กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย
การโฆษณา
ก่อน City Pop จะเป็นแนวดนตรี มันคือสีของท้องฟ้าในบ่ายฤดูร้อน คือผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์ที่นิ่งสงบ คือเงาต้นปาล์มทอดยาวบนพื้นคอนกรีต และคือความฝันถึงวันหยุดที่ไม่มีวันหมดอายุ
เมื่อภาพเหล่านั้นถูกวาดโดย Hiroshi Nagai มันจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย และยังคงถูกหยิบกลับมาฟัง กลับมามอง และกลับมาคิดถึงอยู่เสมอ
เดือนสิงหาคมนี้ ฤดูร้อนของโตเกียวยุค ’80s จะเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ผ่านนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของศิลปินระดับตำนาน
View this post on Instagram
A post shared by ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (@rivercitycontemporary)
ริเวอร์ซิตี้ แบงค็อกชวนย้อนเวลากลับไปยังฤดูร้อนที่สดใสตลอดมากับ Hiroshi Nagai: Summer Dreaming นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยของศิลปินชาวญี่ปุ่นระดับตำนาน ผู้ฝากลายเส้นไว้บนปกอัลบั้มและวัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่นมายาวนาน
Photograph: Hiroshi NagaiTropical Modern
ภายในนิทรรศการ ผู้ชมจะได้พบกับผลงานออริจินัลหาชมยากกว่า 30 ชิ้น ตั้งแต่ผลงานยุค 1980s จนถึงปัจจุบัน พร้อมชมร่องรอยของฝีแปรง สี และพื้นผิวที่งานพิมพ์ไม่อาจถ่ายทอดได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีผลงานใหม่อีก 4 ชิ้นที่ Hiroshi Nagai สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ ถ่ายทอดภาพกรุงเทพฯ ผ่านสายตาของศิลปินผู้เปลี่ยนแสงแดดให้กลายเป็นความทรงจำ
Photograph: Kaput MagazineHiroshi Nagai
แม้คุณจะไม่คุ้นชื่อ Hiroshi Nagai แต่หากเคยหลงรักภาพชายหาดสีพาสเทล ปาล์มริมสระ หรือปกแผ่นเสียงซิตี้ป๊อป ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายวันหยุด งานชุดนี้อาจทำให้คุณรู้ว่าความคิดถึงสามารถถูกวาดออกมาเป็นภาพได้จริง และทุกครั้งที่มองให้ความรู้สึกที่ขึ้นอยู่กับความทรงจำของคุณ
Hiroshi Nagai: Summer Dreaming จัดแสดงที่ RCB Galleria 1 ชั้น 2...
เพียงอินโทรแรกดังขึ้น ความทรงจำก็เริ่มทำงาน และ Heartbeat คือหนึ่งในนั้น เพลงที่พาผู้คนจากหลายยุคหลายสมัยกลับไปยังฤดูร้อนของตัวเอง ไม่ว่าจะเคยเกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงความทรงจำที่ดนตรีสร้างขึ้น
Photograph: Tahiti 80Bangkok
หลังจากโลดแล่นบนเส้นทางดนตรีมากว่า 30 ปี Tahiti 80 วงอินดี้ป๊อปจากเมืองรูอ็อง ประเทศฝรั่งเศส เตรียมหวนคืนสู่กรุงเทพฯ อีกครั้งกับ VERY Live Presents: Tahiti 80 Live in Bangkok 2026 ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 ที่ Volume Livehouse พร้อมพาแฟนเพลงย้อนเวลากลับไปพบกับบทเพลงที่เคยเป็นซาวด์แทร็กของชีวิต และเปิดประตูสู่ผลงานบทใหม่จากอัลบั้มชุดที่ 11 Rejoice (An Inventory of Pop Maps)
นับตั้งแต่อัลบั้ม Puzzle ในปี 1999 Tahiti 80 ได้กลายเป็นหนึ่งในวงที่นิยามคำว่า ‘อินดี้ป๊อป’ ได้อย่างงดงาม ด้วยเมโลดี้อบอุ่น ซาวด์ที่ได้รับอิทธิพลจากป๊อปยุค ’60s โซล ฟังก์ และดิสโก้ หล่อหลอมเป็นภาษาดนตรีที่อ่อนโยนแต่มีชีวิตชีวา จนสร้างเพลงคลาสสิกอย่าง Heartbeat, 1000 Times, Big Day และ Easy ที่ยังคงถูกเปิดฟังซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า
นี่คือค่ำคืนแห่งการพบกันของอดีตและปัจจุบัน เป็นคืนที่เพลงเก่าจะถูกขับร้องด้วยหัวใจดวงเดิม ขณะที่บทเพลงใหม่จะค่อยๆ เข้ามาเติมเต็มแผนที่แห่งความทรงจำอีกหน้า ราวกับชื่ออัลบั้มล่าสุดที่รวบรวมทุกแรงบันดาลใจและทุกเส้นทางของวงไว้ในแผนที่ดนตรีใบเดียว
Photograph: Tahiti 80VERY Live Presents: Tahiti 80 Live in Bangkok 2026
สำหรับแฟนเพลงชาวไทยที่เติบโตมากับเสียงร้องนุ่มละมุนของ Xavier Boyer หรือผู้ที่เพิ่งค้นพบเสน่ห์ของ Tahiti 80 นี่คือโอกาสที่จะได้สัมผัสวงดนตรีที่เดินทางข้ามกาลเวลา และทำให้หัวใจยังเต้นในจังหวะเดิม
บัตร Early Bird ราคา 1,600 บาท และ บัตรทั่วไป ราคา...
การโฆษณา
ถ้าคอนเสิร์ต DogDox Concert เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมายังทำให้คุณไม่หนำใจพอ เตรียมวอร์มเสียงกันอีกรอบ เพราะ Moderndog กำลังจะพาแฟนเพลงกลับไปสำรวจอีกด้านของวง กับ ‘The Very Beside of Moderndog’ คอนเสิร์ตที่ไม่ได้หยิบแค่เพลงฮิตขึ้นมาเล่น แต่เลือกเพลงหน้าบีที่หลายคนอาจไม่เคยได้ฟังสดมาก่อนมาร้องอีกครั้ง
Photograph: ModerndogBangkok
หลังจากซีรีส์ The Very เคยพาแฟนๆ ไปรู้จักทั้ง The Very Common และ The Very Normal มาแล้ว ครั้งนี้ถึงคิวของ The Very Beside ที่จะหยิบเอาบทเพลงจากตลอดกว่า 30 ปีของ Moderndog กลับมามีชีวิตบนเวทีอีกครั้ง พร้อมกับเวทีรอบด้านแบบ 360 องศา ที่จะได้มองเห็นพวกเขาในทุกมิติมุมมอง
Photograph: ModerndogBangkok
คอนเสิร์ตนี้จะเป็นการคัดเลือกเพลงจากตัวตนของวง ทั้งเพลงที่ไม่ค่อยถูกเล่นบนเวที เพลงที่หน้าบีที่ซ่อนอยู่หลังอัลบั้ม และบทเพลงที่เหล่าแฟนเพลงหลายคนเฝ้ารอจะได้ฟัง บางเพลงอาจไม่เคยถูกแสดงสดมาก่อน ขณะที่บางเพลงอาจกลับมามีชีวิตอีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สำหรับแฟนโมเดิร์นด็อก นี่จึงเป็นมากกว่าคอนเสิร์ต แต่เป็นโอกาสที่จะได้ย้อนกลับไปพบกับเรื่องราว ความทรงจำ และอีกแง่มุมของวงที่ไม่ได้ถูกเล่าผ่านเพลงฮิตเสมอไป
The Very Beside of Moderndog จัดขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ One Bangkok Forum บัตรยืนราคา 1,500 บาท ส่วนบัตรนั่งราคา 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 และ 1,800 บาท (จองบัตร)
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Suud Entertainment
IG: @suudentertainment
ปักหมุดไว้ได้เลยสำหรับ Pantomime in Bangkok เทศกาลละครใบ้ที่พิสูจน์ว่าการแสดงที่ไม่มีบทพูดสักคำก็สามารถทำให้คนดูหัวเราะ ซึ้ง และอินไปกับทุกจังหวะได้ นี่คือเสน่ห์ของเทศกาลที่สื่อสารผ่านร่างกาย สีหน้า และการเคลื่อนไหวล้วนๆ จนไม่ว่าคุณจะพูดภาษาไหนก็สนุกกับการแสดงได้แบบไม่มีอุปสรรค ไม่ต้องคอยเหลือบมองซับไตเติลจนพลาดฉากสำคัญอีกต่อไป
ปีนี้เทศกาลรวบรวม 7 คณะการแสดงจาก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มาร่วมสร้างสีสันตลอด 2 วัน ระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม โดยแต่ละคณะต่างมีสไตล์การแสดง อารมณ์ขัน และวิธีเล่าเรื่องเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง รับรองว่าทั้งสองวันไม่มีโชว์ไหนซ้ำกันแน่นอน
Photograph: Pantomime in BangkokWordless festival returns
ไลน์อัปปีนี้นำโดย Kojimaya Mansuke ศิลปินละครใบ้ระดับตำนานจากญี่ปุ่นที่ร่วมแสดงในเทศกาลนี้มาตั้งแต่ครั้งแรก คราวนี้เขาจับคู่กับ Ayumi ศิลปินรุ่นใหม่ผู้โดดเด่นด้วยสไตล์แปลกแหวกแนว แม้ทั้งคู่จะมีช่วงวัยห่างกันถึง 34 ปี แต่ความแตกต่างนี่เองที่ทำให้การแสดงครั้งนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ ฝั่งญี่ปุ่นยังส่ง Yamamoto Koyo นักละครใบ้อาชีพที่โลดแล่นในวงการมาตั้งแต่ปี 1989 และ Sivouplait คู่หูชุดขาวจากสวนอุเอโนะ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานอารมณ์ขันและเรื่องราวโรแมนติกเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเสน่ห์
ส่วนฝั่งไทยก็มีการกลับมาของ Ta Nuttapol อดีตสมาชิก Babymime ที่ปัจจุบันเดินสายแสดงเดี่ยวในชื่อ Ta Lent Show หลังสั่งสมประสบการณ์มากว่าสองทศวรรษ การแสดงของเขาในวันนี้จึงทั้งนิ่งขึ้น คมขึ้น และเปี่ยมด้วยความมั่นใจมากกว่าที่เคย
Photograph: Pantomime in BangkokWordless festival returns
ปิดท้ายไลน์อัปด้วย Guri Guri Girls...
การโฆษณา
เอาใจสาวกแอนิเมชันระดับตำนานกับการฉลองครบรอบ 30 ปี Detective Conan Exhibition ที่จัดขึ้นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ไอคอนสยาม หรือจะไปสัมผัสโลกความฝันอันหลอมรวมแสง เสียง และดนตรีของ PUN ในนิทรรศการ Museum of Somnia ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนสายคาเฟ่ห้ามพลาดป็อปอัปฟังเพลงและสะสมของลิมิเต็ดจากอัลบั้มใหม่ของ Gracie Abrams ที่ BONCI สะพานควาย
ขยับมาที่ หมวดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี สัปดาห์นี้คึกคักเป็นพิเศษกับการฉลองครบรอบ 10 ปีของคู่หูอิเล็กทรอนิกส์ป็อปจากอังกฤษ HONNE ที่สยามพิฆฮอลล์ และมหกรรมดนตรีกลางเมืองฟอร์มยักษ์อย่าง Monster Music Festival 2026 ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์
ปิดท้ายด้วยงานเดินย่าน และกิจกรรมสุดเก๋ ชวนสายอ่านไปออกท่องเกาะรัตนโกสินทร์ในเทศกาลห้องสมุดมีชีวิต Bangkok Book District Fest หรือจะออกไปทำความรู้จักย่านเก่าผ่านอาหารและงานศิลป์กับ Charoen CITYZEN ที่ตลาดน้อย-เจริญกรุง ส่วนใครที่ชอบความคลาสสิก ห้ามพลาดงาน บางกอกลีลาศ สวมรองเท้าคู่โปรดไปย้อนวันวานบนฟลอร์เต้นรำ ณ ลุมพินีสถาน หรือไปสโลว์ไลฟ์จิบไวน์ฟังแผ่นเสียงที่ Marshall Livehouse บอกเลยว่ากรุงเทพฯ สัปดาห์นี้อัดแน่นทุกรสชาติ ให้คุณออกไปเช็กอินกันได้แบบไม่มีเบื่อแน่นอน
ทุกวันนี้ชีวิตของเราดูจะโคจรรอบอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือการกดบัตรคอนเสิร์ต จะบอกว่ามีบัตรใหม่เข้ามาในมือแทบทุกสุดสัปดาห์ก็คงไม่เกินจริง และปลายปีนี้มีอีกหนึ่งอีเวนต์ที่เรารอคอยมานาน และในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจริง เพราะ Interstellar Live กำลังเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ พร้อมประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่หลายคนใฝ่ฝัน
มหากาพย์ไซไฟเจ้าของรางวัลออสการ์จาก ‘คริสโตเฟอร์ โนแลน’ จะกลับมาฉายบนจอใหญ่อีกครั้ง พร้อมดนตรีประกอบอันเป็นตำนานของ ‘ฮันส์ ซิมเมอร์’ ที่บรรเลงสดแบบเรียลไทม์โดย Thailand Philharmonic Orchestra ผลงานที่ซิมเมอร์เคยกล่าวด้วยตัวเองว่าเป็นงานที่ดีที่สุดในอาชีพของเขา การแสดงครั้งนี้อำนวยเพลงโดย ‘มาร์ติน แกลเนอร์’ และมี ‘ชาร์ล แอนดรูว์’ รับหน้าที่บรรเลงออร์แกน ขณะที่ภาพยนตร์เวอร์ชันเต็มความยาว 170 นาทีจะดำเนินไปพร้อมกับทุกโน้ตที่เกิดขึ้นตรงหน้า โดยเฉพาะเสียงออร์แกนอันทรงพลังที่พร้อมสั่นสะเทือนไปทั้งฮอลล์
นับตั้งแต่เข้าฉายในปี 2014 Interstellar ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไซไฟที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษที่ 21 ด้วยการผสมผสานความตื่นเต้นของการผจญภัยในอวกาศเข้ากับคำถามว่าด้วยเวลา ความรัก และความเป็นมนุษย์อย่างงดงาม ภาพยนตร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ (Academy Awards) ทั้งหมด 5 สาขา รวมถึงสาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม และเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม
และเราก็พอจะเดาภาพในคืนนั้นออกได้ดี เก้าอี้ทุกตัวถูกจับจอง ไฟในฮอลล์ค่อยๆ ดับลง ใครบางคนเผลอเช็ดน้ำตาในฉาก Docking โดยไม่มีใครรู้สึกแปลกใจ เสียงออร์แกนที่เคยสั่นสะเทือนโรงภาพยนตร์จะดังขึ้นอีกครั้งต่อหน้าผู้ชมจริง เครื่องสาย เครื่องเป่า และเพอร์คัสชันจะร่วมกันสร้างแรงโน้มถ่วงทางอารมณ์ให้ทุกฉาก ไม่มีปุ่มหยุด...
การโฆษณา
หลังพาผู้ฟังผ่านเรื่องราวของความรัก ความคิดถึง และวันธรรมดาที่แสนพิเศษผ่านบทเพลงมาตลอดหลายปี เอิ๊ต ภัทรวี (Earth Patravee) ก็พร้อมชวนทุกคนกลับมาพักใจอีกครั้งในคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบ ‘Comfort Tone Concert’ ที่ตั้งใจให้เป็นเหมือนพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนรักเสียงเพลง
หากคอนเสิร์ตครั้งแรกอย่าง Once Upon a Dream เมื่อปลายปี 2024 เปรียบเสมือนการทำความฝันให้เป็นจริง คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เหมือนการชวนทุกคนกลับบ้าน บ้านที่มีเสียงเพลง บทสนทนา และบรรยากาศแสนอบอุ่นคอยต้อนรับเสมอ พร้อมชวนให้ปล่อยตัว ปล่อยใจ และใช้เวลาร่วมกันอย่างสบายที่สุด
นอกจากเซ็ตลิสต์ที่แฟนเพลงรอคอย งานนี้ยังได้ ยี่–ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ โปรดิวเซอร์มากฝีมือ มารับหน้าที่เป็น Music Director ของโชว์ รับประกันว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะยกระดับทั้งพาร์ตดนตรี การเรียบเรียง และบรรยากาศการแสดงให้เข้มข้นยิ่งกว่าครั้งก่อน
Comfort Tone Concert จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ centralwOrld LIVE บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,800 / 1,500 บาท เปิดจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน EVENTPOP หรือ https://www.eventpop.me/
ส่วนใครที่กำลังรอลุ้นผังที่นั่งและสิทธิพิเศษของแต่ละโซน อดใจอีกนิด เพราะรายละเอียดจะประกาศเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ทาง Facebook: EarthPatravee
หากปีนี้คุณกำลังมองหาคอนเสิร์ตที่ไม่ได้มีแค่เสียงเพลง แต่ยังมีพื้นที่ให้หัวใจได้พัก Comfort Tone อาจเป็นค่ำคืนที่คุณกำลังตามหาอยู่ก็ได้
การประกาศความร่วมมือระหว่าง MONA (Museum of Old and New Art) พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยระดับโลกจากเกาะแทสเมเนีย ออสเตรเลีย กับ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชัน (AWC) ในการเตรียมสร้าง MONA Bangkok ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมุดหมายสำคัญที่จะพลิกโฉมภูมิทัศน์ทางศิลปวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครให้ก้าวสู่ระดับสากล
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2011 MONA ภายใต้การนำของ ‘เดวิด วอลช์’ ได้รับการยอมรับในฐานะพิพิธภัณฑ์ที่ท้าทายกรอบคิด และปฏิวัติวงการศิลปะด้วยการนำเสนอที่ดุดัน แปลกใหม่ และชวนตั้งคำถามกับคุณค่าทางสังคม การที่เดวิดและทีมงานตัดสินใจเลือกกรุงเทพฯ เป็นบ้านหลังใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขามองเห็นศักยภาพและความพร้อมของเมืองหลวงแห่งนี้ ในฐานะจุดตัดทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยพลังและความหลากหลาย
Photograph: MONA Museum, TasmaniaJesse Hunniford
แสงสว่างริมสายน้ำ บทสนทนาบทใหม่ของศิลปะ
MONA Bangkok จะนำจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ของ MONA ไปสู่บริบทใหม่ เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ที่โฮบาร์ต ที่นี่จะนำเสนอผลงานของศิลปินชั้นนำระดับโลก พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเปิดบทสนทนาที่มีความหมายร่วมกับศิลปิน ผู้ชม และขนบธรรมเนียมทางวัฒนธรรมของไทย
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือแนวคิดหลักที่จะสำรวจประเด็นเรื่อง ‘แสง’ ที่สามารเป็นตัวแทนได้หลายความหมาย โดยแนวคิดนี้จะถูกนำมาตีความใหม่เพื่อสร้างบทสนทนาร่วมกับศิลปินและวัฒนธรรมไทย ซึ่งสิ่งนี้รู้สึกตอบรับและสะท้อนภาพได้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษในกรุงเทพฯ เมืองที่มีชีวิตชีวาทางวัฒนธรรมอันมั่งคั่งและมีประเพณีที่หยั่งรากลึก การผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณอันขบถและไร้กรอบของ MONA เข้ากับบริบททางวัฒนธรรมอันจัดจ้านของไทย โดยมีฉากหลังเป็นแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ จึงเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง
...
การโฆษณา
ถ้าบทเพลงของ BIG ASS คือส่วนหนึ่งของวัยเยาว์ (หรือวัยทำงาน) หรือในช่วงเวลาไหนก็ตามของชีวิตคุณไม่มากก็น้อย และปลายปีนี้ ถึงเวลาที่แฟนเพลงจะได้กลับไปร้องทุกเพลงเหล่านั้นพร้อมกันอีกครั้งในคอนเสิร์ตใหญ่ที่หลายคนรอคอย
หลังปล่อยให้แฟนๆ ลุ้นกันอยู่นาน BIG ASS ประกาศรียูเนียนสมาชิกครบวงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี พร้อมการกลับมาของแด๊กซ์ บนเวทีเดียวกับเพื่อนร่วมวงอีกครั้งในคอนเสิร์ต BIG ASS คอนเสิร์ตใหญ่ ก่อนตาย การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การรวมตัวของศิลปิน แต่เป็นการกลับมาของเรื่องราว มิตรภาพ และเพลงร็อกที่อยู่ในความทรงจำของคนฟังมาตลอดหลายทศวรรษ
อีกหนึ่งโมเมนต์ที่แฟนๆ พูดถึงจากทีเซอร์และโปสเตอร์ที่เพิ่งปล่อยมาล่าสุด คือการปรากฏตัวของ ตั้ม-อธิพงษ์ หวานเหลือ มือกลองแบ็กอัพผู้รับหน้าที่แทน กบ BIG ASS ซึ่งอยู่ในช่วงพักการแสดงสดเนื่องจากปัญหาสุขภาพ โดยกบจะหันไปดูแลงานเบื้องหลังเพื่อให้คอนเสิร์ตของวงเดินหน้าต่อได้อย่างเต็มที่
เตรียมวอร์มเสียงให้พร้อม เพราะนี่อาจเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่คุณจะได้ร้องเพลงโปรดไปพร้อมกับคนหลายหมื่นคน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรียูเนียนครั้งประวัติศาสตร์ของ BIG ASS
สถานที่จัดงาน
วันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2569
อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี
ราคาบัตร
บัตรยืน 2,200 บาท
บัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท
เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Thaiticketmajor ทุกสาขา หรือเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com
รวมถึงติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: BIG ASS Rockband
ถ้าสุดสัปดาห์นี้ยังไม่มีแพลน ลองแวะมาเดินเล่นในงาน ‘Thailand Character & Content Expo 2026’ เพราะงานนี้รวมโลกของคาแรกเตอร์ คอนเทนต์ และงานสร้างสรรค์จากฝีมือคนไทยมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอาร์ต ที่ชอบสะสมอาร์ตทอย หรือแค่อยากเดินดูงานศิลปะเพลินๆ งานนี้ก็มีอะไรให้เราได้แวะชมแทบทุกโซน
Photograph: Siam ParagonTCEX
ปีนี้มาในธีม ‘The Multiverse of Creativity’ พร้อมขนทัพศิลปิน นักวาด นักเขียน สตูดิโอ ครีเอเตอร์ และแบรนด์สร้างสรรค์กว่า 250 ราย มารวมตัวกัน ตั้งแต่เหล่านักสร้างสรรค์ที่หลายคนคุ้นชื่อ ไปจนถึงครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่น่าจับตา
ภายในงานแบ่งเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ Character & Art, Content & Story, Creative Lifestyle และ Game & Interactive ครอบคลุมตั้งแต่อาร์ตทอย ภาพประกอบ งานศิลปะร่วมสมัย หนังสือ นิยาย แอนิเมชัน ภาพยนตร์ ไปจนถึงบอร์ดเกม การ์ดเกม Esports และ Interactive Media รวมถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ต่อยอดจากทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย และอีกหนึ่งโซนที่น่าสนใจคือ New Face พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และครีเอเตอร์รุ่นใหม่ได้นำผลงานมาเปิดตัวให้คนทั่วไปได้รู้จัก
Photograph: Siam ParagonTCEX
ตลอดการจัดงานยังมีพาเหรดคาแรกเตอร์และแฟนมีตจากศิลปินและแบรนด์ดัง รวมถึงเหล่ามาสคอตจาก GMMTV ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างสีสันในแต่ละวัน ให้แฟนๆ ได้แวะมาถ่ายรูปและพบกับคาแรกเตอร์ที่ชื่นชอบแบบใกล้ชิด
Photograph: Siam ParagonTCEX
นอกจากเดินชมผลงานและเลือกซื้อของจากครีเอเตอร์แล้ว ภายในงานยังมีเวทีทอล์กที่ชวนเปิดมุมมองเกี่ยวกับการสร้างคาแรกเตอร์ การต่อยอดผลงานสู่ทรัพย์สินทางปัญญา การใช้ AI กับงานสร้างสรรค์ รวมถึงเวิร์กช็อป กิจกรรม Business Matching และกิจกรรมอื่นๆ...
Discover Time Out original video
การโฆษณา



















