Just the girl who writes as her heart leads, letting stories spill out wherever life carries her. She moves through the world chasing dreams to the rhythm of jazz and the quiet pull of art, believing that life is not meant to be lived in straight lines. Someone who believes the world is a canvas she can splash with any color, while at the same time, the world splashes her with color too.

Lalitphat Bumrungkarn

Lalitphat Bumrungkarn

Staff writer, Time Out Thailand

Follow Lalitphat Bumrungkarn:

Articles (10)

กรุงเทพฯ กับทศวรรษนิวยอร์กในสายตา Jesper Haynes

กรุงเทพฯ กับทศวรรษนิวยอร์กในสายตา Jesper Haynes

นิวยอร์กคือเมืองที่ถูกบันทึกภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกตรอกซอยถูกเล่าเป็นตำนาน ทุกค่ำคืนถูกบดบังด้วยทัศนคติ แต่สิ่งที่ Jesper Haynes มอบให้กลับเงียบขึ้น และชวนกระอักกระอ่วนมากกว่า นั่นคือบันทึกของการ ‘อยู่ตรงนั้นจริงๆ’ โดยไม่คิดล่วงหน้าว่ามันจะกลายเป็นอะไรในภายหลังNew York Darkroom นิทรรศการล่าสุดของเขาในกรุงเทพฯ พาเราย้อนกลับไปยังดาวน์ทาวน์ในนิวยอร์กช่วงปลายยุค 80s และ 90s แบบไร้ฟิลเตอร์ หรือไร้การยกย่องฮีโร่ เผชิญหน้าอย่างใกล้ชิด ถนนแคบจนรู้สึกได้ และไม่มีใครแสดงเพื่อกล้อง Photograph: Jesper Haynes เมื่อได้พูดคุยกับ Haynes สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ งานชุดนี้ไม่ใช่เรื่องของมรดกหรือชื่อเสียง แต่มันคือเรื่องของความใส่ใจ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณปรากฏตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ออกเดินทางไปทุกคืน กดชัตเตอร์เพียงแค่หนึ่งเฟรมแทนที่จะเป็นสิบ และเชื่อในสิ่งที่เหลืออยู่จะอธิบายตัวมันเองในภายหลังภาพถ่ายของเขาที่มีทั้ง Andy Warhol, Willem Dafoe และ John Lurie ปรากฏอยู่ร่วมกับเพื่อน คนรัก และคนแปลกหน้า ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนวัตถุทางวัฒนธรรม แต่คล้ายหลักฐานส่วนตัวมากกว่า หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้นจริง และเขาเคยอยู่ตรงนั้นจริงๆ นี่ไม่ใช่ความโหยหาอดีต แต่มันคือความทรงจำที่มีศอก มีเหลี่ยม และไม่หลบหน้าใคร ก่อนที่นิวยอร์กจะกลายเป็นเรื่องเล่า เมื่อถาม Haynes ว่านิวยอร์กในช่วงเวลาที่เขาถ่ายภาพนั้น รู้สึกเหมือนกำลังอยู่ท่ามกลางประวัติศาสตร์ไหม เขาตอบแทบจะทันทีว่า ‘มันคือปัจจุบันล้วนๆ’ ไม่มีความรู้สึกว่ากำลังเห็นตำนานในอนาคต ไม่มีการรับรู้ว่าตัวเองอยู่ในจุดอ้างอิงของยุคสมัย มีแค่ ‘ตอนนี้’ สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะภาพใน New York Darkroom ไม่ได้ประกาศตัวว่าเป็นจดหมายเหตุ เขาหมกมุ่นกับช่วงเวลาตรงหน้
7 บาร์และร้านอาหารไฟสลัวที่เซ็กซี่ที่สุดในกรุงเทพฯ

7 บาร์และร้านอาหารไฟสลัวที่เซ็กซี่ที่สุดในกรุงเทพฯ

ในค่ำคืนหนึ่ง บางทีมันอาจเป็นคืนเดตที่คุณเริ่มกรึ่มนิดๆ เอนตัวเข้าไปใกล้ หัวเราะให้กับเรื่องไร้สาระ หรือบางทีคุณมาคนเดียว นั่งหลบมุมเงียบๆ ที่บาร์ ท่ามกลางกรุงเทพฯ ที่สาดนีออนใส่คุณ 24 ชั่วโมง และบางครั้ง เราก็แค่ต้องการไฟสลัวในค่ำคืน เพื่อค่อยๆ ปลอบประโลม โอบกอด และถอดตัวตนออกไป เปลือยไว้แค่ความคิดและบทสนทนาที่จริงใจ สถานที่เหล่านี้ปล่อยให้ความมืดทำหน้าที่แทนทุกอย่าง แน่นอนว่าบางครั้ง คุณอาจต้องหรี่ตา เปิดแฟลชเพื่ออ่านเมนู แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ คุณจะรู้สึกว่าตัวเองดูน่าค้นหาแบบประหลาด และอาจจะเผลอสั่งอีกแก้วแบบไม่รู้ตัว กับ 7 บาร์ที่เซ็กซี่ที่สุดในกรุงเทพฯ
Long Distance Love 6 หนังรักสำหรับคู่รักต่างแดน

Long Distance Love 6 หนังรักสำหรับคู่รักต่างแดน

ในโลกยุคใหม่ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ การเดินทางง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และความกลัวในการใช้ชีวิตคนเดียวค่อยๆ ลดน้อยลง ผู้คนมากมายจึงออกไปท่องโลกกว้างไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ และในระหว่างทาง เราได้พบสังคมใหม่ๆ เปิดบทสนทนากับคนแปลกหน้า บางความสัมพันธ์ผ่านเข้ามาเพียงชั่วคราว บางความสัมพันธ์กลับลึกซึ้งเกินกว่าจะปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ Long Distance Relationship มักเกิดจากความรักของคนหนึ่งหรือสองคน ที่รักการออกเดินทาง หรือจำเป็นต้องทำหน้าที่ในพื่นที่แตกต่างกัน ความสัมพันธ์จึงเกิดระยะห่างเชิงกายภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าหัวใจจะห่างตามไปด้วย และในความไกลนั้น ยังมีความงามซ่อนอยู่มากมาย การได้มีพื้นที่ทบทวนตัวเอง การที่ความคิดถึงมีน้ำหนักมากขึ้นในทุกวัน และการตระหนักว่า ทุกวินาทีที่ได้อยู่ตรงหน้าคือเวลาที่ควรถูกใช้ให้คุ้มค่าที่สุด แต่เมื่อความคิดถึงเข้ามาในวันที่ทำอะไรไม่ได้ หรือเราไม่สามารถไปอยู่ตรงนั้นให้พาร์ทเนอร์ได้ ก็เป็นอะไรที่ปวดหัวใจ ในชนิดที่ยากจะอธิบายเช่นกัน  จึงอยากแนะนำภาพยนต์ที่เราเลือกมา ได้ทำหน้าที่ปลอบประโลม และเป็นเพื่อนค่อยโอบอุ้มว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียว ซึ่งแต่ละเรื่องทำงานกับความรู้สึกของเราไม่มากก็น้อย และความรักก็ไม่ได้สมหวังเสมอไป หากแต่ต้องตระหนักไว้ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มันจริง และมันขับเคลื่อนชีวิตเราเสมอมา
อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดกุมภาพันธ์นี้

อีเวนต์น่าสนใจในกรุงเทพฯ ตลอดกุมภาพันธ์นี้

เขาว่ากันว่าเดือนกุมภาพันธ์คือเดือนแห่งการสารภาพรัก และก็คงไม่เกินจริงนัก เมื่อทั้งเมืองพร้อมใจกันแต่งแต้มบรรยากาศโรแมนติก ตั้งแต่อีเวนต์ คอนเสิร์ต ไปจนถึงกิจกรรมสารพัดที่ชวนให้ก้าวเท้าออกจากบ้าน จูงมือคนข้างๆ ไปเสพศิลป์ กิน ดื่ม ฟิน และปล่อยใจให้ไหลไปกับสุนทรียแลนด์ทั่วกรุงเทพมหานคร แต่เดือนแห่งความรักไม่ได้มีไว้สำหรับคนสองคนเท่านั้น เพราะความรักมีได้หลายรูปแบบ รักตัวเอง รักคนรอบข้าง รักธรรมชาติ หรือแม้แต่เจ้าสี่ขา ทุกความสัมพันธ์ล้วนทำให้คำว่า ‘ชีวิต’ มีความหมายขึ้นมาอีกนิด ก้าวเข้าสู่เดือนที่สองของปี กรุงเทพฯ ก็ยิ่งคึกคัก กิจกรรมมากมายผุดขึ้นมาเพื่อเติมไฟให้ชีวิตประจำวัน ทั้งนิทรรศการฮีลใจ มหกรรมสุดยิ่งใหญ่ ไปจนถึงคอนเสิร์ตแทบทุกซอกซอย สมกับฉายา ‘กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต’ ที่ไม่เคยปล่อยให้ปฏิทินว่างเปล่า และไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่บรรยากาศหวานขึ้นนั้นเป็นเพราะเดือนแห่งความรัก หรือเพราะความรักนี่แหละ ที่ทำให้กิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้น ตั้งแต่ต้นเดือนลากยาวไปจนถึงปลายเดือน เตรียมตัวให้พร้อมกับความสนุก ชิล และโรแมนติก เพราะ Time Out รวบรวมอีเวนต์ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดมาให้แล้ว ตั้งแต่นิทรรศการเยียวยาใจ คอนเสิร์ตใหม่ของศิลปินที่คุณรัก ไปจนถึงมหากาพย์ Expo ใหญ่แห่งปี ปักหมุดลงปฏิทิน แล้วออกจากห้องไปใช้ชีวิตกันให้สุด
ร้านอาหารไทยดาวมิชลินหนึ่งเดียวในลอนดอนที่ ‘ไม่เสิร์ฟข้าว’ และนี่คือเรื่องราวของเขา

ร้านอาหารไทยดาวมิชลินหนึ่งเดียวในลอนดอนที่ ‘ไม่เสิร์ฟข้าว’ และนี่คือเรื่องราวของเขา

จอห์น จันทระศักดิ์ เชฟลูกครึ่งไทย-อังกฤษ นั่งอยู่ที่ด้านหลังของหอประชุมในเมืองกลาสโกว์ ในงานประกาศรางวัลมิชลินไกด์ปี 2025 ‘ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด ผมมองไปรอบๆ และเห็นเชฟระดับดาวมิชลินทุกคนในสหราชอาณาจักรอยู่ที่นี่’ มีการเกริ่นนำอยู่นานถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเรียกชื่อ เมื่อ 10 วันที่แล้ว เขาได้รับอีเมลฉบับหนึ่ง มันเรียบง่าย ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก แต่นั่นคือสไตล์ของมิชลินอย่างชัดเจน มันคือบัตรเชิญไปร่วมงานพิธีพร้อมผู้ติดตามอีกหนึ่งคน เขาจึงโทรหา ‘Desiree’ ภรรยาของเขาทันที ‘เราต้องจองตั๋วไปกลาสโกว์แล้วล่ะ บ้าจริง หรือว่าเราจะได้ดาว’ Photograph: AngloThai ปัจจุบัน AngloThai เป็นร้านอาหารไทยเพียงแห่งเดียวในลอนดอนที่ได้รับดาวมิชลิน ‘พอกล่าวชื่อร้านออกมา มันเป็นช่วงเวลาที่เหมือนฝันมาก’ เขากล่าว ‘ตอนที่ผมเริ่มทำอาหารใหม่ๆ ฝันของผมคือการเปิดร้านอาหาร ซึ่งเราทำได้แล้ว ส่วนการได้ดาวมิชลินมันรู้สึกเหมือนสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมที่เราควรจะไล่ตามไปตลอด แต่มันกลับกลายเป็นเหมือนเชอร์รี่บนยอดเค้กจริงๆ’ การประมวลผลความรู้สึกนี้ใช้เวลานานกว่าที่คิด หลังจากจบงาน จอห์นรู้สึกหลงทางอยู่พักหนึ่ง ‘เราทุ่มเทเวลาและความพยายามมหาศาลเพื่อเปิดร้าน แล้วพอเราได้ดาว ผมก็แบบว่า อ้าว แล้วไงต่อล่ะ? ผมทำทุกอย่างสำเร็จแล้วและผมก็รู้สึกสับสน’ ความรู้สึกนั้นอยู่เพียงสองสามวันก่อนที่ความชัดเจนจะกลับมา นั่นคือการพัฒนาให้ดีขึ้นต่อไป ทำให้ร้านดีขึ้นในทุกๆ วัน และวันหนึ่งอาจจะผลักดันไปสู่ดาวดวงที่สอง ‘ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีนะที่เรามีเป้าหมายในใจเสมอ’ แต่ก่อนจะมาถึงจุดนี้ เขาเคยเป็นเพียงชายหนุ่มที่เล่นดนตรีในหมู่บ้านที่เวลส์ เรียนจบปริญญาด้านเศรษฐศาสตร์ ทำงานในย่านการเงิน อยู่ 2 ปีด้วยความรู้สึกที่ไม่ใช่ตัวเอง จ
เหตุใด Dib Bangkok จึงเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเมือง ณ ขณะนี้

เหตุใด Dib Bangkok จึงเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเมือง ณ ขณะนี้

คุณชอบวัฒนธรรมดิบ สด แถมยังเย้ายวนใจไหม? หากใช่ นี่คือ พิพิธภัณฑ์ระดับโลกเปิดใหม่ในชื่อ ‘ดิบ บางกอก’ (Dib Bangkok) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในอดีต เบียนนาเล อาจพาเราได้เห็นผลงานของศิลปินต่างชาติระดับแนวหน้ามาแบบชั่วคราว แต่ครั้งนี้ กรุงเทพฯ มีหมุดหมายใหม่ ที่นำเข้าศิลปะร่วมสมัยอย่างแท้จริงเสียที  นักสะสมศิลปะผู้ล่วงลับ ‘เพชร โอสถานุเคราะห์’ ได้สะสมผลงานศิลปะชิ้นสำคัญไว้มากกว่าพันชิ้น จากศิลปินชื่อดังทั่วทุกมุมโลก คอลเล็กชันนี้ถูกนำมาจัดแสดงในซอยเงียบสงบแห่งหนึ่ง ระหว่างความหรูหราของเอกมัย แต่ความดิบเท่ของคลองเตย หลังการจากไปกะทันหันของเพชร ลูกชายของเขา ‘ช้าง - ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์’ ก็ได้สานต่อโครงการร่วมกับสถาปนิกและผู้อำนวยการที่พ่อเลือกไว้ ผลลัพธ์ที่ออกนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง  Photograph: Philip Cornwel-Smith แม้ภาพรวมจะดูเนี้ยบล้ำสมัย แต่คำว่า ‘ดิบ’ (Dib) ก็แปลได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะพันธกิจของพิพิธภัฑณ์แห่งนี้คือการแสวงหา ‘ความดิบแท้’ ซึ่งนิทรรศการเปิดตัวที่ชื่อว่า ‘(In)visible Presence’ เต็มไปด้วยดราม่า พื้นผิว และกระตุ้นปฏิกิริยาดิบจากผู้ชม ผลงานรวม 81 ชิ้น จาก 40 ศิลปิน กระตุ้นประสาทสัมผัสหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่กลิ่นสมุนไพร ประติมากรรมเคลื่อนไหว ซาวด์ศิลป์ พื้นที่ที่เปลี่ยนสีตามอากาศ ไปจนถึงงานอาร์ตที่คุณสามารถนั่งได้    ‘(In)visible Presence’  ยังเป็นการอุทิศแด่ เพชร ผู้มีบุคลิกซุกซน และเคยเป็นป๊อปสตาร์มาก่อน รูปเหมือนของเขาในรูปแบบ ‘ประติมากรรม’ ตุ๊กตาพลาสติก ถือกีตาร์ ถูกจัดวางไว้ด้านบนของคาเฟ่ ราวกับคอยมองดูพิพิธภัณฑ์ในสภาพดิบๆ เช่นกัน Photograph: Philip Cornwel-Smith ดิบ เริ่มต้นประสบการณ์แบบ ‘เปิดมาปุ๊บ กระแทกปั๊บ’ เพราะทันทีที่ก้าวเข้าไป ไม้เบสบอลหน
รวม 10 ค่ายมวยของคนเมือง กระจายตัวครบ 10 ย่านทั่วกรุงเทพฯ

รวม 10 ค่ายมวยของคนเมือง กระจายตัวครบ 10 ย่านทั่วกรุงเทพฯ

‘มวยไทย’ คือทั้งกีฬาและศาสตร์การป้องกันตัวที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ แม้โลกจะหมุนเร็วขึ้นในทุกวัน หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าใจหาย แต่มวยไทยยังคงยืนหยัดในฐานะเอกลักษณ์สำคัญของชาติ ขณะเดียวกัน มวยไทยก็ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ หากแต่ปรับตัวและพัฒนาไปพร้อมกับกาลเวลา การหลั่งไหลของวัฒนธรรมจากภายนอกค่อยๆ เข้ามาผสมกับรากเหง้าแบบไทยอย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์คือมวยไทยที่ก้าวไปไกลกว่าการเป็นศิลปะการต่อสู้บนเวที แต่ขยายตัวสู่มิติของแบรนด์ดิ้ง ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย สะท้อนพัฒนาการของกีฬามวยไทยในบริบทเมืองใหญ่ และบทบาทของมันบนเวทีโลกในวันนี้ ก่อนที่มวยไทยจะขึ้นเวทีระดับโลก ทุกอย่างเริ่มจากมือเปล่า ‘คาดเชือก’ พันด้วยด้ายดิบ นักมวยสวมผ้าประเจียดบนแขนซ้ายและขวา มงคลสวมไว้ที่ศีรษะ กางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ และเท้าเปลือยเปล่า ขณะที่กรรมการในชุดผ้าม่วงและราชปะแตนยืนกำกับเกม บรรยากาศจึงไม่ต่างจากพิธีกรรมที่ปลุกพลังนักสู้ก่อนเสียงระฆังจะดังขึ้น วันนี้ มวยไทยอาจอยู่ในยิมติดรถไฟฟ้า มีคลาสหลังเลิกงาน และนวมแทนคาดเชือก แต่แก่นแท้ของมันยังไม่หายไป ใครที่เคยซ้อมจริงจะรู้ว่า ทุกหมัด ทุกศอก ยังเชื่อมโยงกับรากเดิมของศิลปะการต่อสู้นี้เสมอ มวยไทยแต่ละภูมิภาคมีลายเซ็นต่างกัน ภาคเหนือเน้นการใช้เท้า ภาคอีสานหมัดหนักและเตะกว้าง ภาคกลางเกมไว แม่นยำ ส่วนภาคใต้ถนัดรับและโต้กลับเร็ว ความแตกต่างเหล่านี้ไหลมารวมกันในกรุงเทพฯ เมืองที่นักมวยระดับตำนานจากทั่วประเทศมาปักหลัก สร้างค่าย และถ่ายทอดวิชา ผลลัพธ์คือมวยไทยฉบับคนเมือง ลีลาการชกที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าคุณเรียนกับครูสายไหน และนั่นคือเสน่ห์ของค่ายต่างๆ ในกรุงเทพฯ แค่มองจังหวะออกอ
6 ร้านน่าลองย่านอารีย์ ปี 2569 ย่านที่มีแต่อะไรดีๆ เกิดขึ้นทุกวัน

6 ร้านน่าลองย่านอารีย์ ปี 2569 ย่านที่มีแต่อะไรดีๆ เกิดขึ้นทุกวัน

ขอยกให้อารีย์เป็นหนึ่งในย่านที่จำนวนร้านเปิดใหม่แปรผันตรงกับจำนวนปี เพราะมีร้านใหม่มาให้เช็กอินแทบทุกซีซั่น ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ ร้านเสื้อผ้า โรงแรม หรือแม้แต่บาร์เบอร์หลากหลายสไตล์ ซึ่งคับคั่งไปด้วยคุณภาพ และร้านต่างๆ ในย่านนี้ก็อาจเป็นร้านโปรดของใครหลายๆ คน รวมถึงตัวผู้เขียนเองด้วย คำว่า ‘สำรวจย่านอารีย์’ คงไม่ดูเกินจริง เพราะทั้งซอยอารีย์เหนือและอารีย์ใต้ มีร้านมากมายให้เราเพิ่มหมุดหมายใหม่ได้ทุกครั้งที่มาเยือน รอบนี้เราอยากพามาสำรวจร้านและคาเฟ่ฉบับอัปเดตทั้งเก่าและใหม่ ประจำปี 2569 ให้ทุกคนได้อิ่มหนำสำราญกัน
Sundance 2026: พรีวิว 10 เรื่องน่าดูที่ประชาชนคนอินดี้ต้องจับตา

Sundance 2026: พรีวิว 10 เรื่องน่าดูที่ประชาชนคนอินดี้ต้องจับตา

เทศกาลภาพยนตร์ ‘Sundance Film Festival’  ไม่เคยทำให้คอหนังอินดี้ผิดหวัง และปีนี้ก็เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะนี่คือ ปีสุดท้ายก่อนที่เทศกาลจะย้ายจาก Park City รัฐยูทาห์ ไปยังรัฐโคโลราโด ยิ่งทำให้ Sundance 2026 ดูพิเศษขึ้นไปอีก เรื่องน่าตื่นเต้นของวงการหนังอินดี้ปีนี้ขอยกให้ซูเปอร์สตาร์สายป๊อปที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงอย่าง ‘Charli xcx’ หนึ่งในไฮไลต์ใหญ่ของปีนี้ โดยเธอปรากฏตัวในหนังมากถึง 3 เรื่อง พร้อมนักแสดงระดับ A-list ที่คาดว่าจะมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น ‘Ethan Hawke’ ‘Russell Crowe’ ‘Natalie Portman’ และ ‘Olivia Wilde’ ‘Sundance’ ขึ้นชื่อเรื่องจุดยืนที่เปิดกว้างและความทุ่มเทให้กับหนังอินดี้ และปีนี้ก็ยังคงดีกรีไปด้วยหนังดราม่า คอเมดี้ สารคดี และซีรีส์คุณภาพตลอด 10 วันของเทศกาล เมื่อม่านเปิดและหิมะเริ่มโปรย ณ Park city นี่คือ 10 หนังเด่นที่ห้ามพลาด ใน Sundance 2026
ส่อง 5 แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่ใส่ง่าย หรือขาย weird ก็ได้เช่นกัน

ส่อง 5 แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่ใส่ง่าย หรือขาย weird ก็ได้เช่นกัน

ณ ปัจจุบันหากต้องพูดชื่อแบรนด์ที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คนคงมีแบรนด์ไทยในใจมากกว่าหนึ่งแบรนด์อย่างแน่นอน และทุกคอลเล็กชันที่ปล่อยออกมาผ่านการใส่ใจตลอดกว่าหลายทศวรรษที่ผ่านมา พอจะพิสูจน์ได้ว่าดีไซน์เนอร์ไทยก็สามารถผลิตงานชิ้นเอกราวกับมีเครื่องจักรสร้างสรรค์อยู่ในหัวตลอดเวลา รับรองว่าไม่แพ้ใครในโลก และเปิดอกรับความภูมิใจที่ทุกวันนี้ ไม่ใช่แค่ไทยทำไทยใช้ แต่ขยายฐานลูกค้าไปไกลหลากหลายชาติ    เปิดศักราชไม่นานมานี้ หลากหลายแบรนด์กำลังทยอยปล่อยคอลเล็กชันใหม่กันถ้วนหน้า วันนี้เราเลยอยากพามาส่องแบรนด์สัญชาติไทยที่ใส่ความเป็นตัวเองได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ชนิดที่ว่าเฉิดฉายมาตั้งแต่ในตู้เสื้อผ้าเลยทีเดียว    

News (14)

เปิดให้จองแล้ว! แพลตฟอร์ม Public Space สำหรับจัดงานสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ

เปิดให้จองแล้ว! แพลตฟอร์ม Public Space สำหรับจัดงานสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ

เพียงแค่เอ่ยคำว่า ‘สถานที่ราชการ’ ทีมโปรดักชันหรือออแกไนซ์เซอร์จำนวนไม่น้อยก็คงถอนหายใจยาวกับกระบวนการขอใช้พื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมหรือทำงาน บางทีต้องใช้เวลานับสัปดาห์ หรือหนักหน่อยก็ลากยาวเป็นเดือน ตารางงานที่วางไว้จำเป็นต้องเลื่อนออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแม้จะได้รับการอนุมัติให้ใช้พื้นที่แล้ว ก็ยังอาจสะดุดซ้ำจากปัญหาการประสานงานที่ยังไม่ถึงเจ้าหน้าที่หน้างาน ทำให้เกิดความวุ่นวายตามมาไม่รู้จบ Photograph: กิจกรรมดนตรีในสวนกรุงเทพมหานคร หลังจากความพยายามของกรุงเทพมหานครในการผลักดันให้พื้นที่ในเมืองกลับมาเป็น ‘พื้นที่ของประชาชน’ อย่างแท้จริง สิ่งแรกที่ กทม. ลงมือทำ คือการรวบรวมข้อมูลพื้นที่สาธารณะ และปรับกระบวนการขอใช้งานให้สะดวกขึ้น เริ่มต้นจากการถ่ายทำภาพยนตร์ที่สามารถติดต่อผ่าน One Stop Service ก่อนจะขยายการใช้งานไปสู่งานเทศกาล และกิจกรรมรูปแบบอื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นกิจกรรมกระจายตัวรอบเมืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวาของเมือง และสีสันจากผู้คนที่กลับมาใช้พื้นที่ร่วมกัน Photograph: Thai Film Director Association ล่าสุด กทม. เปิดใช้งานแพลตฟอร์มจองพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นทางการ โดยเว็บไซต์นี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก ตั้งแต่การยื่นขอ ไปจนถึงการส่งเรื่องประสานกับหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่นั้นๆ ล่วงหน้า ก่อนวันจัดงานจะมาถึงจริง ช่วยให้ทีมผู้จัดทำงานได้คล่องตัวขึ้น และเมืองก็พร้อมเปิดพื้นที่ให้ไอเดียใหม่ๆ ได้เกิดขึ้นง่ายกว่าเดิม ซึ่งมีขั้นตอนในการจองพื้นที่ มีดังนี้   สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ (BFMCC) ยื่นคำขอ พร้อมแนบเอกสาร  (เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร 1-3 วันทำการ) รอพิจารณา และชำระค่าบริการ (ถ้ามี) (ใช้เวลาพิจารณาปร
สแกนเดียวจบ! ยอดใช้ Thai QR ต่างชาติพุ่ง 143% โดยเฉพาะจีน

สแกนเดียวจบ! ยอดใช้ Thai QR ต่างชาติพุ่ง 143% โดยเฉพาะจีน

ทุกวันนี้เรียกได้ว่า ซื้อง่าย ขายคล่อง ใช้จ่ายไวกว่าใจคิด เพราะแค่หยิบมือถือขึ้นมา สแกนจ่าย ทุกอย่างก็จบในไม่กี่วินาที ไม่ต้องพกเงินสด ไม่ต้องลุ้นว่าเงินทอนจะพอไหม และความสะดวกสบายนี้เองที่ทำให้ระบบชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว  และไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้น เพราะตอนนี้ แอปชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดข้ามพรมแดนของประเทศไทย ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน ‘Thai QR’ แอปชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดข้ามพรมแดนที่พัฒนาโดยคนไทย กำลังถูกใช้งานมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวขาเข้า ข้อมูลจาก National ITMX (NITMX) ระบุว่าเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 มูลค่าธุรกรรมผ่านระบบนี้สูงกว่า 809 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 143% จากปีก่อนหน้า นักท่องเที่ยวจากจีนใช้งานมากที่สุด รองลงมาคือมาเลเซีย และลาว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพของเมืองที่ ‘พร้อมรองรับโลกภายนอก’ ตั้งแต่ร้านอาหารริมทาง รถแท็กซี่ ไปจนถึงร้านค้าในย่านท่องเที่ยว Photograph: paywise Thai QR ไม่ใช่แค่เรื่องการเงิน แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานเล็กๆ ที่ทำให้เมืองนี้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้ธุรกิจไทยขายของง่ายขึ้น และทำให้ประเทศไทยขยับเข้าใกล้การเป็น ศูนย์กลางการชำระเงินดิจิทัลของเอเชีย ผ่านความร่วมมือกับแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Alipay, WeChat Pay และ UnionPay รวมไปถึงธนาคารกสิกรไทย ได้ร่วมกับ Meta เปิดตัว Meta Pay บริการรับชำระเงินรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้ร้านค้าบน Facebook และ Messenger สามารถรับเงินจากลูกค้าได้ทันทีในแชท ทั้งบัตรเครดิต, เดบิต และ QR Code ยิ่งทำให้ความสะดวกทวีคูณขึ้รไปอีก เพราะสามารถดีลไว จบการขายได้เพียงแค่ไม่กี่นาที และยังไม่ต้องกังวลเรื่องสลิปปลอมด้วย Photograph:
รองนายกฯ คอนเฟิร์ม! แผนสร้างดิสนีย์แลนด์ในไทยไม่ใช่แค่ฝัน

รองนายกฯ คอนเฟิร์ม! แผนสร้างดิสนีย์แลนด์ในไทยไม่ใช่แค่ฝัน

ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียมีดิสนีย์รีสอร์ตกระจายตัวอยู่แล้วถึง 3 แห่ง เริ่มจาก Tokyo Disney Resort ซึ่งเป็นแห่งแรกที่เปิดนอกสหรัฐอเมริกา และยังมี Tokyo DisneySea สวนสนุกธีมมหาสมุทรหนึ่งเดียวในโลก ตามมาด้วย Hong Kong Disneyland ที่เพิ่งเปิดตัว World of Frozen ซึ่งเป็นดินแดนธีม Frozen ที่สมบูรณ์แบบที่สุด และ Shanghai Disney Resort ที่ภาคภูมิใจกับปราสาท Enchanted Storybook Castle ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แล้ว ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ จะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร ณ ตอนนี้คงไม่ได้แต่คาดเดา แต่ คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะดึงดูดสวนสนุกระดับโลกมายังเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมั่นใจมากว่าสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง Photograph: Shanghai Disney Resort แม้ว่าทาง The Walt Disney Company จะยังไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการผ่านจดหมายข่าว หรือเอกสารสำหรับนักลงทุนเกี่ยวกับเรื่องนี้จากฝั่งอเมริกาเลยก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยหยุดผลักดันวิสัยทัศน์นี้ จากแผนการเดิมที่ประกอบไปด้วย สวนสนุก, สวนน้ำ, สเตเดียมกีฬา, สถานที่จัดคอนเสิร์ต และแม้กระทั่งกาสิโนที่ถูกกฎหมาย แต่ในปัจจุบันจุดโฟกัสได้เปลี่ยนมาเป็นการคว้าตัวดิสนีย์แลนด์มาลงในราชอาณาจักรไทยให้ได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้สั่งการให้สำนักงาน EEC เริ่มทำการสำรวจที่ดินที่เหมาะสมแล้ว ดังนั้นทุกอย่างกำลังเดินหน้าอย่างแน่นอน ข้อเสนอในปัจจุบันประกอบด้วย สวนสนุกระดับโลกและสเตเดียมมาตรฐานสากลขนาด 80,000 ที่นั่ง ภายในพื้นที่ EEC โดยมีกุญแจสำคัญคือการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกัน 3 สนามบิน ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวง่ายขึ้นอย
สวมสูทให้เนี้ยบ! เตรียมออกสตาร์ทเพื่อการกุศลครั้งที่ 15 ในเดือนพฤษภาคมนี้

สวมสูทให้เนี้ยบ! เตรียมออกสตาร์ทเพื่อการกุศลครั้งที่ 15 ในเดือนพฤษภาคมนี้

นี่ไม่ใช่แค่การรวมกลุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ทั่วๆ ไป เพราะ The Distinguished Gentleman’s Ride (DGR) คือการรวมตัวของเหล่านักบิดมาดเนี้ยบจากทั่วโลกเพื่อทำสิ่งที่เปี่ยมความหมาย และในปีนี้งานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม Photograph: Nutchiew งานนี้ก่อตั้งโดย Mark Hawwa ผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดการ ‘แต่งตัวให้เนี้ยบ’ ในขณะขับขี่ จนกลายมาเป็นการรวมตัวของมอเตอร์ไซค์ในธีมสุดคลาสสิกที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก แต่มันเป็นมากกว่าแค่โอกาสในการถ่ายรูปสวยๆ เพราะงานนี้คือแพลตฟอร์มที่ทรงพลังในการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน ทั้งการสร้างความตระหนักรู้และระดมทุนเพื่อโครงการการกุศลสำหรับผู้ชาย ผ่านการเป็นพันธมิตรกับ Movember Why it matters Photograph: Nikkasit นับตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ในปี 2555 The Distinguished Gentleman’s Ride ได้รวมพลังเหล่านักบิดสไตล์คลาสสิกและวินเทจเข้าด้วยกัน โดยมีภารกิจหลักคือการลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในผู้ชาย เงินที่ระดมทุนได้จะถูกนำไปสนับสนุนงานใน 2 ด้านหลัก คือ การรับมือกับมะเร็งต่อมลูกหมาก และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตของผู้ชาย เพราะมะเร็งต่อมลูกหมากคือมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในผู้ชาย และส่งผลกระทบต่อผู้ชายกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีวิกฤตด้านสุขภาพจิต ที่ภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายได้พรากชีวิตผู้ชายไปมากมายในทุกกลุ่มอายุ ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้ต้องการทั้งงบประมาณและการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน Photograph: Nikkasit Getting involved แม้รายละเอียดของงานในปีนี้จะยังออกมาไม่ครบถ้วน แต่ขอให้ปักหมุดติดตามพวกเราไว้เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสาร ไม่ว่าคุณจะเป็นนักบิดเจนสนามหรือเพียงแค่ต้องการสนับสนุนโครงการดีๆ แบบนี้ ก็คุ้มค่าที่จะคอยติดตามอัปเดตใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึ
พักใจหลังงานหนัก ในสวน Afterclub ที่ GalileOasis

พักใจหลังงานหนัก ในสวน Afterclub ที่ GalileOasis

ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมาแม้จะเริ่ม ปี 2569 ได้แค่เดือนเดียว ใครหลายคนคงปล่อยให้ชีวิตวิ่งนำหน้า ลมหายใจตามหลัง งานรุมเร้าสะสม จนหัวใจแทบไม่ได้หยุดพัก เราเลยอยากชวนคุณวางทุกความเร่งรีบลงชั่วคราว มานั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆ ปล่อยเวลาให้ไหลเอื่อย ท่ามกลางสวนลับกลางกรุงย่านราชเทวี ‘GalileOasis’ พื้นที่แห่งศิลปะ ชุมชน และธรรมชาติค่อยๆ สานทอเข้าหากันอย่างแผ่วเบา    ภายในงานรวบรวมร้านเครื่องดื่มหลากหลายที่คัดสรรมาในแบบฉบับคราฟต์ ทั้งไวน์และเบียร์ ให้ได้ชิม จิบ และดื่มด่ำไปพร้อมบรรยากาศสวนใจกลางเมือง ขณะเดียวกันก็ยังมีตัวเลือกเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์สำหรับสายคลีน หรือชาว Dry January ที่อยากเสพบรรยากาศดีๆ และหยุดพักใจในช่วงปลายเดือนอย่างพอดี และบางทีคุณอาจได้รู้จักเพื่อนใหม่สี่ขา เพราะงานนี้ Pet Friendly พร้อมต้อนรับทุกความสบายใจ Photograph:GalileOasis นอกจากเครื่องดื่มงานคราฟต์ภายในงานแล้ว ยังมีอีเวนต์ภาพยนตร์สุดพิเศษที่ Galile Oasis ร่วมกับ Documentary Club คัดสรรโดย Film I trust ในโปรแกรม 8½ เปิดมุมมองใหม่เพื่อสำรวจการเดินทาง ของความจริงหลากหลายแง่มุมผ่านภาพยนตร์สารคดี (มีค่าเข้าชม)    30 มกราคม 2569เวลา 18.30 น. The World Before Your Feet (2561) สารคดีว่าด้วยชายคนหนึ่งที่ตัดสินใจเดินเท้าผ่านทุกถนนและทุกซอกซอยของนิวยอร์กซิตี้ รวมระยะทางกว่า 8,000 ไมล์ เพื่อสำรวจผู้คน วิถีชีวิต และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในเมืองใหญ่ 31 มกราคม 2569 เวลา 18.30 น. Scrap (2565) สารคดีที่พาไปสำรวจ ‘สุสาน’ ของสิ่งของเหลือใช้ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือไปจนถึงเครื่องบิน พร้อมตั้งคำถามถึงขยะ การบริโภค และผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรของมนุษย์ Photograph: GalileOasis ก่อนจากกันในเดือนมกราฯ การได้หยุดพัก หันกลับมาสำรวจความรู้
ปักหมุด Record Store Day บุกสยามพารากอน ปลุกคนรักแผ่นเสียง!

ปักหมุด Record Store Day บุกสยามพารากอน ปลุกคนรักแผ่นเสียง!

เมื่อถึงช่วงวัยหนึ่งในเลขสอง (น่าจะประมาณช่วงที่ Spotify Wrapped ของคุณเริ่มดูเหมือนเพลงประกอบหนัง Wes Anderson เข้าไปทุกที) คุณจะเริ่มรู้ตัวว่าคุณไม่ได้แค่ ‘ชอบ’ ฟังเพลงอีกต่อไป แต่นิยามมันเปลี่ยนไปแล้ว คุณอยากจะสัมผัส หยิบจับ พลิกดูน้ำหนักของมัน อ่านรายละเอียดบนปกเหมือนเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ และเจ็บจี๊ดทุกครั้งที่เห็นรอยขีดข่วนที่คุณสาบานได้ว่าตอนซื้อมามันไม่มี... ใช่แล้ว คุณเข้าสู่โลกของ ‘คนรักแผ่นเสียง’ อย่างเต็มตัว เทศกาลแผ่นเสียงระดับชาติอย่าง Record Store Day กำลังจะกลับมา ให้เหล่านักขุดได้วอร์มนิ้วเตรียมตามล่าขุมทรัพย์จากยุคทองของดนตรีกันอีกครั้ง โดยปีนี้จัดในโลเคชั่นที่เดินทางสะดวกสุดๆ อย่าง Siam Paragon ตั้งแต่วันที่ 24-26 เมษายน Photograph: Record Store Day Bangkok เทศกาลนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2551 เพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมร้านขายแผ่นเสียงอิสระ โดยปกติจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง คือรอบเดือนเมษายน และอีกครั้งในช่วง Black Friday เดือนพฤศจิกายน งานนี้คือศูนย์รวมของแฟนเพลง ศิลปิน และร้านแผ่นเสียงอินดี้จากทั่วสารทิศ ที่สำคัญคือมักจะมีแผ่นกดพิเศษที่ผลิตมาเพื่อวางขายเฉพาะในโอกาสนี้เท่านั้น Photograph: Record Store Day Bangkok สำหรับในไทย Record Store Day คืออีเวนต์ที่รวมร้านแผ่นเสียงไว้เยอะที่สุดภายใต้หลังคาเดียว คุณจะได้เจอตั้งแต่ร้านระดับตำนานในฟอร์จูนทาวน์, ร้านสุดเก๋าในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงร้านพรีออเดอร์ยอดฮิตบนอินสตาแกรม เรียกได้ว่าเกือบทุกร้านขนทัพมาตั้งบูธกันครบ ความพิเศษคือแต่ละร้านจะมีแนวเพลงเฉพาะทางที่ต่างกันไป ทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่าจะได้เจอตัวจริงและนักสะสมคอเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะชอบแนวไหนก็ตาม นอกจากโซนขายแผ่นแล้ว ปีนี้ยังมีไฮไลต์อื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง โซนนิทรรศการแผ่น
หนึ่งปีสมรสเท่าเทียม วันที่กฎหมายยอมรับความรักอย่างเท่าเทียม

หนึ่งปีสมรสเท่าเทียม วันที่กฎหมายยอมรับความรักอย่างเท่าเทียม

นับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 การบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2568 ได้เปลี่ยนถ้อยคำในกฎหมายจาก ‘ชาย–หญิง’ เป็น ‘บุคคลสองคน’ ถ้อยคำเล็กๆ บนกระดาษที่มีตราประทับ กลับขยับความหมายของชีวิตจริงอย่างใหญ่หลวง ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศที่ 37 ของโลก เป็นประเทศแรกในอาเซียน และเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพียงการเปลี่ยนคำในตัวบทกฎหมาย ไม่ได้เปลี่ยนแค่ข้อความ แต่เปิดพื้นที่ให้ความรักของใครหลายคู่ได้รับการมองเห็น การยอมรับ และการคุ้มครองอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งยังทำให้รากฐานของครอบครัวเข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วยสิทธิในการดูแลกันและกัน ไร้ซึ่งช่องว่างใดๆ  ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการดูแลรักษาพยาบาล การจัดการทรัพย์สิน หรือการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย แต่คือการยืนยันร่วมกันทั้งสังคมว่าทุกความรักมีคุณค่าและศักดิ์ศรีเสมอกัน ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความหมายนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม - 31 ธันวาคม 2568 มีคู่รักจับมือกันมาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกับกรุงเทพมหานครแล้วถึง 6,537 คู่  Photograph: Bangkok Pride   จากกิจกรรมที่จัดขึ้นมากมาย ให้พื้นที่ในการยืนหยัด และมากไปกว่าการมองเห็นคือการสร้างนโยบายที่จับต้องได้ เพื่อทำให้สังคมรับรู้ถึงการมีอยู่ และเคารพทุกความสัมพันธ์อย่างเท่าเทียม โดยเจตนารมณ์ดังกล่าวได้ ถูกถักทออยู่ในนโยบายของกรุงเทพฯ เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ได้แก่ เมืองแห่งความภูมิใจ : สนับสนุนกิจกรรม Pride ให้กรุงเทพฯ เป็นที่ปลอดภัยและเป็นเมืองแห่งความหลากหลายที่มีชีวิตชีวา ดูแลด้วยความเข้าใจ: เปิด BKK Pride Clinic ขยายบริการสุขภาพที่
ปีนี้ หนีเข้ากระท่อมกลางกรุง มาดื่มด่ำย่ำราตรีกลางทองหล่อที่ Black Cabin

ปีนี้ หนีเข้ากระท่อมกลางกรุง มาดื่มด่ำย่ำราตรีกลางทองหล่อที่ Black Cabin

เมื่อพูดถึงย่านที่ไม่เคยหลับไหล ทั้งฝูงชนและรถราอย่างทองหล่อ ก็คงนึกถึงความหรูหรามีระดับทุกระเบียดนิ้ว แต่เมื่อเดินเข้ามาถึงบ้านหลังหนึ่ง ณ ทองหล่อ ซอย 16 ที่ดูลึกลับแต่น่าค้นหา (โปรดให้เข้าใจว่ามาถูกทางแล้ว) และเมื่อเปิดประตูมาอีกก็จะเห็นไฟแดงเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของกระท่อมแห่งนี้ เข้ามาสู่บาร์ลับบรรยากาศราวกับหลุดมาอยู่กระท่อมกลางป่าใจกลางกรุงเทพฯ ปกคลุมไปด้วยแสงไฟแดงฉาดสาดไปทั่วกระท่อม เพื่อรับกับเสียงเพลงที่รอปลอบประโลมและปลุกไฟคุณไปพร้อมกัน การันตีด้วย Thailand's 20 Best Bars 2025 บาร์ยอดเยี่ยมในไทย    Black Cabin เป็นบาร์สไตล์กระท่อมกลางป่าที่วางรากฐานจากย่านพระราม 4 ที่เปิดตัวในปี 2559 สู่การขยับขยายไปยังกระท่อมหลังใหม่ย่านทองหล่ออย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา   พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่าบาร์แต่เป็นชุมชนที่สร้างขึ้นจากดนตรี ผู้คน บรรยากาศ และการเชื่อมต่ออย่างแท้จริง เพราะตั้งแต่แรกเริ่มวิสัยทัศน์ของบาร์คือการนำพาผู้คนมาเจอกันโดยมีจุดศุนย์กลางเป็นเสียงดนตรี บทสนทนาที่ลื่นไหลไปตามธรรมชาติ และเครื่องดื่มทุกแก้วจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์   ตัวร้านมีที่นั่งหลากหลายอารมณ์ ทั้งวันที่อยากอยู่กับตัวเองก็จะมีมุมไว้นั่งคนเดียว หรือในวันที่อยากปะทะทั้งผู้คนและเสียงดนตรี ก็มีทั้งโต๊ะใหญ่และโต๊ะหน้าเวที ที่ได้ไกล้ชิดทั้งเสียงดนตรี และสบตากับผู้คนมากมาย หรือถ้าหากดื่มด่ำกับลวดลายการชงค็อกเทลจากเหล่าบาร์เทนเดอร์ก็ยังมีโต๊ะหน้าบาร์ให้เช่นกัน เรียกได้ว่าไม่ว่าจะอยากมาเสพอะไร ที่นี่มีให้ทั้งหมดเลย Photograph: Black Cabin   ไฮไลต์ของกระท่อมแห่งนี้คือมีดนตรีสดทุกแนวเพลง ไม่ว่าจะ Underground หรือ Mainstream ก็สรรหามาให้ทุกเดือน และไม่ได้เป็นแค่บาร์เพื่อให้ผู้คนได้เข้ามารับฟั
ร้านขาย (มากกว่า) ของชำย่านทรงวาด แต่ยังขายอาร์ตและแรงบันดาลใจ  เปิดให้บริการแล้ว!

ร้านขาย (มากกว่า) ของชำย่านทรงวาด แต่ยังขายอาร์ตและแรงบันดาลใจ เปิดให้บริการแล้ว!

จากสยามสแควร์ซอย 2 ร้านสีน้ำเงินเล็กๆ ชื่อว่า ‘Frank Garçon’ ที่ใครไปก็ต้องแวะ และมักมีอะไรติดไม้ติดมือออกมาตลอดไม่ว่าจะชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ ร้านแห่งนี้เลยคล้ายกับมิวเซียมที่มีงานศิลปะหมุนเวียนตลอด ซึ่งภายในร้าน ไม่ได้มีแค่เสื้อผ้า แต่ยังมีมีสินค้าให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ของใช้ในดีไซน์ที่คัดสรรมาแล้ว  และล่าสุดทางร้านเพิ่งได้มีการปรับโฉมใหม่ และขยับขยายวัฒนธรรม งานศิลป์ จากสยาม มายังเมืองเก่าย่านทรงวาดแล้ว มาในธีมร้านขายของชำ หลังประตูบานสีฟ้านามว่า ‘Garçon Dept. (การ์ซง ดีพาร์ทเม้นท์)’ ที่รีโนเวทความคลาสิกให้ยังคงหายใจ แต่งแต้มด้วยสีฟ้าประจำร้าน ประดับประดาสินค้ามากมาย ตามความตั้งใจให้เป็นมากกว่าพื้นที่ขายของ Photograph: garcon.dept ‘คุณอั้ม บุญญนัน’ เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่าเหตุผลที่เป็นย่านทรงวาด เพราะสมัยเรียนอยู่ที่ศิลปากร การเดินผ่านย่านนี้เป็นประจำมันเต็มไปด้วยความทรงจำ และความทรงเสน่ห์ของตึกเก่าแห่งนี้ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงสวยงามในแบบที่มันเป็นเสมอ ร้านค้าแห่งนี้จึงดีไซน์ด้วยมือคุณอั้มเอง และเพื่อคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของตึกเก่าจึงไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างแต่อย่างใด เพียงแต่ใส่ไอเดีย Garçon เข้าไปก็ทำให้เป็นอีกจุดนำสายตาของย่านนี้   เมื่อเดินมาถึง ภายในร้านจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ปัจจุบันเปิดให้บริการเพียงแค่ 2 ชั้น และชั้นที่ 3 เตรียมเปิดเป็น Gallery Space สำหรับแสดงงานศิลปะและนิทรรศการ ทำให้ Garçon Dept กลายเป็นตึกเก่าทรงเสน่ห์แฝงด้วยกลิ่นอายความเท่ที่ลงตัว คุณอั้ม ยังเล่าอีกว่า เนื่องจากย่านนี้มักเป็นย่านที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเดินเล่นอยู่จำนวนมาก จากการลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูลอย่างจริงจัง เพื่อนำมาใช้กับการดีไซน์และการคัดสรรแบรนด์ภายในร้าน ห
กรุงเทพมหานคร เมื่อการก่อสร้างที่เฟื่องฟูมาพร้อมกับสัญญาณเตือน

กรุงเทพมหานคร เมื่อการก่อสร้างที่เฟื่องฟูมาพร้อมกับสัญญาณเตือน

กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยรถไฟ แท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซต์ ทางด่วน ทางลัด และการเลาะตามตรอกซอกซอย และการอยู่ที่นี่เพียงไม่นานก็จะทำให้คุณพบกับพรสรรค์ใหม่คือการไหลลอดไปตามทาง แต่ตลอดสัปดาห์สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับมีเครื่องเตือนใจอีกแบบหนึ่งเกิดขึ้นนั่นคือ กรุงเทพฯ และเส้นทางรอบเมืองล้วนเป็นพื้นที่ที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเขตก่อสร้างเหล่านี้ทับซ้อนกับการจราจรในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดที่เราทำได้ก็คือ การหลีกเลี่ยงหรือเปลี่ยนเส้นทางนั่นเอง เหตุการณ์หลายต่อหลายครั้งในช่วงเวลาที่ผ่านจนกระทั่งไม่นานเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานบนเส้นทางหลักที่ผู้คนใช้เป็นประจำ หรือเส้นทางหลักที่ผู้คนที่เดินทางออกนอกเมืองในวันหยุด รวมถึงแนวถนนพระราม 2 ซึ่งมุ่งหน้าลงไปลงตะวันตกเฉียงใต้สู่สมุทรสาครและยาวไปสู่ภาคใต้ หากคุณกำลังใช้ถนนสายนี้เพื่อเดินทาง หรือเพื่อเป็นทางออกนอกกรุงเทพฯ ในช่วงนี้ ก็ควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากกว่าปกติ ปัญหาพระราม 2 (ฉายา ถนนต้องคำสาป) Photograph: Nathathida Adireksarn / Associated Press ลองถามใครก็ตามในกรุงเทพฯ ทุกคนมักมีเรื่องเล่าเป็นของตัวเองเกี่ยวกับถนนพระราม 2 ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลนตามใจ หรือเส้นเลนที่เปลี่ยนตำแหน่งอยู่ตลอด ทั้งคอขวดที่โผล่มาแบบไม่ทันตั้งใจ และพบเจอไซต์ก่อสร้างที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด หลายคนเรียกที่แห่งนี้ว่า ‘ถนนต้องสาป’ เพราะความรู้สึกจากปัญหาที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จบ แต่ความจริงแล้วเหตุผลนั้นเรียบง่ายและเป็นเรื่องปฏิบัติล้วนๆ ถนนพระราม 2 กลายเป็นเส้นทางที่มีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ขณะเดียวกันยังต้องรองรับปริมาณพาหนะจำนวนมหาศาล ด้วยสองเหตุผลนี้คือจุดกำเนิดสำคัญของความเสี่ยง
หนึ่งวันกับน้องหมากู้ภัย จะมาหา หรือมาพาพวกหนูกลับบ้านก็ได้นะ

หนึ่งวันกับน้องหมากู้ภัย จะมาหา หรือมาพาพวกหนูกลับบ้านก็ได้นะ

บางครั้ง…การเจอกันแค่วันเดียว อาจเปลี่ยนทั้งชีวิตของใครบางตัวไปตลอดกาล เพราะการได้เห็นเจ้าสี่ขาวิ่งเล่นไปมาจะทำให้การกลับบ้านมีความหมายขึ้น เราจึงอยากให้ทุกได้รู้จักกิจกรรมดีๆ Adoption Day เป็นวันเปิดบ้านสำหรับ ‘น้องหมากู้ภัย’ กำลังรอคุณมานั่งเล่น ใช้เวลา และทำความรู้จักน้องๆ ทีละตัว ทั้งหมดกว่า 15 ชีวิต เริ่มตั้งแต่เด็กๆ 3 - 4 เดือน ไปจนถึงคุณลุง 6 ขวบ ที่ย่านเอกมัย - พระราม 9 Photograph: hundclub.haus กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย ‘Hund Haus’ พื้นที่สังสรรค์สำหรับสุนัขและผู้คน ไม่ใช่แค่สวนสุนัขธรรมดา แต่เป็นโซเชียลคลับสำหรับคนรักสุนัขอย่างแท้จริง มักมีกิจกรรมดีๆ ที่คนและสุนัขมาใช้เวลาร่วมกัน ได้เพื่อนใหม่กลับไปทั้งฝั่งคนและน้องหมา เรียกได้ว่ากลับบ้านพร้อมเพื่อนใหม่ทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของกันเลยทีเดียว    งานครั้งนี้ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นบ้านชั่วคราวของพวกเขา จึงเปิดพื้นที่ในสวนเล็กๆ ต้อนรับแขกให้มานั่งพัก ฟังเรื่องราวของเหล่าน้องหมากู้ภัย เพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนาในช่วงเวลาสุดสัปดาห์ก่อนหมดเดือน และยังเป็นเรื่องราวที่ดีให้น้องๆ ได้มีโอกาสได้เจอ ‘บ้านของใจ’ ในอนาคตแต่สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมรับเลี้ยงก็สามารถเข้ามาฟังเรื่องราว และทำความรู้จักกับน้องๆ ได้ เพราะบางครั้งการมาเยี่ยมอาจให้มากกว่าความสุขหนึ่งวันสั้นๆ แต่เป็นความทรงจำที่น้องหมาอาจจำความสุขนั้นได้ตลอดไป Photograph: hundclub.haus ตารางกิจกรรมภายในงาน 10.00 - 12.00 น.  Puppy Play & Bonding ทำความรู้จักน้องหมาทีละตัว 12.00 - 13.00 น.  Break & Chill ให้น้องได้พัก และแขกนั่งชิล 13.00 - 14.00 น.  Adoption Talk ฟังเรื่องราว ขั้นตอน และคำแนะนำจากผู้ดูแล 14.00 - 16.00 น.  Mingle & Chill ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ และอยู่กับน้องๆ อย่า
Cell Broadcast แจ้งเตือนภัย PM2.5 เร็ว เรียลไทม์ ระวังภัยได้ไวมากขึ้น

Cell Broadcast แจ้งเตือนภัย PM2.5 เร็ว เรียลไทม์ ระวังภัยได้ไวมากขึ้น

อากาศเย็นเริ่มเบาลงต่างจากฝุ่นที่แปรผกผันกันโดยสิ้นเชิง จากค่าฝุ่นที่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง จนต้องแจ้งเตือนหลายพื้นที่ทันทีเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูง แต่หากกลุ่มชนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการจราจรหรือต้องใช้ชีวิตในเมืองได้ก็ควรป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม   เช้าวันที่ 14 มกรา 2569 เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชี้แจงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบค่าฝุ่นเฉลี่ยทั่วกรุงอยู่ที่ 58.1 มคก./ลบ.ม. โดยมีพื้นที่เข้าขั้นวิกฤตระดับสีแดงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ 3-4 เขตหลัก ได้แก่ บางรัก ปทุมวัน สาทร และจตุจักร และวันที่ 15 มกราคม ค่าฝุ่นยังคงสูงขึ้นอย่างน่ากลัว โดยมีค่าเฉลี่ยทั่วกรุงของอยู่ที่ 58.5 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสูงกว่าวันที่ผ่านๆ มา และสูงกว่าค่ามาตรฐานเกือบเท่าตัว    ล่าสุดหลายๆ คนอาจได้รับแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์เพื่อเลี่ยงหรืองดการทำกิจกรรมบริเวณนั้นๆ เพราะฉะนั้นเราจึงควรจริงจังกับการกำจัดฝุ่นในเมืองไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม  หากใครต้องใช้ชีวิตใจกลางเมืองอย่างเลี่ยงไม่ได้ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะความอันตรายที่เกิดจากฝุ่นสามารถทำร้ายเราได้มากกว่าทางเดินหายใจ Photograph: bangkok_bma ทางผู้ว่าฯ แจ้งว่าสาเหตุหลักเกิดจากสภาพอากาศปิด และอัตราระบายอากาศต่ำที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงไม่เท่าช่วงเดียวกันเท่าปีก่อนๆ เนื่องจากจำนวนเขตสีแดงมีเพียง 3-4 เขต น้อยกว่าที่คาดไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความร่วมมือของจังหวัดใกล้เคียง 6 จังหวัดที่งดการเผาชีวมวล ส่งผลให้ฝุ่นหนาแน่นกระจุกตัวในเขตเมือง ซึ่งคาดว่ามาจากการจราจรเป็นหลัก Photograph: bangkok_bma และสิ่งที่สำคัญกว่าปีที่แล้ว คือการใช้ระบบ Cell Broadcast เพื่อแจ้งเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ทันที หากประชาชนเดินทาง