Bars

ปิดท้ายค่ำคืนด้วยเครื่องดื่มและบาร์ชั้นนำที่คุณไม่ควรพลาดในกรุงเทพฯ

ชวนกินลม ชมวิวเมือง บนรูฟท็อปราคาไม่แพงรอบกรุงเทพฯ
Bars

ชวนกินลม ชมวิวเมือง บนรูฟท็อปราคาไม่แพงรอบกรุงเทพฯ

เพราะเราเห็นว่าช่วงนี้อากาศกำลังดี อบอุ่นปนหนาวบ้าง ไม่ได้ร้อนจนเกินไป เหมาะแก่การไปนั่งชิลดื่มด่ำวิวเมือง หรือฉลองเทศกาลปีใหม่แบบที่ไม่ต้องควักจ่ายหมดกระเป๋า ด้วยรูฟท็อปบาร์ที่เราคัดสรรมาจากทั่วกรุงเทพฯ

รวมค็อกเทลบาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ
Bars

รวมค็อกเทลบาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ คือแหล่งรวบรวมมิกโซโลจิสต์ชั้นยอดที่แต่ละคนก็มีสูตรเฉพาะตัวของตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้ว Time Out จึงได้รวบรวม Cocktail Bar ในกรุงเทพฯ ที่เราไปลองแล้วบอกเลยว่าประทับใจอย่างแน่นอน

รวมบาร์นีออนสุดตื่นตาทั่วกรุงเทพฯ ที่ต้องไปเช็กอินให้ได้
Bars

รวมบาร์นีออนสุดตื่นตาทั่วกรุงเทพฯ ที่ต้องไปเช็กอินให้ได้

ถ้าใครกำลังรู้สึกว่าหน้าอินสตาแกรมตัวเองเงียบเหงาไม่มีรูปลง หรือกำลังมองหาแหล่งแฮงก์เอาท์ใหม่ๆ ไว้นั่งชิลกับแก๊งเพื่อนซี้หรือคนพิเศษอยู่ละก็ เราขอแนะนำบาร์เหล่านี้ที่อัดแน่นสีสันและมุมถ่ายรูปสวยๆ จากแสงไฟนีออน เพราะไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ดื่มเครื่องดื่มอร่อยๆ พร้อมมีรูปสวยลงอินสตาแกรมอวดเพื่อนได้อีกแล้ว..

รวมบาร์นั่งชิลเพลงเพราะทั่วกรุงเทพฯ
Bars

รวมบาร์นั่งชิลเพลงเพราะทั่วกรุงเทพฯ

เชื่อว่าพอตกดึกหลายๆ คนต้องเกิดอาการอยากหาที่นั่งชิล ฟังเพลงและดื่มไปด้วยอย่างแน่นอน ดังนั้น Time Out ขอแนะนำบาร์นั่งชิลเพลงเพราะทั่วกรุงเทพฯ มีทั้งเพลงร็อค เพลงไทย เพลงสากล บอกเลยว่าไม่มีเบื่อแน่นอน หรือถ้าอยากดื่มค็อกเทลจากบาร์ชื่อดังร้าน Rooftop วิวสวย หรือร้านอาหารไทยแบบสบายๆ ทานอาหารก่อนไปดื่ม เราก็มีแนะนำ ลองไปดูกันได้เลย

8 บาร์เบียร์เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ
Bars

8 บาร์เบียร์เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

เพราะช่วงนี้บาร์เบียร์ผุดขึ้นมายิ่งกว่าดอกเห็ด มาเริ่มค่ำคืนให้สดใสด้วยเบียร์เย็นๆ จากร้านน้องใหม่ที่เสิร์ฟเบียร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ กันดีกว่า

รีวิวบาร์ล่าสุดในกรุงเทพฯ

Copper Bar
Bars

Copper Bar

บาร์ค็อกเทลน้องใหม่ใต้สโมสรกีฬาใจกลางสุขุมวิทอย่าง The Racquet Club ที่พรางตัวอยู่อย่างเนียนๆ เบื้องหลังประตูและหน้าต่างกระจกสีดำ ซึ่งมีเก้าอี้โลหะสีแดงสองตัวตั้งอยู่ด้านหน้า เป็นเครื่องหมายบอกว่าคุณได้มาถึงบาร์แห่งนี้แล้ว และเมื่อเปิดประตูเข้าไปด้านในก็จะพบกับสเปซกว้างขวาง ในบรรยากาศสลัวๆ แต่เรืองรองไปด้วยแสงสะท้อนจากบาร์ทองแดงที่ด้านบนเป็นแผ่นหินอ่อน เข้าคู่กับเก้าอี้ที่ชวนให้นึกถึงความสง่างามในช่วงกลางศตวรรษ  ที่นั่งมีให้เลือกจับจองทั้งบริเวณที่เป็นเคาน์เตอร์บาร์ ชุดโซฟา และชุดโต๊ะเก้าอี้พิงหลัง แต่หากเลือกนั่งด้านหน้าบาร์ก็จะทำให้เราได้มีโอกาสใกล้ชิดกับ Fabio Brugnolaro บาร์เทนเดอร์มือรางวัลผู้เป็นเจ้าของบาร์แห่งนี้ การันตีฝีมือด้วยประสบการณ์การทำงานในบาร์หลายแห่งทั้งในมิลาน ประเทศอิตาลี และในกรุงเทพฯ บ้านเรา ทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องของวิธีที่เขาผสมผสานความหลงใหลในการทำอาหารลงไปในค็อกเทล ด้วยการหยิบจับรสชาติจากวัตถุดิบที่เขาพบว่าน่าสนใจมาดัดแปลงให้เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มแก้วต่างๆ ทั้งคาวและหวาน แนะนำให้ลองสั่ง Spring Steen (340 บาท) ค็อกเทลหอมกลิ่นผลไม้ที่พ่วงมากับรสชาติเปรี้ยวอมหวานกำลังดี ด้วยสัดส่วนที่ลงตัวจากส่วนผสมอย่าง วอดก้า มังคุดสด น้ำมะนาว ไซรัปกุหลาบ ดอกลาเวนเดอร์ และไข่ขาว หรืออีกตัวที่เป็นแก้วโปรดของบาร์เทนเดอร์อย่าง Rango (340 บาท) ค็อกเทลที่จะปลุกเราให้ตื่นด้วยส่วนผสมจากซอสมะม่วงโฮมเมด น้ำมะนาว เหล้ารัมขาว ไข่ขาว และน้ำส้มสายชูอีกเล็กน้อย จิบไปจิบมาก็จัดว่าเพลินดี ส่วนใครชอบค็อกเทลหวานๆ หรือมองหาแก้วที่ถ่ายลงอินสตาแกรมแล้วคนต้องกรี๊ด ให้ลองถามหาค็อกเทลแก้วใหม่ (ใหม่ขนาดที่บาร์เทนเดอร์ยังไม่ทันได้ตั้งชื่อ) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากขนมอิตาเลียน ถอดรสชาติแล้วถ

Crimson Room
Bars

Crimson Room

กลุ่มคนผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของค็อกเทลบาร์อย่าง Rabbit Hole และ Liberation ได้ขยับขยายอาณาจักรการกินดื่มอย่างมีระดับมาสู่แจ๊สบาร์แห่งใหม่ที่ Velaa Sindhorn Village บนถนนหลังสวน ในคอนเซ็ปต์โรงละครที่ราวกับหลุดมาจากยุค 20's อย่างไรอย่างนั้น โคมไฟระย้าที่ระยิบระยับไปด้วยเม็ดคริสตัลจำนวนมากถูกแขวนเอาไว้กลางห้อง มอบความหรูหราที่เข้ากันได้ดีกับเหล่าเบาะที่นั่งกำมะหยี่สีแดงสูงลดหลั่นกันคล้ายกับอัฒจันทร์ในโรงละคร มีฉากไม้สีเข้มกั้นระหว่างกันเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้แขกที่จะเข้ามาเยี่ยมเยียนโรงละครแห่งนี้ได้แบบพอดีๆ ไม่บดบังการรับชมการแสดงบนเวทีขนาดย่อม ซึ่งจะมีทั้งดนตรีแจ๊สสดจังหวะชวนโยก ดีเจจำนวนมาก และการแสดงอีกหลายรูปแบบผลัดเปลี่ยนกันมาเรื่อยๆ สร้างบรรยากาศให้เป็นโรงละครมาขนาดนี้แล้ว แน่นอนว่าเครื่องดื่มที่เสิร์ฟที่นี่ก็ยังได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการแสดงบนเวทีดำเนินอยู่ โดยแบ่งเครื่องดื่มออกเป็นหมวดหมู่ เริ่มจาก Bee Pollen (380 บาท) ค็อกเทลสีเหลืองจากเหล้าจิน Hendrick’s เหล้าสมุนไพร Yellow Chartreuse และไซรัปคาราเมลหอมหวาน ที่เสิร์ฟมาในแก้วนกน้อยน่ารัก จากหมวด 'Dim The Light' กลุ่มค็อกเทลประเภทที่ได้รับการออกแบบให้มีรสชาติสดชื่น ดื่มง่าย เหมาะกับการเริ่มต้นเมื่อเราเข้ามานั่งประจำ ณ ที่นั่ง และเตรียมตัวเพบิดเพลินไปกับการแสดงบนเวที และเมื่อม่านการแสดงถูกเปิดขึ้น ก็ถึงเวลาของค็อกเทลที่แรงขึ้นมาอีกหน่อยอย่าง Orange Jasmine (380 บาท) ซึ่งชงขึ้นจากเหล้าจิน Star of Bombay กับลูกพรุน ดอกส้ม และเหล้าไวท์มอลต์ ทำให้เราได้ผ่อนคลายพร้อมรับมือกับจังหวะโหมโรงทางการแสดงต่อไปกับ À La Menthe (380 บาท) ค็อกเทลในหมวดหมู่ 'The Strike the Band' ที่ทำขึ้นจากมาร์ตินี่ เหล้าอ

Time Out พูดว่า
3 จาก 5 ดาว
Talk of the town
Bars

Talk of the town

ทุกคืนวันศุกร์ถ้าอยากไปแฮงเอาต์หลายคนก็มักจะปักหมุดไปที่ทองหล่อและเอกมัยก่อนที่อื่นๆ เสมอ เพราะมีบาร์มีร้านให้เลือกนั่งเยอะแยะ ผู้คนก็คึกคักราวกับเมืองนี้ไม่มีใครหลับใครนอน ไปทีไรก็สนุกกับบรรยากาศที่คุ้นเคย แต่เราจะผูกขาดตัวเองกับสถานที่เดิมๆ ไปทำไม ในเมื่อทุกวันนี้มีทั้งร้านสวยๆ และบาร์น่านั่งเปิดใหม่แทบทุกตรอกซอกซอย อย่างบาร์ที่เราพามารอบนี้ก็อยู่แค่แยกพระโขนง เลยเอกมัยมานิดเดียวเอง Talk of the town คือชื่อของร้านที่เราพูดถึง ชื่อนี้มาจากความตั้งใจที่ว่าอยากให้ทุกคนที่มาที่นี่มีอะไรให้พูดถึง อยากให้ร้านเป็นที่พูดถึงแบบ Talk of the town ส่วนการตกแต่งร้านก็ชวนให้พูดคุยตั้งแต่ภาพเขียนหน้าร้านที่ภาพ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือกับประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัล ทรัมป์ นั่งซดเบียร์อยู่บนระเบิดนิวเคลียร์ เป็นการหยิกแกมหยอกที่น่ารักและทันยุคทันสมัยดีเหมือนกัน ส่วนภายในร้านถึงจะดูหรูหรา แวววาวด้วยทองแดงที่ด้านหลังบาร์ แต่ก็ยังมีความวินเทจกลืนๆ อยู่ ด้วยกระจกเก่า เก้าอี้ไม้หน้าบาร์สีเข้มๆ และเพดานที่ตั้งใจเปิดโล่งโชว์การเดินท่อและสายไฟ ส่วนที่ผนังด้านในก็จะมีภาพจากข่าวดังและบุคคลสำคัญต่างๆ แต่ละภาพก็จะมีเรื่องราวให้พูดถึงได้ไม่ซ้ำกัน เครื่องดื่มของร้านนี้มาจากการคิดค้นของ ทอมมี่ - สุวรรณ สีลี บาร์เมเนเจอร์ ดีกรีอันดับ 3 ของโลก จากการแข่งขันบาร์เทนเดอร์ที่อิตาลี จะเน้นให้คนเข้าถึงได้ง่าย แต่ละแก้วได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวรอบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นข่าว เหตุการณ์ กระแสหรือคนดัง ที่สำคัญคือวัตถุดิบแต่ละอย่างจะเน้นใช้วัตถุดิบที่ทำเอง โดยทอมมี่ย้ำกับเราว่า “เราจะไม่ซื้อของมาใส่ แต่จะซื้อของมาทำแล้วค่อยใส่” เดินเข้ามาในร้านแล้วอาจจะสะดุดตากับพื้นที่หลังบาร์ที่มีแท็บเครื่องดื่มแทนที่จะเป็นข

Alonetogether
Bars

Alonetogether

ตัวร้านหลบซ่อนอยู่ด้านหลังประตูไม้โดยไม่ได้มีป้ายชื่ออะไรนอกจากสายไฟของการไฟฟ้าที่ระโยงระยางอยู่ริมถนน ขณะที่ด้านในเป็นโถงทางเดินแคบๆ ติดเคาน์เตอร์บาร์ไม้ที่นำทางเราไปสู่โซนที่นั่งหลักขนาดกว้างขวาง ซึ่งมีเปียโนหลังใหญ่กับกลองชุดจัดวางไว้สำหรับการแสดงดนตรีแจ๊สสดในทุกคืนวันพุธถึงวันอาทิตย์ โดยที่ชั้นบนนั้นยังเป็นซิการ์บาร์และช็อปแผ่นเสียงไวนิลของร้าน Recoroom อีกด้วย ก้อง-อนุภาส เปรมานุวัติ ผู้อยู่เบื้องหลังบาร์ลับๆ ในย่านเมืองเก่าอย่าง Ku Bar คือคนที่มารับหน้าที่ดูแลดริงก์ทั้งหมดของที่นี่ โดยเขาตั้งใจให้ที่ร้านไม่มีค็อกเทลซิกเนเจอร์ และสอดแทรกความพิเศษบางอย่างลงไปในคลาสสิกค็อกเทลแต่ละแก้วด้วยการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ในบ้านเราหรือเหล้าโฮมเมดแทนที่ส่วนผสมทั่วไปแทน "เพราะว่าผมต้องการจะให้ลูกค้าเดินเข้ามาในบาร์แล้วสามารถสั่งคลาสสิกค็อกเทลที่พวกเขาชอบอย่าง จินโทนิก หรือ วิสกี้โซดา ได้เลย" ก้องกล่าว เพื่อให้เห็นภาพเราลองสั่ง Sazerac (420 บาท) ค็อกเทลที่เหล้า absinthe ถูกแทนที่ด้วยใบโปร่งฟ้า พืชสมุนไพรที่มักจะใช้ในการทำลาบของภาคเหนือ ซึ่งมีรสชาติที่ใกล้เคียงกับเหล้า absinthe อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งยังให้ความสดชื่นในสัมผัสสุดท้ายซึ่งจะแตกต่างจากที่อื่นๆ กับอีกแก้วยอดนิยมอย่าง piña colada (380 บาท) ที่ถูกรีครีเอตขึ้นมาใหม่ให้ดื่มง่ายขึ้น ด้วยการใช้น้ำมะพร้าวสดและเหล้ารมควันกลิ่นมะพร้าวโฮมเมด หรือจะเป็นค็อกเทลแก้วง่ายๆ อย่าง Screwdriver (380 บาท) ที่โดยปกติแล้วจะถูกชงขึ้นจากวอดก้าและน้ำส้มธรรมดาๆ ก็ได้รับการดัดแปลงให้อยู่ในลักษณะของน้ำแข็งเกล็ดหิมะ พร้อมด้วยเท็กเจอร์ของส้มให้เคี้ยวเพลินๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี happy hour ในช่วงเวลา 18.00-20.00 น. ที่คุณสามารถสั่งค็อกเทลอะไรก็ได

Time Out พูดว่า
5 จาก 5 ดาว

บาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

Hair of the Dog Phrom Pong
Nightlife

Hair of the Dog Phrom Pong

Hair of the Dog มีคราฟต์เบียร์ให้เลือกดื่มอย่างหลากหลายซึ่งต่างเลือกสรรอย่างดีโดยผู้ก่อตั้งและอดีตเบียร์มาสเตอร์ของ Mikkeller Bangkok หลังจากประสบความสำเร็จกับร้านสาขาแรกที่ตึกมหาทุน ร้านสาขาใหม่ล่าสุดที่พร้อมพงษ์นั้นใหญ่และเสิร์ฟเบียร์มากขึ้นกว่าเดิม โดยร้านทั้งสองสาขายังมีเบียร์ใหม่ๆ รวมไปถึงพนักงานคอยอธิบายเรื่องราว และช่วยเลือกเบียร์ที่เหมาะกับคุณ ที่นี่อาจไม่ได้มีเบียร์ทุกยี่ห้อ นั่นก็เป็นเพราะ Hair of the Dog เลือกเฉพาะเบียร์เด็ดๆ ไว้เพียง 13 แท็บเท่านั้น โดยสาขาพร้อมพงษ์นั้นยังจัดงานอีเวนต์สนุกๆ รวมไปถึง beer cocktail night และ movie night ในคืนวันอาทิตย์ด้วย

Time Out พูดว่า
5 จาก 5 ดาว
Havana Social
Bars

Havana Social

เครื่องดื่มของที่นี่ได้แรงบันดาลใจจากคิวบาเป็นหลัก รวมไปถึงเหล้ารัมที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
Taproom Experience Craft Beer
Bars

Taproom Experience Craft Beer

บาร์เบียร์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับร้าน Casa Lapin x 26 และ One Day At A Time แห่งนี้มีเบียร์คราฟต์นำเข้าให้เลือกมากถึง 26 แท็บให้คุณได้เลือกจิบสบายๆ ในบรรยากาศที่เป็นกันเองเพราะบาร์แห่งนี้ยังเป็นโฮสเทลและโคเวิร์กกิ้งสเปซในพื้นที่เดียวกันอีกด้วย โดยได้ คิว - ณัทธร วงศ์ภูมิ เจ้าของบล็อกชื่อดัง Beercyclopedia มาช่วยเลือกเบียร์ให้อีกด้วย หากคุณเป็นคอเบียร์มือใหม่ เราขอแนะนำให้แวะมายังร้านแห่งนี้ เพราะนอกจากจะมีเบียร์ให้เลือกหลากหลายชนิดแล้ว คิวยังได้คัดสรรเบียร์ให้คุณเลือกชิมได้ง่ายอีกต่างหาก โดย 10 แท็บแรกนั้นจะเป็นเบียร์ดื่มง่าย ส่วนแท็บ 11-18 นั้นจะมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงกว่าและเหมาะกับนักดื่มที่ชอบเบียร์หนุ่มๆ ในขณะที่แฟนเบียร์เสตราท์ต้องลองแท็บ 19-24 แต่ถ้าชอบดื่มไซเดอร์ก็ต้องเป็นสองแท็บสุดท้ายเท่านั้น

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
Evil Man Blues
Bars

Evil Man Blues

Jazz Cocktail Bar แห่งนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนที่อื่นๆ และยังมีค็อกเทลรสชาติเข้มสะใจนักดื่มอย่างแน่นอน

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
Teens of Thailand
Bars

Teens of Thailand

จินบาร์แห่งแรกในไทยที่มีเครื่องดื่มบสเป็นจิกว่า 80 ชนิดได้ผ่านการคัดสรรโดยมิกโซโลจิสต์ฝีมือฉกาจ

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
บาร์อื่นๆ ในกรุงเทพฯ