Bars

ปิดท้ายค่ำคืนด้วยเครื่องดื่มและบาร์ชั้นนำที่คุณไม่ควรพลาดในกรุงเทพฯ

ชิมเมนูพิเศษจาก 7 บาร์ที่ปรับตัวมาขายอย่างอื่นในช่วง (กึ่ง) ล็อกดาวน์
Bars

ชิมเมนูพิเศษจาก 7 บาร์ที่ปรับตัวมาขายอย่างอื่นในช่วง (กึ่ง) ล็อกดาวน์

เข้าสู่ปี 2021 อย่างเป็นทางการด้วยโหมดล็อกดาวน์ที่ยังไม่ล็อกดาวน์ แต่ไม่ว่าจะล็อกหรือไม่ล็อก สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วตอนนี้ก็คือ 'บาร์' ทุกแห่งในกรุงเทพฯ ถูกสั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้านไปแล้ว (อีกครั้ง) เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องยอมรับว่าไม่ต่างอะไรจากสั่งให้ปิด หลายร้านจึงจำใจต้องปิดทั้งที่เพิ่งจะกลับมาเปิดได้ไม่นานหรือบางร้านเพิ่งเปิดตัวไปไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ แต่ก็มีอีกหลายร้านที่ขอสู้ต่อ ด้วยการปรับตัวมาขายอย่างอื่นแทนเพื่อเอาตัวรอดในวิกฤตนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารจีน ขนมจีบ กาแฟ เบเกอรี่ ฯลฯ ใครอยากอุดหนุนอ่านจบแล้วขอเชิญที่ร้าน (ไปก่อนสามทุ่มด้วยนะ) หรือกดสั่งไปกินที่บ้านก็ได้

10 บาร์เปิดใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปี 2020 จากกองบรรณาธิการ Time Out
Bars

10 บาร์เปิดใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปี 2020 จากกองบรรณาธิการ Time Out

ปีที่ผ่านมาจะมีบาร์ไหนบ้างที่ถูกใจและถูกคอกองบรรณาธิการ Time Out กรุงเทพฯ มากที่สุด มาดูกันเลยดีกว่า เพราะแต่ละบาร์ที่เราเลือกมาในลิสต์ประจำปี 2020 นี้ รับรองว่าน่าประทับใจทั้งบรรยากาศ ราคา และรสชาติ พวกเราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนตามไปสัมผัสด้วยตัวเองกันดู

5 บาร์ 5 บรรยากาศน่าฮอปปิง ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต
Travel

5 บาร์ 5 บรรยากาศน่าฮอปปิง ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต

อีกสิ่งที่น่าสนใจของภูเก็ต ไม่แพ้ทะเลหรืออาหารอันเป็นเอกลักษณ์ ก็คือสีสันของชีวิตยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศหลากหลายไม่เวลากลางวัน หลากหลายจนทริปสั้นๆ อาจจะไม่เพียงพอให้เราได้ซึมซับความสนุกได้ครบในคืนสองคืน เราเลยอยากชวนทุกคนมาแฮงค์เอาต์ด้วยกันตามสไตล์ ฮอปปิง พาทุกคนไปแวะ 5 บาร์ยอดฮิตของชาวภูเก็ตที่อยู่ใกล้กันแบบเดินเท้าถึงในย่านเมืองเก่า หรือที่ติดปากกันว่า Old Town ซึ่งแต่ละร้านมีเสน่ห์และบรรยากาศที่น่าหลงใหลแบบที่เรารับรองว่าทุกคนจะไม่เบื่อไปตลอดทั้งคืน

อัปเดตบาร์เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ
Bars

อัปเดตบาร์เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

ไม่รู้ว่าวงการบาร์ในกรุงเทพฯ อัดอั้นมาจากช่วงโควิด-19 หรือยังไง เพราะตอนนี้เรามีบาร์เปิดใหม่ให้ไปเช็กอินกันแทบทุกอาทิตย์ แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อผู้ประกอบการที่ได้เห็นคนออกมาเที่ยวกันคึกคักขึ้นเรื่อยๆ ส่วนนักเที่ยวเองก็มีโอกาสได้ลองของใหม่ๆ ใครเลือกไม่ได้ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปร้านไหนก่อนดี ลองเลือกจากลิสต์นี้สักร้านแล้วนัดเพื่อนได้เลย

สุดยอดบาร์ค็อกเทลในกรุงเทพฯ
Bars

สุดยอดบาร์ค็อกเทลในกรุงเทพฯ

จากผับย่านทองหล่อไปถึง บาร์รูฟท็อป บาร์ย่านสีลม แสดงให้เห็นว่ากรุงเทพฯ เป็นแหล่งรวบรวมมิกโซโลจิสต์ชั้นยอดที่แต่ละคนก็มีสูตรเฉพาะตัวของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราจึงได้รวบรวมบาร์ค็อกเทลในกรุงเทพฯ ที่เราไปลองแล้วบอกเลยว่าประทับใจคอค็อกเทลอย่างแน่นอน 

รีวิวบาร์ล่าสุดในกรุงเทพฯ

Just A Drink (Maybe)
Bars

Just A Drink (Maybe)

บาร์จินชื่อคุ้นหูคุ้นตาจากย่านทองหล่อที่ตอนนี้ได้ย้ายมาสู่โลเคชั่นแห่งใหม่แถวสาทร-ช่องนนทรี สำหรับคนที่ยังไม่เคยจิบเครื่องดื่มจากร้านนี้ เราบอกเลยว่าหากได้ลองแล้ว บาร์แห่งนี้อาจกลายเป็นร้านโปรดของคุณเลยก็ได้หากได้ลองแวะมา ดื่มสักแก้วหนึ่ง Just A Drink (Maybe) นอกจากจินที่ร้านขึ้นชื่อและมีให้เลือกจากหลายแหล่งกำเนิด บาร์แห่งนี้ยังกลับมาพร้อมบรรยากาศใหม่ที่เปิดต้อนรับเราตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน โดยช่วงเช้าจะเสิร์ฟเมนูกาแฟและเบเกอรี่ให้มานั่งใช้เวลากันได้ ซึ่งเมนูที่มีก็ครบตามพื้นฐานที่คอกาแฟนิยม อาทิ เอสเพรสโซ่ อเมริกาโน่ ลาเต้ หรือพิเศษขึ้นมาหน่อยก็มี Citrus No. 1 ที่ผสมโซดาและน้ำส้ม ซึ่งราคาเครื่องดื่มจะอยู่ระหว่าง 50-100 เท่านั้นเอง หลังจากนั้น ตั้งแต่ช่วง 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ร้านจะกลายเป็นบาร์นั่งดื่มบรรยากาศดีที่มีเครื่องดื่มเสิร์ฟหลากหลายชนิด โดยเฉพาะเมนูค็อกเทลที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด เพราะมีความน่าสนใจทั้งรสชาติ หน้าตา และความสร้างสรรค์ที่ทำให้เราประทับใจได้แบบง่ายๆ โดยร้านจะมีการเปลี่ยนเมนูซิกเนเจอร์ทุก 2 เดือน เพื่อให้นักดื่มได้ลิ้มลองความใหม่อยู่เสมอ หากแวะไปช่วงนี้ทุกคนจะได้ลองค็อกเทลในคอนเซ็ปต์ Less Is More ที่ร้านเชื่อว่าค็อกเทลก็เหมือนกับเทรนด์อาหาร ที่ตอนนี้คนเปลี่ยนจากให้ความสนใจด้านการตกแต่ง มาโฟกัสที่รสชาติและความเรียบง่ายที่ไม่ธรรมดาของเครื่องดื่มแทน อย่างเช่นแก้วที่เราจิบเพียงครั้งเดียวก็ไม่พออย่าง Corn, Maybe Corn Flakes (390 บาท) เหล้าเบอร์บอนที่ร้านนำไปอินฟิวส์กับข้าวโพดย่างเนย ผสมกับคาราเมลไซรัป ท็อปด้วยคอนเฟล็กเคลือบคาราเมลอีกที หน้าตาดูเหมือน on the rock แต่ด้วยรสของข้าวโพดย่างเนยที่ชัดเจน บวกกับกลิ่นหอมคาราเมล ทำให้แก้วนี้ดื่มง่ายจนเรายกให้เป็นแก้วโปรด (Maybe) It Is Cold Brew Tonic (390 บาท) ก็เป็นซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่น่าสนใจอีกแก้ว เพราะร้านใช้เบสจากวิสกี้ ผสมด้วยน้ำเชื่อมทับทิมโฮมเมดและกาแฟโคลด์บริว แก้วนี้ดื่มแล้วได้ทั้งรสวิสกี้และกาแฟที่ให้ความสดชื่นแบบแปลกใหม่ ส่วนเมนูคลาสสิคจินค็อกเทลที่ร้านแนะนำก็มีอย่างเช่น Pegu Club (330 บาท) จินผสมส้มลิเคียวร์และน้ำมะนาว ดื่มแล้วได้ทั้งรสหวานและขมกำลังดี หรืออีกเมนู White Lady (330 บาท) แก้วนี้ผสมด้วยจิน น้ำมะนาว และไข่ขาว เวลาดื่มจะได้รสเปรี้ยวหวานละมุน เป็นเมนูสำหรับคนอยากดื่มสบายๆ นั่งชิลตลอดคืน และเนื่องจากเจ้าของร้านเป็นชาวไต้หวัน คุณเฮอร์แมน วู (Herman Wu) เมนูของกินเล่นที่ร้านส่วนใหญ่จึงเป็นสไตล์ไต้หวันด้วย อาทิ เฟรนช์ฟรายส์กระเทียม (160 บาท) Fish cake (160 บาท) หรือ ไก่ทอดสไตล์ไต้หวัน (180 บาท) ที่คุณเฮอร์แมนบอกว่านำสูตรของคุณยายมาทำให้ชิมกันเลย ร้านเปิดให้บริการทุกวันอังคาร - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00 - 00.00 น. (เฉพาะวันเสาร์ 17.00 - 00.00 น.) โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจาก BTS ช่องนนทรี

Sirimahannop (สิริมหรรณพ)
Bars

Sirimahannop (สิริมหรรณพ)

สิริมหรรณพ เรือใบสามเสาที่จอดเทียบท่าอยู่ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ ไม่ใช่เรือที่จะพาทุกคนออกเดินทางล่องแม่น้ำเจ้าพระยาแต่อย่างใด เพราะบนเรือลำนี้บรรทุกบรรยากาศที่ชวนหลงใหลสำหรับนักดื่มและนักชิม ที่จะพาทุกคนออกเดินทางผ่านอาหารและเครื่องดื่มที่น่าตื่นตาแทน เรือลำนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยความยาวกว่า 50.50 เมตร กว้าง 11 เมตร และสามารถรองรับแขกได้ราว 330 คน ที่นี่จึงเหมาะสำหรับการดินเนอร์หรือจัดปาร์ตี้พิเศษ โดยเรือสิริมหรรณพ มีต้นแบบมาจาก ‘เรือทูลกระหม่อม’ เรือหลวงที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นเรือลำสำคัญที่ทำหน้าที่ด้านการค้าระหว่างประเทศและช่วยกอบกู้บ้านเมืองให้พ้นวิกฤตการณ์ช่วง ร.ศ.112 การตกแต่งเน้นความหรูหราวิจิตร ให้ความรู้สึกคลาสสิคมากขึ้นด้วยสิ่งของเครื่องใช้ราวกับในอดีต บนดาดฟ้าเรือเป็นพื้นที่สำหรับแฮงเอาท์ สามารถรับอากาศยามเย็นริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้สบายๆ ส่วนชั้นล่างจะให้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและเงียบสงบกว่า จึงเหมาะกับการประชุมหรือจัดปาร์ตี้ส่วนตัว แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัดเนื่องจากเป็น เรือ ทำให้เมนูอาหารมีจำกัดตามกันไป ซึ่งทีมครัวเป็นของโรงแรมแมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์คฯ โดยเราสามารถสั่งอาหารได้ทั้งแบบอลาคาร์ทและคอร์สเมนู (สำหรับห้องวีไอพี) สำหรับจานแนะนำก็เช่น Green Papaya Fries (85 บาท) มะละกอทอดเสิร์ฟพร้อมซอสแกงกะหรี่ Slow-Cooked Chicken Thigh (120 บาท) สะโพกไก่เนื้อนุ่ม พร้อมซอสสะเต๊ะ และ Smoky Eggplant (120 บาท) มะเขือรมควันหอมกลิ่นสมุนไพรใต้ นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูซีฟู้ดและอาหารนานาชาติให้สั่งอีกด้วย เมนูเครื่องดื่มจะช่วยสร้างสีสันให้เรือลำนี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะ บาร์รัม ที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องกัปตันเรือ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปนั่งจิบค็อกเทลในบาร์นั้นได้ ซึ่งเมนูค็อกเทลที่แนะนำเป็นเมนูที่ใช้ผลไม้จากท้องถิ่นที่ไม่ค่อยมีใครใช้ อาทิ มะเฟือง ขนุน ลำไย หรือส้มโอ สำหรับเครื่องดื่มที่น่าลองอย่างเช่น Tamarind long drink (380 บาท) ที่ได้รสเปรี้ยวชัดเจนจากมะขาม แต่หากเป็น Rambutan (380 บาท) จะถูกใจคนชอบความสดชื่นเป็นพิเศษ อีกทั้งดื่มแล้วได้กลิ่นของใบเตยอยู่ด้วย เรือสิริมหรรณพ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 - 00.00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 12.00 - 00.00 น.

Tropic City
Bars

Tropic City

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่บาร์เทนเดอร์ชาวสวีเดน Sebastian de la Cruz และ Philip Stefanescu ได้พบกันที่กรุงเทพฯ และแชร์ความรักที่มีต่อค็อกเทลแบบทิกิ และได้สร้างสรรค์เมนูเด็ดๆ ให้กับร้าน UNCLE และ Lady Brett ตอนนี้พวกเขาจึงได้เปิดตัวโปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุดซึ่งเน้นที่เครื่องดื่มผสมกับรัมและน้ำผลไม้ต่างๆ  Tropic City ตั้งอยู่ในซอยเจริญกรุง 28 สุดฮิป โดยได้เปลี่ยนบ้านเก่าให้กลายเป็นบาร์ ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ลายนกแก้วและนกฟลาเมนโก้สีชมพู รวมไปถึงการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ โซฟาแบบวินเทจ ไฟนีออนรูปสับปะรด และดอกกล้วยไม้ในการตกแต่ง ที่นี่ไม่ใช่บาร์ทิกิ แต่เป็นบาร์ที่ผสมผสานความเป็น "ทรอปิคัล" เข้าด้วยกันมากกว่า (การจะเป็นบาร์ทิกิได้ เครื่องดื่มในเมนูจะต้องเบสรัม 99% ต้องมีการตกแต่งธีมโพลินีเซียน และเพลงที่ให้ความรู้สึกราวกับเดินในป่าฝนเขตร้อนเท่านั้น) ที่นี่เน้นเครื่องดื่มเบสรัมเป็นหลัก โดยผสมผสานกับการใช้น้ำผลไม้สด และน้ำเชื่อมจากผลไม้ท้องถิ่นตามฤดูกาล โดยมีเครื่องดื่มเด่นๆ อย่าง Cane Suggah (350 บาท) เครื่องดื่มสไตล์ piña colada ที่ผสมผสานระหว่างน้อยหน่า มะพร้าว Pisco Demonios, Chalong Bay Cinnamon น้ำเชื่อมอากาเว่ น้ำส้ม และน้ำมะนาว จนออกมาเป็นเครื่องดื่มหวานๆ ที่มีกลิ่นหอม (แต่ถ้าฤดูกาลไหนไม่มีน้อยหน่า รสชาติก็จะเปลี่ยนไปจากเดิม) โดยล่าสุด ร้านได้ปล่อยเมนูค็อกเทลใหม่มาให้ลิ้มลองแล้ว พร้อมด้วยกิจกรรม Rum Tastings ที่จะจัดประจำทุกเดือน เพื่อให้เราได้ลองชิมรสชาติใหม่ๆ ที่หลากหลาย ซึ่งกิจกรรมมีค่าใช้จ่าย 2,000 บาทต่อคน (ระยะเวลา 1 ชั่วโมง: 19.00-20.00 น.) Tropic City เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 19.00-01.00 น. สามารถสำรองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 097 242 2890

Mayrai @Wireless (ถนนวิทยุ)
Bars

Mayrai @Wireless (ถนนวิทยุ)

หลังจากสองพี่น้องครอบครัวทัศนาขจร เชฟต้น-ธิติฏฐ์ แห่งร้านอาหาร Le Du และน้องชาย ตาม-ชัยศิริ ได้ชวนกันเปิดไวน์บาร์แสงนีออนในย่านท่าเตียนไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในชื่อว่า เมรัย จนตอนนี้คล้อยมาถึงครึ่งปีหลัง สองพี่น้องผู้ชื่นชอบการดื่มเนเชอรัลไวน์ ก็ตัดสินใจเปิด ไวน์บาร์แห่งที่ 2 ขึ้นบนถนนวิทยุ โดยตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกับ Baan ร้านอาหารไทยอีกแห่งหนึ่งของเชฟต้น Mayrai @Wireless อาจเรียกว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งของร้าน Baan ก็ว่าได้ เพราะทุกคนที่แวะมากินอาหารสามารถเดินเชื่อมเข้าสู่บาร์แห่งนี้ได้เหมือนกัน เราจะได้เห็นบางเมนูเครื่องดื่มที่มีเสิร์ฟทั้งในร้าน Baan และ Mayrai แห่งใหม่นี้ด้วย โดยบรรยากาศร้านค่อนข้างต่างจาก เมรัย ย่านท่าเตียนอยู่มาก เพราะบาร์แห่งนี้ตั้งใจมาในสไตล์อีสานโมเดิร์น จึงเน้นการตกแต่งและใช้สีที่ดูสนุกสนาน สดใส ทว่ายังคงผสมความดูดีมีระดับลงไป ด้วยการใช้ผ้าม่านสีส้มผืนใหญ่ติดจากเพดานจรดพื้น พร้อมกับโต๊ะหินอ่อนที่จับคู่กับเก้าอี้หวาย ไหนจะของตกแต่งอีกหลายๆ จุดที่ประยุกต์มาจากของใช้พื้นบ้านต่างๆ เมนูขึ้นชื่อของร้านที่ใครมาก็ต้องสั่ง แน่นอนว่าเป็น ผัดไทเมรัย (79 บาท) ซึ่งร้านใช้วุ้นเส้นแทนเส้นจันท์ และผัดให้มีรสเผ็ดนิดๆ เผื่อว่าคนไหนสั่งมากินคู่กับไวน์จะได้เข้ากัน ทว่าความพิเศษที่สุดของเมรัยสาขานี้ก็คือ เมนูอาหารอีสานที่มีเฉพาะสาขาถนนวิทยุเท่านั้น ซึ่งเชฟต้นเพิ่มมาให้กว่า 10 เมนูด้วยกัน แต่ละจานเน้นรสชาติสไตล์อีสานแท้ คือจัดจ้านและเข้มข้น อย่างเช่นจานแรกที่ได้ลอง ผัดกระเจี๊ยบพม่าคอมูย่าง (170 บาท) จานนี้กินแล้วได้รสเปรี้ยวนำ ตามด้วยรสชาติที่อ่อนลงมาหน่อย แกงเปรอะ (120 บาท) เป็นต้มเห็ดและสมุนไพรแบบจัดเต็ม และอีกเมนูแนะนำ ตำป่าหอยเชอรี่ (89 บาท) เสิร์ฟมาในถาดพร้อมแคบหมูให้กินแกล้มกัน นอกจากเมรัยจะมี Natural Wine ที่ตั้งใจคัดสรรด้วยการชิมมาเองจากหลายแห่งมาใส่ไว้เต็มเล่มเมนูให้ทุกคนได้เลือกลอง ร้านก็ยังมีเครื่องดื่มค็อกเทล ม็อกเทล และซิกเนเจอร์อย่าง ยาดอง สูตรพิเศษที่มีเสิร์ฟในบาร์แห่งนี้ให้ดื่มอีกเช่นกัน เมรัย สาขาถนนวิทยุ เปิดให้บริการทุกวันพุธ - จันทร์ ตั้งแต่เวลา 12.00 - 00.00 น. โดยจะมีดนตรีสดเล่นให้ฟังทุกคืนในเวลา 20.00 น.

บาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

Hair of the Dog Phrom Pong
Nightlife

Hair of the Dog Phrom Pong

Hair of the Dog มีคราฟต์เบียร์ให้เลือกดื่มอย่างหลากหลายซึ่งต่างเลือกสรรอย่างดีโดยผู้ก่อตั้งและอดีตเบียร์มาสเตอร์ของ Mikkeller Bangkok หลังจากประสบความสำเร็จกับร้านสาขาแรกที่ตึกมหาทุน ร้านสาขาใหม่ล่าสุดที่พร้อมพงษ์นั้นใหญ่และเสิร์ฟเบียร์มากขึ้นกว่าเดิม โดยร้านทั้งสองสาขายังมีเบียร์ใหม่ๆ รวมไปถึงพนักงานคอยอธิบายเรื่องราว และช่วยเลือกเบียร์ที่เหมาะกับคุณ ที่นี่อาจไม่ได้มีเบียร์ทุกยี่ห้อ นั่นก็เป็นเพราะ Hair of the Dog เลือกเฉพาะเบียร์เด็ดๆ ไว้เพียง 13 แท็บเท่านั้น โดยสาขาพร้อมพงษ์นั้นยังจัดงานอีเวนต์สนุกๆ รวมไปถึง beer cocktail night และ movie night ในคืนวันอาทิตย์ด้วย

Time Out พูดว่า
5 จาก 5 ดาว
Havana Social
Bars

Havana Social

เครื่องดื่มของที่นี่ได้แรงบันดาลใจจากคิวบาเป็นหลัก รวมไปถึงเหล้ารัมที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
Taproom Experience Craft Beer
Bars

Taproom Experience Craft Beer

บาร์เบียร์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับร้าน Casa Lapin x 26 และ One Day At A Time แห่งนี้มีเบียร์คราฟต์นำเข้าให้เลือกมากถึง 26 แท็บให้คุณได้เลือกจิบสบายๆ ในบรรยากาศที่เป็นกันเองเพราะบาร์แห่งนี้ยังเป็นโฮสเทลและโคเวิร์กกิ้งสเปซในพื้นที่เดียวกันอีกด้วย โดยได้ คิว - ณัทธร วงศ์ภูมิ เจ้าของบล็อกชื่อดัง Beercyclopedia มาช่วยเลือกเบียร์ให้อีกด้วย หากคุณเป็นคอเบียร์มือใหม่ เราขอแนะนำให้แวะมายังร้านแห่งนี้ เพราะนอกจากจะมีเบียร์ให้เลือกหลากหลายชนิดแล้ว คิวยังได้คัดสรรเบียร์ให้คุณเลือกชิมได้ง่ายอีกต่างหาก โดย 10 แท็บแรกนั้นจะเป็นเบียร์ดื่มง่าย ส่วนแท็บ 11-18 นั้นจะมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงกว่าและเหมาะกับนักดื่มที่ชอบเบียร์หนุ่มๆ ในขณะที่แฟนเบียร์เสตราท์ต้องลองแท็บ 19-24 แต่ถ้าชอบดื่มไซเดอร์ก็ต้องเป็นสองแท็บสุดท้ายเท่านั้น

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
Evil Man Blues
Bars

Evil Man Blues

Jazz Cocktail Bar แห่งนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนที่อื่นๆ และยังมีค็อกเทลรสชาติเข้มสะใจนักดื่มอย่างแน่นอน

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
Teens of Thailand
Bars

Teens of Thailand

จินบาร์แห่งแรกในไทยที่มีเครื่องดื่มบสเป็นจิกว่า 80 ชนิดได้ผ่านการคัดสรรโดยมิกโซโลจิสต์ฝีมือฉกาจ

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
บาร์อื่นๆ ในกรุงเทพฯ