Just the girl who writes as her heart leads, letting stories spill out wherever life carries her. She moves through the world chasing dreams to the rhythm of jazz and the quiet pull of art, believing that life is not meant to be lived in straight lines. Someone who believes the world is a canvas she can splash with any color, while at the same time, the world splashes her with color too.

Lalitphat Bumrungkarn

Lalitphat Bumrungkarn

Staff writer, Time Out Thailand

Follow Lalitphat Bumrungkarn:

Articles (17)

ถ้านี่ไม่ใช่คุกกี้ที่มีจิตวิญญาณที่สุดในกรุงเทพฯ ในขณะนี้ แถมยังเป็นคุกกี้ที่หายากที่สุดด้วย!

ถ้านี่ไม่ใช่คุกกี้ที่มีจิตวิญญาณที่สุดในกรุงเทพฯ ในขณะนี้ แถมยังเป็นคุกกี้ที่หายากที่สุดด้วย!

คุกกี้ การ์ตูน และของสะสมเข้ามาปะทะในบ่ายวันหนึ่งที่ออฟฟิศ Time Out กล่อง Super Cookie Friends ปรากฏตัวขึ้น! เมื่อเปิดดูในถุง คล้ายกับกล่องจุ่มสุดฮิต  และสิ่งแรกที่เราเห็นคือด้านบนของกล่อง ‘ได้เวลาออกมาทำหน้าที่คุกกี้ที่ดีที่สุดกัน!’ Photograph: Super Cookie Friends เราหยิบกล่องออกมาแล้วไล่สายตาตามงานภาพสีสันน่ารักไปรอบๆ จากนั้นเจ้าก้อนกลมยิ้มแฉ่งโผล่มา และนี่คือ ‘Chunk’ แห่งเมือง Cookie Town นั่นเอง และถ้าคุณมองดีๆ จะเห็นว่าโปรดักต์และประโยคน่ารักๆ วางซ่อนอยู่ต่อหน้าต่อตา แล้วก็เห็นหน้าเจ้า Chunk อีกครั้ง บินทะลุอวกาศกลับมาพร้อมเพื่อนขนมปังขิงของเขา Photograph: Super Cookie Friends เปิดกล่องขึ้นมา คุณจะได้เจอกับเจ้า Chunk (หลายก้อน) ‘สวัสดีเพื่อนยาก ตอนนี้คุณคือเจ้าของกล่องคุกกี้สุดพิเศษ ที่ถูกทำขึ้นด้วยมือเพื่อคุณโดยเฉพาะ’ พร้อมทั้งภาพประกอบแนะนำวิธีการกินให้ได้อรรถรสที่สุด คุณจะสังเกตเห็นปีกข้างกล่อง เปิดออกแล้วฉากก็ขยายต่อเนื่องออกไป เป็นดีเทลสนุกๆ ที่ถูกค้นพบ มองเข้าไปในตัวจะเห็นคำว่า ‘พาฉันไปยัง Cookie Town’ และลิงก์ไปยังชุมชนสะสมแต้ม ความสนุกของ Super Cookie Friends ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว Photograph: Super Cookie Friends มาถึงตัวคุกกี้ พระเอกของเรา ถูกเรียงจากซ้ายไปขวาที่จัดวางอย่างตั้งใจ สิ่งที่ผู้สร้างเรียกว่า ‘กองทัพความอร่อย’ และผู้อยู่เบื้องหลังความสนุกนี้คือ David Fine ชาวลอนดอนโดยกำเนิด ผู้มีพลังสร้างสรรค์แบบฉุดไม่อยู่ ที่มักพาเขาเลี้ยวออกจากเส้นทางเดิมที่เคยคิดไว้ เขาเคยเป็นหลายอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะกราฟิกดีไซเนอร์, ผู้ช่วยช่างตัดเสื้อที่ได้รับ Royal Warrant to the Queen, ดีเจเฮาส์และเทคโน, ผู้ก่อตั้งค่ายเพลง, แฟชั่นบายเออร์, และนักวางกลยุทธ์แบรนด์, และตอนนี
Books after sex  5 หนังสือน่าอ่านหลังกิจกรรมเร่าร้อน

Books after sex 5 หนังสือน่าอ่านหลังกิจกรรมเร่าร้อน

หลังจากช่วงเวลาอันลุ่มลึกบนเตียงผ่านพ้นไป หลายคนเลือกปล่อยให้ร่างกายค่อยๆ กลับสู่ความสงบ บางคนหลับใหล บางคนทอดสายตามองเพดาน ปล่อยให้ความคิดไหลเอื่อยไปตามแรงเต้นของหัวใจ แต่สำหรับบางคน โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีอารมณ์ค้างคา หรือจินตนาการยังคงทำงาน การหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน อาจเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยยืดขยายความรู้สึกนั้นให้ลึกขึ้นและชัดเจนขึ้น เพราะการอ่านเองก็มีความเย้ายวนในแบบของมัน ตัวอักษรที่ค่อยๆ เปลื้องความหมายออกทีละชั้น คล้ายกับการสำรวจความสัมพันธ์ ความปรารถนา และความเปราะบางของมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา นี่ไม่ใช่บทความสุขศึกษา หรือคำแนะนำว่าควรหรือไม่ควรทำอะไรหลังมีเซ็กส์ หากแต่เป็นการคัดเลือกงานเขียนที่สำรวจความรัก ความปรารถนา และความสัมพันธ์ ผ่านภาษาอันงดงามและจริงใจ ตั้งแต่นิยายร่วมสมัย เรื่องเล่าจากญี่ปุ่นเคล้าเสียงดนตรีแจ๊ส ไปจนถึงเรื่องราวเข้มข้นจากนักเขียนไทย หนังสือที่อาจทำให้หัวใจคุณเต้นช้าลง หรืออาจทำให้ผีเสื้อบินในท้องคุณอีกครั้งหลังกิจกรรมเร่าร้อน ไปกับ 7 หนังสือน่าอ่านหลังมีเซ็กส์
10 ร้าน brunch ที่เหมาะสำหรับยามสายในวันอาทิตย์

10 ร้าน brunch ที่เหมาะสำหรับยามสายในวันอาทิตย์

เราว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่จริงจังกับบรันช์ไม่น้อย จากการคัดสรรร้านต่างๆ ทั่วทุกมุมเมือง จะเห็นได้ว่าร้านเหล่านี้เอาจริงเอาจังกับทั้งเมนูที่รังสรรค์ขึ้นอย่างตั้งใจ และบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แปลกใหม่ที่ชวนค้นหา อาคารพาณิชย์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ คาเฟ่ที่มีกลิ่นอายนิวยอร์ก จานอาหารที่ชวนให้หวนนึกถึงความทรงจำ หรือแม้แต่เสียงดนตรีบลูส์จากนิวออร์ลีนส์ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศของมื้อสายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยากให้วันอาทิตย์เป็นเพียงวันสบายๆ ที่เติมเต็มด้วยอาหารดีๆ เป็นวันที่ตั้งใจออกไปตามล่าร้านบรันช์ใหม่ๆ ทั่วกรุง หรือเป็นวันสำหรับครอบครัวที่อยากชวนใครสักคนออกไปใช้เวลาร่วมกัน และแต่งแต้มวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ และนี่คือ 10 ร้านบรันช์ทั่วกรุงเทพฯ ที่เราอยากชวนให้ทุกคนไปดื่มด่ำ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในร้าน ไปจนถึงคำสุดท้ายในจาน ที่อาจเปลี่ยนวันอาทิตย์ธรรมดาของคุณให้กลายเป็นวันพิเศษโดยไม่รู้ตัว
12 แบรนด์เครื่องประดับที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

12 แบรนด์เครื่องประดับที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

เสาหลักของเครื่องประดับไทยมีอยู่สามประการ ได้แก่ เงิน ทอง และอัญมณี เงินมักผูกพันกับชนเผ่าทางภาคเหนือ โดดเด่นด้วยงานฝีมือประณีตที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ขณะที่งานทองเคยเป็นศิลปะที่สงวนไว้สำหรับราชสำนัก ส่วนการใช้อัญมณีประดับกายสามารถสืบย้อนไปได้ถึงสมัยอยุธยา แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่งานฝีมือและประกายระยิบระยับยังคงสืบต่อ แบรนด์ร่วมสมัยจำนวนมากยังคงทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น สืบสานเทคนิคดั้งเดิม พร้อมสอดแทรกองค์ประกอบวัฒนธรรมไทย เช่น ลวดลายดอกไม้ ลงในงานออกแบบ เครื่องประดับไทยจึงยังคงหยั่งรากลึกในรายละเอียด ความหมาย และสายใยที่ผูกพันกับประเพณี ตั้งแต่ชิ้นเล็กละมุนไปจนถึง statement pieces ที่สะดุดตา กรุงเทพฯ คือขุมทรัพย์ของเครื่องประดับทำมือหลากสไตล์และหลายราคา จากกระแสออนไลน์ การได้รับการยอมรับระดับสากล ไปจนถึงการปรากฏในแฟชั่นเซ็ต ลุคประจำวัน และบนจอซีรีส์ เราคัดสรร 12 แบรนด์เครื่องประดับที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ มาให้คุณแล้ว
5 แบรนด์แว่นตาจากไทย ที่อยู่กับเราได้มากกว่าการมองเห็น

5 แบรนด์แว่นตาจากไทย ที่อยู่กับเราได้มากกว่าการมองเห็น

ภาพจำของ ‘คนใส่แว่น’ ที่เคยถูกตีกรอบว่าเป็นเด็กเนิร์ด หรือพวกตื่นรู้ คงไม่ใช่เรื่องจริงอีกต่อไปแล้ว ในวันที่แว่นตาถูกออกแบบอย่างตั้งใจ ผ่านการผสมผสานของหลายยุคหลายสมัย แว่นจึงกลายเป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นใจ และสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ได้ไม่แพ้เครื่องประดับชิ้นอื่นๆ  การเลือกแว่นในวันนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ ‘เหมาะกับรูปหน้า’ แต่ยังต้องไปด้วยกันกับลุค เสื้อผ้า ทรงผม และไลฟ์สไตล์ เพื่อให้เราออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกวัน หรือแม้แต่ในวันที่อยากเติมอะไรเล็กๆ ให้ลุคดูสมบูรณ์ขึ้น แว่นตาก็ทำหน้าที่เป็นเครื่องประดับที่ช่วยเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างพอดี และการตามหาแว่นที่ใช่ สำหรับทั้งวันธรรมดาและโอกาสพิเศษ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีแบรนด์แว่นจากฝีมือคนไทยมากมาย ที่เข้าใจว่าแว่นเป็นได้มากกว่าอุปกรณ์ช่วยมองเห็น เราจึงอยากพาทุกคนไปรู้จัก 5 แบรนด์แว่นไทย ที่มีทั้งความคลาสสิก ร่วมสมัย และดีไซน์เฉพาะตัว ซึ่งคัดมาแล้วว่าดีจริง
8 ของขวัญส่งตรงจากเมืองกรุง สำหรับแฟนสาวสายสไตล์

8 ของขวัญส่งตรงจากเมืองกรุง สำหรับแฟนสาวสายสไตล์

สำหรับใครที่มีแฟนสาวรักการแต่งตัว หรือจะแอบให้รางวัลตัวเองแบบเนียนๆ ก็ไม่ว่ากันไม่ว่าจะวันเกิด วันครบรอบ โอกาสพิเศษแบบไม่ต้องมีเหตุผล หรือของฝากที่ตั้งใจเลือก เราคัดมาแล้ว 8 ไอเท็มที่ทั้งใส่ได้ ใช้ได้ หรือแต่งบ้านก็ยังเก๋ รับรองว่าต้องหยิบมาใส่ทุกวันไม่ลืมไว้ท้ายลิ้นชักแน่นอน
5 แบรนด์ชุดเจ้าสาวดีไซเนอร์ไทย สำหรับเจ้าสาวที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในวันสำคัญ

5 แบรนด์ชุดเจ้าสาวดีไซเนอร์ไทย สำหรับเจ้าสาวที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในวันสำคัญ

มีเพียงไม่กี่วันในชีวิตที่เราได้เลือกเล่าเรื่องราวของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาที่สุดวันแต่งงานคือหนึ่งในนั้น มันคือวันที่ความทรงจำ ความตั้งใจ และตัวตน ถูกถักทอเข้าด้วยกัน ก่อนจะไปหยุดอยู่บนชุดเจ้าสาว ชุดที่ไม่ใช่เพียงเสื้อผ้า แต่เป็นภาษาหนึ่งในการสื่อสารว่าเราเป็นใคร และกำลังจะก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิตอย่างไร ในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ ชุดเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องเป็นสีขาว มันอาจเป็นชุดใดก็ได้ที่ผู้หญิงคนหนึ่งเลือกสวมใส่ และสามารถกลับมาใช้ซ้ำได้ในชีวิตจริงจนกระทั่งปี 1840 เมื่อสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียทรงเลือกสวมชุดลูกไม้สีขาวในพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าชายอัลเบิร์ต ภาพนั้นได้สร้างแรงกระเพื่อมทางวัฒนธรรม สีขาวจึงค่อยๆ ถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ สถานะ และความมั่งคั่ง สะท้อนถึงสถานะทางสังคม หลังสงครามโลก ครั้งที่2 เมื่อความมั่งคั่งขยายตัว ชุดแต่งงานสีขาวจึงไม่ใช่ภาพของชนชั้นสูงอีกต่อไป หากกลายเป็นธรรมเนียมกระแสหลัก และฝังรากอยู่ในจินตนาการของงานแต่งงานมาจนถึงปัจจุบัน Photograph: Mesh Museum แต่ในโลกของเจ้าสาวยุคใหม่ การเลือกชุดไม่ได้หมายถึงการเดินตามขนบเพียงอย่างเดียวบางคนเลือกสีอื่น บางคนเลือกซิลูเอตที่ต่างออกไป และบางคนเลือกดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่เพื่อแหกกฎ หากเพื่อยืนยันว่าเธอรู้จักตัวเองดีพอ และมั่นใจในความหมายของวันที่กำลังจะมาถึง และสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ คือเจ้าสาวไทยไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล เพื่อค้นหาชุดในฝัน เพราะวันนี้ ดีไซเนอร์ไทยและห้องเสื้อในกรุงเทพฯ มีทั้งฝีมือ แนวคิด และความเข้าใจในตัวผู้หญิงอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ความเรียบหรูแบบโมเดิร์น ไปจนถึงงานหัตถศิลป์ที่สืบทอดคุณค่าทางวัฒนธรรม นี่คือ 5 แบรนด์ชุดเจ้าสาวจากดีไซเนอร์ไทย ที่พิสูจน์ว่า ‘ความงามในวัน
กรุงเทพฯ กับทศวรรษนิวยอร์กในสายตา Jesper Haynes

กรุงเทพฯ กับทศวรรษนิวยอร์กในสายตา Jesper Haynes

นิวยอร์กคือเมืองที่ถูกบันทึกภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกตรอกซอยถูกเล่าเป็นตำนาน ทุกค่ำคืนถูกบดบังด้วยทัศนคติ แต่สิ่งที่ Jesper Haynes มอบให้กลับเงียบขึ้น และชวนกระอักกระอ่วนมากกว่า นั่นคือบันทึกของการ ‘อยู่ตรงนั้นจริงๆ’ โดยไม่คิดล่วงหน้าว่ามันจะกลายเป็นอะไรในภายหลังNew York Darkroom นิทรรศการล่าสุดของเขาในกรุงเทพฯ พาเราย้อนกลับไปยังดาวน์ทาวน์ในนิวยอร์กช่วงปลายยุค 80s และ 90s แบบไร้ฟิลเตอร์ หรือไร้การยกย่องฮีโร่ เผชิญหน้าอย่างใกล้ชิด ถนนแคบจนรู้สึกได้ และไม่มีใครแสดงเพื่อกล้อง Photograph: Jesper Haynes เมื่อได้พูดคุยกับ Haynes สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ งานชุดนี้ไม่ใช่เรื่องของมรดกหรือชื่อเสียง แต่มันคือเรื่องของความใส่ใจ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณปรากฏตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ออกเดินทางไปทุกคืน กดชัตเตอร์เพียงแค่หนึ่งเฟรมแทนที่จะเป็นสิบ และเชื่อในสิ่งที่เหลืออยู่จะอธิบายตัวมันเองในภายหลังภาพถ่ายของเขาที่มีทั้ง Andy Warhol, Willem Dafoe และ John Lurie ปรากฏอยู่ร่วมกับเพื่อน คนรัก และคนแปลกหน้า ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนวัตถุทางวัฒนธรรม แต่คล้ายหลักฐานส่วนตัวมากกว่า หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้นจริง และเขาเคยอยู่ตรงนั้นจริงๆ นี่ไม่ใช่ความโหยหาอดีต แต่มันคือความทรงจำที่มีศอก มีเหลี่ยม และไม่หลบหน้าใคร ก่อนที่นิวยอร์กจะกลายเป็นเรื่องเล่า เมื่อถาม Haynes ว่านิวยอร์กในช่วงเวลาที่เขาถ่ายภาพนั้น รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ท่ามกลางประวัติศาสตร์ไหม เขาตอบแทบจะทันทีว่า ‘มันคือปัจจุบันล้วนๆ’ ไม่มีความรู้สึกว่ากำลังเห็นตำนานในอนาคต ไม่มีการรับรู้ว่าตัวเองอยู่ในจุดอ้างอิงของยุคสมัย มีแค่ ‘ตอนนี้’ สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะภาพใน New York Darkroom ไม่ได้ประกาศตัวว่าเป็นจดหมายเหตุ เขาหมกมุ่นกับช่วงเวลาตรงหน้
7 บาร์และร้านอาหารไฟสลัวที่เซ็กซี่ที่สุดในกรุงเทพฯ

7 บาร์และร้านอาหารไฟสลัวที่เซ็กซี่ที่สุดในกรุงเทพฯ

ในค่ำคืนหนึ่ง บางทีมันอาจเป็นคืนเดตที่คุณเริ่มกรึ่มนิดๆ เอนตัวเข้าไปใกล้ หัวเราะให้กับเรื่องไร้สาระ หรือบางทีคุณมาคนเดียว นั่งหลบมุมเงียบๆ ที่บาร์ ท่ามกลางกรุงเทพฯ ที่สาดนีออนใส่คุณ 24 ชั่วโมง และบางครั้ง เราก็แค่ต้องการไฟสลัวในค่ำคืน เพื่อค่อยๆ ปลอบประโลม โอบกอด และถอดตัวตนออกไป เปลือยไว้แค่ความคิดและบทสนทนาที่จริงใจ สถานที่เหล่านี้ปล่อยให้ความมืดทำหน้าที่แทนทุกอย่าง แน่นอนว่าบางครั้ง คุณอาจต้องหรี่ตา เปิดแฟลชเพื่ออ่านเมนู แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ คุณจะรู้สึกว่าตัวเองดูน่าค้นหาแบบประหลาด และอาจจะเผลอสั่งอีกแก้วแบบไม่รู้ตัว กับ 7 บาร์ที่เซ็กซี่ที่สุดในกรุงเทพฯ
Long Distance Love 6 หนังรักสำหรับคู่รักต่างแดน

Long Distance Love 6 หนังรักสำหรับคู่รักต่างแดน

ในโลกยุคใหม่ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ การเดินทางง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และความกลัวในการใช้ชีวิตคนเดียวค่อยๆ ลดน้อยลง ผู้คนมากมายจึงออกไปท่องโลกกว้างไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ และในระหว่างทาง เราได้พบสังคมใหม่ๆ เปิดบทสนทนากับคนแปลกหน้า บางความสัมพันธ์ผ่านเข้ามาเพียงชั่วคราว บางความสัมพันธ์กลับลึกซึ้งเกินกว่าจะปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ Long Distance Relationship มักเกิดจากความรักของคนหนึ่งหรือสองคน ที่รักการออกเดินทาง หรือจำเป็นต้องทำหน้าที่ในพื่นที่แตกต่างกัน ความสัมพันธ์จึงเกิดระยะห่างเชิงกายภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าหัวใจจะห่างตามไปด้วย และในความไกลนั้น ยังมีความงามซ่อนอยู่มากมาย การได้มีพื้นที่ทบทวนตัวเอง การที่ความคิดถึงมีน้ำหนักมากขึ้นในทุกวัน และการตระหนักว่า ทุกวินาทีที่ได้อยู่ตรงหน้าคือเวลาที่ควรถูกใช้ให้คุ้มค่าที่สุด แต่เมื่อความคิดถึงเข้ามาในวันที่ทำอะไรไม่ได้ หรือเราไม่สามารถไปอยู่ตรงนั้นให้พาร์ทเนอร์ได้ ก็เป็นอะไรที่ปวดหัวใจ ในชนิดที่ยากจะอธิบายเช่นกัน  จึงอยากแนะนำภาพยนต์ที่เราเลือกมา ได้ทำหน้าที่ปลอบประโลม และเป็นเพื่อนค่อยโอบอุ้มว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียว ซึ่งแต่ละเรื่องทำงานกับความรู้สึกของเราไม่มากก็น้อย และความรักก็ไม่ได้สมหวังเสมอไป หากแต่ต้องตระหนักไว้ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มันจริง และมันขับเคลื่อนชีวิตเราเสมอมา
อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดกุมภาพันธ์นี้

อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดกุมภาพันธ์นี้

เขาว่ากันว่าเดือนกุมภาพันธ์คือเดือนแห่งการสารภาพรัก และก็คงไม่เกินจริงนัก เมื่อทั้งเมืองพร้อมใจกันแต่งแต้มบรรยากาศโรแมนติก ตั้งแต่อีเวนต์ คอนเสิร์ต ไปจนถึงกิจกรรมสารพัดที่ชวนให้ก้าวเท้าออกจากบ้าน จูงมือคนข้างๆ ไปเสพศิลป์ กิน ดื่ม ฟิน และปล่อยใจให้ไหลไปกับสุนทรียแลนด์ทั่วกรุงเทพมหานคร แต่เดือนแห่งความรักไม่ได้มีไว้สำหรับคนสองคนเท่านั้น เพราะความรักมีได้หลายรูปแบบ รักตัวเอง รักคนรอบข้าง รักธรรมชาติ หรือแม้แต่เจ้าสี่ขา ทุกความสัมพันธ์ล้วนทำให้คำว่า ‘ชีวิต’ มีความหมายขึ้นมาอีกนิด ก้าวเข้าสู่เดือนที่สองของปี กรุงเทพฯ ก็ยิ่งคึกคัก กิจกรรมมากมายผุดขึ้นมาเพื่อเติมไฟให้ชีวิตประจำวัน ทั้งนิทรรศการฮีลใจ มหกรรมสุดยิ่งใหญ่ ไปจนถึงคอนเสิร์ตแทบทุกซอกซอย สมกับฉายา ‘กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต’ ที่ไม่เคยปล่อยให้ปฏิทินว่างเปล่า และไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่บรรยากาศหวานขึ้นนั้นเป็นเพราะเดือนแห่งความรัก หรือเพราะความรักนี่แหละ ที่ทำให้กิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นเดือนลากยาวไปจนถึงปลายเดือน เตรียมตัวให้พร้อมกับความสนุก ชิล และโรแมนติก เพราะ Time Out รวบรวมอีเวนต์ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดมาให้แล้ว ตั้งแต่นิทรรศการเยียวยาใจ คอนเสิร์ตใหม่ของศิลปินที่คุณรัก ไปจนถึงมหากาพย์ Expo ใหญ่แห่งปี ปักหมุดลงปฏิทิน แล้วออกจากห้องไปใช้ชีวิตกันให้สุด
ร้านอาหารไทยดาวมิชลินหนึ่งเดียวในลอนดอนที่ ‘ไม่เสิร์ฟข้าว’ และนี่คือเรื่องราวของเขา

ร้านอาหารไทยดาวมิชลินหนึ่งเดียวในลอนดอนที่ ‘ไม่เสิร์ฟข้าว’ และนี่คือเรื่องราวของเขา

จอห์น จันทระศักดิ์ เชฟลูกครึ่งไทย-อังกฤษ นั่งอยู่ที่ด้านหลังของหอประชุมในเมืองกลาสโกว์ ในงานประกาศรางวัลมิชลินไกด์ปี 2025 ‘ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด ผมมองไปรอบๆ และเห็นเชฟระดับดาวมิชลินทุกคนในสหราชอาณาจักรอยู่ที่นี่’ มีการเกริ่นนำอยู่นานถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเรียกชื่อ เมื่อ 10 วันที่แล้ว เขาได้รับอีเมลฉบับหนึ่ง มันเรียบง่าย ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก แต่นั่นคือสไตล์ของมิชลินอย่างชัดเจน มันคือบัตรเชิญไปร่วมงานพิธีพร้อมผู้ติดตามอีกหนึ่งคน เขาจึงโทรหา ‘Desiree’ ภรรยาของเขาทันที ‘เราต้องจองตั๋วไปกลาสโกว์แล้วล่ะ บ้าจริง หรือว่าเราจะได้ดาว’ Photograph: AngloThai ปัจจุบัน AngloThai เป็นร้านอาหารไทยเพียงแห่งเดียวในลอนดอนที่ได้รับดาวมิชลิน ‘พอกล่าวชื่อร้านออกมา มันเป็นช่วงเวลาที่เหมือนฝันมาก’ เขากล่าว ‘ตอนที่ผมเริ่มทำอาหารใหม่ๆ ฝันของผมคือการเปิดร้านอาหาร ซึ่งเราทำได้แล้ว ส่วนการได้ดาวมิชลินมันรู้สึกเหมือนสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมที่เราควรจะไล่ตามไปตลอด แต่มันกลับกลายเป็นเหมือนเชอร์รี่บนยอดเค้กจริงๆ’ การประมวลผลความรู้สึกนี้ใช้เวลานานกว่าที่คิด หลังจากจบงาน จอห์นรู้สึกหลงทางอยู่พักหนึ่ง ‘เราทุ่มเทเวลาและความพยายามมหาศาลเพื่อเปิดร้าน แล้วพอเราได้ดาว ผมก็แบบว่า อ้าว แล้วไงต่อล่ะ? ผมทำทุกอย่างสำเร็จแล้วและผมก็รู้สึกสับสน’ ความรู้สึกนั้นอยู่เพียงสองสามวันก่อนที่ความชัดเจนจะกลับมา นั่นคือการพัฒนาให้ดีขึ้นต่อไป ทำให้ร้านดีขึ้นในทุกๆ วัน และวันหนึ่งอาจจะผลักดันไปสู่ดาวดวงที่สอง ‘ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีนะที่เรามีเป้าหมายในใจเสมอ’ แต่ก่อนจะมาถึงจุดนี้ เขาเคยเป็นเพียงชายหนุ่มที่เล่นดนตรีในหมู่บ้านที่เวลส์ เรียนจบปริญญาด้านเศรษฐศาสตร์ ทำงานในย่านการเงิน อยู่ 2 ปีด้วยความรู้สึกที่ไม่ใช่ตัวเอง จ

Listings and reviews (3)

News (26)

ได้เวลาต้นตำรับปล่อยของ! Julian Marley เตรียมขึ้นแสดงในกรุงเทพฯ เดือนพฤษภาคมนี้

ได้เวลาต้นตำรับปล่อยของ! Julian Marley เตรียมขึ้นแสดงในกรุงเทพฯ เดือนพฤษภาคมนี้

ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของวงการ เมื่อ ‘Julian Marley’ ลูกชายของ ‘Bob Marley’ จับมือกับ The Uprising เตรียมสร้างค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์บนเวที เขาและ ‘Alexx Antaeus’ ที่เพิ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy สาขา Best Remixed Recording จากเวอร์ชันรีมิกซ์สไตล์ amapiano ของเพลง ‘Jah Sees Them’ และเมื่อพูดถึงการทดลองกับแนวดนตรีใหม่ๆ Julian ก็ทำให้มันฟังดูเป็นเรื่องธรรมชาติ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางดนตรีของเขาเอง ขณะที่อิทธิพลจากพ่อของเขายังคงอยู่ในทุกก้าวเสมอ  ค่ำคืนสุดพิเศษนี้ไม่ได้มีเพียง Julian Marley เท่านั้น แต่ยังรวมศิลปินเร็กเก้ระดับตำนานของไทยด้วย ไม่ว่าจะเป็น ‘JOB2DO’ ที่จะกลับมาพร้อมเพลงฮิตที่ทุกคนคุ้นเคย พร้อมกลิ่นอายสบายๆ ในแบบฉบับของพวกเขา รวมถึง ‘Malaiman Downtown’ กับเอกลักษณ์เฉพาะตัว และ ‘INJA’ ที่พร้อมปลุกพลังเวทีให้ลุกเป็นไฟ มรดกเร็กเก้จากจาไมก้าจะมาบรรจบกับศิลปินเร็กเก้ของไทยบนเวทีเดียวกัน หากคุณกำลังวางแผนจะไป นี่คือสิ่งที่ควรรู้ก่อนถึงวันแสดง Julian Marley จะแสดงในกรุงเทพฯ เมื่อไหร่? Julian Marley เตรียมขึ้นแสดงสดในคืนวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม Julian Marley จะแสดงที่ไหน? Julian Marley จะขึ้นเวทีที่ UOB LIVE ชั้นบนของ Emsphere โดยสถานที่แห่งนี้รองรับผู้ชมได้สูงสุด 6,000 คน และถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งคอนเสิร์ต อีสปอร์ต งานประชุม และนิทรรศการ สิ่งที่คุณจะได้จากโชว์ครั้งนี้? นี่ไม่ใช่แค่การมาเยือนของ Julian Marley แต่ยังเป็นการรวมตัวของศิลปินระดับแถวหน้าของวงการเร็กเก้ไทย ‘JOB2DO’ จะนำเพลงฮิตกลับมาอีกครั้งด้วยบรรยากาศชิลๆ แบบซิกเนเจอร์ของพวกเขา ขณะที่ ‘Malaiman Downtown’ จะเติมสีสันด้วยสไตล์เฉพาะตัว และ ‘INJA’ จะมาพร้อมพลังการแสดงที่เต็มไปด้วยความดุดันแ
ชาวกรุงเทพฯมีเรื่องรักให้ยุ่ง มากกว่าใครในเอเชีย!

ชาวกรุงเทพฯมีเรื่องรักให้ยุ่ง มากกว่าใครในเอเชีย!

จากผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 2,600 คนทั่วภูมิภาค กรุงเทพฯ ติดท็อป 3 ถึง 4 ใน 5 ตัวชี้วัดด้านความโรแมนติก ตั้งแต่ความถี่ในการมีเซ็กซ์ การออกเดต การจีบ ไปจนถึงจำนวนคืนที่พัฒนาความสัมพันธ์ พูดง่ายๆ คือเมืองนี้ไม่ได้แค่มีคนออกไปข้างนอก แต่มีอะไรเกิดขึ้นจริง และกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะ ‘คน’ อย่างเดียว แม้ว่าสถิติจะบอกว่าพวกเขามีเสน่ห์และเปิดรับโอกาส แต่ ‘เมือง’ เองก็มีส่วนสำคัญ ตั้งแต่บาร์ที่เซ็กซี่ที่สุดออกแบบมาให้บทสนทนาไหลลื่น หรือร้านอาหารที่เหมาะกับเดตแรก ไปจนถึงจังหวะชีวิตที่เปิดพื้นที่ให้การพบกันเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ นี่คือเมืองที่ไม่ได้บังคับให้ความสัมพันธ์ต้องเกิดขึ้น แต่ทำให้มันเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่าตัวเลขเหล่านี้สะท้อน ‘ปริมาณ’ ไม่ใช่ ‘เคมี’ เพราะแต่ละเมืองมีภาษาของแรงดึงดูดเป็นของตัวเอง บางเมืองเคลื่อนไหวเร็ว บางเมืองใช้เวลา แต่กรุงเทพฯ ชัดเจนว่าอยู่ในจังหวะที่แอกทีฟกว่าใครส่วนใหญ่   กรุงเทพฯ อยู่อันดับไหนบ้าง อันดับ 2: สำหรับความถี่ในการมีเซ็กซ์ กรุงเทพฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 9.1 ครั้งต่อเดือน เป็นรองมาเก๊าเพียง 9.2 และมากกว่าเมืองอื่นทั้งหมดในเอเชีย อันดับ 2: สำหรับจำนวนคืนที่นำไปสู่ความสัมพันธ์โรแมนติก เฉลี่ยอยู่ที่ 7.4 คืนต่อเดือน เป็นรองเพียงมาเก๊า แต่ยังนำหน้าเมืองใหญ่อย่างกัวลาลัมเปอร์และปักกิ่ง อันดับ 3: สำหรับการออกเดต กรุงเทพฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 6.9 ครั้งต่อเดือน ติดท็อป 3 ของภูมิภาค อันดับ 3: สำหรับการจีบ กรุงเทพฯ อยู่ในอันดับต้นๆ ของเอเชียในเรื่องการจีบ ไม่ใช่แค่พบกัน แต่มีการส่งสัญญาณบางอย่างต่อกันอย่างลึกซึ้ง อันดับ 6: สำหรับแนวโน้มการพบคนที่น่าดึงดูด แม้อาจจะไม่ใช่อันดับ 1 แต่เมื่อดูจากอันดับอื่นๆ กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ชัดเจนว่า ‘ไม่ปล่อยโอกาสผ่านไปเฉ
งานรวมตัวบีเกิลที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เตรียมยึดสวนรถไฟในเดือนมีนาคมนี้!

งานรวมตัวบีเกิลที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เตรียมยึดสวนรถไฟในเดือนมีนาคมนี้!

หากคุณมีบีเกิลอยู่ที่บ้าน วันที่ 1 มีนาคม คือวันที่เหมาะที่สุดที่จะปล่อยให้พวกเขาได้วิ่งเล่นกับเพื่อนหูใหญ่สีน้ำตาลตัวอื่นๆ ‘BKK Dog Society’ คือคอมมูนิตี้ผู้อยู่เบื้องหลังงานพบปะสุนัขยอดนิยมมากมายในกรุงเทพฯ เตรียมจัดงาน The Beagles ที่ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) โดยงานจะจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึง 18.30 น. Photograph: bkkdogsociety ภายในงานมีการจัดวางเครื่องเล่นจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วสวน เพื่อให้สุนัขของคุณได้วิ่ง กระโดด และทำความรู้จักเพื่อนใหม่ เพราะบีเกิลเป็นสุนัขที่มีพลังงานสูงมาก จึงต้องการพื้นที่กว้างเพื่อปลดปล่อยพลังเหล่านั้น และขณะที่สุนัขของคุณกำลังสนุกสนาน ก็ยังมีโซนพักผ่อนให้เจ้าของได้นั่งชิล พูดคุยกับเพื่อนๆ เจ้าของบีเกิลคนอื่นๆ พร้อมฟังดนตรีที่เปิดคลอไปตลอดช่วงบ่าย Photograph: bkkdogsociety นอกจากนี้ ยังมีมุมถ่ายภาพกระจายอยู่ทั่วบริเวณ สำหรับเก็บภาพโมเมนต์น่ารักๆ หรือท่าทางสุดป่วนของบีเกิลของคุณ ทางทีมงาน ‘BKK Dog Society’ ยังเตรียมของขวัญและเซอร์ไพรส์ไว้สำหรับผู้ที่มาร่วมงาน จะเป็นอะไรนั้นต้องรอเจอกันวันงาน แม้งานจะชื่อว่า The Beagles แต่สุนัขสายพันธุ์อื่นก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน ไม่ว่าจะน้องขาสั้นหน้าไหม้อย่างปั๊ก หรือหมาแดงใหญ่ไซส์เอ็กซ์ตร้าอย่างโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ก็ต้อนรับ หรือแม้แต่คนที่ไม่มีสุนัข แต่อยากมาสัมผัสความน่ารัก ก็สามารถมาร่วมงานได้เช่นกัน  ที่ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) วันที่ 1 มีนาคม เวลา 16.00 - 18.30 น. (ลงทะเบียน) เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ได้เวลาเสนอไอเดีย สร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นพื้นที่ในฝันไปด้วยกัน

ได้เวลาเสนอไอเดีย สร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นพื้นที่ในฝันไปด้วยกัน

จากผลงานที่ผ่านมา เราได้เห็นความตั้งใจของ กรุงเทพมหานคร ในการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Dog Park ที่สวนลุมฯ สวนแห่งใหม่ย่านสาทร หรือโครงการทางเชื่อมพื้นที่สีเขียวระหว่างสวนเบญจกิติกับสวนลุมพินี ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้น เมืองที่ผู้คนอยากออกจากห้องมาสัมผัสพื้นที่สีเขียว ใช้เวลาร่วมกัน และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว และจะดียิ่งขึ้นไปอีก หากสวนเหล่านี้ถูกออกแบบจากความต้องการของผู้ใช้งานจริงอย่างพวกเรา ถึงเวลาเปลี่ยน ‘สวนในฝัน’ ให้กลายเป็นความจริงแล้ว กรุงเทพมหานครขอเชิญชวนประชาชนร่วมแชร์ไอเดียออกแบบสวน และเข้าร่วมวงสนทนาในสวนสาธารณะ 5 แห่งทั่วกรุง ซึ่งขณะนี้ได้จัดกิจกรรมไปแล้ว 2 ครั้ง เพื่อร่วมกันออกแบบ ‘สวน กทม.’ ให้เป็นพื้นที่สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์ โซน pet-friendly สำหรับสัตว์เลี้ยง ลานกิจกรรม มุมพักผ่อน หรือสนามเด็กเล่น ทุกไอเดียสามารถถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยและพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงได้ Photograph: Lalitphat Bumrungkarn ข้อเสนอและความคิดเห็นจากประชาชนจะถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและปรับปรุงสวนสาธารณะทั่วกรุงเทพฯ ให้เป็นมากกว่าพื้นที่สีเขียว แต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการของผู้คนอย่างแท้จริง โดยสามารถเสนอไอเดียผ่านเว็บไซต์ หรือเข้าร่วมวงสนทนาในสวนต่างๆ ตามกำหนดการดังนี้ (ลงทะเบียน)   สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร บริเวณลานแอโรบิค  วันที่ 21 กุมภาพันธ์ เวลา 08.00 - 10.00 น.    สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย บริเวณลานต้นจามจุรี  วันที่ 22 กุมภาพันธ์ เวลา 08.00 - 10.00 น.    สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ เขตบางกอกน้อย (สวนบางขุนนนท์) วันที่ 1 มีน
Mango Art Festival กลับมาอีกครั้ง! ที่ River City Bangkok เจอกันมีนาคมนี้

Mango Art Festival กลับมาอีกครั้ง! ที่ River City Bangkok เจอกันมีนาคมนี้

นี่ไม่ใช่แค่อีกหนึ่งเทศกาลศิลปะที่เข้ามาเติมเต็มปฏิทินวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ในปีที่ 6 ของการจัดงาน Mango Art Festival ได้กลับมาในฐานะพื้นที่แห่งความคิด ผู้คน และตัวเมือง ได้ทำหน้าที่สื่อสารกันอย่างแท้จริง เปลี่ยนแรงบันดาลใจจากชีวิตประจำวันให้กลายเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การจดจำ Photograph: Mango Art Fest ภายใต้ธีม ‘ICON’ จัดขึ้นที่ ‘River City Bangkok’ ระหว่างวันที่ 4 - 8 มีนาคม โดยมีข้อพิสูจน์ว่าวัตถุธรรมดาและความคิดที่ผ่านเข้ามาชั่วขณะ สามารถกลายเป็นตำนานทางวัฒนธรรมได้ เมื่ออยู่ในมือของนักสร้างสรรค์ ตลอดพื้นที่ 2 ชั้นของงาน คุณจะได้พบกับศิลปะร่วมสมัยที่อยู่เคียงข้างงานออกแบบ แฟชั่น และการแสดงสด ที่พร้อมท้าทายกรอบเดิมๆ ที่ว่าเทศกาลศิลปะควรเป็นอย่างไร และที่สำคัญคือ เข้าชมฟรี Photograph: Mango Art Fest ไฮไลต์ของแต่ละโซนภายในงาน Gallery Zone รวมแกลเลอรีชั้นนำ เช่น YOD TOKYO & Editions จากญี่ปุ่น, gallery. sort of. จากฟิลิปปินส์ และ A4 ART GALLERY จากมาเลเซีย Independent Artist Zone พื้นที่จัดแสดงผลงานจากศิลปินชื่อดังอย่าง JOAN CORNELLA, Janfive Studio, Bonyuki, BGC Glass Studio, เอมอร สุรกิจโกศล และ นวัต คิวบิก (Nawat Cubic) รวมทั้งศิลปินอีกมากมาย Newcomer Zone แนะนำศิลปินหน้าใหม่กว่า 95 คน ที่พร้อมสร้างชื่อและอาจกลายเป็นดาวรุ่งคนต่อไปในวงการ Craft Zone นำเสนองานคราฟต์แบบดั้งเดิมนำมาตีความใหม่ด้วยมุมมองร่วมสมัยและแนวคิดด้านความยั่งยืน Special Exhibition Zone จัดแสดงนิทรรศการพิเศษ รวมถึงผลงาน ‘Little Man’ โดย TOR และคอลเลกชันที่คัดสรรโดย ‘นิ่ม นิยมศิลป์’ Main Stage เวทีสำหรับการแสดงสดและเสวนาจากบุคคลสำคัญในหลากหลายวงการศิลปะ เต็มอิ่มไปกับ 5 วันแห่งการสำรวจ สำหร
เซ็กซ์ ผี และ ‘The Matrix’ ฉลอง 130 ปีของ ‘Regent Street Cinema’

เซ็กซ์ ผี และ ‘The Matrix’ ฉลอง 130 ปีของ ‘Regent Street Cinema’

ด้วยจำนวนโรงภาพยนตร์มากกว่า 100 แห่ง ลอนดอน จึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์สำหรับคนรักภาพยนตร์ เพียงแง้มม่านของโรงภาพยนตร์อันเป็นที่รักบางแห่ง คุณจะได้พบกับประวัติศาสตร์อันน่าหลงใหลมากมาย และ ‘Regent Street Cinema’ ก็เป็นหนึ่งในสถานที่เหล่านั้น ในเดือนนี้ โรงภาพยนตร์แห่งนี้กำลังเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี นับตั้งแต่กลายเป็นสถานที่กำเนิดของภาพยนตร์อังกฤษ ด้วยการฉายการแสดง Cinématographe ที่ปฏิวัติวงการของพี่น้องลูมิแอร์ ในปี 1896 ที่พลิกโฉมโลกแห่งความบันเทิงไปตลอดกาล ตลอดหลายทศวรรษนับจากนั้นมา สถาบันแห่งนี้เคยจัดฉายทั้งสารคดีธรรมชาติที่ชวนถกเถียง ภาพยนตร์เรท R การแสดงละครเปลือย และแม้กระทั่งต้อนรับสมาชิกของราชวงศ์และดาวร็อกแอนด์โรล ขณะที่โรงภาพยนตร์จอเดียวอันเปล่งประกายราวกับทองคำแห่งนี้ กำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบด้วยกิจกรรมยาว 10 วัน ในเดือนนี้ Time Out ได้พาไปสำรวจคลังเอกสารของ University of Westminster เพื่อเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังหนึ่งในโรงภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองหลวงอังกฤษ  เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วเตรียมตัวออกเดินทางข้ามกาลเวลาไปด้วยกัน Photograph: University of Westminster การระเบิดและการทดลอง (1838 - 1862) ในปี 1838 The Polytechnic Institution ที่ 309 Regent Street เปิดให้สาธารณชนเข้าชม และท่ามกลางการเปิดสตูดิโอถ่ายภาพแห่งแรกของยุโรปบนดาดฟ้าในปี 1841 และการเพิ่มโรงละครที่สำคัญในปี 1848 ศูนย์การศึกษาแห่งนี้ก็พัฒนาชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในฐานะศูนย์กลางของนวัตกรรมเทคโนโลยีในยุควิกตอเรีย ‘มันเหมือนกับการผสมระหว่าง Science Museum ในปัจจุบัน กับการบรรยายและห้องทดลอง’ Elaine Penn ผู้ดูแลคลังเอกสารของ University of Westminster กล่าว ‘มีการทดลองเกี่ยวกั
Long live cinema! เมื่อหนังของเจ้ย อภิชาติพงศ์ ได้รับการสนับสนุนจาก Prada ซีนหนังไทยอาจมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด

Long live cinema! เมื่อหนังของเจ้ย อภิชาติพงศ์ ได้รับการสนับสนุนจาก Prada ซีนหนังไทยอาจมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด

จากการประกาศรายชื่อโครงการ ‘Fondazione Prada Film Fund’ โดย ‘Prada’ กองทุนที่มุ่งสนับสนุนภาพยนตร์อิสระจากทั่วโลก ได้มีภาพยนตร์ไทยเรื่อง Jenjira’s Magnificent Dream ผลงานกำกับโดย ‘เจ้ย - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล’ ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 14 จากผลงานที่ส่งเข้าร่วมพิจารณากว่า 1,200 เรื่องทั่วโลก โปรเจกต์ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อใช้ในการผลิตภาพยนตร์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย ที่ไม่ได้เพียงได้รับการยอมรับ แต่กำลังยืนหยัดด้วยภาษาของตัวเองบนเวทีระดับสากลอย่างมั่นคง   Photograph: Boonmee Who Can recall His Past Lives   ชื่อของ ‘เจ้ย - อภิชาติพงศ์’ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเวทีโลก เขาเป็นผู้กำกับไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d’Or) จาก เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ จากภาพยนตร์เรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ (2010) รวมถึง Jury Prize จากเรื่อง สัตว์ประหลาด! (2004) และรางวัล Un Certain Regard Prize จาก สุดเสน่หา (2002) รวมไปถึงผลงานเรื่อง Memoria นำแสดงโดย Tilda Swinton ก็ได้รับรางวัล Jury Prize จากเทศกาลเดียวกันในปี 2021 ตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในเสียงสำคัญของภาพยนตร์ร่วมสมัย  แต่เหนือกว่ารางวัลใด คือวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่ยอมจำกัดตัวเองอยู่ในกรอบเดิม งานของเขาผสานความจริงเข้ากับความฝัน เชื่อมโยงความทรงจำส่วนบุคคลเข้ากับประวัติศาสตร์และความเชื่อร่วม ผลลัพธ์คือภาพยนตร์ที่ไม่เพียงถูก ‘ดู’ แต่ถูก ‘รู้สึก’ ไปกับมัน Photograph: Boonmee Who Can recall His Past Lives การได้รับการสนับสนุนจาก ‘Prada’ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของผู้กำกับคนหนึ่ง แต่สะท้อนถึงพลังของซีนภาพยนตร์ไทย ที่กล้ายืนอยู่บนเส้นทางของตัวเอง และพิสูจน์ว่าเมื่อศิลปินยังคงซื่อสั
ดื่มด่ำเสียงเพลงจากหนังรัก ไปกับคนรัก และนับถอยหลังสู่วันแห่งความรัก ไปด้วยกัน

ดื่มด่ำเสียงเพลงจากหนังรัก ไปกับคนรัก และนับถอยหลังสู่วันแห่งความรัก ไปด้วยกัน

คืนก่อนวาเลนไทน์ คือช่วงเวลาที่หัวใจมักอยากกุมมือใครสักคน แล้วใช้เวลาเนิ่นช้าไปกับกิจกรรมเรียบง่ายแต่พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการใส่หูฟังฟังเพลงเดียวกัน ดินเนอร์เบาๆ หรือปล่อยตัวเองให้จมไปกับบรรยากาศ พร้อมมองคนข้างๆ แล้วนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาด้วยกัน บางทีอาจเป็นคืนของการรอเวลา เพื่อบอกความในใจ ก่อนที่วันใหม่ วันแห่งความรัก จะเริ่มต้นขึ้น ในฐานะทั้งผู้ให้และผู้รับรักอย่างแท้จริง การดูหนังหรือฟังเพลงจากหนังรัก มักเป็นสะพานที่พาเราย้อนกลับไปหาความทรงจำร่วม เสียงเพลงเหล่านั้นยังคงเก็บรอยยิ้ม น้ำตา และช่วงเวลาที่หัวใจเคยเต้นแรงไว้เสมอ Smal.bkk จึงอยากชวนแฟนหนัง Rom-Com และ Coming of Age ตั้งแต่ยุค 80s มาร่วมฟังเพลง Soundtrack ในบรรยากาศสบายๆ พร้อมฉายฟุตเทจจากหนังรักที่หลายคนคิดถึง หนังที่ชวนให้เราอยากกุมมือคนข้างๆ แล้วสร้างความทรงจำใหม่ไปด้วยกัน   Photograph: smal.bkk พบกับงาน Soundtrack Love Night (Before Valentine) คืนแห่งเพลงประกอบหนังรักในตำนาน ที่เชื่อว่าหลายคนเคยฝากทั้งรอยยิ้มและน้ำตาไว้กับมันตั้งแต่ Notting Hill, A Lot Like Love, 10 Things I Hate About You, Music And Lyrics, Lost In Translation, Begin Again, About Time, About A Boy, Love Actually, Chunking Express, Eternal Sunshine of the Spotless Mind, She’s All That และอื่นๆ อีกมากมาย       Photograph: smal.bkk   Time Out tip : ลองสร้างเพลย์ลิสต์ด้วยเพลงที่ฟังด้วยกันในงานนี้ เรียงลำดับของมันให้ตรงกัน และเซฟเก็บไว้ เพราะทุกครั้งที่กลับมาฟัง มันจะนำความทรงจำในวันนั้น กลับมาอีกครั้ง จับมือคนข้างๆ มาสร้างความทรงจำ และนับถอยหลังสู่วันแห่งความรักไปด้วยกัน ที่ The Oaseed โชคชัย 4 ซอย 84 cpd 2 - 1 ราคาบัตร 69 บาท วันที่ 13 กุมภาพันธ์
ใส่รองเท้าวิ่งคู่ใจ แล้วลงสนามไปกับสวนเปิดใหม่ ใกล้สาทร!

ใส่รองเท้าวิ่งคู่ใจ แล้วลงสนามไปกับสวนเปิดใหม่ ใกล้สาทร!

ทุกวันนี้ การได้หายใจเต็มปอดกลางกรุงเทพฯ อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่หนึ่งในความพยายามของกรุงเทพมหานคร คือการค่อยๆ เติม ‘พื้นที่ของประชาชน’ กลับคืนสู่เมือง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเว็บไซต์จองพื้นที่สาธารณะเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนเมืองได้ใช้พื้นที่สร้างสรรค์ ไปจนถึงการปรับปรุงสวนสาธารณะให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น  โดยล่าสุด สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตสาทร กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ บนพื้นที่กว่า 17 ไร่ ที่พร้อมรองรับทั้งสายออกกำลังกาย สายพักผ่อน และสายกิจกรรมสร้างสรรค์แบบครบจบในที่เดียว Photograph: Prachachat โดยสวนแห่งนี้ได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าไปใช้บริการแล้ววันนี้ ครองครองพื้นที่กว่า 17 ไร่ พร้อมรองรับทุกกิจกรรม ทุกงานสร้างสรรค์ รับรองว่าทุกคนจะได้ใช้คุ้มทุกตารางวาแน่นอน และแม้จะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแต่ภายสวนสามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่แล้ว ไฮไลต์ภายในสวนประกอบไปด้วย ทางเดินกลางน้ำ, ทางเดินศึกษาธรรมชาติ, สวนบำบัด, สนามเด็กเล่น, ลู่วิ่งทางเดินออกกำลังกาย, เวทีกลางแจ้ง เรียกได้ว่าครบทุกรส ใช้จนคุ้มตั้งแต่เช้าจรดเย็น หากใครมีแพลนจะออกำลังกาย หรือแค่อยากพักใจสงบๆ เตรียมใส่รองเท้าคู่ใจ และเดินเข้าเข้าซอยงามดูพลีได้เลย! Photograph: Prachachat ยิ่งมีพื้นที่สีเขียวมากเท่าไหร่ ชาวกรุงอย่างเราก็ยิ่งมีที่พักพิงมากเท่านั้น ลองคิดดูว่าหากได้พักผ่อนหย่อนใจ หนีตึกใหญ่เข้าไปในสวน ในวันหยุดหรือหลังเลิกงาน เบรกความวุ่นวายด้วยสวนสบายตาและใจในย่านสาทร ที่ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (mrt ลงสถานีลุมพินี ทางออก 1) สวนเปิดเวลา 05.00 - 21.00 น.
เปิดให้จองแล้ว! แพลตฟอร์ม Public Space สำหรับจัดงานสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ

เปิดให้จองแล้ว! แพลตฟอร์ม Public Space สำหรับจัดงานสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ

เพียงแค่เอ่ยคำว่า ‘สถานที่ราชการ’ ทีมโปรดักชันหรือออแกไนซ์เซอร์จำนวนไม่น้อยก็คงถอนหายใจยาวกับกระบวนการขอใช้พื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมหรือทำงาน บางทีต้องใช้เวลานับสัปดาห์ หรือหนักหน่อยก็ลากยาวเป็นเดือน ตารางงานที่วางไว้จำเป็นต้องเลื่อนออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแม้จะได้รับการอนุมัติให้ใช้พื้นที่แล้ว ก็ยังอาจสะดุดซ้ำจากปัญหาการประสานงานที่ยังไม่ถึงเจ้าหน้าที่หน้างาน ทำให้เกิดความวุ่นวายตามมาไม่รู้จบ Photograph: กิจกรรมดนตรีในสวนกรุงเทพมหานคร หลังจากความพยายามของกรุงเทพมหานครในการผลักดันให้พื้นที่ในเมืองกลับมาเป็น ‘พื้นที่ของประชาชน’ อย่างแท้จริง สิ่งแรกที่ กทม. ลงมือทำ คือการรวบรวมข้อมูลพื้นที่สาธารณะ และปรับกระบวนการขอใช้งานให้สะดวกขึ้น เริ่มต้นจากการถ่ายทำภาพยนตร์ที่สามารถติดต่อผ่าน One Stop Service ก่อนจะขยายการใช้งานไปสู่งานเทศกาล และกิจกรรมรูปแบบอื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นกิจกรรมกระจายตัวรอบเมืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวาของเมือง และสีสันจากผู้คนที่กลับมาใช้พื้นที่ร่วมกัน Photograph: Thai Film Director Association ล่าสุด กทม. เปิดใช้งานแพลตฟอร์มจองพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นทางการ โดยเว็บไซต์นี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก ตั้งแต่การยื่นขอ ไปจนถึงการส่งเรื่องประสานกับหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่นั้นๆ ล่วงหน้า ก่อนวันจัดงานจะมาถึงจริง ช่วยให้ทีมผู้จัดทำงานได้คล่องตัวขึ้น และเมืองก็พร้อมเปิดพื้นที่ให้ไอเดียใหม่ๆ ได้เกิดขึ้นง่ายกว่าเดิม ซึ่งมีขั้นตอนในการจองพื้นที่ มีดังนี้   สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ (BFMCC) ยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสาร  (เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร 1-3 วันทำการ) รอพิจารณา และชำระค่าบริการ (ถ้ามี) (ใช้เวลาพิจารณาปร
Silent Theatre Festival กลับมาอีกครั้ง กับ 4 การแสดงชั้นยอด

Silent Theatre Festival กลับมาอีกครั้ง กับ 4 การแสดงชั้นยอด

เคยไหม ดูการแสดงที่ยอดเยี่ยมจนรู้สึกว่าไม่ได้ยินคำพูดสักคำ แต่กลับเข้าใจทุกอย่าง? นั่นแหละคือเสน่ห์ของ Silent Theatre Festival ไม่ต้องมีซับ ไม่ต้องมีอุปสรรคทางภาษา มีแค่การเล่าเรื่องผ่านการเคลื่อนไหว จังหวะ และคอเมดี้กายภาพที่ทำให้หัวเราะจนน้ำตาเล็ด Photograph: Silent Theatre Festival เทศกาลจะจัดขึ้นโดย House of Mask and Mime theatre group ผู้รวบรวมศิลปินจากญี่ปุ่น เช็ก และไทย มาโชว์พลังการเล่าเรื่องแบบไร้คำพูดให้เห็นชัดว่า บางครั้งเรื่องที่ดีที่สุด ไม่ต้องพูดสักคำก็สื่อสารได้ครบ และปีนี้มาพร้อม 4 การแสดง ที่แต่ละเรื่องมีรสชาติของตัวเอง Photograph: Silent Theatre Festival Zeroko’s Teatime ผลงานละครไม่พูดร่วมสมัยของศิลปินญี่ปุ่น ‘Zeroko’ ที่หยิบพิธีชงชามาเป็นแกนเรื่อง ทุกท่วงท่าเล็กน้อยมีน้ำหนัก ทุกการเคลื่อนไหวค่อยๆ เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้หายใจช้าลง การแสดงเปลี่ยนไปในแต่ละครั้งตามพลังของห้องและผู้ชม ราวกับชาที่รสไม่เคยซ้ำ แต่อบอุ่นเหมือนเดิม Photograph: Silent Theatre Festival Silly Little Things โดย ‘Trygve Wakenshaw’  ละครไม่พูดระดับแนวหน้าของยุโรป ที่มองเห็นความตลกในรายละเอียดเล็กๆ ของชีวิต ช่วงเวลาที่นำไปสู่มิตรภาพ ความเก้อเขิน หรือเสียงหัวเราะที่เผลอหลุดออกมา ผลงานของเขาติดอันดับการแสดงตลกยอดเยี่ยมที่ ‘Edinburgh Fringe’ และขายหมดแทบทุกที่ที่ไปเยือน Photograph: Silent Theatre Festival THE SHOW4 นักแสดงจาก to R mansion ประเทศญี่ปุ่น ที่ผสมละครไม่พูดแบบเวทมนตร์ การเต้น และคอเมดี้เข้าด้วยกันอย่างสนุกสนาน Pierrot จมูกแหลม ชายไร้ศีรษะ และ Madames ช่างคุย สร้างความวุ่นวายที่ชวนหัวเราะ เป็นการแสดงที่ดูได้ทั้งครอบครัว Photograph: Silent Theatre Festival GEEK GAG GO 2: Lo
สะบัดสไบ ใส่กางเกงยีนส์ แล้วไปสนุกกับแคมเปญ #BangkokCityChallenge

สะบัดสไบ ใส่กางเกงยีนส์ แล้วไปสนุกกับแคมเปญ #BangkokCityChallenge

The Bangkok City Challenge ที่กำลังไวรัลอยู่ในขณะนี้ มีจุดเริ่มต้นจากนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ‘กระแต อาร์สยาม’ ที่ถ่ายทอดพลังของกรุงเทพฯ ด้วยเอเนอจี้ลูกทุ่ง แต่มีกลิ่นอายอินเตอร์ด้วยเนื้อเพลงภาษาอังกฤษทั้งเพลง! ความแปลกใหม่ของวงการเพลงไทยที่ไม่รู้สึกฝืนหรือหลุดบริบท หากแต่ถูกจัดวางอย่างสร้างสรรค์ในฐานะงานศิลป์ร่วมสมัย หลังจากการปล่อยเพลงได้ไม่นาน ก็เกิดเป็นกระแสเมื่อมีผู้ใช้งานนำแผ่นเสียงของเธอไปใช้กับการนุ่งสะไบใส่กางเกงยีนส์ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยฉบับโมเดิร์น ไปตามหมุดหมายต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ไม่เพียงดึงดูดสายตานักท่องเที่ยว แต่ยังสะท้อนพลังเมืองที่ถูกส่งต่อไปทั่วโซเชียล จนกวาดยอดวิวทะลุล้าน และจุดกระแสสร้างชาเลนจ์พร้อมเงินรางวัลกว่า 200,000 บาทให้ผู้คนที่ออกมาร่วมรีครีเอตลุคใหม่ไปด้วยกัน สไบ - ผ้าไหมแถวยาวราวหนึ่งฟุต พาดเฉียงผ่านไหล่ข้างหนึ่ง ปลายทิ้งพลิ้วไปด้านหลัง เป็นชุดที่อยู่คู่สังคมไทยมาหลายทศวรรษ มีรากจากการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมสิ่งทอ ระหว่างอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดิมเป็นเครื่องแต่งการของสตรีชั้นสูงและราชสำนัก ก่อนที่ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 บทบาทของสไบก็ค่อยๆ ถูกจำกัดให้อยู่ในบริบทเชิงพิธีการ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงนาฏศิลป์ งานทางการ หรือโอกาสพิเศษ มากกว่าการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน View this post on Instagram A post shared by Nicole Nam (@nicolenamxo) แต่ทำไมต้องสไบกับยีนส์? เพราะการผสมนี้กำลังทำอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ และสิ่งจำเป็น สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาษาทางภาพที่โอบรับสองสิ่งไว้พร้อมกัน ทั้งความขบถแต่ยังเคารพโดยไม่ลบล้างกัน นี่ไม่ใช่คอสเพลย์ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่การล้อเลียน แต่คืออัตลักษณ์ไทยร่วมสมัย ที่กำลังหาจุดยืนร่วมแบบเรียลไทม์บนโซเชียลมีเดีย