George SMith
Photograph: George SMith | Most beautiful cinemas in the world
Photograph: George SMith

12 โรงภาพยนตร์ที่สวยที่สุดจากทั่วโลก จุดหมายในฝันของคอหนังหลายคน

เปิดประตูสู่โรงภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว และเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้การดูหนังเป็นประสบการณ์พิเศษกว่าที่เคย

Parima Jintanawan
การโฆษณา

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Time Out Worldwide เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์  2568 และถูกนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทย

อะไรทำให้โรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งพิเศษกว่าที่อื่น อาจไม่ใช่แค่จอ IMAX ขนาดใหญ่ ระบบเสียงที่คมชัด หรือโปรเจกเตอร์ 4K รุ่นล่าสุด แต่เป็นประสบการณ์ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนที่คุณจะได้นั่งลงและหยิบป๊อปคอร์นเสียอีก

โรงหนังหลายแห่งทั่วโลกไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฉายภาพยนตร์ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัย ผ่านสถาปัตยกรรมอันงดงาม ประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมายาวนาน และบรรยากาศเฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากการนั่งดูหนังอยู่ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นโรงละครเก่าแก่ที่ยังคงความโอ่อ่าสง่างาม โรงภาพยนตร์ขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่กลางเมือง หรืออาคารประวัติศาสตร์ที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ ทุกแห่งล้วนทำให้การดูหนังกลายเป็นประสบการณ์ที่พิเศษยิ่งกว่าเดิม

นี่คือ 12 โรงภาพยนตร์จากทั่วโลกที่โดดเด่นทั้งในด้านความงาม เรื่องราว และเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเป็นจุดหมายที่คนรักหนังหลายคนใฝ่ฝันว่าจะได้ไปเยือนสักครั้ง

Le Grand Rex, ปารีส

ท่ามกลางถนนสายคึกคักในย่าน Grands Boulevards ในปารีส ป้ายไฟขนาดมหึมาของ ‘Le Grand Rex’ ส่องสว่างราวกับเชื้อเชิญให้ผู้คนก้าวเข้าไปสัมผัสมนตร์เสน่ห์ของโลกภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์อายุกว่า 90 ปีแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ฉายหนัง แต่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองหลวงฝรั่งเศส ภายในยังคงความโอ่อ่าของโรงละครยุคคลาสสิกเอาไว้ได้อย่างงดงาม โดยเฉพาะโรงฉายหลักที่รองรับผู้ชมได้มากกว่า 2,000 คน และเคยต้อนรับรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ระดับตำนานมาแล้วนับไม่ถ้วน ขณะเดียวกันก็ยังปรับตัวสู่ยุคใหม่ด้วยพื้นที่อย่าง Infinite Room ที่นำเทคโนโลยีการฉายภาพร่วมสมัยมาสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับผู้ชม

Pathé Koninklijk Theater Tuschinski, อัมสเตอร์ดัม

ภายในโถงทางเข้าของโรงภาพยนตร์แห่งนี้ มีแผ่นป้ายรำลึกถึงผู้ก่อตั้ง ‘Abraham Icek Tuschinski‘ ติดอยู่บนผนัง เขาเป็นผู้อพยพชาวยิวจากโปแลนด์ที่มีความฝันอยากสร้างโรงหนังในอัมสเตอร์ดัม แต่ไม่ทันได้เห็นผลงานของตัวเองเติบโตเต็มที่ เพราะชีวิตของเขาถูกพรากไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

แม้เรื่องราวจะเต็มไปด้วยความสูญเสีย แต่โรงภาพยนตร์ที่เขาสร้างไว้ยังคงดำรงอยู่ และกลายเป็นหนึ่งในอาคารที่งดงามที่สุดของเมือง ด้วยการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโค อาร์ตนูโว และกลิ่นอายโมเดิร์นนิสม์ที่ลงตัว ปัจจุบันโรงหนังแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเครือ Pathé และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในปี 2019 โดยยังคงรักษารายละเอียดดั้งเดิมไว้

ในโอกาสครบรอบ 100 ปี โรงภาพยนตร์ยังได้รับการยกสถานะเป็น ‘อาคารกิตติมศักดิ์’ ของราชวงศ์เนเธอร์แลนด์ และมีบาร์ชื่อ Bar Abraham ที่ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้ก่อตั้ง เสิร์ฟค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกภาพยนตร์ให้ผู้ชมได้ดื่มก่อนหรือหลังการฉาย

การโฆษณา

Village East Cinema, นิวยอร์ก

จากภายนอก โรงภาพยนตร์แห่งนี้อาจดูไม่ต่างจากโรงหนังทั่วไปในย่าน East Village ของนิวยอร์ก แต่ความพิเศษซ่อนอยู่ในโรงฉายหมายเลข 1 ที่ตกแต่งในสไตล์ Moorish Revival แสนงดงาม สามารถรองรับผู้ชมได้ถึง 440 ที่นั่งแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1920 และเคยเป็นส่วนหนึ่งของย่านโรงละครยิดดิชที่เคยรุ่งเรือง ภายในเต็มไปด้วยรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม รวมถึงโดมขนาดใหญ่ที่ประดับสัญลักษณ์ดาวแห่งดาวิด ทำให้การดูหนังที่นี่ให้ความรู้สึกที่พิเศษกว่าโรงภาพยนตร์ทั่วไป

Cineteca Madrid, มาดริด

โรงภาพยนตร์แห่งนี้เป็นแห่งเดียวในสเปนที่อุทิศให้กับภาพยนตร์แนวสารคดีเป็นหลัก ตั้งอยู่ในพื้นที่เก่าของ ‘Matadero Madrid’ ซึ่งในอดีตเคยเป็นโรงฆ่าสัตว์และตลาดปศุสัตว์ตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่วัฒนธรรมร่วมสมัย

เปิดให้บริการในปี 2011 ภายในอาคารขนาดใหญ่ที่ได้รับการจัดแสงด้วยโคมไฟรูปตะกร้าเรืองแสง และแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โรงฉาย ซึ่งตั้งชื่อตามนักเขียนบทชาวสเปน ได้แก่ ‘Azcona’, ‘Plato‘ และ ‘Borau‘

โปรแกรมของที่นี่เน้นภาพยนตร์อินดี้ งานนอกกระแส และการสนับสนุนผู้สร้างท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการมาดูหนังแล้วต่อด้วยการนั่งจิบเวอร์มุธและทานของว่างบนลานกลางแจ้งเล็กๆ ที่บรรยากาศอบอุ่นไม่แพ้กัน เป็นสถานที่ที่ทั้งแปลกตาและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง

การโฆษณา

The Electric, ลอนดอน

โรงภาพยนตร์จอเดี่ยวสไตล์บาโรกแห่งนี้ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางร้านของเก่าบนถนน Portobello อาจเป็นหนึ่งในโรงหนังที่นั่งสบายที่สุดในโลก

เก้าอี้ข้างในนุ่มสบายจนหลายคนบอกว่าแค่ได้นั่งก็คุ้มแล้ว และสำหรับคนที่อยากเอนกายเต็มที่ หรือพ่อแม่ที่พาลูกน้อยมาดูรอบพิเศษสำหรับครอบครัว ก็มีเตียงให้นอนชมภาพยนตร์ได้อีกด้วย โรงหนังแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับคลับสมาชิกส่วนตัว Electric House ทำให้บรรยากาศโดยรอบมีความหรูหราแทรกอยู่ไม่น้อย

ความพิเศษอีกอย่างคือเคาน์เตอร์ขายของว่างและเครื่องดื่มตั้งอยู่ภายในโรงเลย ทำให้เวลาต่อคิวซื้อของบรรยากาศคล้ายอยู่ในตลาดเล็กๆ ในลอนดอนเลย

Cinema Dei Piccoli, โรม

ซ่อนตัวอยู่ในสวน Villa Borghese ของกรุงโรม คือโรงภาพยนตร์เล็กๆ ที่ชื่อ ‘Dei Piccoli’ อาคารสีเขียวที่โอบล้อมด้วยต้นไม้ราวกับฉากหนึ่งในนิทาน

ข้างในมีเพียงหนึ่งจอและ 63 ที่นั่ง พื้นที่ทั้งหมดไม่ถึง 100 ตารางเมตร และเคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในโรงหนังที่เล็กที่สุดในโลก เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1934 และกลายเป็นพื้นที่ที่เด็กๆ ในโรมคุ้นเคยกันมานาน ชื่อ ‘Dei Piccoli’ แปลว่า ‘เด็กเล็ก‘ และเคยถูกเรียกเล่นๆ ว่า ‘Casa di Topolino’ หรือบ้านของมิกกี้เมาส์ เพราะในอดีตเคยเน้นฉายแอนิเมชันเป็นหลัก

ทุกวันนี้ยังคงเน้นฉายหนังสำหรับเด็กเหมือนเดิม เป็นโรงหนังเล็กๆ ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของโลกภาพยนตร์สำหรับใครหลายคนเช่นเดียวกัน

การโฆษณา

The Astor, เมลเบิร์น

‘The Astor’ โรงภาพยนตร์ในเมลเบิร์นที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1936 และเป็นโรงภาพยนตร์จอเดี่ยวที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง เรื่องราวของที่นี่เต็มไปด้วยความเข้มข้นไม่ต่างจากหนังที่ฉาย เพราะเคยเผชิญความเสี่ยงจากการถูกพัฒนาอาคารมาหลายครั้ง ก่อนจะได้รับการช่วยเหลืออีกครั้งในปี 2015 เมื่อเครือโรงหนังอิสระ Palace Cinemas เข้ามาดูแล

ภายในเป็นโรงฉายขนาดใหญ่สองชั้น รองรับผู้ชมได้ราว 1,600 คน และยังคงเป็นพื้นที่จัดฉายหนังคลาสสิกและมาราธอนภาพยนตร์อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น Godzilla, Lord of the Rings หรือ Nightmare on Elm Street

แม้รอบฉายจะลดลง แต่บรรยากาศภายในแทบไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งม่านกำมะหยี่สีแดง พรมลวดลายเรขาคณิต เปียโน โปสเตอร์หนังยุค 30s และถึงจะขึ้นชื่อเรื่องที่นั่งซึ่งไม่ค่อยสบายนัก แต่ ‘The Astor’ ยังคงเป็นหนึ่งในโรงภาพยนตร์สำคัญของเมลเบิร์น และยังคงมีผู้ชมแวะเวียนมาแน่นโรงอยู่เสมอ

Puskin Art Cinema, บูดาเปสต์

บูดาเปสต์ขึ้นชื่อเรื่องโรงภาพยนตร์ที่มีสไตล์ และ ‘Puskin Art Cinema’ ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่าง โรงหนังเก่าแก่แห่งนี้เคยใช้ชื่อว่า Fórum Cinema ตั้งอยู่ฝั่งเปสต์ และเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1926 ในยุคที่ยังมีเพียงโรงฉายเดียว ปัจจุบันที่นี่มีทั้งหมด 5 โรงฉาย โดยแต่ละโรงตั้งชื่อตามภาพยนตร์ที่สะท้อนช่วงเวลาต่างๆ ในประวัติศาสตร์ของ Puskin เช่น Metropolis, Amarcord, Annie Hall, Mephisto และ Körhinta ภาพยนตร์ฮังการีคลาสสิก

โรงฉายขนาดใหญ่ที่สุดให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกยุคหนึ่ง เสาหินอ่อน ที่นั่งไม้ และเพดานสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงไฟราวกับถ้ำสมบัติ ราวกับพาผู้ชมย้อนกลับไปสู่ยุครุ่งเรืองของการชมโรงภาพยนตร์อีกครั้ง ขณะที่โปรแกรมฉายก็ผสมผสานทั้งหนังอาร์ตเฮาส์ หนังกระแสหลักและอินดี้จากทั่วโลก

การโฆษณา

Cine Doré Filmoteca Española, มาดริด

โรงภาพยนตร์ในกรุงมาดริด หนึ่งในโรงภาพยนตร์เก่าแก่ที่สุดของเมือง เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1923 เคยผ่านทั้งช่วงเวลารุ่งเรืองและวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง ถึงขั้นเคยได้รับความเสียหายจากการรบในช่วงสงครามกลางเมืองสเปน ก่อนจะปิดตัวลงในปี 1963 และกลับมาเปิดอีกครั้งหลังจากนั้นเกือบสองทศวรรษด้วยการบูรณะจากเทศบาลเมือง และการปรับโฉมใหม่ในช่วงปลายทศวรรษ 1980

ปัจจุบัน Cine Doré กลายเป็นบ้านของหอภาพยนตร์สเปน ทำให้ที่นี่มั่นคงและยังคงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ฉายภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง ชื่อ ‘Doré’ เองยังไม่มีที่มาชัดเจน แต่โรงหนังแห่งนี้เคยถูกเรียกเล่นๆ ว่า ‘El Palacio de las Pipas’ หรือ ‘วังเมล็ดทานตะวัน’เพราะพฤติกรรมของผู้ชมในอดีตที่ชอบกินเมล็ดทานตะวันระหว่างดูหนัง

Le Champo, ปารีส

หนึ่งในโรงภาพยนตร์สายอาร์ตที่เป็นตัวแทนของย่าน Latin Quarter ในปารีส โรงหนังเล็กๆ แห่งนี้เคยเป็นจุดรวมตัวของผู้กำกับยุค French New Wave อย่าง ‘François Truffaut’ และ ‘Claude Chabrol’ ในช่วงทศวรรษ 1960-1970 โดย ‘Chabrol’ ถึงกับเรียกที่นี่ว่า มหาวิทยาลัยแห่งที่ 2 ของเขา

ปัจจุบัน Le Champo ยังคงเป็นพื้นที่ของคนรักหนังที่มองหาภาพยนตร์ขาวดำคลาสสิก ควบคู่ไปกับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสบรรยากาศแบบปารีสแท้ๆ

การโฆษณา

The Raj Mandir, อินเดีย

โรงภาพยนตร์ที่น่าจับตามองที่สุดแห่งหนึ่งของอินเดีย อีกทั้งยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองชัยปุระมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ด้วยรูปทรงโค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์จนได้รับฉายาว่าเป็นอาคารทรง ‘เมอแรงก์’

เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ผู้ชมจะได้พบกับโคมไฟระย้า เพดานลอนคลื่น และบันไดขนาดใหญ่ที่ช่วยเติมบรรยากาศความอลังการแบบโรงละครคลาสสิก แม้จะเป็นโรงหนังจอเดียว แต่ก็สามารถรองรับผู้ชมได้มากกว่า 1,100 ที่นั่ง และยังเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับทั้งคอหนังและนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสประสบการณ์ชมภาพยนตร์สไตล์บอลลีวูดในบรรยากาศที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

ศาลาเฉลิมธานี, กรุงเทพฯ

แม้จะไม่ได้อยู่ในลิสต์โรงภาพยนตร์ระดับโลก แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ศาลาเฉลิมธานี หรือโรงหนังนางเลิ้ง ถือเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไม่แพ้กัน โรงภาพยนตร์โครงสร้างไม้ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2461 แห่งนี้เป็นโรงหนังไม้เพียงแห่งเดียวของไทยที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ทุกครั้งที่หอภาพยนตร์เปิดพื้นที่ให้เข้าชมภาพยนตร์หรือจัดกิจกรรมพิเศษ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสบรรยากาศการดูหนังในยุคแรกเริ่มของสยาม และได้เห็นอีกมุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยที่ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้

แม้ทุกวันนี้เราจะสามารถเปิดดูภาพยนตร์เรื่องโปรดได้จากหน้าจอที่บ้านเพียงไม่กี่คลิก แต่โรงภาพยนตร์เหล่านี้ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเสน่ห์ของการดูหนังยังคงมีอะไรมากกว่าตัวภาพยนตร์เอง ทั้งสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และบรรยากาศที่โอบล้อมอยู่รอบตัว ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ทำให้การชมภาพยนตร์แต่ละครั้งกลายเป็นความทรงจำที่หลายคนยากจะลืม

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา