Just the girl who writes as her heart leads, letting stories spill out wherever life carries her. She moves through the world chasing dreams to the rhythm of jazz and the quiet pull of art, believing that life is not meant to be lived in straight lines. Someone who believes the world is a canvas she can splash with any color, while at the same time, the world splashes her with color too.

Lalitphat Bumrungkarn

Lalitphat Bumrungkarn

Staff writer, Time Out Thailand

Follow Lalitphat Bumrungkarn:

Articles (56)

อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดเดือนกันยายนนี้

อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดเดือนกันยายนนี้

ก้าวเข้าสู่เดือนกันยายนอย่างเป็นทางการ เดือนที่กรุงเทพมหานครกลับมามีชีวิตชีวาและเต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งความสร้างสรรค์ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาทักทายเราอยู่บ้าง แต่ความเข้มข้นของอีเวนต์และกิจกรรมต่างๆ ในเดือนนี้ก็พร้อมจะดึงดูดให้ทุกคนก้าวเท้าออกจากบ้าน เพื่อไปค้นหาแรงบันดาลใจและเติมเต็มความหมายให้กับการใช้ชีวิต สำหรับเดือนนี้ เราขอพาคุณไปสัมผัสกับความหลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตสเกลยักษ์ระดับโลกที่สายดนตรีต้องเตรียมตัวกดบัตรกันให้ทัน ทั้งการมาเยือนของศิลปินท็อปชาร์ตฝั่งอเมริกาและวงดนตรีเจป็อปผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค ไปจนถึงคอนเสิร์ตย้อนวัยที่จะพาคุณกลับไปสัมผัสซาวนด์ดนตรียุค 2000s และออร์เคสตราสุดอลังการ ในส่วนของสายอาร์ตและประวัติศาสตร์ เดือนนี้ถือเป็นช่วงเวลาทองที่คุณจะได้เสพผลงานของศิลปินระดับปรมาจารย์ระดับโลก ไปจนถึงการเปิดพื้นที่พิเศษให้เข้าชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่หาชมได้ยากยิ่ง นอกจากนี้ เรายังมีเทศกาลภาพยนตร์เงียบสุดคลาสสิก มหกรรมกาแฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ไปจนถึงกิจกรรมฮีลใจที่ชวนคุณมานั่งพักนิ่งๆ กลางสวนสาธารณะ และนิทรรศการศิลปะที่พร้อมโอบกอดเยียวยาความรู้สึก เพื่อไม่ให้คุณพลาดความพิเศษเหล่านี้ เราได้คัดสรร 15 อีเวนต์และนิทรรศการไฮไลต์ประจำเดือนกันยายน 2569 มาจัดเสิร์ฟไว้ให้คุณแล้ว เตรียมกางปฏิทิน ล็อกวันหยุด ชวนคนรู้ใจ แล้วออกไปสร้างความทรงจำบทใหม่ตลอดเดือนนี้ไปด้วยกัน
Table talk in Bangkok (27 สิงหาคม – 2 กันยายน)

Table talk in Bangkok (27 สิงหาคม – 2 กันยายน)

เตรียมตารางของคุณให้พร้อม เพราะแพลนกินดื่มประจำสัปดาห์นี้ในกรุงเทพฯ อัดแน่นไปด้วยความน่าสนใจ เริ่มด้วย Bar Sathorn ที่หยิบเอาลูกฟิกไทยส่งตรงจากฟาร์มท้องถิ่นในชลบุรีมารังสรรค์เป็นค็อกเทลแก้วพิเศษ ขณะที่ เสน่ห์จันทน์ ฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษพร้อมเปิดตัว จันทน์รัญจวน ค็อกเทลและทีเลานจ์แห่งใหม่ เขยิบไปที่ย่านทองหล่อ FRICKIN’ Fried Chicken พร้อมเสิร์ฟไก่ทอดเผ็ดร้อนสไตล์แนชวิลล์ คู่กับค็อกเทลและซอสฉ่ำๆ สำหรับมื้อเช้า EGGDAY แท็กทีมกับ ออน ล็อก หยุ่น เพื่อนำเสนอความอร่อยที่เชื่อมระหว่างยุคสมัย ส่วนยามค่ำคืน Studio Larb เตรียมยึดพื้นที่ Studiyo Bar บนถนนพระอาทิตย์ เสิร์ฟข้าวเหนียว เครื่องดื่ม และความสนุกสุดคึกคัก ตั้งแต่เมนูใหม่แกะกล่อง ไปจนถึงร้านโปรดในดวงใจที่กลับมาสร้างสีสันใหม่ 
Forget background music. This is Jazz Kissa.

Forget background music. This is Jazz Kissa.

Light casts shadows through the glass, falling across a vinyl record spinning at a steady 33 rpm. The crackle of the needle settling into the grooves awakens analogue sound – imperfect, but that's why people love it.  In our fast-paced world, where almost everything can be commanded with the touch of a fingertip, sinking into a chair and listening to an entire record has become a rare and almost exquisite act. A ritual, even, for those who appreciate sound.  Japan’s traditional jazz cafés, known as Jazz Kissa, remain among the few places where you can walk in, leave the outside world behind and simply immerse yourself in the music – unbothered and uninterrupted, with no ads to skip and no algorithm deciding what you listen to next. In Bangkok, we have similar spots – usually referred to as listening bars – although they’re usually a little more connected than the social Faraday cages of Japan.  The Japanese sense of nostalgia is captured in the pages of Jazz Kissa: The Soul of Japanese Listening Culture, a photographic exploration of Japan’s iconic cafés and the culture of deep listening that surrounds them.  Behind the book are three people who appreciate the art of listening in their own way: Katsumasa Kusunose, a music historian and photographer who has spent nearly half his life immersed in jazz cafés; Ted Gushue of ERG Media, a publisher with a belief in the enduring power of print; and Devon Turnbull, a sound architect who turns loudspeakers into sculptural works of art
เสียงเพลงที่เผยตัวตามกาลเวลา ผ่านบทสนทนา 3 ผู้เดินทางของหนังสือ Jazz Kissa ที่ SIWILAI

เสียงเพลงที่เผยตัวตามกาลเวลา ผ่านบทสนทนา 3 ผู้เดินทางของหนังสือ Jazz Kissa ที่ SIWILAI

แสงบ่ายทอดเงาผ่านกระจก เข้ามากระทบแผ่นไวนิลที่กำลังหมุนวนด้วยความเร็วคงที่ เสียงเข็มที่แตะลงบนร่องเสียงเสียงแรกดังกวัดแกว่งเบาๆ คล้ายเสียงลมหายใจของอดีตที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ในโลกปัจจุบันที่หมุนไวและสั่งการทุกอย่างได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส การทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เพื่อฟังเพลงสักแผ่นกลับกลายเป็น ‘กริยาอันวิจิตร’ ที่หาได้ยากยิ่ง แต่ว่า ที่ซอกมุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ดนตรี วัฒนธรรม Jazz Kissa หรือร้านกาแฟแจ๊สสไตล์ญี่ปุ่น ยังคงทำหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้ายที่ปกป้องศิลปะแห่งการจดจ่อและการทอดถอนอารมณ์เอาไว้อย่างเงียบเชียบ ความงามอันแสนคลาสสิกนี้ถูกร้อยเรียงและบันทึกไว้ในหนังสือ Jazz Kissa: The Soul of Japanese Listening Culture ซึ่งกลายมาเป็นบทสนทนาข้ามวัฒนธรรมระหว่าง คัตสึมาสะ คุสึโนเสะ (Katsumasa Kusunose) นักบันทึกประวัติศาสตร์ผู้ใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตอยู่ตามร้านแจ๊ส, เทด กุชชู (Ted Gushue) จากสำนักพิมพ์ ERG Media ผู้เชื่อมั่นในอมตะแห่งสิ่งพิมพ์ และ เดวอน เทิร์นบุลล์ (Devon Turnbull) สถาปนิกแห่งเสียงผู้เปลี่ยนตู้ลำโพงให้กลายเป็นงานประติมากรรมทางจิตวิญญาณ Photograph: SIWILAI STOREKatsumasa Kusunose เสียงแรกที่ตกกระทบหัวใจ ‘ผู้ร้อยเรียงประวัติศาสตร์ และเสียงเพลงที่เป็นดั่งสถาปัตยกรรม’ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับบทเพลง มักเริ่มต้นด้วยเรื่องราวที่คล้ายกับความบังเอิญ คัตสึมาสะย้อนความทรงจำไปถึงวัยเด็กในวัยเพียงหกหรือเจ็ดขวบ เสียงเพลง Take Five ของ Dave Brubeck Quartet ที่เปิดคลอในรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของมนุษยชาติ คือวินาทีแรกที่ทำให้เขาตระหนักว่า ‘อ้อ... สิ่งนี้เองสินะที่เขาเรียกว่าแจ๊ส’ ก่อนที่แผ่นเสียง 7 นิ้วซิงเกิล Tell Me ของ The Rolling Stones ในวัยสิบขวบ และท่วงทำนองของ The
ออกไปทำเวิร์กช็อปน่าสนใจทั่วกรุงเทพฯ ประจำปี 2569

ออกไปทำเวิร์กช็อปน่าสนใจทั่วกรุงเทพฯ ประจำปี 2569

ท่ามกลางมหานครที่จังหวะชีวิตไม่เคยหยุดนิ่งอย่างกรุงเทพฯ บ่อยครั้งที่เราเผลอปล่อยให้เข็มนาฬิกาเดินแซงหน้าความรู้สึกของตัวเองไปอย่างไม่รู้ตัว ในปี 2569  นี้ เราขอชวนคุณมาหยุดพักเพื่อรื้อฟื้นบทสนทนากับตัวเองอีกครั้ง ผ่านงานคราฟต์ และศิลปะ ที่เป็นโอเอซิสหล่อเลี้ยงแพชชัน งานฝีมือ คือการประกอบร่างความสุขและเยียวยาความเหนื่อยล้า ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสเย็นเยียบของดินปั้นที่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปทรง กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟที่ปลุกผัสสะให้ตื่นรู้ หรือจังหวะการจรดพู่กันที่ปลดปล่อยจินตนาการให้โลดแล่น ทุกการลงมือทำคือความผ่อนคลายที่ถูกถ่ายทอดผ่านปลายนิ้ว เราได้คัดสรรเวิร์กช็อปที่กำลังเป็นที่จับตามองที่สุดทั่วกรุงเทพฯ ประจำปี 2569 มาไว้ให้คุณแล้ว ตั้งแต่คลาสที่เน้นความเนิบช้าผ่อนคลาย ไปจนถึงงานช่างฝีมือระดับมาสเตอร์พีซที่ท้าทายขีดจำกัด เตรียมปล่อยใจให้ว่าง แล้วมาร่วมรังสรรค์ช่วงเวลาสุดสัปดาห์ของคุณ ให้กลายเป็นผลงานศิลปะชิ้นเดียวในโลกไปด้วยกัน
ตามหาลอนดอนเค้กทั่วกรุงเทพฯ

ตามหาลอนดอนเค้กทั่วกรุงเทพฯ

ช็อกโกแลตกานาช วิปซอลต์คาราเมล  เค้กช็อกเนื้อฉ่ำ นี่คือเลเยอร์หลักๆ ที่ประกอบอยู่ใน ลอนดอนเค้ก (London Cake) เค้กช็อกโกแลตชั้นเลิศสลับชั้นกับวิปคาราเมลรสหอมนัวที่เคยวาดมนต์เสน่ห์และสร้างแถวยาวเหยียดบนถนนสายลอนดอน  ความลงตัวระหว่างความขมเข้มข้นของดาร์กช็อกโกแลต ความหวานเค็มกลมกล่อม และสัมผัสฉ่ำนุ่มในทุกคำ ได้กลายมาเป็นมิชชั่นใหม่ประจำปีของเหล่าคนรักขนมหวานที่ต้องตามหามาลิ้มลอง ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความอร่อยสุดไวรัล แต่มันคือตัวแทนของความรื่นรมย์ที่หยิบยื่นความอบอุ่นให้หัวใจในทุกๆ คำ Photograph: toppingbooksEdd Kimber แท้จริงแล้วลอนดอนเค้กไม่ใช่เค้กโบราณสูตรดั้งเดิมประจำเมืองผู้ดี หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งสุนทรียภาพยุคใหม่ที่ปฏิวัติวงการขนมหวาน เกิดขึ้นจากเค้กช็อกโกแลตถาด (Slab Cake) สูตรพิเศษของ Edd Kimber นักทำขนมชาวอังกฤษในลอนดอน ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่ต่อจนกลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ ด้วยการรังสรรค์ศิลปะบนจานขนมผ่านองค์ประกอบสำคัญ 3 เลเยอร์ Photograph: hemm54London Cake in Bangkok เหล่าเชฟและสตูดิโอขนมหวานทั่วเมืองหลวงต่างหยิบยกรสชาตินี้มาตีความใหม่ในแบบฉบับของตัวเอง ตั้งแต่สไตล์โฮมมี่เรียบง่าย การเติมเทกซ์เจอร์กรุบกรอบเพิ่มมิติ ไปจนถึงพาสทรีบาร์ชั้นสูงที่พิถีพิถันทุกองค์ประกอบ หากคุณกำลังมองหาชิ้นงานศิลปะที่ทานได้เพื่อปลอบประโลมวันเวลา  สำหรับใครที่มองหาเค้กวันเกิดที่เกิดมาเพื่อสายคราฟต์ เรายังมีบทความรวบรวมพิกัดเค้กวันเกิดทั่วกรุงเทพฯ ที่เหมาะกับคุณอย่างแน่นอน  
ร้อยรักผ่านเกลียวมาลัย 8 ดีไซน์ร่วมสมัย ในวันแม่

ร้อยรักผ่านเกลียวมาลัย 8 ดีไซน์ร่วมสมัย ในวันแม่

กลิ่นหอมเย็นชื่นใจ สีขาวผ่องบริสุทธิ์ตา และการเบ่งบานอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปีของ ดอกมะลิ ล้วนเป็นดั่งภาพสะท้อนอันสมบูรณ์แบบของความรักจากแม่ ความมั่นคง บริสุทธิ์ และความร่มเย็นที่มีให้ต่อลูกนั้น เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าและหาผู้ใดเปรียบเทียบได้ยาก เนื่องในวาระแห่งวันสำคัญนี้ การมอบพวงมาลัยจึงมิใช่เพียงการมอบดอกไม้ ทว่าคือการส่งมอบสัญลักษณ์แทนความรักและความกตัญญูกตเวทีอันลึกซึ้ง  และนี่คือ 8 ร้านพวงมาลัยดีไซน์ร่วมสมัย ที่ผสมผสานทั้งศิลปะ ความหมาย และความใส่ใจ เพื่อเป็นของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับคนสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ  
ตามหาร้านตัดสูททั่วกรุงเทพฯ

ตามหาร้านตัดสูททั่วกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงเมืองแห่งสตรีทฟู้ดและวัดวาอาราม แต่ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการตัดสูทที่ได้รับการยอมรับจากนักเดินทางทั่วโลก ด้วยร้านตัดสูทที่มีให้เลือกตั้งแต่กิจการเก่าแก่ซึ่งสืบทอดฝีมือมาหลายชั่วอายุคน ไปจนถึงร้านที่สามารถตัดเย็บและส่งมอบสูทคุณภาพได้ภายในเวลาเพียงวันเดียว ไม่ว่าคุณกำลังมองหาสูทสำหรับประชุมสำคัญ งานแต่งงาน หรืออยากมีสูทตัวโปรดติดตู้เสื้อผ้าไว้สักชุด นี่คือ 8 ร้านตัดสูทในกรุงเทพฯ ที่โดดเด่นทั้งด้านคุณภาพงานตัดเย็บ ความคุ้มค่า และบริการที่ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้ซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า
12 Thai leather shoe brands worth checking out

12 Thai leather shoe brands worth checking out

Move over, elephant pants. Thailand has another wardrobe staple worth adding to your closet: it comes in pairs and is made of leather.  That’s right, Thailand's homegrown leather shoe brands have grown from humble workshops into respected names recognised both locally and internationally the past few years, and we’re all here to celebrate them. With carefully selected premium leathers, skilled handcraftsmanship and versatile designs, these shoes are actually built to last rather than simply chasing seasonal trends.  And before you think it, forget the idea that leather shoes are only for boardrooms or black-tie events. Everyone’s going for the leather shoe look these days, seamlessly blending artisanal quality with everyday looks. We’re talking timeless loafers and Derby shoes, rugged boots and leather sneakers. They literally go with any outfit.  To celebrate this new Thai craft, we’ve rounded up 12 leather shoe brands made in Thailand worth knowing – from heritage names that have stood the test of time to emerging labels worth keeping on your radar.  
นิทรรศการศิลปะที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ เดือนสิงหาคม

นิทรรศการศิลปะที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ เดือนสิงหาคม

ฤดูฝนของกรุงเทพฯ มาถึงอย่างเป็นทางการแล้ว ถ้ากำลังมองหาข้ออ้างดีๆ เพื่อหลบฝน ลองออกไปเดินแกลเลอรีดูสิ เดือนสิงหาคมนี้เต็มไปด้วยนิทรรศการน่าสนใจ ตั้งแต่งานเปิดตัวครั้งสำคัญ การกลับมาของศิลปินที่หลายคนรอคอย ไปจนถึงงานอินเทอร์แอ็กทีฟที่ชวนมีส่วนร่วม และนิทรรศการเดี่ยวที่ค่อยๆ เล่าเรื่องอย่างละเอียดอ่อน ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ทยอยเปิดตัว พร้อมกับหลายนิทรรศการเด่นที่ยังเปิดให้เข้าชมต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมีเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงระหว่างแวะคาเฟ่ หรืออยากใช้เวลาทั้งบ่ายวันเสาร์กับงานศิลปะ นี่คือรวมนิทรรศการที่ไม่ควรพลาดในกรุงเทพฯ เดือนนี้ กำลังมองหาไอเดียเที่ยวเพิ่มเติมอยู่หรือเปล่า? ลองอ่านคู่มือแนะนำบาร์ ร้านอาหาร สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ และบทสัมภาษณ์น่าสนใจจาก Time Out หรือเริ่มเช็กลิสต์กิจกรรมห้ามพลาดในกรุงเทพฯ ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นคอแกลเลอรีตัวยง หรือเพิ่งเริ่มสนใจศิลปะ คู่มือนี้จะพาคุณใช้ชีวิตแบบคนรักศิลป์ได้ตลอดเดือน
นิทรรศการแห่งนิทรา เมื่อความรักร้างหล่น จบลง แต่ไม่เคยหายไป

นิทรรศการแห่งนิทรา เมื่อความรักร้างหล่น จบลง แต่ไม่เคยหายไป

เมื่อความรักร้างหล่น แต่ไม่เคยหายไป... มันเพียงย้ายที่ตั้งจากโลกแห่งความจริง กลายเป็นตะกอนอารมณ์ตกผลึกอยู่ ณ ดินแดนกึ่งตื่นกึ่งฝัน รอคอยให้ใครบางคนก้าวเข้าไปเปิดอ่านอีกครั้ง แม้จะแตกสลายไปบ้างแล้วก็ตาม ในเย็นของวันที่ 30 กรกฎาคม เมื่อแสงอาทิตย์ของเมืองหลวงค่อยๆ หรี่ลง พลางแทนที่ด้วยไฟนีออน เราพาตัวเองขึ้นไปยังชั้น 8 ของ centralwOrld LIVE พร้อมตั๋วเข้าชมนิทรรศการรอบ 6 โมงเย็นอยู่ในมือ เข็มนาฬิกาในยามสบตาหลังเลิกงานบอกกับเราว่า  “นี่คือช่วงเวลาอันเหมาะเจาะที่จะได้ปลดปล่อยภาระอันหนักอึ้งในจิตใจ และยินยอมให้อารมณ์ของห้วงความคิดถึงค่อยๆ เข้าปกคลุมหัวใจโดยไร้การขัดขืน” Photograph: Universal MusicMUSEUM OF SOMNIA ประตูสู่จักรวาลทางอารมณ์ ในยามที่เข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความรู้สึก การได้ก้าวเท้าผ่านธรณีประตูของ Museum of Somnia เปรียบเสมือนการยินยอมจำนนต่อความทรงจำ นิทรรศการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อจัดแสดงเพียงวัตถุที่มองเห็นด้วยตา หากแต่สร้างขึ้นจากจิตวิญญาณและจักรวาลทางอารมณ์ของ PUN ศิลปินและนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ผู้ใช้บทเพลงเป็นดังผ้าพันแผลทางอารมณ์ คอยโอบอุ้มรอยแผลและความเปราะบางของผู้ฟังนับล้าน รวมถึงตัวเราในเวลาตีสาม  จากเสียงกระซิบอันเงียบเชียบในห้องส่วนตัว สู่อัลบั้มแรกที่มียอดสตรีมถล่มทลายกว่า 850 ล้านครั้ง การคว้ารางวัล Best Album of the Year จาก Spotify Wrapped Thailand และปรากฏการณ์คอนเสิร์ตเดี่ยวที่บัตรหมดลงอย่างรวดเร็วภายใน 30 นาที สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่าบทเพลงของ PUN คือภาษาใจที่ผู้คนใช้สื่อสารกับรอยแผลของตัวเอง เสียงร้องในบทเพลงอย่าง DAY ONE, ที่เดิม, หล่น, หรือ Goodbye กลายมาเป็นเข็มทิศนำทางเราเข้าสู่พิพิธภัณฑ์แห่งการหลับฝันแห่งนี้  “พื้นที่ที่บทเพลงไม่ได้มีไว้เพีย
ขนมไหว้พระจันทร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ประจำปี 2026

ขนมไหว้พระจันทร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ประจำปี 2026

พระจันทร์เต็มดวงในคืนเทศกาลไหว้พระจันทร์ไม่เคยเป็นเพียงปรากฏการณ์บนท้องฟ้า หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของการกลับมาพบกัน ความสมบูรณ์พร้อม และคำอวยพรที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านขนมทรงกลมชิ้นเล็กซึ่งกลายเป็นหัวใจของเทศกาลมาตลอดหลายศตวรรษอย่างขนมที่เรียกว่า ขนมไหว้พระจันทร์ ทุกปีเมื่อฤดูใบไม้ร่วงเวียนกลับมา โรงแรม ร้านอาหารจีน และแบรนด์ขนมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ ต่างพร้อมใจกันเปิดตัวคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี ทั้งการตีความสูตรดั้งเดิมใหม่ การเลือกใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียม และการออกแบบกล่องของขวัญที่งดงามราวกับงานศิลปะ หลายแห่งยังร่วมงานกับศิลปิน นักออกแบบ และเชฟระดับมิชลิน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ก้าวไกลกว่าการรับประทานของหวานธรรมดา ในยุคที่การมอบของขวัญสะท้อนรสนิยมของผู้ให้ไม่แพ้คุณค่าของสิ่งของ ขนมไหว้พระจันทร์จึงกลายเป็นหนึ่งในของขวัญประจำฤดูกาลที่หลายคนเฝ้ารอ ไม่ว่าจะเป็นการมอบให้ครอบครัว ลูกค้า คู่ค้าทางธุรกิจ หรือคนพิเศษ กล่องขนมแต่ละชุดล้วนบอกเล่าเรื่องราวของงานฝีมือ วัฒนธรรม และความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ภายใน ปี 2026 เป็นอีกปีที่การแข่งขันในโลกของขนมไหว้พระจันทร์เข้มข้นกว่าที่เคย ตั้งแต่ไส้เม็ดบัวและไข่แดงเค็มสูตรคลาสสิก ไปจนถึงรสชาติร่วมสมัยอย่างยูซุ ชาอู่หลง ช็อกโกแลต หรือคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผลิตจำนวนจำกัดชวนพาออกจากกรอบความเดิมๆ สรรหาสิ่งใหม่ให้เราได้ลิ้มลอง หรือซื้อเป็นของฝากกันอีกเช่นเคย ลองไปดูว่าจะมีอันไหนที่ชวนตื่นเต้นได้บ้าง  Time Out คัดเลือกคอลเลกชันที่โดดเด่นที่สุดในกรุงเทพฯ จากทั้งโรงแรมระดับลักชัวรี ร้านอาหารจีน และแบรนด์ขนมชื่อดัง เพื่อช่วยให้การเลือกของขวัญในเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ง่ายขึ้นกว่าที่เคย

Listings and reviews (5)

96H Artisanal Bread

96H Artisanal Bread

Equal parts bakery and creative studio, 96H Artisanal Bread has a rainy-day workshop that's easier to love than explain. You paint your own sourdough loaf using natural pigments – earthy tones, botanical patterns, whatever instinct suggests – while the smell of fresh bread fills the room. Slow, tactile and genuinely therapeutic, it sends you home with a loaf that's entirely your own, ready for something warm on the side. 96H Artisanal Bread, Chaengwattana Soi 45. Open Thu–Mon, 9am–6pm. Booking ahead recommended  
Sprawl across Bangna's greenest lawn at The Field Society festival

Sprawl across Bangna's greenest lawn at The Field Society festival

Bangkok’s picnic crowd gets a proper excuse to stretch out on the grass when Happitat teams up with GROUNDCONTROL for a laid-back lifestyle festival in the middle of Bangna’s greenery. Think picnic blankets, slow afternoons and more than 80 vendors selling crafts, fashion, snacks and drinks, all spread across a wide open lawn designed for lingering. Art workshops and interactive activities run throughout the weekend, while a towering mushroom installation rising more than four metres above the grounds is almost guaranteed to dominate everyone’s camera roll. Visitors can also wander through the flower-filled ‘Fairy Circle’ experience inside Lumis Theater Hall, with live music and pet-friendly spaces helping the whole thing settle into an easy weekend rhythm. May 30-31. Free entry. Happitat at The Forestias. 10am-7pm

News (239)

The Last Picture Shows สารคดีที่ออกเดินทางตามหาโรงภาพยนตร์ที่กำลังเลือนหายจากแผ่นดินอเมริกา

The Last Picture Shows สารคดีที่ออกเดินทางตามหาโรงภาพยนตร์ที่กำลังเลือนหายจากแผ่นดินอเมริกา

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Time Out Worldwide เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 และถูกนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทย โรงภาพยนตร์อเมริกันอาจกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลัง Spider-Man: Brand New Day และ The Odyssey ช่วยกันสร้างสถิติสุดสัปดาห์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์บ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐฯ ด้วยรายได้รวมกว่า 400 ล้านดอลลาร์ แต่ในอีกฟากหนึ่งของประเทศ โรงภาพยนตร์ขนาดเล็กจำนวนมากยังคงต่อสู้เพื่อให้ประตูของตัวเองเปิดต่อไป เรื่องราวอีกด้านนี้ถูกถ่ายทอดผ่าน The Last Picture Shows สารคดีโดยผู้กำกับอินดี้ ‘รัสติน ทอมป์สัน (Rustin Thompson)’ ที่ออกเดินทางกว่า 10,825 ไมล์ เพื่อสำรวจสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘cinema deserts’ หรือพื้นที่ซึ่งแทบไม่มีโรงภาพยนตร์หลงเหลืออยู่ Photograph: Rustin ThompsonFoghorn FeaturesWest Theatre in Grants, New Mexico การเดินทางครั้งนี้พาเขาไปยังโรงหนัง 123 แห่ง ตั้งแต่ Pacific Northwest ไปจนถึงเทือกเขาร็อกกีส์ พร้อมพบปะเจ้าของโรง ผู้จัดการ ผู้ชม และแม้แต่แมวประจำโรงหนังที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในสถานที่เหล่านี้ คำว่า ‘cinema desert’ เป็นคำที่ Thompson เพิ่งได้ยินจาก Ross Melnick ศาสตราจารย์ด้านภาพยนตร์จาก University of California และผู้ร่วมก่อตั้ง Cinema Treasures และมันกลายเป็นคำสำคัญที่ช่วยอธิบายปัญหาของโรงหนังชนบทในอเมริกาได้อย่างตรงไปตรงมา โรงภาพยนตร์บางแห่งตั้งอยู่ห่างกันนับร้อยไมล์ การเดินทางไปดูหนังจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนการขับรถไปมัลติเพล็กซ์แล้วเลือกจากหนังห้าหรือหกเรื่องที่กำลังฉายอยู่ การมีโรงหนังสักแห่งในเมืองจึงหมายถึงการมีทั้งสถานที่ดูหนังและพื้นที่พบปะของคนในชุมชน แต่โรงหนังเหล่านี้กำลังหายไป Photograph: Rustin ThompsonFoghorn FeaturesBar
เมื่อดอกบัวกำลังจะผลิบานในแดนไกล ‘Bua’ ตัวแทนหนังไทย ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 3

เมื่อดอกบัวกำลังจะผลิบานในแดนไกล ‘Bua’ ตัวแทนหนังไทย ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 3

คำโปรยจากโปสเตอร์แรกของ ‘บัว’ (Bua) ภาพยนตร์ไทยเรื่องใหม่ที่เตรียมเดินทางไปไกลถึงเกาหลีใต้ หลังได้รับเลือกให้เข้าร่วม Busan International Film Festival 2026 หรือเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 31 ในสาย Vision – Asia หนึ่งใน 11 ผลงานจากเอเชียที่ได้รับคัดเลือกในปีนี้ โดยเทศกาลจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–15 ตุลาคม 2569 ณ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ Photograph: Inthira Charoenpura‘บัว’ (Bua) ‘บัว’ (Bua) เป็นผลงานกำกับร่วมของ ทราย-อินทิรา เจริญปุระ และ เอม-เพ็ญศิริ กลางสุรินทร์ จาก เล่าเรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่งในประเทศไทยช่วงทศวรรษ 1970 ที่ออกเดินทางจากบ้านเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อตามหาแม่ที่หายตัวไป การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการตามหาคนคนหนึ่ง แต่ยังพาเธอไปพบกับโลกใบใหม่และการเติบโตที่ไม่อาจย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ Photograph: Inthira Charoenpura‘บัว’ (Bua) น่าสนใจตรงที่ ‘บัว’ เลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่อย่าง โจรี่ อรปรียา และ แวน ชนินทร จาก 2538 อัลเทอร์มาจีบ มารับบทนำ การเลือกนักแสดงหน้าใหม่เข้ามาเล่าเรื่องยิ่งช่วยเติมความสดให้กับหนัง Coming-of-Age ที่ต้องการถ่ายทอดโลกผ่านสายตาของตัวละครวัยเยาว์ เบื้องหลังภาพยนตร์เรื่องนี้คือ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ที่ร่วมงานกับ ก้องเกียรติ โปรดักชั่น และ นอร์ธ สตาร์ โปรดักชั่น โดย ‘บัว’ ยังเป็นหนึ่งในผลงานจากยูนิต ‘Common Ground’ ซึ่งทำหน้าที่พัฒนาไอเดีย สร้างคอนเทนต์ และผลักดันภาพยนตร์ไทยไปสู่เวทีระดับนานาชาติ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ ‘บัว’ และทีมผู้สร้าง เพราะนอกจากจะเป็นโอกาสในการพาหนังไทยออกไปพบผู้ชมต่างประเทศแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ให้เรื่องราวจากประเทศไทยได้ถูกมองผ่านสายตาของผู้ชมจากทั่วเอเชีย  ส่วนผู้ชมไทยจะได้มีโอกาสชม ‘บัว’ บ
อาลัย ‘ยาโยอิ คุซามะ’ ราชินีลายจุด ผู้เปลี่ยนภาพหลอนให้กลายเป็นจักรวาลศิลปะ

อาลัย ‘ยาโยอิ คุซามะ’ ราชินีลายจุด ผู้เปลี่ยนภาพหลอนให้กลายเป็นจักรวาลศิลปะ

วงการศิลปะร่วมสมัยทั่วโลกร่วมอาลัยการจากไปของ ยาโยอิ คุซามะ ศิลปินอาวองการ์ดชาวญี่ปุ่นผู้ทำให้ ‘จุด’ เล็กๆ กลายเป็นภาษาทางศิลปะที่คนทั่วโลกรู้จัก เสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลในกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ในวัย 97 ปี โดยพิพิธภัณฑ์ยาโยอิ คุซามะ และมูลนิธิ ยาโยอิ คุซามะ ประกาศข่าวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ตลอดชีวิตของยาโยอิ เธอไม่ได้เพียงสร้างงานศิลปะ แต่สร้างโลกอีกใบขึ้นจากประสบการณ์ภายในของตัวเอง เธอเกิดในปี 1929 ที่เมืองมัตสึโมโตะ จังหวัดนากาโนะ และเริ่มเผชิญกับภาพหลอนตั้งแต่วัยเด็ก เห็นลวดลาย จุด และดอกไม้แพร่กระจายไปทั่วพื้นที่รอบตัว จนความเป็นจริงดูเหมือนกำลังถูกกลืนกิน แทนที่จะปล่อยให้ภาพเหล่านั้นกลืนกินตัวเธอ ยาโยอิกลับหยิบพู่กันขึ้นมา วาดจุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นประสบการณ์อันน่าหวาดกลัว กลายเป็นรากฐานของภาษาทางศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดภาษาหนึ่งในโลก ในปี 1957 เธอเดินทางสู่นิวยอร์กเพื่อแสวงหาเสรีภาพทางศิลปะ ก่อนสร้างสรรค์ผลงานหลากหลายแขนง ตั้งแต่ภาพวาด ประติมากรรม และศิลปะจัดวาง ไปจนถึงเพอร์ฟอร์มแมนซ์ อาร์ต และวรรณกรรม ผลงานของเธอสำรวจแนวคิดเรื่องการทำซ้ำ ความไม่มีที่สิ้นสุด และการเลือนหายของตัวตน เมื่อกลับญี่ปุ่นในปี 1973 ยาโยอิเลือกใช้ชีวิตในโรงพยาบาลจิตเวชในโตเกียว และทำงานต่อที่สตูดิโอใกล้เคียง เธอยังคงสร้างสรรค์ผลงานจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต อิทธิพลของยาโยอิไม่ได้หยุดอยู่ในแกลเลอรี แต่แผ่ขยายไปถึงแฟชั่นและวัฒนธรรมป๊อป รวมถึงการร่วมงานกับหลุยวิตอง และนิทรรศการทั่วโลกที่ดึงดูดผู้ชมจำนวนมหาศาล  กรุงเทพฯ เองก็มีเรื่องราวเล็กๆ ร่วมกับศิลปินผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ตั้งแต่นิทรรศการในปี 2005 ที่ 100 Tonson และ Dots Obsessionที่ BACC ในปี 2009 ก่
Yayyyyy Record Bar ชวนเข้าสู่โลกสีฟ้าของ Hiroshi Nagai ผ่านค่ำคืน Japanese City Pop

Yayyyyy Record Bar ชวนเข้าสู่โลกสีฟ้าของ Hiroshi Nagai ผ่านค่ำคืน Japanese City Pop

ถ้าคุณเคยหลงใหลภาพของสระว่ายน้ำสีฟ้า ต้นปาล์ม ท้องฟ้าแจ่มใส และบรรยากาศฤดูร้อนเหนือจริงในผลงานของ Hiroshi Nagai อยู่ที่ริเวอร์ซิตี้ แบงค็อกแล้วล่ะก็ คงเข้าใจดีว่าภาพเหล่านั้นยังมีเสียงเพลงบางอย่างลอยอยู่ในจินตนาการด้วย และในคืนวันศุกร์นี้ Yayyyyy Record Bar กำลังจะเปลี่ยนจินตนาการนั้นให้กลายเป็นค่ำคืนจริงๆ Photograph: Yayyyy Record BarBangkok A Night Inspired by Hiroshi Nagai ปาร์ตีที่หยิบเอาเสน่ห์ของ Japanese City Pop มาสร้างบรรยากาศชวนฝัน ตั้งแต่เพลงจังหวะนุ่มลื่นที่เหมาะกับการนั่งจิบเครื่องดื่ม ไปจนถึงเพลงที่ทำให้อยากปล่อยตัวเองหายไปในค่ำคืนฤดูร้อน ราวกับกำลังขับรถเลียบชายฝั่งญี่ปุ่นในช่วงปลายยุค ’70s หรือ ’80s Photograph: Yayyyy Record BarBangkok ตลอดค่ำคืน Ranbongo จะรับหน้าที่อยู่หลังเด็คส์ พร้อมคัดเลือก Japanese City Pop และเพลงที่มีกลิ่นอายของฤดูร้อนมาร้อยเรียงเป็นซาวด์แทร็กของค่ำคืนนี้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวะชิลๆ สำหรับเริ่มต้นค่ำคืน หรือเพลงที่ค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิของฟลอร์เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ดึก พบกันที่ Yayyyyy Record Bar  ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป และที่สำคัญคือ เข้าฟรี ไม่มีเหตุผลต้องคิดเยอะ แค่ชวนเพื่อนมาสักคน หรือจะมาคนเดียวแล้วปล่อยให้เพลงทำหน้าที่ของมันก็ได้ และอย่าลืมสั่งไฮบอล เพื่อเพิ่มอรรถรสให้กับภาพความทรงจำเลียบชายฝั่งที่ญี่ปุ่นด้วยนะ
‘เร่หนัง’ โรงหนังชุมชนแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ที่อยากให้ ‘หนัง’ พาคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง

‘เร่หนัง’ โรงหนังชุมชนแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ที่อยากให้ ‘หนัง’ พาคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง

ในวันที่การดูหนังสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่บนหน้าจอส่วนตัว การมีโรงหนังสักแห่งที่ชวนคนแปลกหน้ามานั่งดูเรื่องเดียวกันจึงอาจมีความหมายมากกว่าการฉายภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว นี่คือแนวคิดเบื้องหลัง ‘เร่หนัง (Rae-Nang)’ โครงการทดลองสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมของชุมชนในกรุงเทพฯ ที่เปลี่ยนห้องเรียนเดิมภายในโรงเรียนสตรีจุลนาคให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ทางเลือกที่ขับเคลื่อนด้วยอาสาสมัครและกลุ่มภัณฑารักษ์อิสระ ชื่อ ‘เร่หนัง’ หยิบความทรงจำของ ‘หนังเร่’ ในอดีตกลับมาการฉายหนังตามลานวัด ตลาด หรือพื้นที่สาธารณะ ที่เปิดกว้าง เข้าถึงง่าย และทำให้ผู้คนมานั่งล้อมวงร่วมกัน นั่นคือการสร้างโอกาสให้คนได้พบกันผ่านเรื่องเล่า ก่อนที่บทสนทนาจะเดินทางต่อหลังเครดิตท้ายเรื่อง Photograph: jaeryngRae–Nang’s co-operative community cinema   เร่หนังดำเนินงานร่วมกับกลุ่มอีเลิ้งและโรงเรียนสตรีจุลนาคในรูปแบบ Co-operative โดยทดลองแนวทางการจัดโปรแกรมฉายอิสระและในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย  โครงการยังได้รับการสนับสนุนจาก Atlas in Motion ร่วมกับ Atlas Cinema สหกรณ์โรงหนังในลอนดอน ซึ่งมีประสบการณ์เปลี่ยนพื้นที่ใต้สะพานรถไฟให้เป็นโรงหนังชุมชน Photograph: jaeryngRae–Nang’s co-operative community cinema พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนดูเท่านั้น แต่เปิดรับอาสาสมัคร นักจัดโปรแกรม ภัณฑารักษ์ รวมถึงผู้ที่อยากจัดฉายภาพยนตร์ วงสนทนา เวิร์กช็อป เสวนา หรืองานเสียง โดยตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ถึงมกราคม 2570 ผู้สนใจสามารถเข้ามาใช้พื้นที่และอุปกรณ์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเร่หนังจะหัก 20 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ค่าตั๋วเพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาพื้นที่ ผู้จัดจะต้องเข้าร่วมอบรมการใช้งาน และสามารถดำเนินการฉายได้ด้วยตัวเอง ทั้งการขอลิขสิทธิ์ ประชาสัมพันธ
ใจไม่ถึงห้ามมา เพราะนี่คือบทเรียนการแพทย์ของจริงที่ พิพิธภัณฑ์แห่งความตายของกรุงเทพฯ

ใจไม่ถึงห้ามมา เพราะนี่คือบทเรียนการแพทย์ของจริงที่ พิพิธภัณฑ์แห่งความตายของกรุงเทพฯ

บนพื้นที่ของโรงพยาบาลศิริราช ฝั่งธนบุรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกและชวนขนลุกที่สุดของกรุงเทพฯ ซ่อนอยู่ ที่นี่รวบรวมทั้งชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์จริง โครงกระดูกหลากรูปแบบ และรายละเอียดทางนิติเวชมากพอที่จะทำให้รายการของหมอตังค์-มรรคพร ดูสมจริงขึ้นมาทันที ที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘พิพิธภัณฑ์แห่งความตาย’ จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ย้อนกลับไปถึงโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2431 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังเกิดการระบาดของอหิวาตกโรค (โรคห่า) ครั้งใหญ่ในสยามและสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาการแพทย์สมัยใหม่ แพทย์ในเวลานั้นเริ่มเก็บรักษาตัวอย่างทางการแพทย์ไว้เพื่อใช้ในการเรียนการสอน ก่อนที่คอลเลกชันเหล่านี้จะเปิดให้สาธารณชนเข้าชม และค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่เหมือนใครของกรุงเทพฯ ภายในที่แห่งนี้ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กหลายแห่ง แต่ละแห่งมีเรื่องราวและจุดสนใจแตกต่างกันไป เริ่มจาก พิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์คองดอน (Congdon Anatomical Museum) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2515 และจัดแสดงตัวอย่างทางกายวิภาคมากกว่า 2,000 ชิ้น พาคุณสำรวจระบบต่างๆ ของร่างกายมนุษย์อย่างละเอียด ไฮไลต์สำคัญคือร่างมนุษย์ที่ผ่าชำแหละให้เห็นระบบประสาทและหลอดเลือดแบบเต็มตัว ซึ่งว่ากันว่าเป็นชิ้นเดียวในโลกที่มีลักษณะเช่นนี้ ถัดมา พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส (Ellis Pathological Museum) บอกเล่าประวัติศาสตร์ของวิชาพยาธิวิทยาในประเทศไทย ผ่านตัวอย่างหัวใจ เนื้องอก และกรณีโรคแต่กำเนิดที่ได้รับการเก็บรักษาไว้ รวมถึงโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่พยายามทำใ
เทศกาลกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับมาอีกครั้ง! เดือนกันยายนนี้

เทศกาลกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับมาอีกครั้ง! เดือนกันยายนนี้

กาแฟแฟลตไวท์ที่คุณคว้าติดมือระหว่างทางไปทำงาน กาแฟฟิลเตอร์ที่พิถีพิถันชงเองในวันหยุด หรืออเมริกาโนเย็นแก้วโปรดที่ช่วยประคองชีวิตในช่วงบ่ายร้อนๆ ของกรุงเทพฯ กาแฟหนึ่งแก้วอาจเดินทางผ่านมือของผู้คนมากกว่าที่เราคิด ก่อนจะมาถึงมือเรา ข่าวดีสำหรับคนรักคาเฟอีน เพราะ Thailand Coffee Fest กลับมาแล้ว และปีนี้ยังคงเป็นเทศกาลกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมาในธีม ‘Made by All of Us’ ซึ่งชวนมองความจริงง่ายๆ ว่า กาแฟหนึ่งแก้วไม่เคยเกิดขึ้นจากคนเพียงคนเดียว ตั้งแต่เกษตรกร ผู้แปรรูปเมล็ดกาแฟ โรงคั่ว บาริสต้า เจ้าของคาเฟ่ ไปจนถึงคนที่ดื่มกาแฟ ทุกคนล้วนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของวงการกาแฟไทย Photograph: Thailand Coffee FestBangkok Thailand Coffee Fest 2026 จะกลับมาจัดที่ IMPACT Exhibition Center ฮอลล์ 5–8 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 10–13 กันยายน บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร พร้อมผู้แสดงทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 380 ราย รวมถึงเวิร์กช็อปและทอล์กที่จะพาคุณไล่เรียงเส้นทางของกาแฟตั้งแต่ไร่ ไปจนถึงแก้วแฟลตไวท์ในมือ เดินทางมาถึงปีที่ 10 กว่าแล้ว งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสวรรค์สำหรับคนคลั่งกาแฟที่อยากมาเดินชิมและช้อปในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ยังกลายเป็นจุดนัดพบสำคัญของคนในอุตสาหกรรมกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ และนี่คือไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด Photograph: Thailand Coffee FestBangkok Coffee Arena – เวทีการแข่งขัน Thailand Coffee Championships 2027 ที่บาริสต้าจะมาประชันฝีมือ เพื่อคว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ Coffee Around the World – พูดคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องราว เทคนิค และวิธีการทำกาแฟจากฟาร์ม โรงคั่ว และแชมป์บาริสต้าจากหลากหลายประเทศ Coffee People by SCATH – พื
โตไปด้วยกัน ผ่านสองสารคดีสั้นจากเยอรมนีและนอร์เวย์ใน Doc Day Afternoon ต้อนรับเดือนเยาวชนแห่งชาติ 4 กันยายนนี้

โตไปด้วยกัน ผ่านสองสารคดีสั้นจากเยอรมนีและนอร์เวย์ใน Doc Day Afternoon ต้อนรับเดือนเยาวชนแห่งชาติ 4 กันยายนนี้

การเติบโตมีเรื่องราวมากมายระหว่างทาง ทำความเข้าใจตัวเอง ยืนหยัดในความเชื่อมั่นผ่านโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง และรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง แค่นี้ก็ดูเหมือนจะเป็นมิชชันระดับโลกของพวกเขาในแต่ละวันเลยก็ว่าได้ ในเดือนกันยายนซึ่งเป็นเดือนที่มีวันเยาวชนแห่งชาติ หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ ร่วมกับ Doc Club รายการ ‘อะไรนะสารคดี’ และ Locals ThaiPBS ชวนมองช่วงเวลาของการเติบโตผ่านภาพยนตร์สารคดีสั้นจากหลากหลายมุมโลก ในกิจกรรม Doc Day Afternoon ครั้งนี้ Photograph: CHEMKIDS (Germany, 2022)Doc Day Afternoon เย็นวันศุกร์ที่ 4 กันยายน พบกับสารคดีสั้น 2 เรื่องภายใต้ธีม ‘เติบโต’ เริ่มจาก CHEMKIDS (เยอรมนี, 2022) ผลงานของ Julius Gintaras Blum ความยาว 27 นาที ที่พาไปติดตามกลุ่มวัยรุ่นในเมืองเคมนิทซ์ อดีตเมืองอุตสาหกรรมของเยอรมนีตะวันออก พวกเขากำลังเดินเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับช่องว่างระหว่างตัวเองและพ่อแม่ที่เติบโตขึ้นมาในบริบททางสังคมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยเรื่องนี้เคยได้รับการคัดเลือกฉายในเทศกาล Clermont-Ferrand Photograph: TRAIN ROBBERS (Norway, 2019)Doc Day Afternoon ต่อด้วย TRAIN ROBBERS (นอร์เวย์, 2019) ของ Martin A. Walther ความยาว 21 นาที สารคดีที่ย้อนกลับไปยังวัยเด็กในเมืองทรอนด์เฮมช่วงกลางทศวรรษ 1990 ผ่านเรื่องราวของกลุ่มเด็กอายุ 11–15 ปี ซึ่งไม่ค่อยเข้าพวกทั้งในโรงเรียนและทีมฟุตบอล ก่อนจะรวมตัวกันก่อวีรกรรมเล็ก ๆ ด้วยการขโมยเบียร์และน้ำอัดลมจากขบวนรถไฟสินค้า ถ่ายทอดมิตรภาพ ความซุกซน และความโดดเดี่ยวของช่วงวัยที่กำลังค้นหาที่ทางของตัวเอง หลังจบการฉาย ผู้ชมจะได้ร่วมพูดคุยกับ ‘ป้ามล’ ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวช
เช็กโปรเจกต์คมนาคมใหม่ ทดลองขึ้นฟรี! ทางด่วนพระราม 3 มอเตอร์เวย์ M6 และ M82 และอีกหลายเส้นทางที่กำลังเปลี่ยนโฉมการเดินทาง

เช็กโปรเจกต์คมนาคมใหม่ ทดลองขึ้นฟรี! ทางด่วนพระราม 3 มอเตอร์เวย์ M6 และ M82 และอีกหลายเส้นทางที่กำลังเปลี่ยนโฉมการเดินทาง

ถนนและทางด่วนอาจเป็นเรื่องที่ฟังดูไกลตัว แต่สำหรับคนที่ต้องเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เป็นประจำ การเปลี่ยนแปลงของโครงข่ายคมนาคมย่อมหมายถึงเวลาและค่าใช้จ่ายที่อาจลดลงในอนาคต ล่าสุดกระทรวงคมนาคมเร่งติดตามความคืบหน้า 50 โครงการด้านโครงข่ายทางถนน ซึ่งหลายโปรเจกต์กำลังขยับเข้าใกล้ช่วงเปิดใช้งานมากขึ้น หนึ่งในเส้นทางที่น่าจับตาคือ มอเตอร์เวย์ M6 บางปะอิน–นครราชสีมา ที่เตรียมเปิดทดลองใช้ช่วงบางปะอิน–ปากช่อง โดยไม่เก็บค่าผ่านทางทุกวันศุกร์-วันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนเมษายน 2570 นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหาเส้นทางสู่เขาใหญ่ ปากช่อง และนครราชสีมา โดยไม่ต้องพึ่งถนนมิตรภาพเพียงเส้นทางเดียว Photograph: Department of HighwaysBangkok อีกเส้นทางที่กำลังจะปิดตำนานก่อสร้างอีกหนึ่งแห่งคือ M82 บางขุนเทียน–บ้านแพ้ว (พระราม 2) ซึ่งเตรียมเปิดทดลองใช้ฟรีตลอดเส้นทางตั้งแต่ 28 สิงหาคมนี้ ขณะที่ทางพิเศษ พระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก ตั้งเป้าเปิดให้บริการภายในเดือนกันยายน 2570 นอกเหนือจากกรุงเทพฯ ยังมีโครงการที่น่าจับตาอย่างทางพิเศษภูเก็ตช่วงกะทู้–ป่าตอง ซึ่งมีความคืบหน้าด้านการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้วกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยายช่วงจตุโชติ–ลำลูกกา ที่ตั้งเป้าเปิดให้บริการภายในปี 2571 ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพการปรับโฉมโครงข่ายถนนของไทยครั้งใหญ่ เพื่อให้เราเดินทางได้เร็วขึ้น แต่ยังเชื่อมเมือง แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่เศรษฐกิจเข้าหากันมากขึ้น และอาจทำให้ทริปสุดสัปดาห์ครั้งต่อไปเริ่มต้นได้ง่ายกว่าเดิม  
เมื่อวรรณกรรมพูดเรื่องความปรารถนา ชวนอ่าน Call Me by Your Name ฉบับผู้ใหญ่

เมื่อวรรณกรรมพูดเรื่องความปรารถนา ชวนอ่าน Call Me by Your Name ฉบับผู้ใหญ่

หากการอ่านวรรณกรรมสำหรับคุณไม่ได้จบลงแค่การทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง แต่ยังเป็นการสำรวจความรู้สึก ความปรารถนา และความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับถ้อยคำ งาน Call Me by Your Thirst: An Adult Bookclub อาจเป็นค่ำคืนที่น่าสนใจสำหรับนักอ่านสายลึก ในวันที่ 2 กันยายนนี้ shortshorts.bkk ชวนมานั่งอ่านและพูดคุยถึงวรรณกรรมในบรรยากาศเป็นกันเอง โดยมีนักเขียนชาวไทย ‘พิม หวังเดชะวัฒน์’ มาร่วมพาผู้เข้าร่วมอ่านอย่างใกล้ชิดผ่านข้อความบางส่วนจาก Call Me by Your Name นวนิยายของ André Aciman ที่พาเราเข้าสู่เรื่องราวของความโหยหา การยับยั้งชั่งใจ และแรงปรารถนา ท่ามกลางฤดูร้อนอันร้อนระอุของ Italian Riviera View this post on Instagram A post shared by Regi T. (@shortshorts.bkk) ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือมาก่อน เพราะหัวใจของกิจกรรมไม่ได้อยู่ที่การหาคำตอบที่ถูกต้อง แต่คือการเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนได้ตีความตัวบทในแบบของตัวเอง ตั้งแต่การใช้ภาษาเพื่อถ่ายทอดความปรารถนา ไปจนถึงรายละเอียดเกี่ยวกับร่างกาย ประสาทสัมผัส สถานที่ ความละอาย และอิสรภาพ Photograph: Call Me By Your Name Movie version (2017)Bangkok กิจกรรมยังปิดท้ายด้วยช่วงเวลาให้ผู้เข้าร่วมได้หยุดคิดถึงความหมายของคำว่า ‘intimacy’ หรือความใกล้ชิด ว่าแท้จริงแล้วสิ่งนี้มีความหมายต่อเราอย่างไร และเหตุใดบางครั้งวรรณกรรมจึงสามารถพูดแทนความรู้สึกที่เราอาจไม่กล้าพูดออกมาเองได้ Call Me by Your Thirst: An Adult Bookclub จะจัดขึ้นวันที่ 2 กันยายน 2026 เวลา 18.30–20.00 น. ที่ 6th.Fl Bangkok เดินทางด้วย BTS พร้อมพงษ์ ทางออก 4 ผ่าน Ebisu Shoten Izakaya และขึ้นลิฟต์ด้านหลังไปยังชั้น 6 ค่าเข้าร่วมงาน 150 บาท รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 1 แก้ว (จองบัตร)
เตรียมตัวให้พร้อม! รวมพลคนรักรถริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง 6 กันยายนนี้

เตรียมตัวให้พร้อม! รวมพลคนรักรถริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง 6 กันยายนนี้

เมืองใหญ่ทุกเมืองมักมีวัฒนธรรมย่อยที่เพิ่งจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเมื่อห้างร้านหลับใหล และสำหรับกรุงเทพฯ พื้นที่ส่วนใหญ่ของที่แห่งนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยรถสี่ล้อ ในวันที่ 6 กันยายนนี้ โลกแห่งความเร็วและเสียงเครื่องยนต์จะมารวมตัวกันที่ Terminal 21 พระราม 3 ในงาน Bangkok Underground Riverside ซึ่งถือเป็นงานคาร์มีตติง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในย่านนี้ตลอดทั้งปี งานปีนี้มาในธีม The Fast Tokyo Drift  โดยมีไฮไลต์เด็ดคือ คุณเบียร์ ใบหยก และทีม Top Secret ที่จะขับ RX-7 และ 180SX พร้อมชุดแต่ง Liberty Walk ซึ่งถือเป็นคู่เดียวในไทยมาอวดโฉมให้ได้ชมกันแบบใกล้ชิด รายล้อมไปด้วยขบวนรถสตรีทแต่งซิ่งที่รับรองว่าคุณจะได้ยินเสียงท่อกระหึ่มมาก่อนที่จะได้เห็นตัวรถเสียอีก Photograph: Taklong BigwheelBangkok ใครมีรถแต่งคันโปรดขับมาร่วมงานได้เลย พื้นที่แห่งนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่อยากนำรถสุดรักมาจอดโชว์ ให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนสุดพิเศษนี้เคียงข้างเหล่าแก๊งรถโชว์ระดับท็อป เพียงก้าวเท้าลงบนลานจอดรถ คุณจะได้พบกับรถแต่งหลากหลายสไตล์ที่นำมาจัดแสดง พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีเร้าใจจากดีเจที่จะเปิดแผ่นสร้างความมันส์กันยาวๆ จนถึง 21.00 น. แถมยังมีมุมถ่ายรูปเด็ดๆ ซ่อนอยู่ทุกมุม และเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน แสงไฟจากตัวเมืองจะสาดส่องลงมาสะท้อนกับรถแต่งสุดเท่ โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหลัง แนะนำว่าให้เคลียร์พื้นที่สมาร์ตโฟนมาให้พร้อม เพราะคุณจะต้องรัวชัตเตอร์ไม่ยั้งแน่นอน Photograph: Taklong BigwheelBangkok เจ้าของรถจากทั่วสารทิศจะขับมารวมตัวกันเพื่อค่ำคืนแบบนี้ รับรองว่าคุณจะได้อยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่หลงใหลในสิ่งเดียวกันแน่นอน แล้วพบกัน ที่ ลานจอดรถ วันที่ 6 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 - 21.00 น. ที่ Terminal 21 พ
ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ต Fujii Kaze ในกรุงเทพฯ เดือนธันวาคมนี้

ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ต Fujii Kaze ในกรุงเทพฯ เดือนธันวาคมนี้

ใครล็อกคิววันที่ 26 ธันวาคมนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนสุดพิเศษที่สนามศุภชลาศัยเอาไว้ คงต้องสูดหายใจลึกๆ เพราะเรามีข่าวเศร้าที่ต้องแจ้งให้ทราบ คอนเสิร์ต Fujii Kaze ‘Prema World Tour’ ในกรุงเทพฯ ที่เคยวางกำหนดการไว้ในวันที่ 26 ธันวาคม ท่ามกลางช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ได้ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้ว โดยการแสดงครั้งนี้จำต้องยกเลิกเนื่องจากเหตุขัดข้องที่ไม่คาดคิด และทางผู้จัดงานยังไม่ได้ระบุสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับแฟนๆ หลายคนที่เฝ้านับถอยหลังรอมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดขายบัตร ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อโปรโมท Prema อัลบั้มภาษาอังกฤษชุดแรกและสตูดิโออัลบั้มเต็มชุดที่ 3 ของศิลปินหนุ่มชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่ทำให้เขากวาดหัวใจแฟนๆ ไปไกลกว่าแค่ในญี่ปุ่นแต่ดังข้ามไปทั่วเอเชีย ความผิดหวังครั้งนี้จึงกระทบใจแฟนเพลงไม่น้อย Photograph: Live Nation TeroBangkok ทางผู้จัดงานอย่าง Live Nation Tero และ HEHN RECORDS ได้ออกมากล่าวขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อผู้ชมทุกท่านที่ซื้อบัตร พร้อมทั้งชี้แจงขั้นตอนการขอรับเงินคืนไว้อย่างชัดเจน ดังนี้ ชำระผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิต: ไม่ต้องดำเนินการใดๆ ระบบจะทำการคืนเงินกลับไปยังบัตรใบเดิมของคุณโดยอัตโนมัติ ภายใน 2 รอบบิล ชำระด้วยช่องทางอื่น: ให้นำหลักฐานการซื้อบัตรไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ Thai Ticket Major สาขาหลักทั้ง 11 แห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคม 2569 ในเวลาทำการ อย่างไรก็ตาม ทีมงานและตัวของ Fujii Kaze เองได้เผยความตั้งใจว่า พวกเขาหวังจะได้กลับมาพบปะและชดเชยความรู้สึกให้กับแฟนๆ ชาวไทยในเร็วๆ นี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรติดต่อ Thai Ticket Major ได้ที่ 02-262-3456 หรืออีเมล