนระบบฉายดาวใหม่ในรอบ 56 ปี ให้เรานอนชมจักรวาลได้ใกล้ชิดและคมชัดกว่าเดิม

ท้องฟ้าจำลองฯ เปลี่ยนระบบฉายดาวใหม่ในรอบ 56 ปี จากเครื่องเดิมที่มีชื่อว่า 'มาร์ค โฟร์ (Mark IV)' ซึ่งเป็นเครื่องฉายดาวอันตั้งอยู่กลางห้อง ทำงานด้วยระบบกลไกมอเตอร์และเลนส์ เปลี่ยนมาเป็นเครื่องฉายระบบดิจิทัล ผ่านโปรเจ็กเตอร์เกรดเดียวกับที่หลายประเทศใช้ในโรงละคร หรือท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ ซึ่งมีขนาดเล็กลงและเบาขึ้นกว่าเดิม   Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok   เครื่องขนาดใหญ่ตรงกลางคือเครื่องฉาย มาร์ค โฟร์ (Mark IV) ซึ่งในอนาคตอาจถูกเคลื่อนย้ายออกไป เนื่องจากหมดหน้าที่แล้ว และจะเหลือเพียงเครื่องฉายดิจิทัลขนาดเล็กด้านข้างเพียง 2 เครื่องเท่านั้น ที่จะมารับช่วงฉายจักรวาลให้เราได้ชมกันต่อ โดยเครื่องฉายดาวระบบเก่าที่หลายคนคุ้นหน้าตากัน เป็นเครื่องที่ใช้ระบบเครื่องกล ระบบไฟฟ้า และระบบแสงทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้ภาพดวงดาวที่คมชัดและสมจริง โดยท้องฟ้าจำลองฯ ใช้งานเครื่องนี้มาตั้งแต่การเปิดให้บริการครั้งแรก ก่อนตอนนี้จะเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่เป็น เครื่องฉายระบบดิจิทัล ที่ฉายภาพด้วยโปรเจ็กเตอร์ 2 ตัว ที่ถูกติดตั้งไว้ข้างๆ เครื่องเดิม โดยข้อดีของระบบใหม่นี้คือ เราสามารถซูมดูดวงดาวได้ใกล้ๆ ขนาดที่เห็นถึงวงแหวนดาวเสาร์แบบเต็มตา หรือสามารถขยับหมุนดวงดาวได้ด้วย ซึ่งเครื่องฉายแบบเก่าจะไม่มีฟังก์ชั่นเหล่านี้   Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok     Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok     Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok   นอกจากนี้ ระบบฉายดาวยังสามารถเลือกกลุ่มดาวที่อยากแสดงพร้อมกัน หรือเปิดเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ตามที่ผู้บรรยายต้องการ และสามารถเปลี่ยนสีการฉายดาวได้อีกเช่นกัน และสำหรับใครที่ไม่เคยรู้มาก่อน ระบบการฉายดาวที่ท้องฟ้าจำลองฯ สามารถดูตำแหน่งดาวย้อนหลัง หรือในอน

‘เจ้าพระยาสกายปาร์ค’ จากสะพานด้วนสู่สวนลอยฟ้าแห่งแรกของคนกรุงเทพฯ
Attractions

‘เจ้าพระยาสกายปาร์ค’ จากสะพานด้วนสู่สวนลอยฟ้าแห่งแรกของคนกรุงเทพฯ

ลองจินตนาการดูสิว่าถ้าคนกรุงเทพฯ หันมาเดินกันมากขึ้น (โดยมีเมืองที่เอื้อต่อการเดิน) และมีพื้นที่สีเขียวขยายใหญ่ขึ้นมากกว่านี้ เมืองของเราจะดีขึ้นยังไงบ้าง? ที่ตอบได้เลยตอนนี้ก็คือ รถราบนท้องถนนคงจะบางตาลงไปบ้างหรืออาจจะมากพอที่จะฉุดกรุงเทพฯ ลงมาจากอันดับต้นๆ ของเมืองที่รถติดที่สุดในโลกได้ จากนั้นก็อาจจะส่งผลดีต่อไปยังเรื่องของมลภาวะทางอากาศที่ลดลงเป็นเงาตามตัวโดยมีพื้นที่สีเขียวมาเสริมอีกแรง และคงมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นตามมาอีกมากมายเพียงแค่เราได้เดินกันมากขึ้นในเมืองที่เดินได้ ‘ความฝัน’ เหล่านี้เป็นที่มาของ โครงการจัดทำผังแม่บทการฟื้นฟูย่านเมืองเก่าและการอนุรักษ์ฟื้นฟูย่านกะดีจีน-คลองสาน หรือที่เคยได้ยินกันบ่อยๆ ในชื่อ ‘โครงการกรุงเทพฯ 250’ ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 โดยมีเป้าหมายที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของผังเมืองกรุงเทพฯ ในอีก 20 ข้างหน้า ซึ่งจะตรงกับวาระเฉลิมฉลอง 250 ปี ในการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และความสำเร็จแรกของโครงการฯ ก็คือ ‘เจ้าพระยาสกายปาร์ค’ ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงสร้างเก่าของโครงการรถไฟฟ้าลาวาลิน ที่คนในพื้นที่เรียกกันว่า ‘สะพานด้วน’ หลังถูกปล่อยทิ้งร้างนานกว่า 30 ปี จนกลายเป็นสวนลอยฟ้าข้ามแม่น้ำแห่งแรกของโลก ที่เปิดอย่างเป็นทางการวันนี้ (24 มิ.ย. 63) วันแรก   จากสะพานด้วนสู่สวนลอยฟ้า ผศ. ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) หัวหน้าทีมออกแบบเจ้าพระยาสกายปาร์ค ที่ทำงานร่วมกับทีมภูมิสถาปัตยกรรม นำโดยคุณกชกร วรอาคม จาก Landprocess และทีมสถาปนิก นำโดยอาจารย์จักรดาว นาวาเจริญ จาก N7A Architechs เล่าถึงการทำงานด้านการออกแบบให้เราฟังว่า     Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok   “ทีม Urban Designer โดย UddC เรามองเรื่องยุทธศาสตร์ของเมือ

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ตามย่านในกรุงเทพฯ

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ในเจริญกรุง
Things to do

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ในเจริญกรุง

ถนนเจริญกรุงอยู่ในย่านเมืองเก่าที่มีทั้งสถาปัตยกรรมสวยๆ รวมไปถึงร้านอาหารเก่าแก่ที่พาเราย้อนเวลากลับไปสู่ความรุ่งเรืองในอดีต

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ในพร้อมพงษ์
Things to do

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ในพร้อมพงษ์

พร้อมพงษ์คือหนึ่งในย่านที่คึกครื้นบนถนนสุขุมวิท และยังเป็นย่านที่ตั้งของร้านอาหารอร่อยๆ ร้านกาแฟน่านั่ง บาร์ แกลเลอรี่ และสิ่งน่าสนใจอีกมากมาย เรียกได้ว่าถ้าแวะมาพร้อมพงษ์แล้ว คุณก็สามารถอยู่แถวนี้ไได้ทั้งวันไม่มีเบื่ออย่างแน่นอน

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ในสยาม
Things to do

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ในสยาม

ร้านอาหารอร่อยร้านกาแฟน่านั่ง ร้านเสื้อผ้า ห้างสรรพสินค้า หรือกิจกรรมสนุกๆ ในที่เดียว โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายตัวไปไหน

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ในซอยนานา เยาวราช
Things to do

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ในซอยนานา เยาวราช

ซอยนานา ในเยาวราช กลายเป็นย่านนำเทรนด์ที่สุด ณ เวลานี้ นั่นก็เพราะที่นี่มีทั้งร้านอาหาร บาร์ และแกลเลอรี่ที่คอยต้อนรับผู้มาเยือนไม่ไกลจากถนนเจริญกรุงที่พลุกพล่าน ในอดีตถนนเส้นนี้อาจเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่วงรวมร้านขายสมุนไพรจีน แต่ตอนนี้ซอยนานาได้รับการแปลงโฉมให้เป็นแหล่งแฮงก์เอาต์ที่ใครๆ ก็ต้องแวะมาในช่วงดึกๆ 

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ในเกาะรัตนโกสินทร์
Things to do

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิล ในเกาะรัตนโกสินทร์

ในปัจจุบันย่านเมืองเก่าแห่งนี้ได้กลายร่างเป็นพื้นที่ของบ้านเก่าที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม พิพิธภัณฑ์ รวมไปถึงร้านอาหารรสชาติดั้งเดิม

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิลในซอยปรีดี พนมยงค์
Things to do

ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชิลในซอยปรีดี พนมยงค์

สุขุมวิท 71 หรือ 'ปรีดี พนมยงค์' นั้นเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเขตชุมชนดั้งเดิมอันสงบเงียบ ที่มีเส้นทางลัดเลาะเป็นโครงข่ายเชื่อมสู่ย่านใกล้เคียงอย่างเอกมัยและทองหล่อ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงก็มาถึง... ความคึกคักจากย่านธุรกิจค่อยๆ ขยายมาจากทางทิศตะวันตก ทั้งอาคารที่อยู่อาศัยสูงเสียดฟ้า บรรดาร้านค้าร้านรวงหน้าใหม่ ไปจนถึงผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติ (โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น) ก็ทยอยตบเท้าเข้ามาเป็นเพื่อนบ้านกับแผงขายของหน้าเดิมและคนเฒ่าคนแก่ที่แสนจะเป็นมิตรอยู่เรื่อยๆ จนตอนนี้ปรีดี พนมยงค์ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งรวมร้านสุดฮิป ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ แกลเลอรี่ ฯลฯ และเราก็จะขอพาไปตะลุยสถานที่เหล่านั้นที่เรามั่นใจว่าจะเชิญชวนนักกินนักเที่ยวหลีกหนีความวุ่นวายของย่านทองหล่อ เอกมัย ให้กระจายมาสำรวจปรีดีฯ กันมากขึ้น

หอศิลป์ แกลเลอรี่ และพิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพฯ

ท้องฟ้าจำลองฯ เปลี่ยนระบบฉายดาวใหม่ในรอบ 56 ปี ให้เรานอนชมจักรวาลได้ใกล้ชิดและคมชัดกว่าเดิม
ข่าว

ท้องฟ้าจำลองฯ เปลี่ยนระบบฉายดาวใหม่ในรอบ 56 ปี ให้เรานอนชมจักรวาลได้ใกล้ชิดและคมชัดกว่าเดิม

ท้องฟ้าจำลองฯ เปลี่ยนระบบฉายดาวใหม่ในรอบ 56 ปี จากเครื่องเดิมที่มีชื่อว่า 'มาร์ค โฟร์ (Mark IV)' ซึ่งเป็นเครื่องฉายดาวอันตั้งอยู่กลางห้อง ทำงานด้วยระบบกลไกมอเตอร์และเลนส์ เปลี่ยนมาเป็นเครื่องฉายระบบดิจิทัล ผ่านโปรเจ็กเตอร์เกรดเดียวกับที่หลายประเทศใช้ในโรงละคร หรือท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ ซึ่งมีขนาดเล็กลงและเบาขึ้นกว่าเดิม   Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok   เครื่องขนาดใหญ่ตรงกลางคือเครื่องฉาย มาร์ค โฟร์ (Mark IV) ซึ่งในอนาคตอาจถูกเคลื่อนย้ายออกไป เนื่องจากหมดหน้าที่แล้ว และจะเหลือเพียงเครื่องฉายดิจิทัลขนาดเล็กด้านข้างเพียง 2 เครื่องเท่านั้น ที่จะมารับช่วงฉายจักรวาลให้เราได้ชมกันต่อ โดยเครื่องฉายดาวระบบเก่าที่หลายคนคุ้นหน้าตากัน เป็นเครื่องที่ใช้ระบบเครื่องกล ระบบไฟฟ้า และระบบแสงทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้ภาพดวงดาวที่คมชัดและสมจริง โดยท้องฟ้าจำลองฯ ใช้งานเครื่องนี้มาตั้งแต่การเปิดให้บริการครั้งแรก ก่อนตอนนี้จะเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่เป็น เครื่องฉายระบบดิจิทัล ที่ฉายภาพด้วยโปรเจ็กเตอร์ 2 ตัว ที่ถูกติดตั้งไว้ข้างๆ เครื่องเดิม โดยข้อดีของระบบใหม่นี้คือ เราสามารถซูมดูดวงดาวได้ใกล้ๆ ขนาดที่เห็นถึงวงแหวนดาวเสาร์แบบเต็มตา หรือสามารถขยับหมุนดวงดาวได้ด้วย ซึ่งเครื่องฉายแบบเก่าจะไม่มีฟังก์ชั่นเหล่านี้   Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok     Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok     Tanisorn Vongsoontorn/Time Out Bangkok   นอกจากนี้ ระบบฉายดาวยังสามารถเลือกกลุ่มดาวที่อยากแสดงพร้อมกัน หรือเปิดเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ตามที่ผู้บรรยายต้องการ และสามารถเปลี่ยนสีการฉายดาวได้อีกเช่นกัน และสำหรับใครที่ไม่เคยรู้มาก่อน ระบบการฉายดาวที่ท้องฟ้าจำลองฯ สามารถดูตำแหน่งดาวย้อนหลัง หรือในอน

10 พิพิธภัณฑ์สุดแปลกรอบๆ กรุงเทพฯ
Things to do

10 พิพิธภัณฑ์สุดแปลกรอบๆ กรุงเทพฯ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่ประเทศเราก็มีพิพิธภัณฑ์แปลกๆ ที่ชวนจั๊กจี้อย่างเมืองนอกกับเขาอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ถุงยาง พิพิธภัณฑ์ของเลียนแบบ หรือพิพิธภัณฑ์เซ็กซ์ และพิพิธภัณฑ์แปลกๆ เหล่านี้ก็มีความน่าสนใจอยู่ในตัวที่น่าทำความรู้จักอยู่เหมือนกัน ประจวบกับที่วันนี้ (19 ก.ย.) เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย เราจึงขออาสาเป็นมัคคุเทศก์เฉพาะกิจ พาไปดู ‘10 พิพิธภัณฑ์สุดแปลกทั่วกรุงเทพฯ’ ที่คัดมาแล้วว่าควรค่าแก่การไปสักครั้ง

เดินเล่นเจริญกรุงดูงานศิลป์ใน 10 พิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่เพื่อเติมไฟในวันทำงาน
Art

เดินเล่นเจริญกรุงดูงานศิลป์ใน 10 พิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่เพื่อเติมไฟในวันทำงาน

ย่านเมืองเก่าที่หลายคนคุ้นเคยในฐานะแหล่งรวมของกินอร่อยและโรงแรมสุดหรู ทุกวันนี้ถูกยกตำแหน่ง Creative District ให้ไปครองอีกหนึ่งตำแหน่งแล้ว เพราะมีทั้งแกลเลอรี่และพิพิธภัณฑ์เรียงรายตลอดความยาวของถนนเจริญกรุง แถมยังมีอีเวนต์แวะเวียนมาจัดอยู่ตลอดทั้งปี อย่างตอนนี้ก็มีงาน Awakening Bangkok 2019 อยู่ ซึ่งจัดขึ้น 18.30 - 23.00 น. ของทุกวันไปจนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ และนี่คือ 10 แกลเลอรี่และพิพิธภัณฑ์ที่จะมาช่วยเติมไฟในวันทำงานให้กับทุกคนด้วยศิลปะและทำให้คุณสามารถไปเช็กอินที่เจริญกรุงได้ทั้งวันทั้งคืน 

หอศิลป์ในกรุงเทพฯ ห้ามพลาด
Art

หอศิลป์ในกรุงเทพฯ ห้ามพลาด

ในปัจจุบันมีหอศิลป์มากมายเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และก็ไม่ได้เพิ่มแค่ปริมาณเท่านั้น คุณภาพของทั้งหอศิลป์และงานที่จัดแสดงก็เยี่ยมไม่แพ้กัน 

อัปเดตนิทรรศการศิลปะที่กำลังจัดแสดงในกรุงเทพฯ
Things to do

อัปเดตนิทรรศการศิลปะที่กำลังจัดแสดงในกรุงเทพฯ

บรรยากาศงานศิลปะของกรุงเทพฯ นั้นเยอะขึ้นเรื่อย เราเลยรวบรวมเอานิทรรศการที่ดีที่สุดและกำลังจะจัดขึ้นทั่วทั้งเมืองมาไว้ให้คุณไม่พลาดสักงาน!

หอศิลป์ แกลเลอรี่ และพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ในกรุงเทพฯ

หนังเข้าใหม่น่าดูตอนนี้

Suk Suk
Movies

Suk Suk

หนังโรแมนติกดราม่าสัญชาติฮ่องกงที่จะพาเราไปพบกับเรื่องราวความสัมพันธ์ในช่วงบั้นปลายชีวิตของชายชรา 2 คน ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความกดดันของสังคมและครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ ‘ปาร์ค’ (ไท่ เป่า) คนขับแท็กซี่วัย 70 ปี อาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสองคน ครอบครัวของปาร์คมีแนวคิดดั้งเดิม ยึดหลักขงจื๊อในการใช้ชีวิต ได้พบกับ ฮอย (เบน หยวน) ชาวคริสเตียนที่ถูกภรรยาทอดทิ้งมานานและอาศัยอยู่ลูกชายคนเดียว แม้เขาจะมุ่งมั่นดูแลลูกชายอย่างเต็มที่ แต่ทั้งสองก็มีปัญหาช่องว่างระหว่างวัย และฮอยก็มักรู้สึกว่าตนเองเป็นคนแปลกหน้า จากการบังเอิญเจอในครั้งแรก ก็กลายเป็นการนัดเจอในครั้งต่อๆ มา และทุกครั้งที่เจอทั้งคู่ก็ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างกัน จนในที่สุดความสัมพันธ์ของพวกเขาก็พัฒนามาเป็นความรักที่ลึกซึ้งมากขึ้น ความสัมพันธ์ราบเรียบทั้งคู่ แฝงไว้ด้วยความอึดอัด กดดัน ที่ถ่ายทอดผ่านความนิ่งเงียบในหลายๆ ฉาก แม้แต่สถานที่ที่ทั้งสองใช้แสดงความรักต่อกันได้อย่างอิสระยังเป็นเพียงห้องแคบๆ ในซาวน่า แต่พอออกมาเจอโลกความจริงภายนอก พวกเขากลับไม่อาจแสดงความรู้สึกต่อกันได้มากเกินกว่าเพื่อน และสุดท้ายพวกเขาก็จำเป็นต้องเลือกระหว่างการทำตามหัวใจกับการเดินทางเส้นเดิมในวัยใกล้ฝั่งไปกับครอบครัวที่ปกติสุข Suk Suk ถูกออกแบบให้ถ่ายทอดออกมาอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง คนดูจะค่อยๆ ซึมซับข้อความที่หนังต้องการสื่อ ผ่านทั้งบรรยากาศของหนัง การแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง และบทสนทนาของตัวละคร ที่แฝงไว้ซึ่งประเด็นละเอียดอ่อนอย่างเรื่องขนบธรรมเนียม สิทธิในสังคม และข้อจำกัดต่างๆ ที่บุคคลชายขอบอย่างพวกเขาต้องพบเจอ การใช้ตัวละครเป็นเกย์สูงวัย ถือว่าเป็นความแปลกใหม่ในการเล่าเรื่องราวของคน LGBTQ+ เป็นการสะท้อนมุมมองที่ไม่ค่อย

Time Out พูดว่า
3 จาก 5 ดาว
Peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง

Peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง

เมื่อปี 2016 โลกได้รู้จักกับซอมบี้สายพันธุ์เกาหลีใต้ในแอนิเมชันเรื่อง Seoul Station และหนังดังอย่าง Train to Busan ของผู้กำกับ ยอน ซังโฮ ทั้งสองเรื่อง ซึ่งต่างเป็นที่ยอมรับในเรื่องความมัน ลุ้นระทึก และยังแฝงไปด้วยประเด็นละเอียดอ่อนว่าด้วยการเอาตัวรอดของมนุษย์ที่ชวนให้คนดูคิดตาม ปีนี้ผู้กำกับคนเดิม กลับมาพร้อมกับภาคต่อของ Train to Busan ในหนังใหม่เรื่อง ‘Peninsula ฝ่านรก ซอมบี้คลั่ง’ ที่จะพาคนดูกลับไปเยือนคาบสมุทรเกาหลีที่ถูกกองทัพซอมบี้ครอบครองกับเรื่องราวบทใหม่ที่ลุ้นระทึกยิ่งกว่าเดิม 4 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Train to Busan ผู้คนในเกาหลีส่วนมากถูกผู้ติดเชื้อปริศนากัดและกลายเป็นซอมบี้ คนที่รอดชีวิตบางส่วนหนีไปใช้ชีวิตอยู่ที่ฮ่องกง หนึ่งในนั้นคือ จองซอก (คังดงวอน) ที่หนีตายมาได้แบบหวุดหวิดและใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมายในฮ่องกง ก่อนจะได้รับข้อเสนอให้กลับไปที่เกาหลีอีกครั้งเพื่อกู้ซากรถบรรทุกขนเงินที่จอดทิ้งอยู่ในกลางกรุงโซลกลับมาให้ได้ในเวลาที่จำกัด แลกกับค่าตอบแทนจำนวนมากพอที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาได้ จองซอก พร้อมเพื่อนร่วมทีม 3 คน มุ่งหน้าไปทำภารกิจ แต่แผนกลับล้มเหลวเมื่อคนจากหน่วยพิเศษที่ 631 กองกำลังเถื่อนที่ยังอาศัยอยู่ในเกาหลี เข้าจู่โจมทีมของจองซอกขณะที่กำลังรับมือกับฝูงซอมบี้จนเพื่อนร่วมทีมบางคนถูกฆ่าตายและบางคนถูกจับตัวไป โชคดีที่ มินจอง (อีจองฮยอน) และครอบครัวมาช่วยชีวิต จองซอก ไว้ได้ เมื่อแผนเก่าพังไม่เป็นท่า พวกเขาจึงร่วมกันวางแผนใหม่เพื่อชิงรถบรรทุกขนเงินกลับมาใช้เป็นใบเบิกทางพาพวกเขาออกไปจากเมืองผีดิบแห่งนี้ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นภาคต่อของ Train to Busan แต่นอกจากฉากหลังแล้ว ทั้งสองเรื่องก็แทบไม่มีอะไรเชื่อมโยงถึงกันเลย แม้มู้ดของหนังจะมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง เพราะมีการใช้เด็กและผู้หญิงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวละครหลักท่ามกลางสถานการณ์การเอาตัวรอดสุดระทึก แต่ตลอดความยาวกว่า 116 นาทีของ Peninisula นั้น จะเน้นความมัน อัดแน่นไปด้วยฉากแอ็กชัน ก่อนจะเรียกน้ำตาคนดูในช่วงท้าย มากกว่าจะให้น้ำหนักกับประเด็นอื่นๆ อย่างการตีแผ่ด้านมืดของคนและประเด็นสังคมอื่นๆ ที่เคยเห็นอย่างเด่นชัดใน Train to Busan เอาจริงๆ แม้แต่ตัวซอมบี้เอง ในภาคนี้ก็ไม่ได้มีบทบาทมากไปกว่าการวิ่งไล่ตามเสียงแตรรถและแสงไฟ ตัวละครที่ตายไม่ว่าจะฝั่งดีหรือร้ายส่วนมากไม่ได้ตายเพราะถูกซอมบี้กัด แต่ตายเพราะลูกกระสุนและการกระทำของมนุษย์ด้วยกัน หรือหนังกำลังจะบอกเราว่า มนุษย์นี่แหละน่ากลัวยิ่งกว่าซอมบี้ตัวไหนๆ รวมๆ แล้ว Peninisula ถือว่าเป็นหนังที่สนุก ครบรสอีกเรื่องหนึ่งเลยล่ะ น่าจะโดนใจคอหนังแอ็กชันไม่น้อย ซึ่งฉากเด็ดที่มีความยาวถึง 20 นาที ในหนังเรื่องนี้ ผู้กำกับบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก Mad Max Fury Road รับประกันความมันได้เลย ส่วนคนที่จะไปดูโดยคาดหวังว่าจะต้องเห็นการทำหน้าที่หนังภาคต่อของ Train to Busan ก็อาจจะต้องทำใจไว้ก่อนว่านี่คือหนังคนละม้วนกันเลย

Time Out พูดว่า
3 จาก 5 ดาว