[category]
[title]
พาเดินสำรวจอีเวนต์ที่เปลี่ยน Raynue ให้กลายเป็น Experience Playground พร้อมกิจกรรมและไฮไลต์ที่เปลี่ยนวันปกติให้พิเศษยิ่งขึ้น

เคยสังเกตไหมว่าช่วงเวลาหลังเลิกงาน คนเมืองยุคนี้ไม่ได้มองหาแค่สถานที่นั่งชิล แต่กำลังมองหาเหตุผลที่จะทำให้ช่วงเวลาหลังวันทำงานที่ยาวนานไม่ให้จบไปแบบๆ เดิมเหมือนทุกที จะเป็นพื้นที่ให้ได้เจอเพื่อน พูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราว หรือแค่เดินดูอะไรใหม่ๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้วันปกติดูไม่น่าเบื่อ เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่หลายคนตามหาอาจไม่ใช่แพลนทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่คือประสบการณ์พิเศษเล็กๆ ที่ทำให้วันปกติแตกต่างจากออกไปจากวันอื่นๆ
แนวคิด ‘Live A Little’ ของ Hoegaarden จึงเปรียบเหมือนคำชวนอันแสนเรียบง่าย ที่ให้คนเมืองได้เว้นจังหวะจากชีวิตที่รีบเร่งแล้วออกมาใช้เวลากับประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ ดนตรี การออกแบบ หรือวัฒนธรรมการเสิร์ฟที่มีเรื่องราวซ่อนอยู่เบื้องหลัง
หลายคนอาจคุ้นชื่อ Hoegaarden (อ่านว่า WHO-GAR-DEN) ในฐานะแบรนด์ระดับโลกจากเบลเยียม แต่เบื้องหลังชื่อที่ออกเสียงยากนิดหน่อยนี้ มีต้นกำเนิดจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่ใช้ชื่อเดียวกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์การทำเบียร์ยาวนานหลายร้อยปี ก่อนที่แนวทางการเสิร์ฟ และความพิถีพิถันในรายละเอียดจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ที่ส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน
แนวคิดนั้นถูกหยิบมาตีความใหม่ในอีเวนต์ Live A Little ที่เปลี่ยนพื้นที่ Raynue Gaysorn Amarin ให้กลายเป็นเหมือน Experience Playground ขนาดย่อม ตั้งแต่ก้าวแรกก็จะเจอกับ Archway Entrance ซุ้มทางเข้าที่ออกแบบด้วยโทนสีขาวและเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ให้อารมณ์เหมือนหลุดเข้าไปในพื้นที่พักผ่อนกลางเมือง ที่เต็มไปด้วยมุมให้เดินสำรวจ ถ่ายรูป และใช้เวลากับเพื่อนแบบไม่ต้องเร่งรีบ
เดินเข้ามาอีกนิดก็จะพบกับ Hoegaarden Hexagon Giant Tap อินสตอลเลชันขนาดยักษ์ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของงาน ด้วยรูปทรงหกเหลี่ยม (Hoegaarden Hexagon Glass) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแก้วซิกเนเจอร์ของแบรนด์ และกลายเป็นจุดเช็กอินที่หลายคนต้องแวะเเก็บภาพก่อนเริ่มออกเดินสำรวจโซนต่างๆ
ภาพจำของแบรนด์ที่หลายคนคุ้นเคย นอกจากการเป็นแบรนด์อิมพอร์ตระดับโลก ยังมาจากการที่แบรนด์คงการเสิร์ฟด้วยแก้วหกเหลี่ยม (Hoegaarden Hexagon Glass) มากว่า 500 ปี โดยการออกแบบที่แตกต่างนี้ ริเริ่มมาจากความคิดเพื่อคงรสชาติและคุณภาพของเบียร์ เพราะการดื่มเบียร์ให้มีรสชาติที่ดีควรดื่มขณะที่มีอุณหภูมิต่ำ แต่เมื่อเรายกแก้วขึ้นมาดื่ม ความร้อนจากมือจะค่อย ๆ ส่งผ่านไปยังแก้ว ทำให้เครื่องดื่มอุ่นขึ้น และเมื่อแก้วอุ่นขึ้น น้ำเบียร์ในแก้วก็จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามไปด้วย
การใช้แก้วหกเหลี่ยม (Hoegaarden Hexagon Glass) คือการออกแบบที่มาช่วยแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะในแบบของ Hoegaarden เพราะมุมเหลี่ยมของแก้วจะทำให้มือของเรามีหน้าสัมผัสกับแก้วน้อยลง ทำให้ความเย็นของเบียร์คงอยู่ได้นานยิ่งขึ้น พร้อมรักษาคุณภาพ และคงรสชาติสดชื่นเต็มที่ในทุกแก้ว
หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าสนใจมากๆ ของงานนี้ คือการสาธิต The iconic Belgian Perfect Serve โดย Draught Master ที่พาผู้เข้าร่วมไปรู้จักกับศาสตร์การเสิร์ฟอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผ่าน 6-Step Perfect Serve ซึ่งเป็นขั้นตอนการเตรียมเครื่องดื่มที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน เพื่อคงคุณภาพ ดึงรสชาติ กลิ่น และสัมผัสที่ดีที่สุดในทุกแก้ว
ตั้งแต่การเตรียมแก้วหกเหลี่ยม (Hoegaarden Hexagon Glass) แบบ Frozen Glass ที่แช่ในอุณหภูมิ 2-3 องศา การเตรียมหัวจ่าย การรินในองศาที่เหมาะสม การจัดชั้นฟอง การเก็บรายละเอียดของแก้ว ไปจนถึงการหันด้านเสิร์ฟที่ถูกต้อง ทั้งหมดนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของพิธีการเสิร์ฟตามมาตรฐานของแบรนด์ ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงเทคนิค แต่สะท้อนถึงความพิถีพิถันและวัฒนธรรมการเสิร์ฟที่อยู่คู่ Hoegaarden มาอย่างยาวนาน
ถัดจากโซนสาธิตคือกิจกรรม Perfect Serve Competition การแข่งขันกดเครื่องดื่มจาก Hoegaarden Hexagon Giant Tap ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ลองทำตามขั้นตอนของ 6-Step Perfect Serve ด้วยตัวเอง ภายใต้คำแนะนำโดย Draught Master บรรยากาศแต่ละรอบเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ เสียงหัวเราะ ถือเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสเบื้องหลังงานฝีมือของการเสิร์ฟในรูปแบบที่สนุกและเข้าถึงได้ง่าย
เมื่อเดินไปต่อก็ยังมีกิจกรรมให้แวะอีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น Hoegaarden Ice Cream ที่คิดมาจาก 2 รสชาติ Signature ของ Hoegaarden ทั้ง Brown Butter Biscuit Witbier และ
Lychee Rosée
ก่อนจะไปต่อที่มุมโฟโต้บูธ ตู้ถ่ายรูปที่ใช้เฟรม แก้วหกเหลี่ยม (Hoegaarden Hexagon Glass) และ Hoegaarden Botanicals ออกมาเป็น ID Card โดยเมื่อถ่ายเสร็จก็สามารถนำ ID Card ไปคัสตอมต่อในโซน Customize Keychain ที่ให้เลือกตกแต่งพวงกุญแจด้วยตัวอักษรและลูกเล่นต่างๆ ได้ตามสไตล์ของตัวเอง
นอกเหนือจากนี้ภายในงานยังมี Board Game ให้ได้แวะนั่งเล่นกันแบบเพลินๆ ขณะที่ตลอดทั้งค่ำคืนก็มี Live Band จากวง Jack'et Jill และ DJ NONGPIM ผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างบรรยากาศ เติมสีสันให้พื้นที่แห่งนี้มีชีวิตชีวาตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงค่ำ
บางครั้งการทำให้วันปกติ..พิเศษขึ้น อาจไม่จำเป็นรอเพื่อออกไปเที่ยวในวันหยุด หรือออกไปทำอะไรยิ่งใหญ่เสมอไป แค่ได้ออก Routine เดิมๆ เปลี่ยนบรรยากาศ เดินเล่นในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยไอเดียใหม่ๆ และใช้เวลาร่วมกับผู้คน ก็เพียงพอจะสร้างโมเมนต์พิเศษที่น่าจดจำได้แล้ว และนั่นเองคือหัวใจของ ‘Live A Little’ ในปีนี้ของ Hoegaarden Space ที่อยากชวนทุกคนมาเติมความพิเศษเล็กๆ ในแต่ละวัน ที่อาจทำให้ความปกติเดิมๆ กลายเป็นประสบการณ์ความสนุกของทั้งสัปดาห์ได้อย่างไม่รู้ตัว
รอบหน้า Hoegaarden Space จะพาทุกคนไป ‘Live A Little’ ที่ไหนอีก อย่าลืมติดตาม
Discover Time Out original video