กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย
การโฆษณา
ทั้งบาร์ คลับ ดีเจ ไปจนถึงร้านเหล้าท้องถิ่นสุดคลาสสิก สีสันยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยความหลากหลาย และทุกมุมของเมืองหลวงแห่งนี้สมควรได้รับการประกาศเกียรติคุณ
ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2026 Time Out Bangkok เตรียมเปิดฉากงานประกาศรางวัล Time Out Bangkok Nightlife Awards เป็นครั้งแรก เพื่อร่วมยกย่องบุคคล สถานบริการ และประสบการณ์ที่เนรมิตให้เมืองหลวงแห่งนี้มีชีวิตชีวาหลังพระอาทิตย์ตกดิน และจะมีที่ไหนเหมาะไปกว่าพื้นที่ประวัติศาสตร์อย่าง สถานีรถไฟหัวลำโพง
แต่งานนี้ไม่ใช่แค่การมอบรางวัลให้บาร์ทั่วไป เพราะพวกเราตั้งใจสยายปีกครอบคลุมทุกคอมมูนิตี้ระดับไอคอนิกของกรุงเทพฯ เพื่อเนรมิตค่ำคืนสุดประทับใจที่อัดแน่นด้วยงานประกาศรางวัล เสียงดนตรี เครื่องดื่ม ดีเจ และไลน์อัปความบันเทิงแบบจัดเต็ม ที่สำคัญ ชาวกรุงเทพฯ ทุกคนได้รับคำเชิญให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์นี้
ช่วงเวลาล่วงหน้าก่อนจะถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน เหล่าคณะกรรมการอิสระระดับเซียนจะกระจายตัวลงพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเฟ้นหาและร่วมยินดีกับที่สุดของชีวิตราตรี ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทลบาร์ระดับอินเตอร์ ไนต์คลับขนาดใหญ่ ร้านดื่มด่ำบรรยากาศแถวบ้าน ดิสโก้บาร์ บาร์แจ๊ส บาร์แผ่นเสียง ดาดฟ้ารับลม สถานที่เล่นดนตรีสด หรือแม้แต่ร้านอาหารมื้อดึกที่คอยเติมพลังให้ชาวเมืองในยามที่ทุกคนหลับใหล เราตั้งใจให้รางวัลนี้สะท้อนภาพชีวิตยามค่ำคืนในแบบที่คนกรุงเทพฯ สัมผัสจริง และที่สำคัญที่สุด ทุกการยอมรับต้องมาจากฝีมือและคุณภาพที่แท้จริง
Photograph: What's Happened?Bangkok
งาน Time Out Bangkok Nightlife Awards คืออะไร?
Time Out ทำหน้าที่แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดในเมืองใหญ่ทั่วโลกมานานกว่า 58 ปี ทั้งร้านอาหาร บาร์ ไนต์ไลฟ์ ดนตรี ละครเวที ศิลปะ เทรนด์ วัฒนธรรม...
เข้าสู่สัปดาห์ที่สองของเดือนกันยายน กรุงเทพฯ ยังคงหมุนเวียนไปด้วยแรงบันดาลใจและทัศนียภาพทางความคิดชวนให้เราออกไปปะทะตลอดสุดสัปดาห์นี้ แม้สายฝนจะคอยโปรยปรายให้เมืองชุ่มฉ่ำ แต่บอกเลยว่ากองทัพอีเวนต์ทั่วกรุงยังคงคึกคักและอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมคุณภาพ ครบครันทุกมู้ดและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
สัปดาห์นี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของสายเสพโชว์การแสดงระดับโลก กับการกลับมาของคณะบัลเลต์ระดับตำนานที่จะมาถ่ายทอดโศกนาฏกรรมรักอมตะอย่าง Romeo & Juliet และนิทานคลาสสิก Cinderella ร่วมกับวงออร์เคสตราบรรเลงสด ขยับมาฝั่งคอนเสิร์ต ชวนแฟนเพลงไปดื่มด่ำซาวด์ฟังสบายกับโชว์สดสุดใกล้ชิดของ Sqweez Animal ในไลฟ์เฮาส์ย่านพระราม 4 หรือจะแวะไปนั่งฟังดนตรีแจ๊ส Big Band รับลมเย็นกลางสวนลุมพินีแบบไม่มีค่าใช้จ่ายก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
ต่อที่หมวดนิทรรศการ งานอาร์ต และแฟชั่น สายแฟชั่นห้ามพลาดกับการสำรวจโลกของนวัตกรรมเครื่องประดับจากรันเวย์ตลอด 4 ทศวรรษในนิทรรศการ Vivienne Westwood & Jeweller ส่วนสายวิชวลอาร์ตเตรียมไปตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์และความใกล้ชิดผ่านสายตา 5 ศิลปินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในนิทรรศการ Intimate Elsewhere หรือทบทวนความเป็นเด็กในตัวผ่านผลงานของ นอทบ้านกูเอง ใน Half-grown Baan Ball in Café และค่ำคืนวันเสาร์สุดเดือดกับการแข่งขันวาดภาพสด Art Battle Bangkok
ปิดท้ายด้วยหมวดไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี และเทศกาลเดินย่าน เอาใจสายครีเอทีฟกับ UNFEST’26 เทศกาลทดลองสร้างสรรค์ที่เปิดพื้นที่ให้สัมผัสเทคโนโลยีเรียลไทม์สุดล้ำ หรือจะเปลี่ยนมู้ดไปช็อปงานคราฟต์และฟังดนตรีสดของคนฝั่งธนฯ ใน Thonburi Art Fest ยกสีสันและอาหารปักษ์ใต้มาไว้กลางกรุงในงาน อัยยะ ปักษ์ใต้ ณ ช่างชุ่ย และปิดท้ายด้วยการชมภาพยนตร์สารคดีจากทั่วโลกฟรีตลอดเทศกาล What...
การโฆษณา
Daft Punk ประกาศยุบวงไปตั้งแต่ปี 2021 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แฟนเพลงทั่วโลกก็ยังคงคิดถึงดูโอ้จากฝรั่งเศสคู่นี้ไม่หาย สำหรับใครที่ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นพวกเขาบนเวทีจริงๆ ‘Daft Funk Live’ อาจเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุด เพราะวงทริบิวต์จากสองพี่น้องคู่นี้กำลังจะนำโชว์เต็มรูปแบบมาเปิดที่ Mustache กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2027
Daft Funk Live ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยตั้งใจถ่ายทอดประสบการณ์แบบ Daft Punk ให้มากกว่าแค่การเปิดเพลงผ่านดีเจเซ็ต เพราะบนเวทีจะเป็นวงดนตรีแบบเต็มรูปแบบที่มีทั้งกลอง เบส และกีตาร์เล่นสด พร้อมโปรดักชันแสงสีที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับโชว์ รวมถึงชุดหุ่นยนต์จำลองและหมวกกันน็อกประดับไฟ LED ที่เป็นภาพจำของ Daft Punk
เรื่องเพลงก็จัดเต็มไม่แพ้กัน เซ็ตลิสต์ครอบคลุมตั้งแต่ Homework ไปจนถึง Random Access Memories พร้อมเพลงฮิตอย่าง ‘One More Time’ และ ‘Harder, Better, Faster, Stronger’ รวมถึงเพลงรีมิกซ์และเวอร์ชันใหม่ๆ ที่นำมาปรับให้เหมาะกับการแสดงสดโดยเฉพาะ
อีกหนึ่งข้อดีของการมาดูโชว์ที่ Mustache คือขนาดของสถานที่ที่ค่อนข้างกะทัดรัด ทำให้ผู้ชมได้อยู่ใกล้เวทีและสัมผัสพลังของวงแบบเต็มๆ ต่างจากการชมโชว์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ในอารีน่า
โชว์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์ประเทศไทย 3 เมืองโดย Midnight Sun ซึ่งจะเริ่มต้นที่เกาะพะงันในวันที่ 13 มกราคม ตามด้วยภูเก็ตในวันที่ 14 มกราคม ก่อนปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 16 มกราคม
Daft Funk Live จะขึ้นแสดงที่ Mustache กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2027 บัตรราคา 990 บาท เปิดจำหน่ายวันที่ 29 กันยายนนี้ และสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้วที่นี่
HYUKOH วงอินดี้จากกรุงโซล เตรียมกลับมาเจอแฟนเพลงชาวไทยอีกครั้งในงาน K-LIVE FESTIVAL BAND เทศกาลดนตรีเกาหลีที่รวมศิลปินหลากหลายสไตล์ไว้บนเวทีเดียว โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ณ UOB Live, EmSphere ชั้น 6
สำหรับ HYUKOH ถือเป็นหนึ่งในวงเกาหลีที่มีซาวด์โดดเด่นจนขยับจากวงอินดี้ขึ้นมาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยดนตรีที่ผสมทั้งอินดี้ร็อก อัลเทอร์เนทีฟ และกลิ่นอายเฉพาะตัวของวง จนมีเพลงฮิตที่หลายคนน่าจะคุ้นหูกันดีอย่าง ‘Comes and Goes’ รวมถึงผลงานอีกหลายอัลบั้มและ EP ที่ช่วยสร้างชื่อให้วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ส่วน K-LIVE FESTIVAL BAND กำลังทยอยเผยไลน์อัปที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศบนเวที โดยก่อนหน้านี้ประกาศชื่อ MINSU นักร้องและนักแต่งเพลงหญิงที่โดดเด่นทั้งเรื่องเสียงร้องและการแสดงสด ตามมาด้วย ONEWE วงร็อกจากเกาหลีใต้ ก่อนจะประกาศชื่อ HYUKOH เป็นศิลปินลำดับที่สาม
งานนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่เหมาะกับคนที่ชอบดูศิลปินเกาหลีแบบ LIVE สดๆ เพราะนอกจากเพลงที่คุ้นหูแล้ว ยังเตรียมสัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดและพลังบนเวทีของแต่ละศิลปินแบบเต็มๆ
ส่วนไลน์อัปที่เหลือจะมีใครตามมาอีก เตรียมจับตาการประกาศจากผู้จัดกันไว้ให้ดี เพราะ K-LIVE FESTIVAL BAND ยังมีศิลปินอีกหลายชื่อที่รอเปิดตัว
ที่ UOB Live ชั้น 6, วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เปิดจำหน่ายบัตร 11 กันยายนนี้
การโฆษณา
SaWaDiKa เพลงใหม่ล่าสุดของ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ไม่ได้หยิบความเป็นไทยมาใช้เพียงเพื่อสร้างบรรยากาศ หรือทำหน้าที่เป็นฉากหลังให้มิวสิกวิดีโอดูมีสีสันขึ้นเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่า ‘ความเป็นไทย’ ในเพลงนี้จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของคาแรกเตอร์ และภาษาของป๊อปคัลเจอร์ร่วมสมัยได้อย่างชัดเจน
เพราะถ้ามองให้ลึกกว่าเสื้อผ้า โลเคชัน หรือคำว่า ‘สวัสดีค่ะ’ ที่ถูกใช้ซ้ำจนกลายเป็นคำพูดติดปาก แก่นของเพลงกลับพูดถึงเรื่องที่เป็นสากลกว่านั้น ทั้งความมั่นใจ อำนาจ ชื่อเสียง และการประกาศตัวตนของลิซ่าในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างเต็มตัว
Photograph: LISA - SaWaDiKaLLOUD
จาก ‘Rockstar’ สู่ ‘SaWaDiKa’ กรุงเทพฯ เปลี่ยนบทบาทไปอย่างไร
ก่อนหน้านี้ กรุงเทพฯ เคยปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอ ‘Rockstar’ ในฐานะเมืองที่มีชีวิตเรื่องเล่าเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะภาพของเยาวราชที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ ให้เป็นกรุงเทพฯ ในโลกจินตนาการ
แต่ในเพลงนี้ ได้พาเราไปสำรวจกรุงเทพฯ ในมุมมองที่ต่างออกไป และชวนมองว่า กรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่เมืองหลวงที่ตัวละครเดินผ่าน หากแต่ถูกนำเอา ‘เครื่องหมาย’ ต่างๆ ของความเป็นไทยมาประกอบร่างสร้างขึ้นใหม่ ตั้งแต่ภาษา ท่าทาง แฟชั่น ไปจนถึงวัตถุและสถานที่ที่เราคุ้นเคย
Photograph: LISA - SaWaDiKaLLOUD
ตั้งแต่ชื่อเพลงก็เห็นภาพนี้ชัดเจนแล้ว ‘Sawadika’ คือคำว่า ‘สวัสดีค่ะ’ ที่ถูกนำมาเขียนในแบบ phonetic english แทนการสะกดแบบที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง ‘Sawasdee ka’ และในเพลง คำทักทายธรรมดาๆ นี้ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงคำพูด แต่ถูกยกระดับให้กลายเป็น ประโยคเด็ด และซิกเนเจอร์ของเพลงไปโดยปริยาย
กรุงเทพฯ ใน SaWaDiKa อยู่ตรงไหนบ้าง?
สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่ดู อ็มวีแล้วรู้สึกคุ้นตาเป็นพิเศษ จะพบว่าโลเคชันในเพลงนี้กระจายอยู่ตามมุมต่างๆ...
ชวนทุกคนมาสำรวจเฉดสี ความรู้สึก และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหวานละมุนในนิทรรศการศิลปะ ‘Pink is My Favorite Color’ โดยศิลปิน palarink ที่หยิบเอาสีชมพู ซึ่งมักถูกตีกรอบด้วยสัญลักษณ์ของความรัก ความอ่อนหวาน หรือความไร้เดียงสา มาตีความใหม่ผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งและหลากหลายมิติมากยิ่งขึ้น ผลงานในนิทรรศการนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับสีชมพูในแง่มุมที่อาจมีความเปราะบาง ความขัดแย้ง หรือแม้แต่ความเข้มแข็งซ่อนอยู่ เป็นการใช้สีเพียงสีเดียวเพื่อเป็นตัวแทนในการสำรวจอารมณ์อันซับซ้อนของมนุษย์ ใครที่หลงใหลในความสุนทรีย์ของสีสันและงานศิลปะที่สัมผัสได้ถึงหัวใจ ไม่ควรพลาดแวะมาปล่อยใจไปกับนิทรรศการนี้
ที่ Galileoasis จัดแสดงวันที่ 12 กันยายน – 12 ตุลาคม 2569
การโฆษณา
ท่าพิพิธภัณฑ์ร่วมกับสำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี ชวนย้อนรอยวิวัฒนาการประติมากรรมไทยใน ‘The Spirit of Sculptors’ นิทรรศการที่รวบรวมผลงานประติมากรรมเชิงวิชาการจากศิลปิน 3 ยุคสมัย ได้แก่ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี, วัชระ ประยูรคำ และ วายุพัด รัตนเพชร ไฮไลต์สำคัญคือการจัดแสดงผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ในช่วงที่สร้างสรรค์งาน ณ ประเทศอิตาลีก่อนเดินทางมาไทย ซึ่งรวบรวมจากนักสะสมชั้นนำและแทบไม่เคยปรากฏต่อสายตาชาวไทยมาก่อน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานชุดใหม่ที่นำทฤษฎีทางวิชาการมาตีความต่อยอด สร้างเป็นบทสนทนาข้ามยุคสมัยที่สะท้อนถึงการส่งต่อองค์ความรู้และวิวัฒนาการของวงการศิลปะไทยได้อย่างทรงพลัง
ที่ ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) บัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 250 บาท / นักเรียน นักศึกษา 150 บาท จัดแสดงวันที่ 8 กันยายน – 23 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 – 18.00 น.
การเดินทางของมนุษย์ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ล้วนเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเติบโต นิทรรศการ ‘The Journey of Art’ รวบรวมผลงานจาก 6 ศิลปินร่วมสมัย ที่หยิบยกประเด็นเรื่องบาดแผลในจิตใจ การต่อสู้ดิ้นรน และการเยียวยามานำเสนอ ท่ามกลางสังคมที่ทุกคนต่างมีเรื่องราวเลวร้ายซ่อนอยู่ นิทรรศการนี้ชวนตั้งคำถามถึงโครงสร้างอำนาจและการผลิตซ้ำในสังคม ผ่านผลงานประติมากรรมรูปเท้าที่หล่อจากแม่พิมพ์เดียวกันจำนวนมาก สะท้อนถึงการอยู่ภายใต้ระบบและกฎเกณฑ์เดียวกัน โดยมีเท้าเพียงชิ้นเดียวที่เคลือบสีทองเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจที่สังคมมอบให้ นี่คือนิทรรศการที่สอนให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับบาดแผล เผชิญหน้ากับความจริง และอนุญาตให้ตัวเองได้ออกเดินทางค้นหาสิ่งงดงามใหม่ๆ
ที่ 6060 Arts Space (อาคารสีขาวและสีดำ) จัดแสดงวันที่ 5 – 26 กันยายน 2569 เวลา 12.00 - 20.00 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์)
การโฆษณา
ความคุ้นเคยอาจทำให้เราละเลยความงามที่ซ่อนอยู่ นิทรรศการ ‘Take a Glance’ โดย ธัชชัย ช้างสนั่น ชวนผู้ชมมาตั้งใจมองและสำรวจความงามตลอดจนคุณค่าของสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มักถูกกลืนหายไปในชีวิตประจำวัน ผ่านผลงานจิตรกรรมที่ศิลปินได้ตีความและสกัดเอาโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมให้เหลือเพียงรูปทรง เส้นสาย สีสัน และจังหวะที่จำเป็น ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงสร้างพื้นที่สำหรับการรับรู้ใหม่และเปิดจินตนาการที่ต่อยอดจากสิ่งที่คุ้นตา แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เชื่อมโยงประสบการณ์ส่วนตัวเข้ากับภาษาของรูปทรงและสีสันบนผืนผ้าใบ เป็นการชวนให้เราหยุดมองสิ่งรอบตัวด้วยสายตาที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
ที่ People's Gallery ห้อง P3 ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดแสดงวันที่ 1 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569
ฝ่ายการศึกษา หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชวนสัมผัสประสบการณ์การชมนิทรรศการในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านกิจกรรม ‘Audio Guide Once Becoming: A Visible Presence’ (ครั้นก่อรูปการณ์) นำเสียงบรรยายโดย กฤษฎา ดุษฎีวนิช ภัณฑารักษ์รับเชิญ ที่จะพาคุณไปสำรวจการมีอยู่ของ 12 ศิลปินหญิงผู้ทรงอิทธิพลในหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะไทย ตั้งแต่ยุคศิลปะสมัยใหม่จนถึงศิลปะร่วมสมัย เพียงแค่นำหูฟังส่วนตัวมาเชื่อมต่อและสแกนคิวอาร์โค้ดบริเวณทางเข้านิทรรศการ คุณก็จะได้ดื่มด่ำไปกับเรื่องราว เบื้องหลัง และแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแต่ละชิ้นอย่างใกล้ชิด ถือเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการเสพงานศิลปะที่ให้คุณได้ใช้เวลาพินิจพิเคราะห์ผลงานแต่ละชิ้นอย่างละเมียดละไม
ที่ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมฟรี วันที่ 1 กันยายน – 13 กันยายน 2569
Discover Time Out original video
การโฆษณา



















