0 รักสิ่งนี้
บันทึกข้อมูล

11 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนไปดู Moderndog 22

วงอัลเทอร์นาทีฟร็อกระดับตำนานเตรียมฉลองการเดินทางกว่าสองทศวรรษด้วยคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

1. Moderndog 22 ก็เพราะอยู่มา 22 ปี (น่ะสิ!)

ป๊อด-ธนชัย อุชิน, เมธี น้อยจินดา และโป้ง-ปวิณ สุวรรณชีพ ก่อตั้งวงมาตั้งแต่ปี 2535 ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาและได้รางวัลชนะเลิศจากเวที Coke Music Awards ก่อนจะออกอัลบั้มแรก เสริมสุขภาพ ในอีกสองปีถัดมา ปี 2537 จึงถือเป็นปีเริ่มต้นวงโมเดิร์นด็อก ที่นับรวมถึงตอนแรกที่จะจัดคอนเสิร์ต (ในปี 2559 ก่อนจะเลื่อนเนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต) ก็นับได้ 22 ปีพอดิบพอดี

 

2. สารพัดเพลงประจำชาติ

มีผลงานมาแล้วถึง 6 อัลบั้ม เพลงฮิตของโมเดิร์นด็อกเลยมีเพียบ ทั้ง "บุษบา" "บางสิ่ง" "ติ๋ม" และ "ตาสว่าง" และที่ขาดไม่ได้คือเพลง "ก่อน" ที่ต้องเล่นทุกคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่เพราะแฟนๆ ขอมา “ถึงแม้บางครั้งคนเล่นก็อยากจะเปลี่ยนไปเล่นเพลงอื่นบ้าง แต่เพลง "ก่อน" ก็กลายเป็นเพลงชาติไปแล้ว” พี่ป๊อดหัวเราะ “ไมได้เล่นเพื่อตัวเองแล้วล่ะ แต่เล่นให้คนฟัง เพราะเขาได้อยากยินมากกว่า”

 

 

3. โมเดิร์นด็อกไม่ได้มีแต่เพลงกระโดด

ปกติโมเดิร์นด็อกเล่นคอนเสิร์ตเล็กๆเดือนละ 3-4 งาน แต่งาน Moderndog 22 ถือเป็นคอนเสิร์ตจัดเต็มที่อัดแน่นด้วยเพลงกว่า 30 เพลงจาก 6 อัลบั้ม พร้อมเล่นนานกว่า 3 ชั่วโมง “เราไม่ได้มีแค่เพลงกระโดด นั่นมันแค่มุมเดียว เพราะเรามีเพลงลึกๆ เพลงเศร้า เพลงตึ๊ด หลากหลายแบบ” เมธีกล่าว คอนเสิร์ต Moderndog 22 ในครั้งนี้จึงมีการสร้างบรรยากาศ ใช้แสง สี เสียง เต็มที่กว่าทุกครั้ง “งานนี้เลยเป็นคอนเสิร์ตที่องค์รวมครบรอบด้านที่สุด บอกตัวตนของโมเดิร์นด็อกมากที่สุด และเป็นโมเดิร์นด็อกจริงๆ” โดยตอนนี้ทางวงฟิตซ้อมกันมาได้หลายเดือน แล้วแฟนๆพร้อมยัง?

 

4. นี่เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ที่สุดในชีวิต จัดเต็มแสง สี สุดอลังการ

ถึงแม้โมเดิร์นด็อกจะอยู่ในวงการมานานกว่า 22 ปี คอนเสิร์ตครั้งนี้ถือเป็นสเกลงานที่ใหญ่ที่สุด และถือเป็นการขึ้นเวทีในฐานะศิลปินหลักครั้งแรกในอิมแพ็กอารีน่า เพราะก่อนหน้านี้เคยขึ้นเป็นแค่แขกรับเชิญเท่านั้น พี่ป๊อดบอกเราว่า “ครั้งนี้คือความท้าทาย พอจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อฉลองแล้ว ก็อยากจัดให้ยิ่งใหญ่ไปเลย”

คอนเสิร์ตในครั้งนี้ยังได้ เทลสัน เจมส์ (Tellson James) ผู้ออกแบบแสงสีส่งตรงจากประเทศอังกฤษมาช่วย โดยเทลสันเคยออกแบบแสงให้คอนเสิร์ตให้ศิลปินดังๆ อย่าง วิทนีย์ ฮูสตัน (Whitney Houston) และจอร์จ ไมเคิล (George Michael) มาแล้ว แถมทางวงยังได้มีส่วนรวมในการดีไซน์แสงสี วีดิโอ และกราฟิกอาร์ตด้านหลังด้วยตัวเองอีกด้วย “ไม่เคยเอาเพลงมาเล่นเยอะขนาดนี้มาก่อน” ป๊อดกล่าว “บางเพลงต้องมีสิ่งแวดล้อมช่วยด้วย เพราะสื่อยากกว่าแค่การกระโดด เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับการเอามาเล่นคอนเสิร์ตในครั้งนี้ครับ”

 

The new Woodyhood

 

5. ทุกองค์ประกอบคือไฮไลต์

“นี่ไงไฮไลต์” ป๊อดชี้ไปที่ผมไฮไลต์ของเมธีพร้อมระเบิดหัวเราะทุกครั้งเวลาที่มีใครถามคำถามคลาสสิกที่ว่าคอนเสิร์ตนี้มีไฮไลต์อะไรบ้าง “จริงๆ แล้ว ไฮไลต์ก็คือการรวบรวมทุกแง่ทุกมุมจากประสบการณ์ในรอบ 22 ปีของพวกเรา รวมไปถึงประสบการณ์ที่คนดูได้ระลึกความทรงจำในหลายๆ ช่วงชีวิต กับเพลงทั้ง 6 อัลบั้มด้วยครับ”      

“Moderndog 22 ผ่านการคิด วางแผน ถ้าพลาดไปก็ไม่รู้จะมีอีกเมื่อไหร่...คนที่คิดว่าเคยดูพวกเราแล้ว เดี๋ยวรอดูหน้าห้างก็ได้ ... อยากให้เปลี่ยนความคิดใหม่นะครับ” เมธีหัวเราะ 

 

6. แฟนคลับมีตั้งแต่เด็กไปจนถึงรุ่นคุณแม่... แต่ไม่เคยทำเพลงเอาใจแฟนคลับหรอกนะ

ด้วยความที่โด่งดังเป็นเวลายาวนานถึงกว่า 20 ปีในวงการ แฟนคลับของโมเดิร์นด็อกจึงมีหลายวัย และบางครั้งก็มีเด็กๆ มาขอลายเซ็นต์ไปฝากคุณแม่ที่บ้าน “เรามีคนดูหลายแบบ วัยรุ่นก็มีที่ให้ยืน คนแก่หน่อยก็มีที่ให้นั่ง” เมธีหัวเราะ “เวลาทำเพลงเราไมได้คิดว่าจะทำให้ใคร แต่ทำเพลงสะท้อนความเป็นตัวเอง” โป้งกล่าว “คนดูยุคแรกๆ ตอนนี้ก็น่าจะอายุสัก 40 กว่าแล้ว แต่เราคิดว่าแฟนกลุ่มนี้ก็สามารถฟังเพลงชุดใหม่ได้ด้วย พวกเขาอาจจะไม่ได้ยืนกระโดดอยู่ด้านหน้าแล้ว แต่อุ้มลูกดูอยู่ข้างหลังแทน (หัวเราะ)”

 

7. โมเดิร์นด็อกเลิกเที่ยวกลางคืนไปแล้ว

“จริงๆ เลยยุคเที่ยวไปแล้วนะ” ป๊อดกล่าวถึงที่แฮงก์เอาต์โปรดในกรุงเทพฯ “แต่เคยไป Studio Lam เท่ห์ดีนะ ดูมีคาแรกเตอร์ มีวงที่เราคาดไม่ถึงมาเล่นให้ดู คนที่เป็นคอดนตรีจริงๆ น่าจะชอบ”

 

8. งานจะดีก็ต่อเมื่อเชื่อในงานที่ทำ

สำหรับโมเดิร์นด็อกแล้วสิ่งที่สำคัญในการทำงานและช่วยให้งานสดใหม่คือการทำในสิ่งที่ชอบ “จริงๆ อัลบั้มใหม่ ป๊อด/โป้ง/เมธี เสร็จมาสักพักแล้ว แต่ตอนนี้ยังนั่งฟังบนรถทุกวัน ไม่ได้ว่าบ้าเห่อนะ” ป๊อดหัวเราะ “แต่เพราะฟังแล้วเพลิน แสดงว่ามันยังตอบจังหวะการเต้นของหัวใจเราได้จริงๆ”

 

 

9. แรงบันดาลใจหาได้ทุกที่

แรงบันดาลใจในการทำงานของโมเดิร์นด็อกนั้นหาได้จากทุกที่ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศหลังออกอัลบั้มแรก เสริมสุขภาพ หรือการที่ป๊อดไปบวชเป็นพระป่าหลังออกอัลบั้มชุดต่อมา คาเฟ่ “พอช่วงหลังมีอาชีพ มีความมั่นคงมากขึ้น เลยไม่มีเวลาไปพลิกชีวิตให้อยู่ในความแตกต่าง” ป๊อดกล่าว “แต่บางครั้งความซ้ำก็เป็นแรงบันดาลใจของงานได้เหมือนกันนะ แค่ต้องทำให้มันน่าสนใจเอามาพูด”

แต่ก็เช่นเดียวกับศิลปินทุกคนที่ทางวงจะมีช่วงหนืด หรือช่วงที่คิดผลงานใหม่ๆ ไม่ออกอยู่บ้าง เพราะช่วงนั้นอาจไม่มีอะไรที่อยากพูด “ผมมองว่าการทำเพลงก็เหมือนเวลาไปเกี่ยวข้าว ถ้าช่วงนี้หน้าแล้ง อาจจะต้องมีช่วงดำนา ปลูกให้ข้าวบ้าง เอาชีวิตไปคลุกคลีกับอะไรสักอย่าง ให้เกิดความคิดใหม่ๆ” เมธีกล่าว

“ถ้าเรานั่งตรงนี้ทุกวัน เราก็จะเห็นแต่วิวรอบตัวเดิมๆ การที่ทุกคนเบื่อหรืออยากหาอะไรใหม่ๆ ก็ต้องแยกย้ายกันออกไป แต่ทุกคนมีมุมมองบางอย่างหรือความคิดที่เหมือนกันตลอดเวลา” โป้งเล่าถึงหัวใจการทำงานร่วมกันมานานกว่าสองศตวรรษ ซึ่งป๊อดยืนยันว่าทุกวันนี้บางครั้งไม่ต้องคุยกันก็รู้ว่าเพื่อนต้องการอะไร ชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง

  

The new Woodyhood

 

10. ประสบการณ์คือครูที่ดีที่สุดในเรื่องชื่อเสียงและความกดดัน

การทำงานเป็นเวลานานช่วยให้ความกดดันในการทำงานคลี่คลายลง นั่นก็เป็นเพราะการจัดการความคาดหวังที่ดีมากขึ้น และเปลี่ยนความคาดหวังมาที่ใจแทนมาตรวัดอื่นๆ อย่าง จำนวนยอดไลค์ หรือคำสรรเสริญ “ตอนเป็นเด็กไม่มีใครมาสอนหรอกว่าเครียดแล้ว กังวลแล้ว ต้องปล่อยวางยังไง เราต้องเผชิญหน้ากับมันตรงๆ จนมันขัดเกลาเราเอง คอนเสิร์ตนี้ก็ไม่กดดันนะ กลัวเมธีจำปุ่มไม่ได้มากกว่า (หัวเราะ)”

 

11. อนาคตของโมเดิร์นด็อก

“จริงๆ วงมีมาถึง 22 ปีก็เพราะไม่ค่อยคิดถึงอนาคตนี่แหละ” เมธีหัวเราะ

 

Moderndog 22 แสดงวันที่ 18 มีนาคม ประตูเปิด 19.00 น. ณ อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี บัตรราคา 1,000-3,500 บาท จองบัตรได้ที่ www.thaiticketmajor.com

 

ข้อคิดเห็น

0 comments