ข่าว

จัดเต็มหม้อไฟระดับพรีเมียมพร้อมวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมใจกลางทองหล่อที่ Fuwang Hotpot Teahouse

เนื้อริบอายวากิว A4 ‘มิยาซากิ’ กุ้งมังกรเจ็ดสีสดๆ พร้อมตัวเลือกน้ำซุปหลากชนิดที่กำลังฮิตในจีน คือทีเด็ดที่ไม่ควรพลาด!

Time Out Bangkok in partnership with Fuwang Hotpot Teahouse
Photo: Tanisorn Vongsoonton
Photo: Tanisorn Vongsoonton
การโฆษณา

สายหม้อไฟหมาล่าอย่าเพิ่งลาออกจากวงการถ้ายังไม่ได้ลิ้มลอง ‘Fuwang Hotpot Teahouse’ ที่นำทุกเอเลเมนต์เด็ด ไม่ว่าจะเป็นคอนเซปต์ ‘หม้อเดี่ยว’ ที่สามารถออกแบบหม้อไฟของตัวเองได้คนเดียวเลยตามใจชอบ พร้อมเมนูเด็ดที่กำลังนิยมกันในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้อย่างเนื้อวัว A4 และ F1 ในซุปหมาล่า รวมถึงการเสิร์ฟน้ำซุปรสเผ็ดซ่าชาปลายลิ้นนี้กับอาหารทะเลสดๆ อย่างกุ้งมังกร ปลิงทะเล และหอยงวงช้าง ที่พบเห็นได้ทั่วไปทั้งในฮ่องกงและมาเก๊า มาผสานเป็นฮอตพอตพรีเมียมให้คนไทยได้ชิมกันใจกลางทองหล่อ 

Photo: Tanisorn Vongsoonton
Photo: Tanisorn Vongsoonton

Fuwang Hotpot Teahouse คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมทั้งจากในไทย และนำเข้าจากจีนและญี่ปุ่น มาสร้างสรรค์เป็นเมนูที่ใกล้เคียงต้นตำรับมากที่สุด อีกทั้งถูกปากคนไทยด้วย จึงรับประกันได้เลยว่าทุกคนที่มากินจะประทับใจไปกับประสบการณ์หม้อไฟชั้นเลิศ พร้อมรสชาติความเป็นจีนที่เหนือระดับไปอีกขั้น! 

Photo: Tanisorn Vongsoonton
Photo: Tanisorn Vongsoonton

เริ่มต้นที่น้ำซุปกันก่อน ซิกเนเจอร์ของที่นี่แน่นอนว่าต้องเป็นหมาล่า โดยมีให้เลือกถึง 3 ชนิด ได้แก่ ‘หมาล่าไขมันวัวดั้งเดิม’ ที่ใครมาก็ต้องสั่ง เหมาะกับคนที่ต้องการซดน้ำซุปเข้มข้นและเผ็ดชาตามต้นตำรับแท้ๆ เพื่อตัดกับรสชาติเน้นๆ ของเนื้อ แต่ถ้าอยากลดความเผ็ดลงมานิดนึง แนะนำ ‘หมาล่าฟู่หวัง’ สูตรเฉพาะของทางร้าน สำหรับสายรักสุขภาพหรือไม่โปรดไขมันวัว ที่นี่เขาก็มี ‘หมาล่าไขมันพืช’ ที่มันและเผ็ดชาน้อยกว่า แต่ก็ยังได้กลิ่นอายหมาล่าครบ ส่วนใครที่ยังไม่กล้าสัมผัสรสชาติเฉพาะของหมาล่าหรืออยากลองเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ที่นี่เขาก็มีน้ำซุปไก่มะพร้าวและน้ำซุปไก่คอลลาเจนที่กำลังฮอตฮิตในจีน รวมถึงน้ำซุปเห็ด และน้ำซุปมะเขือเทศที่คลายความร้อนแถมดีต่อร่างกายให้เลือกด้วย

Photo: Tanisorn Vongsoonton
Photo: Tanisorn Vongsoonton

มาดูที่เนื้อสัตว์กันบ้าง ทีเด็ดอันดับหนึ่งของร้านเลยก็คือเนื้อ ‘มิยาซากิ’ ริบอายวากิว A4 จากญี่ปุ่นที่ได้รางวัลการันตีติดกัน 15 ปีซ้อน โดดเด่นด้วยลายไขมันที่แทรกทั่วทุกอณู รสชาติเยี่ยม นุ่มละมุนลิ้น ละลายในปากสุดๆ และเนื้อ ‘คาโกชิม่า’ ริบอายวากิว A4 จากญี่ปุ่นอีกชนิดที่พลาดไม่ได้เช่นกัน กินเข้าไปแล้วได้เนื้อสัมผัสที่ทั้งแน่นและนุ่มเต็มๆ ชิ้น อีกทั้งยังมีเนื้อฮอกไกโดริบอายวากิว F1 ให้ได้ลองชิมด้วย 

Photo: Tanisorn Vongsoonton
Photo: Tanisorn Vongsoonton

เนื้อหมูของที่นี่ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน แนะนำชุดหมูรวมที่มาทั้งหมูสามชั้นคุโรบุตะจากญี่ปุ่นและหมูสามชั้นไอเบอริโกจากสเปน ที่มันแทรกทั่วเนื้อ ให้รสสัมผัสเนียนนุ่ม พร้อมกับสันคอหมูสไลด์ที่มันน้อยแต่ก็อร่อยนะ หรือจะสั่งไหล่แกะนิวซีแลนด์ก็ได้ ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นสาบเลย เพราะน้ำซุปหมาล่าจะช่วยดับกลิ่นเฉพาะตัวนั้นให้คุณได้เอ็นจอยรสชาติและความนิ่มของเนื้อได้อย่างมีความสุข และอย่าลืมชุดทะเลรวมใหญ่ที่ยกความสดมาเสิร์ฟแบบจัดเต็มทั้งปูทะเล หอยเชลล์จัมโบ้ แซลมอน และหอยเป๋าฮื้อที่เข้ากันอย่างลงตัวกับน้ำซุป รวมถึงอีกหนึ่งไฮไลต์หมวดทะเลอย่างกุ้งมังกรเจ็ดสี มาในไซส์บิ๊กเบิ้ม รับประทานได้ทั้งแบบสดๆ จิ้มกับซอสโชยุและวาซาบิ หรือต้มสุกในน้ำซุปก็ได้

Photo: Tanisorn Vongsoonton
Photo: Tanisorn Vongsoonton

ที่ขาดไม่ได้ในเมนูหม้อไฟก็คือน้ำจิ้ม! ร้านนี้มีให้เลือก 3 สูตร ได้แก่ ซอสถั่วงากินคู่กับทั้งเนื้อและผัก ซอสซีอิ๊วดำไต้หวันเสริมรสชาติของเนื้อและซีฟู้ดให้อร่อยยิ่งขึ้น และซอสน้ำมันงา เหมาะสำหรับคนไม่กินเผ็ด หรือจิ้มเนื้อกับน้ำจิ้มอื่นแล้วเริ่มแสบลิ้น น้ำจิ้มนี้จะช่วยบรรเทาความเผ็ดได้ดี

Photo: Tanisorn Vongsoonton
Photo: Tanisorn Vongsoonton

ดับความร้อนแรงของหม้อไฟด้วยเครื่องดื่มสร้างความสดชื่นอย่าง ‘ชานมไข่มุกต้าหงเผา’ ซิกเนเจอร์ของร้านที่ทำจากชาอู่หลงชั้นนำของจีน ได้รสชาติที่เข้มข้น กลิ่นหอมละมุน และเนื้อสัมผัสหนึบๆ ของไข่มุกชวนเคี้ยวเพลิน แต่เมนูฮิตโดนใจใครหลายคนที่เราอยากจะบอกต่อก็คือ ‘ชาเขียวครีมชีส’ รสชาติที่ได้จากชาเขียวเกรดพรีเมียมเบลนด์กับดอกมะลิก็ว่าปังแล้ว แต่เมื่อดื่มพร้อมครีสชีสที่ท็อปด้านบน ยิ่งได้ความหอมมันกลมกล่อมจนวางแก้วไม่ได้

Photo: Tanisorn Vongsoonton
Photo: Tanisorn Vongsoonton

บรรยากาศของร้านเองก็ได้ความเป็นจีนอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยการออกแบบที่ผสมระหว่างจีนดั้งเดิมและความโมเดิร์นหรูหรา ผ่านโครงสร้างและลวดลายที่ตีความท้องพระโรงของพระราชวังในอดีต เสริมด้วยวัสดุอย่างกระจกรมควัน สแตนเลสเคลือบสี และหินอ่อน ออกมาเป็นความโอ่อ่าที่ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น

Photo: Tanisorn Vongsoonton
Photo: Tanisorn Vongsoonton

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าร้านให้บริการแบบหม้อเดี่ยว ซึ่งมีรองรับมากถึง 101 เตา จึงเหมาะเลยสำหรับสายหม้อไฟลุยเดี่ยวที่รอนัดเพื่อนให้มากินด้วยกันแบบครบๆ ไม่ไหว แต่ถ้านัดตี้กันได้ทั้งกลุ่มหรือฉลองกับครอบครัว สามารถจองห้องไพรเวตสังสรรค์กันแบบส่วนตั๊วส่วนตัวได้เช่นกัน (แต่ก็ยังสามารถจัดเต็มหม้อใครหม้อมันในสไตล์ตัวเองได้) และตั้งแต่เวลา 11 โมงครึ่งจนถึง 5 โมงเย็น สามารถสั่งเซตเมนูในราคาเริ่มต้นที่ 399 บาทได้ด้วยนะ

Fuwang Hotpot Teahouse ตั้งอยู่ที่ Marche' Thonglor ชั้น 3 อาคาร B เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.30 ถึง 05.00 สำรองที่นั่งได้ที่ 097-335-5535 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/fuwanghotpot

บทความล่าสุด

    การโฆษณา