Bunticha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunticha P. - Time Out Thailand | Celebrity Book Club
Photograph: Bunticha P. - Time Out Thailand

แนะนำ 10 Celebrity Book Club ที่จะทำให้คุณกลับไปหลงรักการอ่านอีกครั้ง

คอมมูนิตี้ออนไลน์สำหรับพูดคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องหนังสือไปพร้อมกับเหล่าคนดัง

Parima Jintanawan
การโฆษณา

ทุกปีมีหนังสือใหม่ถูกตีพิมพ์ออกมานับล้านเล่ม แต่ท่ามกลางหนังสือจำนวนมหาศาลเหล่านั้น มีเพียงบางเล่มเท่านั้นที่สามารถกลายเป็นกระแสและถูกพูดถึงในวงกว้าง ซึ่งหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้นก็คือ ‘บุ๊คคลับ (Book Club)’ โดยเฉพาะ ‘Celebrity Book Club’ ต่างๆ  ที่มีอิทธิพลต่อทั้งวงการหนังสือและพฤติกรรมการอ่านของคนรุ่นใหม่อย่างเห็นได้ชัด

เดิมทีบุ๊คคลับเป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ สำหรับคนที่รักการอ่านมารวมตัว พูดคุย และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับหนังสือที่ตัวเองชื่นชอบ แต่เมื่อเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย วัฒนธรรมการอ่านก็เริ่มขยายตัวออกไปมากกว่าเดิม จากคอมมูนิตี้เล็กๆ กลายเป็นพื้นที่ออนไลน์ที่เชื่อมต่อนักอ่านจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ หรือ ดิสคอร์ด โดยเฉพาะกระแส #BookTok ที่ทำให้หนังสือหลายเล่มกลับมาติดอันดับขายดีอีกครั้ง แม้บางเล่มจะวางขายมานานแล้วก็ตาม

ในขณะเดียวกันเจนซีซึ่งเติบโตมากับโลกออนไลน์ ก็เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมนี้ เหล่าศิลปินดาราที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมากจึงก่อตั้งบุ๊คคลับ เพื่อเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสื่อสารกับแฟนๆ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์หนังสือเล่มโปรด การเลือกหนังสืออ่านประจำเดือน หรือการชวนผู้ติดตามมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน

การติดตามบุ๊คคลับของคนดังไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะอยากหา ‘หนังสือน่าอ่าน’ เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างแฟนคลับกับบุคคลที่ชื่นชอบ หรือที่เรียกว่า ‘Parasocial Relationship’ ด้วย เพราะสำหรับหลายคนการอ่านหนังสือเล่มเดียวกับดาราหรือศิลปินคนโปรด เป็นเหมือนการได้เข้าไปมีส่วนร่วมในความสนใจเดียวกันกับพวกเขา ทำให้ดูใกล้ชิดและมีความสนิทสนมกันยิ่งขึ้น

และหากพูดถึงผู้บุกเบิก Celebrity Book Club ชื่อของ ‘Oprah Winfrey’ คงเป็นชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง หลังจากเปิดตัวบุ๊คคลับของตัวเองในปี 1996 จนกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้หนังสือหลายเล่มประสบความสำเร็จ ต่อมาคนดังคนอื่นๆ อย่าง ‘Reese Witherspoon’ ก็เริ่มสร้างบุ๊คคลับของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากในการทำให้วัฒนธรรมการอ่านกลับมาอยู่ในบทสนทนาของผู้คนอีกครั้ง

ปัจจุบัน ‘Celebrity Book Club’ มีความหลากหลายมากขึ้น และหลายๆ คลับก็ออกแบบมาเพื่อเข้าถึงผู้อ่านรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ทั้งในแง่ของการเลือกหนังสือ รูปแบบคอนเทนต์ และการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย 

และนี่คือ 10 Celebrity Book Club ที่น่าสนใจและอาจทำให้คุณกลับไปหลงรักการอ่านอีกครั้ง

The Laufey Book Club โดย Laufey

เริ่มกันที่ ‘Laufey’ ศิลปินสาวโมเดิร์นแจ๊สที่ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากหันกลับมาสนใจเพลงแจ๊สอีกครั้ง และนอกจากดนตรีแล้ว เธอยังเป็นอีกคนที่มีอิทธิพลต่อวงการนักอ่านไม่น้อย จนมีแฟนๆ อ่านหนังสือตามเธอจำนวนมาก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิด ‘The Laufey Book Club’ ‘บุ๊คคลับเพื่อคนรักหนังสือและมีความฝัน’ อย่างเป็นทางการ

Laufey เคยเล่าว่า หนังสือมีอิทธิพลต่อเธอมาก โดยเฉพาะในแง่ของการเขียนเนื้อเพลง เธอจึงตั้งใจสร้างบุ๊คคลับแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง โดย ‘The Laufey Book Club’ จะมีการพูดคุยกันเดือนละครั้งผ่านการมีตติ้งออนไลน์บนดิสคอร์ด

นอกจากนี้เธอยังร่วมพาร์ตเนอร์กับ ‘Little Free Library’ ในการติดตั้ง ‘Little Laufey Libraries’ มุมแลกเปลี่ยนหนังสือตามเมืองต่างๆ ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต รวมถึงคอลแลบกับร้านหนังสือในหลายประเทศเพื่อจัดมุมหนังสือคัดสรรโดย Laufey เอง ซึ่งก่อนหน้านี้เธอก็เคยร่วมงานกับ ‘คิโนะคุนิยะ’ ในไทยมาแล้วด้วยเช่นกัน

สามารถติดตามได้ที่ thelaufeybookclub

Service95 Book Club โดย Dua Lipa

หลายคนอาจรู้จัก ‘Dua Lipa’ ในฐานะป๊อปสตาร์เจ้าของเพลงฮิตระดับโลก แต่เบื้องหลังนั้นเธอคือหนอนหนังสือตัวยง จนถึงขั้นก่อตั้ง ‘Service95 Book Club’ เป็นของตัวเอง

ทุกเดือน Dua Lipa จะคัดเลือกหนังสือมาแนะนำพร้อมบทวิจารณ์ส่วนตัว โดยลิสต์อ่านของเธอครอบคลุมตั้งแต่นิยายร่วมสมัยที่พูดถึงประเด็นเรื่องเพศ ความสัมพันธ์ และสังคม ไปจนถึง non-fiction ที่ชวนให้ตั้งคำถามและทบทวนโลกที่เราอยู่

จุดเด่นของบุ๊คคลับนี้คือคอนเทนต์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น บทสัมภาษณ์เชิงลึกกับนักเขียนบนยูทูปและพอดแคสต์รีวิวหนังสือที่พูดถึงทั้งแนวคิด เบื้องหลังการเขียน ไปจนถึงประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับหนังสือแต่ละเล่ม

และรู้หรือไม่ว่า Dua Lipa ได้เจอเนื้อคู่เพราะ ‘หนังสือ’

‘Callum Turner’ แฟนของ ‘Dua Lipa’ เคยเล่าโมเมนต์ที่ทั้งคู่นั่งอยู่ใกล้กัน และบังเอิญกำลังอ่านหนังสือเรื่อง ‘Trust’ ของ ‘Hernan Diaz’ เหมือนกัน เขาเลยพูดขึ้นมาว่า ‘ผมเพิ่งอ่านจบบทแรก’ ก่อนที่ Dua Lipa จะตอบกลับว่า ‘ฉันก็เพิ่งจบบทแรกเหมือนกัน’

เขาเลยไม่พลาดที่จะหยอดกลับทันทีว่า
‘So we’re on the same page’

เป็นประโยคที่แฝงสองความหมายทั้ง ‘เราอ่านถึงหน้าเดียวกัน’ และ ‘เราเข้าใจตรงกันแล้ว’ เรียกว่าเป็นมุกจีบของคนอ่านหนังสือที่ดีเกินต้านจริงๆ

สามารถติดตามได้ที่ Service 95

การโฆษณา

TeaTime Book Club โดย Dakota Johnson

‘Dakota Johnson’ อาจเป็นที่จดจำจากบทบาทในภาพยนตร์และเสน่ห์นิ่งๆ ที่ลึกลับของเธอ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เธอคือคนรักหนังสือที่หลงใหลในเรื่องเล่าและการเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ผ่านวรรณกรรม

ในปี 2024 ‘Dakota’ ได้ก่อตั้ง ‘TeaTime Book Club’ ควบคู่ไปกับบริษัทโปรดักชัน ‘Teatime Pictures’ ที่เธอสร้างร่วมกับ ‘Ro Donnelly’ อดีตผู้บริหาร Netflix 

โดยมีเป้าหมายในการค้นหาหนังสือที่สามารถต่อยอดเป็นภาพยนตร์และซีรีส์ได้ในอนาคต

‘TeaTime Book Club’ ดำเนินผ่านอินสตาแกรม และ ช่องบรอดคาสต์ ที่สมาชิกสามารถติดตามหนังสือประจำเดือนได้ พร้อมคอนเทนต์เสริมทั้งบทสัมภาษณ์นักเขียน และเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับหนังสือแต่ละเล่ม ซึ่ง Dakota เคยกล่าวว่าอยากจะพานักอ่าน 

‘ดำดิ่งลงไปใน rabbit hole’ ของเรื่องเล่าและแรงบันดาลใจต่างๆ

ลิสต์หนังสือที่เธอเลือกมักเต็มไปด้วยนิยายร่วมสมัยที่พูดถึงความสัมพันธ์ ความสูญเสีย ความโดดเดี่ยว หรือด้านเปราะบางของมนุษย์ เช่น ‘Beautyland’ ของ ‘Marie-Helene Bertino’ หรือ ‘The Hypocrite’ ของ ‘Jo Hamya’ และส่วนใหญ่มักไม่ใช่หนังสือออกใหม่ แต่เป็นเล่มที่ Dakota รู้สึกเชื่อมโยงและอยากชวนคนอื่นกลับไปค้นพบอีกครั้ง

ทำให้บรรยากาศของบุ๊คคลับแห่งนี้เหมือนการนั่งจิบชาพร้อมพูดคุยเรื่องหนังสือกับเพื่อนที่รักการอ่านเหมือนกัน

สามารถติดตามได้ที่ Teatime Pictures

Reese’s Book Club โดย Reese Witherspoon

นอกจากจะเป็นนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์แล้ว เธอยังเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่ผลักดันวงการหนังสือให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

‘Reese’s Book Club’ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของเธอที่อยากเห็น ‘เรื่องราวของผู้หญิง’ ได้รับการพูดถึงมากขึ้นทั้งในวงการหนังสือ ภาพยนตร์ และสื่อบันเทิง

เธอเคยเล่าว่าเธออยากแบ่งปันหนังสือที่มีความหมายสำหรับตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้หญิงที่ทั้งอบอุ่น ตลก ฉลาด และมีความหลากหลาย เพราะ เธอเชื่อว่าหนังสือเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสะท้อนชีวิตของผู้หญิง แต่ยังสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนได้ด้วย

ด้วยเหตุนี้ ‘Reese’s Book Club’ จึงมักเลือกหนังสือที่มีตัวละครหญิงแข็งแรง ซับซ้อน และมีมิติ ก่อนที่หลายเล่มจะถูกดัดแปลงเป็นซีรีส์หรือภาพยนตร์ภายใต้บริษัทโปรดักชัน ‘Hello Sunshine’ ของเธอ ไม่ว่าจะเป็น ‘Big Little Lies’ หรือ ‘Daisy Jones & The Six’

นอกจากการรีวิวหนังสือและพูดคุยกับนักเขียนเธอยังมีโครงการ ‘LitUp’ ที่เปิดโอกาสให้นักเขียนหน้าใหม่ได้รับคำแนะนำจากนักเขียนมืออาชีพ เพื่อผลักดันผลงานสู่ตลาดสำนักพิมพ์จริงอีกด้วย

สำหรับเธอแล้ว หนังสือไม่ใช่แค่พื้นที่ของการอ่าน แต่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยจุดประกายบทสนทนา ทำให้ผู้คนหัวเราะในวันที่เหนื่อยล้า และสร้างความรู้สึกร่วมผ่านเรื่องราว ซึ่งนั่นคือหัวใจสำคัญของ ‘Reese’s Book Club’ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

สามารถติดตามได้ที่ Reese's Book Club

การโฆษณา

Between Two Books โดย Florence Welch

จุดเริ่มต้นของบุ๊คคลับนี้เกิดขึ้นจากแฟนคลับชาวไอริชชื่อ ‘Leah Moloney’ ที่อยากสร้างพื้นที่สำหรับคนที่รักทั้งหนังสือและดนตรีของ Florence ก่อนที่ไอเดียจะไปเข้าตา Florence จนเธอเข้ามามีส่วนร่วมด้วยตัวเอง ทั้งการแนะนำหนังสือ พูดคุยกับแฟนๆ ไปจนถึงช่วยโปรโมตบุ๊คคลับนี้อยู่เสมอ

‘Between Two Books’ เริ่มขึ้นบนทวิตเตอร์โดยเล่นคำมาจากเพลง ‘Between Two Lungs’ ของ ‘Florence + The Machine’ โดย ‘Florence’ จะคอยเลือกหนังสือมาแนะนำให้สมาชิกอ่านร่วมกัน อีกทั้งยังเปิดวงสนทนาออนไลน์เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้นด้วย

ลิสต์หนังสือของ ‘Between Two Books’ สะท้อนรสนิยมการอ่านของ Florence ได้อย่างชัดเจน ทั้งวรรณกรรมร่วมสมัย นิยายคลาสสิก บทกวี และงานเขียนที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก เช่น ‘The Goldfinch’ ของ ‘Donna Tartt’ หรือ ‘Heartburn’ ของ ‘Nora Ephron’ 

นอกจากการอ่านหนังสือร่วมกันแล้ว ‘Between Two Books’ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ สำหรับแฟนๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์รวมงานเขียนจากสมาชิก การออกแบบที่คั่นหนังสือ ไปจนถึงการประมูลหนังสือพร้อมลายเซ็นเพื่อนำรายได้ไปบริจาคให้กับองค์กรด้านการอ่านและการศึกษาอีกด้วย

สามารถติดตามได้ที่ Between Two Books

Natalie’s Book Club โดย Natalie Portman

หลายคนอาจรู้จัก ‘Natalie Portman’ จากบทบาทการแสดงเข้มข้นในภาพยนตร์อย่าง ‘Black Swan’ แต่เบื้องหลังภาพลักษณ์ของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เธอคืออีกคนที่รักวรรณกรรมและการอ่านหนังสือมากๆ

บุ๊คคลับนี้อาจไม่ได้มีคอนเทนต์หวือหวาหรือกิจกรรมมากมายเหมือนหลายๆ คอมมูนิตี้ แต่กลับมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยความเรียบง่ายของเธอ โดย Natalie จะเลือกหนังสือประจำเดือนมา พร้อมโพสต์รูปตัวเองคู่กับหนังสือและเขียนโน้ตสั้นๆ ถึงเหตุผลที่เลือกอ่านหรือสิ่งที่เธอรู้สึกกับเรื่องนั้นลงบนอินสตาแกรม

ซึ่งลิสต์หนังสือของ ‘Natalie’ มักแตกต่างจากบุ๊คคลับอื่นๆ เพราะเธอไม่ได้เน้นเฉพาะหนังสือที่กำลังเป็นกระแสและอ่านง่ายเสมอไป แต่เลือกงานวรรณกรรมที่ค่อนข้าง niche และจริงจังมากขึ้น ทั้งนิยายร่วมสมัย memoir ไปจนถึงวรรณกรรมคลาสสิก 

ในฐานะนักแสดงและนักเขียนหนังสือเด็ก ‘Natalie’ มองว่าการอ่านคือการฝึก ‘ความเห็นอกเห็นใจ’ เพราะหนังสือช่วยให้เราเข้าใจชีวิต ความคิด และประสบการณ์ของผู้คนที่แตกต่างจากตัวเองได้มากขึ้น

สามารถติดตามได้ที่ Natalie's Book Club

การโฆษณา

Library Science โดย Kaia Gerber และ Alyssa Reeder

สำหรับคนที่ติดตามวงการแฟชั่น น่าจะคุ้นหน้าของ ‘Kaia Gerber’ กันเป็นอย่างดี ในฐานะซูเปอร์โมเดลรุ่นใหม่ที่โดดเด่นทั้งบนรันเวย์และแคมเปญแฟชั่นระดับโลก แต่เบื้องหลังภาพลักษณ์ของแฟชั่นไอคอน เธอคืออีกคนที่รักการอ่านหนังสือมากๆ จนต่อยอดความชอบนั้นมาก่อตั้งบุ๊คคลับของตัวเอง

‘Library Science’ คือ book club ที่ ‘Kaia Gerber’ ก่อตั้งร่วมกับบรรณาธิการ ‘Alyssa Reeder’ ในปี 2024 ด้วยความตั้งใจที่อยากจะชวนคนรุ่นใหม่กลับมาอ่านหนังสืออีกครั้ง ผ่านการแนะนำลิสต์หนังสือนอกกระแส

ตั้งแต่งานแปลรวมบทความ บทละคร ไปจนถึงวรรณกรรมนอกกระแส ‘Library Science’ ให้ความสำคัญกับเรื่องราวจากผู้คนที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในกระแสหลัก พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักเขียนหน้าใหม่ได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

‘Kaia’ เคยให้สัมภาษณ์กับ ‘The Wall Street Journal’ ว่าช่วงหนึ่งเธอรู้สึกอึดอัดกับชื่อเสียง ที่เธอมีเพราะรู้สึกว่าการเป็นคนดังทำให้ความเป็นส่วนตัวในชีวิตถูกพรากไป แต่ท้ายที่สุดเธอกลับค้นพบว่า ‘พื้นที่’ และ ‘เสียง’ ที่ตัวเองมี ก็เป็นข้อดีในการเชื่อมโยงผู้คนผ่านการอ่านและบทสนทนาเกี่ยวกับหนังสือได้เช่นกัน

สามารถติดตามได้ที่ Library Science

Oprah’s Book Club โดย Oprah Winfrey

หากพูดถึง Celebrity Book Club ชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น ‘Oprah Winfrey’ พิธีกรและนักแสดงหญิงผู้ทรงอิทธิพล ที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้วัฒนธรรมการอ่านกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในอเมริกา

‘Oprah’ เป็นนักอ่านตัวยง และด้วยความรักในหนังสือ เธอจึงก่อตั้ง ‘Oprah’s Book Club’ ขึ้นในปี 1996 ในรายการ The Oprah Winfrey Show โดยหนังสือที่ถูกเลือกมาพูดคุยในรายการล้วนเป็นหนังสือที่ Oprah อ่านและอยากแบ่งปันให้ผู้ชมได้รู้จักแม้รายการ The Oprah Winfrey Show จะปิดตัวลงในปี 2011 แต่หนึ่งปีต่อมา ‘Oprah’ ก็เปิดตัว ‘Oprah’s Book Club 2.0’ ที่ปรับรูปแบบเข้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ผู้คนสามารถแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่ทำให้ ‘Oprah’s Book Club’ แตกต่างคืออิทธิพลมหาศาลที่มีต่อวงการหนังสือ เพราะแทบทุกเล่มที่เธอหยิบมาแนะนำมักกลายเป็นหนังสือขายดีทันที จนเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Oprah Effect’ ที่ทำให้หนังสือมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

แม้เวลาจะผ่านมากว่า 20 ปี Oprah’s Book Club ก็ยังคงเป็นหนึ่งในบุ๊คคลับในดวงใจของหลายๆ คนและยังทรงอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบัน

สามารถติดตามได้ที่ Oprah's Book Club

การโฆษณา

Belletrist โดย Emma Roberts และ Karah Preiss

หลายคนอาจคุ้นชื่อ ‘Emma Roberts’ ในฐานะนักแสดงฮอลลีวูด แต่ในหมู่นักอ่าน เธอคืออีกคนที่มีรสนิยมการอ่านน่าสนใจมากๆ จนก่อตั้ง ‘Belletrist’ Book Club ร่วมกับเพื่อนสนิทอย่าง ‘Karah Preiss’ ในปี 2017

‘Belletrist’ เริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ สำหรับคนที่รักการอ่านและอยากมีบทสนทนาเกี่ยวกับหนังสือร่วมกัน ก่อนจะค่อยๆ เติบโตเป็นคอมมูนิตี้ออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีนักอ่านจากทั่วโลกติดตามผ่านทางโซเซียลมีเดียต่างๆ 

โดยทุกเดือน ‘Belletrist’ จะเลือกหนังสือหนึ่งเล่มให้สมาชิกได้อ่านไปพร้อมกัน พร้อมคอนเทนต์สัมภาษณ์นักเขียน บทสนทนา และกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยให้การอ่านกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและสนุกมากขึ้น ราวกับกำลังแชร์หนังสือเล่มโปรดกับเพื่อนสนิท

นับตั้งแต่ก่อตั้งมา ‘Belletrist’ ได้แนะนำหนังสือไปแล้วมากกว่า 75 เล่ม และยังต่อยอดจาก บุ๊คคลับสู่บริษัทโปรดักชันในชื่อ ‘Belletrist Productions’ ซึ่งอยู่เบื้องหลังซีรีส์อย่าง ‘First Kill’ ของ Netflix และ ‘Tell Me Lies’ ของ ‘Hulu’ รวมถึงโปรเจกต์ภาพยนตร์และซีรีส์อีกหลายเรื่องที่กำลังพัฒนาอยู่ในปัจจุบัน

สามารถติดตามได้ที่ BELLETRIST

The Queen’s Reading Room โดย Her Majesty Queen Camilla

‘The Queen’s Reading Room’ คือ องค์กรการกุศลที่ก่อตั้งโดยสมเด็จพระราชินีคามิลลาแห่งสหราชอาณาจักรในปี 2023 เพื่อส่งเสริมการอ่านและผลักดันให้ผู้คนเข้าถึงพลังของหนังสือมากขึ้น ทั้งในสหราชอาณาจักรและทั่วโลก

จุดเริ่มต้นของโครงการนี้เกิดขึ้นจาก Instagram Book Club ที่เปิดตัวในช่วงล็อกดาวน์ปี 2021 ก่อนจะค่อยๆ เติบโตเป็นคอมมูนิตี้ออนไลน์ของคนรักหนังสือที่มีผู้ติดตามจากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก

‘The Queen’s Reading Room’ เชื่อว่าหนังสือสามารถช่วยพัฒนาทั้งสุขภาพจิต สุขภาพสมอง และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนได้ ปัจจุบันองค์กรเผยแพร่คอนเทนต์เกี่ยวกับหนังสือฟรีตลอดทั้งปี ผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม รวมถึงจัดเทศกาล งานเสวนา และกิจกรรมด้านการอ่านทั้งในอังกฤษและต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงหนังสือ นักเขียน และการอ่านได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ‘The Queen’s Reading Room’ ยังร่วมมือกับองค์กรการกุศลหลายแห่ง เพื่อนำหนังสือและวัฒนธรรมการอ่านไปสู่พื้นที่ที่ผู้คนต้องการการเยียวยาและกำลังใจ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์พักพิง หรือชุมชนต่างๆ เพราะสำหรับพวกเขา ‘หนังสือคือสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้’

สามารถติดตามได้ที่ The Queen's Reading Room

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา