กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย
การโฆษณา
หากใครยังติดภาพว่า LANDOKMAI คือวงอินดี้ที่มีแต่เพลงรักดรีมป็อปฟังสบาย อัลบั้มล่าสุดอย่าง ‘Yesterday’s Town’ อาจทำให้ต้องคิดใหม่ เพราะครั้งนี้ อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง และ แอนท์-มนัสนันท์ กิ่งเกษม สองสมาชิกจากค่าย What The Duck กลับมาพร้อมเฉดสีใหม่ๆ พร้อมเผยด้านขบถ และกล้าตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นธรรม ผ่านบทเพลงที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น
‘Yesterday’s Town’ ชวนเรานั่งไทม์แมชชีนกลับไปยัง ‘เมืองแห่งวันวาน’ พื้นที่ที่เก็บเรื่องราวในความทรงจำไว้ ตั้งแต่บ้านหลังเก่า ความฝันแรก ความผิดหวังครั้งสำคัญ ไปจนถึงผู้คนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโลกทั้งใบของเรา ทั้ง 12 เพลงจึงเปรียบเสมือนหน้ากระดาษในสมุดไดอารี่ ที่ชวนให้กลับไปทบทวนอดีตและทำความเข้าใจตัวเองในวันที่เติบโตขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจคือ LANDOKMAI ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงความคิดถึง แต่ยังพูดถึงความรัก ความเสียใจ และการยอมรับความผิดหวังอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเผยพลังของความขบถและ ความเป็นดาร์กเฟมินีนผ่านการไม่ยอมลดทอนความรู้สึกของตัวเองเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ไม่แฟร์อีกต่อไป
ด้านดนตรี อัลบั้มนี้ยังคงกลิ่นอายอินดี้ป็อปชวนฝันอันเป็นเอกลักษณ์ของวง แต่เพิ่มความดิบและเข้มข้นด้วยซาวด์ Post-Rock ที่ช่วยขับเน้นอารมณ์ให้ชัดขึ้น ราวกับกำลังเปิดดูอัลบั้มภาพเก่าที่มีทั้งความอบอุ่นและบาดแผลซ่อนอยู่ในแต่ละหน้า
อัลบั้มนี้ประกอบด้วยเพลงภาษาไทย 8 เพลง และภาษาอังกฤษ 4 เพลง ชวนทุกคนไปค้นพบอีกเฉดสีของลานดอกไม้ พร้อมย้อนสำรวจเรื่องราวในวันวานที่อาจทำให้เราเข้าใจตัวเองในวันนี้มากขึ้น
ช่วงนี้ฝนเริ่มซา พายุก็เริ่มพัดผ่านไป ถึงเวลาที่ชาวกรุงเทพฯ เนทีฟ จะได้ออกจากบ้านไปเติมพลังและรับเอเนอร์จี้ดีๆ กับหลากหลายอีเวนต์ที่ชวนให้ออกไปใช้เวลาร่วมกันตลอดสุดสัปดาห์นี้ ตั้งแต่เทศกาลดนตรี งานศิลปะ ไปจนถึงกิจกรรมฮีลใจและอีเวนต์สายป็อปคัลเจอร์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง
เริ่มกันที่หมวดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี สัปดาห์นี้เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักเสียงเพลง เพราะมีให้เลือกตั้งแต่เทศกาลดนตรีเข้าฟรีใจกลางเมืองอย่าง Melody Of Life Music Festival ที่ยึดพื้นที่ลานเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมจัดเต็ม 4 เวทีและขนทัพศิลปินกว่า 100 ชีวิต ไปจนถึงคอนเสิร์ตที่ชวนย้อนฟังทุกแทร็กจากอัลบั้มแรกของ SLUR คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของเจ้าพ่อเพลงเศร้า guncharlie การกลับมาของวงอินดี้ป็อปจากลอนดอน PREP ใน Asia Tour และโชว์สุดเดือดจากวงอินดี้ร็อกเกาหลีใต้ Silica Gel ใน Maho Rasop Series
ขยับมาที่สายอาร์ตและงานเสวนา ชวนออกไปเดินชมงานศิลปะ ชิมสตรีตฟู้ด และฟังดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกของตลาดดอกไม้ใน Bangkok Art Walk ณ ปากคลองตลาด ต่อด้วยการย้อนสำรวจประวัติศาสตร์ดนตรีของคนผิวสีใน Black Music History… Before the Market และปล่อยใจให้เคลื่อนไหวไปกับความเงียบและเสียงดนตรีบำบัดใน Clean Sound ณ GalileOasis
ปิดท้ายด้วยอีเวนต์สายไลฟ์สไตล์ มินิรีทรีต และป็อปคัลเจอร์ แวะไปบอกลาร้านหนังสือประตูสีแดงในตำนาน Somewhere Bookshop & HomeCafe ก่อนปิดให้บริการในวันที่ 18 ตุลาคมนี้ หรือจะเลือกพักกายฮีลใจและฝึกสติผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้ากับ 1 Day Mini Retreat ณ Duemdum Space ก็ได้ ส่วนใครอยากเติมความสนุกแบบสายคอนเทนต์ เตรียมไปสร้างมีมสดๆ และหัวเราะไปด้วยกันบนเวทีใน Meme Fest ณ ยูเนี่ยน มอลล์...
การโฆษณา
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Time Out Worldwide เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 และถูกนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทย
แม้โลกจะก้าวผ่านยุคสมัยของภาพถ่าย ภาพยนตร์ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาแล้วหลายครั้ง การวาดภาพก็ยังคงเป็นหนึ่งในรูปแบบการแสดงออกทางศิลปะที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลา ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน มนุษย์สร้างสรรค์ภาพวาดขึ้นนับไม่ถ้วน แต่มีเพียงผลงานบางส่วนเท่านั้นที่ก้าวข้ามยุคสมัย กลายเป็นภาพจำที่ผู้คนทั่วโลกรู้จัก แม้จะไม่เคยเห็นผลงานต้นฉบับด้วยตาตัวเองก็ตาม
ภาพวาดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานของฝีมือและจินตนาการของศิลปิน หากยังสะท้อนความเชื่อ ความคิด และบริบททางสังคมของยุคสมัยที่พวกเขามีชีวิตอยู่ ตั้งแต่ความงามอันลึกลับของภาพพอร์ตเทรต ไปจนถึงการถ่ายทอดความทุกข์ทรมานของมนุษย์ผ่านสีสันและฝีแปรง ผลงานแต่ละชิ้นล้วนมีเรื่องราวที่ทำให้มันยังคงได้รับการกล่าวถึงมาจนถึงปัจจุบัน
อะไรทำให้ภาพวาดชิ้นหนึ่งกลายเป็นผลงานระดับตำนาน อาจเป็นพรสวรรค์ของศิลปิน เทคนิคที่ล้ำยุค หรือช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมให้ผลงานชิ้นนั้นมีความหมายมากกว่าภาพตรงหน้า คำตอบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ภาพวาดบางภาพมีพลังมากพอที่จะทำให้ผู้ชมจากคนละยุคสมัยรู้สึกเชื่อมโยงถึงกันได้
นี่คือผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุดตลอดกาล ตั้งแต่ภาพวาดที่เต็มไปด้วยปริศนา ไปจนถึงผลงานที่เปลี่ยนแปลงทิศทางของโลกศิลปะอย่างสิ้นเชิง
จิตรกรรมเป็นสื่อทางศิลปะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แม้โลกจะก้าวเข้าสู่ยุคของการถ่ายภาพ ภาพยนตร์ และเทคโนโลยีดิจิทัล แต่มันก็ยังคงเป็นรูปแบบการแสดงออกที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลา ตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมา มีภาพวาดถูกสร้างสรรค์ขึ้นนับไม่ถ้วน...
Meilee Tal ศิลปินอินเตอร์รุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีแค่เสียงร้องเป็นอาวุธ แต่ยังทำทั้งการแสดง เดินแบบ เต้น และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ทว่าเมื่อถามว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ตรงกลางของทุกบทบาท คำตอบของเธอกลับชัดเจนและเรียบง่าย ‘นักร้องและนักแต่งเพลง’
Meilee เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 4 ขวบครึ่ง และเติบโตมากับดนตรี การแสดง และแฟชั่น จนวันนี้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แยกออกจากกันอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนผสมที่หลอมรวมเป็นตัวตนของเธอในฐานะศิลปิน ล่าสุดเธอเพิ่งปล่อย ‘Hello Goodbye’ และเตรียมนำเพลงนี้ขึ้นแสดงสดเป็นครั้งแรกบนเวที Melody of Life Music Festival 2026
View this post on Instagram
A post shared by Meilee Tal (@meileetal)
ก่อนจะได้เจอกันบนเวที เราชวน Meilee มาคุยตั้งแต่ซิงเกิลใหม่ ความผูกพันกับประเทศไทย ผลงานที่มีความหมายกับชีวิต ไปจนถึงเป้าหมายที่เธอวางไว้สำหรับตัวเองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
‘Hello Goodbye’ กับการได้ลองอะไรใหม่ๆ
Photograph: Meilee TalArtist
Hello Goodbye’ เป็นเพลงที่แตกต่างจากผลงานก่อนหน้านี้ของ Meilee Tal อย่างไร?
Meilee: เพลงนี้เป็นงานที่ได้สนุกกับหลายอย่างมาก ทั้งดนตรี ท่าเต้น ไลฟ์สไตล์ และภาพลักษณ์ ฉันรู้สึกว่ามันสะท้อนตัวตนในช่วงเวลานี้ได้ค่อนข้างดี เพราะได้ทดลองหลายอย่างที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยทำ
การนำเพลงนี้มาแสดงสดครั้งแรกที่ Melody of Life มีอะไรที่ตั้งตารอเป็นพิเศษไหม?
Meilee: ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้แสดง ‘Hello Goodbye’ แบบเต็มๆ ต่อหน้าคนดูจริงๆ ฉันตั้งใจให้ทุกคนได้เห็นอีกด้านของฉันผ่านโชว์นี้ และนอกจากซิงเกิลนี้ก็ยังมีอีกหลายโปรเจกต์ที่กำลังเตรียมอยู่
อยู่เมืองไทยมาหลายปีแล้ว ความสัมพันธ์ของ Meilee...
การโฆษณา
ดูเหมือนว่ากิจกรรมเดินสำรวจย่านต่างๆ กำลังเติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ ทำให้เห็นว่าความงดงามของเมืองนั้นอาจซ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอยและเรื่องราวระหว่างทาง ครั้งนี้ Hello! Neighbors ชวนทุกคนออกไปสำรวจเสาชิงช้าในมุมที่อาจไม่เคยเห็น ผ่านกิจกรรม Hello! Neighbors: Himmapan Hunting ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้
View this post on Instagram
A post shared by NEIGHBORS AND FRIENDS (@neighborsandfriends.community)
ทริปเดินย่านครั้งแรกของ Neighbors and Friends จะพาผู้เข้าร่วมสำรวจพื้นที่รอบ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ผ่านเรื่องราวของงานศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ โดยมี คุณปอนด์ – วณิชย์ แซ่ลิ่ม จากเวสสุกรรม Thai Art Gallery & Studio ศิลปินและผู้เชี่ยวชาญงานช่างสิบหมู่ มารับหน้าที่เป็นไกด์ประจำย่าน
หนึ่งในไฮไลต์ของทริปคือการตามหา ‘สัตว์หิมพานต์’ ที่ซ่อนอยู่บนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดสุทัศน์ฯ พร้อมฟังเรื่องราวของวัดเก่าแก่แห่งนี้ผ่านมุมมองแบบคนคุ้นเคยกับย่าน รวมถึงสำรวจงานศิลปกรรมที่สะท้อนอิทธิพลจากทั้งจีนและตะวันตก ซึ่งกลายมาเป็นรายละเอียดสำคัญที่ทำให้วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Photograph: Thailand 2026 Annual Meetings TeamBangkok
จากวัดยังพาไปทำความรู้จักวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวสยามในอดีตที่ ‘ห้องที่ชา’ พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในวัด พร้อมชมงานศิลป์และรายละเอียดบนถ้วยชา ก่อนปิดท้ายด้วยการเรียนรู้วิธีชงชาจีนจาก คุณบอสและคุณต้นน้ำ แห่งร้าน Gimbocha เพื่อนบ้านในย่าน ที่จะจับคู่ชาหอมๆ เข้ากับขนมและบรรยากาศสบายๆ ของเสาชิงช้า
Hello! Neighbors: Himmapan Hunting จัดขึ้นวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30–12.30 น. จุดนัดหมายที่ Gimbocha เดินทางได้จาก MRT สามยอด ทางออก 3 บัตรราคา 399...
หลังจากปล่อยให้แฟนๆ ชาวไทยรอกันมาพักใหญ่ ในที่สุด beabadoobee หรือ Beatrice Laus ก็ประกาศคิวกลับมาเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอีกครั้ง กับ ‘beabadoobee: The Powerlines Tour’ ในวันที่ 2 เมษายน 2027 ที่ UOB Live, Emsphere เตรียมสัมผัสซาวด์อันเป็นเอกลักษณ์กันแบบเต็มโชว์ พร้อมเพลงใหม่จากอัลบั้มล่าสุดของเธอ
View this post on Instagram
A post shared by Live Nation Tero (@livenationth)
นับเป็นการกลับมาเล่นคอนเสิร์ตในไทยครั้งที่ 3 ของ beabadoobee หลังจากเคยมาเล่นครั้งแรกกับ Beatopia Tour ในปี 2022 โดยทัวร์ครั้งใหม่นี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ก่อนจะเดินทางมาถึงประเทศไทยในเดือนเมษายนปีหน้า ใครที่ยังจำบรรยากาศของเพลงอย่าง the perfect pair, Glue Song หรือ Coffee ได้ดี ครั้งนี้ก็น่าจะได้ฟังเพลงเหล่านี้แบบสดๆ พร้อมเพลงจากอัลบั้มชุดใหม่ไปด้วย
Photograph: Pylonbeabadoobee
สำหรับ ‘Pylon’ อัลบั้มชุดที่ 4 ของ beabadoobee ที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นผลงานต่อจาก This Is How Tomorrow Moves อัลบั้มที่เคยขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตอัลบั้มของสหราชอาณาจักร โดยชื่อ Pylon ได้แรงบันดาลใจจากเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ตั้งเรียงรายตามเส้นทางต่างๆ ระหว่างการเดินทาง ซึ่งกลายเป็นภาพแทนความรู้สึกของ Beatrice ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนระหว่างการทัวร์ ขณะเดียวกันก็คิดถึงบ้าน เพื่อน และครอบครัวอยู่เสมอ
Photograph: beabadoobeeThe Powerlines Tour
เธอเคยเล่าถึงการทำอัลบั้มนี้ว่าเกิดขึ้นทั้งระหว่างทัวร์และช่วงพักจากการเดินทาง โดยหยิบความรู้สึกของการคิดถึงบ้าน รวมถึงความสับสนและความไม่แน่นอนจากการต้องอยู่ห่างจากคนที่รัก มาเป็นส่วนหนึ่งของเพลงในอัลบั้ม...
การโฆษณา
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Time Out Worldwide เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 และถูกนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทย
Yayoi Kusama ศิลปินผู้สร้างโลกแห่งลายจุด ฟักทอง และห้องกระจกอินฟินิตี้ที่กลายเป็นภาพจำของศิลปะร่วมสมัย เสียชีวิตแล้วในวัย 97 ปี โดยสตูดิโอของเธอยืนยันว่า Kusama จากไปอย่างสงบที่โรงพยาบาลในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026
ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษในเส้นทางศิลปิน Kusama สร้างผลงานที่กลายเป็นทั้งปรากฏการณ์ทางศิลปะและวัฒนธรรม ตั้งแต่ Infinity Mirror Rooms ที่ดึงดูดผู้ชมนับแสน ไปจนถึงฟักทองลายจุดที่เธอเปลี่ยนให้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของศิลปะร่วมสมัย
แม้ผลงานจำนวนมากจะเดินทางไปจัดแสดงตามแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก แต่ก็ยังมีอีกหลายชิ้นที่ประจำการอยู่ในสถานที่ต่างๆ แบบถาวร ตั้งแต่สถานีรถไฟใจกลางลอนดอน
สานต่อความสำเร็จจากโปรเจกต์ 'เมรุ' ที่เคยพาผู้ชมไปสัมผัสความรู้สึกของการจากลา ปีนี้ทีมผู้จัดกลับมาพร้อม 'วิหาร' (Last Breath & Anatomy) นิทรรศการที่ชวนตั้งคำถามถึงสัจธรรมของชีวิตว่า หากเรารู้ตัวว่ากำลังจะสิ้นลมหายใจ ห้วงอารมณ์และสภาวะทางร่างกาย ณ ขณะนั้นจะเป็นเช่นไร โปรเจกต์นี้หยิบยกความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและกายวิภาคศาสตร์มานำเสนออย่างลึกซึ้ง โดยเจาะลึกไปถึงการทำงานของสารเคมีในสมองและปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย
ไฮไลต์ของนิทรรศการคือการพาดำดิ่งไปทำความรู้จักกับสภาวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์เมื่อเผชิญความตาย เช่น 'Stage 05: ACUTE STRESS / FIGHT-OR-FLIGHT' ที่สำรวจกลไกเมื่อสมองรับรู้ถึงความหวาดกลัวหรืออันตรายขีดสุด ระบบประสาทจะสั่งให้หลั่งอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงถึง 115–140 BPM พร้อมอาการหายใจหอบถี่ นิทรรศการจะจำลองความตึงเครียดทางสรีรวิทยาเหล่านี้ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างจังหวะชีพจรและอารมณ์ความรู้สึกอย่างสมจริง ก่อนจะถูกนำไปตีความต่อยอดเป็นจังหวะดนตรีที่มีพลังขับเคลื่อนสูง
ที่ 1981 Live Hall ชั้น 4 เข้าชมฟรี (เฉพาะส่วนนิทรรศการ) วันที่ 30 ตุลาคม 2569 *หมายเหตุ: สำหรับงานแสดงดนตรีตีความชีพจรจาก 7 ศิลปิน (รวมถึงวง Faustus) จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 บัตรราคา 690 บาท
การโฆษณา
สานต่อความสำเร็จจากโปรเจกต์ 'เมรุ' ที่เคยพาผู้ชมไปสัมผัสความรู้สึกของการจากลา ปีนี้ทีมผู้จัดกลับมาพร้อม 'วิหาร' (Last Breath & Anatomy) นิทรรศการที่ชวนตั้งคำถามถึงสัจธรรมของชีวิตว่า หากเรารู้ตัวว่ากำลังจะสิ้นลมหายใจ ห้วงอารมณ์และสภาวะทางร่างกาย ณ ขณะนั้นจะเป็นเช่นไร โปรเจกต์นี้หยิบยกความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและกายวิภาคศาสตร์มานำเสนออย่างลึกซึ้ง โดยเจาะลึกไปถึงการทำงานของสารเคมีในสมองและปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย
ไฮไลต์ของนิทรรศการคือการพาดำดิ่งไปทำความรู้จักกับสภาวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์เมื่อเผชิญความตาย เช่น 'Stage 05: ACUTE STRESS / FIGHT-OR-FLIGHT' ที่สำรวจกลไกเมื่อสมองรับรู้ถึงความหวาดกลัวหรืออันตรายขีดสุด ระบบประสาทจะสั่งให้หลั่งอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงถึง 115–140 BPM พร้อมอาการหายใจหอบถี่ นิทรรศการจะจำลองความตึงเครียดทางสรีรวิทยาเหล่านี้ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างจังหวะชีพจรและอารมณ์ความรู้สึกอย่างสมจริง ก่อนจะถูกนำไปตีความต่อยอดเป็นจังหวะดนตรีที่มีพลังขับเคลื่อนสูง
ที่ 1981 Live Hall ชั้น 4 เข้าชมฟรี (เฉพาะส่วนนิทรรศการ) วันที่ 30 ตุลาคม 2569 *หมายเหตุ: สำหรับงานแสดงดนตรีตีความชีพจรจาก 7 ศิลปิน (รวมถึงวง Faustus) จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 บัตรราคา 690 บาท
กลับมาอีกครั้งสำหรับเทศกาลศิลปะที่คนรักงานภาพประกอบรอคอย Bangkok Illustration Fair (BKKIF) 2026 อีเวนต์ประจำปีที่เปลี่ยนพื้นที่ centralwOrld ให้กลายเป็นจุดศูนย์รวมของศิลปินนักวาดหลากรุ่นและหลายสไตล์จากทั่วทุกมุมโลก ปีนี้เตรียมขนทัพศิลปินนานาชาติมาร่วมจัดแสดงผลงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ MENMENBLUE และ Mochi.K จากจีน, Mosla จากเกาหลีใต้, MurdokX จากสหรัฐอเมริกา, Nabila Disarifianti จากอินโดนีเซีย รวมถึงศิลปินไทยฝีมือดีที่พร้อมสะท้อนความหลากหลายทางเทคนิค วิธีการเล่าเรื่อง และเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ไฮไลต์สำคัญที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ BKKIF คือการเปิดโอกาสให้เหล่านักวิจารณ์ จากหลากหลายแวดวงกว่า 50 ราย เข้ามาเฟ้นหาศิลปินที่เข้าตาเพื่อมอบโอกาส ในการต่อยอดโปรเจกต์ร่วมกันในอนาคต
ที่ centralwOrld PULSE ชั้น 7 ศูนย์การค้า centralwOrld จัดแสดงวันที่ 22–25 ตุลาคม 2569
Discover Time Out original video
การโฆษณา

















