รวมทุกอีเวนต์ในกรุงเทพฯ

อัปเดตทุกอีเวนต์ทั่วกรุงเทพฯ ได้ในโพสต์เดียว แล้วคุณจะไม่อยากอยู่เฉยๆ

การโฆษณา

กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย

  • Art
  • เยาวราช
หลายพื้นที่ในลิสต์นี้ตั้งอยู่ในตลาดน้อย ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบ้านและธุรกิจครอบครัว รวมถึงเวิร์กช็อปเล็กๆ ที่ค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา วานิช เฮาส์ (Vanich House) เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำอาคารเก่ากลับมาใช้งาน โดยบ้านไม้หลังนี้มีอายุกว่า 100 ปี และเคยเป็นบ้านของครอบครัวที่เปิดร้านทำเครื่องจักรอยู่ที่นี่ ปัจจุบันบ้านหลังเดิมถูกปรับให้เป็นทั้งคาเฟ่ พื้นที่อเนกประสงค์ และลอฟต์สำหรับเข้าพัก โดยยังเก็บรายละเอียดจากอดีตไว้ในหลายมุม ชั้นล่างแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วน โดยบริเวณจอดรถอยู่ตรงจุดที่เคยเป็นร้านเครื่องจักร  ส่วนคาเฟ่และพื้นที่นั่งเล่นเชื่อมต่อกันแบบเปิดโล่ง ไม่มีผนังกั้นชัดเจน แต่ใช้กองข้าวของเก่าที่สะสมไว้มาเป็นเส้นแบ่งระหว่างแต่ละโซน ด้านหลังใช้โซ่โลหะช่วยกั้นพื้นที่ ซึ่งเมื่อแสงส่องผ่านจะเกิดเงาทอดลงบนพื้นและคานเหล็ก กลายเป็นบรรยากาศดิบๆ ที่ยังพอมองเห็นกลิ่นอายของเวิร์กช็อปเดิมอยู่ เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นในบ้าน ทั้งโซฟาปรับนอน โต๊ะ และเก้าอี้ ก็เป็นของเดิมที่อยู่คู่กับบ้านมานาน ขณะที่เคาน์เตอร์คอนกรีตเปลือยเป็นส่วนที่ครอบครัวสถาปนิกเจ้าของบ้านออกแบบและเติมเข้ามาใหม่ ทำให้ของเก่าและองค์ประกอบร่วมสมัยอยู่ร่วมกันโดยไม่ทำให้บ้านสูญเสียคาแรกเตอร์เดิม Time Out tip: ถ้าอยากได้บรรยากาศบ้านที่เงียบสงบ แนะนำให้ลองมาในเวลา 10.30 น. วันธรรมดา เพราะช่วงเช้าพื้นที่เปิดโล่งจะยังเย็นสบายและคนไม่พลุกพล่านมากนัก ที่ตั้ง: ซอยวาณิช 2 ตลาดน้อย เปิดอังคาร-อาทิตย์ 10.30-17.30 น. (ปิดวันพุธ) โทร. 097 298 2655
  • Art
  • เจริญกรุง
อาคารไปรษณีย์กลางบางรักษ์ (TCDC) อาคารสไตล์อาร์ตเดโคที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมเอาไว้ ท่ามกลางตึกแถวเก่าและบริษัทสายสร้างสรรค์รุ่นใหม่ที่เรียงรายอยู่ตลอดย่านบางรัก ที่นี่มีเป้าหมายในการช่วยให้ผู้คนพัฒนาทักษะ ไอเดียธุรกิจ และผลงานด้านการออกแบบ โดยภายในได้รับการปรับปรุงโดยกลุ่มสถาปนิกชื่อดังหลายราย ให้พื้นที่ใหม่เข้ากับโครงสร้างอาคารประวัติศาสตร์เดิม เก็บเปลือกนอกที่มีเอกลักษณ์ไว้ พร้อมจัดสรรพื้นที่ด้านในให้รองรับการเรียนรู้และกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบปัจจุบันกิจกรรมส่วนใหญ่ของ TCDC ยังเชื่อมโยงกลับมาที่พื้นที่โดยรอบ ทั้งการสร้างเครือข่ายระหว่างธุรกิจสร้างสรรค์ขนาดเล็ก ชุมชนท้องถิ่นที่อยู่คู่ย่านมานาน และองค์กรขนาดใหญ่ทั้งในไทยและต่างประเทศ เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นคือการทำให้เจริญกรุงเป็นย่านที่ผู้คนอยากเดินทางมาเพื่อเรียนรู้ พร้อมใช้เป็นต้นแบบให้ย่านอื่นๆ นำแนวคิดไปต่อยอดในแบบของตัวเอง โดย TCDC อยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) Time Out tip: ลองขึ้นไปที่สวนชั้น 5 ช่วงประมาณ 17.30 น. แสงกำลังนุ่ม อากาศเริ่มเย็น และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมวิวตึกเก่าๆ ของบางรักจากมุมสูง
การโฆษณา
  • บางซื่อ
บางโพอาจไม่ใช่ย่านแรกที่นึกถึงเมื่อพูดถึงโรงละคร แต่ ต.นำเจริญ เพลย์เฮ้าส์ ก็น่าสนใจตรงที่นี่เคยเป็นโรงเลื่อยเก่าที่ตั้งอยู่มานานหลายสิบปี ก่อนถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับวงการละครเวทีขนาดเล็กของกรุงเทพฯ โดยยังคงโครงสร้างโกดังไม้เดิมเอาไว้เกือบทั้งหมด เพดานสูง พื้นที่โล่ง และไม่มีเสากลาง ทำให้ตัวอาคารเหมาะกับการเป็นโรงละครแบบ black box แทบจะทันที พื้นที่กว่า 2,400 ตารางเมตร ปัจจุบันรองรับทั้งการแสดง เวิร์กช็อป และกิจกรรมของคนทำงานสร้างสรรค์ โดยมีโรงละครหลักสำหรับผู้ชมราว 200-220 คน ห้องอเนกประสงค์ เวทีกลางแจ้ง และห้องเล็กๆ สำหรับประชุมหรือพักค้างคืนของศิลปิน Time Out tip: ที่นี่เปิดตามตารางอีเวนต์ ไม่ได้มีเวลาเปิด-ปิดตายตัว แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่าน LINE @t.namcharoen.playhouse ที่ตั้ง: ซอยประชาราษฎร์สาย 1 ซอย 25 เปิดทุกวัน (เวลาแตกต่างกันตามตารางอีเวนต์) โทร. 064 564 2961
  • ละครเวที และ การแสดง
ในวาระครบรอบ 50 ปีเหตุการณ์ 6 ตุลา ‘The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4’ ชวนผู้ชมกลับเข้าไปในห้องศาลจำลองอีกครั้ง ผ่านการหยิบสำนวนคดี 6 ตุลา 2519 มาสร้างเป็นละครเวที โดยเรียบเรียงคำฟ้อง คำให้การ และการซักค้านจากบันทึกการพิจารณาคดีและเอกสารร่วมสมัย เรื่องราวพาย้อนกลับไปหลัง เหตุการณ์ 6 ตุลา เมื่อมีนักศึกษาและประชาชน 18 คน ถูกนำขึ้นศาลทหารในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหาคอมมิวนิสต์ กบฏ และความผิดอื่นๆ จากเหตุการณ์ในเวลานั้น โดยคดีของทั้ง 18 คนถูกฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพฯ ในปี 2520 แต่ครั้งนี้เราไม่ได้มาแค่นั่งดูละครแล้วเดินกลับบ้านไปเฉยๆ เพราะผู้ชมจะถูกชวนให้กลายเป็น ‘ผู้เข้าฟังคดี’ ไปพร้อมกับการพิจารณาคำฟ้อง คำให้การ และการซักค้านที่เกิดขึ้นตรงหน้า ก่อนจะลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า เมื่อเรื่องราวทั้งหมดถูกนำกลับมาเล่าอีกครั้ง ใครคือจำเลย และใครควรเป็นคนที่ต้องถูกตั้งคำถามกันแน่? ชื่อ ‘ห้องพิจารณาคดีที่ 4’ เองก็หยิบมาจากห้องพิจารณาคดีที่ถูกกำหนดให้ใช้พิจารณาคดี 6 ตุลาในเวลานั้น ก่อนที่เวลาจะผ่านไปเกือบครึ่งศตวรรษ และห้องพิจารณาคดีจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งในรูปแบบละครเวทีศาลจำลอง โปรเจกต์นี้จัดโดย กุณฑิกา นุตจรัส และเครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ กำกับการแสดงโดย คาเงะ-ธีระวัฒน์ มุลวิไล เขียนบทโดย สุรีย์ฉาย แก้วเศษ, ปัณณพร วัฒนพงษ์ และอุสิชา อุดมศักดิ์ พร้อมนักแสดงอย่าง ฟาโรห์ จักรภัทรานน, คานธี วสุวิชย์กิต, ภูมิภัทร ถาวรศิริ, พีรพล กิจรื่นภิรมย์สุข และประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ ฯลฯ โดยจะเปิดการพิจารณาคดีระหว่าง วันที่ 4-6 ตุลาคม ที่ ชั้น 2 ห้องศาลจำลอง มารุต บุนนาค อาคารคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยรอบ วันที่ 4 ตุลาคมจะมีเสวนาหลังการแสดง (Post-show Talk) ต่อด้วยรอบวันที่ 5 และ 6...
การโฆษณา
  • Music
  • ดนตรี
ใครเป็นเด็กอินดี้ เคยสะพายกระเป๋าผ้า ฟังเพลงจากค่าย Smallroom และโตมากับเพลงของ SLUR น่าจะมีอัลบั้ม Boo! อยู่ในความทรงจำไม่มากก็น้อย คราวนี้เตรียมย้อนกลับไปปี 2549 กันอีกครั้ง เพราะ SLUR กำลังจะหยิบอัลบั้มเต็มชุดแรกของวงกลับมาเล่นให้ฟังแบบครบทุกแทร็ก ในคอนเสิร์ตซีรีส์ Cat Album ที่ตั้งใจให้แฟนเพลงได้ฟังหนึ่งศิลปิน หนึ่งอัลบั้ม ตั้งแต่เพลงแรกไปจนถึงเพลงสุดท้ายแบบไม่มีปุ่มกดข้าม View this post on Instagram A post shared by CAT ALBUM (@catalbumbycat)   โดยปกติแล้วเวลาไปคอนเสิร์ต เรามักจะได้ฟังเพลงฮิตสลับกับเพลงจากอัลบั้มต่างๆ ตามเซ็ตลิสต์ที่ศิลปินเลือกมาให้ แต่ Cat Album ขอเปลี่ยนกติกาใหม่ ด้วยการนำอัลบั้มเต็มๆ มาเล่นสดตามลำดับแทร็ก เหมือนเปิดอัลบั้มฟังอยู่ที่บ้าน เพียงแต่ครั้งนี้เพลงทั้งหมดจะเกิดขึ้นตรงหน้าคุณ พร้อมบรรยากาศจากคนดูที่ร้องไปด้วยกัน สำหรับไลน์อัปแรกของซีรีส์นี้คือ ‘SLUR’ กับอัลบั้ม ‘Boo!’ อัลบั้มชุดแรกที่พาวงก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในชื่อที่คนฟังเพลงอินดี้ยุคนั้นจดจำได้ และนี่จึงไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตที่เอาเพลงเก่ามาเล่นใหม่ แต่เป็นโอกาสที่จะได้กลับไปฟัง Boo! แบบครบทั้งอัลบั้มอีกครั้งในรูปแบบที่อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก อีกหนึ่งเรื่องที่จับตามองคือ หลังจากที่ เป้ อารักษ์ ขึ้นมาแจมกับ SLUR ในคอนเสิร์ต Smallroom Holiday Party เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันต่อว่า เราจะได้เห็นสมาชิกเก่าอย่าง แบงค์ ธีรวัต กลับมาขึ้นเวทีร่วมกับวงอีกครั้งหรือไม่ งานจัดวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่ Idea Live, Bravo BKKบัตรนั่งปกติราคา 600 บาท, บัตร 800 บาท รับโปสเตอร์ และบัตร VIP 1,000 บาท รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นและ Lanyard เปิดขายบัตรวันที่ 25 กันยายน 2569 ทาง I...
  • Music
ถ้าพูดถึงวง Tattoo Colour เราน่าจะพอเดาทางได้ว่าพวกเขาจะมาพร้อมเพลงป็อปที่ฟังง่าย เมโลดี้ติดหู และมุกกวนๆ ที่เป็นลายเซ็นเฉพาะตัวของวง แต่พอได้ฟังอัลบั้มชุดที่ 7 อย่าง ‘Fitness Pop’ ครบทั้ง 10 เพลงแล้ว กลับรู้สึกว่านี่คือ Tattoo Colour ที่หยิบความคุ้นเคยของตัวเองมาเล่าใหม่ได้สนุกกว่าที่คิด วงนิยามอัลบั้มนี้ว่าเป็น ‘วาไรตี้ป็อป’ เพราะแต่ละเพลงที่คุณจะได้ฟังในอัลบั้มนี้ เต็มไปด้วยความสดใหม่หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่เพลงรักหวานๆ เพลงอกหัก เพลงชวนเต้น ไปจนถึงเรื่องผี เรื่องโจรป่า และหนุ่มกล้ามโต เรียกได้ว่าทั้งในแง่ของเนื้อหาและสีสันทางดนตรี มีความวาไรตี้อยู่สูงมาก และเมื่อเอามาเรียงต่อกันทั้งอัลบั้มก็มีลายเซ็นแทททูค่อนข้างชัดเช่นกัน ที่น่าสนใจคือ เมื่อฟังครบ 10 เพลงรวดเดียว Fitness Pop กลับให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเจอ Tattoo Colour ในยุคแรกๆ อีกครั้ง โดยเฉพาะกลิ่นอายบางอย่างที่ชวนให้นึกถึงช่วงอัลบั้ม Hong Ser ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ชาวนัวหลายคนคิดถึงกันอยู่ไม่น้อย และนี่คือรีวิวทั้ง 10 เพลงที่เราอยากชวนทุกคนมาออกกำลังหูไปพร้อมกัน!
การโฆษณา
  • Things to do
  • เทศกาล
เข้าสู่สัปดาห์ที่สามของเดือนกันยายน กรุงเทพฯ ยังคงอัดแน่นไปด้วยแรงบันดาลใจและทัศนียภาพทางความคิด ชวนให้เราออกไปปะทะและเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอดสุดสัปดาห์นี้! แม้สายฝนจะคอยโปรยปรายให้เมืองชุ่มฉ่ำ แต่บอกเลยว่ากองทัพอีเวนต์ทั่วมุมเมืองยังคงหมุนเวียนและพร้อมสาดพลังงานดีๆ ครบครันทุกมู้ด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เริ่มต้นกันที่หมวดคอนเสิร์ตและดนตรีสด สัปดาห์นี้ถือเป็นไฮไลต์เด็ดของสายฟังเพลงที่ต้องการความแปลกใหม่ เริ่มด้วย The Very Beside of Moderndog คอนเสิร์ตเวที 360 องศาที่วงร็อกระดับตำนานเตรียมขนเพลงหน้าบีและเพลงหาฟังยากมาแสดงสด ขยับมาที่การโคจรมาพบกันของกลิ่นอาย UK soul และ British folk ในค่ำคืนคัฟเวอร์บทเพลงสี่หนุ่มเต่าทอง Tribute to the Music of The Beatles โซโล่โชว์ครั้งแรกในไทยของแร็ปเปอร์คลื่นลูกใหม่จากเกาหลีใต้ ROYAL 44 และคอนเสิร์ตวงออร์เคสตราสุดอลังการที่จะพาย้อนวัยสู่โลกแห่งความฝันกับ Pink Symphonic Concert ออร์เคสตรา ขยับมาที่หมวดนิทรรศการและงานเสพศิลป์ เอาใจสายฮีลใจและครอบครัวกับนิทรรศการชวนทบทวนความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก Beyond the Rainbow และนิทรรศการที่รวมผลงานพร้อม 5 โซนเวิร์กช็อปจาก 39 ศิลปินออทิสติก ส่วนสาย Contemporary Pop Art ห้ามพลาด Carry On Being นิทรรศการเดี่ยวโดย ปรัช สินธุนาวา (BOBBY LEASH) ที่ชวนตั้งคำถามกับการเป็นตัวเองผ่านภาพจำอันซุกซนและสดใส  ปิดท้ายด้วยหมวดไลฟ์สไตล์ เวิร์กช็อป และกิจกรรมเดินย่าน ชวนไปสัมผัสคัลเจอร์เกาหลีในสวนสุดชิลกับตลาดคราฟต์ ชงชา พิลาทิส และโชว์เครื่องดนตรีโบราณใน Oasis Seoul หรือเปลี่ยนสายตาออกไปเดินสำรวจเมืองผ่านเฉดสีและรายละเอียดเล็กๆ ในกิจกรรม Colour-walk The Neighbour’s Palette: มองย่านผ่านสี ที่ Slowcombo สามย่าน ...
  • Art
หากพูดถึงจังหวัดลำปาง ภาพจำที่ตีคู่มากับรถม้าและพระธาตุลำปางหลวง ย่อมหนีไม่พ้น ‘ชามตราไก่’ ภาชนะเซรามิกเคลือบเนื้อดีที่มีลวดลายไก่ตัวผู้สีแดงส้ม ยืนเด่นเป็นสง่าเคียงข้างดอกโบตั๋นและต้นกล้วย เป็นจุดขายมาตั้งแต่สมัยจอมพ ป. พิบูลสงคราม ชามใบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาชนะใส่อาหารที่คุ้นตาตามร้านก๋วยเตี๋ยวไปจนถึงภัตตาคารหรู แต่คือ ‘สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม’ จิตวิญญาณของชุมชน และฟันเฟืองเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงชาวลำปางมานานเกือบร้อยปี แต่วันนี้ มรดกทางภูมิปัญญาอันทรงคุณค่ากำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และอาจเสี่ยงต่อการสูญหายไปจากแผ่นดินไทยอย่างถาวร Photograph: dhanabadeeChicken Bowl Crisis สงครามราคาที่ไม่มีวันชนะ จุดเริ่มต้นของวิกฤตมาจากโครงสร้างการค้าโลกที่เปลี่ยนไป ประกอบกับการเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน สินค้าเซรามิกจากประเทศจีนทะลักเข้ามาตีตลาดไทยอย่างหนัก โดยเฉพาะ ‘ชามลายไก่เลียนแบบ’ ที่ผลิตจากโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ลายด้วยเครื่องจักรแทนการวาดมือ และใช้วัสดุเกรดต่ำแทนดินขาวบริสุทธิ์ ทำให้สามารถกดราคาขายได้เหลือเพียงใบละ 5-10 บาท ในขณะที่ ‘ชามไก่ลำปาง’ แท้ ซึ่งปั้นจากดินขาวแจ้ห่มคุณภาพสูงที่ทนความร้อนได้ดี และต้องอาศัยศิลปะการวาดลวดลายด้วยมือจากช่างฝีมือ มีต้นทุนการผลิตสูงถึง 20-35 บาทต่อใบ เมื่อราคาบนหน้าแผงต่างกันถึง 4-5 เท่า ท่ามกลางยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ผู้บริโภคและร้านอาหารจำนวนมากจึงหันไปเลือกใช้สินค้าจีนราคาถูก โดยอาจละเลยเรื่องคุณภาพหรือความเสี่ยงจากสารเคมีในสีเคลือบที่ไม่ได้มาตรฐาน Photograph: anurakmagChicken Bowl Crisis การล่มสลายของ ‘เมืองเซรามิก’ ผลกระทบที่เกิดขึ้นรุนแรงระดับ ‘ปรากฏการณ์โดมิโน’ จากเมืองหลวงแห่งเซรามิกที่ก่อนยุคโควิด-19...
การโฆษณา
  • Nightlife
ทั้งบาร์ คลับ ดีเจ ไปจนถึงร้านเหล้าท้องถิ่นสุดคลาสสิก สีสันยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยความหลากหลาย และทุกมุมของเมืองหลวงแห่งนี้สมควรได้รับการประกาศเกียรติคุณ ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2026 Time Out Bangkok เตรียมเปิดฉากงานประกาศรางวัล Time Out Bangkok Nightlife Awards เป็นครั้งแรก เพื่อร่วมยกย่องบุคคล สถานบริการ และประสบการณ์ที่เนรมิตให้เมืองหลวงแห่งนี้มีชีวิตชีวาหลังพระอาทิตย์ตกดิน และจะมีที่ไหนเหมาะไปกว่าพื้นที่ประวัติศาสตร์อย่าง สถานีรถไฟหัวลำโพง แต่งานนี้ไม่ใช่แค่การมอบรางวัลให้บาร์ทั่วไป เพราะพวกเราตั้งใจสยายปีกครอบคลุมทุกคอมมูนิตี้ระดับไอคอนิกของกรุงเทพฯ เพื่อเนรมิตค่ำคืนสุดประทับใจที่อัดแน่นด้วยงานประกาศรางวัล เสียงดนตรี เครื่องดื่ม ดีเจ และไลน์อัปความบันเทิงแบบจัดเต็ม ที่สำคัญ ชาวกรุงเทพฯ ทุกคนได้รับคำเชิญให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์นี้ ช่วงเวลาล่วงหน้าก่อนจะถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน เหล่าคณะกรรมการอิสระระดับเซียนจะกระจายตัวลงพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเฟ้นหาและร่วมยินดีกับที่สุดของชีวิตราตรี ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทลบาร์ระดับอินเตอร์ ไนต์คลับขนาดใหญ่ ร้านดื่มด่ำบรรยากาศแถวบ้าน ดิสโก้บาร์ บาร์แจ๊ส บาร์แผ่นเสียง ดาดฟ้ารับลม สถานที่เล่นดนตรีสด หรือแม้แต่ร้านอาหารมื้อดึกที่คอยเติมพลังให้ชาวเมืองในยามที่ทุกคนหลับใหล เราตั้งใจให้รางวัลนี้สะท้อนภาพชีวิตยามค่ำคืนในแบบที่คนกรุงเทพฯ สัมผัสจริง และที่สำคัญที่สุด ทุกการยอมรับต้องมาจากฝีมือและคุณภาพที่แท้จริง Photograph: What's Happened?Bangkok งาน Time Out Bangkok Nightlife Awards คืออะไร? Time Out ทำหน้าที่แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดในเมืองใหญ่ทั่วโลกมานานกว่า 58 ปี ทั้งร้านอาหาร บาร์ ไนต์ไลฟ์ ดนตรี ละครเวที ศิลปะ เทรนด์ วัฒนธรรม...
  • Music
  • ดนตรี
Daft Punk ประกาศยุบวงไปตั้งแต่ปี 2021 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แฟนเพลงทั่วโลกก็ยังคงคิดถึงดูโอ้จากฝรั่งเศสคู่นี้ไม่หาย สำหรับใครที่ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นพวกเขาบนเวทีจริงๆ ‘Daft Funk Live’ อาจเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุด เพราะวงทริบิวต์จากสองพี่น้องคู่นี้กำลังจะนำโชว์เต็มรูปแบบมาเปิดที่ Mustache กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2027 Daft Funk Live ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยตั้งใจถ่ายทอดประสบการณ์แบบ Daft Punk ให้มากกว่าแค่การเปิดเพลงผ่านดีเจเซ็ต เพราะบนเวทีจะเป็นวงดนตรีแบบเต็มรูปแบบที่มีทั้งกลอง เบส และกีตาร์เล่นสด พร้อมโปรดักชันแสงสีที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับโชว์ รวมถึงชุดหุ่นยนต์จำลองและหมวกกันน็อกประดับไฟ LED ที่เป็นภาพจำของ Daft Punk เรื่องเพลงก็จัดเต็มไม่แพ้กัน เซ็ตลิสต์ครอบคลุมตั้งแต่ Homework ไปจนถึง Random Access Memories พร้อมเพลงฮิตอย่าง ‘One More Time’ และ ‘Harder, Better, Faster, Stronger’ รวมถึงเพลงรีมิกซ์และเวอร์ชันใหม่ๆ ที่นำมาปรับให้เหมาะกับการแสดงสดโดยเฉพาะ อีกหนึ่งข้อดีของการมาดูโชว์ที่ Mustache คือขนาดของสถานที่ที่ค่อนข้างกะทัดรัด ทำให้ผู้ชมได้อยู่ใกล้เวทีและสัมผัสพลังของวงแบบเต็มๆ ต่างจากการชมโชว์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ในอารีน่า โชว์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์ประเทศไทย 3 เมืองโดย Midnight Sun ซึ่งจะเริ่มต้นที่เกาะพะงันในวันที่ 13 มกราคม ตามด้วยภูเก็ตในวันที่ 14 มกราคม ก่อนปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 16 มกราคม Daft Funk Live จะขึ้นแสดงที่ Mustache กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2027 บัตรราคา 990 บาท เปิดจำหน่ายวันที่ 29 กันยายนนี้ และสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้วที่นี่
เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา