แก้ม-วิชญาณี กับ 10 ปีที่ผ่านมา และ 10 ปีข้างหน้าบนเส้นทางเสียงเพลง

การทำงาน คอนเสิร์ตแรก ซิงเกิ้ลใหม่ และอนาคตของ diva หญิงทรงพลังแห่งเมืองไทย

โดย Sopida Rodsom |
Advertising
Gam Wichayanee Pearklin
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

เมื่อเดือนก่อน แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น มีคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเองเป็นครั้งแรก หลังจากโลดแล่นอยู่ในวงการจวบจนปีนี้ก็ครบ 10 ปีพอดี 

Gam Concert My First Time เลยเหมือนรางวัลชีวิตจากความพยายาม จากการทำงาน จากการสร้างสรรค์ผลงานเพลงอย่างต่อเนื่องมาตลอดครบหนึ่งทศวรรษพอดีนับตั้งแต่สาวน้อยจากภูเก็ตได้ครองตำแหน่ง เดอะ สตาร์ หญิงคนแรกของไทยเมื่อปี พ.ศ. 2551

จากเวทีประกวด จนถึงเวทีคอนเสิร์ต จากนักร้องสมัครเล่น จนถึงผู้ให้เสียง Elsa ใน Frozen แก้ม-วิชญาณีใช้เวลา 10 ปีเติบโตจากเด็กน้อยเป็น diva สาวได้อย่างภาคภูมิ และซิงเกิลใหม่ "ไม่มีเธอ ไม่ตาย" ที่เธอร่วมร้องกับแร็ปเปอร์หนุ่มสุดฮ็อตแห่งยุค Twopee (โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ) ที่เพิ่งปล่อยออกมาได้ไม่กี่สัปดาห์ กับบีทใหม่ จังหวะใหม่ ภาพลักษณ์ใหม่ ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นทศวรรษที่สองในวงการของแก้มที่น่าจับตามอง

และด้วยยอดวิวเกือบ 8 ล้านวิวใน YouTube ในเวลาแค่ 4 สัปดาห์ ซึ่งนับว่ามากที่สุดในอาชีพศิลปินของเธอ ก็เรียกได้ว่าจะเป็นอีกเริ่มต้นที่ดีของเส้นทางต่อไปในอนาคตของสาวน้อยเสียงดีคนนี้ 

 

 

เพิ่งผ่านคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของตัวเองมาหมาด รู้สึกยังไงบ้าง

10 ปีได้มีสักครั้งก็ดีใจค่ะ จริงๆ แก้มก็รอโอกาสนี้มานานเหมือนกัน เหมือนแก้มได้มีโอกาสได้ไปขึ้นคอนเสิร์ตกับทาง Atime ค่อนข้างจะบ่อย ตั้งแต่ช่วงออกมาใหม่ๆ เริ่มปีที่ 2,3,4 แก้มไปเป็น guest หลายๆ คอนเสิร์ต แล้วมีคนถามตลอดว่าเมื่อไหร่เราะจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวสักทีนึง ถามกันมานานจนมีโอกาสได้ทำกับทาง Atime ก็เป็นอะไรที่ภูมิใจมาก มีความสุขมาก

        ตอนที่เราขึ้นไปร้องบนเวทีรู้สึกแบบ... ใส่สุดอะ แล้วเราสะใจมากเวลาที่เราได้ทำเต็มที่ในแบบที่เราอยากจะทำ คือทุกคนจะคาดหวังว่าแก้มจะต้องร้องโชว์พลังอย่างเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ แก้มจริงๆ เป็นยังไงก็คือคอนเสิร์ตที่ผ่านมา เราร้องเพลงเร็วได้ เราเต้นได้ เราชอบดิสนีย์ เราก็เอาดิสนีย์มาอยู่ในคอนเสิร์ตเรา (หัวเราะ) เราชอบ Girls’ Generation เราก็เอาเพลงเชามา แล้วเราก็ฝึกเปียโนช่วงเวลาเดือนนึงก่อนคอนเสิร์ต คือเราทำทุกอย่างเพื่อที่เราจะได้มีความสุข แล้วเราจะไม่เครียด แล้วมันก็จริงๆ คอนเสิร์ตที่ผ่านมาแก้มไม่เครียดเลย แก้มรู้สึกว่าแก้มได้ทำอย่างที่แก้มอยากทำจริงๆ คือเนื้อเพลงเยอะมากนะ แต่แก้มไม่ไปคิดว่า "โอ้ยจำไม่ได้ๆ" ถ้าคิดว่าจำไม่ได้ มันจำไม่ได้ค่ะ ถ้าเราคิดว่าเราทำอะไรได้ เราทำได้ นี่คือสิ่งที่เราคอยบอกตัวเองตลอด

 

Gam Wichayanee Pearklin

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

ล่าสุดมีซิงเกิ้ลใหม่ที่รวมงานกับ Twopee รุ่นน้องจากภูเก็ตอีกด้วย  

เพลงนี้เป็นเพลงที่พี่โอม Cocktail (ปัณฑพล ประสารราชกิจแต่งให้แก้มค่ะ เริ่มจากที่ว่าแก้มไปร่วมงานกับพี่โอมงานนึง แล้วแก้มก็พูดกับพี่โอมว่า "พี่โอมแต่งเพลงให้แก้มหน่อย" แล้วพี่โอมก็จัดให้เลย (หัวเราะพี่โอมรู้สึกว่าเพลงนี้อยากจะให้แก้มได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ แต่ว่าเมโลดี้ติดหูคน จริงๆ พี่โอมเขากะว่าเพลงนี้ไม่ต้องให้คนร้องตามได้ เอาให้ยากๆ แต่เมโลดี้มันเพราะ แล้วมันทำให้คนอยากฟัง

        แล้วมันยังเป็นเพลงของยุคที่อยากให้ทุกคนลุกขึ้นมา ไม่ว่าเจออะไรก็ตาม อยากให้ strong อยากให้ผ่านทุกอย่างไปได้ด้วยดี จริงๆ ตอนที่แต่งออกมาตอนแรกไม่มีท่อนแร็พ แต่พอมาฟังดนตรีมันที่ว่างอยู่ตรงนั้น พี่โอมรู้สึกว่ามันควรมีแร็ปเปอร์ เราก็เลยเสนอว่า "Twopee ไหมคะ?" คือต้องบอกก่อนว่า Twopee เป็นรุ่นน้องแก้มตั้งแต่เรียน ม.ปลายมาด้วยกัน (ที่โรงเรียนสตรีภูเก็ต) ก็เลยจะรู้จักกันมาอยู่แล้ว เคยร้องเพลงด้วยกันบ้างตอนเรียนมัธยม แต่เป็นการร้องเพลงพระราชนิพนธ์อะไรแบบนั้น

        ที่จริงในช่วง 2-3 ปีมานี้คือเจอกันมาตลอด แต่ไม่เคยได้ร่วมงานกันเลย เราก็คุยกันมาตลอดว่า เอ... เมื่อไหร่เราจะได้ทำงานด้วยกันซักทีเนอะ คือเจ๊ก็อยากจะเป็นแนวแบบร้องแล้วก็มีแร็ปเปอร์บ้าง แล้วพอจังหวะมันได้พอดี แก้มก็เลยชวนโต้งเลย แล้วตอนนี้คือโต้งฮ็อตมาก แก้มก็รู้สึกว่าเราเกรงใจน้องนิดนึง แต่เราอยากให้น้องได้มาทำงานกับเราจริงๆ แล้วพอโต้งก็ตอบว่ายินดีเลย แล้วเขาก็แร็ปกลับมาให้เลย

 

 

โดยปกติศิลปินทุกคนก็อยากมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง มีอัลบั้มเป็นของตัวเอง แล้วก็มีเพลงดังของตัวเอง เหมือนตอนนี้แก้มได้ครบหมดทุกอย่างแล้ว

โอ้ย สาธุค่ะ (หัวเราะ) แก้มยังอยากมีเพลงที่ดังไปกว่านี้ค่ะ คือแก้มรู้สึกว่าทุกเพลงที่ออกมาเราภูมิใจหมด แต่ว่าแค่เพลงไหนมันโดนคนฟังมากที่สุดแค่นั้นเอง แต่ "ไม่มีเธอ ไม่ตาย" เป็นเพลงนึงที่แก้มรู้สึกว่ามันค่อนข้าง success เลย คือตอนเราฟังครั้งแรกเราก็รู้สึกว่า "เฮ้ย... นี่มันเพลงเรา มันใช่เรามากเลย" ทั้งเนื้อหาที่เราต้องลุกขึ้นมา strong สู้ต่อ มันเหมือนการที่เราผ่านด่านต่างๆ ในการที่เราพัฒนาตัวเอง เราฝึกซ้อมมา เราประกวดร้องเพลงมา เราทำอะไรมา เราต้องสู้มาตลอด เราเจออุปสรรคต่างๆ แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ เพราะชีวิตมันต้องก้าวไปค่ะ เราเลยรู้สึกว่ามันต้องมีคนที่รู้สึกเหมือนเราบ้างกับเพลงนี้ แล้วก็รวมไปถึงเราเชื่อใจในการแต่งเมโลดี้ของพี่โอมอยู่แล้ว มันเป็นเพลงที่บอกตัวตนของเราว่าเราคือผู้หญิงสมัยใหม่ที่พร้อมจะลุก ก้าวเข้าไปสู้ ทำในสิ่งที่เรารัก ใครจะไม่โอเค ใครจะไม่ชอบเราปล่อยทิ้งไป คือเพลงนี้ไม่ได้อยากบอกแค่มุมอกหัก มันมุมอื่นๆ ก็ได้ที่เราเคยล้มเหลวมา แต่เราผ่านไปได้ มันไปโดนคน

        ถึงแม้มันจะร้องตามยากก็ตาม แต่ก็ร้องฮุกได้ไง คือพี่โอมตั้งใจว่าเพลงนี้ไม่อยากให้คนอื่นร้องได้ ต้องเป็นแก้มร้องได้คนเดียวทั้งเพลง อันนี้คือ goal หลักของเพลงนี้ เราเลยไม่ได้คาดหวังว่ามันจะดังหรือไม่ดัง แค่คิดว่าเพลงนี้เราได้ปล่อยของ ซึ่งก็ถามพี่โอมน้องก็ปล่อยมาทุกเพลงไหมพี่? พี่โอมบอก "มันไม่เหมือนกันเธอ" อันนี้เราไม่ได้ต้องการตีว่า ทุกคนเห็นเธอเป็นดีว่า แต่เพลงนี้มันเป็นภาพใหม่นะ มันเป็นดีว่าแต่มันผสมความสมัยใหม่ ... มันต้องหาเอกลักษณ์ของตัวเอง เปิดตัวมา ฟังแล้วก็รู้ว่านี่คือเพลงแก้ม

 

แปลว่าคิดท่อนนั้นให้เลยทันที?

เขาคิดให้เองเลย แล้วเขาเพิ่งบอกแก้มว่า วันนั้นผมเข้าไปแร็ปสดเพลงนี้รอบเดียวแล้วมันได้เลย ฟีลมันได้ 10 นาทีแล้วได้เลยเพลงนี้ เขาบอกแก้มว่าเขาไม่กล้าบอกเพราะกลัวเราคิดว่าเขาไม่ใส่ใจ แต่เฮ้ย... ไม่ใช่น้อง มัน real มาก แสดงว่ามันสดมาก มันดีมาก แล้วมันใช่เลยตั้งแต่ครั้งแรก คือร้องแล้วได้เลยก็จบไง เพราะถ้าเนื้อหามันใช่แล้วไม่ต้องร้องหลายรอบก็ได้ เหมือนเวลาเราร้องเพลงสดๆ เราร้องรอบเดียวให้คนดูฟังถูกไหมคะ เพราะอินเนอร์ตรงนั้น motivation ทุกๆ อย่างมันมาตรงนั้นเลย ก็เหมือนกัน เราก็เลยรู้สึกประทับใจที่เค้าอินไปกับเพลงเรา

 

Gam Wichayanee Pearklin

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

จริงๆ เพลงนี้ค่อนข้างจะแตกต่างจากเพลงเก่าๆ ของแก้มอย่างชัดเจนเลยนะ

แตกต่างเลยจ้า เพลงก่อนๆ คือโชว์พลังใช่ไหมคะ แต่โอเคมันจะฟังได้ แต่มัน for live ด้วย จะต้องมีลูกเล่นอะไรต่างๆ มันเพลงละครเนอะ ของแก้มคือ Exact ไง แต่แก้มรอเพลงที่ไม่ใช่เพลงละครมานานเหมือนกัน ... แต่อันนี้มันคือซิงเกิ้ลของเราที่คนชื่นชอบมากกว่าที่เราคาดคิดไว้

        หากถามว่าเป็นภาพลักษณ์ใหม่ไหม ก็ไม่ค่ะ คือแก้มเป็นคนชอบร้องเพลงหลากหลาย แต่อันนี้มันคือแนวใหม่ที่มันใช่แก้ม เราต้องหาสไตล์ที่ทำยังไงให้คนแบบ... โห ขนาดนี้เลยเหรอ เอาที่คาดไม่ถึงว่าจะเป็นอย่างนี้ แล้วมันไปโดนเขาพอดี มันโชคดีของเรา มันต่อเนืองจากคอนเสิร์ต แล้วมาเพลงนี้ต่อเลย เหมือนเป็นประตูเปิดทางให้แก้มในการจะทำเพลงที่มันใช่เราจริงๆ แต่เพลงต่อไปมันอาจจะเป็นเพลงที่ฟังง่ายๆ ก็ได้ อันนี้ก็ฟังง่าย คนฟังตลอดนะจ้ะ ไม่งั้นก็ไม่ 7 ล้านกว่าวิวนะจ๊ะ (หัวเราะ)

 

แล้วซิงเกิ้ลนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้มใหม่เลยไหม

เราอยากให้เป็นอย่างนั้นค่ะ แต่เราก็ต้องดูว่าคนฟังจะสนับสนุนแค่ไหน อันนี้พูดตรงๆ มันเหมือนเป็นเครดิตของศิลปินด้วยว่าคุณจะมีเพลงต่อไปไหม คุณจะมีอัลบั้มไหม คือถ้าเราปล่อยไปแล้วมันหายไป มันก็หายไปค่ะ เราก็ต้องรอไปอีกจนกว่าจะมีทุนมาเริ่มใหม่ แต่อันนี้เหมือนเพลงมันมาแหละ เพลงต่อไปผู้ใหญ่เห็นว่าทำได้ ลงทุนกับเราได้ แน่นอนอยู่แล้วค่ะว่าทุกอย่างมันเป็นธุรกิจ แต่เราเป็นศิลปิน เราทำศิลปะ ศิลปะของเรามันก็ต้องอยู่ตรงนี้ เราก็เต็มที่ต่อไปแหละ ถึงผู้ใหญ่ไม่ทำ เราก็ทำค่ะ อันนี้พูดตรงๆ

 

Gam Wichayanee Pearklin

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

แก้มรู้สึกยังไงกับเวลาที่คนพูดว่าเราเป็น diva

แก้มโอเคนะคะ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เขาพูดเอง เราไม่ได้เป็นคนพูดว่าเราเป็น diva ซึ่งมันถูกต้องแล้วที่จะให้คนอื่นเห็นแล้วเชื่อว่าเราเป็น ถ้าเราบอกว่าฉันคือ diva เอง แล้วถ้าเราทำไม่ได้อย่างที่เขารู้สึกกันจริงๆ อ่ะ เราต้องให้คนอื่นรู้สึกเอง ดีใจและภูมิใจอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องพัฒนาต่อไปค่ะ

 

จุดนี้เริ่มคิดถึงการทำงานที่ต่างประเทศหรือยัง

คิดค่ะ คิดตลอด เกลียดไหม เกลียดเนอะ (หัวเราะ) ... จริงๆ ไม่ได้บอกว่าเราหวังไกลหรือว่าอะไร แต่เรารู้สึกว่าเราไปได้ ไปได้ในที่นี่คือไม่ได้บอกว่าเราจะต้องไปโด่งดังเมืองนอก แต่เราไปงานต่างๆ หรือถ้ามันมีเวย์ให้เราไป ทำไมเราจะต้องไม่รับโอกาสนั้น แล้วทำไมเราจะต้องไม่พัฒนาตัวเองเพื่อไปโอกาสนั้น ถ้าเรามี goal ของเรา เราไม่ได้บอกว่าเราไปเพื่อให้เราโด่งดัง เราไปเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเราทำอะไรได้บ้าง

        พูดตรงๆ นะ แก้มอยากให้คนอื่นยอมรับประเทศเราว่า บ้านเราคนเก่งเยอะ ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามของวัฒนธรรม ทำไมต่างชาติยังจะต้องมองว่าเรามีช้าง บ้านเรามีช้าง ใช่ แต่บ้านเรามีอย่างอื่นด้วย เราอยากเป็นคนๆ นึงที่ไปแสดงศักยภาพให้ทุกคนได้เห็นว่าประเทศไทยมีคนเก่งนะ มีคนที่มีความสามารถนะ เราไม่ได้อยากพูดว่าตัวเองเก่ง แต่เราอยากแสดงศักยภาพในนามของคนไทย

 

เรารู้กันดีว่าแก้มชอบดิสนีย์ ถ้าอย่างนั้นคิดว่าเจ้าหญิงดิสนีย์คนไหนที่เป็นแก้มมากที่สุด

Elsa ค่ะ ตอบแบบไม่ต้องคิดเลย คือเราดูการ์ตูนมาเยอะ เราจะรู้ว่าเจ้าหญิงแต่ละองค์เป็นยังไง (หัวเราะ) แต่เรารู้เลยว่า Elsa คือเรา ตั้งแต่รู้บทที่เราได้ดูเพื่อที่จะพากย์ แล้วแบบ... อ่าว ฉันนี่ คือแม่ก็พูด เพราะเหมือนกับเราต้องเก็บสิ่งที่มีพลังของเรามาตลอด เราจะใช้ได้บนเวที เรามองว่านี่คือพลังของเรา ต้องเป็นเด็กดีเสมอ ต้องอยู่ในกรอบ เพราะว่าเราต้องป้องกันพลังเอาไว้ในเรื่องใช่ไหมคะ มันอิงคล้ายๆ เราก็คือ เราเป็นคนมีกรอบของเรา แต่ว่าบนเวทีเราสามารถเต็มที่ let it go ได้เต็มที่ออกมาเลยเหมือน Elsa

 

 

ถึงจะเกิดที่พัทลุง แต่แก้มก็โตที่ภูเก็ต เรียกได้ว่าเป็นคนภูเก็ต ที่นี้ปีนี้ Michelin Guide เขาจะไปเปิดภูเก็ต แก้มคิดว่าร้านไหนควรได้ดาวบ้าง 

ถ้าแม่หนูเปิดร้าน แม่หนูน่าจะได้ดาว (หัวเราะ) อันนี้อวยแม่ตัวเอง ... ถ้าภูเก็ตแก้มว่าร้านอาหารที่อร่อยๆ แล้วก็บ้านๆ หน่อยก็มีพวก หมอมูดง ที่คนก็จะฮิตๆ กันเนอะ แต่จะหนักเผ็ดนะ แล้วยุงเยอะด้วยค่ะ มิชลินไม่น่าไป (หัวเราะเอาจริงๆ แก้มกินกับข้าวแม่

        แม่ทำขายบ้างเพราะว่าไม่มีเวลาค่ะ ก็ทำรับออเดอร์บ้าง ถ้าเกดทำคนเดียวคือก็ได้บ้าง แต่น้องก็เหนื่อย สงสารน้องเหมือนกัน ... คือแก้มทำได้ แต่ว่าแก้มไม่มีเวลาทำ ให้ทำทำได้ค่ะ โทรถามแม่ แม่ใส่อะไร (หัวเราะ) แต่เราก็ทำงานเต็มที่แล้ว เรากลับบ้านไปเราก็ให้เขาทำให้เรากินดีกว่า อร่อยกว่า (หัวเราะ)

 

ความสุขของแก้มในวันนี้คืออะไร

มีหลายอย่างค่ะ แต่ภาพรวมมันก็เกิดจากการที่เราได้เป็นนักร้องนี่แหละ แต่หลักๆ มันมาจากครอบครัวก่อน สำหรับแก้มคือถ้าแม่ไม่สนับสนุน แก้มก็คงไม่มีโอกาสได้ร้องเพลง ไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบตรงนี้ แล้วไม่มีโอกาสหาตัวเองเจอว่าจริงๆ แล้วฉันชอบร้องเพลง

        ตอนเด็กๆ แก้มไม่มั่นใจมากๆ เพราะแก้มเป็นเด็กตัวใหญ่ คือเหมือนเราไม่ค่อยกล้าพูดนะ แต่พอมันถึงจุดที่เราต้องพูดอะ ทุกคนเรียกแก้มว่าพี่แก้มหมดเลยตอนเด็กๆ เพราะว่าเราตัวใหญ่ (หัวเราะ) แต่เรามีความเป็นผู้นำด้วย เราเลยรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้แหละมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น แล้วเราก็มีความสุขมากขึ้นในการทำอะไรก็ตาม มั่นใจแต่ไม่ใช่ว่าหลงตัวเองนะคะ มั่นใจแบบ ฉันทำอันนี้แล้วฉันมั่นใจ คนดูก็เห็นว่าเรามั่นใจ แล้วเขามีความสุขกับการได้ดูโชว์เรา

        เมื่อก่อนให้แก้มแต่งตัวแบบนี้เหรอ? ไม่ทำ เพราะเราไม่มั่นใจ แต่พอเวลามันผ่านมาเรื่อยๆ ทุกอย่างมันเสริม เราใส่ชุดอย่างงี้ได้แล้ว เราแต่งตัวเสริมความมั่นใจเราได้ เราแต่งตัวสวยๆ ได้ เราใส่ชุดเหล่านี้ได้ เราไม่ได้ตัวใหญ่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว มันเกิดจากการมั่นใจ และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอค่ะ

 

Gam Wichayanee Pearklin

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

You may also like

    Advertising