Just the girl who writes as her heart leads, letting stories spill out wherever life carries her. She moves through the world chasing dreams to the rhythm of jazz and the quiet pull of art, believing that life is not meant to be lived in straight lines. Someone who believes the world is a canvas she can splash with any color, while at the same time, the world splashes her with color too.

Lalitphat Bumrungkarn

Lalitphat Bumrungkarn

Staff writer, Time Out Thailand

Follow Lalitphat Bumrungkarn:

Articles (30)

ร้านอาหารสุดโรแมนติกในกรุงเทพฯ

ร้านอาหารสุดโรแมนติกในกรุงเทพฯ

หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำเพื่อแบ่งปันกับคนที่คุณรัก ลองสำรวจข้อเสนอแนะที่เราคัดสรรมาอย่างดีสำหรับเมนูที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและความโรแมนติก ในขณะที่ช่อดอกไม้อาจทำให้เกิดรอยยิ้มได้ แต่อาหารที่รังสรรค์ขึ้นอย่างตั้งใจนั้นมีพลังที่จะสัมผัสถึงหัวใจ ตั้งแต่อาหารตะวันตกแบบคลาสสิกไปจนถึงอาหารไทยสมัยใหม่หรือเอเชียฟิวชัน มื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบจะสร้างความประทับใจที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแบ่งปันในบรรยากาศที่เหมาะสมกับคนพิเศษ หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำเพื่อแบ่งปันกับคนรักของคุณ ลองสำรวจข้อเสนอแนะที่เราคัดสรรมาอย่างดีสำหรับเมนูที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและความโรแมนติกไปกับร่านเหล่านี้
พิกัด 5 ร้านเสื้อลายดอกไม้คราฟต์ดีไซน์ สายคลีนเกิร์ล

พิกัด 5 ร้านเสื้อลายดอกไม้คราฟต์ดีไซน์ สายคลีนเกิร์ล

​​เมื่อเข็มนาฬิกาเคลื่อนเข้าสู่เดือนเมษายน แสงแดดอันแผดเผาดูเหมือนจะเปลี่ยนหน้าที่จากความร้อนระอุ กลายเป็นสปอร์ตไลท์ธรรมชาติที่ส่องลงมายังถนนทุกสาย กลิ่นอายของความชุ่มฉ่ำจากเทศกาลสงกรานต์เริ่มโชยมากับสายลมร้อน และแน่นอนว่าสัญลักษณ์แห่งกาลเวลาที่ขาดไม่ได้คือ ‘ลายดอกไม้’ และนี้ การสวมเสื้อลายดอกไม้จะไม่ใช่แค่การใส่ตามประเพณีอีกต่อไป แต่มันคือการประกาศตัวตนผ่านงานศิลปะที่สวมใส่ได้ เรากำลังพูดถึงความละเมียดละไมที่หลุดออกมาจากพินเทอร์เรสบอร์ด ความงามที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงสีสันฉูดฉาด แต่ซ่อนเร้นไว้ด้วยเรื่องราวของลายปัก ดีเทลของผ้าลูกไม้ และการจัดวางองค์ประกอบที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีจากห้องเสื้อไทยร่วมสมัย ตั้งแต่ลายพิมพ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมรอบกรุง ไปจนถึงความพริ้วไหวของซาตินที่สะท้อนแสงแดดราวกับผิวน้ำ สงกรานต์ปีนี้ เราขอเชิญชวนสาวๆ เจนซีมาสลัดภาพจำเดิมๆ แล้วสวมวิญญาณมิวส์ ของเหล่าดีไซน์เนอร์ ด้วย 5 พิกัดร้านเสื้อผ้าลายดอกสุดคราฟต์ ที่จะทำให้ทุกย่างก้าวของคุณท่ามกลางสายน้ำ เต็มไปด้วยจังหวะของแฟชั่นที่งดงามและน่าจดจำราวกับบทกวีที่ผลิบาน
10 แบรนด์บิกินี่ดีไซน์เนอร์ไทยที่จะเปลี่ยนชายหาดให้เป็นรันเวย์หน้าร้อนนี้

10 แบรนด์บิกินี่ดีไซน์เนอร์ไทยที่จะเปลี่ยนชายหาดให้เป็นรันเวย์หน้าร้อนนี้

หน้าร้อนเมืองไทยไม่ได้มีดีแค่แสงแดดที่แผดเผา แต่คือช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยตัวตนผ่านแฟชั่นริมชายหาด ในปีนี้วงการชุดว่ายน้ำบ้านเราคึกคักเป็นพิเศษด้วยเหล่าดีไซน์เนอร์ไทยที่หยิบจับแรงบันดาลใจรอบตัว ตั้งแต่ศิลปะในลอนดอน ความทรงจำในวัยเด็ก ไปจนถึงนวัตกรรมรักษ์โลก มารังสรรค์เป็น ‘swimwear’ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ใส่ลงน้ำ แต่คือไอเทมชิ้นสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้หญิงทุกสรีระ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายลุยกิจกรรม เอ็กซ์ตรีม หรือสายโพสท่าสวยรับวิตามินดี นี่คือ 10 แบรนด์ที่เราคัดมาแล้วว่า ‘ต้องมี’ เพื่อรับลมร้อนปีนี้อย่างมีสไตล์
Table talk in Bangkok (2-8 เมษายน)

Table talk in Bangkok (2-8 เมษายน)

กรุงเทพฯ เริ่มเข้าสู่บรรยากาศของวันหยุดยาวในสัปดาห์นี้ ด้วยงานเลี้ยงฉลองเทศกาลอีสเตอร์ หรือการร่วมมือกันของเชฟข้ามวัฒนธรรม และการเปิดตัวร้านอาหารใหม่ๆ ที่สร้างความน่าตื่นเต้นไปทั่วเมือง ตั้งแต่ Piscari Sunlit Brunch มื้อสายบนตึกระฟ้าเพียงวันเดียว ไปจนถึง เทศกาลอาหารรัสเซีย-ไทย 2026 (Russian-Thai Gastronomic Festival 2026) นอกจากนี้ยังมีบุฟเฟต์ฉลองเทศกาลที่ Goji Kitchen + Bar และกิจกรรมอีสเตอร์สุดประทับใจที่ The Ritz-Carlton, Bangkok รวมถึงร้านน้องใหม่อย่าง Curry Up, สมศักดิ์ (Somsak)  และ Sasa Khaotom Bar ที่เพิ่งปักหมุดเปิดตัว เพิ่มความหลากหลายให้กับการเลือกทานอาหารของคุณ และนี่คือไฮไลต์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วเมือง และนี่คือทั้งหมดที่น่าจับตาบนโต๊ะอาหารของเราสัปดาห์นี้
อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดเมษายนนี้

อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดเมษายนนี้

อากาศที่ร้อนระอุของเมษายนไม่ใช่แค่สัญญาณของหน้าร้อน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของฤดูกาล ‘สาดอีเวนต์’ ที่กรุงเทพฯ จะไม่ปล่อยให้ใครอยู่นิ่งได้ เมืองทั้งเมืองเหมือนถูกเร่งจังหวะ กลางวันเต็มไปด้วยนิทรรศการและกิจกรรมในร่มที่ออกแบบมาให้คุณหลบแดดอย่างมีสไตล์ ขณะที่กลางคืนค่อยๆ กลายเป็นพื้นที่ของแสง สี และเสียงที่ลากยาวไปจนเกือบเช้า ขณะที่เมืองทั้งเมืองก็เร่งจังหวะขึ้นพร้อมกัน ทั้งเสียงดนตรี น้ำที่สาดกระทบผิว ตั้งแต่โลกใต้ทะเลเรืองแสง งานหนังสือที่นักอ่านรอคอย ไปจนถึงฟลอร์เต้นรำ คอมมูนิตี้แฟร์ และไวน์เทสติ้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะพุ่งขึ้นสุดขีดในช่วงสงกรานต์ด้วยไลน์อัปเฟสติวัลระดับเมือง และค่อยๆ ผ่อนจังหวะลงด้วยกิจกรรมสบายๆ ช่วงปลายเดือน อย่าปล่อยให้เมษายนผ่านไปพร้อมแค่เหงื่อและแอร์ในห้อง ลองออกไปใช้ชีวิต แล้วคุณจะรู้ว่า ‘ความร้อน’ ของเดือนนี้ มีอะไรมากกว่านั้น
Table talk ในกรุงเทพ (26 มีนาคม - 1 เมษายน)

Table talk ในกรุงเทพ (26 มีนาคม - 1 เมษายน)

กรุงเทพฯ เพิ่มดีกรีความร้อนแรงในสัปดาห์นี้แบบไม่ยั้งเริ่มตั้งแต่ Chilli Fest 2026 ยกขบวนความเผ็ดมาปักหลักที่ Kimpton Maa-Lai Bangkok พร้อมไลน์อัปเชฟระดับท็อปของเมืองในงานวันเดียวที่อัดแน่นด้วยรสจัดจ้าน ขณะเดียวกัน Duet by David Toutain ก็ยกระดับเกมของตัวเองด้วยเทสติ้งเมนูใหม่สองรูปแบบที่เน้นความแม่นยำและวัตถุดิบเป็นหัวใจสำคัญ ด้าน Shakarich Surawong หยิบเอาบรรยากาศฤดูซากุระมาตีความผ่านโอมากาเสะลิมิเต็ด ขณะที่ Cafe Buongiorno แตกไลน์คอนเซปท์ใหม่ เน้นเจลาโตเต็มตัว และ Gapple ก็พาสมูทตี้สายเฮลตี้จากเชียงใหม่มาปักหมุดในเมืองหลวง และนี่คือทั้งหมดที่น่าจับตาบนโต๊ะอาหารของเราสัปดาห์นี้
หนีไปคลายร้อนกับ 10 บาร์น้ำผลไม้ที่ดีสุดทั่วกรุงเทพฯ

หนีไปคลายร้อนกับ 10 บาร์น้ำผลไม้ที่ดีสุดทั่วกรุงเทพฯ

ดูเหมือนว่าสมรภูมิความสดชื่นในกรุงเทพฯ ปีนี้จะเดือดทะลุปรอทกว่าปีไหนๆ เพราะเหล่าบาร์น้ำผลไม้ไม่ได้เป็นแค่ซุ้มเครื่องดื่มทางเลือกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น ‘Lifestyle Destination’ ที่กระจายตัวอยู่ทุกทั่วกรุง ตั้งแต่คอมมูนิตี้มอลล์สุดฮิปไปจนถึงใจกลางย่านธุรกิจ ทั้งการกลับมาของเทรนด์ดูแลตัวเองในปี 2569 นี้ ทำให้แต่ละร้านไม่ได้ประชันกันแค่เรื่องรสชาติ แต่ยังงัดไม้ตายทั้งความคุ้มค่า ดีไซน์แก้วที่ต้องถ่ายรูปอวด และสารอาหารแบบเน้นๆ มาใส่ไว้ในทุกออเดอร์ ครั้งนี้ Time Out จึงขอรวบรวมเหล่าแลนด์มาร์ค 10 บาร์น้ำผลไม้ความสดชื่นที่คัดมาแล้วว่าอร่อยจริง ได้สุขภาพจัง และเป็นตัวช่วยชั้นดีที่จะทำให้คุณผ่านพ้นวิกฤตความร้อนนี้ไปได้อย่างมีสไตล์    
8 สุดยอดแซนด์วิชทูน่าเมลท์ ของกรุงเทพฯ

8 สุดยอดแซนด์วิชทูน่าเมลท์ ของกรุงเทพฯ

ทูน่าเมลท์ (tuna melt) มีประวัติศาสตร์ที่น่าเล่าขานมากกว่าชื่อเสียงอันเรียบง่ายของมัน เมนูนี้ถือกำเนิดขึ้นในเคาน์เตอร์อาหารกลางวันและร้านดินเนอร์ราคาประหยัด (greasy-spoon diners) ของอเมริกาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 แม้จุดกำเนิดที่แน่ชัดยังคงเป็นที่ถกเถียง แต่ร้าน diner ในปี 1965 ในรัฐ South Carolina มักถูกหยิบยกมาอ้างถึง ว่ามันเป็นแซนด์วิชที่เน้นการใช้งานจริงมาโดยตลอด ทูน่ากระป๋อง, มายองเนส, ชีส และเตาอบ กรุงเทพฯ กับทูน่าเมลท์นั้นเติบโตตามกระแสความหลงใหลในวัฒนธรรมคาเฟ่ตะวันตกของเมือง ตลอดช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 ทูน่าเมลท์ส่วนใหญ่เป็นของคู่บุญตามคาเฟ่ในโรงแรมและแหล่งพำนักของชาวต่างชาติ ซึ่งคุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้ แต่หาที่น่าจดจำได้ยาก จุดเปลี่ยนมาพร้อมกับการปฏิวัติซาวโดวจ์เมื่อเหล่านักอบขนมปังรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ เริ่มหมกมุ่นกับตารางเวลาการหมักแป้ง เข้มงวดกับพันธุ์ธัญพืชนำเข้า และก้อนขนมปังที่ใช้เวลาพักตัวอย่างช้าๆ แล้วขนมปังที่สอดไส้ทูน่าก็เริ่มมีความสำคัญพอๆ กับสิ่งที่การคัดสรรขนงปัง ปัจจุบันทูน่าเมลท์ที่ดีที่สุดของเมืองเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแก่การดั้นด้นไปหา เพราะแซนด์วิชเหล่านี้มาด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีความแม่นยำทางเทคนิค และในบางครั้งก็ยอดเยี่ยมจนอยากออกจากบ้านไปลิ้มรสทุกวัน หากคุณกำลังตระเวนกินในแวดวงแซนด์วิชของกรุงเทพฯ ให้กว้างขวางขึ้น คู่มือ แซนด์วิชที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ของเราได้รวบรวมร้านที่น่าดึงดูดใจที่สุดในทุกสไตล์และทุกประเภทขนมปังเอาไว้ และสำหรับการดัดแปลงเมนูคลาสสิกด้วยเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มยิ่งขึ้น คู่มือ เบเกิลที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ของเราก็คุ้มค่าที่จะบันทึกไว้ก่อนออกไปหาอาหารกลางวันมื้อถัดไป และสำหรับลิสต์นี้ มื้อกลางวันหลายมื้อถูกใช้ไปกับภารกิจ เราสั่งอา
15 แจ๊สเวนิว ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

15 แจ๊สเวนิว ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

ในเมืองที่จังหวะชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง ‘แจ๊ส’ สำหรับกรุงเทพฯ ไม่ใช่เพียงแค่แนวดนตรี แต่มันคือลมหายใจของคอมมูนิตี้ คือรากเหง้าของวัฒนธรรม และคือห้วงทำนองที่หลอมรวมเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้คน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางผู้หลงใหลในโน้ตดนตรีที่ตามฟังมาเนิ่นนาน หรือเป็นเพียงนักแสวงหาที่อยากเปิดใจให้เสียงแซ็กโซโฟนพาจินตนาการไปไกลกว่าที่เคยคุ้น เมืองหลวงแห่งนี้มี ‘รังลับ’ และคลับแจ๊สมากมายที่จะพาคุณไปสัมผัสจิตวิญญาณที่แท้จริง ตั้งแต่เวทีอิมโพรไวส์กลางตึกแถวเก่าสไตล์คลาสสิกที่ทุกตัวโน้ตดิบและสดใหม่ ไปจนถึงบาร์โรงแรมระดับตำนานที่ทอดตัวอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสง่างาม จากยุคสมัยที่ผันผ่าน ดนตรีแจ๊สยังคงเฉิดฉายและงดงาม แต่ละสถานที่ต่างยืนหยัดด้วยคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ในบรรยากาศที่ปลดปล่อยความเหนื่อยล้า และเปิดพื้นที่ให้เสียงดนตรีได้ทำหน้าที่เป็นพระเอกผู้เล่าเรื่องราวของค่ำคืน ผันผ่านมาสู่ปัจจุบัน และนี่คือ 15 แจ๊สเวนิวทั่วกรุงเทพฯ ที่ยังคงบรรเลงแจ๊สไว้อย่างน่าจดจำ และทำให้แจ๊สยังคงเข้าถึงชีวิตประจำวันได้แบบไม่แบ่งชนชั้นหรือกฏเกณฑ์ใดๆ ตามฉบับของมัน เพราะซีนแจ๊สในกรุงเทพฯ คือบทพิสูจน์ที่ก้องกังวานเสมอว่า... Jazz Never Dies.
5 พิกัดร้าน ‘Yoshoku’ ในกรุงเทพฯ ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักลูกครึ่งญี่ปุ่น-ตะวันตก

5 พิกัดร้าน ‘Yoshoku’ ในกรุงเทพฯ ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักลูกครึ่งญี่ปุ่น-ตะวันตก

หากอาหารคือบทบันทึกทางวัฒนธรรม Yoshoku (โยโชกุ) ก็คงเป็นบันทึกหน้าดนตรีคลาสสิกที่ถูกเรียบเรียงใหม่ในท่วงทำนองแบบเซน คำนิยามของมันเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง นั่นคืออาหารตะวันตกที่ถูกขัดเกลาด้วยวิถีและรสมือของชาวญี่ปุ่นมานานนับศตวรรษ ตั้งแต่ยุคปฏิรูปเมจิที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดรับอารยธรรมโลกกว้าง จนกลายเป็นรสชาติที่ผสมผสานระหว่าง ความเข้มข้นแบบสากล และ ความละเมียดละไมแบบตะวันออกอย่างแยกไม่ออก เสน่ห์ของโยโชกุไม่ได้อยู่ที่ความหรูหราแปลกใหม่ แต่อยู่ที่ความคุ้นเคยอันอบอุ่น (Comfort Food) ไม่ว่าจะเป็นข้าวห่อไข่เนื้อนุ่ม ซุปข้าวโพดที่หวานละมุน หรือสปาเกตตีที่ปรุงรสด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างสาหร่ายและไข่ปลา รสชาติเหล่านี้ไม่ใช่การพยายามจะเป็นฝรั่งเศสหรืออิตาลี แต่คือการสร้างตัวตนใหม่ที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรัก ในกรุงเทพฯ วันนี้ กระแสของโยโชกุกำลังกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผ่านฝีมือของคนรุ่นใหม่ที่หยิบเอาความคลาสสิกเหล่านี้มาปัดฝุ่นและเติมความคิดสร้างสรรค์ลงไป ท่ามกลางกระแสอาหารที่มาไวไปไวในเมืองหลวง เสน่ห์ของร้านอาหารสไตล์ Yoshoku ทั้ง 5 พิกัดที่เราหยิบยกมานี้ คือเครื่องพิสูจน์ว่า ‘ความลงตัว’ ไม่จำเป็นต้องเกิดจากสิ่งเดียวกันเสมอไป แต่มันถูกนำมาจัดวางด้วยความเข้าใจ ให้กลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อมและอร่อยจนต้องมาซ้ำ โยโชกุอาจเริ่มต้นจากการเลียนแบบ แต่จบลงด้วยการเป็นแรงบันดาลใจสไตล์ Japanized Western Yoshoku ไม่ว่าคุณจะเลือกไปดื่มด่ำกับบรรยากาศย้อนยุคที่ Ritò, สัมผัสความจริงจังเรื่องเนื้อที่ Shin Hattori, หรือเติมความสดใสในวันหยุดที่ Homer Brunch ทุกจานที่คุณได้ลิ้มลองล้วนมีเรื่องราวของการเดินทางข้ามพรมแดนซ่อนอยู่เสมอ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้การทานอาหารสไตล์นี้ในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นประสบการณ์ที่พิเศษและเปี่ยม
8 ผลงานภาพยนตร์ผ่านเลนส์ผู้กำกับหญิงต้อนรับวันสตรีสากล

8 ผลงานภาพยนตร์ผ่านเลนส์ผู้กำกับหญิงต้อนรับวันสตรีสากล

ในวาระของวันที่ 8 มีนาคม ‘วันสตรีสากล’ นี้ Time Out ขอเชิญคุณก้าวข้ามผ่านกรอบสายตาแบบเดิมๆ เข้าสู่จักรวาลภาพยนตร์ที่ถูกรังสรรค์ผ่าน เลนส์ของผู้หญิง ผู้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าพวกเธอสามารถโอบรับ และตีแผ่ทุกรายละเอียดของสังคมได้อย่างซื่อสัตย์ กล้าหาญ และเปี่ยมด้วยชั้นเชิงทางศิลปะที่ไม่มีใครลอกเลียนได้ นี่คือการรวบรวม 8 ผลงานชิ้นสำคัญจากผู้กำกับหญิงทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในหลากยุคสมัย ตั้งแต่ความบ้าคลั่งระดับเลือดสาดที่ลุกขึ้นมาเป็นขบถต่อมาตรฐานความงามอย่างดุเดือดของ Coralie Fargeat ไปจนถึงการสถาปนามาตรฐานใหม่ให้หนังนีโอนัวร์ ด้วยสัญชาตญาณดิบอันพลุ่งพล่านของ Rose Glass  ขยับเข้ามาสำรวจความรู้สึกใกล้ตัวในบ้านเรา ก็จะพบกับการใช้ภาษาภาพยนตร์ที่สำรวจรอยร้าวของการเติบโตผ่านความเจ็บปวดที่งดงามของ แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน และการใช้ความละเมียดละไมโอบกอดหัวใจอย่างอบอุ่นจากคู่แฝด วรรณแวว และ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ นี่คือเรื่องราวของ ‘ผู้หญิง’ ที่เล่าโดย ‘ผู้หญิง’ พื้นที่ทางความรู้สึกที่เราอยากให้คุณลองเปิดใจสัมผัส เพราะภาพที่พวกเธอมองเห็น อาจเป็นความจริงที่ก้องกังวานที่สุดที่คุณไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน
รวมอีเวนต์สำหรับคนรักรถในกรุงเทพฯตลอดเดือนมีนาคมนี้

รวมอีเวนต์สำหรับคนรักรถในกรุงเทพฯตลอดเดือนมีนาคมนี้

หากช่วงนี้คุณไถฟีดแล้วเจอแต่รถสวยๆ บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะมีนาคมนี้ กรุงเทพฯ แน่นไปด้วยอีเวนต์สาย Car Culture แบบเลือกไปแทบไม่ถูก ตั้งแต่งานมีตติ้งเช้าจิบกาแฟชิลๆ ไปจนถึงมหกรรมโชว์รถระดับประเทศที่รวมค่ายใหญ่ไว้ครบ และงานที่รวบรวมมามีแต่ของดีที่รอให้คุณค้นพบ  ลิสต์นี้อ้างอิงจาก Monthly Bangkok Car Events Calendar ที่ได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก Alla Meller และ JB Photographer ที่คอยอัปเดตอีเวนต์สำหรับสายรักรถต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และแค่อีเวนต์ที่ในเดือนมีนาคมยังเดือดขนาดนี้ และมีแววจะเดือดขึ้นตามสภาพอากาศเลยทีเดียว  ขอบอกว่านี่คือหนึ่งในซีนที่คึกคักที่สุดของเมืองตอนนี้พอๆ กับเวนิวคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะสายขับ สายแต่ง หรือสายเดินดูรถสวยๆ เตรียมเคลียร์คิวไว้ได้เลย

Listings and reviews (3)

News (72)

หมดเวลาอ้างว่าไม่มีเงินเข้ายิม! ปักหมุด 38 จุดเต้นแอโรบิกฟรีทั่วกรุงฯ ฟิตได้ไม่ต้องจ่ายสักบาท

หมดเวลาอ้างว่าไม่มีเงินเข้ายิม! ปักหมุด 38 จุดเต้นแอโรบิกฟรีทั่วกรุงฯ ฟิตได้ไม่ต้องจ่ายสักบาท

เพราะสุขภาพดีไม่ควรเป็นสิทธิพิเศษของคนที่มีเงินจ่ายค่าสมาชิกยิมราคาแพงเท่านั้น! ช่วงนี้เทรนด์การออกกำลังกายย้อนยุคแต่สุดคลาสสิกอย่าง 'แอโรบิกกลางแจ้ง' กำลังกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง สวนลุมพินี ที่กลายเป็นสวรรค์ของสายเบิร์นมือใหม่ เพราะนอกจากจะเดินทางง่ายด้วย MRT และ BTS แล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องความสนุกและบรรยากาศที่เป็นกันเองสุดๆ Photograph: BMA สำหรับใครที่อยากไปจอยที่สวนลุมฯ เขามีให้เลือกถึง 3 พิกัดหลัก ได้แก่  หลังลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 มี 2 รอบให้เลือกคือ 18.00 น. (นำโดยวิทยากร กทม.) และ 19.00 น. สำหรับใครที่เลิกงานสาย (นำโดยวิทยากรอาสา) หน้าห้องสมุด เริ่มสเต็ปพร้อมกันตอน 18.00 น. จุดสวนปาล์ม เอาใจคนเลิกงานเร็ว เริ่มขยับร่างกายตั้งแต่ 17.30 น. แต่ถ้าสวนลุมฯ ไกลบ้านคุณเกินไป ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะ Next Learn ได้รวบรวมพิกัดกระจายความฟิตไว้ให้แล้วถึง 38 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าคุณจะอยู่โซนไหน ตั้งแต่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ไปจนถึงลานเอนกประสงค์ใกล้ชุมชน ก็สามารถไปขยับร่างกายตามจังหวะเพลงสุดมันส์ได้แบบฟรีๆ ในยุคที่ค่าสมาชิกยิมพุ่งสูงพอๆ กับค่าครองชีพ หลายคนอาจลืมไปว่าการขยับร่างกายให้หลั่งเอนดอร์ฟินไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป เพราะ ‘สุขภาพดี’ ไม่ควรเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และล่าสุดกระแสการเต้นแอโรบิกกลางสวนกำลังกลับมาพิสูจน์ความจริงข้อนี้อีกครั้ง โดยมี สวนลุมพินี เป็นจุดนัดพบสำคัญของคนเมืองที่อยากสะบัดความเครียดทิ้งไปกับเสียงเพลง Photograph: BMA เตรียมรองเท้าผ้าใบให้พร้อม แล้วไปเช็กรายชื่อสถานที่ทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ Next Learn บอกเลยว่างานนี้ไม่มีคำว่าเปลือง มีแต่คำว่าเป๊ะ ใครยังไม่เคยลอง ต้องไปสัมผัสพลังบวกจากเหล่าตัวแม่ขาแดนซ์หน้าลำโพงดูสักครั้ง แล้วจะ
จิบสาโท โชว์ไลฟ์สไตล์ ออกลวดลายกับเสียงพิณและแคน กับงาน ‘ม่วนจอย มาร์เก็ต’

จิบสาโท โชว์ไลฟ์สไตล์ ออกลวดลายกับเสียงพิณและแคน กับงาน ‘ม่วนจอย มาร์เก็ต’

ยกทัพความม่วนสไตล์ E-san Flea Market มาไว้ท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียวสุดร่มรื่น ให้คุณได้ปล่อยใจพักกายไปกับสายลมเย็นๆ พร้อมสัมผัสกลิ่นอายแดนอีสานที่ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ที่ กาลิเลโอเอซิส ภายในงานอัดแน่นไปด้วยร้านคราฟต์ งานแฮนด์เมด และงานศิลปะจากผู้สร้างสรรค์ท้องถิ่น ที่ให้คุณได้เดินเลือกชมแบบเพลินๆ พร้อมบูธอาหารอีสานแท้ๆ ที่คัดมาแล้วว่ารสชาติจัดจ้านถึงใจ รวมถึงเครื่องดื่มและสุราพื้นบ้านให้ลองลิ้มชิมรส นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างข้าว กระเจี๊ยบ แคนตาลูป และมะนาว ให้ได้ลองชิมและเลือกซื้อกลับบ้าน ความพิเศษของรอบนี้คือการเปิดโลกแห่งรสชาติกับ ‘สาโท’ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภูมิปัญญาไทยที่อยากให้ทุกคนได้ลองชิม จิบเครื่องดื่มพื้นบ้านไปพร้อมกับการรับชม ‘พิณ’ และ ‘แคน’ แบบอีสานพื้นบ้านร่วมสมัย แบบสดๆ ที่จะมาบรรเลงทำนองสนุกๆ ผสานจังหวะสากลให้คุณโยกตามได้ตลอดทั้งงาน ฟีลดีเหมือนวาร์ปไปอยู่ท่ามกลางทุ่งนาแต่เดินทางง่ายแค่ลง BTS ราชเทวี วันหยุดนี้ถ้ายังไม่มีแพลนไปไหน จูงมือเพื่อนหรือพาครอบครัวมาจอยกันที่ กาลิเลโอเอซิส (BTS ราชเทวี) วันที่ 4-5 เมษายน เวลา 10.00 - 18.00 น. เข้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
‘ตลาดรถไฟรัชดา’ กลับมาแล้ว ! เจอกันที่เก่าเวลาเดิม

‘ตลาดรถไฟรัชดา’ กลับมาแล้ว ! เจอกันที่เก่าเวลาเดิม

ตลาดรถไฟรัชดาในตำนานกลับมาแล้วอย่างเป็นทางการ หลังปิดตัวไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมในปีพ.ศ. 2564 โดยล่าสุดได้กลับมาเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ณ พื้นที่เดิมด้านหลัง เอสพลานาด รัชดาภิเษก พร้อมต้อนรับนักเดินเที่ยวกลางคืนอีกครั้งแบบเต็มรูปแบบ เสน่ห์ของตลาดแห่งนี้ยังคงไม่เปลี่ยน โดยเฉพาะสายช็อปที่ต้องร้องว้าวกับราคาสบายกระเป๋า เสื้อยืดเริ่มต้นเพียงหลักร้อยต้นๆ เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรองเท้า เครื่องประดับ และของจุกจิกมากมายที่เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากหรือของที่ระลึก Photograph: Train Night Market Ratchada แผนผังของตลาดยังคงจัดได้อย่างลงตัว ฝั่งหนึ่งเป็นโซนแฟชั่นและของวินเทจ เอาใจสายเดินชิลที่อยากค่อยๆ เลือกดูสินค้าเพลินๆ ขณะที่อีกฝั่งคือสวรรค์ของสายกิน ที่อัดแน่นไปด้วยสตรีทฟู้ดหลากหลายชนิดจนแทบเลือกไม่ถูก ตั้งแต่ของคาวจัดเต็มไปจนถึงของหวานล้างปาก ในชนิดที่จะเก็บครบทุกร้านในครั้งเดียวแทบเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะตั้งใจมากินร้านดัง หรือปล่อยตัวเองให้เดินตามกลิ่นหอมๆ ไปเรื่อยๆ ที่นี่ก็มีอะไรให้ค้นพบตลอดทางแบบไม่ต้องรีบร้อน เพราะตลาดเปิดยาวถึงตี 1 ให้คุณใช้เวลาได้เต็มที่ เดินช็อป กิน และซึมซับบรรยากาศตลาดกลางคืนในแบบที่คิดถึงได้อย่างจุใจอีกครั้ง
‘The Drama’ หนังที่จะทำให้การแต่งงานเป็นวันที่อึดอัดที่สุดในชีวิต

‘The Drama’ หนังที่จะทำให้การแต่งงานเป็นวันที่อึดอัดที่สุดในชีวิต

หนังเรื่องนี้จงใจสร้างความอึดอัดแบบทำให้คนดูรู้สึกกระสับกระส่าย โดยจับคู่ ‘เซ็นเดยา (Zendaya)’ และ ‘โรเบิร์ต แพตตินสัน (Robert Pattinson)’ เป็น ‘เอ็มม่า’ และ ‘ชาร์ลี’ หนุ่มสาววัยมิลเลนส์เนียลหน้าตาดีที่ความสัมพันธ์เริ่มต้นเหมือนฉากพบกันแบบโรแมนติกคอมเมดี้ เขาเป็นหนุ่มอังกฤษใส่แว่น บุคลิกเคร่งขรึมเล็กน้อย พร้อมผมหน้าม้าที่ดูยุ่งๆ แบบหนุ่มฮ็อตเนิร์ด ส่วนเธอเป็นหญิงสาววัย 30 ที่สวยสะดุดตา มีความบกพร่องทางการได้ยินบางส่วน และไม่เคยตกหลุมรักใครมาก่อน ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเข้าสู่พิธีแต่งงาน พวกเขานั่งดื่มไวน์ส้มระหว่างชิมอาหารของบริษัทจัดเลี้ยงในงานวิวาห์ เมื่อเพื่อนสนิท ‘เรเชล’ (อลานา แห่งวง Haim) และ ‘ไมค์’ (มามูดู อาธี) ที่เริ่มเมา เสนอเกมขึ้นมา ทุกคนต้องสารภาพสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่เคยทำ เอ็มม่าเป็นคนสุดท้าย และสิ่งที่เธอพูดออกมาก็กลายเป็นประเด็นที่สั่นสะเทือนโลกอินเทอร์เน็ต หากคุณยังไม่รู้ว่า ‘เรื่องนั้น’ คืออะไรที่ทำให้ชาร์ลีถึงกับตั้งตัวไม่ทัน เราจะไม่สปอยล์ แต่บอกได้แค่ว่ามันไปแตะจุดเจ็บปวดแบบอเมริกันอย่างชัดเจน ในแบบที่ให้ความรู้สึกตื้นเขิน และตัดสินใจเล่าได้อย่างผิดพลาด โดยหนังเรื่องนี้พูดถึงความลังเลก่อนแต่งงาน และคำถามว่าเรารู้จักคนคนที่เราตัดสินใจจะให้เป็นคู่ชีวิตด้วยดีแค่ไหน หรืออยากจะรู้จักมากแค่ไหน นี่จึงไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ แต่มันคือประเด็นให้ถกเถียง Photograph: The Drama Photograph: The Drama ผู้กำกับชาวนอร์เวย์ ‘Kristoffer Borgli’ ชื่นชอบการทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่สบายใจ เช่นเดียวกับ ‘Ari Aster’ ผู้กำกับ ‘Midsommar’ ที่มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์บริหาร ผลงานก่อนหน้าของ ‘Borgli’ อย่าง ‘Dream Scenario’ (เรื่องที่ ‘นิโคลัส เคจ’ ไปปรากฏในความฝันของคนแปลกหน้า) ก็เคยหยิบปร
Mango Sticky Vibes คอนเสิร์ตรวมศิลปินไทยสายอินเตอร์ สำหรับสายคราฟต์และสายดนตรี

Mango Sticky Vibes คอนเสิร์ตรวมศิลปินไทยสายอินเตอร์ สำหรับสายคราฟต์และสายดนตรี

‘Mango Sticky Vibes’ คอนเสิร์ตสายอินเตอร์ที่รวมดนตรีและงานคราฟต์ไว้ในพื้นที่เดียว เตรียมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้คนเมืองที่หลงใหลในซาวด์ร่วมสมัยและไลฟ์สไตล์สร้างสรรค์ กับเฟสติวัลขนาดกะทัดรัดแต่เปี่ยมไปด้วยพลัง ณ 515 Victory งานนี้ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าคอนเสิร์ต แต่คือพื้นที่ของคอมมูนิตี้ ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านดนตรี งานศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัย ภายใต้บรรยากาศเป็นกันเอง เข้าถึงง่าย แต่ยังคงกลิ่นอายความอินเตอร์ไว้อย่างชัดเจน ไลน์อัปศิลปินนำโดย Jame Alyn และ PAMI พร้อมด้วยศิลปินจากค่าย Melodic Corner ในเครือ Muzik Move อย่าง PYC x Ployé ที่จะมาถ่ายทอดบทเพลงภาษาอังกฤษในซาวด์ระดับสากล ผสมผสานป๊อป อาร์แอนด์บี และอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างลงตัว สะท้อนภาพใหม่ของดนตรีไทยที่พร้อมก้าวสู่เวทีโลก และนอกจากดนตรีแล้ว ภายในงานยังเต็มไปด้วยโซนงานคราฟต์สุดชิค งานดีไซน์ และไอเท็มสร้างแรงบันดาลใจจากผู้สร้างสรรค์รุ่นใหม่ เพิ่มมิติของเฟสติวัลขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น Photograph: 515 Victory ‘Mango Sticky Vibes’ จึงไม่ใช่แค่งานดนตรี แต่คือการรวมตัวของคนที่มีแพสชันเดียวกัน ทั้งสายฟังเพลง สายอาร์ต และสายคราฟต์ ที่อยากค้นหาประสบการณ์ใหม่ในบรรยากาศที่แตกต่าง งานจะจัดขึ้นวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ 515 Victory บัตรราคา 699 บาท เปิดจำหน่ายวันที่ 4 เมษายน เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป (จองบัตร) เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาสร้างไวบ์ใหม่ไปด้วยกันในค่ำคืนเดียวที่ครบทั้งเสียงเพลงและแรงบันดาลใจ
ไปกันต่อกับกรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต ครั้งนี้ต้อนรับการกลับมาของ Daniel Caesar กับทัวร์อัลบั้มใหม่ มิถุนายนนี้

ไปกันต่อกับกรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต ครั้งนี้ต้อนรับการกลับมาของ Daniel Caesar กับทัวร์อัลบั้มใหม่ มิถุนายนนี้

หลังจากที่ Post Malone เพิ่งประกาศทัวร์ Big Ass World Tour ไปหมาดๆ ตอนนี้ก็มีอีกหนึ่งคอนเสิร์ตใหญ่ที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กันตามมาติดๆ Daniel Caesar ศิลปินแนวโซลและอาร์แอนด์บีวัย 30 ปี ผู้ได้รับฉายาเงียบๆ ว่า ‘ชายหนุ่มผู้มากับเสียงร้องจากสวรรค์’ กำลังจะนำคอนเสิร์ต Son of Spergy Tour มาบุกกรุงเทพฯ แลนดิ้งสู่ อิมแพ็ค อารีน่า ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ ใครที่ยังลังเลอยู่ บอกเลยว่าถึงเวลาตัดสินใจแล้ว View this post on Instagram A post shared by Daniel Caesar (@danielcaesar) Caesar เริ่มเป็นที่จับตามองครั้งแรกในปี 2014 จาก EP ในช่วงแรกๆ ของเขา แต่สิ่งที่ทำให้เขาโด่งดังเป็นพลุแตกจริงๆ คืออัลบั้มเปิดตัวอย่าง Freudian โดยมีซิงเกิลอย่าง 'Get You' และ 'Best Part' กลายเป็นเพลงโปรดในทันทีและทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ นับตั้งแต่นั้นมา เขาได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมากมายและค่อยๆ ตอกย้ำฐานะหนึ่งในเสียงร้องที่น่าดึงดูดที่สุดของวงการเพลงโซลร่วมสมัย อัลบั้มล่าสุดของเขาอย่าง Son of Spergy แสดงให้เห็นถึงการขยายขอบเขตทางดนตรีที่กว้างไกลขึ้น โดยการผสมผสานดนตรีโซล โฟล์ค และผิวสัมผัสทางดนตรีแบบทดลองเข้าด้วยกัน พร้อมกับขุดลึกเข้าไปในธีมเรื่องความศรัทธา อัตลักษณ์ และความวุ่นวายของการเป็นมนุษย์ ทั้งยังได้ ‘Faye Webster’ มาร่วมแจมในทัวร์ครั้งนี้ด้วย นั่นหมายความว่าเราจะได้ฟังทั้งเพลงใหม่ๆ ควบคู่ไปกับเพลงคลาสสิกที่นำมาเรียบเรียงใหม่ ซึ่งมีเสน่ห์ให้ทั้งแฟนคลับตัวยงและแฟนเพลงหน้าใหม่ได้ดื่มด่ำไปพร้อมกัน เตรียมพบกับเพลงใหม่ๆ อย่าง 'Who Knows', 'Have A Baby (With Me)' และ 'Emily's Song' รวมถึงเพลงโปรดของแฟนๆ จากอัลบั้ม Never Enough และผลงานก่อนหน้านี้ แน่นอนว่ารวมถึง 'Superpowers
Post Malone's Big Ass World Tour มันส์สนั่นกรุง เจอกันกันยายนนี้ !

Post Malone's Big Ass World Tour มันส์สนั่นกรุง เจอกันกันยายนนี้ !

เมษายนนี้คงไม่ได้มีแค่ศึกสาดน้ำ แต่ยังต้องลุ้นศึกกดบัตรคอนเสิร์ตของ Post Malone ให้ทันด้วยกับคอนเสิร์ต ‘Big Ass World Tour’ ครั้งนี้ปักหมุดกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน โดยได้ ‘Don Toliver’ มาร่วมแจมตลอดทัวร์ เตรียมระเบิดความมันที่ ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 22 กันยายน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองใหญ่ทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง เกาสง สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ มะนิลา โซล และโตเกียว View this post on Instagram A post shared by @postmalone หากคุณเคยได้มันส์ไปกับคอนเสิร์ตของเขาในปีพ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา คุณจะรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้มีแต่จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพลงฮิตระดับท็อปชาร์ตอย่าง ‘Circles’ ‘Sunflower’ ‘rockstar’ และ ‘Congratulations’ เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ ของคลังเพลงของเขา และแล้วเขาก็หวนกลับมาอีกครั้ง แฟนคลับสามารถพรีเซลได้ในวันที่ 6 เมษายน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 23.59 น. ผู้ถือบัตร Mastercard ก็มีสิทธิ์เข้าถึงพิเศษเช่นกัน โดยรอบพรีเซลจะเปิดตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน เวลา 12.00 น. ไปจนถึงวันที่ 9 เมษายน เวลา 12.00 น. สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในลิงก์นี้ ผู้ใช้งาน Trip.com ก็สามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าผ่านแอปได้ในช่วงเวลาเดียวกัน คือวันที่ 7 เมษายน เวลา 12.00 น. ถึงวันที่ 9 เมษายน เวลา 12.00 น. สมาชิก Live Nation Tero จะได้สิทธิ์ในวันที่ 9 เมษายน ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึง 23.59 น. โดยสามารถสมัครสมาชิกได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ ส่วนรอบขายทั่วไปจะเปิดในวันที่ 10 เมษายน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ผ่านทาง Thai Ticket Major ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ชงกาแฟให้เข้ม แล้วขอให้โชคดี คุณอาจต้องใช้มันจริงๆ  
‘น้องหมีเนย’ เปิดบ้านใหม่ จัดแฟนมีตสุดคิวท์รับซัมเมอร์นี้

‘น้องหมีเนย’ เปิดบ้านใหม่ จัดแฟนมีตสุดคิวท์รับซัมเมอร์นี้

ซัมเมอร์นี้เตรียมละลายไปกับความน่ารัก เพราะไอดอลสาว ‘น้องหมีเนย’ (Butterbear) พร้อมเปิดบ้านโฉมใหม่ต้อนรับเหล่ามัมหมีให้มาจอยกันในงาน ‘Butterbear’s Summer Sunshine Event’ กิจกรรมสุดพิเศษที่จะทำให้หน้าร้อนนี้สดใสกว่าที่เคย และลุ้นเป็น 30 ผู้โชคดี ที่จะได้ร่วม Meet & Greet แบบใกล้ชิดติดขอบเวที พร้อมรับของขวัญ ‘Summer Sunshine Gift’ สุดพิเศษกลับบ้านไปให้ชื่นใจ แต่ถ้าใครพลาดสิทธิ์ Lucky Draw ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะผู้ลงทะเบียน 300 ท่านแรกที่กดบัตรทัน จะได้รับเซ็ตการ์ด ‘โชคดีต้อนรับบ้านใหม่’ และสติ๊กเกอร์สุดลิมิเต็ดไปครองทันที Photograph: Butterbear.th ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เหล่ามัมหมีต้องสแตนด์บายที่หน้าจอ Eventpop ในวันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 20:00 น. โดยจำกัดเพียง 300 สิทธิ์เท่านั้น (1 คนต่อ 1 สิทธิ์) สำหรับใครที่กดไม่ทัน ทางผู้จัดยังเปิดโอกาสให้ไปยืนให้กำลังใจน้องเนยได้ที่บริเวณโซนด้านหลังที่กำหนดไว้ แม้จะไม่ได้ร่วมลุ้นรางวัลแต่ได้เห็นรอยยิ้มหวานๆ ของน้องเนยก็คุ้มค่าเหนื่อยแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปบุกบ้านใหม่น้องหมีเนยด้วยกันซัมเมอร์นี้!  ที่ Butterbear Café เอ็มสเฟียร์ ชั้น G  5 เมษายน เวลา 14:00 – 15:00 น. เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย (ลงทะเบียน)
เตรียมวอร์มคอไปเชียร์ กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพ Eurovision Asia ครั้งแรก พบกันพฤศจิกายนนี้

เตรียมวอร์มคอไปเชียร์ กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพ Eurovision Asia ครั้งแรก พบกันพฤศจิกายนนี้

หลังจากรอคอยกันมานาน ในที่สุดการประกวดร้องเพลงระดับตำนานอย่าง Eurovision ก็ตัดสินใจข้ามน้ำข้ามทะเลมาเปิดตัวเวอร์ชันเอเชียอย่างเป็นทางการ โดยมี กรุงเทพฯ ของเราได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ คอนเซปต์ของงานยังคงความขลังตามแบบต้นฉบับ ทุกบทเพลงต้องแต่งขึ้นใหม่ และที่สำคัญคือนักร้องต้องโชว์พลังเสียงสดๆ บนเวทีเท่านั้น ท่ามกลางโปรดักชันสุดล้ำทั้งไฟ พลุ และการเปลี่ยนชุดสุดเซอร์ไพรส์ที่แฟนๆ ทั่วโลกตั้งตารอ นำทีมโดยไทย (เจ้าภาพ), เกาหลีใต้, ภูฏาน และฟิลิปปินส์ ซึ่งคาดว่าจะมีประเทศอื่นๆ ประกาศรายชื่อตามมาสมทบในเร็วๆ นี้  Photograph: Eurovision คะแนนจะมาจากทั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดนตรีและคะแนนโหวตจากผู้ชมทางบ้าน ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่เคยสร้างซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง ‘ABBA’ และ ‘Celine Dion’ มาแล้ว โดยงานนี้เป็นการจับมือกันระหว่าง European Broadcasting Union (EBU), Voxovation จากลอสแอนเจลิส และ S2O Productions ของไทย เพื่อเนรมิตโชว์ให้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้เวอร์ชันยุโรปที่มีผู้ชมรวมกว่า 163 ล้านคนเมื่อปีที่ผ่านมา Photograph: Eurovision เตรียมตัวพบกับความบันเทิงที่ผสมผสานทั้งเพลงป๊อปติดหู เพลงบัลลาดเรียกน้ำตา และแฟชั่นสุดล้ำที่จะทำให้หน้าจอทีวีของคุณลุกเป็นไฟ ใครจะเป็นผู้ชนะคว้าถ้วยรางวัลประวัติศาสตร์ใบแรกไปครอง? ปักหมุดรอชมการถ่ายทอดสดได้เลย พฤศจิกายนนี้กรุงเทพฯ ลุกเป็นไฟแน่นอน
รับอรุณเดือนเมษายนกับ ‘ดวงจันทร์สีชมพู’ ต้อนรับเมษายน วันแรกของเดือน

รับอรุณเดือนเมษายนกับ ‘ดวงจันทร์สีชมพู’ ต้อนรับเมษายน วันแรกของเดือน

เริ่มต้นเช้าวันแรกของเดือนเมษายน (April Fool's Day) ด้วยปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ชื่ออาจทำให้หลายคนเข้าใจผิด แต่ความหมายนั้นลึกซึ้งและสวยงามกว่าที่ตาเห็น กับปรากฏการณ์ ‘ดวงจันทร์สีชมพู’ (Pink Moon) ซึ่งจะปรากฏเต็มดวงอวดความงดงามบนท้องฟ้าให้เราได้ชมกัน ‘ดวงจันทร์สีชมพู’ ไม่ได้หมายถึงดวงจันทร์จะเปลี่ยนสีเป็นสีชมพูแต่อย่างใด (เฉกเช่นที่เราทราบกันดีว่าบนดวงจันทร์ไม่มีกระต่ายอาศัยอยู่จริง) แต่เป็นการตั้งชื่อตามปฏิทินดวงจันทร์ของ ชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกัน ซึ่งมักจะตั้งชื่อดวงจันทร์เต็มดวงในแต่ละเดือนเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล สำหรับเดือนเมษายนนี้ เป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้ป่าชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ฟล็อกซ์’ เริ่มบานสะพรั่งจนเต็มทุ่งหญ้า เปลี่ยนผืนดินให้กลายเป็นสีชมพูสดใส ชนเผ่าพื้นเมืองจึงนำความงดงามของดอกไม้นี้มาตั้งชื่อดวงจันทร์เพื่อสื่อถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มตัว แม้ตัวดวงจันทร์จะยังคงมีสีขาวนวลตามปกติ แต่ความพิเศษของพระจันทร์ในค่ำคืนนี้คือความสว่างไสวและขนาดที่ดูเต็มตา ซึ่งเราสามารถรับชมได้ด้วยตาเปล่าจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ดวงจันทร์อาจปรากฏเป็นสีชมพูระเรื่อจางๆ ได้ หากในชั้นบรรยากาศมีฝุ่นละอองหรือมลพิษปะปนอยู่มากในขณะนั้น และนอกเหนือจากชื่อ Pink Moon แล้ว ในวัฒนธรรมอื่นๆ ยังมีชื่อเรียกที่ต่างออกไป เช่น Egg Moon (สื่อถึงการวางไข่ของสัตว์) หรือ Sprouting Grass Moon ซึ่งล้วนสะท้อนถึงการเริ่มต้นใหม่ของชีวิตในธรรมชาติ คืนวันที่ 1 เมษายนนี้ อย่าลืมหาเวลาหยุดพักจากความวุ่นวาย แล้วลองเงยหน้ามองฟ้าชื่นชมความสง่างามของพระจันทร์เต็มดวง เพื่อเป็นการเริ่มต้นเดือนเมษายนด้วยพลังบวกและความสดใสของธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน  
Ghibli Live at Palace คอนเสิร์ตของคนรักจักรวาล ‘สตูดิโอจิบลิ’

Ghibli Live at Palace คอนเสิร์ตของคนรักจักรวาล ‘สตูดิโอจิบลิ’

บทสรุปเดือนเมษายนถูกถ่ายทอดอย่างงดงามผ่านผลงานเหนือกาลเวลาจาก ‘สตูดิโอจิบลิ’ (Studio Ghibli) ที่ถูกนำมาเล่าอีกครั้งในรูปแบบการบรรเลงสดสุดตระการตา ท่ามกลางบรรยากาศสุดวิจิตรของ ‘พระราชวังพญาไท’ หนึ่งในสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ยังคงความสง่างามและเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ค่ำคืนแห่งเสียงดนตรีนี้จะพาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกแห่งจินตนาการ ผ่านเสียงร้องที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ผสานกับการบรรเลงดนตรีสดที่ปลุกความทรงจำด้วยความประณีต ทุกท่วงทำนองถูกออกแบบมาเพื่อปลุกชีวิตให้กับภาพจำจากแอนิเมชันระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็นความอบอุ่น ความฝัน หรือความคิดถึงที่ฝังแน่นอยู่ในใจของผู้ชม Photograph: Phya Thai Palace     และได้แขกรับเชิญสุดพิเศษอย่าง ‘มิวสิค BNK48’ หรือ ‘มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์’ ที่จะมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ เติมเต็มบรรยากาศให้ยิ่งเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกและความทรงจำอันอบอุ่น มากกว่าคอนเสิร์ตดนตรีประกอบภาพยนตร์ นี่คือการเดินทางย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาแสนงดงาม ที่ซึ่งเสียงดนตรีทำหน้าที่เชื่อมโยงหัวใจผู้ฟังเข้ากับโลกแห่งจินตนาการได้อย่างไร้ขอบเขต ท่ามกลางสถานที่ที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลังแห่งอดีต ที่ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท บัตรราคา 1,500 - 4,500 บาท (จองบัตร) วันที่ 28 - 30 เมษายน 
‘ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน’ นัดรวมพลังคนไทย เปลี่ยนลุคให้เป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์

‘ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน’ นัดรวมพลังคนไทย เปลี่ยนลุคให้เป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์

รัฐบาลเตรียมเปลี่ยนลานห้างให้กลายเป็นรันเวย์วัฒนธรรม กับกิจกรรม ‘ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน’ ไม่ใช่แค่ในโอกาสพิเศษแต่เปิดพื้นที่ให้ทุกคน ไม่ว่าจะสายคลาสสิกหรือสายแฟ ได้ตีความความเป็นไทยในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นชุดไทยเต็มยศ หรือสไตล์ร่วมสมัยอย่างสไบและยีนส์ที่ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมก็ได้ทั้งหมด เบื้องหลังอีเวนต์นี้ไม่ใช่แค่แฟชั่นโชว์ขนาดย่อม แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามจากภาครัฐในการสร้าง ‘พฤติกรรมใหม่’ ให้การใส่ผ้าไทยไม่ใช่เรื่องเฉพาะเทศกาลอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่วันทำงานไปจนถึงวันสบายๆ Photograph: sriritajensen แนวคิดนี้ยังสะท้อนภาพใหญ่ของการผลักดัน ‘soft power’ ไทย ที่มองว่าวัฒนธรรมไม่ใช่แค่ของสวยงาม แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารตัวตนของประเทศสู่สายตาโลก ยิ่งเมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มหยิบของเดิมมาปรับใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น วัฒนธรรมก็ยิ่งมีชีวิตและเดินทางต่อได้ ใครที่มีผ้าไทยตัวโปรดอยู่ในตู้ นี่อาจเป็นจังหวะดีที่จะเอามาใส่ออกนอกบ้านอีกครั้ง และถ้ายังไม่มี งานนี้ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเริ่มต้นหยิบ ‘ความเป็นไทย’ มาแต่งในแบบของตัวเองดูสักวัน ที่ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป