กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย
การโฆษณา
ถ้าคุณเคยเปิดเพลง ‘blue’ วนซ้ำไม่รู้กี่รอบ หรือปล่อยให้เสียงกีตาร์นุ่มๆ ของ yung kai เป็นซาวด์แทร็กในวันที่อยากพักใจ เตรียมตัวให้พร้อมได้เลย เพราะศิลปินอินดี้ป็อปลูกครึ่งจีน-แคนาดากำลังจะกลับมาเจอแฟนเพลงไทยอีกครั้งกับคอนเสิร์ตเดี่ยว ‘yung kai - stay with the ocean, i'll find you: Asia 2026’ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ Sphere Hall, EMSPHERE
การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ yung kai ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก stay with the ocean, i'll find you ในปี 2025 อัลบั้มที่ต่อยอดลายเซ็นทางดนตรีอันอบอุ่นของเขา ด้วยเมโลดี้อินดี้ป็อป ฟังสบาย แต่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่ชวนให้คนฟังอินได้ไม่ยาก
View this post on Instagram
A post shared by Live Nation Tero (@livenationth)
ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในศิลปินอินดี้ที่ถูกจับตามอง yung kai เริ่มต้นจากการอัปโหลดคลิปคัฟเวอร์บทเพลงของบรรดาศิลปินระดับโลกลงโซเชียลมีเดียวของตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนค่อยๆ สร้างฐานแฟนเพลงจากเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ และการตีความเพลงในแบบของตัวเอง
แต่เพลงที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือ ‘blue’ เพลงรักที่โดดเด่นด้วยเสียงกีตาร์ละมุน น้ำเสียงอบอุ่น และเนื้อหาว่าด้วยความรู้สึกแอบรักที่หลายคนเข้าถึงได้ จนกลายเป็นเพลงโปรดของผู้ฟังจำนวนมาก และถูกแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง
สำหรับใครที่อยากฟังเพลงเหล่านี้แบบสดๆ เตรียมกดบัตรกันได้ผ่าน Ticketmaster โดยการแสดงนี้จำหน่ายบัตรในรูปแบบ e-Ticket เท่านั้น ไม่มีการออกบัตรกระดาษ และไม่มีการจำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์
พรีเซล: 13-15 สิงหาคม 2569
จำหน่ายบัตรทั่วไป: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น.
ถึงเดือนพฤศจิกายนจะยังอีกหลายเดือน แต่ถ้า blue...
เมื่อความรักร้างหล่น แต่ไม่เคยหายไป...
มันเพียงย้ายที่ตั้งจากโลกแห่งความจริง กลายเป็นตะกอนอารมณ์ตกผลึกอยู่ ณ ดินแดนกึ่งตื่นกึ่งฝัน รอคอยให้ใครบางคนก้าวเข้าไปเปิดอ่านอีกครั้ง แม้จะแตกสลายไปบ้างแล้วก็ตาม
ในเย็นของวันที่ 30 กรกฎาคม เมื่อแสงอาทิตย์ของเมืองหลวงค่อยๆ หรี่ลง พลางแทนที่ด้วยไฟนีออน เราพาตัวเองขึ้นไปยังชั้น 8 ของ centralwOrld LIVE พร้อมตั๋วเข้าชมนิทรรศการรอบ 6 โมงเย็นอยู่ในมือ เข็มนาฬิกาในยามสบตาหลังเลิกงานบอกกับเราว่า
“นี่คือช่วงเวลาอันเหมาะเจาะที่จะได้ปลดปล่อยภาระอันหนักอึ้งในจิตใจ และยินยอมให้อารมณ์ของห้วงความคิดถึงค่อยๆ เข้าปกคลุมหัวใจโดยไร้การขัดขืน”
Photograph: Universal MusicMUSEUM OF SOMNIA
ประตูสู่จักรวาลทางอารมณ์
ในยามที่เข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความรู้สึก การได้ก้าวเท้าผ่านธรณีประตูของ Museum of Somnia เปรียบเสมือนการยินยอมจำนนต่อความทรงจำ นิทรรศการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อจัดแสดงเพียงวัตถุที่มองเห็นด้วยตา หากแต่สร้างขึ้นจากจิตวิญญาณและจักรวาลทางอารมณ์ของ PUN ศิลปินและนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ผู้ใช้บทเพลงเป็นดังผ้าพันแผลทางอารมณ์ คอยโอบอุ้มรอยแผลและความเปราะบางของผู้ฟังนับล้าน รวมถึงตัวเราในเวลาตีสาม
จากเสียงกระซิบอันเงียบเชียบในห้องส่วนตัว สู่อัลบั้มแรกที่มียอดสตรีมถล่มทลายกว่า 850 ล้านครั้ง การคว้ารางวัล Best Album of the Year จาก Spotify Wrapped Thailand และปรากฏการณ์คอนเสิร์ตเดี่ยวที่บัตรหมดลงอย่างรวดเร็วภายใน 30 นาที สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่าบทเพลงของ PUN คือภาษาใจที่ผู้คนใช้สื่อสารกับรอยแผลของตัวเอง เสียงร้องในบทเพลงอย่าง DAY ONE, ที่เดิม, หล่น, หรือ Goodbye กลายมาเป็นเข็มทิศนำทางเราเข้าสู่พิพิธภัณฑ์แห่งการหลับฝันแห่งนี้ ...
การโฆษณา
PREP วงอินดี้ป็อปจากลอนดอนที่ครองใจแฟนเพลงชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง เตรียมกลับมาอีกครั้งกับ PREP Asia Tour: Live in Bangkok 2026 วันที่ 17 ตุลาคม ที่ Melt Livehouse Cloud 11 หนึ่งในโชว์ของ Maho Rasop Series โดย Seen Scene Space งานนี้แฟนเพลงเตรียมตัวร้องตามกันได้ทั้งฮอลล์
PREP ก่อตั้งในปี 2015 จากกลุ่มนักดนตรีที่หลงใหลป็อปยุค 80s, R&B และแจ๊ส ก่อนหลอมรวมออกมาเป็นซาวด์นุ่มละมุนที่กลายเป็นลายเซ็นของวง ไม่ว่าจะเป็น Cheapest Flight, Who's Got You Singing Again หรือ Line by Line ที่หลายคนคุ้นหู ถ้ามีวงต่างชาติวงไหนที่แฟนเพลงไทยพร้อมร้องตามตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงสุดท้าย PREP น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น
ทุกครั้งที่พวกเขามาเล่นในกรุงเทพฯ ฮอลล์มักเต็มไปด้วยเสียงร้องประสานและแสงจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ยกขึ้นพร้อมกันแทบทุกเพลง จนกรุงเทพฯ กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายประจำของวงไปแล้ว รอบนี้ PREP จะพาเพลงจาก EP ใหม่ One Day In The Sun มาเล่นสดเป็นครั้งแรกในไทย พร้อมขนเพลงฮิตที่แฟนๆ ร้องตามได้ทุกคำกลับมาด้วย
คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Maho Rasop Series โปรเจกต์จาก Seen Scene Space, Have You Heard? และ Fungjai ที่ปีนี้ยังขนศิลปินมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ อย่าง Caribou (27 พฤศจิกายน ที่ Ambience Space), ดูโอโฟล์กนอร์เวย์ Kings of Convenience (1 ธันวาคม ที่ SiamPic Hall) และ Silica Gel วงร็อกจากเกาหลีใต้ (18 ตุลาคม ที่ Lido Connect Hall 2) ทำให้ซีรีส์นี้เป็นอีกหนึ่งไลน์อัปที่คออินดี้ไม่ควรละสายตา
บัตรราคา 3,500 บาท (Zone A) และ 2,500 บาท (Zone B) จำหน่ายผ่าน Ticketmelon โดย Pre-sale เปิดวันที่ 29 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. – 30 กรกฎาคม เวลา 23.59 น....
การโฆษณา
ส่งท้ายกรกฎาคมด้วยกองทัพอีเวนต์และกิจกรรมมากมาย เริ่มต้นด้วย หมวดคอนเสิร์ตและดนตรีสด สายร็อกและบลูส์ห้ามพลาดโชว์สดสุดใกล้ชิดของ HUGO ที่ Melt Livehouse Cloud 11 หรือจะไปย้อนรอยเพลงฮิตใน ZEAL Rare Live Concert ที่ Mr.FOX Live House ขยับมาที่สายฮิปฮอปและคลับคัลเจอร์ ต้องแวะไปจอยมินิคอนเสิร์ตของ อูโน่ หลาวทอง ที่ Glowfish หรือออกสเต็ปแดนซ์กับซาวด์ UK Bass จาก DJ CO.KR ยานแม่จากกรุงโซลที่ Siwilai Radical Club
ขยับมาที่หมวดเดินย่านและนิทรรศการฮีลใจ ชวนสายกินไปตามล่าแสตมป์กับ เจริญ CITYZEN: เจริญพุง Edition ที่ตลาดน้อย-เจริญกรุง หรือเดินรับลมชมงาน Bangkok Art Walk เลาะ 4 คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ส่วนสายเสพศิลป์ห้ามพลาดนิทรรศการฮีลใจ Power of the Small โดย Eyedropper Fill ที่ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก และละครเวที Dark Comedy เรื่อง No Exitตีความวาทะ ‘นรกคือคนอื่น’
ปิดท้ายด้วยหมวดไลฟ์สไตล์ งานดีไซน์ และโรงหนังคลาสสิก เอาใจคนรักบ้านในงาน บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2026 ฉลองครบรอบ 50 ปีแบบยิ่งใหญ่ที่ไบเทค บางนา หรือหนีฝนไปนั่งดูหนังไทยยุคคลาสสิกบนจอใหญ่ฟรีที่โรงหนังไม้เก่าแก่ ซีเนมาติคนางเลิ้ง บอกเลยว่าสุดสัปดาห์นี้มีกิจกรรมเด็ดๆ รอให้คุณออกไปเช็กอินเพียบ
ก่อน City Pop จะเป็นแนวดนตรี มันคือสีของท้องฟ้าในบ่ายฤดูร้อน คือผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์ที่นิ่งสงบ คือเงาต้นปาล์มทอดยาวบนพื้นคอนกรีต และคือความฝันถึงวันหยุดที่ไม่มีวันหมดอายุ
เมื่อภาพเหล่านั้นถูกวาดโดย Hiroshi Nagai มันจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย และยังคงถูกหยิบกลับมาฟัง กลับมามอง และกลับมาคิดถึงอยู่เสมอ
เดือนสิงหาคมนี้ ฤดูร้อนของโตเกียวยุค ’80s จะเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ผ่านนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของศิลปินระดับตำนาน
View this post on Instagram
A post shared by ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (@rivercitycontemporary)
ริเวอร์ซิตี้ แบงค็อกชวนย้อนเวลากลับไปยังฤดูร้อนที่สดใสตลอดมากับ Hiroshi Nagai: Summer Dreaming นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยของศิลปินชาวญี่ปุ่นระดับตำนาน ผู้ฝากลายเส้นไว้บนปกอัลบั้มและวัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่นมายาวนาน
Photograph: Hiroshi NagaiTropical Modern
ภายในนิทรรศการ ผู้ชมจะได้พบกับผลงานออริจินัลหาชมยากกว่า 30 ชิ้น ตั้งแต่ผลงานยุค 1980s จนถึงปัจจุบัน พร้อมชมร่องรอยของฝีแปรง สี และพื้นผิวที่งานพิมพ์ไม่อาจถ่ายทอดได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีผลงานใหม่อีก 4 ชิ้นที่ Hiroshi Nagai สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ ถ่ายทอดภาพกรุงเทพฯ ผ่านสายตาของศิลปินผู้เปลี่ยนแสงแดดให้กลายเป็นความทรงจำ
Photograph: Kaput MagazineHiroshi Nagai
แม้คุณจะไม่คุ้นชื่อ Hiroshi Nagai แต่หากเคยหลงรักภาพชายหาดสีพาสเทล ปาล์มริมสระ หรือปกแผ่นเสียงซิตี้ป๊อป ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายวันหยุด งานชุดนี้อาจทำให้คุณรู้ว่าความคิดถึงสามารถถูกวาดออกมาเป็นภาพได้จริง และทุกครั้งที่มองให้ความรู้สึกที่ขึ้นอยู่กับความทรงจำของคุณ
Hiroshi Nagai: Summer Dreaming จัดแสดงที่ RCB Galleria 1 ชั้น 2...
การโฆษณา
เพียงอินโทรแรกดังขึ้น ความทรงจำก็เริ่มทำงาน และ Heartbeat คือหนึ่งในนั้น เพลงที่พาผู้คนจากหลายยุคหลายสมัยกลับไปยังฤดูร้อนของตัวเอง ไม่ว่าจะเคยเกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงความทรงจำที่ดนตรีสร้างขึ้น
Photograph: Tahiti 80Bangkok
หลังจากโลดแล่นบนเส้นทางดนตรีมากว่า 30 ปี Tahiti 80 วงอินดี้ป๊อปจากเมืองรูอ็อง ประเทศฝรั่งเศส เตรียมหวนคืนสู่กรุงเทพฯ อีกครั้งกับ VERY Live Presents: Tahiti 80 Live in Bangkok 2026 ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 ที่ Volume Livehouse พร้อมพาแฟนเพลงย้อนเวลากลับไปพบกับบทเพลงที่เคยเป็นซาวด์แทร็กของชีวิต และเปิดประตูสู่ผลงานบทใหม่จากอัลบั้มชุดที่ 11 Rejoice (An Inventory of Pop Maps)
นับตั้งแต่อัลบั้ม Puzzle ในปี 1999 Tahiti 80 ได้กลายเป็นหนึ่งในวงที่นิยามคำว่า ‘อินดี้ป๊อป’ ได้อย่างงดงาม ด้วยเมโลดี้อบอุ่น ซาวด์ที่ได้รับอิทธิพลจากป๊อปยุค ’60s โซล ฟังก์ และดิสโก้ หล่อหลอมเป็นภาษาดนตรีที่อ่อนโยนแต่มีชีวิตชีวา จนสร้างเพลงคลาสสิกอย่าง Heartbeat, 1000 Times, Big Day และ Easy ที่ยังคงถูกเปิดฟังซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า
นี่คือค่ำคืนแห่งการพบกันของอดีตและปัจจุบัน เป็นคืนที่เพลงเก่าจะถูกขับร้องด้วยหัวใจดวงเดิม ขณะที่บทเพลงใหม่จะค่อยๆ เข้ามาเติมเต็มแผนที่แห่งความทรงจำอีกหน้า ราวกับชื่ออัลบั้มล่าสุดที่รวบรวมทุกแรงบันดาลใจและทุกเส้นทางของวงไว้ในแผนที่ดนตรีใบเดียว
Photograph: Tahiti 80VERY Live Presents: Tahiti 80 Live in Bangkok 2026
สำหรับแฟนเพลงชาวไทยที่เติบโตมากับเสียงร้องนุ่มละมุนของ Xavier Boyer หรือผู้ที่เพิ่งค้นพบเสน่ห์ของ Tahiti 80 นี่คือโอกาสที่จะได้สัมผัสวงดนตรีที่เดินทางข้ามกาลเวลา และทำให้หัวใจยังเต้นในจังหวะเดิม
บัตร Early Bird ราคา 1,600 บาท และ บัตรทั่วไป ราคา...
ถ้าคอนเสิร์ต DogDox Concert เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมายังทำให้คุณไม่หนำใจพอ เตรียมวอร์มเสียงกันอีกรอบ เพราะ Moderndog กำลังจะพาแฟนเพลงกลับไปสำรวจอีกด้านของวง กับ ‘The Very Beside of Moderndog’ คอนเสิร์ตที่ไม่ได้หยิบแค่เพลงฮิตขึ้นมาเล่น แต่เลือกเพลงหน้าบีที่หลายคนอาจไม่เคยได้ฟังสดมาก่อนมาร้องอีกครั้ง
Photograph: ModerndogBangkok
หลังจากซีรีส์ The Very เคยพาแฟนๆ ไปรู้จักทั้ง The Very Common และ The Very Normal มาแล้ว ครั้งนี้ถึงคิวของ The Very Beside ที่จะหยิบเอาบทเพลงจากตลอดกว่า 30 ปีของ Moderndog กลับมามีชีวิตบนเวทีอีกครั้ง พร้อมกับเวทีรอบด้านแบบ 360 องศา ที่จะได้มองเห็นพวกเขาในทุกมิติมุมมอง
Photograph: ModerndogBangkok
คอนเสิร์ตนี้จะเป็นการคัดเลือกเพลงจากตัวตนของวง ทั้งเพลงที่ไม่ค่อยถูกเล่นบนเวที เพลงที่หน้าบีที่ซ่อนอยู่หลังอัลบั้ม และบทเพลงที่เหล่าแฟนเพลงหลายคนเฝ้ารอจะได้ฟัง บางเพลงอาจไม่เคยถูกแสดงสดมาก่อน ขณะที่บางเพลงอาจกลับมามีชีวิตอีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สำหรับแฟนโมเดิร์นด็อก นี่จึงเป็นมากกว่าคอนเสิร์ต แต่เป็นโอกาสที่จะได้ย้อนกลับไปพบกับเรื่องราว ความทรงจำ และอีกแง่มุมของวงที่ไม่ได้ถูกเล่าผ่านเพลงฮิตเสมอไป
The Very Beside of Moderndog จัดขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ One Bangkok Forum บัตรยืนราคา 1,500 บาท ส่วนบัตรนั่งราคา 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 และ 1,800 บาท (จองบัตร)
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Suud Entertainment
IG: @suudentertainment
การโฆษณา
ปักหมุดไว้ได้เลยสำหรับ Pantomime in Bangkok เทศกาลละครใบ้ที่พิสูจน์ว่าการแสดงที่ไม่มีบทพูดสักคำก็สามารถทำให้คนดูหัวเราะ ซึ้ง และอินไปกับทุกจังหวะได้ นี่คือเสน่ห์ของเทศกาลที่สื่อสารผ่านร่างกาย สีหน้า และการเคลื่อนไหวล้วนๆ จนไม่ว่าคุณจะพูดภาษาไหนก็สนุกกับการแสดงได้แบบไม่มีอุปสรรค ไม่ต้องคอยเหลือบมองซับไตเติลจนพลาดฉากสำคัญอีกต่อไป
ปีนี้เทศกาลรวบรวม 7 คณะการแสดงจาก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มาร่วมสร้างสีสันตลอด 2 วัน ระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม โดยแต่ละคณะต่างมีสไตล์การแสดง อารมณ์ขัน และวิธีเล่าเรื่องเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง รับรองว่าทั้งสองวันไม่มีโชว์ไหนซ้ำกันแน่นอน
Photograph: Pantomime in BangkokWordless festival returns
ไลน์อัปปีนี้นำโดย Kojimaya Mansuke ศิลปินละครใบ้ระดับตำนานจากญี่ปุ่นที่ร่วมแสดงในเทศกาลนี้มาตั้งแต่ครั้งแรก คราวนี้เขาจับคู่กับ Ayumi ศิลปินรุ่นใหม่ผู้โดดเด่นด้วยสไตล์แปลกแหวกแนว แม้ทั้งคู่จะมีช่วงวัยห่างกันถึง 34 ปี แต่ความแตกต่างนี่เองที่ทำให้การแสดงครั้งนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ ฝั่งญี่ปุ่นยังส่ง Yamamoto Koyo นักละครใบ้อาชีพที่โลดแล่นในวงการมาตั้งแต่ปี 1989 และ Sivouplait คู่หูชุดขาวจากสวนอุเอโนะ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานอารมณ์ขันและเรื่องราวโรแมนติกเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเสน่ห์
ส่วนฝั่งไทยก็มีการกลับมาของ Ta Nuttapol อดีตสมาชิก Babymime ที่ปัจจุบันเดินสายแสดงเดี่ยวในชื่อ Ta Lent Show หลังสั่งสมประสบการณ์มากว่าสองทศวรรษ การแสดงของเขาในวันนี้จึงทั้งนิ่งขึ้น คมขึ้น และเปี่ยมด้วยความมั่นใจมากกว่าที่เคย
Photograph: Pantomime in BangkokWordless festival returns
ปิดท้ายไลน์อัปด้วย Guri Guri Girls...
ทุกวันนี้ชีวิตของเราดูจะโคจรรอบอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือการกดบัตรคอนเสิร์ต จะบอกว่ามีบัตรใหม่เข้ามาในมือแทบทุกสุดสัปดาห์ก็คงไม่เกินจริง และปลายปีนี้มีอีกหนึ่งอีเวนต์ที่เรารอคอยมานาน และในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจริง เพราะ Interstellar Live กำลังเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ พร้อมประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่หลายคนใฝ่ฝัน
มหากาพย์ไซไฟเจ้าของรางวัลออสการ์จาก ‘คริสโตเฟอร์ โนแลน’ จะกลับมาฉายบนจอใหญ่อีกครั้ง พร้อมดนตรีประกอบอันเป็นตำนานของ ‘ฮันส์ ซิมเมอร์’ ที่บรรเลงสดแบบเรียลไทม์โดย Thailand Philharmonic Orchestra ผลงานที่ซิมเมอร์เคยกล่าวด้วยตัวเองว่าเป็นงานที่ดีที่สุดในอาชีพของเขา การแสดงครั้งนี้อำนวยเพลงโดย ‘มาร์ติน แกลเนอร์’ และมี ‘ชาร์ล แอนดรูว์’ รับหน้าที่บรรเลงออร์แกน ขณะที่ภาพยนตร์เวอร์ชันเต็มความยาว 170 นาทีจะดำเนินไปพร้อมกับทุกโน้ตที่เกิดขึ้นตรงหน้า โดยเฉพาะเสียงออร์แกนอันทรงพลังที่พร้อมสั่นสะเทือนไปทั้งฮอลล์
นับตั้งแต่เข้าฉายในปี 2014 Interstellar ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไซไฟที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษที่ 21 ด้วยการผสมผสานความตื่นเต้นของการผจญภัยในอวกาศเข้ากับคำถามว่าด้วยเวลา ความรัก และความเป็นมนุษย์อย่างงดงาม ภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ (Academy Awards) ทั้งหมด 5 สาขา รวมถึงสาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม และเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม
และเราก็พอจะเดาภาพในคืนนั้นออกได้ดี เก้าอี้ทุกตัวถูกจับจอง ไฟในฮอลล์ค่อยๆ ดับลง ใครบางคนเผลอเช็ดน้ำตาในฉาก Docking โดยไม่มีใครรู้สึกแปลกใจ เสียงออร์แกนที่เคยสั่นสะเทือนโรงภาพยนตร์จะดังขึ้นอีกครั้งต่อหน้าผู้ชมจริง เครื่องสาย เครื่องเป่า และเพอร์คัสชันจะร่วมกันสร้างแรงโน้มถ่วงทางอารมณ์ให้ทุกฉาก ไม่มีปุ่มหยุด...
Discover Time Out original video
การโฆษณา



















