ข่าว / ชีวิตในเมือง

พาชมโฉมใหม่ของหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี

National Library

เห็นภาพแล้วอย่านึกว่าคือห้องสมุดใหม่ที่ไหน แต่คือหอสมุดแห่งชาติของเรานี่เอง ห้องสมุดหลักเก่าแก่ที่สุดของไทย ที่ตอนนี้ทยอยกลับมาเปิดให้บริการ เผยโฉมภาพลักษณ์ใหม่ไฉไลตามภาพ

ถ้านับกันจริงๆ ประเทศไทยเรามีหอสมุดแห่งชาติกันมายาวนานกว่า 1 ศตวรรษแล้วนะ เริ่มแรกคือเริ่มต้นจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมหอพระสมุด 3 แห่งเข้าด้วยกันในปี พ.ศ. 2448 คือ หอพุทธสาสนะสังคหะ หอพระมณเฑียรธรรม และหอพระสมุดวชิรญาณ แล้วพระราชทานนามว่า หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร ตั้งอยู่ ณ หอคองคอเดียในพระบรมมหาราชวัง (ปัจจุบันคือ ศาลาสหทัยสมาคม) ต่อมาหอสมุดฯ ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าจากล้นเกล้าฯ รัชกาลต่อๆ มาให้ย้ายที่ตั้ง เพิ่มจำนวนหนังสือ และขยายพื้นที่ให้บริการมาโดยลำดับ จนกระทั่งกรมศิลปากรตัดสินใจสร้างอาคารถาวรหลังใหม่ที่บริเวณท่าวาสุกรี ซึ่งแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2509 และเป็นอาคารหอสมุดที่เราใช้กันจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการต่อเติมเพื่อรองรับหนังสือและสิ่งพิมพ์ที่เพิ่มขึ้นอยู่เป็นระยะ

และหลังจากปรับปรุงมาเป็นระยะเวลานาน ล่าสุดหอสมุดแห่งชาติได้เปิดบริการอย่างไม่เป็นทางการให้ประชาชนทั่วไปแล้ว โดยอาคาร 1 ซึ่งเป็นอาคารหลัก ได้จัดแบ่งพื้นที่เพื่อให้บริการวารสารในชั้น 1 หนังสือทั่วไปบนชั้น 2 และหนังสือหายากและหนังสือต่างประเทศบนชั้น 3 ในขณะที่อาคารสองเป็นที่เก็บจดหมายเหตุและงานวิจัย

พี่ๆ บรรณารักษ์แจ้งว่าระบบค้นหาหนังสือด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่เรียบร้อย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะพี่ๆ บรรณารักษ์ (ซึ่งเรายืนยันว่าน่ารักทุกคน) จะคอยช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ ไม่ให้เราต้องงกๆ เงิ่นๆ จิ้มผิดจิ้มถูกจากการไม่ค่อยได้ใช้บริการห้องสมุด 

อย่าลืมไปกันเยอะๆ นะ เพราะเรารู้สึกได้เลยว่าพี่ๆ ทุกคนยินดีมากที่คนอยากเข้าหาหนังสือ และปัจจุบันนี้ หอสมุดแห่งชาติไม่มีค่าบริการ และเปิดให้บริการทุกวันนะ เว้นแค่วันหยุดราชการ เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 09:00-18:30น. เสาร์-อาทิตย์ 09:30-17:00 น. ที่จอดรถมีให้บริการแต่ไม่มาก สามารถจอดได้ที่วัดเทวราชกุญชรใกล้ๆ กัน ราคาคันละ 40 บาท 

 

National Library

 

 

 

 

 

National Library

 

 

 

 

 

National Museum

 

 

 

 

 

National Museum

 

 

 

 

 

Advertising
Advertising

ข้อคิดเห็น

0 comments