0 รักสิ่งนี้
บันทึกข้อมูล

สัมภาษณ์พิเศษกับ Radwimps

มารู้จักกับวงร็อกจากประเทศญี่ปุ่น ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงประกอบภาพยนตร์สุดฮิต Your Name

Radwimps

ณ เวลานี้คงไม่มีวงไหนดังไปว่า Radwimps กับสมาชิก 3 หนุ่ม โยจิโร่ โนดะ (Yojiro Noda) อากิระ คุวาฮาระ (Akira Kuwahara) และยูซุเกะ ทาเคดะ (Yusuke Takeda) วงโพสต์พังก์ที่อยู่คู่กับวงการเพลงญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานหลายสิบปีที่กลับมาผงาดอย่างยิ่งใหญ่กับเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชั่นสุดฮิตแห่งปีเรื่อง Your Name ที่ทางวงแต่งเอง เล่นเอง ร้องเองทั้งเรื่อง และเผื่อตอกย้ำความสำเร็จของวงดนตรีที่ฟอร์มวงมาตั้งแต่ปี 2001 สมัยที่บรรดาสมาชิกยังเรียนมัธยมอยู่เท่านั้น  อัลบั้มใหม่ล่าสุดของพวกเขา Human Bloom จึงออกมาสร้างสีสันให้กับวงการเพลงอินดี้ญี่ปุ่นหลังทางวงประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายกับอัลบั้ม Radwimps 4: Okazu no Gohan (2006) และ Altocolony no Teiri (2009) และมีซิงเกิ้ลฮิตอย่าง Order Made และ Dada ที่คว้ารางวัลวิดีโอเพลงร็อคยอดเยี่ยมจากเวที MTV Video Music Awards Japan และ Space Shower Music Video Awards มาก่อน

 

ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหมว่า Radwimps คือใคร?

โยจิโร่: เราตั้งวงนี้ขึ้นตอนอายุได้ 15 ซึ่งนั่นก็จะประมาณ ... 16 ปีได้แล้วไหม? สำหรับสมาชิกวงในปัจจุบันเราก็เล่นด้วยกันมา 12-13 ปีแล้ว นานมากเลยล่ะ ความจริงแล้วเราเป็นวงร็อคที่ผสมผสานแนวเพลงต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เราเอาแนวเพลงที่เราชอบแล้วนำมาทำให้มันน่าสนใจในช่วงเวลานั้นๆ นี่แหละคือวิธีที่ทำให้เพลงของเราฟังดูแปลกใหม่เสมอ

 

คุณอยู่ในวงการเพลงญี่ปุ่นมากว่า 10 ปีแล้ว เพลงของคุณเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาบ้างไหม?

โยจิโร่: เราพยายามหายใจเข้าเป็น "ช่วงเวลา" แล้วกลั้น "ความรู้สึก" ก่อนจะปลดปล่อยออกมากับความคิดและช่วงเวลานั้นๆ เราอยากจะเข้าใจถึง "ช่วงเวลา" และ "บรรยากาศ" และพยายามหาทางเพื่อให้วง "สดใหม่" อยู่เสมอ

 

คุณร่วมทำงานกับภาพยนตร์เรื่อง Your Name ได้อย่างไร?

โยจิโร่: มาโกโตะ ชินไก (Makoto Shinkai) ผู้กำกับของเรื่องติดต่อเราผ่านทางโปรดิวเซอร์ เขาได้ฟังผลงานของพวกเราและเสนอให้เราทำเพลงประกอบภาพยนตร์ทั้งหมด เราทำเพลงมานากว่า 10 ปีจึงอยากหาอะไรใหม่ๆ และงานนี้ก็ฟังดูสนุกมากเลยล่ะ

 

คุณตกใจกับความสำเร็จของหนัง รวมไปถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วยไหม?

ทุกคน: แน่นอน ตกใจมากด้วย!

 

 

เพลงโปรดของพวกคุณจากเพลงประกอบภาพยนตร์คือเพลงอะไรกันบ้าง?

โยจิโร่: ของผมคือเพลง Nandemonaiya ซึ่งเป็นเพลงที่คนนิยมเอาไปร้องคัฟเวอร์กันเยอะมาก อันที่จริงแล้วผมพึ่งเห็นนักร้องไทยร้องเพลงนี้คัฟเวอร์ในทวิตเตอร์ด้วย ผมดีใจมากเวลาเห็นเพลงของตัวเองเข้าถึงวงในวงกว้าง 

ทาเคดะ: ผมเลือกเพลง Sparkle โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ได้ยินเพลงในหนัง มันเจ๋งมากเลยล่ะ

คุวาฮาระ: ผมชอบ First View of Tokyo ตอนที่ มิซึฮะ ที่อยู่ในร่างของ ทากิ มากรุงโตเกียวเป็นครั้งแรก ฉากนั้นมันสวยมากจริงๆ 

โยจิโร่: เป็นฉากที่ดีมากเลย

 

อัลบั้มใหม่ของคุณ Human Bloom พึ่งลงแผงเช่นกัน คุณช่วยเล่าเกี่ยวกับอัลบั้มใหม่ให้เราฟังหน่อยได้ไหม?

โยจิโร่: หลังจากทำงานมา 10 ปี เราตัดสินใจกลับไปสู่รากเหง้าของวง อัลบั้มนี้ก็เลยเหมือนเราทำอัลบั้มแรกออกมาใหม่ เราดีใจที่ยังได้ทำงานเพลง และใช้ความรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาจนได้ออกมาเป็นอัลบั้มนี้ที่ฟังดูสดใหม่ถึงแม้เราจะออกอัลบั้มแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และเริ่มฟอร์มวงเมื่อ 15 ปีที่แล้ว อัลบั้มนี้จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เรายังสามารถทำงานและสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมา ... อย่าลืมฟังเพลงของเรากันล่ะ

ทาเคดะ และคุวาฮาระ: ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ!!!

โยจิโร่: ผมว่ามันเป็นอัลบั้มเพลงที่เจ๋งที่สุดในญี่ปุ่นตอนนี้เลย

 

 

คุณใส่เพลง Zenzenzense และ Sparkle จากภาพยนตร์ลงไปในอัลบั้มนี้ด้วย ทำไมถึงเลือก 2 เพลงนี้ล่ะ? 

โยจิโร่: จริงๆ แล้วมันเป็นความต้องการของบริษัทเพลงน่ะ (หัวเราะ)

Takeda: ถ้าไม่นับเรื่องนั้น ... ระหว่างอัดเพลง Zenzenzense สำหรับภาพยนตร์ เราได้คิดเนื้อเพลงซึ่งพวกเราชอบมาก และอยากอัดอีกเวอร์ชั่นซึ่งกลายมาเป็นเพลงในอัลบั้ม Human Bloom นี่แหละ ส่วนเพลง Sparkle ก็เป็นการผสมผสานเวอร์ชั่นหนังกับเวอร์ชั่นเดิม ก่อนเอามาใส่ไว้ในอัลบั้มเหมือนกัน

 

เราจะมีโอกาสเจอคุณที่เมืองไทยบ้างไหม?

ทุกคน: แน่นอน เราจะไปหาคุณแน่ๆ

 

สุดท้ายนี้ หลังจากอยู่ด้วยกันมานานกว่า 10 ปี คุณมองว่าอีก 10 ปีข้างหน้า พวกคุณจะเป็นอย่างไรกันบ้าง? 

โยจิโร่: ผมว่าเราเปลี่ยนไปไม่เยอะเท่าไหร่นะ 

คุวาฮาระ: ผมก็ว่าอย่างนั้น ความเปลี่ยนแปลงจากอายุ 20 สู่ 30 อาจจะมีอยู่บ้าง แต่ถ้าจากตอนนี้คงไม่มากเท่าไหร่ ... 

โยจิโร่: ใน 10 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้เราไม่อยากจะเปลี่ยนแปลง แต่ความเปลี่ยนแปลงก็เข้ามาหาเราอยู่ดี ... เรื่องราวต่างๆ ดราม่ามากมาย แต่จากจุดนี้เป็นต้นไป เราก็เหมือน "คู่แต่งงาน" ที่พยายามจะทำให้ชีวิตมีรสชาติ ดูแลและคอยสนับสนุนซึ่งกันและกัน ผมว่าเราก็เหมือน "คู่แต่งงาน" นี่แหละ

ข้อคิดเห็น

0 comments