กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย
การโฆษณา
หลังพาผู้ฟังผ่านเรื่องราวของความรัก ความคิดถึง และวันธรรมดาที่แสนพิเศษผ่านบทเพลงมาตลอดหลายปี เอิ๊ต ภัทรวี (Earth Patravee) ก็พร้อมชวนทุกคนกลับมาพักใจอีกครั้งในคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบ ‘Comfort Tone Concert’ ที่ตั้งใจให้เป็นเหมือนพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนรักเสียงเพลง
หากคอนเสิร์ตครั้งแรกอย่าง Once Upon a Dream เมื่อปลายปี 2024 เปรียบเสมือนการทำความฝันให้เป็นจริง คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เหมือนการชวนทุกคนกลับบ้าน บ้านที่มีเสียงเพลง บทสนทนา และบรรยากาศแสนอบอุ่นคอยต้อนรับเสมอ พร้อมชวนให้ปล่อยตัว ปล่อยใจ และใช้เวลาร่วมกันอย่างสบายที่สุด
นอกจากเซ็ตลิสต์ที่แฟนเพลงรอคอย งานนี้ยังได้ ยี่–ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ โปรดิวเซอร์มากฝีมือ มารับหน้าที่เป็น Music Director ของโชว์ รับประกันว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะยกระดับทั้งพาร์ตดนตรี การเรียบเรียง และบรรยากาศการแสดงให้เข้มข้นยิ่งกว่าครั้งก่อน
Comfort Tone Concert จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ centralwOrld LIVE บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,800 / 1,500 บาท เปิดจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน EVENTPOP หรือ https://www.eventpop.me/
ส่วนใครที่กำลังรอลุ้นผังที่นั่งและสิทธิพิเศษของแต่ละโซน อดใจอีกนิด เพราะรายละเอียดจะประกาศเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ทาง Facebook: EarthPatravee
หากปีนี้คุณกำลังมองหาคอนเสิร์ตที่ไม่ได้มีแค่เสียงเพลง แต่ยังมีพื้นที่ให้หัวใจได้พัก Comfort Tone อาจเป็นค่ำคืนที่คุณกำลังตามหาอยู่ก็ได้
สุดสัปดาห์นี้ไม่มีเหงาแน่นอน เริ่มต้นความสนุกเอาใจคอคอนเสิร์ตและดนตรีจัดเต็มแบบเลือกไม่ถูก ไล่ตั้งแต่การฉลองครบรอบ 10 ปี บนเส้นทางดนตรีของศิลปินไทยระดับโลกอย่าง เตนล์ (TEN) ตามด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวแม่ดนตรีอินดี้ป็อป Mitski พร้อมการกลับมาขยับสเกลสู่อารีน่าของเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต XG ดื่มด่ำซาวด์แจ๊สสุดล้ำจาก BADBADNOTGOOD สนุกไปกับคอนเสิร์ตของมือกีตาร์ระดับโลก Plini โชว์เพลงอนิเมะจาก Centimillimental ปาร์ตี้สุดป่วนของ bamm และคอนเสิร์ตมาราธอน 11 ชั่วโมงเต็มจาก Cat Radio
ขยับมาที่หมวดนิทรรศการและศิลปะ ชวนไปเดินทอดน่องเสพงานภาพพิมพ์นานาชาติ Maxnifier VI ที่พ็อปอัปมันมัน ศรีนครินทร์ หรือจะแวะไปจอยคอมมูนิตี้ศิลปินโลคอลชิลๆ ในงาน Muangthong Art Connect ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ปิดท้ายด้วย หมวดไลฟ์สไตล์ เทศกาลคราฟต์ และกิจกรรมสร้างสรรค์ พลาดไม่ได้กับเทศกาลโคมไฟประจำปี Samyan Mitrtown Lantern Art Festival ที่เนรมิตสวนแห่งแสงโคมไฟอาร์ตกว่า 4,000 ดวง, งานสัมผัสกลิ่นอายล้านนาร่วมสมัย Toob North ที่ Cloud 11 และงานวิ่งสุดแฟนตาซี Disney Run Thailand ที่สะพานพระราม 8
บอกเลยว่ากรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ครบรสและอัดแน่นไปด้วยความสนุกแบบเต็มขั้น
การโฆษณา
การประกาศความร่วมมือระหว่าง MONA (Museum of Old and New Art) พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยระดับโลกจากเกาะแทสเมเนีย ออสเตรเลีย กับ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชัน (AWC) ในการเตรียมสร้าง MONA Bangkok ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมุดหมายสำคัญที่จะพลิกโฉมภูมิทัศน์ทางศิลปวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครให้ก้าวสู่ระดับสากล
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2011 MONA ภายใต้การนำของ ‘เดวิด วอลช์’ ได้รับการยอมรับในฐานะพิพิธภัณฑ์ที่ท้าทายกรอบคิด และปฏิวัติวงการศิลปะด้วยการนำเสนอที่ดุดัน แปลกใหม่ และชวนตั้งคำถามกับคุณค่าทางสังคม การที่เดวิดและทีมงานตัดสินใจเลือกกรุงเทพฯ เป็นบ้านหลังใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขามองเห็นศักยภาพและความพร้อมของเมืองหลวงแห่งนี้ ในฐานะจุดตัดทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยพลังและความหลากหลาย
Photograph: MONA Museum, TasmaniaJesse Hunniford
แสงสว่างริมสายน้ำ บทสนทนาบทใหม่ของศิลปะ
MONA Bangkok จะนำจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ของ MONA ไปสู่บริบทใหม่ เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ที่โฮบาร์ต ที่นี่จะนำเสนอผลงานของศิลปินชั้นนำระดับโลก พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเปิดบทสนทนาที่มีความหมายร่วมกับศิลปิน ผู้ชม และขนบธรรมเนียมทางวัฒนธรรมของไทย
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือแนวคิดหลักที่จะสำรวจประเด็นเรื่อง ‘แสง’ ที่สามารเป็นตัวแทนได้หลายความหมาย โดยแนวคิดนี้จะถูกนำมาตีความใหม่เพื่อสร้างบทสนทนาร่วมกับศิลปินและวัฒนธรรมไทย ซึ่งสิ่งนี้รู้สึกตอบรับและสะท้อนภาพได้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษในกรุงเทพฯ เมืองที่มีชีวิตชีวาทางวัฒนธรรมอันมั่งคั่งและมีประเพณีที่หยั่งรากลึก การผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณอันขบถและไร้กรอบของ MONA เข้ากับบริบททางวัฒนธรรมอันจัดจ้านของไทย โดยมีฉากหลังเป็นแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ จึงเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง
...
ถ้าบทเพลงของ BIG ASS คือส่วนหนึ่งของวัยเยาว์ (หรือวัยทำงาน) หรือในช่วงเวลาไหนก็ตามของชีวิตคุณไม่มากก็น้อย และปลายปีนี้ ถึงเวลาที่แฟนเพลงจะได้กลับไปร้องทุกเพลงเหล่านั้นพร้อมกันอีกครั้งในคอนเสิร์ตใหญ่ที่หลายคนรอคอย
หลังปล่อยให้แฟนๆ ลุ้นกันอยู่นาน BIG ASS ประกาศรียูเนียนสมาชิกครบวงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี พร้อมการกลับมาของแด๊กซ์ บนเวทีเดียวกับเพื่อนร่วมวงอีกครั้งในคอนเสิร์ต BIG ASS คอนเสิร์ตใหญ่ ก่อนตาย การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การรวมตัวของศิลปิน แต่เป็นการกลับมาของเรื่องราว มิตรภาพ และเพลงร็อกที่อยู่ในความทรงจำของคนฟังมาตลอดหลายทศวรรษ
อีกหนึ่งโมเมนต์ที่แฟนๆ พูดถึงจากทีเซอร์และโปสเตอร์ที่เพิ่งปล่อยมาล่าสุด คือการปรากฏตัวของ ตั้ม-อธิพงษ์ หวานเหลือ มือกลองแบ็กอัพผู้รับหน้าที่แทน กบ BIG ASS ซึ่งอยู่ในช่วงพักการแสดงสดเนื่องจากปัญหาสุขภาพ โดยกบจะหันไปดูแลงานเบื้องหลังเพื่อให้คอนเสิร์ตของวงเดินหน้าต่อได้อย่างเต็มที่
เตรียมวอร์มเสียงให้พร้อม เพราะนี่อาจเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่คุณจะได้ร้องเพลงโปรดไปพร้อมกับคนหลายหมื่นคน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรียูเนียนครั้งประวัติศาสตร์ของ BIG ASS
สถานที่จัดงาน
วันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2569
อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี
ราคาบัตร
บัตรยืน 2,200 บาท
บัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท
เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Thaiticketmajor ทุกสาขา หรือเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com
รวมถึงติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: BIG ASS Rockband
การโฆษณา
ถ้าสุดสัปดาห์นี้ยังไม่มีแพลน ลองแวะมาเดินเล่นในงาน ‘Thailand Character & Content Expo 2026’ เพราะงานนี้รวมโลกของคาแรกเตอร์ คอนเทนต์ และงานสร้างสรรค์จากฝีมือคนไทยมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอาร์ต ที่ชอบสะสมอาร์ตทอย หรือแค่อยากเดินดูงานศิลปะเพลินๆ งานนี้ก็มีอะไรให้เราได้แวะชมแทบทุกโซน
Photograph: Siam ParagonTCEX
ปีนี้มาในธีม ‘The Multiverse of Creativity’ พร้อมขนทัพศิลปิน นักวาด นักเขียน สตูดิโอ ครีเอเตอร์ และแบรนด์สร้างสรรค์กว่า 250 ราย มารวมตัวกัน ตั้งแต่เหล่านักสร้างสรรค์ที่หลายคนคุ้นชื่อ ไปจนถึงครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่น่าจับตา
ภายในงานแบ่งเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ Character & Art, Content & Story, Creative Lifestyle และ Game & Interactive ครอบคลุมตั้งแต่อาร์ตทอย ภาพประกอบ งานศิลปะร่วมสมัย หนังสือ นิยาย แอนิเมชัน ภาพยนตร์ ไปจนถึงบอร์ดเกม การ์ดเกม Esports และ Interactive Media รวมถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ต่อยอดจากทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย และอีกหนึ่งโซนที่น่าสนใจคือ New Face พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และครีเอเตอร์รุ่นใหม่ได้นำผลงานมาเปิดตัวให้คนทั่วไปได้รู้จัก
Photograph: Siam ParagonTCEX
ตลอดการจัดงานยังมีพาเหรดคาแรกเตอร์และแฟนมีตจากศิลปินและแบรนด์ดัง รวมถึงเหล่ามาสคอตจาก GMMTV ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างสีสันในแต่ละวัน ให้แฟนๆ ได้แวะมาถ่ายรูปและพบกับคาแรกเตอร์ที่ชื่นชอบแบบใกล้ชิด
Photograph: Siam ParagonTCEX
นอกจากเดินชมผลงานและเลือกซื้อของจากครีเอเตอร์แล้ว ภายในงานยังมีเวทีทอล์กที่ชวนเปิดมุมมองเกี่ยวกับการสร้างคาแรกเตอร์ การต่อยอดผลงานสู่ทรัพย์สินทางปัญญา การใช้ AI กับงานสร้างสรรค์ รวมถึงเวิร์กช็อป กิจกรรม Business Matching และกิจกรรมอื่นๆ...
เมื่อลมหนาวปลายปีเริ่มโปรยตัวลงมาอย่างแผ่วเบา กรุงเทพฯ กำลังจะได้เปิดอ้อมแขนต้อนรับสายหมอกแห่งเสียงดนตรีอีกครั้งในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ที่ Moonstar Studio กับคอนเสิร์ตของ Slowdive วงดนตรีผู้เป็นดั่งสถาปนิกผู้สร้างวิมานบนก้อนเมฆ และผู้บุกเบิกสุ้มเสียงอันพร่ามัวแต่วดงามอย่าง ‘ชูเกซ’
เสียงกีตาร์ที่อาบไล่ไปด้วยเอฟเฟกต์ reverb และ delay ลากยาว ประกอบหับเสียงร้องของ ‘Neil Halstead’ และ ‘Rachel Goswell’ ล่องลอย สอดประสาน และกระซิบกระซาบข้างใบหู คล้ายจะบอกเราว่า ความเหงาและความเศร้าไม่ใช่เรื่องที่ต้องหลบซ่อน แต่มันคือพื้นที่อันสุนทรีย์ที่เราสามารถทิ้งตัวลงไปแหวกว่ายได้อย่างปลอดภัย
Photograph: SlowdiveBangkok
เพลงฮิตตลอดกาลอย่าง ‘Alison’ หรือ ‘When the Sun Hits’ จะทำหน้าที่พาทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่วันวาน ในขณะที่ท่วงทำนองใหม่อย่าง ‘Kisses’ จะคอยโอบอุ้มหัวใจของคนรุ่นใหม่ในค่ำคืนนั้น พิเศษไปกว่านั้น คอนเสิร์ตครั้งนี้ยังได้วงชูเกสสัญชาติไทยระดับฝีมืออย่าง Death of Heather มาร่วมอุ่นเครื่อง มอบมวลสารความหม่นอันงดงามให้อบอวลไปทั่วทั้งฮอลล์ก่อนที่รุ่นใหญ่จะขึ้นเวที
เตรียมตัวดิ่งลึกไปกับการทิ้งตัวที่เชื่องช้าที่สุด แต่ตราตรึงที่สุด บัตร Early Bird เริ่มต้นที่ 2,300 บาท (จำกัดเพียง 300 ใบเท่านั้น) บัตรพรีเซลราคา 2,600 บาท และหน้างาน 3,000 บาท (จองบัตร)
การโฆษณา
นับตั้งแต่แจ้งเกิดในปี 2017 Khalid ก็กลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่นิยามเสียง R&B ยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน ด้วยเพลงที่ผสมกลิ่นอายป๊อปและโซลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จนมียอดสตรีมหลายพันล้านครั้งทั่วโลก พร้อมได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy หลายสาขา
สำหรับโชว์ครั้งนี้ แฟนๆ น่าจะได้ฟังทั้งเพลงฮิตที่ทุกคนร้องตามได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ไปจนถึงผลงานใหม่จากทัวร์ล่าสุด ในบรรยากาศที่เน้นพลังของเสียงร้องและการมีส่วนร่วมของผู้ชม มากกว่าการพึ่งโปรดักชันหวือหวา
View this post on Instagram
A post shared by Live Nation Tero (@livenationth)
When and where
คอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2569 ที่ UOB Live ชั้น 6 ของ EMSPHERE ย่านสุขุมวิท ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเวทีหลักของศิลปินระดับนานาชาติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และยังคงมีโปรแกรมคอนเสิร์ตใหญ่ต่อเนื่องตลอดปี
How to get tickets
บัตรมีราคา 2,800–3,300 บาท
จะเปิดจำหน่าย เฉพาะทางออนไลน์ ผ่าน ticketmaster.co.th เท่านั้น โดยไม่มีการจำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ ThaiTicketMajor ผู้ซื้อควรสมัครบัญชีผู้ใช้งานล่วงหน้า และบัตรทุกใบจะอยู่ในรูปแบบ E-ticket
Fan Club พรีเซล วันที่ 13 กรกฎาคม เวลา 12.00–23.59 น.
มาสเตอร์การ์ด พรีเซล วันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 12.00 น. – 15 กรกฎาคม เวลา 11.59 น.
Trip.com พรีเซล วันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 12.00 น. – 15 กรกฎาคม เวลา 11.59 น.
UOB มาสเตอร์การ์ด พรีเซล วันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 14.00–22.00 น.
Live Nation Tero พรีเซล 16 กรกฎาคม เวลา 12.00–22.00 น. (สำหรับสมาชิก Live Nation Tero ที่สมัครฟรี)
บัตรทั่วไป วันที่ 17 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป
วงการดิจิทัลอาร์ตของกรุงเทพฯ เพิ่งมีแกลเลอรี่เปิดใหม่กับ bit.studio gallery พื้นที่จัดแสดงถาวรบนชั้น 3 ของ Slowcombo ที่เปิดตัวด้วยนิทรรศการซึ่งฉีกกฎการเดินแกลเลอรีแบบเดิมๆ เพราะแทนที่จะยืนชมอยู่ห่างๆ ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปสัมผัส ขยับ และโต้ตอบกับผลงานได้โดยตรง ภายในแบ่งออกเป็น 4 ห้องที่ผสมผสานศิลปะดิจิทัล แสง เสียง และกลิ่นอายของเทคโนโลยีแอนะล็อกเข้าด้วยกัน กลายเป็นประสบการณ์ที่ชวนใช้เวลาเดินสำรวจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ที่ bit.studio gallery, Slowcombo บัตรราคา 200-450 บาท (จองบัตร) เปิดทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 14.00-20.00 น.
การโฆษณา
ขึ้นชื่อว่า ‘งานศิลปะร่วมสมัย (Contemporary Art)’ หลายคนอาจรู้สึกว่าเข้าถึงยากและมีเส้นบางๆ กั้นระหว่างความอินกับความงง เพราะศิลปะแนวนี้คือการ ถ่ายทอดมุมมองอันหลากหลายผ่านเลนส์ของศิลปิน ซึ่งบางครั้งผู้รับชมอย่างเราอาจไม่ได้มองเห็นทิวทัศน์เดียวกัน อย่างถ้าเราเดินผ่านภาพวาดสะบัดสีของ ‘Jackson Pollock’ ก็คงยากที่จะเข้าใจและเก็ตได้ในทันที
งาน Contemporary Art Fair ในครั้งนี้ จึงตั้งใจทลายกำแพงเหล่านั้นลง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ศิลปะร่วมสมัยกลายเป็นเรื่องที่จับต้องได้ สนุกสนาน และเข้าถึงคนทั่วไปได้มากขึ้น
View this post on Instagram
A post shared by @ban_gu_eng
งานนี้เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความแมสที่เข้าถึงง่ายสไตล์ ‘บ้านกูเอง’ และความลึกซึ้งเข้มข้นในเชิงศิลปะจาก ‘Contemp Creator’ เพื่อให้งานศิลปะได้ทำหน้าที่สื่อสารและเชื่อมโยงกับผู้คนอย่างแท้จริง
พื้นที่ทั้งหมดของอาคาร 4 ชั้น ที่ The Corner House เจริญกรุง จะปกคลุมไปด้วยสีสัน ความสนุกสนาน และกลิ่นอายอาร์ตๆ ที่อบอวลไปด้วยบทสนทนาเรื่องศิลปะที่เป็นกันเอง โดยแบ่งไฮไลต์ออกเป็น 3 โซนหลักๆ ดังนี้
Special Art Exhibition พบกับ ‘Ball pool in cafe’ บ้านบอลในร้านกาแฟ ที่จะพาทุกคนย้อนวัยไปสนุกพร้อมๆ กับเสพงานศิลป์
Artist Workshop ชวนมาปล่อยจินตนาการและลงมือทำกิจกรรมสุดครีเอทีฟไปกับเวิร์กช็อปจากศิลปินกว่า 10 คน
Art Market & Exhibition เดินช็อปและชมผลงานศิลปะหลากหลายสไตล์ จากการรวมตัวกันของศิลปินกว่า 40 ชีวิต ภายใต้หลังคาเดียวกัน
ที่ The Corner House Bangkok วันที่ 29-30 สิงหาคม 2569 เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย (ลงทะเบียน) สมัครหน้างาน 50 บาท
FKJ ศิลปิน multi-instrumentalist นักร้อง และโปรดิวเซอร์ชาวฝรั่งเศส เตรียมนำการแสดงสดอันเลื่องชื่อของเขากลับมาเยือนเอเชียอีกครั้งในปีนี้ โดยประกาศทัวร์ 7 เมืองใหญ่เพื่อต้อนรับ Tyber สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ที่กำลังจะปล่อยออกมา ซึ่งศิลปินผู้ทลายกำแพงแนวเพลงคนนี้จะเดินทางไปเปิดการแสดงทั้งที่กรุงเทพฯ, สิงคโปร์, กัวลาลัมเปอร์, ฮ่องกง, โซล, ไทเป และโตเกียว
View this post on Instagram
A post shared by FKJ (@frenchkiwijuice)
หากคุณยังไม่เคยเห็นเขาแสดงสด ลองจินตนาการภาพนี้ดู ชายคนหนึ่งบนเวทีที่เต็มไปด้วยแซกโซโฟน คีย์บอร์ด และกีตาร์ พร้อมด้วยเอฟเฟกต์ลูปวางอยู่แทบเท้า เขาเล่นทำนองสั้นๆ บันทึกเสียงไว้ ปล่อยลูปวนไป จากนั้นก็เล่นเครื่องดนตรีชิ้นต่อไปทับซ้อนขึ้นมาร่วมกัน จนกระทั่งคนในฮอลล์ได้ยินเสียงดนตรีแน่นเหมือนมาเต็มวงเรียกได้ว่าเป็น One-man band ที่สะกดคนดูได้อยู่หมัด ทั้งหมดนี้ไม่มี backing track และไม่มีนักดนตรีคนอื่นเลย แถมเขายังวางไมโครโฟนไว้ใกล้ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของเขาระหว่างช่วงสลับสับเปลี่ยนเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น
Photograph: frenchkiwijuiceBangkok
อัลบั้ม Tyber มีกำหนดปล่อยในวันที่ 11 กันยายนนี้ ซึ่งถือเป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกนับตั้งแต่ ‘V I N C E N T’ โดยเขาได้แต่งและบันทึกเสียงอัลบั้มนี้ในหลายเมืองทั่วโลก ทั้งลอนดอน, ลอสแอนเจลิส, ปารีส, บราซิล และเม็กซิโก นี่คือผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต โดยร้อยเรียงท่วงทำนองที่เน้นกรูฟดนตรีอันโดดเด่น เพลงบรรเลงแจ๊ส งานดนตรีทดลองที่เน้นการใช้แซมพลิง และซาวด์ดนตรีสไตล์ไซเคเดลิกเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่และเปิดกว้างที่สุดของเขา...
Discover Time Out original video
การโฆษณา



















