Time Out จุดเริ่มต้นของชีวิตดีๆ ในกรุงเทพฯ

ร้านอาหาร บาร์ ร้านกาแฟ ปาร์ตี้ อีเวนต์ และกิจกรรมอีกมากมายในกรุงเทพมหานคร

[VDO] Time Out Quick Meal: สปาเกตตี้เด็ก Sweet Pista
Restaurants

[VDO] Time Out Quick Meal: สปาเกตตี้เด็ก Sweet Pista

เชฟโด่งจาก Sweet Pista สอนทำเมนูพาสต้าแบบง่ายๆ

12 ร้านพิซซ่าหลากสไตล์ พร้อมส่งแป้งอบชีสร้อนๆ ให้เรากินถึงบ้าน
Restaurants

12 ร้านพิซซ่าหลากสไตล์ พร้อมส่งแป้งอบชีสร้อนๆ ให้เรากินถึงบ้าน

เชื่อว่าพิซซ่าเป็นเมนูแฮปปี้มีลประจำครอบครัวของหลายๆ คนอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าวันธรรมดาหรือวันพิเศษ หากคิดถึงเมนูที่ทุกคนสามารถกินด้วยกันได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พิซซ่าคงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่เราจะนึกถึง อีกทั้งความอร่อยยามได้กัดแป้งอบร้อนๆ พร้อมกับชีสและหน้าท็อปปิ้งในดวงใจแล้ว ก็ทำให้ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งได้ไม่ยากเลยจริงๆ และตอนนี้หากใครกำลังเบื่อหน่ายกับการอยู่บ้าน รู้สึกอยากเติมความสุขให้ตัวเองสักหน่อย เราแนะนำให้เปิดหนังที่ชอบรอไว้ แล้วให้เลือกสั่งพิซซ่าจาก 12 ร้านที่เราคัดมาแล้วว่าน่าสนใจ (และกินคนเดียวได้) แถมยังพร้อมส่งแบบร้อนๆ ถึงประตู ให้เรานั่งกินไปดูหนังไปอย่างเพลิดเพลิน

รถเมล์เที่ยวสุดท้ายเมื่อไหร่บ้าง? หลังจากองค์การขนส่งฯ ปรับเวลาเดินรถเนื่องจากเคอร์ฟิว
ข่าว

รถเมล์เที่ยวสุดท้ายเมื่อไหร่บ้าง? หลังจากองค์การขนส่งฯ ปรับเวลาเดินรถเนื่องจากเคอร์ฟิว

หลังจากมีการประกาศช่วงเวลาเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกนอกที่พักอาศัยหรืองดเดินทาง ในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. โดยมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 เมษายนนี้ เป็นต้นไป ทำให้หลายส่วนต้องปรับเวลาทำการเพื่อให้สอดคล้องตามคำสั่งของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงองค์การขนส่งทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และรถโดยสารสาธารณะด้วย ดังนั้น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จึงปรับเวลาเดินรถเมล์ทุกประเภทจากเวลาปกติ เป็นเวลาใหม่คือ 05.00 - 21.00 น. ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป นอกจากนั้น นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ก็ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ ให้ปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการรถโดยสารเป็นเวลา 05.00 - 21.00 น. เช่นกัน โดยสามารถตรวจสอบช่วงเวลาเดินรถแต่ละสายได้ ดังนี้ รถออกจากต้นทางเวลา (04.00 - 18.00 น.) สาย 538 มรท.ธัญบุรีคลอง 6 - รพ.สงฆ์ รถออกจากต้นทางเวลา (04.00 - 19.00 น.) สาย 522 รังสิต - อนุสาวรีย์ชัย รถออกจากต้นทางเวลา (05.00 - 18.00 น.) สาย 2 สำโรง - ปากคลองตลาดสาย 2ก เมกาบางนา - ศูนย์สิริกิติ์สาย 23 สำโรง - เทเวศร์สาย 23ก เมกาบางนา - ประตูน้ำสาย 25 ปากน้ำ - ท่าช้างสาย 45 สำโรง - สี่พระยาสาย 102 ปากน้ำ - เซ็นทรัลพระราม3สาย 142 ปากน้ำ - แสมดำสาย 145 ปากน้ำ - หมอชิต 2สาย 207 ม.รามฯ1 - ม.รามฯ2สาย 508 ปากน้ำ - ท่าราชวรดิฐสาย 511 ปากน้ำ - สายใต้ใหม่สาย 536 ปากน้ำ - หมอชิต2 รถออกจากต้นทางเวลา (05.00 - 18.30 น.) สาย 36ก สวนสยาม - อนุสาวรีย์ชัยฯสาย 68 แสมดำ - บางลำพูสาย 76 แสมดำ - ประตูน้ำสาย 73ก สวนสยาม - สะพานพุทธสาย 105 มหาชัยเมืองใหม่ - คลองสานสาย 140 แสมดำ - อนุสาวรีย์สาย 141 แสมดำ - จุฬาฯสาย 178 วงกลมสวนสยาม - นวมินทร์สาย 191 เคหะคลองจั่น - กระท

รวมซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดช่องแคชเชียร์พิเศษ เพื่อผู้สูงวัยและกลุ่มจำเป็นโดยเฉพาะ
Shopping

รวมซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดช่องแคชเชียร์พิเศษ เพื่อผู้สูงวัยและกลุ่มจำเป็นโดยเฉพาะ

นับเป็นเรื่องน่าชื่นชมที่ได้เห็นซูเปอร์มาเก็ตหลายแห่งให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ใช้บริการพิเศษ ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย และอาจส่งผลให้มีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป ซึ่งก็คือ ผู้สูงวัย ผู้พิการ และสตรีมีครรภ์ ด้วยเหตุนั้นเอง ซูเปอร์ฯ ที่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ จึงจัดให้มีช่วงเวลาพิเศษและช่องแคชเชียร์พิเศษ ที่ให้บริการลูกค้ากลุ่มสำคัญนี้โดยเฉพาะ

9 ร้านกับเมนูข้าวผัดที่ต้องสั่ง สำหรับคนอยากกินรสชาติทำเองที่บ้านไม่ได้
Restaurants

9 ร้านกับเมนูข้าวผัดที่ต้องสั่ง สำหรับคนอยากกินรสชาติทำเองที่บ้านไม่ได้

เราคิดว่าเมนู ข้าวผัด ต้องเป็นคอมฟอร์ทฟู้ดอันดับหนึ่งในใจของหลายๆ คนแน่นอน เรียกได้ว่ากินตั้งแต่จำความได้จนโตขึ้นมาก็ยังไม่เบื่อสักที แถมยิ่งได้ลองยิ่งค้นพบเสน่ห์ว่า ข้าวผัดเป็นเมนูที่ไม่มีสูตรตายตัวเลยจริงๆ เพราะเราสามารถผัดข้าวกับอะไรก็ได้ เพียงแค่ไม่ลืมจุดสำคัญคือการผัดให้เม็ดข้าวคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรสจนทั่ว และหอมกลิ่นกระทะอันเป็นเอกลักษณ์ แม้ฟังดูเป็นเมนูที่ทำกินได้ง่ายๆ แต่เชื่อว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากหยิบตะหลิว เขย่ากระทะผัดข้าวเองทุกวัน เราจึงขอเสนอเมนูข้าวผัดจาก 9 ร้านดัง ที่คัดมาแล้วว่าเชี่ยวชาญเรื่องการผัดข้าวจริงๆ!

อัปเดตข่าวในกรุงเทพฯ และรอบโลก

รีวิวร้านอาหารและคาเฟ่ล่าสุดในกรุงเทพฯ

Tan Kun (ท่านขุน)
Restaurants Order delivery

Tan Kun (ท่านขุน)

ร้านเนื้อในบรรยากาศครัวไทย สมัยรัชกาลที่ 5 สัมผัสถึงบรรยากาศย้อนยุคได้ตั้งแต่หน้าร้านที่ตกแต่งด้วยใบจากและแคร่ไม้ สามารถมองเห็นพื้นที่ด้านในและขั้นตอนการปรุงเนื้อได้ผ่านบานกระจกใส ท่านขุน เกิดจากความรักในการทำอาหารของ คุณเบ็น ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของและเชฟประจำร้านท่านขุน ร่วมกับหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งคือ คุณตุ้ย ที่เป็นคนชอบกินเนื้ออยู่แล้ว เมื่อทั้งสองคนตัดสินใจจะเปิดร้านอาหารดีๆ ขึ้นมาสักร้านหนึ่ง จึงเลือกตัวชูโรงเป็น เนื้อไทย ที่คัดเลือกมาจากฟาร์มหลายแห่งจนเจอเนื้อที่ดีที่สุด แม้ตอนนี้ร้านจะมีพื้นที่จำกัด แต่ก็น่าประทับใจที่ค่อนข้างใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การตกแต่งที่ใช้โคมไฟทำจากไม้สาน ผนังร้านแบบเก่าก่อน และโต๊ะเก้าอี้ที่เข้าคอนเซ็ปต์ย้อนยุค แถมมีเพลงไทยเดิมเปิดคลอสร้างบรรยากาศให้ฟังตลอดมื้อด้วย เพราะร้านตั้งใจให้เรารู้สึกราวกับได้มานั่งกินเนื้อชั้นดีอยู่บนเรือนท่านขุนนั่นเอง สำหรับรสชาติอาหาร คุณเบ็นเป็นคนคิดสูตรขึ้นเองทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบ รวมถึงการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและออร์แกนิกด้วย อีกทั้งร้านยังมั่นใจในเมนูกะเพราจนสร้างแฮชแท็กขึ้นว่า #กะเพราใครว่าเด็ดเสร็จท่านขุน ดังนั้น ใครที่ชื่นชอบกะเพราคงต้องมาลองกันหน่อย แนะนำให้สั่ง กะเพราเนื้อชาร์โรเล่ส์ไซส์ออกญา (320 บาท) หรือ ข้าวกะเพราหมูตังเม (95 บาท) ลองชิมแล้วได้กลิ่นกะเพราชัดเจนแน่นอน ส่วนเนื้อซึ่งเป็นตัวเด่นของร้านใช้เนื้อพันธุ์ไทย มีหลายส่วนให้เลือกในเมนู ซึ่งเราสามารถเลือกระดับความสุกที่ชอบได้ จานแรกที่อยากแนะนำและส่วนตัวชอบเป็นพิเศษคือสเต็ก ทีโบนเเจ้าพระยา (970 บาท) เสิร์ฟพร้อมผักเคียงและดอกเกลือให้กินคู่กันเพื่อชูรส เนื้อปรุงสุกจนนุ่มกำลังดี กินคู่กับซอสแจ่วทำเอาติดใจสุดๆ แต่ถ้าใครกลัวก

Order delivery
Yuzu Sushi
Restaurants

Yuzu Sushi

ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมียมใจกลางสยาม บรรยากาศภายในตกแต่งให้ความรู้สึกแบบญี่ปุ่น อีกทั้งมีบริเวณกว้างจึงดูโปร่งสบาย ส่วนโต๊ะก็แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างดี ทำให้มานั่งรับประทานแล้วได้ความเป็นส่วนตัว Yuzu Sushi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือเดียวกับร้าน Yuza Ramen และ Yuza Omagase ที่ตัดสินใจเปิดแบรนด์นี้ขึ้นมาเพื่อชูความโดดเด่นด้านเมนูซูชิโดยเฉพาะ ทว่าร้านก็มีเมนูสไตล์ญี่ปุ่นอื่นๆ อีกหลายเมนูเช่นกัน อาทิ ซาชิมิ ข้าวหน้า และเบนโตะ อีกทั้งเมนูอาหารของที่นี่ยังพรีเมียมและหลากหลายขึ้นกว่าเมนูที่ร้านราเมนซึ่งหลายคนอาจเคยได้ลองกันมาแล้ว วัตถุดิบที่ร้านเลือกใช้รับรองว่าสดใหม่และมีคุณภาพ ทุกจานเสิร์ฟมาพร้อมการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นดูน่ารับประทาน บางเมนูเสิร์ฟมาบนถาดไม้ดูดี หรือจะเป็นกล่องเบนโตะก็ดูสวยงามไม่แพ้กัน ส่วนเมนูอาหารก็มีทั้งเหมาะกับคนมากินเป็นกลุ่มเล็กไปจนถึงกลุ่มใหญ่ เริ่มต้นกันที่เมนู แซนด์วิชกรอบไส้ปลาทูน่าและแซลมอน (360 บาท) ใช้ข้าวปั้นเป็นทรงสามเหลี่ยมก่อนโรยเกล็ดขนมปังกรอบจนพูน เกี๊ยวซ่ารวมไส้ (140 บาท) เกี๊ยว 3 รสชาติกับแป้งบางกรอบ และเมนูที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ โรลเนื้อวากิวและตับห่าน (1,390 บาท) เนื้อวากิวชั้นดีท็อปด้วยฟัวกราส์ เสิร์ฟพร้อมไข่ดิบแปะทองคำและเกล็ดขนมปังกรอบ กินแล้วได้รสชาติถูกปากและสัมผัสที่หลากหลาย เมนูซูชิเซ็ตสามารถทำให้เราประทับใจได้หลายคำ อย่างใน เซ็ตซูชิเผาไฟ 5 อย่าง (420 บาท) และ เซ็ตยูซุเบนโตะ 2 (1,250 บาท) เราจะได้ลิ้มลองแซลมอนเนื้อนุ่มลิ้น ทูน่าบลูฟิน เป่าฮื้อ เอ็นกาวะ โฮตาเตะ และปลาไหลรสชาติดี รับรองกินแล้วเพลิดเพลินในทุกคำ สามารถสั่ง ซุปกา (150 บาท) มาดื่มสลับเพื่อล้างรสชาติก่อนขึ้นคำใหม่ด้วยก็ได้นะ หากเป็นเมนูกินเดี่ยว แนะนำให้ลอง ด้งปลาไหล (495 บาท) หรือ

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
Took Pak (ถูกปาก)
Restaurants

Took Pak (ถูกปาก)

ร้านอาหารบรรยากาศและรสชาติสุดอบอุ่น แต่ละเมนูปรุงด้วยรสชาติราวกับทำกินเองในครอบครัว ร้านถูกปาก อยู่ในโครงการสเตเดียมวัน เป็นร้านชื่อดังจากจังหวัดลำปางที่ตัดสินใจย้ายมาเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ โดยเปลี่ยนบรรยากาศจากร้านเดิมให้อบอุ่นขึ้น ดูสนุกและทันสมัยขึ้น แต่ยังคงความเฟรนด์ลีราวกับผู้มากินอาหารที่ร้านคือคนในครอบครัวเช่นเดิม การตกแต่งร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น เลือกใช้สีและโต๊ะลายหินอ่อนที่ให้ความรู้สึกสนุก เข้ามาแล้วสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเป็นกันเองเหมือนมานั่งกินอาหารบ้านเพื่อน ส่วนโต๊ะก็มีหลายขนาดเพื่อตอบโจทย์ทั้งคนมาเดี่ยวหรือมาเป็นกลุ่ม เช่นเดียวกับเมนูอาหารที่ร้านตั้งใจเสิร์ฟทั้งแบบจานเดียวและแบบแชร์กินด้วยกัน อีกข้อเด่นของร้านคือ แม้จะสั่งอาหารหลายอย่างแต่รับรองว่าไม่ต้องรอนาน เพราะร้านใช้วิธีจัดการครัวเหมือนในต่างประเทศ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยหากอาหารจะมาเสิร์ฟร้อนๆ จนเต็มโต๊ะในเวลาเดียวกัน เมนูที่เราอยากแนะนำเป็นพิเศษ ยำคอหมูทอด (250 บาท) เนื้อคอหมูนุ่มๆ ทอดจนด้านนอกกรอบ หั่นชิ้นบางกำลังดี กินคู่กับน้ำยำแล้วเข้ากันจนหยุดกินไม่ได้ อีกเมนูคือ ข้าวผัดกองทัพปู (350 บาท) ข้าวเม็ดสวยผัดจนหอมกลิ่นกระทะ ท็อปด้านบนด้วยกองทัพปูชิ้นโตๆ เป็นอีกเมนูห้ามพลาด เมนูน่าลองเมนูอื่น อาทิ ไข่เจียวปูก้อน (280 บาท) ไข่เจียวก้อนฟูๆ ด้านในเต็มไปด้วยปูเป็นชิ้น ผัดสามเหม็น (180 บาท) วุ้นเส้นผัดกระเทียมโทน ชะอม และสะตอ พร้อมกับกุ้งที่เนื้อสุกกำลังดี ปูจ๋า (320 บาท) เมนูโปรดของเจ้าของร้าน จานนี้ก็รสชาติดีจนกินแค่ 2 ชิ้นอาจไม่จุใจ หากนับอายุตั้งแต่เปิดร้านแรก ถูกปากมีอายุเพียง 3 ปีเท่านั้น ทว่าได้รับรางวัลรีวิวอันดับ 1 ของลำปางติดกัน 2 ปีซ้อนตั้งแต่เปิดให้บริการในปีแรก การเปิดร้านใหม่ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย

The Map
Restaurants

The Map

ห้องอาหารอยู่ภายในชั้น 2 ของโรงแรม Mestyle Museum Hotel ที่มีคอนเซ็ปต์ในการออกแบบเป็น โรงแรมของนักสะสม การตกแต่งจึงเน้นความเป็นอาร์ตติสท์และเต็มไปด้วยของสะสมจริงที่นักสะสมคนหนึ่งเก็บรวบรวมไว้มาทั้งชีวิต ห้องอาหารเน้นใช้แสงสว่างจากธรรมชาติในตอนกลางวัน ล้อมรอบด้วยกระจกใสที่แบ่งบริเวณรับประทานอาหารด้านในและด้านนอก ซึ่งในตอนเช้าห้องอาหารนี้จะเป็นส่วนรับประทานอาหารเช้าของผู้มาเข้าพักในโรงแรมด้วย ห้องอาหาร The Map เปิดต้อนรับให้ทุกคนเข้ามาลองชิมอาหารสไตล์ไทยทวิสต์ได้ ซึ่งแต่ละเมนูรังสรรค์โดย เชฟเนตรอำไพ สาระโกเศศ หนึ่งในกรรมการรับเชิญที่เราได้เห็นกันบ่อยๆ จากรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ดังนั้นเรื่องรสชาติรับรองว่าต้องถูกปากใครหลายคนอย่างแน่นอน แนะนำเมนูแรกเป็น ข้าวโพดทอด (120 บาท) ของกินเล่นกรุบกรอบหอมกลิ่นทรัฟเฟิลชัดเจนในทุกคำ กินคู่กับ สลัดส้มโอปลาหมึกฉีก (240 บาท) ที่มีรสเปรี้ยวหวานกำลังดีแล้วก็เข้ากันไม่น้อย จานต่อมาเป็น มะตะบะผักโขมอบชีส (180 บาท) แป้งบางๆ ห่อผักโขมด้านใน ราดด้วยชีสและซอสขาวจนชุ่ม เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนๆ ตักแล้วชีสละลายยืดก็น่ารับประทานไม่เบา อาจตัดเลี่ยนด้วย แกงส้มเปลือกแตงโม (240 บาท) แกงรสเผ็ดอ่อนๆ ใส่เนื้อปลาแซลมอนเต็มคำ หากใครอยากกินอาหารจานเดียวก็แนะนำ บุรียานีไก่ (200 บาท) ข้าวบุรียานีรสเข้มข้นสไตล์อินเดีย พร้อมชิ้นไก่ทันดูริ เสิร์ฟมาในหม้อร้อนๆ เปิดฝาขึ้นมาแล้วได้กลิ่นหอมเครื่องเทศชัดเจน กินกับน้ำจิ้มหมกไก่แบบไทยมุสลิมแล้วถูกปากอยู่เหมือนกัน อีกเมนูแนะนำให้ลองคือ เนื้อย่าง (320 บาท) เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนฉ่า ทว่าเนื้อสุกและนุ่มกำลังดี ห้องอาหาร The Map เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-24.00 น. หากใครอยากลองชิมรสชาติที่ออกแบบโดยเชฟมีฝีมือก็ต้องไปลองกันสักหน่อย

Atomicpills
Restaurants

Atomicpills

ท่ามกลางย่านอารีย์ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านกาแฟชิคๆ เราเชื่อว่าร้านนี้เป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่เสิร์ฟเมนูดีต่อสุขภาพมากที่สุดในย่านนี้แห่งหนึ่งเลย Atomicpills คาเฟ่สีเหลืองโดดเด่น ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เดียวกับศูนย์รวมคลินิก ซอยพหลโยธิน 5 ซึ่งเราว่าก็เข้ากับตัวตนของร้านอยู่เหมือนกัน เพราะคาเฟ่นี้มีเจ้าของเป็นหมอถึง 3 คน นั่นก็คือ หมอตั้ม-ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข คุ้นเคยกันดีจากรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ซีซั่น 2 และ All Star ร่วมกันกับ หมอเบนซ์-บริวัฒน์ สันติภาษ และ หมอเอิร์ท-กฤตยชญ์ พัชนี หมอตั้มเป็นตัวแทนเล่าถึงคาเฟ่นี้ให้ฟังว่า เริ่มต้นจากนำความฝันของหมอทั้ง 3 คนมารวมกัน คือหมอเอิร์ธที่อยากเปิดร้านกาแฟ หมอเบนซ์อยากทำธุรกิจร้านอาหาร และตัวเองที่อยากทำขนมสุขภาพ จึงเกิดเป็นคาเฟ่นี้ที่ต้องการให้ทุกคนสามารถมานั่งดื่มกาแฟ กินขนม ได้อย่างสบายใจและไม่ทำร้ายสุขภาพนั่นเอง ส่วนคอนเซ็ปต์ร้านทำให้คาเฟ่นี้ดูสนุกขึ้นมา เพราะนอกจากการตกแแต่งให้คล้ายกับหลุมหลบภัยระเบิด (ที่ปล่อยลงมาเพื่อทำลายล้างความคิดแง่ลบต่อของหวาน) บรรยากาศในร้านยังจำลองให้คล้ายกับคลินิกจ่ายยาด้วย โดยมีพนักงานสวมชุดราวกับแพทย์ผ่าตัดคอยดูแลพวกเรา  ส่วนคาเฟ่นี้จะดีต่อสุขภาพขนาดไหน เราจะเล่าให้ฟัง ทุกเมนูในร้านถูกคิดคำนวณมาแล้วอย่างดี ทั้งเรื่องสารอาหารที่ครบถ้วน และแคลอรี่จากวัตถุดิบมีคุณภาพ เริ่มจากเครื่องดื่มที่ใครไม่ชอบกินหวานเราเชื่อว่าต้องถูกใจ เพราะทุกเมนูเริ่มต้นความหวานที่ 0% นั่นหมายความว่าไม่มีการใส่น้ำตาลเพิ่มเลย หรือหากใช้จะเป็นน้ำตาลหญ้าหวานที่ดีต่อสุขภาพแทน อาทิ Mixed Berries Yogurt Smoothie (150 บาท) ใช้โยเกิร์ตโฮมเมดที่ร้านบ่มเองจากเครื่องซูวี เช่นเดียวกับแยมโฮมเมดที่ไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มเลย ส่วนอีกสิ่งที่เราอยากให้สั

Time Out พูดว่า
5 จาก 5 ดาว
Beast & Butter
Restaurants

Beast & Butter

ร้านเบอร์เกอร์แห่งใหม่ที่ส่งตรงความอร่อยจากย่านนิมมานฯ สู่ใจกลางทองหล่อ Beast & Butter อาจเรียกว่าเป็นร่างแยกของ Beast Burger ร้านเบอร์เกอร์อันเลื่องชื่อจากเชียงใหม่ก็ว่าได้ โดยจุดเริ่มต้นของทั้งหมดเกิดจากการเปิดฟู้ดทรัคเบอร์เกอร์เมื่อปี 2014 ซึ่งผลตอบรับก็ดีเยี่ยมจนสามารถเปิดเป็นร้านเบอร์เกอร์ได้อย่างจริงจังภายใน 2 ปี หลังจากนั้นในปี 2020 ก็ตัดสินใจเดินทางลงมาถึงกรุงเทพฯ ด้วยเมนูเบอร์เกอร์และสเต็กที่อัพเกรดให้พรีเมียมขึ้นกว่าเดิม หากเข้ามาในซอยทองหล่อ 10 จะสังเกตเห็นร้านได้ไม่ยาก ด้วยสีเหลืองโดดเด่นและโลโก้รูปเบอร์เกอร์ปีศาจที่ดูท้าทายให้เราเข้าไปเผชิญหน้า เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ค่อนข้างเป็นกันเอง เหมาะกับการนัดเพื่อนมานั่งแฮงค์เอาท์พูดคุยอัพเดตชีวิต พร้อมกินเบอร์เกอร์และจิบเบียร์สดกันแบบชิลๆ เราชอบที่ร้านแบ่งที่นั่งเป็นหลายสัดส่วน ทำให้ไม่ว่าจะมาคนเดียวหรือมาเป็นกลุ่มก็เลือกที่นั่งกินได้อย่างไม่เคอะเขิน ความลงตัวของเบอร์เกอร์ร้านนี้ อยู่ที่ขนมปังที่เชฟประจำร้านคำนวณสัดส่วนให้มีเนื้อสัมผัสแบบ Brioche ที่ไม่แน่นจนเกินไปและยังคงหอมกลิ่นเนย เมื่อกินคู่กับเนื้อและไส้แต่ละชั้นแล้วเข้ากันอย่างดิบดี แถมผักที่ร้านใช้ก็เป็นแบบออร์แกนิกอีกด้วยนะ เบอร์เกอร์แพตตี้มีให้เลือก 2 ชนิดคือ เนื้อวัวและเนื้อหมู สามารถเลือกระดับความสุกที่ต้องการได้ สำหรับเมนูแนะนำว่าต้องลองคือ Bacon Mushroom (250 บาท) เบอร์เกอร์คลาสสิกยอดนิยม ประกบด้วยแพตตี้สุกกำลังดี ท็อปด้วยสวิซชีส หอมคาราเมลไลซ์ ซอเต้เห็ด และเบคอน ต่อมาเป็นเบอร์เกอร์มังสวิรัต Veggie Beast (230 บาท) แพตตี้ไร้เนื้อสัตว์ที่ร้านคิดค้นส่วนผสมขึ้นมาเอง ตามด้วยเชดดาร์ชีส หอมคาราเมลไลซ์ สาหร่ายกรอบ และซอสสูตรเฉพาะของร้าน สำหรับเ

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
ร้านอาหารและคาเฟ่อื่นๆ ในกรุงเทพ

รวมร้านอาหารและคาเฟ่ที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ

12 ร้านพิซซ่าหลากสไตล์ พร้อมส่งแป้งอบชีสร้อนๆ ให้เรากินถึงบ้าน
Restaurants

12 ร้านพิซซ่าหลากสไตล์ พร้อมส่งแป้งอบชีสร้อนๆ ให้เรากินถึงบ้าน

เชื่อว่าพิซซ่าเป็นเมนูแฮปปี้มีลประจำครอบครัวของหลายๆ คนอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าวันธรรมดาหรือวันพิเศษ หากคิดถึงเมนูที่ทุกคนสามารถกินด้วยกันได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พิซซ่าคงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่เราจะนึกถึง อีกทั้งความอร่อยยามได้กัดแป้งอบร้อนๆ พร้อมกับชีสและหน้าท็อปปิ้งในดวงใจแล้ว ก็ทำให้ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งได้ไม่ยากเลยจริงๆ และตอนนี้หากใครกำลังเบื่อหน่ายกับการอยู่บ้าน รู้สึกอยากเติมความสุขให้ตัวเองสักหน่อย เราแนะนำให้เปิดหนังที่ชอบรอไว้ แล้วให้เลือกสั่งพิซซ่าจาก 12 ร้านที่เราคัดมาแล้วว่าน่าสนใจ (และกินคนเดียวได้) แถมยังพร้อมส่งแบบร้อนๆ ถึงประตู ให้เรานั่งกินไปดูหนังไปอย่างเพลิดเพลิน

9 ร้านกับเมนูข้าวผัดที่ต้องสั่ง สำหรับคนอยากกินรสชาติทำเองที่บ้านไม่ได้
Restaurants

9 ร้านกับเมนูข้าวผัดที่ต้องสั่ง สำหรับคนอยากกินรสชาติทำเองที่บ้านไม่ได้

เราคิดว่าเมนู ข้าวผัด ต้องเป็นคอมฟอร์ทฟู้ดอันดับหนึ่งในใจของหลายๆ คนแน่นอน เรียกได้ว่ากินตั้งแต่จำความได้จนโตขึ้นมาก็ยังไม่เบื่อสักที แถมยิ่งได้ลองยิ่งค้นพบเสน่ห์ว่า ข้าวผัดเป็นเมนูที่ไม่มีสูตรตายตัวเลยจริงๆ เพราะเราสามารถผัดข้าวกับอะไรก็ได้ เพียงแค่ไม่ลืมจุดสำคัญคือการผัดให้เม็ดข้าวคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรสจนทั่ว และหอมกลิ่นกระทะอันเป็นเอกลักษณ์ แม้ฟังดูเป็นเมนูที่ทำกินได้ง่ายๆ แต่เชื่อว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากหยิบตะหลิว เขย่ากระทะผัดข้าวเองทุกวัน เราจึงขอเสนอเมนูข้าวผัดจาก 9 ร้านดัง ที่คัดมาแล้วว่าเชี่ยวชาญเรื่องการผัดข้าวจริงๆ!

14 ร้านอาหารเกาหลีพร้อมส่งเดลิเวอรี่ สำหรับคนอยากดูซีรีส์อินๆ ในวันหยุด
Restaurants

14 ร้านอาหารเกาหลีพร้อมส่งเดลิเวอรี่ สำหรับคนอยากดูซีรีส์อินๆ ในวันหยุด

เชื่อว่าไม่ใช่แค่เราคนเดียวแน่ๆ ที่ดูซีรีส์เกาหลีแล้วมักจะหิวขึ้นมา แต่ขอโยนความผิดให้ตัวละครและผู้กำกับภาพก็แล้วกันที่ถ่ายทำซีนอาหารออกมาได้น่าเอร็ดอร่อย จนทำให้เราอยากคีบเส้นบะหมี่คำโตๆ เข้าปากแบบนั้นบ้าง วันหยุดนี้เลยอยากชวนทุกคนที่มีแผนดูซีรีส์เรื่องโปรดให้มาสั่งอาหารเกาหลีกินพร้อมกันที่บ้าน (ของตัวเอง) เพื่อสร้างบรรยากาศราวกับได้หลีกหนีออกจากสิ่งเดิมๆ ผ่านรสชาติอาหารและซีรีส์บนหน้าจอ!

5 ร้านข้าวหมูทอดรสเด็ดที่กดสั่งความอร่อยผ่านแอปฯ ได้
Restaurants

5 ร้านข้าวหมูทอดรสเด็ดที่กดสั่งความอร่อยผ่านแอปฯ ได้

หมูทอดสีเหลืองทอง กรอบนอก นุ่มใน ที่ส่งกลิ่นหอมโชยมาเตะจมูกทุกครั้งที่เดินผ่านร้าน คือเมนูง่ายๆ ที่หลายคนยกให้เป็นเมนูอร่อยยืนหนึ่งในใจตลอดกาล แถมในกรุงเทพฯ ก็หากินง่ายและราคาก็เป็นมิตรอีกต่างหาก ใครคลิกเข้ามาโพสต์นี้ รู้เลยว่าต้องกำลังมองหาหมูทอดอร่อยๆ ทานอยู่แน่ๆ และนี่ก็คือลิสต์ร้านข้าวหมูทอดรสเด็ด เจ้าดังในกรุงเทพฯ ที่เราอยากแนะนำ เชื่อว่าต้องมีร้านโปรดของหลายคนรวมอยู่ด้วยแน่นอน!

รีวิวบาร์ล่าสุดในกรุงเทพฯ

Sombat Bar
Bars

Sombat Bar

บาร์ค็อกเทลที่ตั้งใจเป็นพื้นที่นั่งดื่มให้ทุกคนเดินทางมาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์อันล้ำค่ากันได้ตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืน บาร์ซ่อนตัวอยู่ด้านในบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม Mestyle Museum Hotel ย่านห้วยขวาง ด้วยคอนเซ็ปต์ของโรงแรมที่ตกแต่งเป็นโรงแรมของนักสะสม เราจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ค่อนข้างเป็นอาร์ตติสท์ และเต็มไปด้วยสิ่งของต่างๆ ที่มีคาร์แร็กเตอร์หลากหลาย สมบัติบาร์ ในตอนเช้าจะมีกาแฟให้นั่งดื่ม แต่เมื่อถึงเวลากลางคืนบรรยากาศจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยการตกแต่งราวกับเป็นเพนท์เฮาส์ของนักเดินทางที่เต็มไปด้วยประสบการณ์มากมาย เราจะรู้สึกเหมือนกำลังนั่งดื่มค็อกเทลรสชาติดีอยู่ที่บ้านเพื่อนสักคน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ให้เราเกิดสงสัย ซึ่งค็อกเทลของที่นี่อิมพอร์ตสูตรมาจากนพบุรีบาร์ที่เชียงใหม่ ดังนั้นใครเป็นแฟนคลับก็ไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่แล้วนะ ค็อกเทลของสมบัติบาร์ค่อนข้างดื่มง่าย แนะนำให้ลองสั่ง ต้มยำ (320 บาท) ที่เราจะได้กลิ่นหอมมะกรูดตั้งแต่แก้วยังไม่มาเสิร์ฟ รสชาติออกเปรี้ยวหวาน หอมเครื่องเทศแบบต้มยำตามชื่อ แก้วต่อมา ธาดา (320 บาท) ผสมด้วยเบอร์เบินวิสกี้ ราสเบอร์รี่ และผลไม้อื่นๆ รสชาติหวานนุ่ม แก้วซิกเนเจอร์เป็นชื่อ สมบัติ (320 บาท) เหมาะกับคนชื่นชอบการดื่มโดยเฉพาะ เพราะแก้วนี้รสชาติแรงกว่าตัวอื่น แต่ดื่มแล้วรู้สึกมีรสหวานที่ปลายลิ้น หรือใครที่อยากดื่มแบบเบาๆ เราแนะนำให้ลอง แฟนสวย (320 บาท) ค็อกเทลเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมดาร์คช็อคโกแลต เหมาะกับการสั่งแทนขนมหวานธรรมดาปิดท้ายวัน แก้วนี้รับรองว่ากินแล้วเพลินมากๆ แถมรสชาติของค็อกเทลและไอศกรีมก็เข้ากันดีอีกด้วย ถ้าใครกำลังหาบาร์นั่งดื่มเพื่อนั่งพูดคุยกันในบรรยากาศสบายๆ และไม่เต็มไปด้วยผู้คน เราว่าที่บาร์แห่งนี

เมรัย (May Rai)
Bars

เมรัย (May Rai)

เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร แห่ง Le Du กับบาร์ใหม่ที่จับคู่ไวน์กับผัดไทยได้เท่กว่าใคร

Rabbit Hole
Bars

Rabbit Hole

บาร์โพรงกระต่ายขนาด 3 ชั้นตั้งอยู่ติดกับร้าน Ainu ดูโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบดิบๆ ตัดกับการตกแต่งที่ดูหรูหรา บาร์แห่งนี้คือสวรรค์ของคนรักวิสกี้ที่มีให้เลือกอย่างมากมาย เครื่องดื่มของที่นี่ยังเน้นการผสมผสานค็อกเทลให้เข้ากับสมุนไพร และวัตถุดิบที่ทางร้านรมควันด้วยตัวเอง จนได้ค็อกเทลที่ไม่เหมือนใครอย่าง Cosa Nostra เครื่องดื่มรุ่นเก๋าที่ทำจากคอนยัครสเชอร์รี่ ก่อนจะเสิร์ฟในแก้วกินอบกลิ่นซิการ์จนมีกลิ่นหอมไม่เหมือนที่ไหนๆ

Time Out พูดว่า
5 จาก 5 ดาว
Crimson Room
Bars

Crimson Room

กลุ่มคนผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของค็อกเทลบาร์อย่าง Rabbit Hole และ Liberation ได้ขยับขยายอาณาจักรการกินดื่มอย่างมีระดับมาสู่แจ๊สบาร์แห่งใหม่ที่ Velaa Sindhorn Village บนถนนหลังสวน ในคอนเซ็ปต์โรงละครที่ราวกับหลุดมาจากยุค 20's อย่างไรอย่างนั้น โคมไฟระย้าที่ระยิบระยับไปด้วยเม็ดคริสตัลจำนวนมากถูกแขวนเอาไว้กลางห้อง มอบความหรูหราที่เข้ากันได้ดีกับเหล่าเบาะที่นั่งกำมะหยี่สีแดงสูงลดหลั่นกันคล้ายกับอัฒจันทร์ในโรงละคร มีฉากไม้สีเข้มกั้นระหว่างกันเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้แขกที่จะเข้ามาเยี่ยมเยียนโรงละครแห่งนี้ได้แบบพอดีๆ ไม่บดบังการรับชมการแสดงบนเวทีขนาดย่อม ซึ่งจะมีทั้งดนตรีแจ๊สสดจังหวะชวนโยก ดีเจจำนวนมาก และการแสดงอีกหลายรูปแบบผลัดเปลี่ยนกันมาเรื่อยๆ สร้างบรรยากาศให้เป็นโรงละครมาขนาดนี้แล้ว แน่นอนว่าเครื่องดื่มที่เสิร์ฟที่นี่ก็ยังได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการแสดงบนเวทีดำเนินอยู่ โดยแบ่งเครื่องดื่มออกเป็นหมวดหมู่ เริ่มจาก Bee Pollen (380 บาท) ค็อกเทลสีเหลืองจากเหล้าจิน Hendrick’s เหล้าสมุนไพร Yellow Chartreuse และไซรัปคาราเมลหอมหวาน ที่เสิร์ฟมาในแก้วนกน้อยน่ารัก จากหมวด 'Dim The Light' กลุ่มค็อกเทลประเภทที่ได้รับการออกแบบให้มีรสชาติสดชื่น ดื่มง่าย เหมาะกับการเริ่มต้นเมื่อเราเข้ามานั่งประจำ ณ ที่นั่ง และเตรียมตัวเพบิดเพลินไปกับการแสดงบนเวที และเมื่อม่านการแสดงถูกเปิดขึ้น ก็ถึงเวลาของค็อกเทลที่แรงขึ้นมาอีกหน่อยอย่าง Orange Jasmine (380 บาท) ซึ่งชงขึ้นจากเหล้าจิน Star of Bombay กับลูกพรุน ดอกส้ม และเหล้าไวท์มอลต์ ทำให้เราได้ผ่อนคลายพร้อมรับมือกับจังหวะโหมโรงทางการแสดงต่อไปกับ À La Menthe (380 บาท) ค็อกเทลในหมวดหมู่ 'The Strike the Band' ที่ทำขึ้นจากมาร์ตินี่ เหล้าอ

Time Out พูดว่า
3 จาก 5 ดาว
Talk of the town
Bars

Talk of the town

ทุกคืนวันศุกร์ถ้าอยากไปแฮงเอาต์หลายคนก็มักจะปักหมุดไปที่ทองหล่อและเอกมัยก่อนที่อื่นๆ เสมอ เพราะมีบาร์มีร้านให้เลือกนั่งเยอะแยะ ผู้คนก็คึกคักราวกับเมืองนี้ไม่มีใครหลับใครนอน ไปทีไรก็สนุกกับบรรยากาศที่คุ้นเคย แต่เราจะผูกขาดตัวเองกับสถานที่เดิมๆ ไปทำไม ในเมื่อทุกวันนี้มีทั้งร้านสวยๆ และบาร์น่านั่งเปิดใหม่แทบทุกตรอกซอกซอย อย่างบาร์ที่เราพามารอบนี้ก็อยู่แค่แยกพระโขนง เลยเอกมัยมานิดเดียวเอง Talk of the town คือชื่อของร้านที่เราพูดถึง ชื่อนี้มาจากความตั้งใจที่ว่าอยากให้ทุกคนที่มาที่นี่มีอะไรให้พูดถึง อยากให้ร้านเป็นที่พูดถึงแบบ Talk of the town ส่วนการตกแต่งร้านก็ชวนให้พูดคุยตั้งแต่ภาพเขียนหน้าร้านที่ภาพ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือกับประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัล ทรัมป์ นั่งซดเบียร์อยู่บนระเบิดนิวเคลียร์ เป็นการหยิกแกมหยอกที่น่ารักและทันยุคทันสมัยดีเหมือนกัน ส่วนภายในร้านถึงจะดูหรูหรา แวววาวด้วยทองแดงที่ด้านหลังบาร์ แต่ก็ยังมีความวินเทจกลืนๆ อยู่ ด้วยกระจกเก่า เก้าอี้ไม้หน้าบาร์สีเข้มๆ และเพดานที่ตั้งใจเปิดโล่งโชว์การเดินท่อและสายไฟ ส่วนที่ผนังด้านในก็จะมีภาพจากข่าวดังและบุคคลสำคัญต่างๆ แต่ละภาพก็จะมีเรื่องราวให้พูดถึงได้ไม่ซ้ำกัน เครื่องดื่มของร้านนี้มาจากการคิดค้นของ ทอมมี่ - สุวรรณ สีลี บาร์เมเนเจอร์ ดีกรีอันดับ 3 ของโลก จากการแข่งขันบาร์เทนเดอร์ที่อิตาลี จะเน้นให้คนเข้าถึงได้ง่าย แต่ละแก้วได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวรอบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นข่าว เหตุการณ์ กระแสหรือคนดัง ที่สำคัญคือวัตถุดิบแต่ละอย่างจะเน้นใช้วัตถุดิบที่ทำเอง โดยทอมมี่ย้ำกับเราว่า “เราจะไม่ซื้อของมาใส่ แต่จะซื้อของมาทำแล้วค่อยใส่” เดินเข้ามาในร้านแล้วอาจจะสะดุดตากับพื้นที่หลังบาร์ที่มีแท็บเครื่องดื่มแทนที่จะเป็นข

Littles
Bars

Littles

I’m not a secret bar ประโยคที่บาร์แห่งนี้ใช้อธิบายตัวเอง ทำให้เรารู้สึกแย้งขึ้นมาในใจทันที เมื่อเห็นทางเข้าร้านที่ออกจะลับยิ่งกว่าบาร์ที่เรียกตัวเองว่าบาร์ลับซะอีก หลังจากผลักประตูสีแดงเข้าไปจะเจอโถงทางเดินสั้นๆ ที่พาเราเข้าไปในด้านในร้าน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ เราสามารถขีดเขียนข้อความหรือเส้นสายอะไรก็ได้ตามอัธยาศัย ก่อนจะเข้าไปดื่มด่ำกับงานศิลปะชุดใหญ่ที่รออยู่ในร้าน ที่ต้องพูดถึงเรื่องศิลปะทั้งที่อยู่ในบาร์ ก็เพราะบาร์แห่งนี้ตกแต่งราวกับ Art Gallery ทุกพื้นที่ของร้าน ไล่มาตั้งแต่เพดาน ผนัง พื้น โต๊ะ เก้าอี้ บาร์ ถูกตกแต่งด้วยสีขาวล้วนๆ เหตุผลที่ต้องขาวทั้งร้านก็เพราะ Littles อยากให้ค็อกเทลทำหน้าที่เป็นสีสันของร้านนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ Signature Cocktail จึงมีชื่อเป็นสีต่างๆ คือ Scarlet (280 บาท), Shamrock (290 บาท), Bumblebee (290 บาท), Fuscia (290 บาท) ฯลฯ ซึ่งทุกแก้วจะเน้นรสชาติที่ดื่มง่าย นอกจาก Signature Cocktail แล้ว ก็ยังมีเครื่องดื่มที่แบ่งออกเป็นซีรีส์ต่างๆ เช่น Signature Littles นำเสนอคอนเซ็ปต์ของแบ็กแพ็กเกอร์ที่เดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ โดยใช้สปิริตที่มีชื่อเสียงของหลายๆ ประเทศมาเป็นเบส ราคาเริ่มต้นแก้วละ 350 บาท หรือ Littles Tasting สำหรับนักดื่มที่ชอบลองก็จะได้ลองชิมสปิริตชั้นดีจากทั่วโลกในราคา 990 บาทต่อ 3 แก้ว ค็อกเทลที่เราได้ชิมวันนี้เป็นตัวแทนจากแต่ละซีรีส์ เริ่มที่ Signature Cocktail อย่าง Shamrock (290 บาท) ใช้ Whitley neill dry gin เป็นเบสและมีส่วนผสมของน้ำฝรั่งและน้ำผึ้ง จึงได้รสเปรี้ยวหวาน ดื่มง่าย กลิ่นหอมสดชื่น Yim Siam (350 บาท) จากซีรีส์  Signature Littles ที่เบสด้วย Phraya Rum พรีเมียมรัมของไทย ผสมกับลำไยและช็อกโกแลตจึงมีทั้งความหวานและหอมแบบไทยๆ

Time Out พูดว่า
4 จาก 5 ดาว
บาร์อื่นๆ ในกรุงเทพฯ

บทสัมภาษณ์ใหม่ล่าสุด

Mounia Meddour เจ้าของภาพยนตร์สัญชาติแอลจีเรียที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์
Movies

Mounia Meddour เจ้าของภาพยนตร์สัญชาติแอลจีเรียที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์

พูดคุยกับผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Papicha

‘ปูริดา ธีระพงษ์’ เชฟหญิงแกร่งกับบทบาทที่ชอบที่สุดในชีวิตคนทำอาหาร
Restaurants

‘ปูริดา ธีระพงษ์’ เชฟหญิงแกร่งกับบทบาทที่ชอบที่สุดในชีวิตคนทำอาหาร

คุยกับเชฟหญิงแกร่งที่ทำมาแล้วทุกอย่างในฐานะคนทำอาหาร กับบทบาทใหม่ที่เธอบอกว่า 'ชอบที่สุด'

คุยกับเจ้าของโฮสเทลน้องใหม่ย่านอิสรภาพ ที่ชวนลดขยะง่ายๆ โดยเริ่มที่ตัวเรา
Hotels

คุยกับเจ้าของโฮสเทลน้องใหม่ย่านอิสรภาพ ที่ชวนลดขยะง่ายๆ โดยเริ่มที่ตัวเรา

Calmback Home โฮสเทลและคาเฟ่เล็กๆ ที่คิดใหญ่เพื่อโลกโดยการลดการใช้พลาสติกให้ได้มากที่สุดด้วยแนวคิด Zero Waste

ท่องโลกกว้างผ่านตัวหนังสือไปกับสองพี่น้อง 'ประกอบสันติสุข' ที่ World at the Corner
Shopping

ท่องโลกกว้างผ่านตัวหนังสือไปกับสองพี่น้อง 'ประกอบสันติสุข' ที่ World at the Corner

เรื่องราวเบื้องหลังการทำร้านหนังสือในฝันที่เริ่มต้นจากศูนย์

กิน เที่ยว ชิล ตามย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ