กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย
การโฆษณา
SaWaDiKa เพลงใหม่ล่าสุดของ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ไม่ได้หยิบความเป็นไทยมาใช้เพียงเพื่อสร้างบรรยากาศ หรือทำหน้าที่เป็นฉากหลังให้มิวสิกวิดีโอดูมีสีสันขึ้นเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่า ‘ความเป็นไทย’ ในเพลงนี้จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของคาแรกเตอร์ และภาษาของป๊อปคัลเจอร์ร่วมสมัยได้อย่างชัดเจน
เพราะถ้ามองให้ลึกกว่าเสื้อผ้า โลเคชัน หรือคำว่า ‘สวัสดีค่ะ’ ที่ถูกใช้ซ้ำจนกลายเป็นคำพูดติดปาก แก่นของเพลงกลับพูดถึงเรื่องที่เป็นสากลกว่านั้น ทั้งความมั่นใจ อำนาจ ชื่อเสียง และการประกาศตัวตนของลิซ่าในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว
Photograph: LISA - SaWaDiKaLLOUD
จาก ‘Rockstar’ สู่ ‘SaWaDiKa’ กรุงเทพฯ เปลี่ยนบทบาทไปอย่างไร
ก่อนหน้านี้ กรุงเทพฯ เคยปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอ ‘Rockstar’ ในฐานะเมืองที่มีชีวิตเรื่องเล่าเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะภาพของเยาวราชที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ ให้เป็นกรุงเทพฯ ในโลกจินตนาการ
แต่ในเพลงนี้ ได้พาเราไปสำรวจกรุงเทพฯ ในมุมมองที่ต่างออกไป และชวนมองว่า กรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่เมืองหลวงที่ตัวละครเดินผ่าน หากแต่ถูกนำเอา ‘เครื่องหมาย’ ต่างๆ ของความเป็นไทยมาประกอบร่างสร้างขึ้นใหม่ ตั้งแต่ภาษา ท่าทาง แฟชั่น ไปจนถึงวัตถุและสถานที่ที่เราคุ้นเคย
Photograph: LISA - SaWaDiKaLLOUD
ตั้งแต่ชื่อเพลงก็เห็นภาพนี้ชัดเจนแล้ว ‘Sawadika’ คือคำว่า ‘สวัสดีค่ะ’ ที่ถูกนำมาเขียนในแบบ phonetic english แทนการสะกดแบบที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง ‘Sawasdee ka’ และในเพลง คำทักทายธรรมดาๆ นี้ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงคำพูด แต่ถูกยกระดับให้กลายเป็น ประโยคเด็ด และซิกเนเจอร์ของเพลงไปโดยปริยาย
กรุงเทพฯ ใน SaWaDiKa อยู่ตรงไหนบ้าง?
สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่ดู อ็มวีแล้วรู้สึกคุ้นตาเป็นพิเศษ จะพบว่าโลเคชันในเพลงนี้กระจายอยู่ตามมุมต่างๆ...
ชวนทุกคนมาสำรวจเฉดสี ความรู้สึก และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหวานละมุนในนิทรรศการศิลปะ ‘Pink is My Favorite Color’ โดยศิลปิน palarink ที่หยิบเอาสีชมพู ซึ่งมักถูกตีกรอบด้วยสัญลักษณ์ของความรัก ความอ่อนหวาน หรือความไร้เดียงสา มาตีความใหม่ผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งและหลากหลายมิติมากยิ่งขึ้น ผลงานในนิทรรศการนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับสีชมพูในแง่มุมที่อาจมีความเปราะบาง ความขัดแย้ง หรือแม้แต่ความเข้มแข็งซ่อนอยู่ เป็นการใช้สีเพียงสีเดียวเพื่อเป็นตัวแทนในการสำรวจอารมณ์อันซับซ้อนของมนุษย์ ใครที่หลงใหลในความสุนทรีย์ของสีสันและงานศิลปะที่สัมผัสได้ถึงหัวใจ ไม่ควรพลาดแวะมาปล่อยใจไปกับนิทรรศการนี้
ที่ Galileoasis จัดแสดงวันที่ 12 กันยายน – 12 ตุลาคม 2569
การโฆษณา
ท่าพิพิธภัณฑ์ร่วมกับสำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี ชวนย้อนรอยวิวัฒนาการประติมากรรมไทยใน ‘The Spirit of Sculptors’ นิทรรศการที่รวบรวมผลงานประติมากรรมเชิงวิชาการจากศิลปิน 3 ยุคสมัย ได้แก่ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี, วัชระ ประยูรคำ และ วายุพัด รัตนเพชร ไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ในช่วงที่สร้างสรรค์งาน ณ ประเทศอิตาลีก่อนเดินทางมาไทย ซึ่งรวบรวมจากนักสะสมชั้นนำและแทบไม่เคยปรากฏต่อสายตาชาวไทยมาก่อน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานชุดใหม่ที่นำทฤษฎีทางวิชาการมาตีความต่อยอด สร้างเป็นบทสนทนาข้ามยุคสมัยที่สะท้อนถึงการส่งต่อองค์ความรู้และวิวัฒนาการของวงการศิลปะไทยได้อย่างทรงพลัง
ที่ ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) บัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 250 บาท / นักเรียน นักศึกษา 150 บาท จัดแสดงวันที่ 8 กันยายน – 23 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 – 18.00 น.
การเดินทางของมนุษย์ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ล้วนเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเติบโต นิทรรศการ ‘The Journey of Art’ รวบรวมผลงานจาก 6 ศิลปินร่วมสมัย ที่หยิบยกประเด็นเรื่องบาดแผลในจิตใจ การต่อสู้ดิ้นรน และการเยียวยามานำเสนอ ท่ามกลางสังคมที่ทุกคนต่างมีเรื่องราวเลวร้ายซ่อนอยู่ นิทรรศการนี้ชวนตั้งคำถามถึงโครงสร้างอำนาจและการผลิตซ้ำในสังคม ผ่านผลงานประติมากรรมรูปเท้าที่หล่อจากแม่พิมพ์เดียวกันจำนวนมาก สะท้อนถึงการอยู่ภายใต้ระบบและกฎเกณฑ์เดียวกัน โดยมีเท้าเพียงชิ้นเดียวที่เคลือบสีทองเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจที่สังคมมอบให้ นี่คือนิทรรศการที่สอนให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับบาดแผล เผชิญหน้ากับความจริง และอนุญาตให้ตัวเองได้ออกเดินทางค้นหาสิ่งงดงามใหม่ๆ
ที่ 6060 Arts Space (อาคารสีขาวและสีดำ) จัดแสดงวันที่ 5 – 26 กันยายน 2569 เวลา 12.00 - 20.00 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์)
การโฆษณา
ความคุ้นเคยอาจทำให้เราละเลยความงามที่ซ่อนอยู่ นิทรรศการ ‘Take a Glance’ โดย ธัชชัย ช้างสนั่น ชวนผู้ชมมาตั้งใจมองและสำรวจความงามตลอดจนคุณค่าของสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มักถูกกลืนหายไปในชีวิตประจำวัน ผ่านผลงานจิตรกรรมที่ศิลปินได้ตีความและสกัดเอาโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมให้เหลือเพียงรูปทรง เส้นสาย สีสัน และจังหวะที่จำเป็น ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงสร้างพื้นที่สำหรับการรับรู้ใหม่และเปิดจินตนาการที่ต่อยอดจากสิ่งที่คุ้นตา แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เชื่อมโยงประสบการณ์ส่วนตัวเข้ากับภาษาของรูปทรงและสีสันบนผืนผ้าใบ เป็นการชวนให้เราหยุดมองสิ่งรอบตัวด้วยสายตาที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
ที่ People's Gallery ห้อง P3 ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดแสดงวันที่ 1 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569
ฝ่ายการศึกษา หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชวนสัมผัสประสบการณ์การชมนิทรรศการในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านกิจกรรม ‘Audio Guide Once Becoming: A Visible Presence’ (ครั้นก่อรูปการณ์) นำเสียงบรรยายโดย กฤษฎา ดุษฎีวนิช ภัณฑารักษ์รับเชิญ ที่จะพาคุณไปสำรวจการมีอยู่ของ 12 ศิลปินหญิงผู้ทรงอิทธิพลในหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ตั้งแต่ยุคศิลปะสมัยใหม่จนถึงศิลปะร่วมสมัย เพียงแค่นำหูฟังส่วนตัวมาเชื่อมต่อและสแกนคิวอาร์โค้ดบริเวณทางเข้านิทรรศการ คุณก็จะได้ดื่มด่ำไปกับเรื่องราว เบื้องหลัง และแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแต่ละชิ้นอย่างใกล้ชิด ถือเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการเสพงานศิลปะที่ให้คุณได้ใช้เวลาพินิจพิเคราะห์ผลงานแต่ละชิ้นอย่างละเมียดละไม
ที่ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมฟรี วันที่ 1 กันยายน – 13 กันยายน 2569
การโฆษณา
เตรียมตัวพบกับความตลกร้ายที่ซ่อนอยู่ในนิทรรศการเดี่ยวครั้งล่าสุดของ ‘ไมเคิล เชาวนาศัย’ ศิลปินร่วมสมัยที่หยิบเอาสื่อหลากหลายแขนง ทั้งจิตรกรรม ภาพถ่าย ศิลปะแสดงสด ศิลปะจัดวาง และการมีส่วนร่วมของผู้ชม มาผสานเข้าด้วยกันอย่างแยบยล ผลงานในนิทรรศการ ‘ฟรรก’ ได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงเวลาต่างๆ ในชีวิตของศิลปิน โดยนำสิ่งที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นภาษา อาหาร ภาพถ่าย ความเชื่อ หรือสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม มาตีความและจัดวางในบริบทใหม่ที่ชวนให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ มุกตลกที่ซ่อนอยู่อาจทำให้คุณต้องหยุดคิด ขณะที่วัตถุธรรมดาสามัญก็ถูกนำมาใช้เพื่อตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับการให้คุณค่าและความหมายในสังคม นิทรรศการนี้จึงเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ชวนให้ผู้ชมได้ใช้เวลาพินิจพิเคราะห์ อ่าน และตั้งคำถามตลอดการเดินสำรวจพื้นที่จัดแสดง
ที่ Blacklist Gallery, MATDOT Art Center เข้าชมฟรี วันที่ 24 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 เวลา 10.00 - 18.00 น.
เฉกเช่นนิวยอร์กในยุค ’1980s กรุงเทพมหานครในปัจจุบันคือศูนย์รวมแห่งโอกาสและพลังงานที่สัมผัสได้ในทุกมุมถนน แกลเลอรี Harper’s Bangkok ภูมิใจนำเสนอนิทรรศการกลุ่ม ‘Bright Lights, Big City’ ซึ่งหยิบยืมชื่อมาจากนวนิยายชื่อดังของ Jay McInerney ที่บันทึกจิตวิญญาณอันเสรีของนิวยอร์กในยุคนั้น นิทรรศการนี้รวบรวมผลงานจาก 24 ศิลปินร่วมสมัยที่สะท้อนถึงความหวัง การค้นพบ และเสน่ห์ของการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบร้านอาหารเล็กๆ ในซอยลึกลับ บาร์ดาดฟ้าที่อาบแสงสีม่วงยามพลบค่ำ หรือแกลเลอรีที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารสำนักงาน นี่คือนิทรรศการที่เฉลิมฉลองความไม่คาดฝันและการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่พร้อมจะเกิดขึ้นเสมอหากคุณใช้เวลาทำความรู้จักกับเมืองนี้ให้นานพอ
ที่ Harper’s Bangkok จัดแสดงวันที่ 14 สิงหาคม – 1 พฤศจิกายน 2569
การโฆษณา
ในชีวิตของเรามีผู้คนมากมายที่คอยดูแลและโอบอุ้มเราโดยไม่เคยเรียกสิ่งนั้นว่างาน ‘Flying is not Scary’ หรือ ‘บ่น่ากั๋วเต้าใด’ นิทรรศการศิลปะเดี่ยวโดย juli baker and summer (ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา) จะพาผู้ชมออกเดินทางผ่านความทรงจำระหว่างศิลปินกับคุณยาย ผู้เป็นทั้งผู้เลี้ยงดูและแรงผลักดันที่คอยส่งเธอออกเดินทาง ก่อนที่วันหนึ่งบทบาทของทั้งคู่จะสลับกัน เมื่อหลานกลายเป็นผู้ดูแลยายในช่วงบั้นปลายชีวิต นิทรรศการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกเรื่องราวส่วนตัว แต่ยังชวนให้เราหวนคิดถึงผู้คนที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของเรา ตระหนักถึงแรงงานที่มองไม่เห็น และรำลึกถึงคนที่ไม่เคยมีโอกาสออกเดินทางไกล แต่กลับเป็นแรงส่งที่ยิ่งใหญ่ให้ใครอีกคนกล้ากางปีกโบยบิน
ที่ RCB Galleria 5 ชั้น 3 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก จัดแสดงวันที่ 13 สิงหาคม – 20 กันยายน 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น.
Discover Time Out original video
การโฆษณา

















