Just the girl who writes as her heart leads, letting stories spill out wherever life carries her. She moves through the world chasing dreams to the rhythm of jazz and the quiet pull of art, believing that life is not meant to be lived in straight lines. Someone who believes the world is a canvas she can splash with any color, while at the same time, the world splashes her with color too.

Lalitphat Bumrungkarn

Lalitphat Bumrungkarn

Staff writer, Time Out Thailand

Follow Lalitphat Bumrungkarn:

Articles (42)

อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้

อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้

เดือนกรกฎาคมคือช่วงที่กรุงเทพฯ เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว แต่ก็เป็นหนึ่งในเดือนที่ปฏิทินกิจกรรมทางวัฒนธรรมคึกคักที่สุดของปี ไม่ว่าคุณจะชอบฟังดนตรีสด ชมงานศิลปะร่วมสมัย ดูหนังอินดี้ หรือเดินเลือกซื้อหนังสือมือสอง เมืองนี้ก็มีเหตุผลมากมายให้คุณออกจากบ้าน คนรักหนังสือไม่ควรพลาด Bangkok Book District Fest ซึ่งกระจายตัวอยู่ตามย่านประวัติศาสตร์อย่างผ่านฟ้า ท่าเตียน และนางเลิ้ง ร้านหนังสืออิสระหลายแห่งจะเปิดต้อนรับนักอ่าน พร้อมกิจกรรมเสวนาและเวิร์กช็อปตลอดทั้งวัน รวมถึงหนังสือที่หาไม่ได้ตามร้านเชนทั่วไป ส่วนคอหนังควรปักหมุด เทศกาลภาพยนตร์และสารคดีไต้หวัน ที่กลับมาพร้อมสารคดีและภาพยนตร์หาชมยาก ทั้งในกรุงเทพฯ และขอนแก่น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา Awakening Song Wat จะเปลี่ยนย่านการค้าเก่าแก่ให้กลายเป็นแกลเลอรีกลางแจ้งยามค่ำคืน ด้วยงานศิลปะแสง สี และดิจิทัลอาร์ตที่ซ่อนตัวอยู่ตามโกดัง อาคารพาณิชย์ และตรอกเล็กๆ ให้เดินสำรวจตลอดค่ำคืน และเดือนนี้ก็ยังเป็นเดือนเกิดของใครๆ หลายคนรวมทั้ง House Samyan โรงหนังอิสระที่อยู่คู่คนกรุงเทพฯ มาแล้วสองทศวรรษ และพื้นที่ที่คนดนตรีหลงอย่าง Format Bkk ครบรอบ 1 ขวบเช่นเดียวกันพร้อมโชว์สุดพิเศษจาก Phum Viphurit  ด้านดนตรีก็ไม่น้อยหน้า Colorists Music Festival กลับมาพร้อมไลน์อัปที่รวมทั้งศิลปินอินดี้รุ่นใหญ่ ศิลปินอัลเทอร์เนทีฟหน้าใหม่ และวงที่ร้องตามได้ทั้งฮอลล์ ขณะที่ JUST KIDS เลือกจัดงานในบรรยากาศเล็กๆ โดยมีแรปเปอร์ดาวรุ่ง Zambug เป็นศิลปินหลัก พร้อมแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับคอมมูนิตี้ของคนรักดนตรี  เดือนกรกฎาคมดูจะอัดแน่นไปด้วยกิจกรรม เตรียมร่มไว้หนึ่งคัน พกเงินสดไว้ซื้อหนังสือและของที่ระลึก แล้วเตรียมใช้ทุกสุดสัปดาห์ให้คุ้มที่สุด หากอยากติดตามคอนเสิร์ตที่กำลังจะเก
Table talk in Bangkok (25 มิ.ย. – 1 ก.ค.)

Table talk in Bangkok (25 มิ.ย. – 1 ก.ค.)

วงการอาหารในสัปดาห์นี้มีตั้งแต่เบเกิล โดนัท ไปจนถึงมะเขือเทศ ทุเรียน และเป็ด เริ่มกันที่ Sydny Bagels พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษกลิ่นอายภาคเหนือที่ย่านเจริญกรุง ด้านห้องอาหาร Côte by Mauro Colagreco ก็หยิบยกมะเขือเทศมาสร้างสรรค์เป็นคอร์สเมนูเทสติ้งแบบจัดเต็ม ส่วนร้าน KIN จะมาพิสูจน์ให้เห็นว่าทุเรียนสามารถรังสรรค์ออกมาเป็นทาร์ตรสชาติคุ้นลิ้นได้ดีไม่แพ้ข้าวเหนียวทุเรียน นอกจากนี้ยังมีแลนด์มาร์กแห่งใหม่อย่างร้าน Two Men Bagel เปิดหน้าร้านใหม่ที่เอกมัย Drop By Dough ก็เปิดสาขาใหม่เช่นกันใกล้สวนลุมพินี มาต่อกันที่เมนูคอลแลบสุดพิเศษเน้นเมนูเป็ดที่ร้าน Cuckoo! And Friends และปิดท้ายด้วยค่ำคืนชมภาพยนตร์พร้อมดินเนอร์ร่วมกับผู้กำกับชื่อดัง ‘ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง’ ที่ Sala Saneha บอกเลยว่าตารางกินดื่มของคุณในสัปดาห์นี้อัดแน่นแน่นอน
รวม 6 วรรณกรรมไทยภาษาสวย ดื่มด่ำวรรณศิลป์ต้อนรับวันสุนทรภู่

รวม 6 วรรณกรรมไทยภาษาสวย ดื่มด่ำวรรณศิลป์ต้อนรับวันสุนทรภู่

ภาษาไทยคือภาษาที่สามารถเป็นได้ทั้งเสียงดนตรี ความทรงจำ และความรู้สึกในคราวเดียวกัน  ไหลเอื่อยได้เหมือนสายน้ำ (หรือจะเรียกว่าภาษาไทยดิ้นได้ก็ถูกเช่นกัน) ละมุนได้ดั่งกลีบดอกไม้แรกแย้ม และเฉียบคมได้ราวคมมีดที่กรีดผ่านหัวใจของผู้อ่านเพียงด้วยหนึ่งประโยคสั้นๆ ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ถ้อยคำเหล่านี้ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านบทกวี นิทาน คำสอน และวรรณกรรมที่ยังคงหายใจอยู่ในทุกยุคสมัย ความงดงามของภาษาไทยไม่ได้หยุดอยู่เพียงในยุคใดยุคหนึ่ง หากแต่ยังผลิดอกออกผลอยู่ในงานเขียนของนักประพันธ์รุ่นแล้วรุ่นเล่า เพราะวรรณกรรมที่ดีไม่ได้เพียงเล่าเรื่อง แต่ยังทำหน้าที่เก็บรักษาความงามของภาษาเอาไว้ตามยุคสมัยนั้นๆ บางเล่มทำให้เราตกหลุมรักคำธรรมดา บางเล่มทำให้เราเห็นภาพชีวิตผ่านประโยคเพียงไม่กี่บรรทัด และบางเล่มก็ทำให้เราเงียบงันอยู่กับหน้ากระดาษ เพราะความงดงามนั้นยากเกินจะอธิบายเป็นคำพูด เนื่องในวันสุนทรภู่ เราจึงชวนคุณเปิดหน้าหนังสือเหล่านี้อีกครั้ง วรรณกรรมที่เปล่งประกายด้วยภาษาอันละเมียดละไม งดงาม และทรงพลัง ราวกับจะย้ำเตือนว่า ภาษาไทยไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับการสื่อสาร หากคือศิลปะที่ยังคงเต้นอยู่ในทุกหน้ากระดาษที่เราเปิดผ่านหน้าหนังสือ และนักเขียนไทยหลากยุคหลายสมัยต่างทำหน้าที่ ‘ครูกวี’ ในแบบของตัวเอง เปลื้องเปลือยความรู้สึกและโอบอุ้มหัวใจคนอ่านผ่านท่วงทำนองตัวอักษรที่สละสลวย    และนี่คือ 6 วรรณกรรมไทยที่โดดเด่นเรื่องการใช้ภาษางดงามจนอยากให้คุณได้ลองเปิดอ่านสักครั้ง ข้างหลังภาพ เขียนโดย ศรีบูรพา Photograph: ข้างหลังภาพThai Literature with beautiful langauge คลาสสิกเหนือกาลเวลา กับโศกนาฏกรรมรักที่งดงามดั่งภาพวาด หากจะพูดถึงนวนิยายไทยที่ใช้ภาษาละเมียดละไมและโรแมนติกที่สุด ย่อมมีชื่อของ ข้างหล
Books after sex  5 หนังสือน่าอ่านหลังกิจกรรมเร่าร้อน

Books after sex 5 หนังสือน่าอ่านหลังกิจกรรมเร่าร้อน

หลังจากช่วงเวลาอันลุ่มลึกบนเตียงผ่านพ้นไป หลายคนเลือกปล่อยให้ร่างกายค่อยๆ กลับสู่ความสงบ บางคนหลับใหล บางคนทอดสายตามองเพดาน ปล่อยให้ความคิดไหลเอื่อยไปตามแรงเต้นของหัวใจ แต่สำหรับบางคน โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีอารมณ์ค้างคา หรือจินตนาการยังคงทำงาน การหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน อาจเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยยืดขยายความรู้สึกนั้นให้ลึกขึ้นและชัดเจนขึ้น เพราะการอ่านเองก็มีความเย้ายวนในแบบของมัน ตัวอักษรที่ค่อยๆ เปลื้องความหมายออกทีละชั้น คล้ายกับการสำรวจความสัมพันธ์ ความปรารถนา และความเปราะบางของมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา นี่ไม่ใช่บทความสุขศึกษา หรือคำแนะนำว่าควรหรือไม่ควรทำอะไรหลังมีเซ็กส์ หากแต่เป็นการคัดเลือกงานเขียนที่สำรวจความรัก ความปรารถนา และความสัมพันธ์ ผ่านภาษาอันงดงามและจริงใจ ตั้งแต่นิยายร่วมสมัย เรื่องเล่าจากญี่ปุ่นเคล้าเสียงดนตรีแจ๊ส ไปจนถึงเรื่องราวเข้มข้นจากนักเขียนไทย หนังสือที่อาจทำให้หัวใจคุณเต้นช้าลง หรืออาจทำให้ผีเสื้อบินในท้องคุณอีกครั้งหลังกิจกรรมเร่าร้อน ไปกับ 5 หนังสือน่าอ่านหลังมีเซ็กส์
หมุดหมายควรไปเยือนทั่วกรุงเทพฯ ในวันฝนพรำ

หมุดหมายควรไปเยือนทั่วกรุงเทพฯ ในวันฝนพรำ

ละอองฝนและท้องฟ้าครึ้มในเมืองหลวงอันแสนวุ่นวาย มักพัดพาเอาความรู้สึกเหงา เศร้า ปนโรแมนติกเข้ามาพร้อมกันแบบที่ยากจะหลีกเลี่ยง ในวันที่สายฝนโปรยปราย เมืองนี้ยังมีสถานที่ที่ทวีคูณความน่าค้นหา หลากหลายสไตล์ที่ออกแบบมาให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยม ตั้งแต่การเวิร์กชอปงานคราฟต์ เสพศิลปะผ่านรสชาติกาแฟ ตื่นเต้นไปกับกิจกรรมอินดอร์สุดเร้าใจ ลุ้นระทึก ไปจนถึงการนั่งปล่อยอารมณ์ในบาร์แจ๊สที่เคล้ากลิ่นอายฝนราวกับหลุดออกมาจากหนังสือของมุราคามิ และนี่คือสถานที่ทั้งหมดที่เหมาะแก่การไปเยือน
7 ไวน์บาร์ในกรุงเทพฯ ที่คนรักเนเชอรัลไวน์ควรไปลอง

7 ไวน์บาร์ในกรุงเทพฯ ที่คนรักเนเชอรัลไวน์ควรไปลอง

เมื่อพูดถึงวัฒนธรรมการดื่มในกรุงเทพฯ หลายคนอาจนึกถึงค็อกเทลบาร์หรือร้านคราฟต์เบียร์เป็นอันดับแรก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อีกหนึ่งกระแสที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ เนเชอรัลไวน์ (Natural Wine) ซึ่งไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป ปัจจุบัน ไวน์บาร์หลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ ต่างนำเสนอไวน์แบบ Low Intervention, ไวน์ส้ม และไวน์จากผู้ผลิตรายย่อยทั่วโลก ให้ผู้คนได้เปิดประสบการณ์ใหม่ในการดื่มไวน์ แล้ว ‘เนเชอรัลไวน์’ คืออะไร? แม้จะไม่มีนิยามที่เป็นทางการเพียงหนึ่งเดียว แต่โดยทั่วไปแล้วหมายถึงไวน์ที่ผลิตโดยแทรกแซงกระบวนการผลิตให้น้อยที่สุด ทั้งในไร่องุ่นและในห้องบ่ม ผู้ผลิตมักเลือกใช้แนวทางเกษตรอินทรีย์หรือไบโอไดนามิก ใช้ยีสต์ธรรมชาติในการหมัก และลดการใช้สารเติมแต่งให้น้อยที่สุด ผลลัพธ์คือไวน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่ปลูกองุ่นได้อย่างชัดเจน และมีรสชาติที่แตกต่างในแบบของตัวเอง เสน่ห์สำคัญของเนเชอรัลไวน์คือ ความรู้สึกของการค้นพบ เพราะไวน์แต่ละขวดมีสไตล์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ดื่มง่าย สดชื่น ไปจนถึงรสชาติที่ซับซ้อนและคาดไม่ถึง ขณะที่ไวน์ส้มก็กลายเป็นหนึ่งในสไตล์ที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจโลกของไวน์แบบ Low Intervention มากขึ้น หลายร้านในกรุงเทพฯ จึงเพิ่มเนเชอรัลไวน์เข้าไปในลิสต์ควบคู่กับไวน์คลาสสิกและไวน์ร่วมสมัย ทำให้เกิดวัฒนธรรมการดื่มที่เปิดกว้าง ชวนให้ผู้คนได้ลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่น่าจับตามองของเมือง ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนไวน์ส้มอยู่แล้ว หรือแค่อยากรู้ว่าทำไมใครๆ ถึงพูดถึงเนเชอรัลไวน์กันมาก นี่คือ 7 ไวน์บาร์ในกรุงเทพฯ ที่ควรค่าแก่การไปสำรวจ
เมื่อ ‘ศาลาเสน่หา’ เปลี่ยนการดูหนังให้กลายเป็นเรื่องของความรัก

เมื่อ ‘ศาลาเสน่หา’ เปลี่ยนการดูหนังให้กลายเป็นเรื่องของความรัก

เราเดินทางมาถึงถนนเดโชในช่วงบ่าย แดดยังคงแรงกล้าอยู่ภายนอกทว่าความกดอากาศที่เริ่มลดต่ำลงเป็นสัญญาณเตือนว่าสายฝนกำลังจะมา มันเป็นเรื่องแปลกอยู่สักหน่อยที่เรามาถึงก่อนเวลาเปิดร้าน จึงถือโอกาสมุดผ่านประตูด้านหลังแล้วก้าวขึ้นบันไดไปยังบาร์ไวน์ ซึ่งมีโรงภาพยนตร์ขนาดกะทัดรัดซ่อนตัวอย่างลงตัวอยู่ที่ชั้นบน การมาถึงในลักษณะนี้ หากเป็นในภาพยนตร์คงต้องเคล้าด้วยเสียงดนตรีเครื่องสายที่ค่อยๆ ดังขึ้นพร้อมเทคนิคภาพสโลว์ซบตา แต่สำหรับที่นี่ สิ่งที่ต้อนรับเรากลับเป็นไวน์เย็นๆ สักแก้วและกลิ่นอายจางๆ ของไม้ปาร์เกต์สุดคลาสสิก และนั่น... คือคอนเซปต์ทั้งหมดของสถานที่แห่งนี้ Photograph: Lalitphat BumrungkarnSala Saneha ในยุคสมัยที่โรงภาพยนตร์อิสระทั่วเมืองกรุงกำลังค่อยๆ ปิดไฟมืดลงและทยอยหายไปอย่างเงียบเชียบ วะนา-ณัฐชนน วะนา, เมี่ยง-ภัคพล ศรีรองเมือง และ ดิตถ์ ธนะเศรษฐวิไล กลับเลือกที่จะเดินสวนกระแส พวกเขานำสิ่งที่ตัวเองรัก ทั้งภาพยนตร์ ไวน์ อาหาร และหนังสือ มารวมกันไว้ในตึกเก่าอายุราว 70 ปี โดยมีกลุ่มเพื่อนพ้องกว่าสิบชีวิตจากแวดวงบันเทิงและศิลปะมาร่วมแรงร่วมใจ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ‘ศาลาเสน่หา’ สถานที่ที่สร้างขึ้นจากความเชื่ออันแสนคลาสสิกที่ว่า การตีตั๋วออกไปดูหนังนอกบ้าน ควรเป็นเรื่องของความโรแมนติกอีกครั้ง Photograph: Lalitphat BumrungkarnSala Saneha เราพบกับพวกเขาทั้งสามคนที่ชั้นบนบริเวณโซนร้านหนังสือ นั่งลงบนเก้าอี้ท่ามกลางงานไม้ ในขณะที่แสงบ่ายลอดผ่านทิวไม้ภายนอกลงมาทาบทับบนพื้นห้อง ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณบ่ายสองโมงพอดี Photograph: Lalitphat BumrungkarnSala Saneha ตึกเก่าที่มีหลายชีวิตในอดีต พวกเขามีเงื่อนไขที่ค่อนข้างพิถีพิถันและชัดเจน ตัวร้านจะต้องไม่รบกวนชุมชนดั้งเดิมที่ตั้งรกรากอยู่ก่อนแล้ว
คู่มือเที่ยว ‘อารีย์’ ฉบับครบจบในที่เดียว

คู่มือเที่ยว ‘อารีย์’ ฉบับครบจบในที่เดียว

อารีย์เป็นย่านที่มีชีวิตชีวาและเดินทางสะดวกเป็นแหล่งรวมคาเฟ่สีสันสดใส พื้นที่ศิลปะสำหรับชุมชน แหล่งชอปปิง และร้านอาหารที่มีบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง และกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังจะปลุกย่านอารีย์ให้สนุกสนานขึ้นกว่าเดิม แม้จะมีการพัฒนาให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา แต่ย่านนี้ก็ยังคงผสมผสานความเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนให้เห็นได้จากร้านสตรีทฟู้ดที่มีให้เลือกมากมายไปจนถึงร้านอาหารร่วมสมัย อารีย์มีกลิ่นอายของความเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ทุกซอกทุกมุมล้วนบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ที่นี่เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการค้นพบวัฒนธรรมไทย ผ่านการสัมผัสวิถีชีวิตประจำวันของคนในท้องถิ่น เหตุผลที่ทำให้หลายคนรักอารีย์? Photograph: Josh HotelThe ultimate neighborhood guide นอกจากดอกเฟื่องฟ้าบานสะพรั่งที่เป็นเสน่ห์ของอารีย์แล้ว สิ่งที่ทำให้ย่านนี้โดดเด่นคือการผสมผสานระหว่างร้านอาหารเปิดใหม่และร้านเก่าแก่ที่เปิดมาอย่างยาวนาน ภายใต้บรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่เร่งรีบ มีแต่ความผ่อนคลาย คุณสามารถเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟและขนมอบในคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น ตามด้วยการฟื้นฟูร่างกายที่สปาอันเงียบสงบในย่านนี้ การเดินเล่นรอบๆ ย่านนี้จะชวนให้คุณเพลิดเพลินไปกับการเดินดูของตามร้านค้า และนิทรรศการในแกลเลอรี่ศิลปะ ซึ่งเหมาะมากสำหรับการใช้เวลาในวันที่อากาศแจ่มใส เมื่อตกเย็น ร้านอาหารและบาร์ในย่านนี้ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะเจาะสำหรับการดื่มด่ำกับอาหารและเครื่องดื่มรสเลิศ อารีย์จึงเป็นจุดหมายปลายทางแบบครบจบในที่เดียวสำหรับวันที่ต้องการความผ่อนคลายและรู้สึกดี Photograph: Le LaboThe ultimate neighborhood guide   วิธีการเดินทางไปอารีย์ การเดินทางไปย่าน อารีย์ (ถนนพหลโยธิน) นั้นแสนจะสะดวกและมีหลายวิธี วิธีที่สะดวกและ
ดาร์กเฟมินิน ดอกไม้ และศิลปะ ‘Miura’ แบรนด์ที่ซ่อนจดหมายไว้ในทุกรอยเย็บ

ดาร์กเฟมินิน ดอกไม้ และศิลปะ ‘Miura’ แบรนด์ที่ซ่อนจดหมายไว้ในทุกรอยเย็บ

หากคุณเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเดินชมงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ นั่นคือความตั้งใจของ ‘สกาย - กันย์จิรา เอกอัครนราพงศ์’ เจ้าของแบรนด์ Miura (มิอุระ) แบรนด์เสื้อผ้าที่ไม่ได้ขายแค่เครื่องนุ่งห่ม แต่ขายเรื่องราว คุณค่าของเวลา และความมั่นใจ จากจุดเริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียงหลักพัน สู่แบรนด์ที่ชาวต่างชาติหลงรักและกวาดซื้อจนหมดร้าน นี่คือเรื่องราวการเดินทางของหญิงสาวที่เปลี่ยนนามสกุลและตัวตนของเธอให้กลายเป็นงานคราฟต์ที่สวมใส่ได้ Photograph: Miura จุดเริ่มต้นจากญี่ปุ่น และทุนก้อนแรก 9,000 บาท ชีวิตของสกายผูกพันกับประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่อายุ 14 ปี จนเรียนจบ เธอใช้ชีวิตวัยรุ่นที่นั่นอย่างคุ้มค่าด้วยการทดลองทำทุกอย่างเพื่อค้นหาตัวเอง ตั้งแต่เป็นเด็กเสิร์ฟ ทำงานร้านอาหารไทย พนักงานโรงแรม ไปจนถึงไกด์ทัวร์ การต้องพิสูจน์ตัวเองในต่างแดนหล่อหลอมให้เธอเป็นคนทุ่มเทร้อยเปอร์เซนต์กับทุกสิ่งที่ทำ เมื่อเรียนจบจากญี่ปุ่น สกายได้มาศึกษาต่อด้านการตลาดที่ไทย และประจวบช่วงโควิดพอดี เธอรู้ตัวว่าไม่ชอบงานสายคอร์ปอเรต เธอหลงใหลในศิลปะและแฟชั่น จึงเริ่มต้นแบรนด์จากสิ่งที่ชอบด้วยเงินทุน 9,000 บาท ที่เก็บหอมรอมริบมาจากการสอนภาษาญี่ปุ่นและขายโกโก้ โปรดักต์แรกของเธอไม่ใช่เสื้อผ้า แต่เป็นรองเท้าแตะทรงโมเดิร์นมิด (Modern-mid) เย็บมือทั้งหมด แต่ด้วยความที่สินค้าเป็นกลุ่มนิช (Niche) มากๆ และมีข้อจำกัดเรื่องไซซ์ เธอจึงตัดสินใจปรับเข็มทิศ นำความชอบด้านงานดีไซน์ เท็กซ์เจอร์ และผ้าพิมพ์ลาย มาทุ่มเทให้กับเสื้อผ้าและชุดเดรสแทน Photograph: Miura ‘Miura’ นามสกุล ตัวตน และจดหมายถึงตัวเอง Miura คือนามสกุล มันเป็นช่วงที่เราเติบโตที่นั่น ได้รับประสบการณ์มากมาย และมันคือสิ่งที่จะติดตัวเราไปจนตาย เลยกลายมาเป็นชื่อ
โรงแรมที่คุ้มค่าที่สุดในกรุงเทพฯ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาทต่อคืน

โรงแรมที่คุ้มค่าที่สุดในกรุงเทพฯ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาทต่อคืน

หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์หรูหราโดยไม่ต้องจ่ายในราคาที่ทำให้แทบช็อก ซึ่งมักจะพบได้ตามโรงแรมระดับ 5 ดาวในเมืองใหญ่ทั่วโลก กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกมากมายที่มอบระดับการบริการที่อาจหาเทียบไม่ได้จากที่อื่น จุดเด่นคือ กรุงเทพฯ ยังมีความคุ้มค่าอย่างเหลือเชื่ออีกด้วย ด้วยการติดอันดับรายชื่อเมืองที่ดีที่สุดของ Time Out นักเดินทางตัวยงจะสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าที่นี่โดดเด่นในฐานะหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก ในราคาที่ถูกกว่าที่คุณอาจต้องจ่ายในที่อื่นมาก ดังนั้นเราจึงตั้งโจทย์ให้ตัวเอง ค้นหาโรงแรมที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ที่ปกติราคาเข้าพักต่อคืนอยู่ที่ 10,000 บาทหรือน้อยกว่า แต่ให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าราคาห้องพักไปมาก ในสถานที่อย่างลอนดอน นิวยอร์ก หรือปารีส งบประมาณระดับนี้อาจจะได้แค่ห้องพักบูติกดีๆ สักห้อง แต่ที่นี่งบเท่ากันกลับปลดล็อกระดับการบริการที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ห้องสวีทกว้างขวาง วิวแม่น้ำ ห้องอาหารที่ได้รับรางวัล พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี และสวนสาธารณะ ล้วนอยู่แค่เอื้อม ตัวเลือกมีมากมายแต่เกณฑ์ของเรานั้นเรียบง่าย ห้องพักยอดเยี่ยมที่ให้ความรู้สึกหรูหราเกินราคา และเป็นสิ่งที่คุณสามารถนำไปอวดได้เมื่อกลับถึงบ้าน ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะมาเยือนเมืองนี้หรือกำลังวางแผนสเตย์เคชันแบบจัดเต็ม โรงแรมเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่ากรุงเทพฯ อาจเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกในการสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนในเมืองโดยไม่ต้องเจอบิลตอนเช็คเอาต์ที่ทำให้เหงื่อตก
ศิลปะแห่งการให้จาก 14 ร้านเค้กวันเกิดดีไซน์สายคราฟต์ในกรุงเทพฯ

ศิลปะแห่งการให้จาก 14 ร้านเค้กวันเกิดดีไซน์สายคราฟต์ในกรุงเทพฯ

Happy birthday to you... ท่วงทำนองที่คุ้นเคยกำลังจะวนกลับมาอีกครั้ง ไม่ว่าเร็วๆ นี้จะเป็นวันคล้ายวันเกิดของใครสักคนที่คุณรัก คุณพ่อคุณแม่ที่เคารพ เพื่อนสนิทที่รู้ใจ คนพิเศษที่คอยเคียงข้าง หรือแม้แต่วันพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองให้กับตัวคุณเองที่เติบโตขึ้นอีกปี ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเค้กวันเกิด ไม่ได้เป็นเพียงแค่ขนมหวานเพื่อเป่าเทียนอธิษฐานอีกต่อไป แต่มันคือสัญลักษณ์แทนความใส่ใจ คือศิลปะบนโต๊ะอาหาร และเป็นตัวแทนของความทรงจำที่จะถูกบันทึกไว้ในภาพถ่ายไปตลอดกาล ในยุคที่สุนทรียภาพกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ การตามหาเค้กที่หน้าตาสวยงาม มีดีไซน์โดดเด่น รสชาติอร่อย และสะท้อนคาแรกเตอร์ของผู้รับได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงกลายเป็นมิชชั่นสำคัญประจำปีของใครหลายคน หากคุณกำลังมองหาชิ้นงานศิลปะที่ทานได้เพื่อเติมเต็มวันพิเศษให้สมบูรณ์แบบที่สุด นี่คือคัมภีร์ที่คุณกำลังตามหา Time Out คัดสรรและรวบรวม 14 พิกัดร้านเค้กวันเกิดที่โดดเด่นทั้งงานคราฟต์ รสชาติ และดีไซน์ทั่วกรุงเทพฯ มาให้คุณได้เลือกสรรเพื่อเนรมิตวันเกิดปีนี้ให้เป็นปีที่น่าจดจำที่สุด
5 ตลาดนัด Flea Market ห้ามพลาดในตอนนี้

5 ตลาดนัด Flea Market ห้ามพลาดในตอนนี้

สุดสัปดาห์นี้แพลนของคุณเป็นแบบไหน? จะไปตระเวนคลับ ฮอปปิ้งตามบาร์ หรืออยากปล่อยใจไปกับการเดินเลือกของในตลาดนัดบรรยากาศสบายๆ และถ้าคำตอบของคุณคือข้อหลัง บอกเลยว่าคุณกำลังอ่านถูกบทความ เพราะตอนนี้มี 5 ตลาดนัด Flea Market ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ละที่มาพร้อมเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งไอเทมวินเทจ งานคราฟต์ทำมือ และบรรยากาศการนั่งดูผู้คน และนี่คือลายแทงที่คุณไม่ควรพลาด

Listings and reviews (5)

96H Artisanal Bread

96H Artisanal Bread

Equal parts bakery and creative studio, 96H Artisanal Bread has a rainy-day workshop that's easier to love than explain. You paint your own sourdough loaf using natural pigments – earthy tones, botanical patterns, whatever instinct suggests – while the smell of fresh bread fills the room. Slow, tactile and genuinely therapeutic, it sends you home with a loaf that's entirely your own, ready for something warm on the side. 96H Artisanal Bread, Chaengwattana Soi 45. Open Thu–Mon, 9am–6pm. Booking ahead recommended  
Sprawl across Bangna's greenest lawn at The Field Society festival

Sprawl across Bangna's greenest lawn at The Field Society festival

Bangkok’s picnic crowd gets a proper excuse to stretch out on the grass when Happitat teams up with GROUNDCONTROL for a laid-back lifestyle festival in the middle of Bangna’s greenery. Think picnic blankets, slow afternoons and more than 80 vendors selling crafts, fashion, snacks and drinks, all spread across a wide open lawn designed for lingering. Art workshops and interactive activities run throughout the weekend, while a towering mushroom installation rising more than four metres above the grounds is almost guaranteed to dominate everyone’s camera roll. Visitors can also wander through the flower-filled ‘Fairy Circle’ experience inside Lumis Theater Hall, with live music and pet-friendly spaces helping the whole thing settle into an easy weekend rhythm. May 30-31. Free entry. Happitat at The Forestias. 10am-7pm

News (162)

KFC Run 2026 งานวิ่งคนคลั่งไก่! กับเส้นชัยที่ใครๆ ก็อยากกิน 6 กันยายนนี้

KFC Run 2026 งานวิ่งคนคลั่งไก่! กับเส้นชัยที่ใครๆ ก็อยากกิน 6 กันยายนนี้

แค่ได้ยินชื่องานก็คาดหวังได้แล้วว่าคุณจะได้อะไรจากงานนี้ เมื่อไก่ทอดขวัญใจมหาชนอย่าง KFC ขอฉีกกฎงานวิ่งแบบเดิมๆ ชวนสายกินและสายเบิร์นมาขยับฝีเท้าในงาน ‘KFC Run 2026’ มิติใหม่แห่งการออกกำลังกายที่จะเปลี่ยนหยาดเหงื่อให้เป็นความอร่อย นี่คืองานวิ่งที่จัดขึ้นเพื่อ ‘คนคลั่งไก่’ ให้ทุกคนได้ดูแลสุขภาพพร้อมรับรางวัลชิ้นใหญ่เป็นไก่ทอดผู้พันสุดฟินแบบไม่ต้องรู้สึกผิด Image: KFC RunStadium One ลืมภาพการวิ่งเพื่อเหรียญรางวัลแบบทั่วไปไปได้เลย เพราะตลอดเส้นทางและที่เส้นชัยของงานนี้ คาดว่าจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความสุขและกลิ่นไก่ทอดหอมกรุ่น โดยเฉพาะเมนูสุดซี๊ดในตำนานอย่างวิ้งแซ่บที่พร้อมเสิร์ฟเติมพลังให้คุณทันทีที่เข้าเส้นชัย ถือเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดีในทุกๆ กิโลเมตร วิ่งไปคิดถึงไก่ทอดไป รับรองว่ามีแรงสปีดเข้าเส้นชัยเร็วกว่าเดิมแน่นอน งานนี้มีให้เลือก 2 ระยะทาง ได้แก่ 5 และ 10 กิโลเมตร วอร์มร่างกายให้พร้อม แล้วล็อกคิววันกดบัตรไว้ให้แม่น เพราะงานนี้สายวิ่งก็ดี สายกินก็ห้ามพลาด แล้วไปหาเส้นชัยที่อร่อยที่สุดด้วยกัน ที่ Stadium One วันที่ 6 กันยายน 2569 เปิดรับสมัคร 6 กรกฎาคมนี้ เริ่มเปิดระบบเวลา 09.00 น. เป็นต้นไป (จองบัตร) จำนวนจำกัด เพียง 2,000 สิทธิ์ เท่านั้น (ช้าหมด อดกินไก่!) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: KFC Run
‘อิ้งค์ วรันธร’ เตรียมสะกดคนฟังด้วยดนตรีออร์เคสตราใน ‘Synthphony Concert’ 3–4 ตุลาคมนี้

‘อิ้งค์ วรันธร’ เตรียมสะกดคนฟังด้วยดนตรีออร์เคสตราใน ‘Synthphony Concert’ 3–4 ตุลาคมนี้

สร้างความเซอร์ไพรส์และความตื่นเต้นให้กับแฟนเพลงอย่างท่วมท้น เมื่อศิลปินสาวเสียงหวานเจ้าของฉายาเจ้าหญิงซินธ์ป๊อปอย่าง ‘อิ้งค์-วรันธร เปานิล’ ได้ประกาศจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งใหญ่ต้อนรับช่วงปลายปี 2569 นี้ ในชื่อ ‘Ink Waruntorn Synthphony Concert’ กลางเวที Club 30 Concert เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เผยโปรเจกต์ยักษ์ที่พร้อมพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์ดนตรีในรูปแบบใหม่ที่เธอไม่เคยทำมาก่อน Photograph: Ink WarunthornSynthphony Concert ความพิเศษของคอนเสิร์ตในครั้งนี้คือครั้งแรกที่ ‘เจ้าหญิงแห่งวงการซินธ์ป๊อป’ จะมาตีความบทเพลงของเธอใหม่ในแบบวงออร์เคสตราที่ยิ่งใหญ่ และอลังการกว่าเดิม รับประกันปรากฏการณ์หูเคลือบทองให้กับชาวเพื่อนหมูแดงอย่างแน่นอน แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีการประกาศผังที่นั่ง ราคาบัตร หรือสิทธิพิเศษ ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่อิ้งค์ วรันธร ก็ได้ฝากข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อให้แฟนๆ ได้เตรียมตัววอร์มมือรอไว้ล่วงหน้า สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดโชว์ครั้งประวัติศาสตร์ที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์นี้ สามารถติดตามอัปเดตความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มได้ที่ Ink Warunthorn และค่ายเพลง Muzik Move ที่ UOB LIVE ชั้น 6, ศูนย์การค้า Emsphere (BTS สถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 6) วันที่ 3 - 4 ตุลาคม 2569 ขายบัตรวันที่ 8 สิงหาคม 2569 จองบัตรได้ที่ Eventpop
บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026 เปิดรายชื่อศิลปินชุดใหม่ สำรวจโลก ‘นางฟ้าผจญมาร’

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026 เปิดรายชื่อศิลปินชุดใหม่ สำรวจโลก ‘นางฟ้าผจญมาร’

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026 (Bangkok Art Biennale 2026) เดินหน้าเผยโฉมศิลปินชุดใหม่ที่จะเข้าร่วมเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติในปีนี้ พร้อมเติมเต็มบทสนทนาข้ามพรมแดนผ่านผลงานของศิลปินจากประเทศไทยและทั่วโลก ภายใต้แนวคิด ‘นางฟ้าผจญมาร (Angels & Mara)’ ธีมที่ชวนตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งและความซับซ้อนของโลกยุคปัจจุบัน การประกาศครั้งล่าสุดเพิ่มรายชื่อศิลปินระดับนานาชาติและศิลปินไทยอีก 27 ท่าน ไม่ว่าจะเป็น อาราห์มายานี จากอินโดนีเซีย, โนบุโยชิ อะระกิ จากญี่ปุ่น, ปิแอร์ และ ฌิลส์ จากฝรั่งเศส, ซิน วาย คิน จากแคนาดา, แม็กซ์ ฮูเปอร์ ชไนเดอร์ จากสหรัฐอเมริกา รวมถึงศิลปินไทยอย่าง ชนาธิป ฉันท์วิภว, เจษฎา ภูเวียง, นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์, สุดาภรณ์ เตจา, ตะวัน วัตุยา และ อุดม แต้พานิช เป็นต้น Photograph: BkkArtBiennale2026 เมื่อรวมกับรายชื่อที่ประกาศไปก่อนหน้า บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026 มีศิลปินเข้าร่วมแล้วทั้งสิ้น 42 ศิลปิน จากหลากหลายประเทศ สะท้อนความหลากหลายของภูมิหลัง วัฒนธรรม และแนวคิด ซึ่งจะมาบรรจบกันผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตีความและแลกเปลี่ยนมุมมอง ภายใต้ธีม ‘นางฟ้าผจญมาร’  ศิลปินแต่ละคนจะพาผู้ชมสำรวจพื้นที่อันพร่าเลือนระหว่างแสงสว่างและความมืด ความหวังและความสิ้นหวัง คุณธรรมและการล่อลวง พร้อมตั้งคำถามต่อความเชื่อ อำนาจ ตัวตน และสภาวะของมนุษย์ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน Photograph: BkkArtBiennale2026   และนี่คือรายชื่อศิลปินชุดใหม่ทั้งหมด  อาราห์มายานี โนบุโยชิ อะระกิ  เซดริก อาร์โนลด์  บียอนด์ เพรชเชอร์ ชนาธิป ฉันท์วิภว ยานราน เฉิน  อัน เช็ง  แม็กซ์ ฮูเปอร์ ชไนเดอร์  เลโกะ อิเคมูระ  หลิว เจี้ยนฮัว ซูมิ คานาซาวะ  เรนาโต เลอตตา  เบรดา ลินช์   อง เคียน เผิง 
สุดสัปดาห์นี้ ชวนมานั่งสวนลุมแบบ ‘นั่งเฉยๆ ไม่ทำเหี้ยอะไรเลย’ ด้วยกัน

สุดสัปดาห์นี้ ชวนมานั่งสวนลุมแบบ ‘นั่งเฉยๆ ไม่ทำเหี้ยอะไรเลย’ ด้วยกัน

ในชีวิตนี้ คงไม่มีอะไรที่จดลงไดอารี่ได้ยากไปกว่าคำว่า ‘ไม่ได้ทำอะไรเลย’การไม่ทำอะไรเลยฟังดูเหมือนง่าย ง่ายที่สุดในโลกด้วยซ้ำ จนกระทั่งคุณได้ลองทำมันจริงๆ และภายในเวลาแค่ 90 วินาที มือของคุณก็เริ่มเอื้อมไปหาโทรศัพท์ สมองเริ่มร่างอีเมลเงียบๆ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องส่งด้วยซ้ำ แล้วคุณก็กลับไปเป็นคนเดิมอีกครั้ง คนที่ทำตัวมีประโยชน์ มีประสิทธิภาพ และเป็นมนุษย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกยุคใหม่เป๊ะๆ การจะปิดสวิตช์ตัวเองแบบนั้นมันต้องฝึกฝน ต้องใช้ความกล้า และนี่คือที่มาของกิจกรรม ‘นั่งเฉยๆ ไม่ทำเหี้ยไรเลย’ ชั่วโมงอันไร้สาระอย่างงดงามที่ขอจากคุณเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือนั่งลง แล้วจ้องมองท้องฟ้า ผืนหญ้า หรือเหม่อมองไปในความว่างเปล่า มีแค่ตัวคุณ มุมสงบๆ ในสวนลุมพินี และความตื่นเต้นอันแสนขบถเล็กๆ จากการที่ไม่ได้ช่วยขับเคลื่อนหรือทำประโยชน์อะไรให้ระบบ GDP ของประเทศเลยแม้แต่บาทเดียว Photograph: teamchadchartLumphini Park ทีมงานจาก Commons & Bonfire เป็นผู้เนรมิตกิจกรรมสุดชิลนี้ขึ้นมา โดยคอนเซปต์ของงานจะอยู่กึ่งกลางระหว่างการดูแลใจ และการประท้วงแบบเงียบๆ พักสมองอันอ่อนล้าของคุณ พาตัวเองหนีจากหน้าจอที่ตามหลอนคุณมาตั้งแต่ตอนอาหารเช้า ดีท็อกซ์ตัวเองจากความกดดันอันไม่สิ้นสุดที่คอยบอกให้เราต้องพัฒนาตัวเอง ต้องประสบความสำเร็จ หรือต้องขยันตลอดเวลา มาร่วมต่อต้านทุนนิยมด้วยการนั่งมองก้อนเมฆเหมือนกวียุควิกตอเรียนที่ไม่มีจุดหมายปลายทางให้ต้องรีบไป ไม่ว่าอะไรจะดึงดูดคุณมางานนี้ เราขอเชิญชวนคุณมาทำตัวไร้สาระอย่างงดงามไปด้วยกันท่ามกลางเพื่อนร่วมอุดมการณ์ กำหนดการมีเพียงแค่ 30 นาทีแรก นั่งเงียบๆ ไม่ทำอะไรเลย และ 30 นาทีสุดท้าย อยู่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันต่อว่าความรู้สึกของ ‘ความว่างเปล่า’ นั้นเป็นอย่างไร
เก้าอี้สมัยที่ 2 ของ ‘ชัชชาติ’ กับบทพิสูจน์บทใหม่ให้ ‘กรุงเทพฯ ทำงาน’

เก้าอี้สมัยที่ 2 ของ ‘ชัชชาติ’ กับบทพิสูจน์บทใหม่ให้ ‘กรุงเทพฯ ทำงาน’

ชัยชนะด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายกว่า 1.44 ล้านเสียงจากชาวกรุงเทพมหานคร เป็นตราประทับแห่งความไว้วางใจให้ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ เป็นสมัยที่ 2 เป็นเสียงสะท้อนก้องกังวานว่าคนกรุงยังคงเชื่อมั่นในพลังแห่งความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา คำขวัญ ‘ทำงาน ทำงาน ทำงาน’ ได้ถูกพิสูจน์ผ่านผลงานกว่าร้อยโครงการ พื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้น และปัญหาหมักหมมที่เริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม บนเส้นทางของเมืองหลวงขนาดใหญ่ ย่อมมีจุดพร่อง และบาดแผลที่รอการเยียวยา ทั้งน้ำท่วม การจราจรที่ติดขัด และคุณภาพอากาศที่ยังเป็นปัญหาในหลายช่วงเวลา ซึ่งนี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่ท่านผู้ว่าจะได้กลับมาสะสางและเติมเต็มส่วนที่ขาด สะท้อนสัจธรรมที่ว่าการพัฒนาเมืองคืองานที่ไม่มีวันสิ้นสุด Photograph: BMAChadchart wins second term as Bangkok governor การกลับมาครั้งนี้ ชัชชาติและทีมงานไม่ได้เลือกใช้แผนเดิม แต่ยกระดับการพัฒนาเมืองผ่าน 4 เสาหลัก ที่จะกำหนดทิศทางใหม่ของกรุงเทพฯ ได้แก่ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน นโยบายที่ให้ความสำคัญกับประชาชนทุกช่วงวัย ทุกเพศ และทุกสภาพร่างกาย ตั้งแต่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การเข้าถึงสวัสดิการของกลุ่มเปราะบาง การออกแบบเมืองที่เปิดกว้างสำหรับทุกเพศ การสร้างที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งงาน ไปจนถึงการพัฒนาการศึกษาให้ตอบโจทย์อนาคต พร้อมลดภาระของครูและผู้ปกครอง เมืองที่เข้มแข็งและเข้าถึงได้ พัฒนาระบบขนส่งเชื่อมต่อกับเส้นทางหลัก ปรับปรุงคุณภาพอากาศและแหล่งน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างพื้นที่สาธารณะที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง วางแผนรับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่เมืองคาร์บอนต่ำ เศรษฐกิจที่แข็งแรง ผ่านโครงการ Next Learn ที่จับคู่ทักษะแรงงานกับความต้องการของตล
International Beatles Day 2026 ชวนย้อนเวลาสู่บทเพลงอมตะในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองที่ Black Cabin Bar

International Beatles Day 2026 ชวนย้อนเวลาสู่บทเพลงอมตะในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองที่ Black Cabin Bar

มีวงดนตรีไม่กี่วงในประวัติศาสตร์ที่สามารถก้าวข้ามกาลเวลาและยังคงส่งอิทธิพลต่อผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้เทียบเท่า The Beatles และในโอกาสของ International Beatles Day 2026 ในวันที่ 25 มิถุนายนของทุกปี และค่ำคืนในปีนี้ จะเป็นอีกครั้งที่แฟนเพลงชาวกรุงเทพฯ ได้ร่วมย้อนรำลึกถึงบทเพลงคลาสสิกของสี่เต่าทองผ่านงาน The Beatles Tribute Night ที่ Black Cabin Bar View this post on Instagram A post shared by Black Cabin (@blackcabinbar) ค่ำคืนพิเศษครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็นการเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมที่ The Beatles ทิ้งไว้ให้โลกดนตรี ตั้งแต่บทเพลงยุคแรกที่เต็มไปด้วยพลังแห่งวัยหนุ่ม ไปจนถึงผลงานชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าดนตรีสมัยใหม่และวัฒนธรรมป๊อปไปตลอดกาล บรรยากาศจะเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 21.00 น. กับการแสดงจาก Pack และ Aey Kuljira ที่จะนำบทเพลงคุ้นหูของวงมาถ่ายทอดในรูปแบบอบอุ่นและใกล้ชิด ก่อนส่งต่อเวทีให้กับวง The Night Before ในเวลา 22.45 น. ที่พร้อมพาผู้ฟังดำดิ่งสู่ยุคทองของลิเวอร์พูลด้วยเซ็ตลิสต์ที่รวบรวมเพลงฮิตและบทเพลงที่แฟนพันธุ์แท้ต่างจดจำได้เป็นอย่างดี หลังเที่ยงคืน ความสนุกยังไม่สิ้นสุด เมื่อ 3069 รับหน้าที่ปิดค่ำคืนด้วยดนตรีต่อเนื่องจนดึก สร้างบรรยากาศให้ผู้ร่วมงานได้ร้องตาม เต้นรำ และดื่มด่ำกับความทรงจำร่วมกัน Photograph: The GuardianThe Beatles สำหรับแฟนเพลง The Beatles หรือผู้ที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของวงดนตรีผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์เพลงป๊อป นี่คืออีกหนึ่งค่ำคืนที่ไม่ควรพลาด เพราะบางบทเพลงไม่เคยเก่า และบางความทรงจำก็ยังคงสดใหม่ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกีตาร์ขึ้นต้นของพวกเขาอีกครั้ง ที่ Black Cabin ร้านเปิดเวลา 19.00 น. – เที่ยงคืน สำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ไลน์ @BLACKCABINB
Bangkok Theatre Festival 2026 กลับมาอีกครั้งในปีที่ 24 ชวนศิลปินทุกแขนงร่วมปล่อยพลังสร้างสรรค์ปลายปีนี้

Bangkok Theatre Festival 2026 กลับมาอีกครั้งในปีที่ 24 ชวนศิลปินทุกแขนงร่วมปล่อยพลังสร้างสรรค์ปลายปีนี้

วงการศิลปะการแสดงสดของกรุงเทพฯ กำลังจะกลับมาคึกคักอีกครั้งกับงาน Bangkok Theatre Festival 2026 เทศกาลละครกรุงเทพฯ ที่เดินทางเข้าสู่ปีที่ 24 พร้อมเปิดพื้นที่ให้ศิลปินการแสดงสดทุกแขนงได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และนำเสนอผลงานต่อผู้ชมในช่วงปลายปี ระหว่างวันที่ 14–29 พฤศจิกายนนี้ ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ Bangkok Theatre Festival ได้กลายเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของแวดวงศิลปะการแสดงไทย โดยทำหน้าที่เป็นเวทีเปิดกว้างสำหรับทั้งศิลปินมืออาชีพและศิลปินรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นละครเวที การแสดงร่วมสมัย การเคลื่อนไหวร่างกาย ดนตรี หรือรูปแบบการแสดงสดอื่นๆ ที่พร้อมทดลองและขยายขอบเขตทางความคิดสร้างสรรค์ Photograph: Bangkok Theatre Festival2026 สำหรับปีนี้ เทศกาลยังคงจับมือกับพื้นที่ศิลปะและการเรียนรู้ที่คุ้นเคยอย่าง หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และ TK Park พร้อมเพิ่มความน่าตื่นเต้นด้วยการขยายไปสู่พื้นที่ใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ‘ต.นำเจริญ’ และ ‘ท้ายสยาม’ ซึ่งเตรียมเปิดประสบการณ์การแสดงในมิติที่แตกต่าง และสร้างความประหลาดใจให้กับทั้งผู้สร้างสรรค์ผลงานและผู้ชม นอกเหนือจากการเป็นเทศกาลสำหรับการรับชมการแสดง เทศกาลนี้ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างเครือข่ายของคนทำงานศิลปะ เปิดโอกาสให้เกิดการทดลองรูปแบบใหม่ๆ และส่งเสริมความหลากหลายของศิลปะการแสดงในประเทศไทย Photograph: Bangkok Theatre Festival2026 ศิลปินที่สนใจเข้าร่วมเทศกาลสามารถส่งผลงานสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1–31 กรกฎาคม 2569 โดยติดตามรายละเอียดและข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Bangkok Theatre Festival ปลายปีนี้ กรุงเทพฯ จะกลับมาเป็นเวทีแห่งจินตนาการอีกครั้ง กับเทศกาลที่เชื้อเชิญให้ทุกคนร่วมเฉลิมฉลองพลังของการแสดงสดไปด้วยกัน
กรกฎาคมนี้ ฉลองเดือนเกิด House Samyan ด้วย The Royal Tenenbaums ผลงานขึ้นหิ้งของเวส แอนเดอร์สัน

กรกฎาคมนี้ ฉลองเดือนเกิด House Samyan ด้วย The Royal Tenenbaums ผลงานขึ้นหิ้งของเวส แอนเดอร์สัน

เดือนกรกฎาคมไม่ได้มีแค่โปรแกรมหนังคลาสสิกที่คอหนังรอคอย แต่ยังเพิ่มความพิเศษด้วยการเฉลิมฉลองครบรอบ 22 ปีของ House Samyan โรงภาพยนตร์อิสระที่อยู่เคียงข้างคนรักหนังมาอย่างยาวนาน และยังติดอันดับอยู่ใน 100 โรงหนังที่ดีที่สุดในโลกจาก Time Out อีกด้วย ตลอดทั้งเดือนเตรียมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษ โปรแกรมภาพยนตร์ และเซอร์ไพรส์อีกมากมายไว้ต้อนรับผู้ชม โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือโปรแกรม House Classics ที่หยิบผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ ‘เวส แอนเดอร์สัน’ อย่าง The Royal Tenenbaums (2001) กลับมาฉายบนจอใหญ่อีกครั้ง Photograph: The Royal Tenenbaums (2001)House Samyan ภาพยนตร์ตลกดราม่าเรื่องนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในเส้นทางของเวส แอนเดอร์สัน เพราะเป็นผลงานที่ทำให้เอกลักษณ์การกำกับของเขาตกผลึกอย่างชัดเจน และกลายเป็นต้นแบบของสิ่งที่ผู้ชมเรียกว่า ‘Wes Anderson style’ มาจนถึงทุกวันนี้ The Royal Tenenbaums พาผู้ชมไปรู้จักครอบครัวเทเนนบัมส์ ครอบครัวสุดแปลกที่สมาชิกแต่ละคนต่างมีปมชีวิตและความสัมพันธ์อันซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นพ่อที่กำลังถังแตก แม่ที่กำลังจะแต่งงานใหม่ ลูกชายคนโตมหาเศรษฐีผู้หวาดกลัวอุบัติเหตุ ลูกสาวศิลปินที่กำลังหมดไฟ และน้องชายอดีตนักเทนนิสที่ยังเก็บซ่อนความรักอันเป็นไปไม่ได้เอาไว้ เรื่องราวอันแสนวุ่นวายถูกเล่าผ่านอารมณ์ขันหน้าตาย ความอบอุ่น และความเศร้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้สีสันสดใสอย่างแยบยล Photograph: House SamyanBangkok นอกจากบทภาพยนตร์อันเฉียบคมแล้ว หนังยังโดดเด่นด้วยองค์ประกอบภาพแบบสมมาตร การแพนกล้องที่แม่นยำ งานออกแบบศิลป์อันพิถีพิถัน และตัวละครที่ทั้งประหลาดและน่าหลงรัก พร้อมขนนักแสดงแถวหน้ามาร่วมประชันบทบาท ไม่ว่าจะเป็น ยีน แฮ็กแมน, แอนเจลิกา ฮิวสตัน, เบน สติลเลอร์, กวินเนธ พัลโทรว์, แด
เพิ่มดีกรีความเข้มข้นของซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ สู่เวทีเสวนา เจาะลึกกฎหมายไทยและความยุติธรรม 28 มิถุนายนนี้

เพิ่มดีกรีความเข้มข้นของซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ สู่เวทีเสวนา เจาะลึกกฎหมายไทยและความยุติธรรม 28 มิถุนายนนี้

หลังสร้างกระแสพูดถึงอย่างต่อเนื่องในฐานะซีรีส์แนวกฎหมายที่ตีแผ่ด้านมืดของกระบวนการยุติธรรมไทยในมุมที่แตกต่าง ‘ทนายปีศาจ’ กำลังต่อยอดบทสนทนาจากหน้าจอสู่โลกความจริง ผ่านงานเสวนา ‘ไขรหัสความยุติธรรม’ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ Such A Small World  เวทีเสวนาครั้งนี้ชวนผู้ชมร่วมสำรวจคำถามสำคัญเกี่ยวกับกฎหมาย ความยุติธรรม และโครงสร้างสังคม ผ่านการถอดรหัสประเด็นที่ถูกนำเสนอในซีรีส์ โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์เรื่องราวและผู้มีประสบการณ์ตรงในกระบวนการยุติธรรม นำทีมพูดคุยโดย ฐาปนีย์ เอียดศรีไชย และ บุศย์สิรินทร์ ยิ่งเกียรติคุณ ร่วมด้วย พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความสิทธิมนุษยชน, ปติมา ตั้งปรัชญากูล ผู้ขับเคลื่อนประเด็นแรงงานข้ามชาติ และทีมเขียนบทซีรีส์ทนายปีศาจ นำโดย จักริน เทพวงค์ พร้อมวิทยากรรับเชิญอีกหลายท่านที่จะร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเข้มข้น แต่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน View this post on Instagram A post shared by Such A Small World (@peopleofsmallworld) นอกจากการสนทนา ยังมีกิจกรรม Justice Game เกมจำลองสถานการณ์ด้านกระบวนการยุติธรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจผ่านโจทย์ที่สะท้อนความเป็นจริง จัดโดย Wizards of Learning ร่วมกับสำนักงานกิจการยุติธรรม สำหรับผู้ที่อินกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ หรือสนใจประเด็นกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และความยุติธรรมในสังคม เวทีนี้คือโอกาสที่จะได้ฟังเบื้องหลังการสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญ และร่วมตั้งคำถามต่อระบบยุติธรรมในมิติที่ลึกกว่าบนหน้าจอ ที่ Such A Small World วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00–12.00 น. เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย (สำรองที่นั่ง) 
ชวนไป ‘เท-สาด-ระบาย’ ค้นหาเฉดสีที่เป็นคุณ ผ่านเวิร์กช็อป 24 กิจกรรม สุดสัปดาห์นี้

ชวนไป ‘เท-สาด-ระบาย’ ค้นหาเฉดสีที่เป็นคุณ ผ่านเวิร์กช็อป 24 กิจกรรม สุดสัปดาห์นี้

ในสังคมที่กำลังกลับมาเต็มไปด้วยข้อจำกัดและกรอบเกณฑ์ บางครั้งสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดอาจไม่ใช่คำชื่นชมจากใคร แต่คือพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เราได้ทิ้งความกดดัน แล้วหันกลับมาสวมกอดและเปล่งประกายความเป็นตัวเองอย่างแท้จริงอย่างไร้กังวล นี่คือเหตุผลที่งาน ‘ช่างมัน สาดสี เทสี’ ที่ มันมัน ศรีนครินทร์ กลายเป็นหมุดหมายสร้างสรรค์ที่ไม่ควรพลาดในเดือนนี้ เพราะที่นี่เป็นคอมมูนิตี้ที่ตั้งใจออกแบบมาให้คุณได้ทดลอง เล่น และเยียวยาจิตใจผ่านเวิร์กช็อปกว่า 24 กิจกรรม ภายใต้แนวคิดการฮีลใจ 3 รูปแบบได้แก่ เท ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกที่กักเก็บไว้ในใจลงบนชิ้นงานเสมือนการระบายความเครียด, สาด สาดไอเดียสร้างสรรค์หลุดกรอบ กล้าที่จะเป็นตัวเองได้อย่างอิสระ และ ระบาย ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นคุณผ่านงานศิลป์ เพื่อโอบรับและภูมิใจในตัวเอง Photograph: MunMun SrinakarinSadsee Taysee   กิจกรรมนี้จัดขึ้นแล้วเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา และหากใครที่พลาดไป ดูเหมือนว่าสุดสัปดาห์นี้คงจะเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่ไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน โดยวันที่ 25 - 28 มิถุนายนี้ เอาใจสายไอทีและสายมูด้วยการทำดินปั้น ตกแต่งคีย์บอร์ดและเคสมือถือ  และประดิษฐ์เครื่องประดับกำไลสายมู เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่คุณสามารถหาได้ทั้งความผ่อนคลายและสีสันให้วันธรรมดาไปพร้อมกัน เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิกไลน์ @munmunsrinakarin สามารถกดรับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมฟรี ที่ ชั้น 1, มันมัน ศรีนครินทร์ - ห้างสรรพศิลป์คราฟท์ วันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 
สัมผัสละครเวทีในบาร์ กับเครื่องดื่มแก้วสุดท้าย ก่อนจากกันตลอดกาล

สัมผัสละครเวทีในบาร์ กับเครื่องดื่มแก้วสุดท้าย ก่อนจากกันตลอดกาล

จะรู้สึกอย่างไรหากได้ชมละครเวทีที่คุณสามารถสัมผัสบรรยากาศ กลิ่น และมวลความทรงจำจากเนื้อเรื่องได้อย่างสมจริงที่สุด นี่คือประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่กลุ่มละคร Poem Dimension พร้อมจะมอบคำตอบเหล่านั้นให้กับคุณ ผ่านผลงานละครเวทีในบาร์จริงๆ เรื่อง ‘Last Word ค็อกเทลแก้วสุดท้าย’ ซึ่งกำลังจะจัดแสดงขึ้น ที่ 25 Degrees Bangkok โรงแรม Pullman Bangkok Hotel G เพียง 3 รอบการแสดงเท่านั้น View this post on Instagram A post shared by POEMS DIMENSION (@poemsdimension) หากจะบอกว่า ‘ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง’ ก็คงไม่เกินไปนัก เพราะละครเวทีเรื่องนี้จะพาทุกคนหลุดเข้าไปในโลกของตัวละครอย่างแท้จริง ผ่านการเปิดรับประสาทสัมผัสที่หลากหลาย โดย Last Word บอกเล่าเรื่องราวความรักที่มีบาร์ค็อกเทลเป็นฉากหลัง ดังนั้น การได้ก้าวเท้าเข้าไปนั่งอยู่ในสถานที่ที่เรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง จึงทำงานกับความรู้สึกและหัวใจของผู้ชมได้อย่างลึกซึ้งและแนบเนียน พร้อมทลายกำแพงระหว่างนักแสดงและผู้ชมให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน Photograph: 25 Degrees BangkokPullman Bangkok Hotel G นอกเหนือจากอรรถรสทางอารมณ์แล้ว ความพิเศษของการแสดงครั้งนี้คือทุกที่นั่งจะได้รับเครื่องดื่มและอาหารเพื่อร่วมดื่มด่ำไปพร้อมกันระหว่างชม มาสัมผัสประสบการณ์แห่งความทรงจำ ความรัก ความมึนเมา เคล้าน้ำตา และรสชาติของชีสเบอร์เกอร์ตรงหน้าไปพร้อมๆ กัน ที่ 25 Degrees Bangkok at Pullman Bangkok Hotel G จัดแสดงวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป มีคำบรรยายภาษาอังกฤษ บัตรราคา 1,350 บาท (รับเครื่องดื่ม 1 แก้ว และชีสเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น) / 1,500 บาท (รับซิกเนอเจอร์เบอร์เกอร์ 1 ชิ้น ฟรายส์ 1 เซ็ต และเครื่องดื่ม 1 แก้ว) จองบัตรได
ก้าวเข้าสู่โลก 4 ใบของตำนาน ที่กลับมาเล่าเรื่องที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นฟิล์มใน SBZ B.DAY UN·CUT

ก้าวเข้าสู่โลก 4 ใบของตำนาน ที่กลับมาเล่าเรื่องที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นฟิล์มใน SBZ B.DAY UN·CUT

หากความทรงจำจากคอนเสิร์ต B.DAY คือจุดบรรจบของบทเพลงที่เคยสร้างความประทับใจ วันนี้หน้าประวัติศาสตร์ดนตรีหน้านั้นกำลังจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง แต่ในมิติที่ลึกซึ้งและสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม เพราะในโลกของเสียงดนตรี บางเรื่องราวไม่เคยถูกเล่าจบ และบางห้วงอารมณ์ยังคงรอคอยการคลี่คลายอย่างแท้จริง และจะดีแค่ไหน หากพวกเขามาจารึกสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวเอง Photograph: B.DayOfficialBangkok นี่คือที่มาของ SBZ B.Day Un·Cut live concert Series Reel 01 ปรากฏการณ์คอนเสิร์ตครั้งสำคัญที่หยิบเอาคอนเซปต์ ‘เทศกาลหนังในเพลง’ มาร้อยเรียงเรื่องราวของ 4 ศิลปินระดับตำนานอย่าง Soul After Six, PAUSE, NADIA และ Crescendo มารวมไว้บนเวทีเดียวกันในวันเดียว ทว่าแบ่งแยกออกเป็น 4 คอนเสิร์ตเดี่ยว 4 จักรวาล ที่มีภาษา ภาพ และดนตรีเฉพาะตัว ราวกับภาพยนตร์ 4 เรื่องคนละรสชาติที่ฉายต่อเนื่องในโรงภาพยนตร์แห่งความทรงจำ  SBZ ชื่อนี้มาจาก 3 ผู้ก่อตั้ง Bakery Music ค่ายเพลงอิสระที่มีอิทธิพลต่อวงการเพลงไทยจนถึงปัจจุบันซึ่งได้แก่ ‘สุกี้ กมลสุโกศล’, ‘บอย โกสิยพงศ์’ และ ‘สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์’ งานนี้จะเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินได้ขยายโลก ของตนเอง พากลุ่มคนฟังดิ่งลึกไปสู่แง่มุม Uncut ที่ยังไม่เคยถูกตัดต่อ เพื่อเติมเต็มทุกโมเมนต์ที่เคยเกิดขึ้นใน B.DAY ให้เสร็จสมบูรณ์ผ่านบทเพลงของพวกเขาเอง เตรียมตัวก้าวเข้าสู่โลกใบเดิมในมุมมองใหม่ เพราะเรื่องราวบางเรื่อง... ต้องฟังและดูด้วยตาตัวเองจนถึงวินาทีสุดท้ายเท่านั้น  ที่ พารากอน ฮอลล์ วันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. ราคาบัตร 5,900 / 4,900 / 3,900 / 3,500 / 2,800 / 1,900 บาท เปิดขายพรีเซลวันที่ 26–27มิถุนายน เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป และรอบทั่วไปวันที่ 4 กรกฎาคม 10.00 น. เป็นต้นไป จองบัต