Just the girl who writes as her heart leads, letting stories spill out wherever life carries her. She moves through the world chasing dreams to the rhythm of jazz and the quiet pull of art, believing that life is not meant to be lived in straight lines. Someone who believes the world is a canvas she can splash with any color, while at the same time, the world splashes her with color too.

Lalitphat Bumrungkarn

Lalitphat Bumrungkarn

Staff writer, Time Out Thailand

Follow Lalitphat Bumrungkarn:

Articles (23)

8 สุดยอดแซนด์วิชทูน่าเมลต์ ของกรุงเทพฯ

8 สุดยอดแซนด์วิชทูน่าเมลต์ ของกรุงเทพฯ

ทูน่าเมลต์ (tuna melt) มีประวัติศาสตร์ที่น่าเล่าขานมากกว่าชื่อเสียงอันเรียบง่ายของมัน เมนูนี้ถือกำเนิดขึ้นในเคาน์เตอร์อาหารกลางวันและร้าน diners ราคาประหยัด (greasy-spoon diners) ของอเมริกาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 แม้จุดกำเนิดที่แน่ชัดยังคงเป็นที่ถกเถียง แต่ร้าน diner ในปี 1965 ในรัฐ South Carolina มักถูกหยิบยกมาอ้างถึง ว่ามันเป็นแซนด์วิชที่เน้นการใช้งานจริงมาโดยตลอด ทูน่ากระป๋อง, มายองเนส, ชีส และเตาอบ กรุงเทพฯ กับทูน่าเมลต์นั้นเติบโตตามกระแสความหลงใหลในวัฒนธรรมคาเฟ่ตะวันตกของเมือง ตลอดช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 tuna melt ส่วนใหญ่เป็นของคู่บุญตามคาเฟ่ในโรงแรมและแหล่งพำนักของชาวต่างชาติ ซึ่งคุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้ แต่หาที่น่าจดจำได้ยาก จุดเปลี่ยนมาพร้อมกับการปฏิวัติ Sourdough เมื่อเหล่านักอบขนมปังรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ เริ่มหมกมุ่นกับตารางเวลาการหมักแป้ง เข้มงวดกับพันธุ์ธัญพืชนำเข้า และก้อนขนมปังที่ใช้เวลาพักตัวอย่างช้าๆ แล้วขนมปังที่สอดไส้ทูน่าก็เริ่มมีความสำคัญพอๆ กับสิ่งที่การคัดสรรขนงปัง ปัจจุบัน tuna melt ที่ดีที่สุดของเมืองเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแก่การดั้นด้นไปหา เพราะแซนด์วิชเหล่านี้มาด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีความแม่นยำทางเทคนิค และในบางครั้งก็ยอดเยี่ยมจนอยากออกจากบ้านไปลิ้มรสทุกวัน หากคุณกำลังตระเวนกินในแวดวงแซนด์วิชของกรุงเทพฯ ให้กว้างขวางขึ้น คู่มือ แซนด์วิชที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ของเราได้รวบรวมร้านที่น่าดึงดูดใจที่สุดในทุกสไตล์และทุกประเภทขนมปังเอาไว้ และสำหรับการดัดแปลงเมนูคลาสสิกด้วยเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มยิ่งขึ้น คู่มือ เบเกิลที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ของเราก็คุ้มค่าที่จะบันทึกไว้ก่อนออกไปหาอาหารกลางวันมื้อถัดไป และสำหรับลิสต์นี้ มื้อกลางวันหลายมื้อถูกใช้ไปกับภารกิจ เราสั
15 แจ๊สเวนิว ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

15 แจ๊สเวนิว ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

ในเมืองที่จังหวะชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง ‘แจ๊ส’ สำหรับกรุงเทพฯ ไม่ใช่เพียงแค่แนวดนตรี แต่มันคือลมหายใจของคอมมูนิตี้ คือรากเหง้าของวัฒนธรรม และคือห้วงทำนองที่หลอมรวมเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้คน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางผู้หลงใหลในโน้ตดนตรีที่ตามฟังมาเนิ่นนาน หรือเป็นเพียงนักแสวงหาที่อยากเปิดใจให้เสียงแซ็กโซโฟนพาจินตนาการไปไกลกว่าที่เคยคุ้น เมืองหลวงแห่งนี้มี ‘รังลับ’ และคลับแจ๊สมากมายที่จะพาคุณไปสัมผัสจิตวิญญาณที่แท้จริง ตั้งแต่เวทีอิมโพรไวส์กลางตึกแถวเก่าสไตล์คลาสสิกที่ทุกตัวโน้ตดิบและสดใหม่ ไปจนถึงบาร์โรงแรมระดับตำนานที่ทอดตัวอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสง่างาม จากยุคสมัยที่ผันผ่าน ดนตรีแจ๊สยังคงเฉิดฉายและงดงาม แต่ละสถานที่ต่างยืนหยัดด้วยคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ในบรรยากาศที่ปลดปล่อยความเหนื่อยล้า และเปิดพื้นที่ให้เสียงดนตรีได้ทำหน้าที่เป็นพระเอกผู้เล่าเรื่องราวของค่ำคืน ผันผ่านมาสู่ปัจจุบัน และนี่คือ 15 แจ๊สเวนิวทั่วกรุงเทพฯ ที่ยังคงบรรเลงแจ๊สไว้อย่างน่าจดจำ และทำให้แจ๊สยังคงเข้าถึงชีวิตประจำวันได้แบบไม่แบ่งชนชั้นหรือกฏเกณฑ์ใดๆ ตามฉบับของมัน เพราะซีนแจ๊สในกรุงเทพฯ คือบทพิสูจน์ที่ก้องกังวานเสมอว่า... Jazz Never Dies.
5 พิกัดร้าน ‘Yoshoku’ ในกรุงเทพฯ ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักลูกครึ่งญี่ปุ่น-ตะวันตก

5 พิกัดร้าน ‘Yoshoku’ ในกรุงเทพฯ ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักลูกครึ่งญี่ปุ่น-ตะวันตก

หากอาหารคือบทบันทึกทางวัฒนธรรม Yoshoku (โยโชกุ) ก็คงเป็นบันทึกหน้าดนตรีคลาสสิกที่ถูกเรียบเรียงใหม่ในท่วงทำนองแบบเซน คำนิยามของมันเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง นั่นคืออาหารตะวันตกที่ถูกขัดเกลาด้วยวิถีและรสมือของชาวญี่ปุ่นมานานนับศตวรรษ ตั้งแต่ยุคปฏิรูปเมจิที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดรับอารยธรรมโลกกว้าง จนกลายเป็นรสชาติที่ผสมผสานระหว่าง ความเข้มข้นแบบสากล และ ความละเมียดละไมแบบตะวันออกอย่างแยกไม่ออก เสน่ห์ของโยโชกุไม่ได้อยู่ที่ความหรูหราแปลกใหม่ แต่อยู่ที่ความคุ้นเคยอันอบอุ่น (Comfort Food) ไม่ว่าจะเป็นข้าวห่อไข่เนื้อนุ่ม ซุปข้าวโพดที่หวานละมุน หรือสปาเกตตีที่ปรุงรสด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างสาหร่ายและไข่ปลา รสชาติเหล่านี้ไม่ใช่การพยายามจะเป็นฝรั่งเศสหรืออิตาลี แต่คือการสร้างตัวตนใหม่ที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรัก ในกรุงเทพฯ วันนี้ กระแสของโยโชกุกำลังกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผ่านฝีมือของคนรุ่นใหม่ที่หยิบเอาความคลาสสิกเหล่านี้มาปัดฝุ่นและเติมความคิดสร้างสรรค์ลงไป ท่ามกลางกระแสอาหารที่มาไวไปไวในเมืองหลวง เสน่ห์ของร้านอาหารสไตล์ Yoshoku ทั้ง 5 พิกัดที่เราหยิบยกมานี้ คือเครื่องพิสูจน์ว่า ‘ความลงตัว’ ไม่จำเป็นต้องเกิดจากสิ่งเดียวกันเสมอไป แต่มันถูกนำมาจัดวางด้วยความเข้าใจ ให้กลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อมและอร่อยจนต้องมาซ้ำ โยโชกุอาจเริ่มต้นจากการเลียนแบบ แต่จบลงด้วยการเป็นแรงบันดาลใจสไตล์ Japanized Western Yoshoku ไม่ว่าคุณจะเลือกไปดื่มด่ำกับบรรยากาศย้อนยุคที่ Ritò, สัมผัสความจริงจังเรื่องเนื้อที่ Shin Hattori, หรือเติมความสดใสในวันหยุดที่ Homer Brunch ทุกจานที่คุณได้ลิ้มลองล้วนมีเรื่องราวของการเดินทางข้ามพรมแดนซ่อนอยู่เสมอ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้การทานอาหารสไตล์นี้ในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นประสบการณ์ที่พิเศษและเปี่ยม
8 ผลงานภาพยนตร์ผ่านเลนส์ผู้กำกับหญิงต้อนรับวันสตรีสากล

8 ผลงานภาพยนตร์ผ่านเลนส์ผู้กำกับหญิงต้อนรับวันสตรีสากล

ในวาระของวันที่ 8 มีนาคม ‘วันสตรีสากล’ นี้ Time Out ขอเชิญคุณก้าวข้ามผ่านกรอบสายตาแบบเดิมๆ เข้าสู่จักรวาลภาพยนตร์ที่ถูกรังสรรค์ผ่าน เลนส์ของผู้หญิง ผู้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าพวกเธอสามารถโอบรับ และตีแผ่ทุกรายละเอียดของสังคมได้อย่างซื่อสัตย์ กล้าหาญ และเปี่ยมด้วยชั้นเชิงทางศิลปะที่ไม่มีใครลอกเลียนได้ นี่คือการรวบรวม 8 ผลงานชิ้นสำคัญจากผู้กำกับหญิงทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในหลากยุคสมัย ตั้งแต่ความบ้าคลั่งระดับเลือดสาดที่ลุกขึ้นมาเป็นขบถต่อมาตรฐานความงามอย่างดุเดือดของ Coralie Fargeat ไปจนถึงการสถาปนามาตรฐานใหม่ให้หนังนีโอนัวร์ ด้วยสัญชาตญาณดิบอันพลุ่งพล่านของ Rose Glass  ขยับเข้ามาสำรวจความรู้สึกใกล้ตัวในบ้านเรา ก็จะพบกับการใช้ภาษาภาพยนตร์ที่สำรวจรอยร้าวของการเติบโตผ่านความเจ็บปวดที่งดงามของ แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน และการใช้ความละเมียดละไมโอบกอดหัวใจอย่างอบอุ่นจากคู่แฝด วรรณแวว และ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ นี่คือเรื่องราวของ ‘ผู้หญิง’ ที่เล่าโดย ‘ผู้หญิง’ พื้นที่ทางความรู้สึกที่เราอยากให้คุณลองเปิดใจสัมผัส เพราะภาพที่พวกเธอมองเห็น อาจเป็นความจริงที่ก้องกังวานที่สุดที่คุณไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน
รวมอีเวนต์สำหรับคนรักรถในกรุงเทพฯตลอดเดือนมีนาคมนี้

รวมอีเวนต์สำหรับคนรักรถในกรุงเทพฯตลอดเดือนมีนาคมนี้

หากช่วงนี้คุณไถฟีดแล้วเจอแต่รถสวยๆ บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะมีนาคมนี้ กรุงเทพฯ แน่นไปด้วยอีเวนต์สาย Car Culture แบบเลือกไปแทบไม่ถูก ตั้งแต่งานมีตติ้งเช้าจิบกาแฟชิลๆ ไปจนถึงมหกรรมโชว์รถระดับประเทศที่รวมค่ายใหญ่ไว้ครบ และงานที่รวบรวมมามีแต่ของดีที่รอให้คุณค้นพบ  ลิสต์นี้อ้างอิงจาก Monthly Bangkok Car Events Calendar ที่ได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก Alla Meller และ JB Photographer ที่คอยอัปเดตอีเวนต์สำหรับสายรักรถต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และแค่อีเวนต์ที่ในเดือนมีนาคมยังเดือดขนาดนี้ และมีแววจะเดือดขึ้นตามสภาพอากาศเลยทีเดียว  ขอบอกว่านี่คือหนึ่งในซีนที่คึกคักที่สุดของเมืองตอนนี้พอๆ กับเวนิวคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะสายขับ สายแต่ง หรือสายเดินดูรถสวยๆ เตรียมเคลียร์คิวไว้ได้เลย
อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดมีนาคมนี้

อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดมีนาคมนี้

อากาศเริ่มร้อนขึ้น พอๆ กับกรุงเทพฯ ที่กำลังลุกเป็นไฟด้วยกิจกรรมสุดเข้มข้น ความร้อนแผ่ปกคลุมทางเท้า เสื้อผ้าลินินเข้ามาแทนที่เลเยอร์หนาๆ และผู้คนก็เริ่มนึกขึ้นได้อีกครั้งว่าการได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกนั้นดีแค่ไหน สุดสัปดาห์ถูกจับจองอย่างรวดเร็ว สวนสาธารณะเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาเดินเล่นแบบไม่รีบร้อน แกลเลอรีดึงดูดสายอยากรู้อยากเห็น และค่ำคืนก็ทอดยาวเกินกว่าที่ตั้งใจไว้เสมอ เริ่มต้นด้วยการกลับมาอยู่กับตัวเองก่อนออกไปใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงในกิจกรรม SILENT by House Lagom ที่จะมาเปิดมุมมองของศิลปะการฟังมีพลังมากกว่าที่คิด และต่อด้วยพื้นที่ศิลปะเต็มขั้น Mango Art Festival ที่กลับมาอีกครั้งในฐานะสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่สำหรับนักสะสมและสายถ่ายภาพ เต็มไปด้วยงานติดตั้งและการแสดงที่ทำให้คุณต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกทุกช่วงเวลา  ขณะที่ T-Pet x T-Pop Festival จับเอาเฟสติวัลของไอดอลมาผสานกับโลกของสัตว์เลี้ยงสี่ขาในฟลอร์เดียว ซึ่งแม้จะฟังดูไม่น่าเข้ากัน แต่กลับลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ ฝั่งงานอินดี้และชุมชนสร้างสรรค์อย่าง People Festival และ MEK Music and Market ก็เปิดพื้นที่ให้ดนตรีสด แบรนด์อิสระ และบทสนทนาที่ดำเนินต่อเนื่องไปจนดึกดื่น กลายเป็นพื้นที่ที่พลังความคิดสร้างสรรค์ได้ไหลเวียนอย่างอิสระ ในอีกมุมหนึ่ง Silent Theatre Festival พิสูจน์ให้เห็นว่าคำพูดไม่จำเป็นเสมอไป เมื่อการเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียวก็สามารถเล่าเรื่องได้ครบถ้วน ขณะที่ซีนละครเวทีก็กลับมาคึกคักอีกครั้งกับ เมืองไทยรัชดาลัยคืนสู่เหย้าโชว์ 2026  พร้อมการแสดงที่ปลุกความทรงจำให้มีชีวิตใหม่ ส่วน Central Cee นำพลังและตัวตนของฮิปฮอปจากเวสต์ลอนดอนมาสู่กรุงเทพฯ ตอกย้ำว่าวัฒนธรรมดนตรีระดับโลกได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะชีวิตเมืองนี้ไปแล้ว
ถ้านี่ไม่ใช่คุกกี้ที่มีจิตวิญญาณที่สุดในกรุงเทพฯ ในขณะนี้ แถมยังเป็นคุกกี้ที่หายากที่สุดด้วย!

ถ้านี่ไม่ใช่คุกกี้ที่มีจิตวิญญาณที่สุดในกรุงเทพฯ ในขณะนี้ แถมยังเป็นคุกกี้ที่หายากที่สุดด้วย!

คุกกี้ การ์ตูน และของสะสมเข้ามาปะทะในบ่ายวันหนึ่งที่ออฟฟิศ Time Out กล่อง Super Cookie Friends ปรากฏตัวขึ้น! เมื่อเปิดดูในถุง คล้ายกับกล่องจุ่มสุดฮิต  และสิ่งแรกที่เราเห็นคือด้านบนของกล่อง ‘ได้เวลาออกมาทำหน้าที่คุกกี้ที่ดีที่สุดกัน!’ Photograph: Super Cookie Friends เราหยิบกล่องออกมาแล้วไล่สายตาตามงานภาพสีสันน่ารักไปรอบๆ จากนั้นเจ้าก้อนกลมยิ้มแฉ่งโผล่มา และนี่คือ ‘Chunk’ แห่งเมือง Cookie Town นั่นเอง และถ้าคุณมองดีๆ จะเห็นว่าโปรดักต์และประโยคน่ารักๆ วางซ่อนอยู่ต่อหน้าต่อตา แล้วก็เห็นหน้าเจ้า Chunk อีกครั้ง บินทะลุอวกาศกลับมาพร้อมเพื่อนขนมปังขิงของเขา Photograph: Super Cookie Friends เปิดกล่องขึ้นมา คุณจะได้เจอกับเจ้า Chunk (หลายก้อน) ‘สวัสดีเพื่อนยาก ตอนนี้คุณคือเจ้าของกล่องคุกกี้สุดพิเศษ ที่ถูกทำขึ้นด้วยมือเพื่อคุณโดยเฉพาะ’ พร้อมทั้งภาพประกอบแนะนำวิธีการกินให้ได้อรรถรสที่สุด คุณจะสังเกตเห็นปีกข้างกล่อง เปิดออกแล้วฉากก็ขยายต่อเนื่องออกไป เป็นดีเทลสนุกๆ ที่ถูกค้นพบ มองเข้าไปในตัวจะเห็นคำว่า ‘พาฉันไปยัง Cookie Town’ และลิงก์ไปยังชุมชนสะสมแต้ม ความสนุกของ Super Cookie Friends ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว Photograph: Super Cookie Friends มาถึงตัวคุกกี้ พระเอกของเรา ถูกเรียงจากซ้ายไปขวาที่จัดวางอย่างตั้งใจ สิ่งที่ผู้สร้างเรียกว่า ‘กองทัพความอร่อย’ และผู้อยู่เบื้องหลังความสนุกนี้คือ David Fine ชาวลอนดอนโดยกำเนิด ผู้มีพลังสร้างสรรค์แบบฉุดไม่อยู่ ที่มักพาเขาเลี้ยวออกจากเส้นทางเดิมที่เคยคิดไว้ เขาเคยเป็นหลายอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะกราฟิกดีไซเนอร์, ผู้ช่วยช่างตัดเสื้อที่ได้รับ Royal Warrant to the Queen, ดีเจเฮาส์และเทคโน, ผู้ก่อตั้งค่ายเพลง, แฟชั่นบายเออร์, และนักวางกลยุทธ์แบรนด์, และตอนนี
Books after sex  5 หนังสือน่าอ่านหลังกิจกรรมเร่าร้อน

Books after sex 5 หนังสือน่าอ่านหลังกิจกรรมเร่าร้อน

หลังจากช่วงเวลาอันลุ่มลึกบนเตียงผ่านพ้นไป หลายคนเลือกปล่อยให้ร่างกายค่อยๆ กลับสู่ความสงบ บางคนหลับใหล บางคนทอดสายตามองเพดาน ปล่อยให้ความคิดไหลเอื่อยไปตามแรงเต้นของหัวใจ แต่สำหรับบางคน โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีอารมณ์ค้างคา หรือจินตนาการยังคงทำงาน การหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน อาจเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยยืดขยายความรู้สึกนั้นให้ลึกขึ้นและชัดเจนขึ้น เพราะการอ่านเองก็มีความเย้ายวนในแบบของมัน ตัวอักษรที่ค่อยๆ เปลื้องความหมายออกทีละชั้น คล้ายกับการสำรวจความสัมพันธ์ ความปรารถนา และความเปราะบางของมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา นี่ไม่ใช่บทความสุขศึกษา หรือคำแนะนำว่าควรหรือไม่ควรทำอะไรหลังมีเซ็กส์ หากแต่เป็นการคัดเลือกงานเขียนที่สำรวจความรัก ความปรารถนา และความสัมพันธ์ ผ่านภาษาอันงดงามและจริงใจ ตั้งแต่นิยายร่วมสมัย เรื่องเล่าจากญี่ปุ่นเคล้าเสียงดนตรีแจ๊ส ไปจนถึงเรื่องราวเข้มข้นจากนักเขียนไทย หนังสือที่อาจทำให้หัวใจคุณเต้นช้าลง หรืออาจทำให้ผีเสื้อบินในท้องคุณอีกครั้งหลังกิจกรรมเร่าร้อน ไปกับ 7 หนังสือน่าอ่านหลังมีเซ็กส์
10 ร้าน brunch ที่เหมาะสำหรับยามสายในวันอาทิตย์

10 ร้าน brunch ที่เหมาะสำหรับยามสายในวันอาทิตย์

เราว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่จริงจังกับบรันช์ไม่น้อย จากการคัดสรรร้านต่างๆ ทั่วทุกมุมเมือง จะเห็นได้ว่าร้านเหล่านี้เอาจริงเอาจังกับทั้งเมนูที่รังสรรค์ขึ้นอย่างตั้งใจ และบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แปลกใหม่ที่ชวนค้นหา อาคารพาณิชย์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ คาเฟ่ที่มีกลิ่นอายนิวยอร์ก จานอาหารที่ชวนให้หวนนึกถึงความทรงจำ หรือแม้แต่เสียงดนตรีบลูส์จากนิวออร์ลีนส์ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศของมื้อสายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยากให้วันอาทิตย์เป็นเพียงวันสบายๆ ที่เติมเต็มด้วยอาหารดีๆ เป็นวันที่ตั้งใจออกไปตามล่าร้านบรันช์ใหม่ๆ ทั่วกรุง หรือเป็นวันสำหรับครอบครัวที่อยากชวนใครสักคนออกไปใช้เวลาร่วมกัน และแต่งแต้มวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ และนี่คือ 10 ร้านบรันช์ทั่วกรุงเทพฯ ที่เราอยากชวนให้ทุกคนไปดื่มด่ำ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในร้าน ไปจนถึงคำสุดท้ายในจาน ที่อาจเปลี่ยนวันอาทิตย์ธรรมดาของคุณให้กลายเป็นวันพิเศษโดยไม่รู้ตัว
12 แบรนด์เครื่องประดับที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

12 แบรนด์เครื่องประดับที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

เสาหลักของเครื่องประดับไทยมีอยู่สามประการ ได้แก่ เงิน ทอง และอัญมณี เงินมักผูกพันกับชนเผ่าทางภาคเหนือ โดดเด่นด้วยงานฝีมือประณีตที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ขณะที่งานทองเคยเป็นศิลปะที่สงวนไว้สำหรับราชสำนัก ส่วนการใช้อัญมณีประดับกายสามารถสืบย้อนไปได้ถึงสมัยอยุธยา แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่งานฝีมือและประกายระยิบระยับยังคงสืบต่อ แบรนด์ร่วมสมัยจำนวนมากยังคงทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น สืบสานเทคนิคดั้งเดิม พร้อมสอดแทรกองค์ประกอบวัฒนธรรมไทย เช่น ลวดลายดอกไม้ ลงในงานออกแบบ เครื่องประดับไทยจึงยังคงหยั่งรากลึกในรายละเอียด ความหมาย และสายใยที่ผูกพันกับประเพณี ตั้งแต่ชิ้นเล็กละมุนไปจนถึง statement pieces ที่สะดุดตา กรุงเทพฯ คือขุมทรัพย์ของเครื่องประดับทำมือหลากสไตล์และหลายราคา จากกระแสออนไลน์ การได้รับการยอมรับระดับสากล ไปจนถึงการปรากฏในแฟชั่นเซ็ต ลุคประจำวัน และบนจอซีรีส์ เราคัดสรร 12 แบรนด์เครื่องประดับที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ มาให้คุณแล้ว
5 แบรนด์แว่นตาจากไทย ที่อยู่กับเราได้มากกว่าการมองเห็น

5 แบรนด์แว่นตาจากไทย ที่อยู่กับเราได้มากกว่าการมองเห็น

ภาพจำของ ‘คนใส่แว่น’ ที่เคยถูกตีกรอบว่าเป็นเด็กเนิร์ด หรือพวกตื่นรู้ คงไม่ใช่เรื่องจริงอีกต่อไปแล้ว ในวันที่แว่นตาถูกออกแบบอย่างตั้งใจ ผ่านการผสมผสานของหลายยุคหลายสมัย แว่นจึงกลายเป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นใจ และสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ได้ไม่แพ้เครื่องประดับชิ้นอื่นๆ  การเลือกแว่นในวันนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ ‘เหมาะกับรูปหน้า’ แต่ยังต้องไปด้วยกันกับลุค เสื้อผ้า ทรงผม และไลฟ์สไตล์ เพื่อให้เราออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกวัน หรือแม้แต่ในวันที่อยากเติมอะไรเล็กๆ ให้ลุคดูสมบูรณ์ขึ้น แว่นตาก็ทำหน้าที่เป็นเครื่องประดับที่ช่วยเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างพอดี และการตามหาแว่นที่ใช่ สำหรับทั้งวันธรรมดาและโอกาสพิเศษ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีแบรนด์แว่นจากฝีมือคนไทยมากมาย ที่เข้าใจว่าแว่นเป็นได้มากกว่าอุปกรณ์ช่วยมองเห็น เราจึงอยากพาทุกคนไปรู้จัก 5 แบรนด์แว่นไทย ที่มีทั้งความคลาสสิก ร่วมสมัย และดีไซน์เฉพาะตัว ซึ่งคัดมาแล้วว่าดีจริง
8 ของขวัญส่งตรงจากเมืองกรุง สำหรับแฟนสาวสายสไตล์

8 ของขวัญส่งตรงจากเมืองกรุง สำหรับแฟนสาวสายสไตล์

สำหรับใครที่มีแฟนสาวรักการแต่งตัว หรือจะแอบให้รางวัลตัวเองแบบเนียนๆ ก็ไม่ว่ากันไม่ว่าจะวันเกิด วันครบรอบ โอกาสพิเศษแบบไม่ต้องมีเหตุผล หรือของฝากที่ตั้งใจเลือก เราคัดมาแล้ว 8 ไอเท็มที่ทั้งใส่ได้ ใช้ได้ หรือแต่งบ้านก็ยังเก๋ รับรองว่าต้องหยิบมาใส่ทุกวันไม่ลืมไว้ท้ายลิ้นชักแน่นอน

Listings and reviews (3)

News (45)

ฟาดมงแบบตัวมัม Gawdland คว้าแชมป์รายการ RuPaul’s Drag Race UK vs. The World Season 3

ฟาดมงแบบตัวมัม Gawdland คว้าแชมป์รายการ RuPaul’s Drag Race UK vs. The World Season 3

Gawdland แดร็กควีนชาวไทยจากแดนเหนือ ผู้เริ่มสร้างชื่อเสียงจากการเป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายในรายการ Drag Race Thailand และนับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างทรงพลังในรายการ RuPaul's Drag Race UK vs the World เธอได้พิสูจน์ให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเธอคือผู้เข้าแข่งขันที่น่ากลัวและประมาทไม่ได้เลย สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า Gawdland ได้แสดงให้เห็นว่าเธอมีทั้งเสน่ห์ เอกลักษณ์ ความกล้า และพรสวรรค์อย่างล้นเหลือ ใช้ความกล้าแบบ Gen Z โชว์ความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างโมเดิร์น เข้าถึงง่ายไม่ตีความเยอะ แต่ยังตะโกนความเป็นไทยในทุกชุดที่สวมใส่ แรงบันดาลใจตั้งแต่จานอาหารประจำชาติไปจนถึงศิลปะจากราชวงศ์ที่นำเสนออกมาด้วยความภูมิใจ และปิดท้ายด้วยสีธงชาติไทยในชุดประกาศศักดาว่าเธอคือ แชมป์แห่ง RuPaul’s Drag Race UK คนล่าสุด Photograph: gawdland ตลอดการแข่งขัน Gawdland สร้างความประทับใจให้กับ RuPaul และเหล่าคณะกรรมการด้วยลุคที่สวยตะลึงและการแสดงบนเวทีที่ไม่อาจละสายตาได้ Gawdland สามารถพาตัวเองเข้าสู่ตำแหน่งท็อป 2 ในการแข่งขันโชว์พรสวรรค์ (Talent Contest) และคว้าเข็มกลัด RuPeter มาได้ถึง 2 ชิ้น จากการชนะชาเลนจ์เย็บผ้า รวมถึงชัยชนะในรายการ Snatch Game ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากและหินสุดๆ เราได้นั่งพูดคุยแบบเป็นกันเองกับแดร็กควีนคนนี้ มาลองอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
บทสรุป 40 ปี บนเส้นทางสายดนตรี อัสนี-วสันต์ ประกาศคอนเสิร์ตอำลา ‘อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย’

บทสรุป 40 ปี บนเส้นทางสายดนตรี อัสนี-วสันต์ ประกาศคอนเสิร์ตอำลา ‘อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย’

จากจุดเริ่มต้นในนาม ‘อีสซึ่น (Isn’t)’ สู่การเป็นไอคอนระดับประเทศที่สร้างปรากฏการณ์มาแล้วมากมายในนาม ‘อัสนี-วสันต์’ ไม่ใช่แค่ศิลปิน แต่คือเพื่อนร่วมทางของคนหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่ยุคเทปคาสเซ็ทจนถึงสตรีมมิ่ง เพลงอย่าง 'รักเธอเสมอ', 'คนสุดท้าย', หรือจังหวะสนุกๆ อย่าง 'ยินดีไม่มีปัญหา' ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนไปแล้ว และในวันนี้ เมื่อทั้งคู่ตัดสินใจวางกีตาร์ในฐานะศิลปิน คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่โชว์ธรรมดา แต่คือการ ‘บอกลา’ ที่กลั่นกรองมาจากความตั้งใจสูงสุดกับการแสดง 4 รอบสุดท้าย ที่จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ พี่ ‘ป้อม’ และพี่ ‘โต๊ะ’ เตรียมเนรมิต อิมแพ็ค อารีน่า ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำ กับคอนเสิร์ต Farewell Concert อัสนีและวสันต์ ‘อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย’ ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างเต็มอิ่มถึง 4 รอบการแสดง เพื่อให้มั่นใจว่าแฟนเพลงที่รักกันมาตลอด 40 ปี จะมีโอกาสได้มาร่วมเปล่งเสียงและปาดน้ำตาไปพร้อมๆ กัน Photograph: Neekrung และแม้ตำนานจะปิดไปแต่เชื่อว่าเสียงร้องและกีตาร์อันมีเสน่ห์ของอัสนี-วสันต์ จะยังก้องกังวานอยู่ในใจเสมอไป ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามพวกเขามาตั้งแต่จุดกำเนิด หรืออยากชมการแสดงของตำนานสักครั้ง ก็สามารถมาดื่มด่ำไปกับโมเมนต์แห่งความยิ่งใหญ่ด้วยกันได้ ที่ อิมแพ็ค อารีน่า บัตรราคา 2,000-7,000 บาท (เปิดขายบัตรวันที่ 4 เมษายน เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ Thaiticketmajor) วันที่ 3, 5-6, 8 กันยายน เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป
กรุงเทพฯ กำลังสร้างประวัติศาสตร์ ไทยผ่านด่านแรกเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030

กรุงเทพฯ กำลังสร้างประวัติศาสตร์ ไทยผ่านด่านแรกเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030

นาทีนี้สปอตไลต์ทั่วโลกกำลังจับจ้องมาที่ประเทศไทย หลังจากสร้างปรากฏการณ์สมรสเท่าเทียมไปแล้ว 1 ปีเต็ม ล่าสุดไทยได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการคัดเลือกเจ้าภาพ WorldPride 2030 ซึ่งงานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะต้องประชันหน้ากับสองมหานครสุดไอคอนิกอย่าง บาร์เซโลนา และ ลอนดอน เพื่อชิงโอกาสในการเป็น ‘เมืองหลวงแห่งความหลากหลาย’ ของโลกในปี 2030 WorldPride คืออีเวนต์เปลี่ยนโลกที่จัดขึ้นทุกๆ 2-3 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2543 ณ กรุงโรม ภายใต้การดูแลของ InterPride องค์กรระดับสากลที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2525 ณ เมืองบอสตัน เพื่อเชื่อมโยงพี่น้อง LGBTQIAN+ ทั่วโลกให้เป็นหนึ่งเดียว ก้าวต่อไปที่ต้องจับตาคือการประชุม InterPride’s World Conference 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 นี้ โดยจะมีขุนพล LGBTQ+ จากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อพิจารณาศักยภาพของไทย ก่อนจะประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม พ.ศ. 2571 Photograph: Bangkok Pride การได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกในการจัดงาน WorldPride สื่อถึงอะไร? การที่จะได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพ WorldPride นั้น ต้องเป็นองค์กรที่จัดงานไพร์ดอย่างจริงจังบนพื้นที่สาธารณะในเวลาอย่างน้อย 3 ปี ไม่ใช่แค่เรื่องพาเหรด แต่กรุงเทพฯ คือเมืองที่เปิดกว้างให้ LGBTQIAN+ ได้เป็นตัวเองอย่างสุดพลัง ตั้งแต่ Queer Venues ระดับท็อปที่ให้เราได้ดื่มด่ำย่ำราตรีอย่างเปิดเผย ไปจนถึงความพร้อมด้านนวัตกรรมการแพทย์ที่เข้าใจและตอบโจทย์วิถีชีวิตความหลากหลายอย่างแท้จริง  
House Samyan โรงหนังอิสระหนึ่งเดียวในไทย ที่ติดอันดับ 100 โรงหนังที่ดีที่สุดในโลก

House Samyan โรงหนังอิสระหนึ่งเดียวในไทย ที่ติดอันดับ 100 โรงหนังที่ดีที่สุดในโลก

ท่ามกลางยุคสมัยที่สตรีมมิ่งรุกคืบและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น แต่เสน่ห์ของโรงภาพยนตร์ กลับยิ่งฉายแสงชัดเจนกว่าเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักการดูหนังแบบจริงจัง (สาย Letterboxd ต้องเข้าใจสิ่งนี้) และ Time Out Worldwide ได้รวบรวมลิสต์ 100 โรงภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในโลก จากสายตาผู้เชี่ยวชาญทั่วทุกมุมโลก ข่าวดีคือ House Samyan ของบ้านเรา คือหนึ่งเดียวในไทยที่ได้รับเลือกให้ยืนเคียงข้างวิหารแห่งโลกภาพยนตร์จากปารีส โตเกียว และเบอร์ลินในอันดับที่ 46 มากกว่าแค่โรงหนัง แต่คือ 'บ้าน' ของคนรักหนัง หากคุณก้าวขึ้นไปยังชั้น 5 ของสามย่านมิตรทาวน์ คุณจะพบกับโรงหนังรูปทรงสะดุดตาที่จำลองรูปทรงบ้านขึ้นมาจริงๆ House Samyan ไม่ใช่เพียงที่ฉายหนังกระแสหลักทั่วไป แต่ที่นี่คือเสาหลักของชุมชนคนรักหนังในกรุงเทพฯ ที่ยืนหยัดนำเข้าภาพยนตร์อิสระ หนังนานาชาติ และหนังคลาสสิกที่หาดูยากมาตลอด 7 ปี ตั้งแต่หนังคลาสสิกขึ้นหิ้งอย่าง ‘One Flew Over the Cuckoo's Nest’ ไปจนถึงหนังคลื่นลูกใหม่จากไต้หวัน หรือหนังญี่ปุ่นยุค Y2K ที่หาดูได้เฉพาะที่นี่ Photograph: House Samyan ด้วยโรงฉาย 3 ขนาดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนมานั่งดูหนังบ้านเพื่อน พร้อมระเบียงชมวิววัดหัวลำโพงและเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ที่สวยงามเป็นพิเศษในช่วงพระอาทิตย์ตก House Samyan คือหมุดหมายสำคัญที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ได้สัมผัสกับโลกของหนังในและนอกกระแส ท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสนิยม  สามารถติดตามและดูโปรแกรมฉายหนังได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
กรุงเทพฯ ติดอันดับ 8 เมืองที่ดีที่สุดในโลกโดย Time Out ประจำปี 2026

กรุงเทพฯ ติดอันดับ 8 เมืองที่ดีที่สุดในโลกโดย Time Out ประจำปี 2026

ทุกๆ ปี Time Out จะจัดอันดับเมืองที่เท่ที่สุดในโลก และในปีนี้กรุงเทพฯ ก็ทำได้อีกครั้ง โดยคว้า อันดับที่ 8 ของโลก และอันดับที่ 2 ในระดับเอเชีย จากการคัดเลือกของนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่จริง เริ่มด้วยวงการศิลปะที่ชาวกรุงเทพฯ อย่างเราภาคภูมิใจ สำหรับปลายปี 2569 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ได้เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติแห่งแรก และในเดือนตุลาคมปี 2569 งาน Bangkok Art Biennale จะกลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง เป็นอีกเครื่องยืนยันว่ากรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่ซีนกลางคืนเท่านั้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว  แต่เมืองสุดเจ๋งของเราไม่ได้มีดีแค่เรื่องภาพวาด หลังจากที่ลุ้นกันมานาน ในที่สุดการแข่งขัน Formula 1 เตรียมจะมาระเบิดความมันส์บนท้องถนนในกรุงเทพฯ ด้วยความเร็วระดับพันไมล์ต่อชั่วโมง เพิ่มความเร้าใจให้กับเมืองที่หมุนเร็วอยู่แล้วให้พุ่งทะยานขึ้นไปอีก และแม้ว่างานหลักอย่าง Tomorrowland จะจัดขึ้นที่ชลบุรีในเดือนธันวาคมนี้ แต่กรุงเทพฯ จะกลายเป็นจุดรวมพลหลักสำหรับการอุ่นเครื่องที่สายปาร์ตี้พลาดไม่ได้อย่างแน่นอน  นอกจากนี้ ชีวิตยามค่ำคืนที่นี่ยังคงไม่มีใครเทียบเคียงได้ ในขณะที่เมืองอื่นๆ กำลังเผชิญกับการที่คลับต่างๆ พากันปิดตัวลง แต่ฉากหลังยามราตรีของกรุงเทพฯ กลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นวาระครบรอบปีที่ 10 ของการจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุด โดยมีเชียงใหม่ตามมาเป็นอันดับที่ 32 อย่างน่าภาคภูมิ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างจุดหมายปลายทางขนาดเล็กกับมหานครใหญ่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าที่ไหนคือที่ที่ผู้คนอยากจะไปอยู่จริงๆ อันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลก ปี 2026 (10 อันดับแรก) เมลเบิร์น (ออสเตรเลีย) เซี่ยงไฮ้ (จีน) เอดินบะระ (สกอตแลนด์) ลอนดอน (อังกฤษ) นิวยอร์ก (สหรัฐฯ) เคปทาวน์ (แอฟริกาใต้) เม็ก
สลัดนวมมาสวมสตรีท! เมื่อสังเวียนมวยไทยบุกรันเวย์ในโปรเจกต์สุดพิเศษของ ‘ลงนวมบอยส์’

สลัดนวมมาสวมสตรีท! เมื่อสังเวียนมวยไทยบุกรันเวย์ในโปรเจกต์สุดพิเศษของ ‘ลงนวมบอยส์’

เตรียมตัวพบกับนิยามใหม่ของความเท่ที่ผสมผสาน ‘หมัด มวย และแฟชั่น’ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เมื่อ ลงนวมบอยส์ (Longnuamboyz) แบรนด์สตรีทสายเลือดไทยที่หยิบเอาเสน่ห์ของมวยไทยมาตีความใหม่เป็นเสื้อผ้าที่ใครๆ ก็ใส่ได้ จับมือกับ Absolute Siam Store พื้นที่รวมงานดีไซน์สุดล้ำ เปลี่ยนบรรยากาศเดือดๆ จากสังเวียนมวยให้กลายเป็นรันเวย์สุดไฮป์ ความพิเศษของโชว์ครั้งนี้คือการยกทัพเหล่านักชกกำปั้นเหล็กจากรายการ Boxer Boys มาบุกสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ สลัดภาพนักมวยในค่ายที่เราคุ้นเคย มาสวมลุคนายแบบแฟชั่นแบบที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน งานนี้ไม่ได้มีดีแค่เสื้อผ้า แต่พลังงานและอินเนอร์ระดับ world class จะทำให้สยามเซ็นเตอร์ต้องลุกเป็นไฟ Photograph: Longnuamboyz สำหรับที่หลงใหลในสตรีทแฟชั่นและแฟนคลับ Boxer Boys หรือจะแฟนคลับลงนวมบอยส์ ก็ห้ามพลาด มาดูให้เห็นกับตาว่าเมื่อความเดือดของมวยไทยมาเจอกับความคูลของสตรีทแวร์ ผลลัพธ์จะออกมาขยี้ใจขนาดไหน ที่ Absolute Siam Store, Atrium 2 ชั้น G, Siam Center วันที่ 13 มีนาคม เวลา 19.00-20.00 น. เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
‘Memories Matter’ เมื่อความทรงจำไม่ได้มีไว้แค่นึกถึง แต่มีไว้สวมใส่

‘Memories Matter’ เมื่อความทรงจำไม่ได้มีไว้แค่นึกถึง แต่มีไว้สวมใส่

เตรียมตัวพบกับการคอลแลบสุดคูลที่เปลี่ยนพื้นที่ของความทรงจำให้กลายเป็นไอเทมแฟชั่นสายสตรีท เมื่อ MATTER MAKERS แบรนด์แฟชั่นไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องความคิดสร้างสรรค์ จับมือกับ Kanrapee.Chok หรือ กันต์รพี โชคไพบูลย์ (Kanrapee Chokpaiboon) ศิลปินและช่างภาพผู้มีมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ ในโปรเจกต์พิเศษที่มีชื่อว่า Memories Matter ไฮไลต์ของงานอยู่ที่คอลเลกชัน ‘We Met In The Good Place’ ซึ่งเป็นการหยิบเอาภาพถ่ายจากโฟโต้บุ๊คเล่มดังอย่าง ‘The Good Place’ มาตีความใหม่ผ่านผืนผ้า แทนที่จะเก็บภาพประทับใจไว้แค่ในหนังสือ แต่ MATTER MAKERS เลือกที่จะทำให้ความทรงจำเหล่านั้น ‘เคลื่อนไหว’ และออกเดินทางไปกับผู้สวมใส่ในทุกๆ วัน Photograph: MATTER MAKERS นอกจากจะได้ยลโฉมคอลเลกชันใหม่ล่าสุดแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่สายอาร์ตและสายแฟไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะโซน VR Experience ก้าวเข้าสู่โลกเสมือนจริงกับเกม 360° ที่จะพาคุณดิ่งลึกไปในบรรยากาศของ ‘The Good Place’ หรือจะบันทึกโมเมนต์ประทับใจด้วยกล้องฟิล์มภายในงานฟรี ให้คุณได้มีความทรงจำที่จับต้องได้กลับบ้านไป และสำหรับใครที่โดนใจคอลเลกชันนี้ เพียงซื้อสินค้า 2 ชิ้น จะได้รับโปสเตอร์ลิมิเต็ด ภาพถ่ายฝีมือ Kanrapee.Chok ไปสะสมด้วย Photograph: MATTER MAKERS นี่คืองานที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่น ศิลปะ และเทคโลโนยี เข้าด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ ใครที่กำลังมองหาเสื้อผ้าที่มี ‘เรื่องราว’ หรืออยากสัมผัสผลงานของ Kanrapee.Chok ในมุมที่ต่างออกไป นี่คือค่ำคืนที่คุณไม่ควรพลาด ที่ MATTER MAKERS, เอ็มสเฟียร์ ชั้น 1 วันที่ 12 มีนาคม เวลา 17.00-21.00 น. เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
กลับมาอีกครั้งกับจุดนัดพบคนรักไวน์ ในงาน Bangcork Wine Fair x Two Palms Taproom

กลับมาอีกครั้งกับจุดนัดพบคนรักไวน์ ในงาน Bangcork Wine Fair x Two Palms Taproom

นี่ไม่ใช่แค่การไปชิมไวน์ แต่คือโอกาสที่จะได้พูดคุยกับกูรูตัวจริงจากผู้นำเข้าไวน์ชั้นนำ ในโลเคชันสุดคูลย่านพระสุเมรุที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เริ่มต้นความชิลตั้งแต่บ่ายสามโมง นั่งดูแสงแดดอ่อนๆ ตกกระทบตึกเก่าบนถนนพระสุเมรุ ก่อนจะลากยาวไปจนถึงเที่ยงคืน ท่ามกลางเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยมิตรภาพและรสชาติที่คัดสรรมาอย่างดี พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศสุดอาร์ตเคล้ากับเสียงดนตรีจากแผ่นไวนิลจากเหล่าดีเจ โดยมีไวน์ชั้นยอดเป็นพระเอกของค่ำคืนที่จะทำให้บรรยากาศพิเศษยิ่งขึ้น เตรียมตัวพบกับกองทัพผู้นำเข้าไวน์ยักษ์ใหญ่กว่า 15 ราย ที่ขนเอาโปรดักต์คัดสรรพิเศษจากทุกมุมโลกมาให้ได้ชิมกันแบบจุใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดจิบ หรือ Wine Geek ตัวจริง ก็สามารถมาจอยกันได้ เพราะงานนี้มีครบจบในที่เดียว ท่ามกลางบรรยากาศเท่ๆ ของ Two Palms Taproom Photograph: Tipsy Tickles งานนี้ใช้ระบบ Token ในการแลกไวน์ โดยบัตรเข้างานสามารถเลือกได้ 2 แพ็กเกจ (เข้าได้ตลอดทั้ง 3 วัน) 700 บาท รับ 2 Tokens 1,500 บาท รับ 10 Tokens  หมายเหตุ: ไวน์ 1 แก้ว ใช้ประมาณ 1-4 Tokens ขึ้นอยู่กับแต่ละบูธโดยสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ IG: bangcork.winefair  มาดื่มด่ำกับไวน์และบทสนทนา ก่อนเข้าสู่ปีใหม่ไทยที่ Two Palms Taproom, ถนนพระสุเมรุ บัตรราคา 700-1,500 บาท (จองบัตร) วันที่ 3-5 เมษายน 2569 เวลา 15.00- 00.00 น.
Doc Club & Pub. คัมแบ็ก! ประเดิมฉายหนัง Outdoor วิวพระอาทิตย์ตกบนดาดฟ้า ณ Cloud 11

Doc Club & Pub. คัมแบ็ก! ประเดิมฉายหนัง Outdoor วิวพระอาทิตย์ตกบนดาดฟ้า ณ Cloud 11

ถือเป็นข่าวดีรับซัมเมอร์สำหรับคอหนังนอกกระแสและสารคดี เพราะ Doc Club & Pub. กำลังจะกลับมาสร้างความคึกคักอีกครั้ง โดยครั้งนี้ขออุ่นเครื่องก่อนเปิดตัวเต็มรูปแบบในช่วงปลายปี ด้วยการจัดฉายภาพยนตร์แบบ outdoor ครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลชมพระอาทิตย์ตกดิน ณ Cloud 11 งานนี้เขาขนลิสต์หนังระดับขึ้นหิ้งมาให้ดูแบบจุกๆ 3 วันเต็ม ตั้งแต่สยองขวัญสั่นประสาทไปจนถึงสารคดีดนตรีที่ดูแล้วต้องอยากลุกขึ้นมาเต้น โปรแกรมฉาย (13-15 มีนาคม) ศุกร์ 13 มีนาคม คืนศุกร์ 13 สุดหลอน 18.00 น. – A Nightmare on Elm Street (1984) 20.30 น. – The Shining เสาร์ 14 มีนาคม วันของคนรักดนตรี 18.00 น. – Blur: To the End 20.30 น. – Bohemian Rhapsody อาทิตย์ 15 มีนาคม คลาสสิกขึ้นหิ้ง 18.00 น. – Imagine: John Lennon (1988) 20.30 น. – 2001: A Space Odyssey สิ่งคุ้มค่าที่มาในบัตรราคา 500 บาท ต่อเรื่องนั้น คุณจะได้สิทธิพิเศษต่างๆ ที่หาที่ไหนไม่ได้ สำหรับบัตรสมาชิก Doc Club & Pub. รุ่นพิเศษตลอดชีพ พร้อมรับส่วนลดตั๋วหนังและกิจกรรมพิเศษแบบจัดเต็มเมื่อโรงใหม่เปิดให้บริการ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน Mek Music & Market (มีค่าเข้างานแยกต่างหาก 130 บาท) และจำกัดเพียง 100 ที่นั่งต่อรอบ เท่านั้น ที่ Cloud 11 ราคาบัตร 500 บาท (กดบัตร) (BTS ปุณวิถี ทางออก 6) วันที่ 13-15 มีนาคม เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป
ปักหมุดแลนด์มาร์คของชาว Tea Lovers กับงาน World Taste of Tea

ปักหมุดแลนด์มาร์คของชาว Tea Lovers กับงาน World Taste of Tea

เตรียมตัวทิ้งแก้วกาแฟใบเดิมไว้ชั่วคราว เพราะกรุงเทพฯ กำลังจะถูกย้อมด้วยสีเขียวและกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาในงาน World Taste of Tea ปรากฏการณ์เทศกาลชาที่ใหญ่ที่สุดใจกลางกรุง ที่ไม่ได้มาเล่นๆ แต่ยกมาทั้งคัลเจอร์ ตั้งแต่พิธีชงชาแบบดั้งเดิมไปจนถึงเครื่องดื่มสุดเวย์ที่คนเมืองกำลังคลั่งไคล้ Photograph: Another Cup ลืมทุกชาร้อนที่เคยรู้จัก แล้วมาทำความรู้จักกับ Yerba Mate 'ตัวตึง' จากอเมริกาใต้ที่กำลังครองใจคนสายเฮลตี้และคัลเจอร์เก๋ๆ ทั่วโลก แถมไม่ต้องบินไปเกียวโต เพราะงานนี้คัด Matcha Room ระดับท็อปจากญี่ปุ่นและคาเฟ่มัทฉะชื่อดังทั่วไทยมาไว้ให้คุณ Compare รสชาติกันแบบแก้วต่อแก้ว เพราะการจิบชาคือศิลปะ งานนี้เลยจัดเต็มทั้งใบชาหายาก และอุปกรณ์ชงชาดีไซน์มินิมอลที่วางตรงไหนของบ้านก็ดูดี ไปจนถึงเบเกอรี่สูตรพิเศษที่คนรักชาต้องหลงรัก งาน World Taste of Tea คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับชาวกรุงที่อยากพักจากความวุ่นวาย มาสัมผัสสุนทรียภาพของการดื่มชาในบรรยากาศพรีเมียม ที่จะกลายเป็นคอมมูนิตี้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมชาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่ ชั้น 1 centralwOrld วันที่ 11-17 มีนาคม เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ขอหนีร้อนปรอทแตก! กทม. เปิดวาร์ป 225 ที่หนีร้อนของชาวเมือง

ขอหนีร้อนปรอทแตก! กทม. เปิดวาร์ป 225 ที่หนีร้อนของชาวเมือง

เมื่อทางเท้าในกรุงเทพฯ เริ่มร้อนจนเกือบจะทอดไข่ดาวให้สุกได้ และการก้าวเท้าออกจากบ้านกลายเป็นบททดสอบความอดทนระดับชาติ กรุงเทพมหานครของเราเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะตอนนี้เรามีแผนที่เรียบง่ายแต่ได้ใจความสุดๆ นั่นคือ เดินไปหาห้องแอร์ ต้องยอมรับว่า 'ฮีทเวฟ' สมัยนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความหงุดหงิด แต่มันคือภัยสุขภาพที่อาจทำให้เราน็อคด้วยโรคฮีทสโตรกได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะปีนี้ที่พยากรณ์อากาศบอกชัดว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงกว่าปีที่แล้ว แถมยังจะร้อนลากยาวแบบเกือบสุดปรอท ทางกทม. เลยขอเปิดตัวโปรเจกต์ ‘ห้องหลบร้อน’ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุง BKK Cooling Centres คือ ‘พื้นที่ติดเครื่องปรับอากาศ’ ที่เปิดประตูต้อนรับทุกคนให้เข้าไปนั่งพักเอาแรง ดับร้อนชั่วคราวแบบไม่ต้องเสียเงิน ปัจจุบันมีทั้งหมด 225 แห่ง (และกำลังขยายตัว) กระจายอยู่ในสถานที่ต่างๆ ดังนี้ โรงเรียนสังกัด กทม. และวิทยาลัยเทคนิค  61 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุข  68 แห่ง สำนักงานเขต  50 แห่ง จุดบริการทางวัฒนธรรมและห้องสมุด  76 แห่ง Photograph: Greener Bangkok นอกจากจะให้เราเข้าไปนั่งตากแอร์จนตัวเย็นฉ่ำแล้ว กทม. ยังติดตั้ง จุดบริการน้ำดื่มสะอาดอีก 2,806 จุด ทั่วเมือง เพราะการจิบน้ำบ่อยๆ สำคัญพอๆ กับการอยู่ในที่เย็นๆ ใครที่ต้องไปลุยกลางแจ้งหรือออกไปทำธุระแล้วรู้สึกว่าโลกเริ่มหมุนเพราะแดดร้อนสุดขั้ว ลองเช็คดูว่า Cooling Centre ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน แล้วพุ่งตัวเข้าไปใช้บริการได้เลยที่ลิงก์นี้
ปล่อยใจให้เสียงเพลงนำทาง ‘On-the-Road Music’ เมื่อเมืองร้องเพลง และเพลงสร้างเมือง โดย โตมร ศุขปรีชา

ปล่อยใจให้เสียงเพลงนำทาง ‘On-the-Road Music’ เมื่อเมืองร้องเพลง และเพลงสร้างเมือง โดย โตมร ศุขปรีชา

เคยไหม? ที่บางบทเพลงทำให้เราเห็นภาพเมืองที่ไม่เคยไปได้ชัดเจนกว่าการดูรูปถ่ายเสียอีก สิ้นเดือนนี้ขอชวนทุกคนไปรื่นรมย์กับบทสนทนาเคล้าเสียงดนตรีที่จะพาคุณลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยของเมืองต่างๆ ทั่วโลก ผ่านการเล่าเรื่องของ โตมร ศุขปรีชา ในอีเวนต์สุดพิเศษ Music Somewhere Else ตอนที่ 3: On-the-Road Music มาท่องโลกผ่านท่วงทำนอง เตรียมออกเดินทางจาก 'ลอนดอน' ในวันที่หมอกหนาปกคลุมแม่น้ำเธมส์ ข้ามไปสัมผัสความโรแมนติกที่สั่นไหวในสถาปัตยกรรมของ 'ปารีส' จนถึงเสียงโซปราโนก้องกังวานในมหาวิหารกลางกรุง 'ปราก' งานนี้ไม่ใช่แค่การฟังเพลง แต่คือการสำรวจว่า ‘เสียง’ ของเมืองถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร ตั้งแต่อดีตยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในเมย์แฟร์ ไปจนถึงเพลงโฟล์คที่สะท้อนรากเหง้าทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง บทสนทนานี้จะทำให้คุณค้นพบว่า บางเมืองมีเพลงเป็นของตัวเอง และบางเพลงก็ทำให้เมืองนั้นมีชีวิตขึ้นมาใหม่ในใจเรา Photograph: Fathom Bookspace นอกจากเรื่องเล่าและเสียงดนตรีที่จะพาเราไปที่แห่งนั้นแล้ว ภายในงานยังมี เครื่องดื่มและของว่างในบรรยากาศเป็นกันเอง และยังได้ร่วมสนุกกับเกมเล็กๆ จากคุณโตมร เพื่อลุ้นรับหนังสือ Metropolis หรือ ความลับของนางฟ้า และเล่มอื่นๆ จากสำนักพิมพ์ Brown Books ติดมือกลับบ้าน Photograph: Fathom Bookspace ใครที่โหยหาการเดินทาง หรืออยากหาที่ฮีลใจด้วยเรื่องเล่าดีๆ ในวันหยุด อย่าปล่อยให้บ่ายวันอาทิตย์นี้เงียบเหงา มาฟังเมืองร้องเพลงไปด้วยกัน ที่ Fathom Bookspace ค่าเข้างานราคา 400 บาท (ลงทะเบียน) วันที่ 22 มีนาคม เวลา 14.00-17.00 น.