ตรุษจีนคือช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ เปลี่ยนจังหวะของตัวเองอย่างเงียบๆ เช้าเริ่มต้นด้วยกลิ่นธูป เสียงประทัด และผู้คนในเสื้อผ้าสีแดงที่เดินเข้าสู่ศาลเจ้า พร้อมความหวังเล็กๆ ว่าปีใหม่จะราบรื่นกว่าปีก่อน
การเที่ยวตรุษจีนแบบ 24 ชั่วโมง ไม่ได้หมายถึงการไปให้ครบทุกที่ แต่คือการใช้เวลาให้ถูกช่วง
เช้าไว้สำหรับการไหว้ กลางวันไว้สำหรับการเดินสำรวจ เย็นคือการรวมตัว และกลางคืนคือการเฉลิมฉลอง
ใน ปีม้า ปีแห่งการเคลื่อนไหว ความขยัน และการตัดสินใจ การเริ่มต้นวันด้วยความนิ่ง และจบวันด้วยพลังของเมือง ทำให้เห็นว่าตรุษจีนไม่ใช่แค่เทศกาล แต่เป็นจังหวะชีวิตที่ผู้คนเลือกจะเดินไปพร้อมกัน
จากวัดในเยาวราช เดินออกจากความคึกคักเข้าสู่ตลาดน้อยที่ยังคงเสน่ห์ของย่านจีนเก่า
ต่อด้วยถนนทรงวาด ที่ร้านค้าและคาเฟ่ บรรยากาศจีนๆ ถูกเล่าใหม่ในภาษาของคนรุ่นนี้ ก่อนจะกลับสู่แสงไฟและโต๊ะอาหารในเยาวราชยามค่ำ และปิดวันด้วยบาร์จีน ที่วัฒนธรรมถูกตีความใหม่อย่างร่วมสมัย
หนึ่งวันอาจฟังดูสั้น แต่ถ้าเลือกเดินให้ตรงจังหวะ ตรุษจีนในกรุงเทพฯ ก็เพียงพอจะเล่าเรื่องทั้งเมืองได้ครบถ้วน
8.00 - 12.00
เช้าวันตรุษจีนในกรุงเทพฯ เริ่มต้นด้วยกลิ่นธูปและเสียงประทัด ผู้คนแต่งตัวด้วยสีแดง เดินเข้าสู่ศาลเจ้าด้วยความหวังเล็กๆ ในใจว่าจะได้เริ่มปีใหม่อย่างราบรื่น
วัดมังกรกมลาวาส (หรือที่รู้จักกันในชื่อวัดเล่งเน่ยยี่) หรือ ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ คือจุดเริ่มต้นยอดนิยมในย่านเยาวราช การไหว้เจ้าตอนเช้าคือการ ‘ตั้ง Intention’ ให้กับปีทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เงิน สุขภาพ หรือความรัก
หลังจากไหว้เสร็จ เดินออกมาพร้อมถุงส้มและกระดาษมงคล แล้วแวะกินมื้อเช้าแบบคนจีนแท้ๆ เช่นโจ๊ก บะหมี่ และน้ำชาร้อนๆ ที่ไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือสัญลักษณ์ของความราบรื่น อายุยืน และความสมดุล
- นายเอกก๋วยจั๊บ (Nai Ek Roll Noodle)
ก๋วยจั๊บสูตรดั้งเดิมแห่งเยาวราช ที่รสชาติชัดตั้งแต่คำแรก น้ำซุปหอมพริกไทย เข้มข้นแบบไม่ต้องปรุง เส้นม้วนหนึบกำลังดี หมูกรอบไม่อมน้ำมัน ความเรียบง่ายที่ทำถึง ทำให้ร้านเล็กๆ ร้านนี้กลายเป็นตำนานสตรีทฟู้ดที่คนกินแล้วจำไม่ลืม
- โจ๊กปรินซ์ (Jok Prince)
โจ๊กที่มีกลิ่นไฟและความคลาสสิกอยู่ในทุกชาม โจ๊กเนื้อเนียน เคี่ยวด้วยเตาถ่านจนได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติเรียบแต่ลึก เป็นโจ๊กที่ไม่ต้องแต่งเยอะ แต่อร่อยด้วยวิธีดั้งเดิม จนกลายเป็นร้านประจำของคนเมืองมาหลายสิบปี
จากนั้นค่อยๆ เดินออกจากความคึกคักของเยาวราชไปสู่ ตลาดน้อย ย่านจีนเก่าแก่ริมเจ้าพระยาที่ยังคงรักษาเสน่ห์ของตึกเก่า ร้านอะไหล่ และศาลเจ้าเล็กๆ ไว้ได้อย่างน่าหลงใหล
แวะเดินในซอยวานิช 2 และรอบ ‘ศาลเจ้าโรงเกือก’ จะเห็นชีวิตประจำวันของชุมชนจีนที่ดำเนินไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางร้านกาแฟและคาเฟ่จีนร่วมสมัยที่ซ่อนตัวอยู่
- ปา เฮ่า เถียน มี่ (Ba Hao Tian Mi)
ร้านของหวานจีนที่หยิบความดั้งเดิมมาเล่าใหม่ให้ทันสมัย โดดเด่นด้วยพุดดิ้งและขนมหวานสไตล์จีน รสหวานละมุน ไม่เลี่ยน วัตถุดิบอย่างงาดำ นม และธัญพืชถูกนำมาปรับให้กินง่ายและดูร่วมสมัย บรรยากาศร้านอบอุ่นแบบจีนคลาสสิก ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดพักหวานใจกลางเยาวราชที่คนแวะมาซ้ำ
- ฮงเซียงกง (Hong Sieng Kong)
คาเฟ่จีนวินเทจริมแม่น้ำ ที่บรรยากาศเด่นไม่แพ้เครื่องดื่ม รีโนเวตจากบ้านจีนเก่าในย่านตลาดน้อย ให้กลายเป็นพื้นที่นั่งชิล จิบกาแฟ กินขนม และชมวิวเจ้าพระยา จุดเด่นคือเสน่ห์ของสถานที่ มุมถ่ายรูป และบรรยากาศสงบผสมกลิ่นอายจีนเก่า จนกลายเป็นร้านที่คนมาเพื่อ ‘ฟีล’ มากพอๆ กับรสชาติ
12.00 - 17.00 น.
จากตลาดน้อยเดินต่อไปยัง ‘ถนนทรงวาด’ ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์จีนร่วมสมัย แต่แฝงด้วยความเท่แบบ Urban Life ของกรุงเทพฯ ที่นี่ไม่ใช่แค่ตลาด แต่เป็นพื้นที่ให้เดินช้าๆ ชมของเก่า ตึกไม้และบ้านโบราณสลับกับคาเฟ่วินเทจสไตล์จีน-โมเดิร์น ที่เหมาะกับการจิบชา ถ่ายภาพ หรือแวะพักกลางทาง นอกจากนี้ยังมี เวิร์กช็อปงานคราฟต์ สตูดิโอศิลปะ และร้านของตกแต่งเล็กๆ ให้คุณหยุดชมและสร้างประสบการณ์สนุกๆ ระหว่างเดินตลาด ทำให้การมาเยือนทรงวาดไม่ใช่แค่ช็อป แต่เป็นการสำรวจความคิดสร้างสรรค์และกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยในกรุงเทพฯ
- ลอส อิน ทรงวาด (Lost in Songwat)
คาเฟ่ลับกลางถนนทรงวาด ที่ชวนหลงเข้าไปในบรรยากาศเก่า-ใหม่อย่างพอดี ตั้งอยู่ในอาคารเก่าที่รีโนเวทอย่างอบอุ่น กลิ่นอายวินเทจผสมความมินิมอล เหมาะกับการแวะพัก จิบกาแฟ และซึมซับเสน่ห์ของย่านทรงวาดที่กำลังมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
- เอฟวี (F.V.)
คาเฟ่สายสร้างสรรค์ ที่หยิบผลไม้และรสชาติไทยมานำเสนอในมุมใหม่ โดดเด่นด้วยเครื่องดื่มและขนมที่เล่นกับรสเปรี้ยวหวานอย่างสนุก บรรยากาศร้านเรียบเท่ เข้ากับถนนทรงวาด ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะของคนที่อยากลองอะไรแปลกใหม่ในย่านเก่าแก่
ส่วนมื้อกลางวันระหว่างทางอาจเป็นอาหารง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศของเทศกาล โต๊ะอาหารที่ล้อมด้วยตึกโบราณและผู้คนที่เดินผ่านไปมา คือเสน่ห์ของการแวะกินระหว่างการเดินสำรวจย่านเก่า ก่อนจะกลับเข้าสู่ความคึกคักของเยาวราชในช่วงเย็น
ร้านแนะนำ
- ต๋อยแอนด์คิด ซีฟู๊ด (T&K Seafood)
ร้านนี้คือซีฟู้ดเยาวราชระดับตำนาน ที่ความอร่อยมาพร้อมบรรยากาศคึกคักมีชีวิตชีวา โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสด เมนูหลากหลาย รสชาติจัดจ้านแบบเยาวราชแท้ๆ และบรรยากาศครึกครื้นที่สะท้อนเสน่ห์ของสตรีทฟู้ด
- ครัวพรละมัย (Krua Porn Lamai)
ร้านนี้คืออาหารไทยบ้านๆ ที่รสมือชัด เหมือนกินข้าวฝีมือคนในบ้าน เน้นเมนูไทยพื้นฐาน รสชาติกลมกล่อม ซื่อๆ แต่ถึงใจ วัตถุดิบดี ราคาเป็นมิตร และบรรยากาศสบายๆ ทำให้ร้านนี้เป็นตัวเลือกของคนที่อยากกินอาหารไทยแบบไม่ปรุงแต่ง แต่ได้ความอบอุ่นทุกจาน
17.00 - 19.00 น.
พอพระอาทิตย์เริ่มลับฟ้า กิจกรรมคึกคักตลอดวันค่อยๆ ผ่อนลง และถึงเวลาของ มื้อสำคัญที่สุดของวัน คือ มื้อเย็นตรุษจีน
นี่ไม่ใช่แค่การกิน แต่คือ ช่วงเวลาของการรวมตัวของครอบครัวและเพื่อนฝูง ทุกโต๊ะเต็มไปด้วยจานอาหารที่จัดเรียงตรงกลาง เพื่อให้ทุกคนแบ่งกันชิม เป็นภาพแทนของความอุดมสมบูรณ์ ความผูกพัน และความหวังดีในปีใหม่
อากาศเย็น แสงไฟจากโคมแดงสะท้อนบนโต๊ะอาหาร ทำให้มื้อเย็นดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา
เสียงหัวเราะและบทสนทนาของผู้คนผสมกับเพลงจีนเบาๆ จากรอบข้าง ยิ่งทำให้มื้อเย็นค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความหมายสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสบรรยากาศตรุษจีนแบบครบสูตรในกรุงเทพฯ
ร้านอาหารจีนที่แนะนำ ได้แก่
- เหล่าเต๊ง เยาวราช (Laoteng)
ร้านอาหารจีนและติ่มซำสไตล์โมเดิร์น ที่กินง่ายและเข้าถึงคนทุกวัย โดดเด่นด้วยติ่มซำหน้าตาน่าทาน รสชาติกลมกล่อม และเมนูจีนคลาสสิกที่ปรับให้ทันสมัย เหมาะกับทั้งคนมาเดินเยาวราชและคนที่อยากกินอาหารจีนคุณภาพในบรรยากาศสบายๆ
- ห้องอาหารจีนหยู เห้อ (Yu He Chinese Cuisine)
ร้านนี้คืออาหารจีนสไตล์ดั้งเดิมในบรรยากาศภัตตาคาร เน้นเมนูจีนคลาสสิก รสชาติคุ้นเคย วัตถุดิบดี และการบริการแบบห้องอาหารโรงแรม เหมาะสำหรับมื้อครอบครัว มื้อธุรกิจ หรือคนที่อยากกินอาหารจีนแบบไม่หวือหวาแต่ได้มาตรฐาน
- โพทง (Potong)
ร้านนี้คือ Thai-Chinese fine dining ที่เล่าเรื่องอาหารผ่านประวัติศาสตร์และรสชาติ ทางร้านนำอาหารจีนและไทยมาตีความใหม่ในรูปแบบไฟน์ไดนิ่ง ผ่านคอร์สอาหารที่มีเรื่องราวและเทคนิคซับซ้อน ตั้งอยู่ในอาคารเก่าใจกลางเยาวราช อาหารที่นี่ไม่ใช่แค่มื้ออาหารทั่วไป แต่คือประสบการณ์พิเศษ
19.00 เป็นต้นไป
หลังมื้อเย็น ลองเดินเล่นใน ถนนเยาวราชยามค่ำ โคมแดงห้อยเรียงราย แสงไฟจากร้านค้าส่องสะท้อนบนถนนเปียกเล็กน้อย ผู้คนเดินสลับไปมา บางคนชิมของว่างริมทาง บางคนยืนถ่ายภาพ กลิ่นหอมของอาหารคละคลุ้งในอากาศ ผสมกับเสียงหัวเราะและบทสนทนาเบาๆ ทำให้ถนนสายนี้รู้สึกเหมือน งานเทศกาลขนาดย่อมที่มีชีวิตชีวา ทุกก้าวเดินเต็มไปด้วยพลังของตรุษจีน ทั้งความคึกคักและอบอุ่นที่สอดประสานกันอย่างเป็นธรรมชาติ
หากอยากปิดวันด้วย เวอร์ชันร่วมสมัยของตรุษจีน แวะเข้าไปที่ บาร์ย่านนี้สักแห่ง
ที่ที่นำความเก่าและใหม่มาบรรจบกันในแก้วค็อกเทล ลองเริ่มต้นจาก
- ปาเฮ่า (Ba Hao)
ร้านนี้คือบาร์ที่เล่าเรื่องวัฒนธรรมจีนผ่านค็อกเทลอย่างร่วมสมัย
โดดเด่นด้วยการใช้เหล้าจีนเป็นฐาน ผสมผสานรสชาติและกลิ่นอายแบบตะวันออกเข้ากับเทคนิคบาร์สมัยใหม่ ทำให้ค็อกเทลของที่นี่มีทั้งความแปลกใหม่ ลุ่มลึก และมีเรื่องราวในทุกแก้ว
- ทีนส์ ออฟ ไทยแลนด์ (Teens of Thailand)
ร้านนี้คือจินบาร์ตัวตนชัด ที่ปลุกชีวิตกลางคืนของย่านเก่าด้วยความเท่ เน้นค็อกเทลที่ใช้จินเป็นหลัก ผสมส้มและสมุนไพรให้ได้รสสดชื่น ซับซ้อน และมีเอกลักษณ์ บรรยากาศสนุก เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยพลังของคนรักค็อกเทล
- เอเชีย ทูเดย์ (Asia Today)
ร้านนี้คือบาร์ที่หยิบวัตถุดิบเอเชียมาเล่าใหม่ในรูปแบบค็อกเทล โดดเด่นด้วยการใช้วัตถุดิบอย่างน้ำผึ้ง สมุนไพร และของพื้นถิ่นจากเอเชีย สร้างรสชาติที่แปลก ลึก และแตกต่าง บรรยากาศอบอุ่น เป็นพื้นที่ของคนที่อยากดื่มพร้อมเรียนรู้เรื่องราวของวัตถุดิบไปพร้อมกัน
ค่ำคืนนี้บนเยาวราชไม่ได้จบเพียงแค่แสงสีหรือรสชาติอาหาร แต่มันคือ การเดินทางตลอดวัน จากโคมแดงและเสียงประทัดยามเช้า ผ่านโต๊ะอาหารเย็นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม จนมาสู่แก้วค็อกเทลยามดึก ตรุษจีนหนึ่งวันในกรุงเทพฯ จบลงอย่างสมบูรณ์ ทั้งเก่า ใหม่ และร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน

