Your ultimate guide to Bangkok | กรุงเทพฯ

ร้านอาหาร บาร์ ร้านกาแฟ ปาร์ตี้ อีเวนต์ ที่เที่ยว และอื่นๆ อีกมากมายในกรุงเทพฯ

มาดูกันว่าเมืองไหนจะเป็นเมืองในดวงใจของคุณในปี 2020
ข่าว

มาดูกันว่าเมืองไหนจะเป็นเมืองในดวงใจของคุณในปี 2020

ปีที่แล้ว Time Out Index ได้สำรวจความคิดเห็นผู้คนมากกว่า 34,000 คนทั่วโลก โดยถามคำถามเกี่ยวกับเมืองที่ผู้คนเหล่านั้นอาศัยอยู่ในด้านต่างๆ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม วัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ ความสัมพันธ์และสังคม ย่านต่างๆ และด้านการท่องเที่ยว ผ่านคำถามง่ายๆ และเป็นกันเอง เช่น คิดว่าย่านไหนในเมืองของคุณได้รับการอวยเกินจริง? คิดว่าเรื่องอาหารการกินในเมืองของคุณเป็นยังไง? คุณชอบดื่มอะไร? เป็นต้น สำหรับการสำรวจในกรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้ว Time Out ได้ยกให้กรุงเทพฯ เป็น 1 ใน 48 เมืองที่ดีที่สุดในโลกในเรื่องอาหารการกินและการสังสรรค์ โดยพบว่าคนกรุงเทพฯ จะออกไปชิมความอร่อยของสตรีตฟู้ดหรือไปกินข้าวที่ตลาด โดยเฉลี่ยประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ ยังพบว่าคนกรุงเทพฯ มีแนวโน้มที่จะหาเพื่อนและเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ๆ มากกว่าผู้คนในเมืองอื่นๆ ซึ่งทั้งความเป็นมิตรของผู้คนและอาหารการกินอันอุดมสมบูรณ์นี่แหละ ที่ทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองที่ดีที่สุดเมื่อปีที่ผ่านมา ปีนี้ Time Out กลับมาสำรวจความเห็นของทุกคนอีกครั้ง เพื่อดูว่ากรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองในฝันของทุกคนอยู่หรือเปล่า หรือมีความเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง และเมื่อทุกคนตอบคำถามเราครบ เราก็จะเฉลยว่า เมืองไหนคือเมืองที่เหมาะกับคุณที่สุดในปี 2020 ถ้าอยากรู้ คลิกที่นี่ เพื่อเริ่มทำแบบสอบถามกับ Time Out กันได้เลย!

เติมความหวานให้ชีวิตด้วยโดนัทจาก 5 ร้านที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ
Restaurants

เติมความหวานให้ชีวิตด้วยโดนัทจาก 5 ร้านที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

ภาพที่คนกรุงเทพฯ แห่กันไปต่อคิวยาวเหยียดหน้าสยามพารากอน เพื่อซื้อโดนัท Krispy Kreme ตอนที่เพิ่งเข้ามาเปิดสาขาในเมืองไทยใหม่ๆ น่าจะช่วยยืนยันได้ดีว่าคนกรุงเทพฯ นี่ก็คลั่งไคล้โดนัทไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ซึ่งปรากฏการณ์คลั่ง Krispy Kreme นี้ก็เป็นกระแสอยู่พักหนึ่งก่อนจะค่อยๆ เงียบไป แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เทรนด์โดนัทในกรุงเทพฯ จะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบร้าน Craft Donut ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วกรุงเทพฯ วันนี้เราเลยรวมร้านโดนัทคุณภาพมาฝากเผื่อใครอยากตามไปเติมความหวานให้ชีวิต

10 พิกัดร้านล้าง-สแกนฟิล์มเอาใจสายอนาล็อก
Shopping

10 พิกัดร้านล้าง-สแกนฟิล์มเอาใจสายอนาล็อก

ถ่ายทอดภาพความทรงจำจากแผ่นฟิล์มให้สวยที่สุดด้วยร้านล้างฟิล์มคุณภาพ

รวมบ้านเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี สถานที่แต่งงานสุดคลาสสิก
Things to do

รวมบ้านเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี สถานที่แต่งงานสุดคลาสสิก

กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานที่มีบรรยากาศสุดคลาสสิคอยู่หรือเปล่า? 

ลัดเลาะเกาะรัตนโกสินทร์ สำรวจสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกที่มักถูกมองข้ามไป
Attractions

ลัดเลาะเกาะรัตนโกสินทร์ สำรวจสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกที่มักถูกมองข้ามไป

เมืองเก่ามีอะไรมากกว่าวัดพระแก้วนะ

อัปเดตเรื่องราวอื่นๆ ในกรุงเทพฯ

รีวิวร้านอาหารล่าสุดในกรุงเทพฯ

ชามแกง

ชามแกง

ถ้าคุณรักบางสิ่งบางอย่าง คุณต้องปล่อยให้สิ่งนั้นเติบโต นี่ไม่ใช่สุภาษิตโบราณแต่อย่างใด หากเป็นความนึกคิดที่ผุดขึ้นมาหลังจากเราได้นั่งคุยกับ 3 เชฟผู้อยู่เบื้องหลังร้านข้าวแกง ชามแกง โดยเชฟผู้เป็นเจ้าของร้าน ได้แก่ คุณใจ๋-อรุษ เลอเลิศกุล คุณอิ๋ว-อัจฉราภรณ์ เกียรติธนวัฒน์ และ คุณมิว-จีราวิชช์ มีแสงนิลวีรกุล ซึ่งทุกคนเคยทำงานร่วมกับ เชฟเดวิด ทอมป์สัน พ่อครัวแห่งร้านอาหาร Nahm รวมถึงกับนักออกแบบ ศรัณย์ เย็นปัญญา มาก่อนด้วย  ร้านชามแกง ตั้งใจเสิร์ฟอาหารไทยรสชาติต้นตำรับและเมนูหารับประทานยาก ผ่านการนำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัย โดยเชฟเจ้าของร้านบอกกับเราว่า บางสิ่งเราควรปล่อยให้มีวิวัฒนาการ ก็เพื่อที่จะอนุรักษ์มันไว้ ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ตกแต่งด้วยไฟนีออนดูมีสไตล์ กำแพงตกแต่งด้วยเสื่อพิมพ์ลายสีแดง โต๊ะกินข้าวตัวยาวทำจากเหล็กตั้งอยู่กลางร้าน ล้อมด้วยเก้าอี้ที่เบาะรองเป็นผ้าทอที่รูปแบบไม่ซ้ำกัน ส่วนท้ายของห้องจะได้เห็นเชฟทั้ง 3 คน กำลังปรุงแกงกะหรี่ด้วยหม้อทองเหลือง และโต๊ะไม้สำหรับเตรียมวัตถุดิบที่เต็มไปด้วยผัก เมนูของร้านนี้จะเปลี่ยนไปทุกเดือน เพื่อแสดงความหลากหลายของอาหารไทย และให้เชฟแต่ละคนได้โชว์ฝีมือตามความถนัดด้วย อย่างเชฟมิวจะถนัดอาหารประเภทย่างมากเป็นพิเศษ ในขณะที่เชฟอิ๋วจะเชี่ยวชาญเมนูยำและน้ำพริก ส่วนเชฟใจ๋จะดูแลอาหารประเภทแกง เริ่มกันที่เมนูเรียกน้ำย่อยเป็น ยำชมพู่ ใส่ผักชี สมุนไพรไทย หอมเจียว และน้ำตาลปี๊บ กินแล้วเรียกความสดชื่น ก่อนตามด้วย พล่าส้มเขียวหวานกุ้งย่าง (590 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อมปลาจะละเม็ดทอดกรอบ หลังจากนั้นเข้าสู่เมนูเด่นของร้าน ซึ่งก็คืออาหารประเภทแกง เมนูน่ารับประทานก็มี แกงคั่วปลาอินทรีใส่ใบบัวบก (560 บาท) ชิมแล้วบอกเลยว่าน้ำแกงเข้มข้น รสชาติกลมกล่อมลงตัว

Time Out พูดว่า
5 จาก 5 ดาว
Buy
Chim Ramen
Restaurants

Chim Ramen

ด้วยความที่เป็นสาวกราเมนตัวยง แต่กลับหาร้านที่ถูกใจตัวเองไม่ได้สักที ‘ปาร์ค’ จึงมีความคิดริเริ่มที่จะเปิดร้าน Chim Ramen ขึ้นมา และปัจจุบันร้านราเมนขนาดกะทัดรัดลูกผสมครึ่งไทยครึ่งญี่ปุ่นแห่งนี้มีอายุครบ 5 เดือนแล้ว ชื่อร้าน Chim Ramen มาจากการที่ทางร้านใช้วัตถุดิบหลักเป็น ‘กุ้งแม่น้ำ’ และคำว่ากุ้งในภาษาอังกฤษก็คือ Shrimp ซึ่งมันดันไปพ้องเสียงกับคำว่า ‘ชิม’ ในภาษาไทยอีกที ปาร์คก็เลยหยิบเอาคำนี้มาตั้งเป็นชื่อร้าน ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายด้วยการใช้กระจกกั้นเป็นกำแพงแทนอิฐหรือปูน ทำให้แสงจากภายนอกสามารถทะลุเข้ามาในร้านได้อย่างทั่วถึง ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายตา และเสริมให้ร้านดูปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด ส่วนชุดโต๊ะเก้าอี้คุณปาร์คก็ลงมือทำเองทั้งหมด เพราะมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นช่างมาตั้งแต่เด็กๆ เรื่องอาหาร คุณปาร์คให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบ โดยที่ร้านจะใช้สินค้าเกษตรแบบโลคัลถึง 80 เปอร์เซ็นต์และยังเน้นเฉพาะสินค้าออร์แกนิก ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบหลักอย่างกุ้งแม่น้ำก็มาจากบ่อกุ้งออร์แกนิกของพ่อคุณปาร์คเอง ไข่ไก่ปลอดสารส่งตรงจากฟาร์มในจังหวัดสุพรรณบุรี ข้าวออร์แกนิกพันธุ์ผสมจากกลุ่มเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดบุรีรัมย์ และผักบางส่วนก็มาจากแปลงผักเล็ก ๆ ข้างร้าน ที่สำคัญอาหารทุกชนิดไม่ใส่ผงชูรส แต่ความอร่อยนั้นมาจากรสชาติอูมามิจากธรรมชาติล้วน ๆ ความพิเศษของวัตถุดิบยังมี ‘คอมบูฉะ’ ที่ใช้ผลไม้ตามฤดูกาลจากกลุ่มเกษตรกรในหลาย ๆ จังหวัด มาหมักกับชาต่าง ๆ ค่อย ๆ ดูแลและชิมไปเรื่อย ๆ จนได้รสชาติที่ถูกใจ ซึ่งคุณปาร์คบอกว่ามากินแต่ละครั้งลูกค้าก็เจอรสชาติที่ไม่ซ้ำกัน เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งทุกครั้งก็คือ ‘ราเมนกุ้งแม่น้ำ’ (335 บาท) ที่วางกุ้งแม่น้ำไซซ์ยักษ์เนื้อแน่นมาบนเส้นราเมนเหนียวนุ่มกับน้ำซุป

ครัวเหนือ (North Kitchen)
Restaurants

ครัวเหนือ (North Kitchen)

อาหารเหนือดั้งเดิมโดยรสมือแม่ครัวชาวเหนือจากอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ถูกเสิร์ฟในร้านบรรยากาศโมเดิร์นที่ร้าน ‘ครัวเหนือ’ (North Kitchen) อาหารเหนือจานไหนขึ้นชื่อที่นี่มีหมด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวซอยไก่ ความอร่อยอยู่ที่พริกแกงข้าวซอยที่คั่วมาแบบพอดีๆ ผสมกะทิสดหอมมัน ส่วนเส้นข้าวซอยก็ส่งตรงจากโรงงานที่อำเภอฝาง เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง ผักดอง พริกคั่วแบบโฮมเมด ขนมจีนน้ำเงี้ยว น้ำเงี้ยวซุปกระดูกหมูสูตรอำเภอฝาง เลือดหมูนุ่มเด้ง แกงฮังเล หมูสามชั้นที่เคี่ยวมาจนนุ่มละมุนลิ้นกับเครื่องแกงสูตรพิเศษ แกงผักกาดจอ ปรุงจากผักกาดกวางตุ้งที่กำลังออกดอก หอมกะปิ เปรี้ยวรสมะขาม ทานแล้วสดชื่น ลาบคั่ว  เนื้อหมูลาบกับเลือดคุณภาพดี คั่วกับพริกแกงพร้อมกลิ่นหอมมะแคว่นที่เป็นกลิ่นแบบลาบคั่วเหนือแท้ๆ ทานคู่กับชุดผัก อ่องปู หรือ อ่องปูนา มันปูปรุงรสในกระดองปูแล้วนำไปย่างให้สุก รสชาติละมุนกลมกล่อม หรือจะเป็นอาหารพื้นบ้านล้านนาหาทานยากอย่าง แกงผักหวานปลาย่าง น้ำแกงรสกลมกล่อม หอมปลาย่าง เข้ากันดีกับผักหวาน หรือ ชุดขันโตกน้ำพริกอ่อง,น้ำพริกหนุ่ม  ซึ่งทุกเมนูผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นส่งตรงจากเมืองเหนือ ที่สำคัญคือปรุงแบบไม่ใส่ผงชูรส และเร็วๆ นี้ก็เตรียมเสิร์ฟเมนูเหนือฟิวชั่น อาทิ น้ำพริกหนุ่มรมควัน, แกงฮังเลรมควัน, ข้าวซอยซี่โครงเนื้อรมควัน, น้ำเงี้ยวซี่โครงหมูรมควัน

OOOBkk
Restaurants

OOOBkk

ร้านกาแฟที่คิดใหม่ทำใหม่ ให้ทุกคนสามารถเดินเข้ามาที่ร้านได้อย่างไม่รู้สึกเคอะเขิน

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
H Dining
Restaurants

H Dining

เชฟต้อยติ่งผู้เคยแสดงฝีมือการทำอาหารที่ภัตคารชื่อดังในกรุงเทพฯ อย่าง Gaa, 80/20 และ Noma มาแล้วก่อนหน้านี้ ได้เริ่มใช้เวลาว่างมาปรุงมื้อสายที่ผสมผสานรสชาติแบบไทยๆ เข้ากับอิทธิพลของอาหารยุโรป โดยเน้นการเลือกใช้ส่วนผสมโฮมเมด อาทิ ขนมปังอบเอง สดใหม่ทุกวัน (อย่าพลาดที่จะลองสั่งขนมปังซาวร์โดมากิน) หรือผักดองที่ทำขึ้นเอง เป็นต้น ณ สถานที่ใหม่ฉบับต่อเติมของร้านกาแฟมือรางวัลอย่าง Hands and Heart แม้ว่าเมนูอาหารจะมีไม่มากและค่อนข้างเรียบง่าย แต่รสชาติกลับแฝงไปด้วยเซอร์ไพรส์ โดยมีเมนูที่เราคิดว่าน่าสนใจอย่าง Smoked salmon on rye bread with sour cream and seafood sauce ซึ่งมาพร้อมสลัดราดน้ำสลัดรสหวานเปรี้ยวจากมะกรูด และ Pork sandwich ที่มีรสชาติเผ็ดนิดๆ จากกิมจิทำเองรวมอยู่ด้วย ส่วนของหวานที่ต้องลองเลยก็คือ Parmigiano cheese ice cream ที่มีส่วนผสมของไวน์แดงและน้ำผึ้ง กับโดนัทโฮมเมดเคลือบไซรัปเมเปิ้ลกับเบคอนไบต์ ให้รสชาติหวานมัน ลงตัวทั้งคู่ นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเนเชอรัลไวน์ไว้ให้บริการ รวมถึงสามารถพาสัตว์เลี้ยงมาด้วยได้เพราะเขามีพื้นที่เอ้าท์ดอร์ด้านนอกไว้รองรับ

รวมร้านอาหารที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

รวม 15 ร้านสตรีตฟู้ด ‘บางลำพู’ การันตีความอร่อยด้วยอายุรวมกันเกือบพันปี
Restaurants

รวม 15 ร้านสตรีตฟู้ด ‘บางลำพู’ การันตีความอร่อยด้วยอายุรวมกันเกือบพันปี

คนรุ่นใหม่อาจจะรู้จักบางลำพูในฐานะแหล่งรวมเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มทั่วไปและชุดนักเรียน แต่ถ้าเป็นเมื่อหลายร้อยปีก่อนในช่วงที่มีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ บางลำพูก็ถือว่าเป็นทำเลทองแห่งหนึ่ง เรื่องความเจริญนี่เรียกว่าไม่แพ้สยามทุกวันนี้เลยล่ะ โดยเฉพาะเมื่อมีการตัดคลองรอบกรุงและใช้พื้นที่ย่านบางลำพูเป็นท่าน้ำขนถ่ายและแลกเปลี่ยนสินค้าจากฝั่งธนบุรีและการตัดถนนเชื่อมจากถนนสามเสนในช่วงรัชกาลที่ 5 ทุกวันนี้สถานะของบางลำพูคือย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ คนรุ่นใหม่อาจจะคุ้นเคยแถวนั้นบ้างจากการไปแฮงเอาต์ที่ถนนข้าวสาร แต่ถ้าถามคนรุ่นเก่าจะรู้ดีว่าบางลำพูเป็นแหล่งรวมของอร่อยไม่แพ้แหล่งสตรีตฟู้ดใหม่ๆ รอบกรุงเทพฯ หลายๆ ร้านขายกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ส่งต่อความอร่อยกันรุ่นต่อรุ่นจนถึงปัจจุบัน เชื่อเลยว่าถ้านับอายุแต่ละร้านรวมกันน่าจะแตะหลักพันปีไปแล้ว ถ้าไม่เด็ดจริงคงอยู่มาทุกยุคแบบนี้ไม่ได้ ถ้ายังไม่เชื่อเราขอท้าให้ไปพิสูจน์กับ 15 ร้านต่อไปนี้

พิกัดร้านอาหารเหนือในกรุงเทพฯ ที่ควรค่าจะไปลอง
Restaurants

พิกัดร้านอาหารเหนือในกรุงเทพฯ ที่ควรค่าจะไปลอง

แม้ว่ากรุงเทพจะมีร้านอาหารมากมายนับไม่ถ้วน แต่การจะหาอาหารท้องถิ่นประจำภาคทานนั้นก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี อย่างเช่นอาหารเหนือซึ่งหาทานได้ยากยิ่งในกรุงเทพฯ ที่เราเชื่อว่าจะต้องมีหลายคนชื่นชอบแน่นอน เพราะเอกลักษณ์ของอาหารเหนือที่มีเสน่ห์หลากหลายเมนู จนใครได้ลองต่างก็ติดใจ จนต้องอยากทานซ้ำ เราจึงคัดเอา 7 ร้านอาหารเหนือที่เราชื่นชอบมาฝาก เผื่อคนที่กำลังคิดถึงรสชาติเมืองเหนือจะได้ตามไปลองกันดู

รวมสุดยอดร้านอาหารสเปนในกรุงเทพฯ
Restaurants

รวมสุดยอดร้านอาหารสเปนในกรุงเทพฯ

หลายคนอาจนึกถึงทาปาส แฮม หรือชนมชูโรส เมื่อพูดถึงอาหารสเปน แต่ความจริงแล้วอาหารสเปนมีความหลากหลายของเมนู เพราะแต่ละภูมิภาคก็มีวัตถุดิบ รวมไปถึงวัฒนธรรมการกินที่แตกต่าง และได้หลอมรวมกับวัฒนธรรมจากหลากหลายเชื้อชาติ จนทำให้อาหารสเปนเป็นอาหารที่โดดเด่น และไม่เหมือนอาหารชาติไหนๆ ในโลก

สุดยอดร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ
Restaurants

สุดยอดร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ

ร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯที่ควรค่าแก่การแวะไปเยี่ยมเยียน

ร้านอาหารอื่นๆ ในกรุงเทพฯ

รีวิวบาร์ล่าสุดในกรุงเทพฯ

เมรัย (May Rai)
Bars

เมรัย (May Rai)

เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร แห่ง Le Du กับบาร์ใหม่ที่จับคู่ไวน์กับผัดไทยได้เท่กว่าใคร

Copper Bar
Bars

Copper Bar

บาร์ค็อกเทลน้องใหม่ใต้สโมสรกีฬาใจกลางสุขุมวิทอย่าง The Racquet Club ที่พรางตัวอยู่อย่างเนียนๆ เบื้องหลังประตูและหน้าต่างกระจกสีดำ ซึ่งมีเก้าอี้โลหะสีแดงสองตัวตั้งอยู่ด้านหน้า เป็นเครื่องหมายบอกว่าคุณได้มาถึงบาร์แห่งนี้แล้ว และเมื่อเปิดประตูเข้าไปด้านในก็จะพบกับสเปซกว้างขวาง ในบรรยากาศสลัวๆ แต่เรืองรองไปด้วยแสงสะท้อนจากบาร์ทองแดงที่ด้านบนเป็นแผ่นหินอ่อน เข้าคู่กับเก้าอี้ที่ชวนให้นึกถึงความสง่างามในช่วงกลางศตวรรษ  ที่นั่งมีให้เลือกจับจองทั้งบริเวณที่เป็นเคาน์เตอร์บาร์ ชุดโซฟา และชุดโต๊ะเก้าอี้พิงหลัง แต่หากเลือกนั่งด้านหน้าบาร์ก็จะทำให้เราได้มีโอกาสใกล้ชิดกับ Fabio Brugnolaro บาร์เทนเดอร์มือรางวัลผู้เป็นเจ้าของบาร์แห่งนี้ การันตีฝีมือด้วยประสบการณ์การทำงานในบาร์หลายแห่งทั้งในมิลาน ประเทศอิตาลี และในกรุงเทพฯ บ้านเรา ทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องของวิธีที่เขาผสมผสานความหลงใหลในการทำอาหารลงไปในค็อกเทล ด้วยการหยิบจับรสชาติจากวัตถุดิบที่เขาพบว่าน่าสนใจมาดัดแปลงให้เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มแก้วต่างๆ ทั้งคาวและหวาน แนะนำให้ลองสั่ง Spring Steen (340 บาท) ค็อกเทลหอมกลิ่นผลไม้ที่พ่วงมากับรสชาติเปรี้ยวอมหวานกำลังดี ด้วยสัดส่วนที่ลงตัวจากส่วนผสมอย่าง วอดก้า มังคุดสด น้ำมะนาว ไซรัปกุหลาบ ดอกลาเวนเดอร์ และไข่ขาว หรืออีกตัวที่เป็นแก้วโปรดของบาร์เทนเดอร์อย่าง Rango (340 บาท) ค็อกเทลที่จะปลุกเราให้ตื่นด้วยส่วนผสมจากซอสมะม่วงโฮมเมด น้ำมะนาว เหล้ารัมขาว ไข่ขาว และน้ำส้มสายชูอีกเล็กน้อย จิบไปจิบมาก็จัดว่าเพลินดี ส่วนใครชอบค็อกเทลหวานๆ หรือมองหาแก้วที่ถ่ายลงอินสตาแกรมแล้วคนต้องกรี๊ด ให้ลองถามหาค็อกเทลแก้วใหม่ (ใหม่ขนาดที่บาร์เทนเดอร์ยังไม่ทันได้ตั้งชื่อ) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากขนมอิตาเลียน ถอดรสชาติแล้วถ

Crimson Room
Bars

Crimson Room

กลุ่มคนผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของค็อกเทลบาร์อย่าง Rabbit Hole และ Liberation ได้ขยับขยายอาณาจักรการกินดื่มอย่างมีระดับมาสู่แจ๊สบาร์แห่งใหม่ที่ Velaa Sindhorn Village บนถนนหลังสวน ในคอนเซ็ปต์โรงละครที่ราวกับหลุดมาจากยุค 20's อย่างไรอย่างนั้น โคมไฟระย้าที่ระยิบระยับไปด้วยเม็ดคริสตัลจำนวนมากถูกแขวนเอาไว้กลางห้อง มอบความหรูหราที่เข้ากันได้ดีกับเหล่าเบาะที่นั่งกำมะหยี่สีแดงสูงลดหลั่นกันคล้ายกับอัฒจันทร์ในโรงละคร มีฉากไม้สีเข้มกั้นระหว่างกันเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้แขกที่จะเข้ามาเยี่ยมเยียนโรงละครแห่งนี้ได้แบบพอดีๆ ไม่บดบังการรับชมการแสดงบนเวทีขนาดย่อม ซึ่งจะมีทั้งดนตรีแจ๊สสดจังหวะชวนโยก ดีเจจำนวนมาก และการแสดงอีกหลายรูปแบบผลัดเปลี่ยนกันมาเรื่อยๆ สร้างบรรยากาศให้เป็นโรงละครมาขนาดนี้แล้ว แน่นอนว่าเครื่องดื่มที่เสิร์ฟที่นี่ก็ยังได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการแสดงบนเวทีดำเนินอยู่ โดยแบ่งเครื่องดื่มออกเป็นหมวดหมู่ เริ่มจาก Bee Pollen (380 บาท) ค็อกเทลสีเหลืองจากเหล้าจิน Hendrick’s เหล้าสมุนไพร Yellow Chartreuse และไซรัปคาราเมลหอมหวาน ที่เสิร์ฟมาในแก้วนกน้อยน่ารัก จากหมวด 'Dim The Light' กลุ่มค็อกเทลประเภทที่ได้รับการออกแบบให้มีรสชาติสดชื่น ดื่มง่าย เหมาะกับการเริ่มต้นเมื่อเราเข้ามานั่งประจำ ณ ที่นั่ง และเตรียมตัวเพบิดเพลินไปกับการแสดงบนเวที และเมื่อม่านการแสดงถูกเปิดขึ้น ก็ถึงเวลาของค็อกเทลที่แรงขึ้นมาอีกหน่อยอย่าง Orange Jasmine (380 บาท) ซึ่งชงขึ้นจากเหล้าจิน Star of Bombay กับลูกพรุน ดอกส้ม และเหล้าไวท์มอลต์ ทำให้เราได้ผ่อนคลายพร้อมรับมือกับจังหวะโหมโรงทางการแสดงต่อไปกับ À La Menthe (380 บาท) ค็อกเทลในหมวดหมู่ 'The Strike the Band' ที่ทำขึ้นจากมาร์ตินี่ เหล้าอ

Time Out พูดว่า
3 จาก 5 ดาว
Talk of the town
Bars

Talk of the town

ทุกคืนวันศุกร์ถ้าอยากไปแฮงเอาต์หลายคนก็มักจะปักหมุดไปที่ทองหล่อและเอกมัยก่อนที่อื่นๆ เสมอ เพราะมีบาร์มีร้านให้เลือกนั่งเยอะแยะ ผู้คนก็คึกคักราวกับเมืองนี้ไม่มีใครหลับใครนอน ไปทีไรก็สนุกกับบรรยากาศที่คุ้นเคย แต่เราจะผูกขาดตัวเองกับสถานที่เดิมๆ ไปทำไม ในเมื่อทุกวันนี้มีทั้งร้านสวยๆ และบาร์น่านั่งเปิดใหม่แทบทุกตรอกซอกซอย อย่างบาร์ที่เราพามารอบนี้ก็อยู่แค่แยกพระโขนง เลยเอกมัยมานิดเดียวเอง Talk of the town คือชื่อของร้านที่เราพูดถึง ชื่อนี้มาจากความตั้งใจที่ว่าอยากให้ทุกคนที่มาที่นี่มีอะไรให้พูดถึง อยากให้ร้านเป็นที่พูดถึงแบบ Talk of the town ส่วนการตกแต่งร้านก็ชวนให้พูดคุยตั้งแต่ภาพเขียนหน้าร้านที่ภาพ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือกับประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัล ทรัมป์ นั่งซดเบียร์อยู่บนระเบิดนิวเคลียร์ เป็นการหยิกแกมหยอกที่น่ารักและทันยุคทันสมัยดีเหมือนกัน ส่วนภายในร้านถึงจะดูหรูหรา แวววาวด้วยทองแดงที่ด้านหลังบาร์ แต่ก็ยังมีความวินเทจกลืนๆ อยู่ ด้วยกระจกเก่า เก้าอี้ไม้หน้าบาร์สีเข้มๆ และเพดานที่ตั้งใจเปิดโล่งโชว์การเดินท่อและสายไฟ ส่วนที่ผนังด้านในก็จะมีภาพจากข่าวดังและบุคคลสำคัญต่างๆ แต่ละภาพก็จะมีเรื่องราวให้พูดถึงได้ไม่ซ้ำกัน เครื่องดื่มของร้านนี้มาจากการคิดค้นของ ทอมมี่ - สุวรรณ สีลี บาร์เมเนเจอร์ ดีกรีอันดับ 3 ของโลก จากการแข่งขันบาร์เทนเดอร์ที่อิตาลี จะเน้นให้คนเข้าถึงได้ง่าย แต่ละแก้วได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวรอบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นข่าว เหตุการณ์ กระแสหรือคนดัง ที่สำคัญคือวัตถุดิบแต่ละอย่างจะเน้นใช้วัตถุดิบที่ทำเอง โดยทอมมี่ย้ำกับเราว่า “เราจะไม่ซื้อของมาใส่ แต่จะซื้อของมาทำแล้วค่อยใส่” เดินเข้ามาในร้านแล้วอาจจะสะดุดตากับพื้นที่หลังบาร์ที่มีแท็บเครื่องดื่มแทนที่จะเป็นข

Alonetogether
Bars

Alonetogether

ตัวร้านหลบซ่อนอยู่ด้านหลังประตูไม้โดยไม่ได้มีป้ายชื่ออะไรนอกจากสายไฟของการไฟฟ้าที่ระโยงระยางอยู่ริมถนน ขณะที่ด้านในเป็นโถงทางเดินแคบๆ ติดเคาน์เตอร์บาร์ไม้ที่นำทางเราไปสู่โซนที่นั่งหลักขนาดกว้างขวาง ซึ่งมีเปียโนหลังใหญ่กับกลองชุดจัดวางไว้สำหรับการแสดงดนตรีแจ๊สสดในทุกคืนวันพุธถึงวันอาทิตย์ โดยที่ชั้นบนนั้นยังเป็นซิการ์บาร์และช็อปแผ่นเสียงไวนิลของร้าน Recoroom อีกด้วย ก้อง-อนุภาส เปรมานุวัติ ผู้อยู่เบื้องหลังบาร์ลับๆ ในย่านเมืองเก่าอย่าง Ku Bar คือคนที่มารับหน้าที่ดูแลดริงก์ทั้งหมดของที่นี่ โดยเขาตั้งใจให้ที่ร้านไม่มีค็อกเทลซิกเนเจอร์ และสอดแทรกความพิเศษบางอย่างลงไปในคลาสสิกค็อกเทลแต่ละแก้วด้วยการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ในบ้านเราหรือเหล้าโฮมเมดแทนที่ส่วนผสมทั่วไปแทน "เพราะว่าผมต้องการจะให้ลูกค้าเดินเข้ามาในบาร์แล้วสามารถสั่งคลาสสิกค็อกเทลที่พวกเขาชอบอย่าง จินโทนิก หรือ วิสกี้โซดา ได้เลย" ก้องกล่าว เพื่อให้เห็นภาพเราลองสั่ง Sazerac (420 บาท) ค็อกเทลที่เหล้า absinthe ถูกแทนที่ด้วยใบโปร่งฟ้า พืชสมุนไพรที่มักจะใช้ในการทำลาบของภาคเหนือ ซึ่งมีรสชาติที่ใกล้เคียงกับเหล้า absinthe อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งยังให้ความสดชื่นในสัมผัสสุดท้ายซึ่งจะแตกต่างจากที่อื่นๆ กับอีกแก้วยอดนิยมอย่าง piña colada (380 บาท) ที่ถูกรีครีเอตขึ้นมาใหม่ให้ดื่มง่ายขึ้น ด้วยการใช้น้ำมะพร้าวสดและเหล้ารมควันกลิ่นมะพร้าวโฮมเมด หรือจะเป็นค็อกเทลแก้วง่ายๆ อย่าง Screwdriver (380 บาท) ที่โดยปกติแล้วจะถูกชงขึ้นจากวอดก้าและน้ำส้มธรรมดาๆ ก็ได้รับการดัดแปลงให้อยู่ในลักษณะของน้ำแข็งเกล็ดหิมะ พร้อมด้วยเท็กเจอร์ของส้มให้เคี้ยวเพลินๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี happy hour ในช่วงเวลา 18.00-20.00 น. ที่คุณสามารถสั่งค็อกเทลอะไรก็ได

Time Out พูดว่า
5 จาก 5 ดาว
บาร์อื่นๆ ในกรุงเทพฯ

หนังเข้าใหม่สัปดาห์นี้

JOKER: หดหู่ไปกับเสียงหัวเราะอันขมขื่นของตัวตลกที่โลกไม่เคยยิ้มให้
ข่าว

JOKER: หดหู่ไปกับเสียงหัวเราะอันขมขื่นของตัวตลกที่โลกไม่เคยยิ้มให้

คงไม่ต้องบอกแล้วว่า โจ๊กเกอร์ (Joker) คือใคร เพราะชื่อเสียงของวายร้ายตัวพ่อคนนี้ก็โด่งดังพอๆ กับซูเปอร์ฮีโร่คู่ปรับตลอดการของเขาอย่าง แบตแมน (Batman) แต่อะไรกันที่ทำให้ตัวตลกที่ควรจะสร้างรอยยิ้มให้ผู้คนกลายเป็นสุดยอดอาชญากรแห่งเมืองก็อตแธม (Gotham) ได้นี่สิ น่าสนใจกว่า นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ความอยากดูโจ๊กเกอร์พุ่งสูงปรี๊ดตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ดูทีเซอร์ ต่อด้วยความคาดหวังที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัวเมื่อรู้ว่านี่เป็นการตีความใหม่ที่ไม่ได้อิงตามโจ๊กเกอร์เวอร์ชั่นที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ซึ่งพอได้ดูก็ต้องบอกว่าโจ๊กเกอร์ไม่ทำให้ผิดหวังเลยแม้แต่นาทีเดียว เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในเมืองก็อตแธม ช่วงที่แบตแมนยังไม่ถือกำเนิดและเป็นยุคที่บ้านเมืองเริ่มเสื่อมทราม เน่าเฟะไม่ต่างจากขยะที่ล้นเมือง มีการแบ่งแยกชนชั้น คนรวยดูถูกคนจนส่วนคนจนก็เกลียดคนรวย และในสภาพบ้านเมืองแบบนี้ใครอ่อนแอกว่าก็มักจะตกเป็นผู้ถูกกระทำเสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และ โจ๊กเกอร์ ก็คือการเล่าเรื่องราวของผู้ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่าง อาเธอร์ เฟล็ก (รับบทโดยวาคิน ฟีนิกซ์) หรือโจ๊กเกอร์ในเวลาต่อมา นักแสดงตลกที่อาศัยในเมืองก็อตแธมกับแม่แก่ๆ เรื่องราวของเขาไล่ระดับความดาร์กไปตั้งแต่โดนคนไม่รู้จักรุมทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะเห็นเป็นตัวตลกที่ไม่มีทางสู้ ถูกเพื่อนร่วมงานใส่ร้าย ถูกสังคมที่คนรวยเป็นใหญ่ทอดทิ้ง ไปจนถึงเรื่องราวในอดีตที่มากระทืบซ้ำให้อาเธอร์ใจสลาย จนถึงจุดที่ต้องระเบิดความเจ็บป่วยทางจิตออกมาและเปลี่ยนคนไร้ตัวตนเป็นเจ้าชายแห่งอาชญากรรมในเมืองบ้าๆ แห่งนี้ ครึ่งแรกของหนัง ไม่มีนาทีไหนเลยที่เราจะไม่รู้สึกสลด หดหู่และบีบคั้นหัวใจกับการเห็นคนคนนึงถูกย่ำยีมาทั้งชีวิต เพราะไม่มีวันไหนเลยที่โลกไม่โหดร้ายกับอาเธอร์ ชวนให

FREAKS: หนังลึกลับกระแสแรงที่พาดำดิ่งสู่โลกที่เต็มไปด้วยปริศนาของเด็กกลายพันธุ์
ข่าว

FREAKS: หนังลึกลับกระแสแรงที่พาดำดิ่งสู่โลกที่เต็มไปด้วยปริศนาของเด็กกลายพันธุ์

ความสำเร็จของหนังเรื่องนึงวัดได้จากอะไรบ้าง? บางเรื่องอาจจะสำเร็จในแง่ของรายรายได้และกระแสตอบรับท่วมท้นจากคนดู บางเรื่องอาจจะทำส่วนนั้นได้ไม่ดีเท่าไหร่แต่กลับกวาดรางวัลไปนับไม่ถ้วนก็ถือว่าสำเร็จเหมือนกัน หรือบางเรื่องก็อาจจะประสบความสำเร็จทั้งสองส่วน เช่นเดียวกับ Freaks คนกลายพันธุ์ ที่เพิ่งเข้าฉายในบ้านเราเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา Freaks เป็นเรื่องราวของ โคลอี้ (รับบทโดย เลซี่ โคลเคอร์) เด็กผู้หญิงวัย 7 ขวบ และ อดัม ( รับบทโดย อีมิล เฮิร์ช) ผู้เป็นพ่อที่ขังลูกสาวตัวเองไว้ในบ้านนานถึง 7 ปี โดยพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ลูกออกจากบ้าน แต่วันหนึ่งเด็กน้อยก็ฝืนคำสั่งพ่อ เปิดประตูออกไปสู่โลกภายนอกที่พ่อขู่นักขู่หนาว่าอันตราย และได้พบกับลุงคนขายไอศครีมที่ดูจะสนใจโคลอี้เป็นพิเศษ ซึ่งลุงคนนี้แหละที่เข้ามาทำให้เนื้อเรื่องพลิกผัน มาเปลี่ยนโลกของโคลอี้และคนดูให้เต็มไปด้วยคำถามว่าจริงๆ แล้ว เราเชื่อใจใครได้บ้าง หลังจากนี้คงเล่าอะไรไม่ได้มาก นอกจากจะบอกว่าวิธีการเล่าเรื่องของหนังก็คือการสร้างปริศนาให้คนดูได้ร่วมค้นหาความจริงพร้อมๆ กับโคลอี้ โดยการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเธอ ทำให้คนดูมีความรู้สึกที่หลากหลาย เรียกว่าโคลอี้รู้สึกอะไร หนังก็พาให้คนดูก็รู้สึกตามไปด้วย ทั้งความสงสัย ความกลัว ความตื่นเต้น ไปหมด จนสองผู้กำกับอย่าง อดัม บี สตีน และ แซ็ค ลิพอลสกี้ บอกว่า “พวกเราไม่เคยมีความคิดเลยว่าหนังเรื่องนี้ควรจัดอยู่ในหนังประเภทไหน” เบื้องหลังเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและชวนติดตาม มีหลายส่วนที่ต้องชื่นชมฝีมือการกำกับของสองผู้กำกับ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของเลซี่ที่ออกมาเกินคาดมากๆ และถึงแม้ว่าทั้งเรื่องจะมีตัวละครหลักไม่มากแต่ก็ต้องบอกว่าเอาอยู่ ส่วนเรื่องโลเคชั่นก็ไม่ได้ไปไหนไกลเกินกว่

ติดตาม แบรด พิตต์ ไปกอบกู้จักรวาลแบบสุดขอบอย่างสมจริงใน Ad Astra ภารกิจตะลุยดาว
ข่าว

ติดตาม แบรด พิตต์ ไปกอบกู้จักรวาลแบบสุดขอบอย่างสมจริงใน Ad Astra ภารกิจตะลุยดาว

นับเป็นครั้งแรกเลยที่นักแสดงตัวพ่อแห่งฮอลลีวูดอย่าง แบรด พิตต์ (Brad Pitt) จะมารับบทนักบินอวกาศ ในภาพยนตร์ไซไฟ-แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ Ad Astra ภารกิจตะลุยดาว ที่อาจขึ้นแท่นสุดยอดภาพยนตร์อวกาศแห่งปี 2019 เลยก็เป็นได้ เพราะหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ออกฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Venice Film Festival 2019 เหล่านักวิจารณ์ต่างก็ออกมาพูดในทำนองเดียวกันว่า นี่คือผลงานการกำกับชิ้นโบว์แดงของ เจมส์ เกรย์ (James Gray) และการแสดงอันเหนือชั้นของ แบรด พิตต์ นั้นอยู่ในระดับที่เรียกว่าได้ลุ้นรางวัลออสการ์อย่างแน่นอน ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของ รอย แม็คไบรด์ นักบินอวกาศผู้เคยประสบอุบัติเหตุระหว่างการทำหน้าที่อยู่บนสถานีอวกาศ แต่ไม่วายได้รับภารกิจให้กลับไปสู่ดินแดนอันเวิ้งว้างนั้นอีกครั้ง เพื่อค้นหาความลับเบื้องหลังการหายไปของพ่อแท้ๆ ของเขา แต่ยิ่งการค้นหาถลำลึกลงไปเท่าไร เขากลับค้นพบความจริงที่พร้อมจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติไปตลอดกาล ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้เราจะได้เห็น แบรด พิตต์ ไปไกลยิ่งกว่าที่เราเคยเห็น และต้องมาคอยดูกันว่าความลับที่เกี่ยวพันกับการหายไปของพ่อของเขาคืออะไร       นอกจากเนื้อเรื่องที่น่าตื่นเต้นชวนติดตามแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าสนใจก็คือชั้นเชิงการกำกับของ เจมส์ เกรย์ ผู้พิถีพิถันในเรื่องของความสมจริง เจ้าของภาพยนตร์ขวัญใจนักวิจารณ์อย่าง The Immigrant (2013) ที่กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ออกมาสมจริงมากๆ ถึงขนาดที่ แบรด พิตต์ พูดถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับเจมส์ไว้ว่า “ผมเป็นเพื่อนกับเจมส์มาเป็นสิบๆ ปี ผมได้เฝ้าดูผลงานของเขาและหลงรักการสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ของเขามาตลอด ภาพยนตร์ทุกเรื่องของเขาถูกเล่าผ่านความรู้และความหลงใหลในภาพยนตร์อย่างแท้จริง มัน

Farewell Song บทเพลงอำลาของวงดนตรีที่ ‘พัง’ แล้วแยกวง
ข่าว

Farewell Song บทเพลงอำลาของวงดนตรีที่ ‘พัง’ แล้วแยกวง

หนังแอบรักเพื่อนที่คนแอบรักเพื่อนหรือเคยแอบรักเพื่อนดูแล้วจะต้องรู้สึกอินราวกับเป็นเรื่องราวของตัวเอง

บทสัมภาษณ์ใหม่ล่าสุด

Mounia Meddour เจ้าของภาพยนตร์สัญชาติแอลจีเรียที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์
Movies

Mounia Meddour เจ้าของภาพยนตร์สัญชาติแอลจีเรียที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์

พูดคุยกับผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Papicha

‘ปูริดา ธีระพงษ์’ เชฟหญิงแกร่งกับบทบาทที่ชอบที่สุดในชีวิตคนทำอาหาร
Restaurants

‘ปูริดา ธีระพงษ์’ เชฟหญิงแกร่งกับบทบาทที่ชอบที่สุดในชีวิตคนทำอาหาร

คุยกับเชฟหญิงแกร่งที่ทำมาแล้วทุกอย่างในฐานะคนทำอาหาร กับบทบาทใหม่ที่เธอบอกว่า 'ชอบที่สุด'

คุยกับเจ้าของโฮสเทลน้องใหม่ย่านอิสรภาพ ที่ชวนลดขยะง่ายๆ โดยเริ่มที่ตัวเรา
Hotels

คุยกับเจ้าของโฮสเทลน้องใหม่ย่านอิสรภาพ ที่ชวนลดขยะง่ายๆ โดยเริ่มที่ตัวเรา

Calmback Home โฮสเทลและคาเฟ่เล็กๆ ที่คิดใหญ่เพื่อโลกโดยการลดการใช้พลาสติกให้ได้มากที่สุดด้วยแนวคิด Zero Waste

ท่องโลกกว้างผ่านตัวหนังสือไปกับสองพี่น้อง 'ประกอบสันติสุข' ที่ World at the Corner
Shopping

ท่องโลกกว้างผ่านตัวหนังสือไปกับสองพี่น้อง 'ประกอบสันติสุข' ที่ World at the Corner

เรื่องราวเบื้องหลังการทำร้านหนังสือในฝันที่เริ่มต้นจากศูนย์

กิน เที่ยว ชิล ตามย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ