กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย
การโฆษณา
ถ้าพูดถึง ‘ละครนอก’ หลายคนอาจนึกถึงการแสดงแบบไทยๆ ที่อยู่ในตำราเรียนสมัยที่เรายังเป็นเด็ก แต่จริงๆ แล้วหัวใจของละครนอกกลับเต็มไปด้วยความซุกซนและอิสระ เพราะนี่คือพื้นที่ที่นักแสดงสามารถหยิบเรื่องราวรอบตัวมาล้อเลียน เสียดสี ไปจนถึงวิพากษ์กฎระเบียบและผู้มีอำนาจได้อย่างมีสีสัน เรียกได้ว่าเป็นศิลปะการแสดงที่ไม่ชอบอยู่ในกรอบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ครั้งนี้ คณะละครชมพูนุช กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง พร้อมหยิบนิทานคลาสสิกระดับโลกอย่าง Cinderella (ซินเดอเรลลา) มาตีความใหม่ในรูปแบบของละครนอกร่วมสมัย ที่จะชวนผู้ชมก้าวออกจากภาพจำเดิมๆ มามองเรื่องราวของเจ้าหญิงรองเท้าแก้วผ่านสายตาของละครไทย
Photograph: Rukchat NakharatBangkok
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่คณะชมพูนุชนำวรรณกรรมต่างประเทศมาพัฒนาเป็นบทละครนอก แม้เรื่องราวจะเดินทางมาจากโลกตะวันตก แต่แก่นของซินเดอเรลลากลับไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด เพราะเรื่องของการพลัดพราก การจำแลงกาย การเปลี่ยนสถานะ และการที่คนซึ่งเคยถูกมองข้ามได้กลับมายืนในจุดที่ผู้คนมองเห็น ล้วนปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าไทยและเอเชียมากมาย
Photograph: Rukchat NakharatBangkok
ถ้าให้นึกออกไวๆ หลายคนคงจะนึกถึง ‘สังข์ทอง’ ที่ซ่อนรูปงามไว้ใต้ร่างเงาะป่า หรือ ‘แก้วหน้าม้า’ ที่ถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก เส้นเรื่องเหล่านี้ต่างพูดถึงคนที่ต้องรอเวลา รอให้ใครสักคนมองเห็นตัวตนที่แท้จริง เช่นเดียวกับซินเดอเรลลาที่รอวันที่ชีวิตจะเปลี่ยนไป การแสดงครั้งนี้อำนวยการแสดงโดย อานันท์ นาคคง กำกับการแสดงโดย รักชาติ นาครัตน์ และบท-เพลงโดย ดร.ปกรณ์ หนูยี่
ถ้าใครอยากรู้ว่าเมื่อซินเดอเรลลาหลุดออกจากหน้าหนังสือนิทาน แล้วมาเจอกับความขบถแบบละครนอกจะออกมาเป็นอย่างไร ปักหมุดไว้ได้เลย
ที่ GalileOasis Art Space...
Photograph: LalitphatPUN
สามเดือนที่หายไปจากโลกของเสียงเพลง ปัน-สรณวรรธ พิชัยรณรงค์สงคราม หรือ PUN ศิลปินที่แจ้งเกิดจาก ‘KRYPTONITE’ และสร้างชื่อจากบทเพลงว่าด้วยความรักและความสัมพันธ์ เลือกหยุดทุกอย่างเพื่อไปใช้ชีวิตในฐานะพระ ก่อนกลับมาอีกครั้งพร้อมบทเพลง มุมมอง และเรื่องราวจากช่วงเวลาที่หายไป
ระหว่างนั้น เขาได้ทิ้ง MUSEUM OF SOMNIA – An Embodied Music Experience Inspired by PUN นิทรรศการที่เปลี่ยนโลกแห่งความฝัน ความทรงจำ และบทเพลง ให้กลายเป็นพื้นที่ที่สัมผัสได้จริง ไว้เป็นของขวัญให้แฟนๆ ก่อนกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งใน PUN: The Space Between Dream and Dawn – Comeback Show เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา
จากห้วงความฝันสู่รุ่งเช้า วันนี้เราได้ชวน PUN มาพูดคุยถึงการกลับมา ยังโลกที่สร้างทิ้งไว้ระหว่างที่ไม่อยู่ และผลงานใหม่ๆ ของที่เราจะได้เห็นต่อไปในปีนี้
หลังจากลาสิกขาแล้ว การกลับมาใช้ชีวิตในฐานะฆราวาสเป็นอย่างไรบ้าง?
ปัน: ปรับตัวครับ ตอนนี้ก็ประมาณเดือนหนึ่งแล้ว ความเป็นพระค่อยๆ ลดเลือนลง ตอนแรกมีหลุดโยมบ้าง แต่ตอนนี้เริ่มโอเคแล้วครับ
แล้ว DAY ONE หลังจากลาสิกขา จำความรู้สึกตอนนั้นได้ไหม?
ปัน: เหมือนอยู่อีกโลกเลยครับ เหมือนเป็นมนุษย์ถ้ำที่หลุดออกมาในเมืองที่วุ่นวาย มีเทคโนโลยีเต็มไปหมด ทุกอย่างไวไปหมด หลายอย่างไม่เหมือนตอนเป็นพระเลย ก็ต้องค่อยๆ ปรับตัวครับ
การกลับมาของปันไม่ได้มีเพียงเพลงใหม่ แต่ยังมาพร้อมกับ Museum of Somnia – An Embodied Music Experience Inspired by PUN นิทรรศการที่เติบโตขึ้นไปพร้อมกับเส้นทางดนตรีของเขา จากงานเล็กๆ ในวันที่ปล่อยซิงเกิลแรก สู่พื้นที่ที่ใหญ่ขึ้นในวันนี้ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ปันกำลังจะหายไปจากสายตาของแฟนเพลง
Photograph:...
การโฆษณา
เข้าสู่สัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม กรุงเทพฯ ยังคงหมุนเวียนไปด้วยท่วงทำนอง ภาพจำ และพื้นที่ทดลองทางความคิด ชวนให้เราออกไปปะทะและปล่อยใจไปกับศิลปะหลากแขนงตลอดสุดสัปดาห์นี้
สายเสพวิชวลอาร์ตห้ามพลาดกับการย้อนร่องรอยเถ้าถ่านและความเสื่อมสลายในครบรอบ 100 ปี ชาตกาลของกวีระดับตำนาน อังคาร กัลยาณพงศ์ ผ่านนิทรรศการ ‘Ash and Alteration’ ที่ JWD Art Space หรือจะแวะไปร่วมตั้งคำถามกับความจริงผ่านการซ้อนทับของเรื่องเล่าในนิทรรศการ ‘Mooring’ ณ Bangkok Kunsthalle ปิดท้ายด้วยการเดินทางเข้าสู่สเปซจริงของภาพจำสยองขวัญในจักรวาลหนังไทยกับงาน Thai Content Experience 2026 ที่ Siam Paragon
ส่วนสายดนตรีและซาวด์มูฟเมนต์ สัปดาห์นี้คึกคักไปด้วยทัศนียภาพทางเสียงระดับสากล นำโดยการปะทะเสน่ห์อินดี้ป็อปข้ามทวีประหว่าง Matt Maltese และ Phum Viphurit รวมถึงคลื่นเสียงชวนพักใจของ Summer Salt และ WIM ในงาน Road to Melt Festival ณ Cloud 11 ขยับมาฝั่งไลฟ์เฮาส์ไทย วง SLUR พร้อมมาสาดความสดใสใกล้ชิดที่ Blueprint Livehouse
ฝั่งไลฟ์สไตล์และป็อปคัลเจอร์ ชวนออกไปเดินสำรวจคอมมูนิตี้คนรักงานดีไซน์ในงาน ‘A Crafty Affair’ ย่านเกษมสันต์, รำลึกราชาเพลงร็อก เอลวิส เพรสลีย์ ผ่านแผ่นฟิล์มคลาสสิก ณ โรงหนังนางเลิ้ง, นั่งชมไดโนเสาร์จอยักษ์รับลมริมคลองแม่น้ำเจ้าพระยาใน ‘Jurassic World: The Experience’ ที่ Asiatique, ไปกระโดดขยับจังหวะสวิงย้อนยุค 1930s ใน ‘Swing in the Park’ ที่ลุมพินีสถาน หรือสลับโหมดมาจิบเครื่องดื่มดวลหมากรุกเคล้าเสียงเพลงดีเจในคืนวันพฤหัสฯ ที่ Le Café des Stagiaires และอีกหลากกิจกรรมที่รอคุณอยู่
ไปดูกันเลยว่าสุดสัปดาห์นี้มีอีเวนต์อะไรให้เราไปสนุกกันบ้าง!
ยามประตูกลปิดลงโดยไร้ลูกกุญแจ ไร้เปลวเพลิงแผดเผา และไร้เครื่องตระบองทรมาน หากแต่ ‘นรก’ กลับปรากฏชัด ณ ปลายสายตาของคนแปลกหน้า ผลงานปรัชญาอมตะจากปลายปากกาของ ฌ็อง-ปอล ซาทร์ (Jean-Paul Sartre) เรื่อง Huis clos หรือ No Exit เจ้าของวาทกรรมสั่นสะเทือนวิญญาณ ‘นรกคือคนอื่น’ (Hell is other people) หวนคืนสู่แสงไฟบนเวทีอีกครั้ง เพื่อสะท้อนความจริงอันแสบเยียบเย็นของชีวิตมนุษย์
Photograph: mocconatrio_Bangkok
ในห้องที่ไม่อาจหันหลังกลับ 3 วิญญาณต่างพยายามกอบเก็บเศษเสี้ยวแห่งตัวตนผ่าน ‘กระจกเงา’ สายตาของผู้อื่น บทละครยั่วเย้าประวัติศาสตร์จากยุค ’40s กลับทำงานอย่างแยบยลร่วมกับยุคสมัยปัจจุบัน ราวกับภาพสะท้อนของโลกโซเชียลมีเดีย ดินแดนที่เราต่างสวมหน้ากาก ละเลียดสร้างมายาคติ เพื่ออ้อนวอนให้โลกภายนอกเชื่อในสิ่งที่เราอยากให้เป็น ทว่าเมื่อเปลือกนอกพังทลาย สิ่งที่เหลืออยู่กลับมีเพียงความจริงอันไร้ทางหนี
Photograph: mocconatrio_Bangkok
ผลงานครั้งนี้ถ่ายทอดโดย Guhā Productions ร่วมกับ RCB Experimental Art Lab ในรูปแบบดาร์กคอมเมดี้ ที่ผสมผสานจังหวะตลกขื่นขมเข้ากับห้วงอารมณ์ชวนขบคิด ผ่านการกำกับการแสดงของ วรา หงส์ (ณัฐวรา หงส์สุวรรณ) ถ่ายทอดโดยทีมนักแสดงมากฝีมือ ได้แก่ จั๊มพ์-พิสิฐพล เอกพงศ์พิสิฐ, ปลื้มศุ-ศุภนิดา วิวัฒน์รุ่งเรืองดี, น้ำ-ภัคกร และ ไอญา-ภูมิรัตน์ ที่จะมาร่วมท้าทายคำถามถึงการมีอยู่ของชีวิต
ร่วมตื่นรู้และจ้องมองลงไปในเงาแห่งตนตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ที่ RCB Forum ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก บัตรราคา 450–850 บาท (จองบัตร) ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ตั้งเเต่วันที่ 1–16 สิงหาคม 2569 การแสดงมีความยาวประมาณ 90–120 นาที จัดแสดงเป็นภาษาไทย พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ
การโฆษณา
โลกเวทมนตร์กำลังจะกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้มาพร้อมเสียงดนตรีจากวงออร์เคสตรากว่า 92 ชิ้น เตรียมหยิบไม้กายสิทธิ์ให้พร้อม เพราะการแข่งขันประลองเวทไตรภาคีกำลังจะเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ กับ Harry Potter and the Goblet of Fire in Concert ที่จะจัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน เวลา 19.00 น. ณ UOB LIVE, Emsphere มอบประสบการณ์ที่จะพาแฟน ๆ ย้อนกลับไปเป็นเด็กผู้ยังเฝ้ารอจดหมายตอบรับจากฮอกวอตส์อยู่เสมอ
Photograph: harrypotterinconcertBangkok
รูปแบบของโชว์อาจดูเรียบง่าย แต่พลังของมันอยู่ที่ทุกโน้ตดนตรี ภาพยนตร์ทั้งเรื่องจะถูกฉายบนจอขนาด 40 ฟุตความละเอียดสูง ขณะที่ดนตรีประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของ Patrick Doyle จะถูกบรรเลงสดแบบครบทุกโน้ตโดยวงออร์เคสตราและคณะนักร้องประสานเสียง ภายใต้การอำนวยเพลงของ Timothy Henty ทำให้ทุกฉากที่คุ้นเคยกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เมื่อเหล่าผู้คุมวิญญาณลอยผ่านสนามควิดดิช เสียงเครื่องสายจะค่อยๆ เพิ่มแรงกดดัน หรือในฉากที่ไม้กวาดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เครื่องเป่าก็จะช่วยเติมความยิ่งใหญ่ให้การผจญภัยในโลกเวทมนตร์สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คุณอาจคิดว่าจำเพลงเหล่านี้ไม่ได้แล้ว แต่ทันทีที่เสียงแรกดังขึ้น ความทรงจำจากฮอกวอตส์ก็น่าจะย้อนกลับมาทันที
View this post on Instagram
A post shared by UOBLIVE (@uoblive_bangkok)
นี่ไม่ใช่แค่การกลับมาดู Harry Potter อีกครั้ง แต่คือการได้สัมผัสภาพยนตร์เรื่องโปรดในรูปแบบใหม่ ที่ภาพบนจอและดนตรีสดทำงานร่วมกันอย่างทรงพลัง จนทุกฉากชวนให้รู้สึกเหมือนได้เดินกลับเข้าสู่ฮอกวอตส์อีกครั้ง
เปิดจำหน่ายบัตร วันที่ 8 สิงหาคม เวลา 12.00 น. ผ่าน Eventpop เตรียมตัวให้พร้อม เพราะค่ำคืนแห่งเวทมนตร์กำลังจะกลับมาเยือนกรุงเทพฯ
ฤดูฝนของกรุงเทพฯ มาถึงอย่างเป็นทางการแล้ว ถ้ากำลังมองหาข้ออ้างดีๆ เพื่อหลบฝน ลองออกไปเดินแกลเลอรีดูสิ
เดือนสิงหาคมนี้เต็มไปด้วยนิทรรศการน่าสนใจ ตั้งแต่งานเปิดตัวครั้งสำคัญ การกลับมาของศิลปินที่หลายคนรอคอย ไปจนถึงงานอินเทอร์แอ็กทีฟที่ชวนมีส่วนร่วม และนิทรรศการเดี่ยวที่ค่อยๆ เล่าเรื่องอย่างละเอียดอ่อน ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ทยอยเปิดตัว พร้อมกับหลายนิทรรศการเด่นที่ยังเปิดให้เข้าชมต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะมีเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงระหว่างแวะคาเฟ่ หรืออยากใช้เวลาทั้งบ่ายวันเสาร์กับงานศิลปะ นี่คือรวมนิทรรศการที่ไม่ควรพลาดในกรุงเทพฯ เดือนนี้
กำลังมองหาไอเดียเที่ยวเพิ่มเติมอยู่หรือเปล่า? ลองอ่านคู่มือแนะนำบาร์ ร้านอาหาร สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ และบทสัมภาษณ์น่าสนใจจาก Time Out หรือเริ่มเช็กลิสต์กิจกรรมห้ามพลาดในกรุงเทพฯ ได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นคอแกลเลอรีตัวยง หรือเพิ่งเริ่มสนใจศิลปะ คู่มือนี้จะพาคุณใช้ชีวิตแบบคนรักศิลป์ได้ตลอดเดือน
การโฆษณา
ถ้าคุณเคยเปิดเพลง ‘blue’ วนซ้ำไม่รู้กี่รอบ หรือปล่อยให้เสียงกีตาร์นุ่มๆ ของ yung kai เป็นซาวด์แทร็กในวันที่อยากพักใจ เตรียมตัวให้พร้อมได้เลย เพราะศิลปินอินดี้ป็อปลูกครึ่งจีน-แคนาดากำลังจะกลับมาเจอแฟนเพลงไทยอีกครั้งกับคอนเสิร์ตเดี่ยว ‘yung kai - stay with the ocean, i'll find you: Asia 2026’ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ Sphere Hall, EMSPHERE
การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ yung kai ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก stay with the ocean, i'll find you ในปี 2025 อัลบั้มที่ต่อยอดลายเซ็นทางดนตรีอันอบอุ่นของเขา ด้วยเมโลดี้อินดี้ป็อป ฟังสบาย แต่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่ชวนให้คนฟังอินได้ไม่ยาก
View this post on Instagram
A post shared by Live Nation Tero (@livenationth)
ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในศิลปินอินดี้ที่ถูกจับตามอง yung kai เริ่มต้นจากการอัปโหลดคลิปคัฟเวอร์บทเพลงของบรรดาศิลปินระดับโลกลงโซเชียลมีเดียวของตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนค่อยๆ สร้างฐานแฟนเพลงจากเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ และการตีความเพลงในแบบของตัวเอง
แต่เพลงที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือ ‘blue’ เพลงรักที่โดดเด่นด้วยเสียงกีตาร์ละมุน น้ำเสียงอบอุ่น และเนื้อหาว่าด้วยความรู้สึกแอบรักที่หลายคนเข้าถึงได้ จนกลายเป็นเพลงโปรดของผู้ฟังจำนวนมาก และถูกแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง
สำหรับใครที่อยากฟังเพลงเหล่านี้แบบสดๆ เตรียมกดบัตรกันได้ผ่าน Ticketmaster โดยการแสดงนี้จำหน่ายบัตรในรูปแบบ e-Ticket เท่านั้น ไม่มีการออกบัตรกระดาษ และไม่มีการจำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์
พรีเซล: 13-15 สิงหาคม 2569
จำหน่ายบัตรทั่วไป: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น.
ถึงเดือนพฤศจิกายนจะยังอีกหลายเดือน แต่ถ้า blue...
เทศกาลศิลปะส่วนใหญ่อาจชวนให้เราเป็นเพียงผู้ชม แต่ UNFEST’26 อยากให้ทุกคนกลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน
ความร่วมมือระหว่าง Unformat และ Cloud 11 นำศิลปิน นักออกแบบ นักพัฒนา และนักเทคโนโลยีมาร่วมทดลองศักยภาพของเทคโนโลยีแบบเรียลไทม์ ผ่านโดมฉายภาพ งานอินเทอร์แอ็กทีฟ การแสดงสด Virtual Production และ LED Installation ที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของผู้ชม
ที่นี่ เทคโนโลยีไม่ใช่ลูกเล่น แต่เป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ที่กำลังเปลี่ยนวิธีการสร้างและการรับชมงานศิลปะ
ที่ Cloud 11 ชั้น 2 ห้อง 218 วันนี้-13 กันยายน (ติดตามกำหนดการกิจกรรมเพิ่มเติม)
การโฆษณา
สำหรับคนย่านอารีย์ ทุกคนล้วนมีแผนที่ในใจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟที่ปิดตัวไปแล้ว ซอยลัดที่เดินประจำ หรือบ้านหลังเดิมที่ผ่านทุกเช้าก่อนไป BTS
Maps of Memories เปลี่ยนความทรงจำเหล่านั้นให้กลายเป็นนิทรรศการชุมชนครั้งแรกของย่านอารีย์ เปิดโอกาสให้ผู้คนช่วยกันวาดและบันทึกความทรงจำลงบนแผนที่เดียวกัน โครงการโดย Puenban Ari ได้แรงบันดาลใจจากแนวคิด Psychogeography ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่กับอารมณ์ ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถรับแผนที่ได้ตามจุดต่างๆ ในย่าน หรือดาวน์โหลดกลับไปทำที่บ้าน ก่อนส่งคืนภายในวันที่ 18 สิงหาคม
ที่ Numthong Art Space 22 สิงหาคม-2 กันยายน เวลา 11.00-18.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สายฝนอาจทำให้ทุกคนต้องรีบหาที่หลบ แต่ก็ทำให้เมืองช้าลงพอที่เราจะสังเกตเงาสะท้อนบนพื้น เสียงหยดน้ำ หรือความคิดที่ลอยขึ้นมาเงียบๆ
นิทรรศการ In the Rain จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นจากประสบการณ์เรียบง่ายนั้น ก่อนต่อยอดผ่านผลงานจากคอลเล็กชันศิลปะของมหาวิทยาลัย เพื่อสำรวจความทรงจำ ความไม่แน่นอน ความหวัง และการใคร่ครวญ ภายในมีศิลปะจัดวางรูปก้อนเมฆแขวนลอย เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมเขียนความทรงจำในวันที่ฝนตก และอ่านบทความสั้นว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสภาพอากาศกับอารมณ์
ที่ Chula Museum วันนี้-6 ตุลาคม เวลา 09.00-16.30 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
Discover Time Out original video
การโฆษณา



















