Just the girl who writes as her heart leads, letting stories spill out wherever life carries her. She moves through the world chasing dreams to the rhythm of jazz and the quiet pull of art, believing that life is not meant to be lived in straight lines. Someone who believes the world is a canvas she can splash with any color, while at the same time, the world splashes her with color too.

Lalitphat Bumrungkarn

Lalitphat Bumrungkarn

Staff writer, Time Out Thailand

Follow Lalitphat Bumrungkarn:

Articles (65)

7 แซนด์วิชเนื้อสุดพรีเมียมในกรุงเทพฯ ที่คนรักเนื้อต้องไปลอง

7 แซนด์วิชเนื้อสุดพรีเมียมในกรุงเทพฯ ที่คนรักเนื้อต้องไปลอง

ตั้งแต่พาสตรามีวากิวชิ้นหนาชุ่มซอสบนขนมปังซาวโดวจ์ ไปจนถึงซอลต์บีฟเนื้อนุ่มที่จับคู่กับชีส หัวหอมผัดคาราเมล และน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล แซนด์วิชเนื้อในกรุงเทพฯ วันนี้ไม่ใช่แค่มื้อกลางวันแบบง่ายๆ อีกต่อไป แต่เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ร้านอาหารหยิบมาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกส่วนเนื้อ วิธีหมัก ไปจนถึงขนมปังและซอสที่ใช้ประกอบกัน ทั่วกรุงเทพฯ จึงเริ่มเห็นแซนด์วิชเนื้อหลากหลายสไตล์มากขึ้น ตั้งแต่พาสตรามีรมควัน ซอลต์บีฟ ไปจนถึงวากิวคอร์นบีฟ บางร้านยังคงกลิ่นอายเดลีแบบคลาสสิกด้วยมัสตาร์ด แตงกวาดอง และซาวร์เคราต์ ขณะที่บางร้านก็พาแซนด์วิชออกนอกกรอบด้วยเนื้อส่วนแก้ม เพสโตใบชิโสะ หรือซอสเธาซันด์ไอแลนด์สูตรเผ็ด ก่อนจะไปทำความรู้จักกับทั้ง 7 ร้าน ขอแยกความแตกต่างของเนื้อแต่ละประเภทกันสักนิด ‘ซอลต์บีฟ (Salt Beef)’ และ ‘คอร์นบีฟ (Corned Beef)’ มีพื้นฐานคล้ายกัน คือใช้เนื้อส่วนอกหรือ Brisket นำไปหมักเกลือและปรุงจนเนื้อนุ่ม ชื่อเรียกและวิธีเสิร์ฟมักแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ซอลต์บีฟในลอนดอนที่มักเสิร์ฟกับมัสตาร์ดและแตงกวาดอง หรือคอร์นบีฟที่เรียงซ้อนหนาเป็นชั้นในร้านเดลีของนิวยอร์ก ส่วนคำว่า ‘คอร์น (Corned)’ มาจากเม็ดเกลือขนาดใหญ่ที่ใช้ในการหมัก ส่วน ‘พาสตรามี (Pastrami)’ คือเนื้อหมักที่นำมาคลุกเครื่องเทศแล้วรมควันต่อ จนได้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเทกซ์เจอร์ที่เข้มข้นและรสเครื่องเทศชัดเจน
10 สถานที่จัดแสดงผลงานชิ้นเอกของ Yayoi Kusama ศิลปินผู้ล่วงลับ

10 สถานที่จัดแสดงผลงานชิ้นเอกของ Yayoi Kusama ศิลปินผู้ล่วงลับ

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Time Out Worldwide เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 และถูกนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทย Yayoi Kusama ศิลปินผู้สร้างโลกแห่งลายจุด ฟักทอง และห้องกระจกอินฟินิตี้ที่กลายเป็นภาพจำของศิลปะร่วมสมัย เสียชีวิตแล้วในวัย 97 ปี โดยสตูดิโอของเธอยืนยันว่า Kusama จากไปอย่างสงบที่โรงพยาบาลในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษในเส้นทางศิลปิน Kusama สร้างผลงานที่กลายเป็นทั้งปรากฏการณ์ทางศิลปะและวัฒนธรรม ตั้งแต่ Infinity Mirror Rooms ที่ดึงดูดผู้ชมนับแสน ไปจนถึงฟักทองลายจุดที่เธอเปลี่ยนให้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของศิลปะร่วมสมัย แม้ผลงานจำนวนมากจะเดินทางไปจัดแสดงตามแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก แต่ก็ยังมีอีกหลายชิ้นที่ประจำการอยู่ในสถานที่ต่างๆ แบบถาวร ตั้งแต่สถานีรถไฟใจกลางลอนดอน
นิทรรศการศิลปะที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ เดือนตุลาคม

นิทรรศการศิลปะที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ เดือนตุลาคม

ท่ามกลางบรรยากาศของสายฝนที่มักโปรยปรายลงมาทักทาย ตลอดกันยายน การหลีกหนีความเร่งรีบของเมืองใหญ่แล้วก้าวเข้าสู่ความสงบเงียบภายในแกลเลอรี ถือเป็นทางเลือกในการพักผ่อนที่ช่วยเยียวยาจิตใจและเปิดรับแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้อย่างดี ตลอดทั้งเดือนนี้ พื้นที่จัดแสดงและหอศิลป์ทั่วเมืองหลวงได้รวบรวมนิทรรศการหลากสไตล์ที่พร้อมตอบโจทย์คนรักงานอาร์ตในทุกแขนง คุณจะได้สัมผัสความหลากหลายที่น่าทึ่ง ตั้งแต่การเปิดกรุผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่หาชมได้ยากของศิลปินชั้นครู การสำรวจความประณีตของศิลปะภาพพิมพ์ร่วมสมัย นิทรรศการจิตรกรรมเหนือจริงที่สกัดเอาเศษซากความทรงจำมาจัดแสดง ไปจนถึงศิลปะการแสดงที่ขับเคลื่อนด้วยสัญญะทางร่างกาย และนิทรรศการเชิงจิตวิทยาที่พร้อมโอบกอดความรู้สึกอย่างอ่อนโยน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่หลงใหลในการเสพงานศิลปะอย่างจริงจัง หรือเพียงแค่ต้องการหาสเปซเย็นๆ เพื่อใช้เวลาทบทวนความคิดอย่างช้าๆ ในช่วงบ่ายวันหยุด เราได้คัดสรรนิทรรศการศิลปะที่ดีที่สุดประจำเดือนกันยายน 2569 มาไว้ให้คุณแล้ว เตรียมกางปฏิทิน ล็อกวันว่าง แล้วออกไปจัดทริปตระเวนชมแกลเลอรีเพื่อสำรวจเรื่องราวอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของกรุงเทพฯ ไปด้วยกัน บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: 🎯 กิจกรรมน่าสนใจตลอดเดือนตุลาคม 💃🏽 กิจกรรมน่าสนใจตลอดสุดสัปดาห์ ♨️ เรื่องราวบนโต๊ะอาหารที่น่าสนใจตลอดสัปดาห์
Table Talk in Bangkok (1-15 ตุลาคม)

Table Talk in Bangkok (1-15 ตุลาคม)

กรุงเทพฯ สัปดาห์นี้เตาไฟในครัวยังคงลุกโชนอย่างต่อเนื่อง เตรียมพบกับอาหารฝรั่งเศสตามฤดูกาลที่ Noisette ในย่านเย็นอากาศ, เมนูอาหารไทยที่เน้นความกรุบกรอบสะท้านใจที่ Krobnok by Yangrak บนถนนเดโช และเทสติ้งเมนูที่ขับเคลื่อนด้วยคำใบ้ปริศนาที่ Restaurant ROSA ในย่านไชน่าทาวน์ ส่วนที่ Central Park ร้าน Age.3 จากโตเกียวได้เดินทางมาเปิดตัวครั้งแรกในไทยพร้อมแซนด์วิชโชคุปังทอดไส้ทะลัก ขณะที่เชฟ Stéphanie Le Quellec และ Vincent Thierry กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งสำหรับดินเนอร์ 7 คอร์สสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Chef’s Table by lebua Noisette นำพามิตรภาพวัยเยาว์มาเสิร์ฟลงบนโต๊ะอาหาร, ร้านน้องใหม่จากเครือ Aunglo ขอจัดเต็มเรื่องความกรอบ และ ROSA เสิร์ฟมื้อค่ำที่มาพร้อมการบ้านให้คุณได้ขบคิดเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีวิปครีมเนื้อละมุนที่คุ้มค่าพอให้คุณยอมปลดตะขอเข็มขัดเพื่อลิ้มลอง ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดเดือนตุลาคมนี้

อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดเดือนตุลาคมนี้

ก้าวเข้าสู่เดือนตุลาคม ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลในกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ แม้สภาพอากาศในแต่ละวันจะผสมผสานระหว่างแสงแดดเจิดจ้าในยามเช้าและสายฝนที่โปรยปรายลงมาในยามค่ำคืน แต่เสน่ห์และความคึกคักของเมืองหลวงแห่งนี้กลับไม่เคยลดน้อยถอยลงแม้แต่น้อย เดือนตุลาคมนี้นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาไฮไลต์ที่เต็มไปด้วยอีเวนต์สเกลยักษ์และกิจกรรมอันหลากหลายที่จะดึงดูดให้ทุกคนก้าวเท้าออกจากบ้านเพื่อไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ความโดดเด่นของเดือนนี้ครอบคลุมทุกมิติของไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่คอนเสิร์ตใหญ่ระดับสเตเดียมของซูเปอร์สตาร์ระดับโลก และการหวนคืนสู่เวทีเมืองไทยของศิลปินในดวงใจ ไปจนถึงการเนรมิตโกดังเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นตลาดนัดของวินเทจสุดคลาสสิก เทศกาลหนังสือระดับประเทศที่เหล่านักอ่านรอคอย มหกรรมคราฟต์เบียร์ไทย ตลอดจนเทศกาลศิลปะดิจิทัลและดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายคอนเสิร์ต คอหนังสือ สายช้อปของเก่า หรือผู้ที่ชอบเสพงานสร้างสรรค์ เราได้รวบรวมกิจกรรมไฮไลต์ประจำเดือนตุลาคม 2569 มาจัดเสิร์ฟให้คุณแล้ว เตรียมกางปฏิทิน แล้วออกไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ให้สนุกตลอดเดือนนี้ไปด้วยกัน บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: 🎯 นิทรรศการศิลปะที่น่าสนใจตลอดเดือนนี้ 💃🏽 กิจกรรมน่าสนใจตลอดสุดสัปดาห์ 🍿 รวมลิสต์หนังน่าดูประจำเดือน ♨️ เรื่องราวบนโต๊ะอาหารที่น่าสนใจตลอดสัปดาห์
Salaya Neighborhood Guide: จุดนัดพบย่านศาลายา ฉบับคัดสรรโดย 2 ศิษย์เก่ามหิดล

Salaya Neighborhood Guide: จุดนัดพบย่านศาลายา ฉบับคัดสรรโดย 2 ศิษย์เก่ามหิดล

ย่านศาลายาในความทรงจำของใครหลายคน อาจเป็นเพียงพื้นที่การศึกษาอันร่มรื่นรอบรั้วมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อกาลเวลาผันผ่าน เมืองเล็กๆ แห่งนี้กลับค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างมีเสน่ห์ จากความผูกพันอันลึกซึ้งของสองศิษย์เก่าที่เคยใช้ชีวิตและเติบโต ณ สเปซแห่งนี้ พวกเราจึงขอถือโอกาสพาทุกท่านย้อนกลับมาสัมผัส ‘ศาลายา’ ในมุมมองที่ละเมียดละไมยิ่งขึ้น ผ่านหมุดหมายที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน คู่มือเดินทางฉบับนี้พร้อมชวนทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษา นักท่องเที่ยว หรือนักรัก เราก็อยากชวนมาดูจังหวะของศาลายาด้วยกัน ร่วมสัมผัสรสชาติ มิตรภาพ และบรรยากาศอันแสนอบอุ่น ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักย่านรอบรั้วมหิดลแห่งนี้ใหม่อีกครั้ง
วัดในกรุงเทพฯ ที่ประชากรแมวชิงพื้นที่แซงหน้าพระสงฆ์

วัดในกรุงเทพฯ ที่ประชากรแมวชิงพื้นที่แซงหน้าพระสงฆ์

ไม่ใช่ทุกคนที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ จะอินกับการเดินชมวัดวาอาราม แต่ถ้าวัดนั้นเต็มไปด้วย ‘แมว’ ล่ะ? มากเสียจนคุณอาจเผลอลืมมองพระพุทธรูป แล้วหันมาสอดส่องสายตาเล่นเกม ‘มองหาเจ้าเหมียว’ แทน ท่ามกลางสถูปเจดีย์ประดับกระเบื้องเคลือบที่เรียงรายอยู่ทั่ววัด ที่วัดโพธิ์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร นอกจากจะเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนและจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่ยังเป็นบ้านอันอบอุ่นของเจ้าตัวน้อยอีกเกือบ 200 ชีวิต ตำนานแมววัด 200 ชีวิต Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time OutWat Pho's cat residents: Grass Jelly and Cotton Ball เฉาก๊วย และสำลี สองประชากรเหมียวแห่งวัดโพธิ์ | Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time Out จากจุดเริ่มต้นที่มีแมวอยู่เพียงราว 20 ตัว ทั้งแมวจรในละแวกนั้นและแมวที่ถูกนำมาปล่อย พระมหานรินทร์ ได้รับมอบหมายให้ช่วยดูแลพวกมัน เพื่อให้วัดยังคงสะอาดและปลอดภัยสำหรับทั้งคนและสัตว์ ตอนแรกท่านไม่ได้ตั้งใจให้พวกมันตั้งรกรากอยู่ที่นี่ถาวร แถมตัวท่านเองก็ไม่ได้เป็น ‘ทาสแมว’ เลยด้วยซ้ำ แต่ตัดภาพมาหลายปีให้หลัง พระมหานรินทร์กลับสามารถแนะนำแมวนับร้อยตัวที่ท่านตั้งชื่อให้เองกับมือได้อย่างคล่องแคล่ว แถมยังมีแก๊งเหมียวเดินตามเป็นพรวนอยู่แทบทุกครั้งที่ท่านออกเดิน “นี่พิซซ่า มอมแมม พี่ใหญ่สุดในกลุ่ม อยู่มา 10 ปีแล้ว น้องมะลิ น้องเล็กสุดและสมาชิกใหม่ล่าสุด ส่วนโบทั๋นต้องกินยาทุกวัน มะเฟืองกับมะไฟเป็นพี่น้องที่เกิดที่นี่ ถั่วเขียวจะเป็นตัวที่ขี้อายที่สุด และเฉาก๊วย ตัวนี้คือหัวหน้าแก๊งแมวป่วนก๊วนหนึ่งในวัด” ถึงจุดนี้ เราเริ่มสับสนแล้วว่าใครเป็นใครกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ พวกมันทุกตัวได้รับการดูแลและความรักอย่างเต็มเปี่ยม จนตัวกลม
ท่วงทำนองแห่งกาลเวลา ความบ้าคลั่ง และเสียงดนตรีที่ไม่เคยหลอกลวง 8 ปีในจักรวาลของ H3F

ท่วงทำนองแห่งกาลเวลา ความบ้าคลั่ง และเสียงดนตรีที่ไม่เคยหลอกลวง 8 ปีในจักรวาลของ H3F

ก่อนจะไปพบกันที่ The Greatest Playlist คอนเสิร์ตรวมฮิตของ H3F ที่พา 8 วงดนตรีมาอยู่บนเวทีเดียวกัน และความมันส์มันอยู่ตรงที่พวกเขาเลือกไลน์อัปกันเอง งานนี้รับรองว่าถึงใจทั้งแฟนเพลง H3F และแฟนเพลงวงอื่นๆ ด้วยอย่างแน่นอน  และในโอกาสอันดี เราชวนสมาชิกทั้งสี่กลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมา ตั้งแต่วันแรกๆ ยังเป็นเพียงชื่อเล่นง่ายๆ ของเพื่อนสามคน จนกลายมาเป็น H3F วงดนตรีที่เติบโตมาพร้อมกับมิตรภาพ ดนตรี และผู้คนที่เดินทางเคียงข้างกันมาเกือบหนึ่งทศวรรษ บทสนทนาเรียบง่าย และเป็นกันเองนี้ เป็นการทำความรู้จัก H3F ในวันที่พวกเขาเติบโตขึ้น ทั้งในฐานะนักดนตรี เพื่อน และคนทำงานเบื้องหลังทุกอย่างด้วยสองมือของตัวเอง ก่อนจะไปพบพวกเขาบนเวที The Greatest Playlist วันที่ 10 ตุลาคมนี้ ที่ Ambience Space Photograph: YowaH3F ทศวรรษแห่งมิตรภาพ และชื่อที่สลักไว้บนกาลเวลา ในโลกที่ทุกสิ่งหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว กาลเวลาเกือบ 10 ปีบนเส้นทางดนตรีของชายหนุ่มสี่คน อาจฟังดูเหมือนเรื่องเล่าข้ามคืน ก้อง – เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ (ร้องนำและกีตาร์) ปิง – อารการ จันทร์ทอน (กีตาร์) หม่อม – ธนบัตร สมบูรณ์สิทธิ์ (เบส) และแม็ก – ฐากร อัญภานนท์ (กลอง) จากจุดเริ่มต้นของเพื่อนสามคนที่ใช้ชื่อ Happy Three Friends แสนเรียบง่าย จนกระทั่งสมาชิกคนที่สี่ก้าวเข้ามาเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ ความคิดที่จะเปลี่ยนชื่อวงให้หรูหราเคยเพ่นพ่านอยู่ในหัว ทว่าสุดท้าย คำสั้นๆ ว่า ‘ย่อไปเลย H3F ไม่มีใครรู้หรอก’ ก็กลายมาเป็นตราประทับที่ผูกพันพวกเขากับแฟนเพลงมาจนถึงปัจจุบัน Photograph: Ton Son H. - Time Out ThailandH3F ‘ถ้ามองย้อนกลับไปเกือบสิบปี สิ่งเดียวที่เรายังต้องปรับจูนเข้าหากัน น่าจะมีแค่เรื่องความเด๋อ นอกนั้นไม่มีครับ’ เสียงหัวเราะกลั้วคำอธิ
คนไทย native ภูมิใจนำเสนอ แบรนด์แฟชั่นไทย จากผ้าไทย ที่อยากให้คนไทยได้รู้จัก

คนไทย native ภูมิใจนำเสนอ แบรนด์แฟชั่นไทย จากผ้าไทย ที่อยากให้คนไทยได้รู้จัก

กลิ่นอายความชุ่มฉ่ำและสายลมเย็นที่พัดผ่านเมืองหลวง แฟชั่นก็ถึงเวลาผลัดเปลี่ยนฤดูกาล หากคุณเคยติดภาพจำว่า ‘ผ้าไทย’ เป็นเพียงไอเท็มที่ถูกพับเก็บไว้อย่างเงียบเชียบในตู้เสื้อผ้าของคุณยาย หรือเป็นแค่ชุดยูนิฟอร์มสำหรับใส่ไปทำบุญ ลองจินตนาการใหม่ดู เพราะในนาทีนี้ เส้นด้ายแห่งภูมิปัญญาจากทั่วทุกภูมิภาคกำลังถูกถักทอเข้ากับซิลลูเอตต์แห่งยุคสมัย เปลี่ยนสิ่งที่คุ้นเคยให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้ การเดินทางของผ้าไทยยุคใหม่เต็มไปด้วยสีสันและการตีความที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์อันลึกลับของ ‘ผ้าซิ่น’ และผ้าม้งจากทางภาคเหนือ ที่ถูกหั่นแพทเทิร์นและปรับโครงสร้างใหม่ให้กลายเป็นกระโปรงทรงเก๋หรือเสื้อสายเดี่ยวสุดเปรี้ยวสีสันจัดจ้านและลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘ผ้าถุงภาคใต้’ ตลอดจนผ้าบาติก ที่ถูกนำมาทวิสต์เป็นชุดเดรสหรือเสื้อครอปท็อปให้กลิ่นอายบีชแวร์สุดชิค ไปจนถึงความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยความเท่ของ ‘ผ้าขาวม้า’ และผ้าหมักโคลนจากภาคอีสาน ที่ถูกอัปไซเคิล กลายเป็นไอเท็มสตรีทแวร์สุดคูลสำหรับคนเจนซี นี่คือการหยิบเอารากเหง้ามาเขย่ารวมกับป๊อปคัลเจอร์ เป็นการสนับสนุนช่างฝีมือท้องถิ่นให้มีพื้นที่ยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่นร่วมสมัย เราขอชวนคุณมาสลัดภาพจำเดิมๆ แล้วสวมวิญญาณมิวส์ของเหล่าดีไซเนอร์ ไปกับแบรนด์เสื้อผ้าไทยสุดปังที่จะทำให้ทุกย่างก้าวของคุณเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและสไตล์ที่ไม่มีใครเหมือน
จากงานอดิเรกตอนลูกหลับสู่แบรนด์ระดับโลก เจาะลึกความสำเร็จของ Chalay

จากงานอดิเรกตอนลูกหลับสู่แบรนด์ระดับโลก เจาะลึกความสำเร็จของ Chalay

ชนินทร์พร ‘ชา’ เฮสส์ (Chaninporn ‘Cha’ Hess) ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างแบรนด์ตั้งแต่แรก เธอแค่อยากหาอะไรทำด้วยสองมือของตัวเองตอนที่ลูกชายหลับ สัญชาตญาณความต้องการที่เรียบง่าย ใช้งานได้จริง และเป็นส่วนตัวนี้ ได้เติบโตกลายมาเป็น Chalay แบรนด์ที่ส่งออกทั่วโลก พร้อมด้วยทีมช่างฝีมือสองทีม ประวัติการขายหมดเกลี้ยง (sell-out) และเรื่องราวที่ยังคงติดดิน จุดเริ่มต้นมาจากกล้องตั้งเวลาถ่ายเองและเสื้อครอปท็อปทำมือ และขยายตัวไปโดยไม่สูญเสียแก่นแท้ของตัวเอง Photograph: CHALAYChaninporn ‘Cha’ Hess ทิ้งชีวิตทองหล่อไว้เบื้องหลัง ก่อนจะมี Chalay ชีวิตของเธอปักหลักอยู่ที่ทองหล่อ ชาเป็นนักบัญชีในตอนกลางวัน วนเวียนอยู่กับวัฒนธรรมบาร์ในตอนกลางคืน แต่งงานกับดีเจมืออาชีพ และมักจะประดิษฐ์ของทำมือเป็นงานอดิเรกอยู่เสมอ มันลงตัวดี ทั้งความคิดสร้างสรรค์ สังคม และความวุ่นวายนิดๆ จนกระทั่งลูกชายลืมตาดูโลก ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ชีวิตในกรุงเทพฯ ถูกแทนที่ด้วยชายฝั่งทะเล การเป็นแม่เต็มเวลาเข้ามาแทนที่จังหวะชีวิตเดิมๆ และจังหวะที่ช้าลงก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของไอทะเลและความเปิดกว้าง ในตอนนั้นมันไม่ได้ดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป มันคือการรีเซ็ตที่ทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้ Photograph: CHALAYChaninporn ‘Cha’ Hess เสื้อครอปท็อป กำแพง และช่วงเวลาลูกหลับ ภาพแรกของ Chalay ไม่ใช่แคมเปญโฆษณา ไม่ได้มีการวางแผนไว้ด้วยซ้ำ มันเป็นแค่ภาพของชาในเสื้อครอปท็อปที่เธอเย็บเอง ยืนพิงกำแพงนอกบ้านขณะที่ลูกชายนอนหลับอยู่ข้างใน "ฉันเริ่มออกแบบเสื้อผ้าเป็นงานอดิเรกค่ะ" เธอกล่าว—ประโยคนี้ฟังดูเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยจุดกำเนิดของเรื่องราวทั้งหมด ชื่อแบรนด์ก็มาจากตรรกะเดียวกัน: Cha (ชา) มาจากชื่อ ชนินทร์พร ส่วน Lay (เล) มาจา
วิกฤต ‘ชามตราไก่ลำปาง’ ลมหายใจรวยรินของมรดกไทยใต้เงาสินค้าจีน

วิกฤต ‘ชามตราไก่ลำปาง’ ลมหายใจรวยรินของมรดกไทยใต้เงาสินค้าจีน

หากพูดถึงจังหวัดลำปาง ภาพจำที่ตีคู่มากับรถม้าและพระธาตุลำปางหลวง ย่อมหนีไม่พ้น ‘ชามตราไก่’ ภาชนะเซรามิกเคลือบเนื้อดีที่มีลวดลายไก่ตัวผู้สีแดงส้ม ยืนเด่นเป็นสง่าเคียงข้างดอกโบตั๋นและต้นกล้วย เป็นจุดขายมาตั้งแต่สมัยจอมพ ป. พิบูลสงคราม ชามใบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาชนะใส่อาหารที่คุ้นตาตามร้านก๋วยเตี๋ยวไปจนถึงภัตตาคารหรู แต่คือ ‘สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม’ จิตวิญญาณของชุมชน และฟันเฟืองเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงชาวลำปางมานานเกือบร้อยปี แต่วันนี้ มรดกทางภูมิปัญญาอันทรงคุณค่ากำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และอาจเสี่ยงต่อการสูญหายไปจากแผ่นดินไทยอย่างถาวร Photograph: dhanabadeeChicken Bowl Crisis สงครามราคาที่ไม่มีวันชนะ จุดเริ่มต้นของวิกฤตมาจากโครงสร้างการค้าโลกที่เปลี่ยนไป ประกอบกับการเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน สินค้าเซรามิกจากประเทศจีนทะลักเข้ามาตีตลาดไทยอย่างหนัก โดยเฉพาะ ‘ชามลายไก่เลียนแบบ’ ที่ผลิตจากโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ลายด้วยเครื่องจักรแทนการวาดมือ และใช้วัสดุเกรดต่ำแทนดินขาวบริสุทธิ์ ทำให้สามารถกดราคาขายได้เหลือเพียงใบละ 5-10 บาท ในขณะที่ ‘ชามไก่ลำปาง’ แท้ ซึ่งปั้นจากดินขาวแจ้ห่มคุณภาพสูงที่ทนความร้อนได้ดี และต้องอาศัยศิลปะการวาดลวดลายด้วยมือจากช่างฝีมือ มีต้นทุนการผลิตสูงถึง 20-35 บาทต่อใบ เมื่อราคาบนหน้าแผงต่างกันถึง 4-5 เท่า ท่ามกลางยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ผู้บริโภคและร้านอาหารจำนวนมากจึงหันไปเลือกใช้สินค้าจีนราคาถูก โดยอาจละเลยเรื่องคุณภาพหรือความเสี่ยงจากสารเคมีในสีเคลือบที่ไม่ได้มาตรฐาน Photograph: anurakmagChicken Bowl Crisis การล่มสลายของ ‘เมืองเซรามิก’ ผลกระทบที่เกิดขึ้นรุนแรงระดับ ‘ปรากฏการณ์โดมิโน’ จากเมืองหลวงแห่งเซรามิกที่ก่อนยุคโควิด-19 เคยมีโรง
รวมร้านไทยๆ ที่มีเรื่องราว บรรยากาศ และคาแรคเตอร์

รวมร้านไทยๆ ที่มีเรื่องราว บรรยากาศ และคาแรคเตอร์

รสนิยมการกินอาหารไทยของคนเจนใหม่ทุกวันนี้ นอกจากจะตอบโจทย์เรื่องรสชาติแล้ว เชื่อว่าประสบการณ์และไวบ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ภาพจำของร้านอาหารตามสั่งริมทาง ร้านข้าวต้มโต้รุ่งริมถนน หรือร้านข้าวซอยพัดลมเพดาน กำลังถูกทรานส์ฟอร์มและตีความใหม่โดยกลุ่มผู้ประกอบการที่หลงใหลในรากเหง้าของอาหารไทย พวกเขาหยิบเอา ‘คอมฟอร์ตฟู้ด’ จานโปรดในวัยเด็กและเมนูคลาสสิกที่คุ้นเคย มาปัดฝุ่น ยกระดับวัตถุดิบ และใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เทคนิคการทำไปจนถึงการออกแบบสเปซร้านให้กลายเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์สุดชิก การผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณดั้งเดิมกับความร่วมสมัย ทำให้เกิดสตรีทฟู้ดระดับพรีเมียมที่กินสนุกขึ้น ถ่ายรูปสวยขึ้น แต่ยังคงรสมือจัดจ้านถึงเครื่องแบบออริจินัล ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้มกุ๊ยในบาร์สุดเก๋ ข้าวกะเพราคลุกข้าวเหนียวเนื้อวากิว ข้าวซอยเส้นสดในบรรยากาศเจแปนนิสมินิมอล ไก่ทอดหาดใหญ่หนังบางกรอบในคาเฟ่กลางกรุง หรือแม้แต่ตำนานซีฟู้ดพื้นบ้านระยองที่ถูกนำมาเล่าใหม่ในคอนเซปต์สโตร์ใจกลางห้างหรู ทั้งหมดนี้คือบทพิสูจน์ว่าอาหารไทยคลาสสิกสามารถเติบโตไปพร้อมกับยุคสมัยได้อย่างลงตัว และนี่คือการรวบรวมพิกัดร้านอาหารไทยที่จับเอาความทรงจำวัยเด็กมาเขย่าใหม่ เพื่อเสิร์ฟความอร่อยและบรรยากาศที่โดนใจสายกินเจเนอเรชันใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Listings and reviews (6)

Little Tree Grocery

Little Tree Grocery

What is it? เดินเข้ามาที่ตึกไม้เรือนศิลปินของคณะดุริยางคศิลป์ สัมผัสบรรยากกาศร่มรื่นย์ และเสียงซ้อมดนตรีที่น่าอภิรมณ์ ก่อนจะพบกับ Little Tree Grocery คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นที่ต้อนรับด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของขนมอบและกาแฟที่กำลังตั้งใจชง พร้อมมุมที่นั่งน่ารักๆ ที่เหมาะกับการชวนใครสักคนมานั่งใช้เวลาร่วมกัน Why we love it: เสน่ห์สำคัญของที่นี่ขอยกให้ ‘ขนมปังซาวโดวจ์’ โฮมเมดที่อบใหม่จนส่งกลิ่นหอมอบอวลอันเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งทานคู่กับแยมสูตรพิเศษที่ทางร้านกวนเอง เคียงคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดสักแก้ว ก็พร้อมเติมเต็มยามบ่ายให้ลงตัว ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังมีความพิเศษจากขนมไทยฝีมือ ‘คุณยายอร’ ที่หมุนเวียนเมนูหาทานยากมาให้ลิ้มลองแบบไม่ซ้ำในแต่ละวัน หากวันไหนโชคดีได้พบกับขนมไทยจานโปรด ก็ยิ่งช่วยเติมความสมบูรณ์แบบให้กับวันนั้นได้อย่างน่าประทับใจ Time Out tip: ทางร้านยังมีเจลาโต้รสชาติพิเศษจาก Boon Boon Gelato พร้อมเสิร์ฟความหวานเย็นชื่นใจ เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความสดชื่นคลายร้อนในยามบ่าย ที่ตั้ง: ภายในเรือนศิลปิน บริเวณริมน้ำ วิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ มหิดล เปิดทุกวัน 08.00 – 18.00 น.  โทร 061-426-6328
96H Artisanal Bread

96H Artisanal Bread

Equal parts bakery and creative studio, 96H Artisanal Bread has a rainy-day workshop that's easier to love than explain. You paint your own sourdough loaf using natural pigments – earthy tones, botanical patterns, whatever instinct suggests – while the smell of fresh bread fills the room. Slow, tactile and genuinely therapeutic, it sends you home with a loaf that's entirely your own, ready for something warm on the side. 96H Artisanal Bread, Chaengwattana Soi 45. Open Thu–Mon, 9am–6pm. Booking ahead recommended  
Sprawl across Bangna's greenest lawn at The Field Society festival

Sprawl across Bangna's greenest lawn at The Field Society festival

Bangkok’s picnic crowd gets a proper excuse to stretch out on the grass when Happitat teams up with GROUNDCONTROL for a laid-back lifestyle festival in the middle of Bangna’s greenery. Think picnic blankets, slow afternoons and more than 80 vendors selling crafts, fashion, snacks and drinks, all spread across a wide open lawn designed for lingering. Art workshops and interactive activities run throughout the weekend, while a towering mushroom installation rising more than four metres above the grounds is almost guaranteed to dominate everyone’s camera roll. Visitors can also wander through the flower-filled ‘Fairy Circle’ experience inside Lumis Theater Hall, with live music and pet-friendly spaces helping the whole thing settle into an easy weekend rhythm. May 30-31. Free entry. Happitat at The Forestias. 10am-7pm

News (288)

รถไฟลอยน้ำกลับมาแล้ว เตรียมออกเดินทางชมวิวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เร็วๆ นี้

รถไฟลอยน้ำกลับมาแล้ว เตรียมออกเดินทางชมวิวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เร็วๆ นี้

ใครที่เคยประทับใจกับภาพขบวนรถไฟแล่นผ่านผืนน้ำ เตรียมปักหมุดรอกันได้เลย เพราะ ‘รถไฟลอยน้ำ’ เส้นทางท่องเที่ยวสุดฮิตของการรถไฟแห่งประเทศไทย (SRT) ขอพาคุณออกเดินทางอีกครั้ง ไปค้นพบมุมมองใหม่ สัมผัสวิถีชุมชน และเก็บบันทึกความทรงจำรับปลายปีกับ รถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ประจำฤดูกาล 2569 - 2570 ตลอด 26 วันสุดพิเศษ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมกราคม 2570 เส้นทางท่องเที่ยวสุดฮิตนี้เป็นทริปแบบ one day trip ขบวนรถออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ตั้งแต่เวลา 06.00 น. และเปิดให้ผู้โดยสารขึ้นระหว่างทางตามสถานีที่กำหนด ตั้งแต่สามเสน บางซื่อ บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง รังสิต อยุธยา สระบุรี ไปจนถึงชุมทางแก่งคอย ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดลพบุรี Photograph: AmyLoveMaToomThailand เมื่อขบวนรถเดินทางถึงจุดชมวิวรถไฟลอยน้ำกลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจะได้ลงจากที่นั่งมาชมวิวและถ่ายภาพกับผืนน้ำแบบเต็มตา จากนั้นขบวนรถจะเดินทางต่อไปยังสถานีโคกสลุง เปิดโอกาสให้แวะชม ชิม และช็อปสินค้าพื้นเมือง รวมถึงอาหารและของฝากจากชุมชน ก่อนเดินทางต่อถึงที่หยุดรถเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ช่วงกลางวันนักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาตามอัธยาศัย ทั้งเดินเล่นชมวิวรอบเขื่อน แวะสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง หรือสนับสนุนร้านค้าและสินค้าจากชุมชน ก่อนเตรียมตัวขึ้นรถไฟเที่ยวกลับ โดยขบวนจะทยอยจอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ชุมทางแก่งคอย สระบุรี อยุธยา รังสิต ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน บางซื่อ และสามเสน ก่อนกลับถึงสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) Photograph: Amazing ThailandThailand เลือกสไตล์การเดินทางในแบบของคุณ 1. ขบวนรถท่องเที่ยวอิสระ (26 วัน) สำหรับผู้ที่ชอบนั่งชมวิวแล้วออกไปตะลุยเที่ยวตามใจคุณ วันเปิดเดินรถ: พฤศจิกายน 2569: วันท
Slowcombo ชวนเติมความหวานที่ 126 Sweet Club สามย่าน

Slowcombo ชวนเติมความหวานที่ 126 Sweet Club สามย่าน

เตรียมเว้นที่ว่างไว้สำหรับของหวาน เพราะเดือนพฤศจิกายนนี้ Slowcombo สามย่านกำลังเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นคลับของคนรักขนม กับ Slowcombo Presents 126 Sweet Club at Samyan งานที่ชวนทุกคนมาใช้เวลาสามวันไปกับขนม เครื่องดื่ม เสียงดนตรี และบรรยากาศดีๆ  เปิดพื้นที่ให้ขนมหวานและร้านของฝากมาร่วมเติมสีสันให้มื้อพิเศษ โดยไม่ได้จำกัดความหวานไว้แค่เค้กหรือช็อกโกแลตเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่ไอศกรีม เบเกอรี่ ขนมไทย ขนมเอเชีย ลูกอม ขนมขบเคี้ยว ไปจนถึงเครื่องดื่มหวานๆ และของที่ระลึกที่เหมาะจะหิ้วกลับบ้าน View this post on Instagram A post shared by Slowcombo (@slowcombo) ‘Worth Saving Room For’ งานอยากชวนให้เรากันพื้นที่เล็กๆ ในมื้ออาหารไว้สำหรับสิ่งที่รออยู่ท้ายมื้อ หรือบางครั้งอาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เราอยากแวะมางานตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นขนมชิ้นโปรดที่ตั้งใจมาชิม ของฝากที่ซื้อกลับไปฝากคนพิเศษ หรือเมนูใหม่ที่ยังไม่เคยลอง นอกจากของกิน งานยังเติมบรรยากาศด้วยเสียงดนตรีและกิจกรรมต่างๆ ให้สามวันในสามย่านกลายเป็นช่วงเวลาสำหรับพบปะ พักผ่อน และค้นพบร้านใหม่ๆ ไปพร้อมกัน ที่ Slowcombo สามย่าน วันที่ 6–8 พฤศจิกายน 2569 อย่าลืมเหลือพื้นที่ไว้สำหรับความหวานกันด้วย
บางหน้ากระดาษอาจดังกว่าเสียงเพลงบนฟลอร์ ที่ OST. Book Rave ณ นางเลิ้ง

บางหน้ากระดาษอาจดังกว่าเสียงเพลงบนฟลอร์ ที่ OST. Book Rave ณ นางเลิ้ง

ถ้าปกติการอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ต้องการความเงียบ ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งอ่านท่ามกลางเสียงเพลงกันดูบ้าง เมื่อ OST.Bar ชวนนักอ่านและคนรักดนตรีมาพบกันใน OST. Book Rave อีเวนต์ที่หยิบเอา ‘หนังสือ’ และ ‘เสียงเพลง’ มาวางไว้ในพื้นที่เดียวกัน ณ นางเลิ้ง View this post on Instagram A post shared by OST.BAR (@ost.bar.bkk) คอนเซปต์ของงานเรียบง่ายแต่ชวนให้ลอง พกหนังสือเล่มโปรดของตัวเองมาเปิดอ่าน หรือจะเลือกหยิบหนังสือจากชั้นของ OST.Bar มานั่งอ่านก็ได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องอ่านให้จบภายในวันเดียว เพราะทางงานเตรียม ‘ใบฝากหนังสือ’ ไว้ให้ สำหรับใครที่อยากกลับมาอ่านต่อในครั้งหน้า บรรยากาศตลอดวันจะถูกแบ่งออกเป็นสองช่วงดนตรี เริ่มต้นช่วงบ่ายด้วย DJ Kanmave ที่จะมาสร้าง Reading Mood ผ่านเสียง Ambient และ Score ตั้งแต่ 13.00–15.00 น. ก่อนเปลี่ยนอารมณ์ให้คึกคักขึ้นในช่วงเย็นกับ DJ Maria Machine และเซต Upbeat OSTs ตั้งแต่ 18.00–20.00 น. นอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับคนที่อยากอ่านหนังสือแล้ว งานนี้ยังเหมาะกับคนที่ชอบเก็บช่วงเวลาสั้นๆ ของวันไว้ให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเปิดหนังสือเล่มเดิม ฟังเพลงประกอบที่คุ้นหู หรือปล่อยให้เสียงรอบตัวกลายเป็น soundtrack ระหว่างอ่าน OST. Book Rave จัดขึ้นที่ OST.Bar, นางเลิ้ง วันที่ 10 ตุลาคม 2026 เวลา 13.00–20.00 น. เตรียมหนังสือเล่มโปรดของคุณไว้ แล้วมาลองค้นหาว่าเมื่อหน้ากระดาษกับเสียงเพลงมาเจอกัน เรื่องราวจะพาเราไปไกลแค่ไหน
Hello! Neighbors ชวนส่องสัตว์หิมพานต์ผ่านศิลปะและเรื่องเล่าย่านเสาชิงช้า

Hello! Neighbors ชวนส่องสัตว์หิมพานต์ผ่านศิลปะและเรื่องเล่าย่านเสาชิงช้า

ดูเหมือนว่ากิจกรรมเดินสำรวจย่านต่างๆ กำลังเติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ ทำให้เห็นว่าความงดงามของเมืองนั้นอาจซ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอยและเรื่องราวระหว่างทาง ครั้งนี้ Hello! Neighbors ชวนทุกคนออกไปสำรวจเสาชิงช้าในมุมที่อาจไม่เคยเห็น ผ่านกิจกรรม Hello! Neighbors: Himmapan Hunting ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ View this post on Instagram A post shared by NEIGHBORS AND FRIENDS (@neighborsandfriends.community) ทริปเดินย่านครั้งแรกของ Neighbors and Friends จะพาผู้เข้าร่วมสำรวจพื้นที่รอบ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ผ่านเรื่องราวของงานศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ โดยมี คุณปอนด์ – วณิชย์ แซ่ลิ่ม จากเวสสุกรรม Thai Art Gallery & Studio ศิลปินและผู้เชี่ยวชาญงานช่างสิบหมู่ มารับหน้าที่เป็นไกด์ประจำย่าน หนึ่งในไฮไลต์ของทริปคือการตามหา ‘สัตว์หิมพานต์’ ที่ซ่อนอยู่บนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดสุทัศน์ฯ พร้อมฟังเรื่องราวของวัดเก่าแก่แห่งนี้ผ่านมุมมองแบบคนคุ้นเคยกับย่าน รวมถึงสำรวจงานศิลปกรรมที่สะท้อนอิทธิพลจากทั้งจีนและตะวันตก ซึ่งกลายมาเป็นรายละเอียดสำคัญที่ทำให้วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Photograph: Thailand 2026 Annual Meetings TeamBangkok จากวัดยังพาไปทำความรู้จักวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวสยามในอดีตที่ ‘ห้องที่ชา’ พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในวัด พร้อมชมงานศิลป์และรายละเอียดบนถ้วยชา ก่อนปิดท้ายด้วยการเรียนรู้วิธีชงชาจีนจาก คุณบอสและคุณต้นน้ำ แห่งร้าน Gimbocha เพื่อนบ้านในย่าน ที่จะจับคู่ชาหอมๆ เข้ากับขนมและบรรยากาศสบายๆ ของเสาชิงช้า Hello! Neighbors: Himmapan Hunting จัดขึ้นวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30–12.30 น. จุดนัดหมายที่ Gimbocha เดินทางได้จาก MRT สามยอด ทางออก 3 บัตรราคา 399 บาท
สิ้นสุดการรอคอย! Olivia Dean เตรียมกลับมาเจอแฟนเพลงไทยใน LaLaLa Presents Bangkok 2027 พร้อม MILLI และศิลปินอีกเพียบ

สิ้นสุดการรอคอย! Olivia Dean เตรียมกลับมาเจอแฟนเพลงไทยใน LaLaLa Presents Bangkok 2027 พร้อม MILLI และศิลปินอีกเพียบ

ในที่สุดก็ถึงคิวของแฟนเพลงชาวไทย! เตรียมตัวไปเจอกับ Olivia Dean นักร้องสาวเสียงนุ่มเจ้าของเพลงฮิตที่หลายคนหลงรัก ซึ่งกำลังจะมาเปิดการแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในงาน LaLaLa Presents Bangkok 2027 วันที่ 20 มกราคม 2027 ที่ IMPACT Challenger Hall 3 View this post on Instagram A post shared by LaLaLa Bangkok (@lalala.bangkok) หลังจากประสบความสำเร็จในการเชื่อมโยงศิลปินและผู้ชมผ่าน LaLaLa Festival มาตลอดหลายปี การจัดงานในกรุงเทพฯ ถือเป็นก้าวสำคัญของเทศกาลที่ขยายตัวจากบ้านเกิดในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อสร้างจุดนัดพบแห่งใหม่ของศิลปินระดับนานาชาติ ศิลปินในภูมิภาค และแฟนเพลงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้มารวมตัวกัน นอกจาก Olivia Dean แล้ว ยังยกทัพศิลปินมาให้สนุกกันแบบจัดเต็ม ทั้ง JUNGLE วงดนตรีจากอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องซาวด์ดนตรีสุดกรูฟ พร้อมด้วย 3 ศิลปินไทยอย่าง MILLI, KIKI และ CYNDI SEUI ที่จะมาร่วมสร้างสีสันให้กับเทศกาลดนตรีครั้งนี้ สำหรับใครที่รอเจอ Olivia Dean มานาน นี่อาจเป็นอีกหนึ่งวันที่ต้องปักหมุดไว้ในปฏิทิน เพราะการมาเยือนกรุงเทพฯ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของ LaLaLa ในประเทศไทย พร้อมไลน์อัปที่แฟนเพลงรอคอย Photograph: lolamansellLaLaLa Bangkok 2027 นอกจากนี้ ฟังใจ (Fungjai) หนึ่งในผู้ร่วมจัดเทศกาลดนตรีระดับทอล์คออฟเดอะทาวน์อย่าง Maho Rasop ยังได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในผู้จัดงานครั้งนี้ในกรุงเทพฯ พร้อมนำประสบการณ์และวิสัยทัศน์ด้านเทศกาลดนตรีมาร่วมสร้างสรรค์งานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ส่วนบัตรเปิดขายทั้งหมด 3 รอบ ได้แก่ Artist Presale วันที่ 21–22 ตุลาคม, Local Sponsor Presale วันที่ 23–24 ตุลาคม และ General On-sale วันที่ 25 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต
เมื่อเสียงใต้ดินตะโกนสู้ยุค ‘ข้าวยากหมากแพง’ สำรวจพื้นที่สร้างสรรค์และศิลปะทางเลือกใน The Basement Zine Fair

เมื่อเสียงใต้ดินตะโกนสู้ยุค ‘ข้าวยากหมากแพง’ สำรวจพื้นที่สร้างสรรค์และศิลปะทางเลือกใน The Basement Zine Fair

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่กดทับ ลมหายใจของวัฒนธรรมนอกกระแสและสิ่งพิมพ์ทำมือ (Zine) กำลังเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ผู้คน The Basement TH Collective กลุ่มเคลื่อนไหวทางศิลปะและสื่อทางเลือก ได้ประกาศจัดงาน The Basement Zine Fair #1 ภายใต้ธีมที่สะท้อนความเป็นจริงอันขมขื่นแต่จริงแท้ อย่าง ‘ข้าวยากหมากแพง’ (Khāw yāk hmāk phæng) ในวันที่ 23–25 ตุลาคม  ที่ Arai Arai Cafe กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 13.00 - 20.00 น. เป็นต้นไป View this post on Instagram A post shared by The Basement TH (@thebasement.th) งานนี้นับเป็นมากกว่าเพียงตลาดขายของจุ๊กจิ๊กหรือสิ่งพิมพ์ทำมือ แต่คือการหมุดหมายเชิงสัญลักษณ์ของการรวมตัวกันเพื่อตั้งคำถามและต่อรองกับโครงสร้างทางสังคม ภายในงานพบกับการรวมตัวของ Exhibitors และศิลปินอิสระหลากแขนง อาทิ 1_gallery, Andy Zua, Anamika & cinemaaa, coeur collective, Friendship, JI CHI-JI CHE, Mini, Planula.collective, punmolip, Run of the mill Collective, จ้องกั้วเหลิน รวมถึง The Basement TH ที่แท็กทีมมากับ Fermanid Zine Collective, Patata Studio และ Working Desk Publishing การจัดงานในครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้สร้างสรรค์ได้แสดงผลงานที่หลุดออกจากกรอบการพิมพ์เชิงพาณิชย์ สะท้อนเสียงของแรงงาน คนรุ่นใหม่ และศิลปินตลอกจนประเด็นทางสังคมที่มักถูกมองข้าม Photograph: tarr.troThe Basement Zine Fair นอกจากตลาดซีนแล้ว อีเวนต์ในครั้งนี้ยังเข้มข้นด้วยเนื้อหาทางความคิดและศิลปะการแสดงที่ขับเคลื่อนประเด็นอย่างสร้างสรรค์ วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม: พื้นที่เปิดตัวนิตยสารบทสนทนาเข้มข้น Talk: วงเสวนาในหัวข้อ ‘ข้าวยากหมากแพง x พระศรีอริยะ x พุทธเกษตร’ ดำเนินการเสวนาโ
Big Bad Wolf Books Thailand 2026 เปิดแล้ว ชวนออกล่าหนังสือกว่า 1 ล้านเล่มใจกลาง Platinum Pop

Big Bad Wolf Books Thailand 2026 เปิดแล้ว ชวนออกล่าหนังสือกว่า 1 ล้านเล่มใจกลาง Platinum Pop

ถ้าคุณเป็นคนประเภทที่บอกตัวเองว่า ‘ขอเดินดูหนังสือแป๊บเดียว’ หรือ ‘ขอซื้อหนังสือสักเล่ม’ แล้วมักหายตัวไปเป็นชั่วโมง งานนี้อาจทำให้แผนเดิมพังได้ง่ายๆ เพราะ Big Bad Wolf Books Thailand 2026 กลับมาแล้ว พร้อมฉลองครบรอบ 10 ปีในประเทศไทยด้วยพื้นที่จัดงานที่ใหญ่ขึ้นถึง 2 ชั้น บนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางฟุต ที่ Platinum Pop ราชประสงค์ ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์ Photograph: Big Bad Wolf Books ThailandBangkok สิ่งแรกที่รู้สึกได้เมื่อเดินเข้างานคือสเกลของหนังสือที่อยู่ตรงหน้า ปีนี้มีหนังสือกว่า 1 ล้านเล่ม จากสำนักพิมพ์ไทยและต่างประเทศมากกว่า 40 แห่ง ตั้งแต่หนังสือเด็กและเยาวชน นิยาย สารคดี ธุรกิจ การพัฒนาตนเอง ไปจนถึงหนังสือเพื่อการศึกษา เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ปล่อยให้เราเดินหลงไปตามชั้นหนังสือได้แบบไม่ต้องมีจุดหมายชัดเจนนัก และนั่นอาจเป็นเสน่ห์ของงานนี้ เพราะนอกจากหนังสือเล่มที่ตั้งใจมาตามหาแล้ว ยังมีโอกาสเจอเล่มที่ไม่เคยอยู่ในลิสต์มาก่อน ตั้งแต่ The Housemaid's Secret ของ Freida McFadden, Iron Flame ของ Rebecca Yarros ไปจนถึง I Want to Die but I Still Want to Eat Tteokbokki ของ Baek Sehee รวมถึงหนังสือสำหรับนักอ่านรุ่นเยาว์อย่าง CoComelon: Feelings และผลงานจากนักเขียนอย่าง David Walliams และ Jay Shetty ขณะเดียวกันฝั่งสำนักพิมพ์ไทยก็มีชื่อคุ้นตาอย่าง Salmon Books และ Amarin Books มาร่วมให้เลือกช็อปด้วย เรียกได้ว่าเดินไปเรื่อยๆ ก็มีสิทธิ์เจอหนังสือที่ไม่ได้ตั้งใจมาตามหา แต่กลับอยากหิ้วกลับบ้านเสียอย่างนั้น อีกหนึ่งจุดที่น่าจับตาคือ Clearance Zone ที่รวมหนังสือคัดสรรไว้ในราคาเริ่มต้น 20 บาท โดยมีทั้งหนังสือเด็ก นิยาย และสารคดี ส่วนหนังสือภายในงานโดยรวมมีส่วนลดสูงสุดถึง 95 เปอร์เซ็นต์ Phot
สก๊อยจ๋า มาปลดปล่อยความจัดจ้านในปาร์ตี ‘Skoy Society’ ที่ ตลาดน้อย

สก๊อยจ๋า มาปลดปล่อยความจัดจ้านในปาร์ตี ‘Skoy Society’ ที่ ตลาดน้อย

‘ซับ คัลเจอร์’ ของไทยที่เคยมองว่าเป็นเพียงเรื่องนอกกระแส กำลังถูกนำมาตั้งคำถาม ยิ้มรับ และเฉลิมฉลองใหม่อย่างสร้างสรรค์ ล่าสุด thelinks.bkk ได้ประกาศจัดงานปาร์ตีสุดจัดจ้านในชื่อ ‘Skoy Society - Express your inner Skoy’ ปาร์ตีที่จะชวนทุกคนปลดปล่อยตัวตนผ่านสไตล์เดรสโค้ดสุดเลิศสไตล์ไทยๆ งานนี้คือการหยิบเอาความทรงจำ ภาพจำ และสปิริตของความ ‘แรด’ อย่างมีรสนิยม มาเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งความสนุก ปลอดภัย และไร้การตัดสิน View this post on Instagram A post shared by @thelinks.bkk ภาพจำของ ‘สก๊อยส้นสูง’ และ ‘เด็กแว้นรองเท้าแตะ’ ถูกยกขึ้นมาเป็นโจทย์สนุกๆ ให้กับสายปาร์ตีได้แต่งตัวมาร่วมแสดงความเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Think Thai night, Skoy in heels, Dek Waen in flip-flops. Make it your own and come dressed to be seen’ ซึ่งเป็นการเปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมงานได้สร้างสรรค์ลุคของตัวเอง โดยหยิบวัตถุดิบทางวัฒนธรรมไทยป็อปมาผสมผสานกับแฟชั่นร่วมสมัยได้อย่างไร้ขีดจำกัด ที่ The Warehouse ตลาดน้อย ในคืนวันที่ 23 ตุลาคม 2026 ตั้งแต่เวลา 21.30 - 01.30 น. บัตรราคา 699 บาท (จองบัตร)
‘ทำเพลงแล้วขายไม่ได้ ก็ทำมันออกมาอยู่ดี’ ชวนฟังประวัติศาสตร์คนผิวสี ดนตรี และชุมชน ที่ Such A Small World วันที่ 17 ตุลาคมนี้

‘ทำเพลงแล้วขายไม่ได้ ก็ทำมันออกมาอยู่ดี’ ชวนฟังประวัติศาสตร์คนผิวสี ดนตรี และชุมชน ที่ Such A Small World วันที่ 17 ตุลาคมนี้

ถ้าดนตรีไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อขาย แล้วเรายังจะทำเพลงกันต่อไหม? คำตอบของงานนี้ดูเหมือนจะเป็น ‘ทำสิ’ เพราะมนุษย์ยังคงร้อง รำ และทำเพลงต่อไป แม้วันหนึ่งจะไม่เหลือตลาด บริษัทลิขสิทธิ์ หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งก็ตาม View this post on Instagram A post shared by NRLC (@norefleftclub) งานครั้งนี้เกิดจากการร่วมมือระหว่าง @norefleftclub และ @julian_r_cary หรือ อาจารย์ จูเลี่ยน ณ ตลิ่งชัน Director ด้านวิชาการของ 1500 Sound Academy Thailand อดีตอาจารย์คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และโปรดิวเซอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการคุยสนุก จะมาชวนย้อนดูประวัติศาสตร์ดนตรีของคนผิวสี ผ่านบทเพลงที่ถือกำเนิดขึ้นจากชีวิตและการต่อสู้ของผู้คน Photograph: Julian CaryBangkok ตั้งแต่เพลงทำงาน เพลงปลอบใจ ไปจนถึงบทเพลงที่ใช้เรียกหาและขับร้องในโบสถ์ เรื่องราวเหล่านี้ค่อยๆ เดินทางและแตกแขนง จนกลายเป็นดนตรีหลากหลายรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน ตั้งแต่ Hip-hop ไปจนถึง K-pop พร้อมชวนตั้งคำถามว่า แล้วเส้นแบ่งระหว่างแนวดนตรีที่เราคุ้นเคยนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร และทำไมเราถึงต้องแบ่งมันออกจากกันตั้งแต่แรก หลังจบช่วงพูดคุย No Ref Left Club โดยปาล์มและพราว จะพาคนในงานเปิดวงสนทนาต่อว่า ในวันที่เราอยู่ท่ามกลางเสียงมากมายแบบนี้ เรายังคงกระหายเรื่องราว กลิ่น และเสียงแบบไหน โดยมีดนตรีเป็นพื้นที่ให้คนแปลกหน้าได้มาอยู่ร่วมกัน งานจัดขึ้นที่ Such A Small World พื้นที่บนชั้น 3 ของ The Corner House Bangkok อาคารสีส้มเก่าแก่บริเวณตลาดน้อย ซึ่งนอกจากจะเป็นคาเฟ่และพื้นที่เล่นบอร์ดเกมแล้ว ยังมีโรงภาพยนตร์ขนาด 16 ที่นั่ง และ listening station ที่รวบรวมแผ่นเสียงไว้มากกว่า 6,500 แผ่น ใครอยากมาเปิดโลกด้วยเพลงใหม่ๆ จึง
HUGO ชวนออกเรืออีกครั้งใน ‘เรือสำราญราตรีอมตะ ไตรภาค’ คอนเสิร์ตใหญ่ที่รวมโลกดนตรีทั้งสามภาคไว้บนเวทีเดียว

HUGO ชวนออกเรืออีกครั้งใน ‘เรือสำราญราตรีอมตะ ไตรภาค’ คอนเสิร์ตใหญ่ที่รวมโลกดนตรีทั้งสามภาคไว้บนเวทีเดียว

หลังจากพาแฟนเพลงเดินทางผ่านเรื่องราวและเสียงดนตรีของ ‘เรือสำราญราตรีอมตะ’ มาแล้วถึงสามภาค ล่าสุด HUGO (ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์) ประกาศเตรียมพาผลงานไตรภาคนี้ออกสู่เวทีคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบใน ‘เรือสำราญราตรีอมตะ ไตรภาค’ วันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่ MGI Hall 2 (Bravo BKK) View this post on Instagram A post shared by โอเคดี (@okd.muzikmove) ‘เรือสำราญราตรีอมตะ’ เป็นโปรเจกต์ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานทั้งในแง่ของดนตรีและการเล่าเรื่อง โดย HUGO ค่อยๆ ปล่อยผลงานออกมาเป็นสามภาค ก่อนจะปิดไตรภาคด้วยผลงานล่าสุดอย่าง ‘แสงสุดท้ายของโลกใบเก่า’ เปิดพื้นที่ให้บทเพลงแต่ละชุดทำงานร่วมกันเป็นเหมือนโลกใบใหญ่ที่มีทั้งตัวละคร เรื่องราว และบรรยากาศเฉพาะตัว สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ HUGO เตรียมหยิบเอาบทเพลงและเรื่องราวจากทั้งสามภาคมาร้อยเรียงใหม่บนเวที พร้อมถ่ายทอดโลกแบบเต็มรูปแบบ ตั้งแต่เพลงที่แฟนๆ คุ้นเคย ไปจนถึงบทเพลงจากภาคล่าสุดที่อาจได้สัมผัสกันแบบสดๆ เป็นครั้งสำคัญ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเรือไปกับ HUGO อีกครั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่ MGI Hall 2 (Bravo BKK) บัตรราคา 2,500  / 2,000  / 1,500 / 1,000 บาท  (ทุกที่นั่งจะได้รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็น)  เปิดจำหน่ายพร้อมกันวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ทาง EVENTPOP
หนึ่งค่ำคืนที่มีทั้งหนัง บทสนทนา และเสียงเพลงจาก ‘หงา คาราวาน’ ที่ GalileOasis

หนึ่งค่ำคืนที่มีทั้งหนัง บทสนทนา และเสียงเพลงจาก ‘หงา คาราวาน’ ที่ GalileOasis

วันที่ 25 ตุลาคม 2569 GalileOasis Theatre ชวนคนรักหนังและดนตรีมาร่วมค่ำคืนพิเศษที่รวมทั้งการฉายภาพยนตร์ การพูดคุยกับผู้กำกับ และคอนเสิร์ตอคูสติกไว้ในงานเดียว กับ ‘อรุณกาล’ (Regretfully At Dawn) ผลงานล่าสุดของ กานต์ ศิวโรจณ์ Photograph: Kong Pahurak | Regretfully At Dawn 2026Bangkok ภาพยนตร์เล่าเรื่องของชายชราทหารผ่านศึกที่กำลังใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายของตนเองร่วมกับหลานสาว ผู้มีอนาคตอันสดใสรออยู่ข้างหน้า และสุนัขสีดำที่ผ่านช่วงชีวิตอันยาวนานมาไม่ต่างกัน เรื่องราวของคนต่างวัยและชีวิตที่กำลังเดินทางไปสู่ปลายทางเดียวกัน หลังการฉาย เวลา 17.15 น. จะเป็นช่วง Q&A เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับ กานต์ ศิวโรจณ์ ผู้กำกับของเรื่อง ก่อนเปลี่ยนอารมณ์เข้าสู่เสียงดนตรีในเวลา 18.00 น. กับคอนเสิร์ตอคูสติกจากศิลปินระดับตำนาน หงา สุรชัย จันทิมาธร ‘คาราวาน’ เรียกได้ว่าเป็นค่ำคืนที่ค่อยๆ เดินทางจากเรื่องราวบนจอ สู่บทสนทนาหลังหนังจบ และจบลงด้วยเสียงเพลงสดๆ ในบรรยากาศเป็นกันเอง กำหนดการงาน15.00 น. — ฉายภาพยนตร์ ‘อรุณกาล’17.15 น. — พูดคุยกับผู้กำกับ18.00 น. — คอนเสิร์ตอคูสติก ‘หงา คาราวาน’ ที่ GalileOasis Theatre 25 ตุลาคม 2569  เวลา 15.00 เป็นต้นไป บัตรราคา 600 บาท (จองบัตร)
4 ตุลาคมนี้ ดูดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี

4 ตุลาคมนี้ ดูดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี

ถ้ายังไม่มีนัดอะไรในคืนวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้ ลองเว้นที่หัวใจไว้ให้ดาวเสาร์สักหนึ่งช่อง เพราะคืนนี้คือช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์วงแหวนจะมาอยู่ในตำแหน่ง ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ซึ่งหมายถึงดวงอาทิตย์ โลก และดาวเสาร์จะเรียงตัวกันเป็นแนวเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลาง ตำแหน่งดังกล่าวทำให้ดาวเสาร์อยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า และเป็นช่วงที่ดาวเสาร์เข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี แม้คำว่าใกล้ ในระดับจักรวาลจะยังหมายถึงระยะทางราว 1.26 พันล้านกิโลเมตร ก็ตาม แสงจากดาวเสาร์ที่เราเห็นใช้เวลาประมาณ 70 นาทีในการเดินทางมาถึงโลก (แต่ก็ยังเห็นในระยัที่ใกล้ที่สุดอยู่ดี) มองหาดาวเสาร์ได้เมื่อไหร่ ดาวเสาร์จะขึ้นทางทิศตะวันออกตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ค่อยๆ สูงขึ้นจนอยู่บริเวณท้องฟ้าด้านบนช่วงใกล้เที่ยงคืน ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงทางทิศตะวันตกและลับขอบฟ้าก่อนรุ่งเช้า เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในคืนที่มีเวลาให้เลือกมองดาวกันแบบยาวๆ ช่วงหัวค่ำยังเป็นจังหวะที่ดี เพราะดวงจันทร์จะขึ้นค่อนข้างดึก ทำให้ท้องฟ้ายังมืดพอสำหรับการสังเกตดาวในช่วงแรกของคืน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าดวงไหนคือดาวเสาร์ หาจุดที่มืดและห่างจากแสงไฟเมือง ไม่ว่าจะเป็นระเบียงดาดฟ้า หรือสวนสาธารณะที่มองเห็นท้องฟ้าได้กว้างๆ จากนั้นให้เวลาสายตาปรับกับความมืดประมาณ 10 นาที ดาวเสาร์จะปรากฏเป็นจุดสีเหลืองนวลที่ค่อนข้างนิ่ง ต่างจากดาวฤกษ์รอบๆ ที่มักดูเหมือนกะพริบ เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลที่สุดที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า อยากเห็นวงแหวน ต้องใช้กล้อง ถ้าอยากเห็นไฮไลต์ ‘วงแหวนของดาวเสาร์’ ด้วยตาตัวเอง งานนี้ต้องพึ่งกล้องโทรทรรศน์ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เพราะกล้องขนาดเล็กที่มีกำลังขยายประมาณ 25 เท่าก็สามารถช่วยให้เห็นวงแหวนได้ หลังจากวงแหวนหันขอบเข้าหาโลกจนแทบม