Kocktail Magazine
Photograph: Kocktail Magazine | Kocktail Magazine
Photograph: Kocktail Magazine

แนะนำ 6 หนังสือฉากหลังกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมือง

ชวนสำรวจกรุงเทพฯ ผ่านหน้าหนังสือ เรื่องราวของผู้คน ความสัมพันธ์ และความทรงจำที่เติบโตไปพร้อมกับเมืองในแต่ละยุคสมัย

Parima Jintanawan
การโฆษณา

ใครที่กำลังมองหาหนังสืออ่าน และอยากรู้จักกรุงเทพฯ ให้มากขึ้นกว่าเดิม ลองเริ่มจากหนังสือเหล่านี้ดู เพราะแต่ละเล่มจะพาเราไปสำรวจกรุงเทพฯ ผ่านสายตาของตัวละครที่มีชีวิต มีความรู้สึก และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับกรุงเทพฯ ตั้งแต่พระนครในวันวานไปจนถึงเมืองหลวงในปัจจุบัน

ทรวงทราม เขียนโดย คราม

‘ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง ฉันก็ยังรักเธอฝังใจ จะคอยพบเธอเช่นเดิม’ คือเนื้อเพลงที่ดังขึ้นมาในหัวทันทีหลังอ่านเล่มนี้จบ

หากอยากเห็นภาพกรุงเทพฯ ในอดีตที่ชัดขึ้น หนังสือเล่มนี้จะพาย้อนกลับไปยังพระนคร ปี พ.ศ. 2499 เมืองที่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน ผ่านสถานที่อย่างไปรษณีย์กลางบางรักและฮงฮวด 

เรื่องราวพาเราไปสู่ยุค ‘อันธพาลครองเมือง’ ที่เส้นแบ่งระหว่างอำนาจรัฐกับกลุ่มอิทธิพลเริ่มพร่าเลือน ความรุนแรง การหักหลัง และการเอาตัวรอดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในมุมมืดของพระนคร

‘ครูรวี’ หญิงสาวจากบ้านโป่งที่เข้ามาทำงานในเมืองหลวงด้วยความหวัง แต่กลับถูกดึงเข้าสู่เครือข่ายอาชญากรรมโดยไม่รู้ตัว และ ‘แดนไตร มหานาค’ หัวหน้านักเลงผู้เติบโตจากความยากไร้ จนกลายเป็นฟันเฟืองของอำนาจมืด กระทั่งทั้งสองคนโคจรมาพบกัน

นิยายรักเซตติ้งพระนครยุคอันธพาลครองเมืองเรื่องนี้ นักเขียนดึงเสน่ห์ของยุคสมัยออกมาได้อย่างสวยงาม ทั้งบรรยากาศบ้านเมือง การจีบกันผ่านตู้เพลง และงานวัดที่ทำให้ภาพของพระนครยุคเก่ามีชีวิตขึ้นมาอย่างชัดเจน

ปริศนา เขียนโดย ว.ณ ประมวญมารค

หากใครชอบเรื่อง Pride and Prejudice น่าจะชอบเรื่อง ‘ปริศนา’ นิยายรักคลาสสิกของไทยที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของการค่อยๆ เรียนรู้กันและกันจนพัฒนามาเป็นความรัก โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ช่วงปีพ.ศ. 2490 ผ่านนางเอก ‘ปริศนา’ หญิงสาวที่เพิ่งกลับจากอเมริกา และพระเอก ‘ท่านชายพจน์’ หม่อมเจ้าหนุ่มผู้เพียบพร้อม ทั้งฐานะ ชาติตระกูล และภาพลักษณ์ที่ดูห่างไกลจากเธอเหลือเกิน

ตัวเอก 2 คนที่ดูเหมือนจะไม่สามารถรักกันได้เลย คนหนึ่งเป็นชนชั้นสูงยศถึงหม่อมเจ้า และอีกคนที่ถึงจะสืบเชื้อสายมาจากตระกูลผู้ดีเก่าแต่ครอบครัวตอนนี้ก็เป็นชนชั้นกลางทั่วไป คนสองคนที่ถ้ามองผ่านๆ เหมือนจะไม่สามารถรักกันได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วทั้งคู่ก็รักกันแค่เพราะหัวใจตรงกันเท่านั้นเอง

นอกจากเส้นเรื่องความรัก หนังสือยังสะท้อนภาพสังคมไทยยุคนั้นได้ชัดเจน ทั้งเรื่องชนชั้น ค่านิยม มารยาท ภาษา แฟชั่น และวิถีชีวิตของคนชั้นกลางระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นการเต้นรำ เล่นกีฬา หรือการออกไปสังสรรค์ตามร้านอาหาร ทำให้เหมือนได้ย้อนกลับไปเห็นกรุงเทพฯ อีกยุคหนึ่ง

การโฆษณา

ครั้งหนึ่ง…คิดถึงเป็นระยะ เขียนโดย เจนจิ

รวมเรื่องสั้น 9 เรื่องที่พาเราไปรู้จักกรุงเทพฯ ผ่านผู้คน ความทรงจำ และสถานที่ต่างๆ ในเมืองที่ทั้งวุ่นวายและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

หนังสือเล่มนี้ทำให้ย่านคุ้นเคยอย่างเยาวราช ปากคลองตลาด หรือตลาดใต้สะพานพระพุทธ ไม่ได้เป็นแค่ ‘สถานที่’ แต่เต็มไปด้วยเรื่องราว วิถีชีวิต และความผูกพันของผู้คนที่อาศัยอยู่ย่านนั้นๆ

เสน่ห์ของเล่มคือความคุ้นเคยแบบไทยๆ ทั้งบทสนทนา ตัวละคร และบรรยากาศที่อ่านแล้วเหมือนได้เดินอยู่ในกรุงเทพฯ จริงๆ อีกทั้งยังมีเกร็ดประวัติศาสตร์และข้อมูลของอต่บะย่านสอดแทรกไว้อย่างพอดี 

โดยรวมเป็นเรื่องสั้นที่ทั้งชวนให้เรามองกรุงเทพฯในมุมที่อบอุ่นมากขึ้น

วารินกลับบ้าน เขียนโดย basil w.

‘กรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองโรแมนติก’ อาจเป็นประโยคที่หลายคนเห็นด้วย แต่หนังสือเล่มนี้กลับชวนมองว่า ต่อให้เมืองจะวุ่นวาย รถติด หรือผู้คนจะห่างเหินแค่ไหน ความรักเล็กๆ ก็ยังเกิดขึ้นได้เสมอ

เริ่มต้นที่เรื่องราวของ ‘วาริน’ ที่กลับมากรุงเทพฯ ครั้งแรกในรอบ 8 ปี หลังใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศสมานาน ซึ่งตรงนี้เกิดคอนทราสต์ที่น่าสนใจระหว่าง ‘ปารีส’ เมืองที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กับ ‘กรุงเทพฯ‘ เมืองที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ และแทบไม่เอื้อให้คนตกหลุมรักกันได้ง่ายๆ

แต่ยิ่งเรื่องดำเนินไป ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึก ‘รักไม่ได้ แต่ก็เกลียดไม่ลง‘ ทั้งย่านเก่าที่หายไป โรงหนังสกาล่าที่เหลือเพียงความทรงจำ หรือผู้คนที่ค่อยๆ กลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน

ท่ามกลางความหน่วงเหงาเหล่านั้น ‘ธีร์’ เพื่อนมหาวิทยาลัยที่วารินเคยแอบชอบก็กลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง และทำให้ค่อยๆ กลายเป็นความสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้น ความรักในเรื่องไม่ได้เกิดจากโชคชะตาหรือความบังเอิญ แต่เกิดจากการที่คนสองคนเคยวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันของกันและกันมาก่อน

พร้อมกันนั้น หนังสือยังสอดแทรกประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ ระบบทุนนิยม ความคาดหวังของสังคม และนิยามของคำว่า ’บ้าน‘ เอาไว้ได้อย่างพอดี

วารินกลับบ้าน จึงไม่ใช่เรื่องของการทำให้เมืองที่ไม่โรแมนติกกลายเป็นโรแมนติก แต่คือการพยายามรักษาความสัมพันธ์บางอย่างไว้ ท่ามกลางเมืองที่เปลี่ยนไปตลอดเวลามากกว่า

การโฆษณา

Bangkok Wakes to Rain เขียนโดย พิชญา สุดบรรทัด

เรื่องสั้นของผู้คนมากมาย ตั้งแต่จดหมายของมิชชันนารีอเมริกันสมัยต้นรัตนโกสินทร์ การต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ของเหล่าปัญญาชน เจ้าของร้านอาหารไทยในต่างแดนกับปัญหาหนักใจ ไปจนถึงโลกอนาคตอันไกลโพ้นที่ความทรงจำเป็นอมตะ ทั้งหมดนี้ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันโดยมีจุดร่วมคือสถานที่ที่ชื่อ ‘กรุงเทพ’

หนังสือเล่มนี้น่าสนใจตรงที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ถูกเล่าในฐานะเมืองท่องเที่ยวหรือภาพจำแบบเดิมๆ แต่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้ง ทั้งเก่าและใหม่ สงบและวุ่นวาย มั่งคั่งและเหลื่อมล้ำ ทุกอย่างดำรงอยู่พร้อมกันในพื้นที่เดียวอย่างแยกไม่ออก

ด้วยมุมมองของผู้เขียนที่ใช้ชีวิตอยู่กึ่งกลางระหว่างหลายวัฒนธรรม กรุงเทพฯ ในเล่มนี้จึงให้ความรู้สึกทั้งใกล้ตัวและไกลตัวในเวลาเดียวกัน ราวกับเป็นเมืองที่เราคุ้นเคยดี แต่ก็ยังมีบางด้านที่ไม่เคยเข้าใจมันทั้งหมดเสียทีเดียว

ขอเช็คอินหัวใจได้ไหมเธอ เขียนโดย อินเอวา

นิยายรักฟีลอบอุ่นที่อ่านแล้วเหมือนได้เดินเล่นทั่วกรุงเทพฯ ไปพร้อมกับ ‘กุณ’ และ ‘ชุน’ ตัวเอกที่ตอนแรก ‘ไม่ถูกชะตากันเลยสักนิด’ แต่สุดท้ายค่อยๆ ตกหลุมรักกันโดยไม่รู้ตัว

การตระเวนไปตามย่านต่างๆ ของกรุงเทพฯ เช่น ศาลเจ้าพ่อเสือ ร้านออนล็อกหยุ่น ไปจนถึงรอยัล อินเดีย ทุกสถานที่ในเรื่องไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปด้วย

ความเรื่อยๆ แต่ละมุน อ่านสบาย เหมือนดู vlog พาตะลอนทั่วกรุงเทพฯ ที่มีตัวเอกสองคนแอบจีบกันไปด้วยตลอดทาง บทสนทนาของพระนางรับส่งกันดีมาก มีความเนิร์ดเรื่องสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของผู้คนในเมือง 

ผู้เขียนสอดแทรกเรื่องการอนุรักษ์เมืองเก่า ชุมชน และตึกรามบ้านช่องต่างๆ เอาไว้ อ่านไปก็เหมือนได้มองกรุงเทพฯ ในมุมใหม่ตามตัวละครไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่พระเอกพาไปวาดรูปสถาปัตยกรรม หรือนางเอกเล่าเกร็ดของสถานที่ต่างๆ มันทำให้เมืองทั้งเมืองดูน่ารักขึ้นอย่างน่าประหลาด

แม้เรื่องจะไม่ได้เข้มข้นหรือลึกซึ้งมากนัก เพราะเป็นนิยายที่ไม่ยาวมาก แต่ก็เป็นความเรียบง่ายที่อ่านเพลิน และเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเดินเล่นดูเมือง ชอบดูตึกเก่า หรือชอบนิยายรักที่อบอุ่นหัวใจแบบค่อยเป็นค่อยไป

อ่านจบแล้วจะรู้สึกเหมือนได้เช็กอินทั้งกรุงเทพฯ และหัวใจตัวเองไปพร้อมกัน

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา