มิลค์-ภัทลดา กุลภัคธนภัทร์: "เอาจริงๆ หนูไม่ใช่คนสวยนะ"

สัมภาษณ์พิเศษของตัวแทนประเทศไทยบนเวที Miss World 2017
Phatlada Kullaphakthanaphat
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok
โดย Sopida Rodsom |
Advertising

มิลค์-ภัทลดา กุลภัคธนภัทร์ รองอันดับ 1 จากเวที Miss Thailand World 2016 ที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีการประกวด Miss World 2017 ที่เมืองซานย่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ในวันที่ 18 พฤศจิกายน Time Out Bangkok ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษก่อนเธอออกเดินทาง ที่สาวมิลค์บอกเล่าทุกเรื่องราวเกี่ยวกับนิยามความสวยในแบบตัวเอง อนาคตหลังการประกวด การรับมือกับคอมเมนต์เชิงลบ และความตั้งใจลบคำสบประมาทที่หลายคนมองว่าเธอ "ไม่สวย" เหมือนนางงามคนอื่นๆ  

 

ตอนรู้ข่าวครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนไปประกวด และงานนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ดีใจค่ะ คือก็มีรู้มาบ้าง เพราะแฟนคลับนางงามเขารู้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองเราเป็นแบบนี้ เขาเลยคิดว่าปีนี้หนูต้องได้ไปแน่ๆ เลย พอทางช่องคอนเฟิร์มจริงๆ ก็รู้สึกดีใจค่ะ รู้สึกตื่นเต้นด้วยที่ได้รับเกียรติยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ส่วนการเตรียมตัวเน้นที่เรื่องบุคลิกภาพ แต่ไม่ได้เรียนเรื่องของการเดิน การนั่ง การวางตัวอย่างเดียว คือต้องเรียนเรื่องการพูดด้วย สมมติว่าเดินออกมาสวัสดี ต้องพูดอย่างไรให้คนสนใจ คือสอนเรื่องพูดค่อนข้างเยอะ เพราะว่าหนูเป็นคนที่พูดไม่ค่อยมีพลัง พูดแล้วหมดเสน่ห์ ส่วนเรื่องการเดินแบบ ก็ต้องเรียนใหม่ด้วย เพราะหนูเดินแข็งเกินไป เราต้องตีโจทย์ของเวทีให้ออกว่าเขาชอบแบบไหน

 

พอได้มาอยู่ในวงการนางงามจริงๆ แตกต่างกับสิ่งที่เคยคิดไว้ไหม  

ก็ต่างนะคะ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หนูดีใจนะที่หนูได้เข้ามาอยู่ตรงนี้ เพราะหนูมีความรู้สึกว่าเราได้เป็นจิตอาสามากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำเยอะ ได้เปิดโลกในมุมมองใหม่ๆ เช่น การช่วยเหลือที่ภาคใต้ค่ะ ช่วยเหลือน้ำท่วมก็ไป คือเป็นคนชอบแอดเวนเจอร์อยู่แล้ว ยิ่งไปก็ยิ่งรู้สึกสนุก ล่าสุดที่ไปอุ้มผาง “ยาเหลือใช้ ต่อลมหายใจได้” ได้ไปเปิดมุมมองใหม่ๆ ว่าการใช้ชีวิตของเขามันต่างจากเรามากแค่ไหน เราโชคดีแค่ไหนแล้วที่เราอยู่จุดนี้

 

 

มิลค์อยากทำโครงการเกี่ยวกับเด็กด้วยใช่ไหม

ต้องบอกไว้ก่อนว่าหนูเป็นเด็กที่ไม่ได้โตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ คือสังคมสมัยก่อนชอบมองว่าเด็กที่มาจากครอบครัวไม่อบอุ่นจะโตมาเป็นเด็กที่ไม่ดี คือหนูเป็นตัวอย่างหนึ่งได้เลยนะ ยืนยันได้เลยนะว่าหนูเกิดจากครอบครัวที่ไม่ได้อบอุ่น แต่หนูโตขึ้นมาเป็นคนดีได้ หนูขึ้นมายืนอยู่ตรงนี้ได้เพราะว่าตัวหนูเอง แล้วก็มีคนรอบข้างที่ดีคอยให้สติ คอยเตือน และให้กำลังใจอยู่เสมอ ณ ตอนนั้นก็มีจุดหนึ่งนะที่แบบถ้าเลี้ยวผิดชีวิตจะเปลี่ยน แต่ได้คุณป้าหนูเองนี่แหละเป็นคนให้สติตลอดเวลาว่าทำอะไรนึกถึงอนาคต อย่าไปมองสิ่งรอบข้างที่มารบกวนเรา หนูเลยอาจจะดูเป็นคนแข็งไปนิด

 

ถ้าเสร็จภารกิจและส่งมอบมงกุฎให้คนถัดไปแล้ว หลังจากนี้มีแพลนอยากทำเป็นพิเศษไหม

ถ้ากลับมาแล้วมีโอกาส ก็อยากจะทำในเรื่องโครงการของยาและเรื่องของเด็กต่อ อย่างเราไปบ้านตะวันใหม่ที่ BEC-Tero จัดทุกปี หนูไปมา 2 ปีแล้วค่ะ ว่าการที่เราไปหาเขาปีละครั้งแต่เขามีความสุขมาก หนูก็เลยมีความรู้สึกว่าถ้ามีโอกาสได้จัดโครงการเป็นของตัวเองก็คงจะดี อยากเป็นตัวอย่างหรือที่ปรึกษาให้เขาว่าเราสามารถเติบโตมาเป็นคนดีด้วยสองขาของเราเองได้นะ

 

ถ้าสามารถเอาประสบการณ์มาสอนหรือบอกคนอื่นได้ อยากพูดเรื่องไหนเป็นพิเศษ

คงเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตด้วยตัวเองมากกว่า เรื่องเกี่ยวกับการตัดสินใจ ความจริงแล้วการที่เราตัดสินใจคนเดียวเองแล้วมันจะถูกต้องเสมอ ไม่ได้หมายความว่าการใช้ชีวิตคนเดียวแล้วจะต้องตัดสินใจคนเดียว เราต้องมีที่ปรึกษาที่ดี มีทางเลือกที่ดีด้วย ไม่ใช่ว่าเกิดมาอยู่ด้วยตัวเองได้แล้วจะมั่นใจ คือบางทีความคิดของเรามันไม่ได้ถูกต้องเสมอไป มันยังมีอีกหลายด้านที่คนอื่นเขามองเราอีก  

 

 

เมื่อพูดถึงเวทีนางงาม คนก็มักจะพูดถึงเรื่องความสวย คนไทยเองก็จะมีความสวยหลากหลายแบบ สำหรับมิลค์แล้วความสวยคืออะไร

เอาจริงๆ หนูไม่ใช่คนสวยนะ พูดกันตามจริงคือหนูไม่ใช่คนสวย และก็ไม่ได้มีความสวยแบบที่คนไทยเขานิยมกัน หนูมีความรู้สึกว่าความสวยมันต้องมาจากธรรมชาติของแต่ละคนมากกว่าถึงจะเรียกว่าความสวย เพราะหนูมีความรู้สึกว่าความสวยภายนอกมันตกแต่งกันได้ แต่ความสวยที่เป็นธรรมชาติหาค่อนข้างยาก หนูเลยมีความรู้สึกว่าความสวยจริงๆ มันมาจากท่าทาง หรือสิ่งที่ทำมากกว่า

 

แล้วเสน่ห์ของคนๆ นึงอยู่ที่ตรงไหน

แต่ละคนมีเสน่ห์ไม่เหมือนกันนะ หนูเนี่ยเป็นคนชอบมองผู้หญิง ยิ่งผู้หญิงคนไหนที่รู้สึกสะดุดตา เราก็ยิ่งอยากเข้าไปทำความรู้จัก บางคนมีเสน่ห์ที่คำพูด บางคนยืนเฉยๆ ก็มีเสน่ห์ บางคนหน้าเขามีเสน่ห์ อย่างหนูก็ไม่รู้นะว่าเสน่ห์ของหนูอยู่ที่ตรงไหน ผู้หญิงที่หนูชอบคือ Kim Kardashian เพราะเขามีอินเนอร์ มีพลังบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าเขาน่าสนใจ น่าดึงดูดอยู่ตลอดเวลา น่าจะเป็นที่ Attitude ของเขาด้วย

 

มีนางแบบหรือนางงามเป็นไอดอลในการทำงานหรือการใช้ชีวิตบ้างไหม

Naomi Campbell ค่ะ ด้วยความที่เขาเป็นผิวเข้มด้วยแหละ และเขาก็เดินไม่เหมือนคนอื่น เคยมีโอกาสไปเรียนกับสถาบัน SCA (Superstar College of Arts) ซึ่งครูบอกว่า เธอสังเกตดีๆ และไปแกะดูร่างนาโอมิออกมาว่าแต่ละโชว์เขาจะเดินไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้หนูรู้สึกว่าเขาน่าสนใจ อีกคนคือ Miranda Kerr ครั้งแรกที่เห็นเขาบนเวที Victoria’s Secret รู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ดึงดูดมาตั้งแต่ตอนนั้น และนางแบบอีกคนที่ชอบมากคือ Cara Delevingne คนนั้นเขาจะออกสุดเหวี่ยง สุดชีวิต สุดโลก ชอบเขามาก

 

 

Cara เองเขายังผันตัวไปเป็นนักแสดง เราอยากผันตัวไปทำงานอย่างอื่นบ้างไหม

เอาจริงๆ อยากทำสิ่งที่หนูเรียนมานะซึ่งก็คือนิเทศน์ หนูเรียนเบื้องหลังกระบวนการผลิตโทรทัศน์ คือชอบ เราเห็นทั้งเบื้องหลังการทำงานของทั้ง Ad และ TV มาแล้ว หนูมีความรู้สึกว่าเบื้องหลังมันสนุกกว่าเบื้องหน้านะ ดูวุ่นวายดี เพราะมีสถานการณ์ให้คิดอยู่ตลอดเวลา เป็นเรื่องที่ท้าทาย เลยคิดว่าถ้ากลับมาแล้วไม่ได้ทำตรงนี้ต่อก็คงแบบอยากทำเป็น Production TV หรือ Production โฆษณาประมาณนี้ เพราะตอนฝึกงานหนูก็เคยเป็นตั้งแต่ Runner ยันพิธีกร เห็นอย่างนี้หนูเป็นเด็กถือกล้องนะพี่ (หัวเราะ) ประสานงาน เป็น AE เขียนสคริปต์ เป็นครีเอทีฟ หนูก็ทำมาหมดแหละ ยกเว้นก็แค่ตัดต่อที่ทำไม่เป็นจริงๆ

 

แล้วอย่างนี้เวลาว่างเราชอบทำอะไร

ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลย (หัวเราะ) ช่วงนี้ถ้าว่างเป็นหลับ แต่ถ้าปกติจะชอบอ่านหนังสือ ชอบอ่านวรรณกรรมแปลของ Dan Brown ตั้งแต่หนูเรียนหนังสือมานะ หนูไม่ชอบอ่านหนังสือเลย แต่คุณลุงอยู่ดีๆ ก็ยื่นหนังสือ Da Vinci Code ให้ แล้วตอนนั้น ม.1 เองมั้ง เราก็ไม่อ่าน เพราะเปิดมามีแต่ตัวหนังสือ ใครจะอยากอ่าน แต่พอได้ลองอ่านแล้ววางไม่ลงเลย

 

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า มิลค์อาจจะไม่ใช่สวยตามนิยามความสวยของคนไทยส่วนใหญ่ มิลค์มีการรับมือกับคำวิจารณ์ในแย่ลบแบบนี้อย่างไรบ้าง

ก็ไม่อ่าน ... คืออ่านแหละ แต่ก็เฉยๆ คืออย่างงานล่าสุด หนูก็อยากรู้ว่า feed back ของตัวเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง คือคนที่เห็นความดีที่หนูทำมันก็มี แต่มันน้อย (หัวเราะ) มีคนเคยบอกว่าการที่เราจะเป็นคนชนะ เราต้องเป็นคนที่จิตแข็งและน้อมรับเขาได้ เวลามีคนว่าหนูไม่เห็นจะสวยเลย หน้าบ้านๆ ก็กดไลค์ ขอบคุณค่ะ (หัวเราะ) แล้วก็จะมีแบบแฟนอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ชอบเราและแสดงตนเลยว่าไม่ชอบเรา จะตามไปคอมเมนต์ว่าเราทุกอัน แรกๆ หนูอ่านหนูก็ปรี๊ดนะ แต่ปรี๊ดไปก็เท่านั้น เขาไม่รู้เรื่องด้วย พอคิดว่าอย่างน้อยก็มีคนเห็นในสิ่งที่หนูทำดี แค่นี้หนูก็สบายใจแล้ว

 

Advertising