รวมทุกอีเวนต์ในกรุงเทพฯ

อัปเดตทุกอีเวนต์ทั่วกรุงเทพฯ ได้ในโพสต์เดียว แล้วคุณจะไม่อยากอยู่เฉยๆ

การโฆษณา

กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย

  • Music
  • ดนตรี
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่แฟนๆ ชาวไทยรอคอย เมื่อ Nene Royal หรือ เนเน่ เด็กสาววัย 16 ปีจากภูเก็ต คว้าแชมป์จากเวทีประกวดความสามารถชื่อดังของอเมริกาไปได้สำเร็จ พร้อมรับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และโอกาสขึ้นแสดงโชว์ระดับเฮดไลน์ที่ลาสเวกัส เส้นทางของเนเน่เริ่มต้นขึ้นในรอบออดิชัน ซึ่งจัดขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนวันเกิดอายุครบ 16 ปีของเธอ เธอหยิบกีตาร์ไฟฟ้าขึ้นมาเล่นเพลง ‘Zombie’ ของ The Cranberries พร้อมโชว์เทคนิคแท็ปปิงกีตาร์สองมือกลางเพลง จนผ่านด่านกรรมการทั้งสี่คนอย่างเป็นเอกฉันท์ แล้วคลิปดังกล่าวก็ได้กลายเป็นคลิปออดิชันที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดของซีซัน ด้วยยอดวิวกว่า 20 ล้านครั้งบนช่องยูทูบอย่างเป็นทางการของรายการ ในรอบ Judges' Callbacks เนเน่ได้กลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งด้วยเพลง ‘Hysteria’ ของ Muse หลังได้รับคำแนะนำจาก Howie Mandel โดยคลิปการแสดงมียอดวิวถึง 2.1 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังอัปโหลดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม และจากนั้นในรอบ Quarterfinals เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เธอเลือกเพลง ‘Black Hole Sun’ ของ Soundgarden มาโชว์พลังเสียงและกีตาร์ ก่อนที่ Mel B จะกดปุ่ม Golden Buzzer ส่งเนเน่เข้าสู่รอบไฟนอลทันที โดยไม่ต้องผ่านการโหวตจากผู้ชมทางบ้าน กระแสของเนเน่ไม่ได้ดังแค่ในอเมริกา เพราะแฟนๆ ชาวไทยเองก็ตามเชียร์กันอย่างต่อเนื่อง จนมีเหล่าคนดังในไทยออกมาร่วมส่งกำลังใจให้เธอด้วย ตามมาในรอบไฟนอลคืนแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน เธอเลือกเพลง ‘Seven Nation Army’ ของ The White Stripes พร้อมเรียบเรียงท่อนโซโล่กีตาร์ใหม่ในแบบของตัวเอง และขึ้นเวทีในชุดเดรสสีแดงที่มีข้อความ ‘Nene Thailand’ อยู่ด้านหน้า คืนนั้น Simon Cowell ไม่ได้ทำหน้าที่กรรมการเนื่องจากอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังการผ่าตัด...
  • Things to do
  • เทศกาล
กันยายน จะไม่ยมส์อีกต่อไป เพราะสัปดาห์นี้กรุงเทพฯ ยังคงเปี่ยมไปด้วยพลังงานแห่งความสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ๆ ที่พร้อมชวนให้ทุกคนออกไปปะทะตลอดสุดสัปดาห์นี้! เริ่มต้นกันที่ หมวดนิทรรศการงานอาร์ต และป็อปคัลเจอร์ สัปดาห์นี้สาวกอาร์ตทอยห้ามพลาดกับการร่วมฉลองครบรอบ 20 ปีของคาแรกเตอร์ระดับโลกใน MOLLY's 20th Anniversary Exhibition สายนาฬิกาเตรียมตัวพบกับงานแฟร์น้องใหม่ที่รวมนาฬิกาแบรนด์อิสระจากทั่วโลกใน Wela Bangkok สัมผัสประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟวาดภาพปล่อยจินตนาการใน Doooodles เสพงานศิลปะผสมเรื่องจริงและเรื่องแต่งผ่านวิดีโออาร์ตและตำนานล้านนาใน Love After Death ขยับมาที่หมวดภาพยนตร์ ดนตรีสด และโชว์การแสดง เอาใจคอหนังกับเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติ BKKIF ที่ขนหนังกว่า 40 เรื่องทั่วโลกมาฉาย ณ SF World Cinema หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปดูหนังรักคลาสสิก Comrades: Almost a Love Story แล้วออกเดินชิมเกี๊ยวตามหารสชาติของบ้านย่านเยาวราชในกิจกรรม ดูหนัง เลี้ยว แล้วตามหารสชาติของบ้านผ่านเกี๊ยวก็น่าสนุกไม่แพ้กัน  สำหรับคนดนตรี เตรียมไปโยกกับดนตรีสดและเสียงทดลองแบบไม่มีสูตรตายตัวใน MŌCANA Sound II, ย้อนดูเบื้องหลังอัลบั้มก่อนชมคอนเสิร์ตสดใน Réjizz presents: The Era Experience ณ Marshall Livehouse และสัมผัสการแสดงโนราในมิติใหม่ที่ผสานดนตรีทดลองใน Noise of the Month: Nopera by B35 ณ GalileOasis และอีกหลากหลายอีเวนต์ที่รอให้คุณได้ออกไปสำรวจ เตรียมปักหมุดอีเวนต์ที่ตรงใจ แล้วออกไปเสพดนตรี ศิลปะ อาหาร และเรื่องราวสร้างสรรค์ทั่วมุมเมืองกันได้เลย!
การโฆษณา
  • Music
ก่อนจะไปพบกันที่ The Greatest Playlist คอนเสิร์ตรวมฮิตของ H3F ที่พา 8 วงดนตรีมาอยู่บนเวทีเดียวกัน และความมันส์มันอยู่ตรงที่พวกเขาเลือกไลน์อัปกันเอง งานนี้รับรองว่าถึงใจทั้งแฟนเพลง H3F และแฟนเพลงวงอื่นๆ ด้วยอย่างแน่นอน  และในโอกาสอันดี เราชวนสมาชิกทั้งสี่กลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมา ตั้งแต่วันแรกๆ ยังเป็นเพียงชื่อเล่นง่ายๆ ของเพื่อนสามคน จนกลายมาเป็น H3F วงดนตรีที่เติบโตมาพร้อมกับมิตรภาพ ดนตรี และผู้คนที่เดินทางเคียงข้างกันมาเกือบหนึ่งทศวรรษ บทสนทนาเรียบง่าย และเป็นกันเองนี้ เป็นการทำความรู้จัก H3F ในวันที่พวกเขาเติบโตขึ้น ทั้งในฐานะนักดนตรี เพื่อน และคนทำงานเบื้องหลังทุกอย่างด้วยสองมือของตัวเอง ก่อนจะไปพบพวกเขาบนเวที The Greatest Playlist วันที่ 10 ตุลาคมนี้ ที่ Ambience Space Photograph: YowaH3F ทศวรรษแห่งมิตรภาพ และชื่อที่สลักไว้บนกาลเวลา ในโลกที่ทุกสิ่งหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว กาลเวลาเกือบ 10 ปีบนเส้นทางดนตรีของชายหนุ่มสี่คน อาจฟังดูเหมือนเรื่องเล่าข้ามคืน ก้อง – เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ (ร้องนำและกีตาร์) ปิง – อารการ จันทร์ทอน (กีตาร์) หม่อม – ธนบัตร สมบูรณ์สิทธิ์ (เบส) และแม็ก – ฐากร อัญภานนท์ (กลอง) จากจุดเริ่มต้นของเพื่อนสามคนที่ใช้ชื่อ Happy Three Friends แสนเรียบง่าย จนกระทั่งสมาชิกคนที่สี่ก้าวเข้ามาเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ ความคิดที่จะเปลี่ยนชื่อวงให้หรูหราเคยเพ่นพ่านอยู่ในหัว ทว่าสุดท้าย คำสั้นๆ ว่า ‘ย่อไปเลย H3F ไม่มีใครรู้หรอก’ ก็กลายมาเป็นตราประทับที่ผูกพันพวกเขากับแฟนเพลงมาจนถึงปัจจุบัน Photograph: Ton Son H. - Time Out ThailandH3F ‘ถ้ามองย้อนกลับไปเกือบสิบปี สิ่งเดียวที่เรายังต้องปรับจูนเข้าหากัน น่าจะมีแค่เรื่องความเด๋อ นอกนั้นไม่มีครับ’...
  • Art
  • เยาวราช
หลายพื้นที่ในลิสต์นี้ตั้งอยู่ในตลาดน้อย ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบ้านและธุรกิจครอบครัว รวมถึงเวิร์กช็อปเล็กๆ ที่ค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา วานิช เฮาส์ (Vanich House) เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำอาคารเก่ากลับมาใช้งาน โดยบ้านไม้หลังนี้มีอายุกว่า 100 ปี และเคยเป็นบ้านของครอบครัวที่เปิดร้านทำเครื่องจักรอยู่ที่นี่ ปัจจุบันบ้านหลังเดิมถูกปรับให้เป็นทั้งคาเฟ่ พื้นที่อเนกประสงค์ และลอฟต์สำหรับเข้าพัก โดยยังเก็บรายละเอียดจากอดีตไว้ในหลายมุม ชั้นล่างแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วน โดยบริเวณจอดรถอยู่ตรงจุดที่เคยเป็นร้านเครื่องจักร  ส่วนคาเฟ่และพื้นที่นั่งเล่นเชื่อมต่อกันแบบเปิดโล่ง ไม่มีผนังกั้นชัดเจน แต่ใช้กองข้าวของเก่าที่สะสมไว้มาเป็นเส้นแบ่งระหว่างแต่ละโซน ด้านหลังใช้โซ่โลหะช่วยกั้นพื้นที่ ซึ่งเมื่อแสงส่องผ่านจะเกิดเงาทอดลงบนพื้นและคานเหล็ก กลายเป็นบรรยากาศดิบๆ ที่ยังพอมองเห็นกลิ่นอายของเวิร์กช็อปเดิมอยู่ เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นในบ้าน ทั้งโซฟาปรับนอน โต๊ะ และเก้าอี้ ก็เป็นของเดิมที่อยู่คู่กับบ้านมานาน ขณะที่เคาน์เตอร์คอนกรีตเปลือยเป็นส่วนที่ครอบครัวสถาปนิกเจ้าของบ้านออกแบบและเติมเข้ามาใหม่ ทำให้ของเก่าและองค์ประกอบร่วมสมัยอยู่ร่วมกันโดยไม่ทำให้บ้านสูญเสียคาแรกเตอร์เดิม Time Out tip: ถ้าอยากได้บรรยากาศบ้านที่เงียบสงบ แนะนำให้ลองมาในเวลา 10.30 น. วันธรรมดา เพราะช่วงเช้าพื้นที่เปิดโล่งจะยังเย็นสบายและคนไม่พลุกพล่านมากนัก ที่ตั้ง: ซอยวาณิช 2 ตลาดน้อย เปิดอังคาร-อาทิตย์ 10.30-17.30 น. (ปิดวันพุธ) โทร. 097 298 2655
การโฆษณา
  • Art
  • เจริญกรุง
อาคารไปรษณีย์กลางบางรักษ์ (TCDC) อาคารสไตล์อาร์ตเดโคที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมเอาไว้ ท่ามกลางตึกแถวเก่าและบริษัทสายสร้างสรรค์รุ่นใหม่ที่เรียงรายอยู่ตลอดย่านบางรัก ที่นี่มีเป้าหมายในการช่วยให้ผู้คนพัฒนาทักษะ ไอเดียธุรกิจ และผลงานด้านการออกแบบ โดยภายในได้รับการปรับปรุงโดยกลุ่มสถาปนิกชื่อดังหลายราย ให้พื้นที่ใหม่เข้ากับโครงสร้างอาคารประวัติศาสตร์เดิม เก็บเปลือกนอกที่มีเอกลักษณ์ไว้ พร้อมจัดสรรพื้นที่ด้านในให้รองรับการเรียนรู้และกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบปัจจุบันกิจกรรมส่วนใหญ่ของ TCDC ยังเชื่อมโยงกลับมาที่พื้นที่โดยรอบ ทั้งการสร้างเครือข่ายระหว่างธุรกิจสร้างสรรค์ขนาดเล็ก ชุมชนท้องถิ่นที่อยู่คู่ย่านมานาน และองค์กรขนาดใหญ่ทั้งในไทยและต่างประเทศ เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นคือการทำให้เจริญกรุงเป็นย่านที่ผู้คนอยากเดินทางมาเพื่อเรียนรู้ พร้อมใช้เป็นต้นแบบให้ย่านอื่นๆ นำแนวคิดไปต่อยอดในแบบของตัวเอง โดย TCDC อยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) Time Out tip: ลองขึ้นไปที่สวนชั้น 5 ช่วงประมาณ 17.30 น. แสงกำลังนุ่ม อากาศเริ่มเย็น และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมวิวตึกเก่าๆ ของบางรักจากมุมสูง
  • บางซื่อ
บางโพอาจไม่ใช่ย่านแรกที่นึกถึงเมื่อพูดถึงโรงละคร แต่ ต.นำเจริญ เพลย์เฮ้าส์ ก็น่าสนใจตรงที่นี่เคยเป็นโรงเลื่อยเก่าที่ตั้งอยู่มานานหลายสิบปี ก่อนถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับวงการละครเวทีขนาดเล็กของกรุงเทพฯ โดยยังคงโครงสร้างโกดังไม้เดิมเอาไว้เกือบทั้งหมด เพดานสูง พื้นที่โล่ง และไม่มีเสากลาง ทำให้ตัวอาคารเหมาะกับการเป็นโรงละครแบบ black box แทบจะทันที พื้นที่กว่า 2,400 ตารางเมตร ปัจจุบันรองรับทั้งการแสดง เวิร์กช็อป และกิจกรรมของคนทำงานสร้างสรรค์ โดยมีโรงละครหลักสำหรับผู้ชมราว 200-220 คน ห้องอเนกประสงค์ เวทีกลางแจ้ง และห้องเล็กๆ สำหรับประชุมหรือพักค้างคืนของศิลปิน Time Out tip: ที่นี่เปิดตามตารางอีเวนต์ ไม่ได้มีเวลาเปิด-ปิดตายตัว แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่าน LINE @t.namcharoen.playhouse ที่ตั้ง: ซอยประชาราษฎร์สาย 1 ซอย 25 เปิดทุกวัน (เวลาแตกต่างกันตามตารางอีเวนต์) โทร. 064 564 2961
การโฆษณา
  • ละครเวที และ การแสดง
ในวาระครบรอบ 50 ปีเหตุการณ์ 6 ตุลา ‘The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4’ ชวนผู้ชมกลับเข้าไปในห้องศาลจำลองอีกครั้ง ผ่านการหยิบสำนวนคดี 6 ตุลา 2519 มาสร้างเป็นละครเวที โดยเรียบเรียงคำฟ้อง คำให้การ และการซักค้านจากบันทึกการพิจารณาคดีและเอกสารร่วมสมัย เรื่องราวพาย้อนกลับไปหลัง เหตุการณ์ 6 ตุลา เมื่อมีนักศึกษาและประชาชน 18 คน ถูกนำขึ้นศาลทหารในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหาคอมมิวนิสต์ กบฏ และความผิดอื่นๆ จากเหตุการณ์ในเวลานั้น โดยคดีของทั้ง 18 คนถูกฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพฯ ในปี 2520 แต่ครั้งนี้เราไม่ได้มาแค่นั่งดูละครแล้วเดินกลับบ้านไปเฉยๆ เพราะผู้ชมจะถูกชวนให้กลายเป็น ‘ผู้เข้าฟังคดี’ ไปพร้อมกับการพิจารณาคำฟ้อง คำให้การ และการซักค้านที่เกิดขึ้นตรงหน้า ก่อนจะลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า เมื่อเรื่องราวทั้งหมดถูกนำกลับมาเล่าอีกครั้ง ใครคือจำเลย และใครควรเป็นคนที่ต้องถูกตั้งคำถามกันแน่? ชื่อ ‘ห้องพิจารณาคดีที่ 4’ เองก็หยิบมาจากห้องพิจารณาคดีที่ถูกกำหนดให้ใช้พิจารณาคดี 6 ตุลาในเวลานั้น ก่อนที่เวลาจะผ่านไปเกือบครึ่งศตวรรษ และห้องพิจารณาคดีจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งในรูปแบบละครเวทีศาลจำลอง โปรเจกต์นี้จัดโดย กุณฑิกา นุตจรัส และเครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ กำกับการแสดงโดย คาเงะ-ธีระวัฒน์ มุลวิไล เขียนบทโดย สุรีย์ฉาย แก้วเศษ, ปัณณพร วัฒนพงษ์ และอุสิชา อุดมศักดิ์ พร้อมนักแสดงอย่าง ฟาโรห์ จักรภัทรานน, คานธี วสุวิชย์กิต, ภูมิภัทร ถาวรศิริ, พีรพล กิจรื่นภิรมย์สุข และประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ ฯลฯ โดยจะเปิดการพิจารณาคดีระหว่าง วันที่ 4-6 ตุลาคม ที่ ชั้น 2 ห้องศาลจำลอง มารุต บุนนาค อาคารคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยรอบ วันที่ 4 ตุลาคมจะมีเสวนาหลังการแสดง (Post-show Talk) ต่อด้วยรอบวันที่ 5 และ 6...
  • Music
  • ดนตรี
ใครเป็นเด็กอินดี้ เคยสะพายกระเป๋าผ้า ฟังเพลงจากค่าย Smallroom และโตมากับเพลงของ SLUR น่าจะมีอัลบั้ม Boo! อยู่ในความทรงจำไม่มากก็น้อย คราวนี้เตรียมย้อนกลับไปปี 2549 กันอีกครั้ง เพราะ SLUR กำลังจะหยิบอัลบั้มเต็มชุดแรกของวงกลับมาเล่นให้ฟังแบบครบทุกแทร็ก ในคอนเสิร์ตซีรีส์ Cat Album ที่ตั้งใจให้แฟนเพลงได้ฟังหนึ่งศิลปิน หนึ่งอัลบั้ม ตั้งแต่เพลงแรกไปจนถึงเพลงสุดท้ายแบบไม่มีปุ่มกดข้าม View this post on Instagram A post shared by CAT ALBUM (@catalbumbycat)   โดยปกติแล้วเวลาไปคอนเสิร์ต เรามักจะได้ฟังเพลงฮิตสลับกับเพลงจากอัลบั้มต่างๆ ตามเซ็ตลิสต์ที่ศิลปินเลือกมาให้ แต่ Cat Album ขอเปลี่ยนกติกาใหม่ ด้วยการนำอัลบั้มเต็มๆ มาเล่นสดตามลำดับแทร็ก เหมือนเปิดอัลบั้มฟังอยู่ที่บ้าน เพียงแต่ครั้งนี้เพลงทั้งหมดจะเกิดขึ้นตรงหน้าคุณ พร้อมบรรยากาศจากคนดูที่ร้องไปด้วยกัน สำหรับไลน์อัปแรกของซีรีส์นี้คือ ‘SLUR’ กับอัลบั้ม ‘Boo!’ อัลบั้มชุดแรกที่พาวงก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในชื่อที่คนฟังเพลงอินดี้ยุคนั้นจดจำได้ และนี่จึงไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตที่เอาเพลงเก่ามาเล่นใหม่ แต่เป็นโอกาสที่จะได้กลับไปฟัง Boo! แบบครบทั้งอัลบั้มอีกครั้งในรูปแบบที่อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก อีกหนึ่งเรื่องที่จับตามองคือ หลังจากที่ เป้ อารักษ์ ขึ้นมาแจมกับ SLUR ในคอนเสิร์ต Smallroom Holiday Party เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันต่อว่า เราจะได้เห็นสมาชิกเก่าอย่าง แบงค์ ธีรวัต กลับมาขึ้นเวทีร่วมกับวงอีกครั้งหรือไม่ งานจัดวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่ Idea Live, Bravo BKKบัตรนั่งปกติราคา 600 บาท, บัตร 800 บาท รับโปสเตอร์ และบัตร VIP 1,000 บาท รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นและ Lanyard เปิดขายบัตรวันที่ 25 กันยายน 2569 ทาง I...
การโฆษณา
  • Music
ถ้าพูดถึงวง Tattoo Colour เราน่าจะพอเดาทางได้ว่าพวกเขาจะมาพร้อมเพลงป็อปที่ฟังง่าย เมโลดี้ติดหู และมุกกวนๆ ที่เป็นลายเซ็นเฉพาะตัวของวง แต่พอได้ฟังอัลบั้มชุดที่ 7 อย่าง ‘Fitness Pop’ ครบทั้ง 10 เพลงแล้ว กลับรู้สึกว่านี่คือ Tattoo Colour ที่หยิบความคุ้นเคยของตัวเองมาเล่าใหม่ได้สนุกกว่าที่คิด วงนิยามอัลบั้มนี้ว่าเป็น ‘วาไรตี้ป็อป’ เพราะแต่ละเพลงที่คุณจะได้ฟังในอัลบั้มนี้ เต็มไปด้วยความสดใหม่หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่เพลงรักหวานๆ เพลงอกหัก เพลงชวนเต้น ไปจนถึงเรื่องผี เรื่องโจรป่า และหนุ่มกล้ามโต เรียกได้ว่าทั้งในแง่ของเนื้อหาและสีสันทางดนตรี มีความวาไรตี้อยู่สูงมาก และเมื่อเอามาเรียงต่อกันทั้งอัลบั้มก็มีลายเซ็นแทททูค่อนข้างชัดเช่นกัน ที่น่าสนใจคือ เมื่อฟังครบ 10 เพลงรวดเดียว Fitness Pop กลับให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเจอ Tattoo Colour ในยุคแรกๆ อีกครั้ง โดยเฉพาะกลิ่นอายบางอย่างที่ชวนให้นึกถึงช่วงอัลบั้ม Hong Ser ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ชาวนัวหลายคนคิดถึงกันอยู่ไม่น้อย และนี่คือรีวิวทั้ง 10 เพลงที่เราอยากชวนทุกคนมาออกกำลังหูไปพร้อมกัน!
  • Art
หากพูดถึงจังหวัดลำปาง ภาพจำที่ตีคู่มากับรถม้าและพระธาตุลำปางหลวง ย่อมหนีไม่พ้น ‘ชามตราไก่’ ภาชนะเซรามิกเคลือบเนื้อดีที่มีลวดลายไก่ตัวผู้สีแดงส้ม ยืนเด่นเป็นสง่าเคียงข้างดอกโบตั๋นและต้นกล้วย เป็นจุดขายมาตั้งแต่สมัยจอมพ ป. พิบูลสงคราม ชามใบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาชนะใส่อาหารที่คุ้นตาตามร้านก๋วยเตี๋ยวไปจนถึงภัตตาคารหรู แต่คือ ‘สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม’ จิตวิญญาณของชุมชน และฟันเฟืองเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงชาวลำปางมานานเกือบร้อยปี แต่วันนี้ มรดกทางภูมิปัญญาอันทรงคุณค่ากำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และอาจเสี่ยงต่อการสูญหายไปจากแผ่นดินไทยอย่างถาวร Photograph: dhanabadeeChicken Bowl Crisis สงครามราคาที่ไม่มีวันชนะ จุดเริ่มต้นของวิกฤตมาจากโครงสร้างการค้าโลกที่เปลี่ยนไป ประกอบกับการเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน สินค้าเซรามิกจากประเทศจีนทะลักเข้ามาตีตลาดไทยอย่างหนัก โดยเฉพาะ ‘ชามลายไก่เลียนแบบ’ ที่ผลิตจากโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ลายด้วยเครื่องจักรแทนการวาดมือ และใช้วัสดุเกรดต่ำแทนดินขาวบริสุทธิ์ ทำให้สามารถกดราคาขายได้เหลือเพียงใบละ 5-10 บาท ในขณะที่ ‘ชามไก่ลำปาง’ แท้ ซึ่งปั้นจากดินขาวแจ้ห่มคุณภาพสูงที่ทนความร้อนได้ดี และต้องอาศัยศิลปะการวาดลวดลายด้วยมือจากช่างฝีมือ มีต้นทุนการผลิตสูงถึง 20-35 บาทต่อใบ เมื่อราคาบนหน้าแผงต่างกันถึง 4-5 เท่า ท่ามกลางยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ผู้บริโภคและร้านอาหารจำนวนมากจึงหันไปเลือกใช้สินค้าจีนราคาถูก โดยอาจละเลยเรื่องคุณภาพหรือความเสี่ยงจากสารเคมีในสีเคลือบที่ไม่ได้มาตรฐาน Photograph: anurakmagChicken Bowl Crisis การล่มสลายของ ‘เมืองเซรามิก’ ผลกระทบที่เกิดขึ้นรุนแรงระดับ ‘ปรากฏการณ์โดมิโน’ จากเมืองหลวงแห่งเซรามิกที่ก่อนยุคโควิด-19...
เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา