
หน้าหลัก Time Out Bangkok
เอดิชันภาษาไทยของมีเดียแพลตฟอร์มระดับโลกที่อัปเดตไลฟ์สไตล์คนเมืองมาตั้งแต่ปี 1968

Things to do
อ้าแขนต้อนรับปี 2569 ด้วยเอเนจี้แห่งความสดใสที่พร้อมให้ทุกคนออกไปใช้ชีวิตกันแบบเต็มที่อีกเช่นเคย...

Things to do
กิจกรรมน่าทำในกรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ (22 - 25 มกราคม)
สุดสัปดาห์นี้เตรียมตัวให้พร้อม เพราะกรุงเทพฯ กำลังจะกลายเป็นเมืองของคนรักดนตรีและศิลปะแบบจัดเต็ม เริ่มต้นความสนุกสำหรับใครที่ชอบบรรยากาศความคลาสสิก...

Things to do
เที่ยวตรุษจีนแบบ 24 ชั่วโมงในกรุงเทพฯ: ไหว้ศาลเจ้า เดินตลาดน้อย-สำเพ็ง และปิดวันด้วยบาร์จีน
เช้าวันตรุษจีนในกรุงเทพฯ เริ่มต้นด้วยกลิ่นธูปและเสียงประทัด ผู้คนแต่งตัวด้วยสีแดง เดินเข้าสู่ศาลเจ้าด้วยความหวังเล็กๆ...

Sports and fitness
รวม 10 ค่ายมวยของคนเมือง กระจายตัวครบ 10 ย่านทั่วกรุงเทพฯ
‘มวยไทย’ คือทั้งกีฬาและศาสตร์การป้องกันตัวที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์...

Art
7 นิทรรศการศิลปะในกรุงเทพฯ ที่ต้องไปเช็กอินก่อนสิ้นเดือนมกราคม
ปีใหม่มาพร้อมกับนิทรรศการศิลปะใหม่ๆ ให้เราได้ตั้งตารอ เตรียมพบกับงานอาร์ตที่มากขึ้น บทสนทนาที่ดีขึ้น...
การโฆษณา
อีเวนต์และกิจกรรมน่าสนใจในกรุงเทพฯ
อัปเดตข่าวล่าสุดจาก Time Out กรุงเทพฯ

Things to do
พักใจหลังงานหนัก ในสวน Afterclub ที่ GalileOasis
ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมาแม้จะเริ่ม ปี 2569 ได้แค่เดือนเดียว ใครหลายคนคงปล่อยให้ชีวิตวิ่งนำหน้า ลมหายใจตามหลัง งานรุมเร้าสะสม จนหัวใจแทบไม่ได้หยุดพัก เราเลยอยากชวนคุณวางทุกความเร่งรีบลงชั่วคราว มานั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆ ปล่อยเวลาให้ไหลเอื่อย ท่ามกลางสวนลับกลางกรุงย่านราชเทวี ‘GalileOasis’ พื้นที่แห่งศิลปะ ชุมชน และธรรมชาติค่อยๆ สานทอเข้าหากันอย่างแผ่วเบา
ภายในงานรวบรวมร้านเครื่องดื่มหลากหลายที่คัดสรรมาในแบบฉบับคราฟต์ ทั้งไวน์และเบียร์ ให้ได้ชิม จิบ และดื่มด่ำไปพร้อมบรรยากาศสวนใจกลางเมือง ขณะเดียวกันก็ยังมีตัวเลือกเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์สำหรับสายคลีน หรือชาว Dry January ที่อยากเสพบรรยากาศดีๆ และหยุดพักใจในช่วงปลายเดือนอย่างพอดี และบางทีคุณอาจได้รู้จักเพื่อนใหม่สี่ขา เพราะงานนี้ Pet Friendly พร้อมต้อนรับทุกความสบายใจ
Photograph:GalileOasis
นอกจากเครื่องดื่มงานคราฟต์ภายในงานแล้ว ยังมีอีเวนต์ภาพยนตร์สุดพิเศษที่ Galile Oasis ร่วมกับ Documentary Club คัดสรรโดย Film I trust ในโปรแกรม 8½ เปิดมุมมองใหม่เพื่อสำรวจการเดินทาง ของความจริงหลากหลายแง่มุมผ่านภาพยนตร์สารคดี (มีค่าเข้าชม)
30 มกราคม 2569เวลา 18.30 น.
The World Before Your Feet (2561)
สารคดีว่าด้วยชายคนหนึ่งที่ตัดสินใจเดินเท้าผ่านทุกถนนและทุกซอกซอยของนิวยอร์กซิตี้ รวมระยะทางกว่า 8,000 ไมล์ เพื่อสำรวจผู้คน วิถีชีวิต และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในเมืองใหญ่
31 มกราคม 2569 เวลา 18.30 น.
Scrap (2565)
สารคดีที่พาไปสำรวจ ‘สุสาน’ ของสิ่งของเหลือใช้ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือไปจนถึงเครื่องบิน พร้อมตั้งคำถามถึงขยะ การบริโภค และผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรของมนุษย์
Photograph: GalileOasis
ก่อนจากกันในเดือนมกราฯ การได้หยุดพัก หันกลับมาสำรวจความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง ระลึกว่าเราทำงานหนักมาเพื่อให้รางวัลหัวใจ ไม่ใช่แค่เพื่อเดินต่ออย่างไม่รู้จบ การนั่งจิบเครื่องดื่มดีๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ดี จึงไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย หากคือพิธีเล็กๆ ที่เหมาะเหลือเกินสำหรับการต้อนรับเดือนใหม่อย่างอ่อนโยน
ที่ GalileOasis (BTS ราชเทวี) วันที่ 30 - 31 มกราคม เวลา 12.00 - 20.00 น. เข้าฟรี ไม่มีค่าใช่จ่าย

Things to do
‘เปิดท้ายส่ายก้น’ ชวนช็อปสินค้าวินเทจมือสอง พร้อมปาร์ตี้สุดมันส์บนดาดฟ้า JJ Mall 29–31 มกราคมนี้
เตรียมโบกมือลาเดือนมกราคมแบบมีสไตล์ เพราะช่วงปลายเดือนนี้ใครกำลังมองหาที่ช็อปปิ้งให้รางวัลตัวเอง หรือเป็นสายสะสมแฟชั่นวินเทจปีลึก ‘เปิดท้าย-ส่ายก้น’ คือหมุดหมายที่ไม่ควรพลาด กับการรวมตัวของร้านค้าและคอมมูนิตี้พ่อค้าแม่ขายสายแฟสุดเท่ ที่ยกของเด็ด ของแรร์ ของหายาก และของมือสองคุณภาพมารวมไว้ในที่เดียว
Photograph: Cheeze
ครั้งนี้งานกลับมาอีกครั้งบน ดาดฟ้าตึก JJ Mall ใจกลางย่านจตุจักร โลเคชันที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสบายๆ วิวเมืองดี เดินทางสะดวก จะนั่งบีทีเอสหรือรถเมล์มาก็สะดวก เหมาะทั้งการเดินชิล ช็อปเพลิน และแวะปาร์ตี้ยาวๆ ได้ตั้งแต่เย็นยันดึก
Photograph: Cheeze
นอกจากโซนตลาดเปิดท้ายที่ชวนให้กระเป๋าสตางค์สั่นแล้ว ภายในงานยังจัดเต็มด้วยไลน์อัปดีเจที่พร้อมชวนทุกคนออกมา ‘โยกย้าย ส่ายก้น’ ตามชื่อคอนเซ็ปต์ งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะขนดีเจตัวจี๊ดจากหลายสายดนตรีมาประจำทุกค่ำคืน บอกเลยว่านั่งเฉยแทบไม่ได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Civic Boys, Club Soma, Nosebleed, Puttisak Somarange, RAVE., Bookkeeper, Rabbitdisco, Skalagoon, Ummata, Vimlenbury, Benji, Bestboi และ JJ
Photograph: Cheeze
ใครอยากช็อปวินเทจ ฟังเพลงมันส์ๆ และปิดท้ายเดือนแรกของปีด้วยพลังงานดีๆ ต้องห้ามพลาด ที่ Rooftop – JJ Mall, จตุจักร (บัตรราคา 100 บาท จำหน่ายหน้างาน) วันที่ 29 - 31 มกราคม 2569 เวลา 16.00 - เที่ยงคืน

Things to do
ปักหมุด Record Store Day บุกสยามพารากอน ปลุกคนรักแผ่นเสียง!
เมื่อถึงช่วงวัยหนึ่งในเลขสอง (น่าจะประมาณช่วงที่ Spotify Wrapped ของคุณเริ่มดูเหมือนเพลงประกอบหนัง Wes Anderson เข้าไปทุกที) คุณจะเริ่มรู้ตัวว่าคุณไม่ได้แค่ ‘ชอบ’ ฟังเพลงอีกต่อไป แต่นิยามมันเปลี่ยนไปแล้ว คุณอยากจะสัมผัส หยิบจับ พลิกดูน้ำหนักของมัน อ่านรายละเอียดบนปกเหมือนเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ และเจ็บจี๊ดทุกครั้งที่เห็นรอยขีดข่วนที่คุณสาบานได้ว่าตอนซื้อมามันไม่มี... ใช่แล้ว คุณเข้าสู่โลกของ ‘คนรักแผ่นเสียง’ อย่างเต็มตัว
เทศกาลแผ่นเสียงระดับชาติอย่าง Record Store Day กำลังจะกลับมา ให้เหล่านักขุดได้วอร์มนิ้วเตรียมตามล่าขุมทรัพย์จากยุคทองของดนตรีกันอีกครั้ง โดยปีนี้จัดในโลเคชั่นที่เดินทางสะดวกสุดๆ อย่าง Siam Paragon ตั้งแต่วันที่ 24-26 เมษายน
Photograph: Record Store Day Bangkok
เทศกาลนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2551 เพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมร้านขายแผ่นเสียงอิสระ โดยปกติจะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง คือรอบเดือนเมษายน และอีกครั้งในช่วง Black Friday เดือนพฤศจิกายน งานนี้คือศูนย์รวมของแฟนเพลง ศิลปิน และร้านแผ่นเสียงอินดี้จากทั่วสารทิศ ที่สำคัญคือมักจะมีแผ่นกดพิเศษที่ผลิตมาเพื่อวางขายเฉพาะในโอกาสนี้เท่านั้น
Photograph: Record Store Day Bangkok
สำหรับในไทย Record Store Day คืออีเวนต์ที่รวมร้านแผ่นเสียงไว้เยอะที่สุดภายใต้หลังคาเดียว คุณจะได้เจอตั้งแต่ร้านระดับตำนานในฟอร์จูนทาวน์, ร้านสุดเก๋าในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงร้านพรีออเดอร์ยอดฮิตบนอินสตาแกรม เรียกได้ว่าเกือบทุกร้านขนทัพมาตั้งบูธกันครบ ความพิเศษคือแต่ละร้านจะมีแนวเพลงเฉพาะทางที่ต่างกันไป ทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่าจะได้เจอตัวจริงและนักสะสมคอเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะชอบแนวไหนก็ตาม
นอกจากโซนขายแผ่นแล้ว ปีนี้ยังมีไฮไลต์อื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง โซนนิทรรศการแผ่นเสียงสุดพิเศษ เวิร์กช็อปสำหรับคนรักไวนิล และ มินิคอนเสิร์ตจากแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์ที่มีมาให้ลุ้นทุกปี
นี่จึงไม่ใช่แค่การไปซื้อแผ่น แต่คือการไปใช้เวลาทั้งวันในแบบฉบับของคนรักเสียงเพลงตัวจริง
ที่ Record Store Day วันที่ 24-26 เมษายน ณ สยามพารากอน

Things to do
5 วงไทยรวมตัวจัด ‘Voter Concert’ ฟรีคอนเสิร์ตกลางแจ้ง ชวนเข้าใจประชามติก่อนเลือกตั้งครั้งใหม่
เตรียมวอร์มคอและเตรียมหูให้พร้อม เพราะลานหน้าหอศิลป์ฯ กำลังจะกลายเป็นเวทีประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อกลุ่ม ‘FreeArts’ (ศิลปะปลดแอก) และเครือข่ายศิลปิน แท็กทีมกันจัดงาน ‘Voter Concert’ ฟรีคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่ตั้งใจใช้ เสียงดนตรีเป็นสะพานเชื่อมความรู้เรื่องการเมืองให้กลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย
Photograph: BACC
งานนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวมาสนุกกัน แต่คือการรณรงค์ครั้งสำคัญเพื่อให้คนไทยพร้อมสำหรับการออกเสียงประชามติ เพื่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะมาถึง ไฮไลต์ของงานคือการรวมตัวของ 5 ศิลปินไทย ที่เคยใช้เสียงเพลงเป็นกระบอกเสียงให้สังคมมาแล้วในหลายวาระ ไม่ว่าจะเป็น TaitosmitH, Polycat, H3F, Moving and Cut และ ปลานิลเต็มบ้าน
Photograph: Taitosmith
บอกเลยว่างานนี้ไม่ได้มีดีแค่ไลน์อัปศิลปิน แต่หัวใจสำคัญคือการชวนทุกคนมารับฟังและทำความเข้าใจเรื่องประชามติ ที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกคนมากกว่าที่คิด
ที่ ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ไม่มีค่าเข้างาน วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ศิลปะปลดแอก - FreeArts

LGBTQ+
หนึ่งปีสมรสเท่าเทียม วันที่กฎหมายยอมรับความรักอย่างเท่าเทียม
นับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 การบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2568 ได้เปลี่ยนถ้อยคำในกฎหมายจาก ‘ชาย–หญิง’ เป็น ‘บุคคลสองคน’ ถ้อยคำเล็กๆ บนกระดาษที่มีตราประทับ กลับขยับความหมายของชีวิตจริงอย่างใหญ่หลวง ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศที่ 37 ของโลก เป็นประเทศแรกในอาเซียน และเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม
เพียงการเปลี่ยนคำในตัวบทกฎหมาย ไม่ได้เปลี่ยนแค่ข้อความ แต่เปิดพื้นที่ให้ความรักของใครหลายคู่ได้รับการมองเห็น การยอมรับ และการคุ้มครองอย่างที่ควรจะเป็น
ทั้งยังทำให้รากฐานของครอบครัวเข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วยสิทธิในการดูแลกันและกัน ไร้ซึ่งช่องว่างใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการดูแลรักษาพยาบาล การจัดการทรัพย์สิน หรือการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย แต่คือการยืนยันร่วมกันทั้งสังคมว่าทุกความรักมีคุณค่าและศักดิ์ศรีเสมอกัน
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความหมายนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม - 31 ธันวาคม 2568 มีคู่รักจับมือกันมาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกับกรุงเทพมหานครแล้วถึง 6,537 คู่
Photograph: Bangkok Pride
จากกิจกรรมที่จัดขึ้นมากมาย ให้พื้นที่ในการยืนหยัด และมากไปกว่าการมองเห็นคือการสร้างนโยบายที่จับต้องได้ เพื่อทำให้สังคมรับรู้ถึงการมีอยู่ และเคารพทุกความสัมพันธ์อย่างเท่าเทียม โดยเจตนารมณ์ดังกล่าวได้ ถูกถักทออยู่ในนโยบายของกรุงเทพฯ เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ได้แก่
เมืองแห่งความภูมิใจ : สนับสนุนกิจกรรม Pride ให้กรุงเทพฯ เป็นที่ปลอดภัยและเป็นเมืองแห่งความหลากหลายที่มีชีวิตชีวา
ดูแลด้วยความเข้าใจ: เปิด BKK Pride Clinic ขยายบริการสุขภาพที่เข้าใจความละเอียดอ่อนและความต้องการเฉพาะของเพศหลากหลาย
เคารพในตัวตน: ปลดล็อกเสรีภาพในการแต่งกายตามเพศสภาพให้กับบุคลากร กทม. เพราะศักยภาพของคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศสภาพ
ปลูกฝังตั้งแต่วันนี้: สร้างความเข้าใจในโรงเรียนให้เด็กๆ เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เคารพความแตกต่าง
Photograph: Bangkok Pride
กฎหมายสมรสเท่าเทียมคือถ้อยคำสำคัญที่ยืนยันว่าเมืองไทยยังคงเป็นบ้านของความโอบอ้อมอารีอย่างแท้จริง การยอมรับในสิ่งที่เราเป็น และในสิ่งที่คนที่เรารักเป็น คือความงดงามที่ควรถูกเฉลิมฉลองไม่ต่างจากถ้อยคำใดๆ ในหน้ากฎหมาย เพราะความรักไม่ควรถูกตั้งคำถาม และความเท่าเทียมไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องรอการอนุญาต
ด้วยรัก และความเท่าเทียม

Art
เหตุใด Dib Bangkok จึงเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเมือง ณ ขณะนี้
คุณชอบวัฒนธรรมดิบ สด แถมยังเย้ายวนใจไหม? หากใช่ นี่คือ พิพิธภัณฑ์ระดับโลกเปิดใหม่ในชื่อ ‘ดิบ บางกอก’ (Dib Bangkok) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในอดีต เบียนนาเล อาจพาเราได้เห็นผลงานของศิลปินต่างชาติระดับแนวหน้ามาแบบชั่วคราว แต่ครั้งนี้ กรุงเทพฯ มีหมุดหมายใหม่ ที่นำเข้าศิลปะร่วมสมัยอย่างแท้จริงเสียที
นักสะสมศิลปะผู้ล่วงลับ ‘เพชร โอสถานุเคราะห์’ ได้สะสมผลงานศิลปะชิ้นสำคัญไว้มากกว่าพันชิ้น จากศิลปินชื่อดังทั่วทุกมุมโลก คอลเล็กชันนี้ถูกนำมาจัดแสดงในซอยเงียบสงบแห่งหนึ่ง ระหว่างความหรูหราของเอกมัย แต่ความดิบเท่ของคลองเตย หลังการจากไปกะทันหันของเพชร ลูกชายของเขา ‘ช้าง - ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์’ ก็ได้สานต่อโครงการร่วมกับสถาปนิกและผู้อำนวยการที่พ่อเลือกไว้ ผลลัพธ์ที่ออกนั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง
Photograph: Philip Cornwel-Smith
แม้ภาพรวมจะดูเนี้ยบล้ำสมัย แต่คำว่า ‘ดิบ’ (Dib) ก็แปลได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะพันธกิจของพิพิธภัฑณ์แห่งนี้คือการแสวงหา ‘ความดิบแท้’ ซึ่งนิทรรศการเปิดตัวที่ชื่อว่า ‘(In)visible Presence’ เต็มไปด้วยดราม่า พื้นผิว และกระตุ้นปฏิกิริยาดิบจากผู้ชม ผลงานรวม 81 ชิ้น จาก 40 ศิลปิน กระตุ้นประสาทสัมผัสหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่กลิ่นสมุนไพร ประติมากรรมเคลื่อนไหว ซาวด์ศิลป์ พื้นที่ที่เปลี่ยนสีตามอากาศ ไปจนถึงงานอาร์ตที่คุณสามารถนั่งได้
‘(In)visible Presence’ ยังเป็นการอุทิศแด่ เพชร ผู้มีบุคลิกซุกซน และเคยเป็นป๊อปสตาร์มาก่อน รูปเหมือนของเขาในรูปแบบ ‘ประติมากรรม’ ตุ๊กตาพลาสติก ถือกีตาร์ ถูกจัดวางไว้ด้านบนของคาเฟ่ ราวกับคอยมองดูพิพิธภัณฑ์ในสภาพดิบๆ เช่นกัน
Photograph: Philip Cornwel-Smith
ดิบ เริ่มต้นประสบการณ์แบบ ‘เปิดมาปุ๊บ กระแทกปั๊บ’ เพราะทันทีที่ก้าวเข้าไป ไม้เบสบอลหนึ่งอันถูกล่ามโซ่ไว้กับกำแพงสีขาวยาวตลอดทางเข้า อันเป็นผลงานของศิลปินออสซี่ Marco Fusinato ในชื่อ ‘Constellations’ เกิดจากรอยแตกร้าวที่ผู้ชมสร้างขึ้นด้วยการฟาดไม้เบสบอลใส่ฝนังปูนอย่างรุนแรง มันเลยเป็นการระบายความเครียดอย่างสะใจ แต่ยังมีลูกเล่นซ่อนอยู่ เซนเซอร์ในผนังจะขยายเสียงกระแทกดังถึง 120 เดซิเบล ทั้งอาคารสั่นสะเทือน ไม่ใช่แค่อารมณ์ แต่คือประสบการณ์ทางกายภาพจริงๆ
นอกจากนี้ความ ‘ดิบ’ ยังสะท้อนอยู่ในสถาปัตยกรรม ตัวอาคารดัดแปลงจากโกดัง มีเสาเก่าที่ผ่านการกัดกร่อนและลูกกรงจีน-ไทยดั้งเดิม มิวาโกะ เทซึกะ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ (อดีตผู้บริหาร Japan Society และ Asia Society ในนิวยอร์ก) กล่าวว่า ‘เราทุกคนมีรอยแผลและร่องรอยจากเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ลองมองดิบเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตไปพร้อมกับเรา ดังนั้นเราจะไม่มีวันสมบูรณ์ ไม่มีวันสุก เพราะเรากำลังวิวัฒน์อยู่เสมอ’
Photograph: Philip Cornwel-Smith
ตัวอาคารเองก็เป็นนิทรรศการหนึ่ง ถูกดีไซน์ด้วยรูปทรงเรขาคณิตสุดสนุก โดย WHY Architecture สตูดิโอที่ก่อตั้งในปี 2004 โดยสถาปนิกไทยอย่าง กุลภัณฑ์ ยันตรศาสตร์ ซึ่งเคยออกแบบศูนย์วัฒนธรรมให้สถาบันระดับโลกอย่าง MoMA, Harvard, Louvre, Art Institute of Chicago และ Academy Museum of Motion Pictures การออกแบบแกลเลอรีคือเครื่องมือสร้างแบรนด์ให้เมือง และดิบอาจกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ เมืองที่ขาดอาคารเชิงสัญลักษณ์เพราะข้อจำกัดเรื่อง ‘สตาร์อาร์คิเทกต์’ ต่างชาติ
‘โกดังนี้มาจากยุค 1980 แต่ถูกแปลงโฉมด้วยสุนทรียะแบบร่วมสมัยที่ยังคงเคารพประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม’ มิวาโกะกล่าวเสริม ที่สำคัญคือเมื่ออยู่ข้างในคุณจะไม่รู้สึกอึดอัด ทุกอย่างยังคงสเกลมนุษย์ และมีสัมผัสของมนุษย์อยู่เสมอ
Photograph: Philip Cornwel-Smith
ทันทีที่มาถึง คุณจะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของพื้นที่ โครงสร้างอาคารยังถูกออกแบบให้เป็นฉากถ่ายเซลฟี่ตั้งแต่ประตูทางเข้า รถจะแล่นลงไปจอดใต้สระน้ำสะท้อนแสง ที่สะท้อนหลังคาฟันเลื่อยและหอทรงกรวยที่เรียกว่า ‘ชาเปล’ ภายในจัดแสดงผลงานไข่ยักษ์ที่อัดขึ้นจากเครื่องครัว โดยศิลปินอินเดีย ‘Subodh Gupta‘
คุณจะเดินออกสู่ลานกลางที่รายล้อมด้วยแกลเลอรี ฮอลล์อีเวนต์ และ ‘Watthu-Dib Bistro & Bar’ ซึ่งเชฟอดีตจาก ‘Shades of Retro’ เน้นรสชาติธรรมชาติ ฝั่งตรงข้ามคือประติมากรรมทรงกลมยักษ์ของ ‘Alicja Kwade’ ที่ดูราวกับดาวเคราะห์ ‘เธอมักใช้ความบังเอิญในการกำหนดผลงาน’ ภัณฑารักษ์ ‘Ariana Chaivaranon’ อธิบาย การกลิ้งของลูกแก้วเล็กๆ กลายเป็นตัวกำหนดตำแหน่งสุดท้าย ลูกหินเหล่านี้หนักมากจนต้องเสริมโครงสร้างพื้น นำมาจากเหมืองทั่วโลก แต่ละลูกให้สัมผัสต่างกัน เย็นหรืออุ่น หยาบหรือเรียบ ราวกับละลองดาว ‘เราเล่นกับเรื่องสเกลที่เหมือนกัน เลยเป็นคำถามว่า นี่คือโลกเล็กๆ เหล่านี้ คงเป็นเหมือนลูกแก้วของยักษ์ที่ทำให้เราดูตัวเล็กลงไปเอง’
Photograph: Philip Cornwel-Smith
จากระเบียงยกระดับที่ประดับด้วยสถูปรูปทรวงอกที่ทำขึ้นด้วยโลหะของ ‘พินรี สัณฑ์พิทักษ์’ ยังมีผลงานสถาปัตยกรรมอีกชิ้นหนึ่ง ‘Straight Up’ โดย ‘James Turrell’ ซึ่งเป็นห้อง camera obscura ชั้นล่างฉายภาพ ส่วนชั้นบนกรอบท้องฟ้าไว้ให้ชม โดยการชมช่วงพระอาทิตย์ตกต้องซื้อตั๋วเพิ่ม
ความยิ่งใหญ่ยังต่อเนื่องภายใน แสงธรรมชาติไหลท่วมโถงสีขาวขนาดมหึมาทั้งชั้นล่างและชั้นบน กลางชั้นล่างคือบอลลูนฟอยล์รูปเรือเหาะของ ‘Lee Bul’ ที่ต้องสูบลมใหม่ทุกวัน ตัดกับเตียงเหล็กหนักอึ้งของ ‘Jannis Kounellis’ ที่ยึดติดกับผนัง เสริมความยิ่งใหญ่ให้ชีวิตประจำวัน
หนึ่งในคุณูปการสำคัญของดิบคือการแสดงให้เห็นว่าศิลปินไทยยืนเคียงข้างศิลปินระดับโลกได้อย่างสง่างาม ‘สุรสีห์ กอศลวงศ์’ เคยแสดงงานที่ ‘Tate Modern’ แต่แทบไม่เคยจัดแสดงในบ้านเกิด ที่นี่คุณสามารถนั่งในรถเต่าทองโฟล์กสวาเกน ที่ถูกแขวนกลับหัว ท่ามกลางความทรงจำวัยเด็กของเขา งานที่สะเทือนใจยิ่งกว่าคือผลงานของ ‘ธำรงค์ บี - พัฒนภาส’ ซึ่งเสียชีวิตกะทันหันเมื่อคริสต์มาสที่ผ่านมา ช่องเล็กๆ บนโล่โลหะผุพังเผยให้เห็นจักรวาลอินทรีย์ภายใน สะท้อนการใคร่ครวญเรื่องชีววิทยา ความตาย พุทธศาสนา และจักรวาล
ชั้นบนสุดอุทิศให้ ‘มณเฑียร บุญมา’ บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยไทย ผลงานครอบคลุมตั้งแต่เครื่องปั้น สมุนไพร โลหะ ไปจนถึงวิดีโอ บอกเล่าการต่อสู้ของภรรยากับโรคมะเร็งและคำถามต่อการมีอยู่ ถัดไปคือผลงานอันรุนแรงของ ‘Anselm Kiefer’ ที่เผชิญหน้ากับมรดกบอบช้ำของเยอรมนีหลังสงคราม
Photograph: Philip Cornwel-Smith
ชั้นกลางที่มืดกว่า แบ่งพื้นที่ย่อย และใกล้ชิดกว่า สะท้อนธีมความทรงจำ ที่นี่มีผลงานภาพยนตร์ของ ‘อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล’ ห้องโรงแรมร้าง และเตียงเคลื่อนไหว Lover’s Bed ของ ‘Rebecca Horn’ ภาพถ่ายอีโรติกของ ‘Nobuyoshi Arak’i ตัดกับหน้าหนังสือพิมพ์ New York Times ที่พ่นสีโดย ‘Shu Shibuya’ เพื่อสะท้อนผลกระทบส่วนบุคคลและสังคมในแต่ละวัน งานที่สะกดใจที่สุดคือเสาไม้ลานนาประดับลวดลายของ สมบูรณ์ หอมเทียนทอง ที่วางราวกับกระดูกศักดิ์สิทธิ์ขนาดยักษ์
สมกับเป็นชั้นแห่งความทรงจำ ห้องหนึ่งยังเผยให้เห็น ‘Vanishing Bangkok’ ภาพถ่ายของ ‘สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์’ บิดาของเพชร ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเป็นรากฐานราชวงศ์ศิลปะที่ดำเนินมาถึงรุ่นที่สาม
ตระกูลโอสถานุเคราะห์เป็นเจ้าของ ‘โอสถสภา’ บริษัทเวชภัณฑ์และเครื่องดื่มที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2434 ดิบ (Dib) จึงเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นทุนองค์กร ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์ศิลปะไทยอย่างชัดเจน ตั้งแต่คอลเล็กชันของ Jim Thompson และโครงการในเครืออย่าง Jim Thompson Art Center, Jim Thompson Farm, MAIIAM ที่เชียงใหม่ และ MAIELIE ที่ขอนแก่น ไปจนถึงการขยายบทบาทของภาคเอกชนในวงการศิลปะร่วมสมัย
ในช่วงทศวรรษ 2523-2533 ธนาคารหลายแห่งได้ลงทุนในศิลปะแนวนีโอ-ดั้งเดิม ซึ่งปัจจุบันยังพบเห็นได้ชัดใน MOCA (Museum of Contemporary Art) พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ก่อตั้งโดย บุญชัย เบญจรงคกุล เจ้าสัวโทรคมนาคมแห่ง DTAC ต่อมาในปี 2561 ไทยเบฟ ได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของบางกอก อาร์ต เบียนนาเล (BAB) ก่อนที่ตระกูลผู้ก่อตั้งเครือ CP จะเปิดพื้นที่อย่าง Bangkok Kunsthalle และ Khao Yai Art Forest ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลก็เข้ามามีบทบาทด้วยการเปิดแกลเลอรี่ deCentral ใกล้กับดิบในย่านพระโขนง
พิพิธภัณฑ์เอกชนย่อมสะท้อนรสนิยมของนักสะสม มากกว่าการทำหน้าที่สำรวจภาพรวมแบบหอศิลป์แห่งชาติ หรือการเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวเชิงสังคมอย่าง BACC คำถามสำคัญคือ เมื่อองค์กรกลายเป็นผู้คุมประตูของโลกศิลปะ พื้นที่เหล่านี้จะเปิดโอกาสให้ศิลปินได้ทดลองและเสี่ยงมากขึ้น หรือจะยิ่งตอกย้ำ ‘แบรนด์ศิลปิน’ ชุดเดิมให้แข็งแรงขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ายินดีก็คือ ทั้งดิบและ MOCA ยังคงเดินหน้าซื้อผลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง
Photograph: Philip Cornwel-Smith
‘ศิลปะร่วมสมัยอาจไม่ใช่สำหรับทุกคน แต่สำหรับทุกคนที่พร้อมจะเปิดใจ’ มิวาโกะกล่าว ดิบยังมีโปรแกรมเพื่อชุมชนและครอบครัว รวมถึงพื้นที่ในพร้อมพงษ์ที่ออกแบบโดย ‘Supermachine’
ดิบยังเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์เพียงสามแห่งในโลกที่มีแอป AI ขั้นสูง ‘ARTLAS’ ให้ใช้ฟรี หลายภาษา ปรับเส้นทางชมตามเวลา อายุ ความสนใจ ความรู้ และการเคลื่อนไหวได้
Photograph: Philip Cornwel-Smith
อุปสรรคสำคัญคือราคาบัตร คนไทย 550 บาท ชาวต่างชาติ 700 บาท ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับพิพิธภัณฑ์ในประเทศร่ำรวย หลายคนเรียกร้องบัตรครอบครัวหรือรายปี แต่ถึงอย่างนั้น คุณภาพระดับนี้ก็ยังทำให้ดิบเป็น ‘สถานที่ที่ต้องไปให้ได้’
ประเทศไทยขายวัฒนธรรมดั้งเดิมมานาน แต่ละเลยนักท่องเที่ยวสายศิลปะ วันนี้ กรุงเทพฯ มีจุดหมายปลายทางตลอดปี และคนเมืองไม่ต้องบินไปต่างประเทศเพื่อดูศิลปะร่วมสมัยอีกต่อไป
มาเถอะ ลองดำดิ่งสู่ ‘ดิบ’ ดูสักครั้ง

Things to do
ชวนดูหนังรักคลาสสิกบนดาดฟ้า River City Bangkok ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้
คงยังไม่เร็วเกินไปที่จะพูดถึงวันวาเลนไทน์ เพราะเดือนแห่งความรักกำลังจะมาถึงแล้ว และ Skyline Film Bangkok ก็จัดโปรแกรมหนังรักคลาสสิกมาให้เข้าบรรยากาศของกุมภาพันธ์นี้ ถ้าคุณกำลังมองหากิจกรรมพิเศษไว้ใช้เวลากับคนรู้ใจในช่วงวาเลนไทน์ การได้นั่งดูหนังบนดาดฟ้าพร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน น่าจะฟังดูโรแมนติกไม่น้อยเลย ลองมาเช็กตารางฉายกันว่าจะมีหนังเรื่องไหนถูกใจบ้าง
Photograph: Skyline Film
12 กุมภาพันธ์17.30 น. – Chungking Express20.30 น. – Romeo and Juliet (1996)
13 กุมภาพันธ์17.30 น. – 10 Things I Hate About You20.30 น. – Mr. and Mrs. Smith
14 กุมภาพันธ์17.30 น. – No Strings Attached20.30 น. – Pride & Prejudice
15 กุมภาพันธ์17.30 น. – 50 First Dates20.15 น. – Brokeback Mountain
ถ้าใครยังไม่เคยไปสัมผัสประสบการณ์ดูหนังบนดาดฟ้าของ Skyline Film ต้องเกริ่นก่อนว่า ที่นี่คือโรงภาพยนตร์กลางแจ้งจากไต้หวัน หรือที่คนเรียกกันติดปากว่า ‘หนังกลางแปลง’ จุดเด่นของที่นี่คือการเลือกฉายหนังในสถานที่ที่มีบรรยากาศดีและวิวสวยงามน่าประทับใจ หนังที่นำมาฉายหลายๆ เรื่องก็เป็นหนังที่หลายคนหยิบมาดูซ้ำกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ
Photograph: Skyline Film
หากคุณซื้อบัตรมาชมภาพยนตร์ ขึ้นมาบนชั้นดาดฟ้าก็จะพบกับนั่งเก้าอี้ชายหาดที่ปรับเอนได้ตามใจชอบ จะนั่งตรงหรือเอนนอนก็ดูหนังได้แบบสบายๆ นอกจากนี้ทุกคนจะได้รับหูฟังไร้สายส่วนตัวเพื่อช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้าง และไม่รบกวนคนอื่น เป็นระบบที่ทำให้การดูหนังมีประสิทธิภาพ ที่ทำให้ทุกคนสามารถดื่มด่ำ ไปกับภาพยนต์ได้มากขึ้น นอกจากนี้บัตรเข้าชมทุกเรื่องทุกรอบยังรวมเครื่องดื่มฟรี ส่วนใครที่อยากหาอะไรเคี้ยวเพลินๆ ระหว่าดู ก็มีป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มอื่นๆ จำหน่ายเหมือนโรงภาพยนตร์ทั่วไปด้วย
บัตร Skyline Film ราคา 500 บาท สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ Ticketmelon

Things to do
Death Fest 2026: re-member แก่–เจ็บ–ตาย’ งานแฟร์ที่ชวนคนไทยคุยเรื่องความตายอย่างไม่ต้องกลัว
ในวันที่คนรุ่นใหม่เริ่มพูดถึงความตายได้อย่างเปิดใจมากขึ้น คำว่า แก่-เจ็บ-และตาย ไม่ได้เป็นเรื่องต้องห้ามอีกต่อไป หลายคนเริ่มมองว่าวาระสุดท้ายของชีวิตก็สามารถออกแบบได้ ไม่ต่างจากชีวิตในทุกวัน ไม่แน่ใจว่ากระแสนี้จะเริ่มต้นจากภาพยนตร์อย่าง ‘ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ’ หรือไม่ แต่ฉากที่ตัวละครพูดถึงการออกแบบงานศพของตัวเองอย่างไม่เศร้าสร้อย ก็กลายเป็นจุดตั้งต้นให้สังคมเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า ความตายจำเป็นต้องหม่นหมองเสมอไปจริงหรือ
จากจุดนั้นเอง ความสนใจเรื่องการออกแบบงานศพ และการเตรียมตัวตายอย่างมีคุณภาพก็เริ่มชัดเจนขึ้น หลายคนมองว่าในเมื่อความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพบ การได้วางแผน เลือกเพลง เลือกบรรยากาศ หรือแม้แต่รูปแบบของพิธีไว้ล่วงหน้า ก็ถือเป็นเรื่องปกติ และอาจช่วยให้วันสุดท้ายของชีวิตเป็นเพียงวันธรรมดาอีกวันหนึ่งที่เต็มไปด้วยความหมายก็ได้
Photograph: splendoursolis
Death Fest 2026 อาจฟังดูเป็นชื่องานที่ชวนขนลุก แต่แท้จริงแล้วนี่คือพื้นที่ที่ทำให้ความตายกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดของชีวิต งานนี้เชื่อว่า ก่อนจะถึงวันนั้น ทุกคนมีสิทธิ์เรียนรู้ เตรียมตัว และออกแบบวาระสุดท้ายของตัวเองได้ โดยไม่ต้องรอให้ความสูญเสียมาเคาะประตูเสียก่อน
Photograph: ThailandExhibition
งานแฟร์ครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้คนทุกวัยได้มาเปิดหู เปิดตา และเปิดใจ ผ่านสินค้า บริการ ความรู้ และบทสนทนาที่ช่วยให้เราเข้าใจทั้งชีวิตและการจากลาอย่างมีสติ ภายในงานคุณจะได้พบกับเวทีเสวนาที่ชวนคุยเรื่องตายให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว นิทรรศการและกิจกรรมอย่าง Before I Die ที่ชวนเคลียร์เรื่องค้างคาใจ, Human Life-brary Cafe ที่เปิดโอกาสให้พูดคุยกับผู้คนจากหลากหลายบทบาทชีวิต รวมถึงวงสนทนาสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วย คนโสด LGBTQIA+ ผู้สูงวัย ไปจนถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยง
Photograph: splendoursolis
นอกจากนี้ยังมีเวิร์กช็อปที่ออกแบบให้ลงมือทำได้จริง ตั้งแต่ Death Cleaning การเตรียมใจและการสื่อสารในวาระสุดท้าย การออกแบบงานศพบนถาดทราย ไปจนถึงการฝึกพูดคุยเรื่องความตายกับคนรัก ในพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกคนสามารถลองคิด ลองพูด และลองตัดสินใจ ก่อนต้องเจอสถานการณ์จริง พร้อมด้วยโซน Life Journey ที่รวบรวมองค์ความรู้และบริการตั้งแต่ช่วงแก่ เจ็บ ระยะท้าย ไปจนถึงการ ‘ตายดี’ เพื่อให้เห็นภาพชีวิตครบทั้งเส้นทาง ไม่ใช่แค่ปลายทางเท่านั้น
Photograph: splendoursolis
Death Fest 2026 จัดโดย Peaceful Death, The Cloud และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร ร่วมกับเครือข่ายภาคสาธารณสุขและวัฒนธรรมหลากหลายองค์กร จัดขึ้นที่ IMPACT Exhibition Center Hall 6 ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2569 เวลา 09.00–19.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Restaurants
ปีนี้ หนีเข้ากระท่อมกลางกรุง มาดื่มด่ำย่ำราตรีกลางทองหล่อที่ Black Cabin
เมื่อพูดถึงย่านที่ไม่เคยหลับไหล ทั้งฝูงชนและรถราอย่างทองหล่อ ก็คงนึกถึงความหรูหรามีระดับทุกระเบียดนิ้ว แต่เมื่อเดินเข้ามาถึงบ้านหลังหนึ่ง ณ ทองหล่อ ซอย 16 ที่ดูลึกลับแต่น่าค้นหา (โปรดให้เข้าใจว่ามาถูกทางแล้ว) และเมื่อเปิดประตูมาอีกก็จะเห็นไฟแดงเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของกระท่อมแห่งนี้ เข้ามาสู่บาร์ลับบรรยากาศราวกับหลุดมาอยู่กระท่อมกลางป่าใจกลางกรุงเทพฯ ปกคลุมไปด้วยแสงไฟแดงฉาดสาดไปทั่วกระท่อม เพื่อรับกับเสียงเพลงที่รอปลอบประโลมและปลุกไฟคุณไปพร้อมกัน การันตีด้วย Thailand's 20 Best Bars 2025 บาร์ยอดเยี่ยมในไทย
Black Cabin เป็นบาร์สไตล์กระท่อมกลางป่าที่วางรากฐานจากย่านพระราม 4 ที่เปิดตัวในปี 2559 สู่การขยับขยายไปยังกระท่อมหลังใหม่ย่านทองหล่ออย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา
พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่าบาร์แต่เป็นชุมชนที่สร้างขึ้นจากดนตรี ผู้คน บรรยากาศ และการเชื่อมต่ออย่างแท้จริง เพราะตั้งแต่แรกเริ่มวิสัยทัศน์ของบาร์คือการนำพาผู้คนมาเจอกันโดยมีจุดศุนย์กลางเป็นเสียงดนตรี บทสนทนาที่ลื่นไหลไปตามธรรมชาติ และเครื่องดื่มทุกแก้วจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์
ตัวร้านมีที่นั่งหลากหลายอารมณ์ ทั้งวันที่อยากอยู่กับตัวเองก็จะมีมุมไว้นั่งคนเดียว หรือในวันที่อยากปะทะทั้งผู้คนและเสียงดนตรี ก็มีทั้งโต๊ะใหญ่และโต๊ะหน้าเวที ที่ได้ไกล้ชิดทั้งเสียงดนตรี และสบตากับผู้คนมากมาย หรือถ้าหากดื่มด่ำกับลวดลายการชงค็อกเทลจากเหล่าบาร์เทนเดอร์ก็ยังมีโต๊ะหน้าบาร์ให้เช่นกัน เรียกได้ว่าไม่ว่าจะอยากมาเสพอะไร ที่นี่มีให้ทั้งหมดเลย
Photograph: Black Cabin
ไฮไลต์ของกระท่อมแห่งนี้คือมีดนตรีสดทุกแนวเพลง ไม่ว่าจะ Underground หรือ Mainstream ก็สรรหามาให้ทุกเดือน และไม่ได้เป็นแค่บาร์เพื่อให้ผู้คนได้เข้ามารับฟังดนตรี แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ศิลปินได้เข้ามาปล่อยของได้แบบจัดเต็ม ไม่ต้องทำตามคำขอของลูกค้า กระท่อมแห่งนี้จึงเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของบาร์ที่ลูกค้าจะได้ประสบการณ์ดีๆ ทุกครั้งมาจนถึงทุกวันนี้ ตลอดทั้งเดือนยาวไปจนถึงทั้งปี ร้านจัดอีเวนต์ดนตรีทั้ง Tribute และวงดนตรีมืออาชีพ ไลน์อัปแบบอัดแน่น ใครอยากได้ไวบ์ไหน เช็กไลน์อัป แล้วขับรถมาทองหล่อ 16 ได้เลย
Black Cabin ไม่ได้มีดีแค่ดนตรี แต่ด้านเมนูเครื่องดื่มก็สร้างสรรค์กันแบบจริงจัง แต่ละเมนูถูกรังสรรค์มาในแบบลูกครึ่งสัญชาติไทย - นอก อย่างเฉพาะตัว เช่น My Home (มังกี้ โชลเดอร์, น้ำเชื่อมใบกระวาน, น้ำเชื่อมมะขาม, น้ำเลมอน, โซดา) เสิร์ฟเป็นสไตล์ไฮบอล ที่ได้รสเปรี้ยวหวานแบบไทยๆ จากมะขามและเลมอน และกลิ่นใบกระวาน จะให้ความหอมแบบสมุนไพรอ่อนๆ ไม่ฉุน ได้รสที่มีมิติ และด้วยพระเอกอย่าง มังกี้ โชลเดอร์ ที่มีกลิ่นวนิลา มอลต์ และน้ำผึ้ง ทำให้เครื่องดื่มออกรสนัวๆ
Photograph: Black Cabin
หรืออีกเมนูแนะนำอย่าง Cacaonut (รัมพระยา 8 ปี อินฟิวส์มะพร้าว,คัมพารี , คาเคานิบส์, ครีมเชอรี่, น้ำส้ม, น้ำมะนาว) โดยสัมผัสแรกที่ได้จะหวานหอมจากมะพร้าว ลิ้มช็อกโกแลตบางๆ และขมสไตล์อิตาเลียนจากคัมพารี ตัดกับความหวานได้ดี ทำให้ไม่เลี่ยน ละมุนด้วยความลึกของรัมอายุ 8 ปี ให้กลิ่นวานิลา ไม้โอ๊ค และคาราเมลบางๆ เคล้ากับดนตรีสดได้อย่าลงตัว
Photograph: Black Cabin
หรือใครแค่อยากมาดื่มเบียร์ชิลๆ ปล่อยความคิดและใจได้พักผ่อนกระท่อมแห่งนี้ก็เสกสรรค์ให้คุณได้เช่นกัน
ทังนี้ อาหารของที่นี่ก็เซอร์ไพรส์ไม่แพ้กัน อย่างเช่น เมนูขึ้นชื่ออย่างยำไข่มดแดง (สมกับเป็นกระท่อมกลางป่ากลางกรุงอย่างแท้จริง) เชื่อได้ว่าคงหาไม่ได้ง่ายจากบาร์ใจกลางกรุงแน่นอน หรือจะเป็นยำไก่แซ่บ เสิร์ฟพร้อมข้าวร้อนๆ หนึ่งในอาหารติดปากคนไทยสุดคลาสสิก
นอกเหนือจากการเป็นจุดนัดพบแล้ว บาร์ยังมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนชุมชนคนดนตรี ผ่านความคิด Cabin’s visitor ที่เปิดฟลอร์สำหรับนักดนตรีมีความสามารถมาแสดงฝีไม้ลายมือ เพราะที่นี่ยินดีต้อนรับทั้งศิลปินใหญ่และรุ่นใหม่ๆ ต่อไป เพราะสำหรับ Black Cabin ดนตรีไม่ได้เป็นเพียงการเล่น แต่คือการแบ่งปัน เฉลิมฉลองให้สิ่งนั้นคงอยู่
Photograph: Black Cabin
ที่ Black Cabin เปิดทุกวันจันทร์–อาทิตย์ เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป (สำรองที่นั่งทาง Line: @BLACKCABINBAR)
เคล็ดลับจาก Time Out
บาร์แห่งนี้จะมีดนตรีสดหลากหลายสไตล์ในแต่ละเดือน สามารถเช็คตารางอีเวนต์หรือรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ Facebook: Black Cabin

Things to do
มัดรวม 3 อีเวนต์ดูหนังกลางแปลงฟรีทั่วกรุง ช่วงต้นปี 2569
หนาวนี้ (ที่เริ่มจะไม่หนาวเท่าไหร่) ในกรุงเทพฯ จะมีกิจกรรมอะไรจะฟินไปกว่าการได้นั่งล้อมวงดูหนังบนจอยักษ์ มนต์เสน่ห์ของ ‘หนังกลางแปลง’ กำลังกลับมาสร้างสีสันให้ชาวเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ได้มาแค่จุดเดียว แต่ขนกันมาถึง 3 งานใหญ่ที่พร้อมจะเปลี่ยนสวนสาธารณะ มหาวิทยาลัย และย่านเก่า ให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์สุดคลาสสิก รีบเตรียมตัวให้ไว เพราะวันนี้ Time Out คัดตารางมาให้แล้วว่าไปที่ไหน จะได้เจออะไรบ้าง
Photograph: อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เริ่มต้นกันที่ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ กับงาน ‘จุฬากลางแปลง 2026’ ที่จะชวนทุกคนมาสำรวจความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ผ่านเลนส์ของคนหลายเจเนอเรชัน งานนี้เริ่มกันตั้งแต่บ่าย 4 โมงเย็น (16.00 น.) เป็นต้นไป โดยมีกิจกรรมอุ่นเครื่องเพียบ! ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการจาก 9 ชมรม, กิจกรรมล่าตราปั๊ม, ระบายสีบ้าน หรือจะไปเวิร์กช็อปทำกาชาปองดอกไม้สื่อใจ และระบายสีพัดรับลมชิลๆ ใครสายมูต้องไปที่ ‘ซุ้มดูดวง’ ส่วนสายดนตรีเตรียมฟังเพลงเพราะๆ จากวง Coffee Club, Regen Z และ Little Picnic
ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือเวทีทอล์กในหัวข้อ ‘จากสยามสู่สามย่าน’ เวลา 17.00 น. ที่จะมาถอดบทเรียนการพัฒนาพื้นที่รอบรั้วจุฬาฯ ต่อด้วยสารคดี ‘จากสยาม...ถึงสามย่าน’ ในเวลา 17.45 น. ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยในเวลา 18.00 น. กับการฉายภาพยนตร์เรื่อง ‘มหาลัยเหมืองแร่’ และ ‘Serendipity’ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสวนใจกลางเมือง
ที่ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ (ไม่มีค่าเข้างาน) วันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
กรุงเทพกลางแปลง ปีที่ 4
Photograph: สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย
กลับมาอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 4 สำหรับ ‘กรุงเทพกลางแปลง’ เทศกาลที่เนรมิตพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นโรงหนังมีชีวิต หลังจากที่เปิดตัวสัปดาห์แรก (17-18 ม.ค.) ที่หน้าหอศิลป์ฯ (BACC) ด้วยหนังฮิตอย่าง หลานม่า และ อนงค์ พร้อมคอนเสิร์ตจาก อพาร์ตเมนต์คุณป้า และ ไททศมิตร จนคนล้นลานไปแล้ว สัปดาห์ต่อไปบอกเลยว่าทีเด็ด
ในวันที่ 24 - 25 มกราคม เตรียมย้ายโลเคชั่นไปที่ ศาลาเฉลิมธานี ย่านนางเลิ้ง เพื่อพบกับความขลังของหนังไทยเก่าอย่าง ‘มือปืนสาละวิน’ และ ‘แม่นาค’ ที่พิเศษสุดๆ คือเป็นการฉายแบบพากย์สด ซึ่งหาดูได้ยากมากในสมัยนี้! แถมยังมีการแสดงละครชาตรีนางเลิ้ง โดยครูจ๋า (กัญญา ทิพโยสถ) ศิลปินละครชาตรีดั้งเดิมคนสุดท้ายของตระกูล ปิดท้ายความมันส์ด้วยคอนเสิร์ตจาก Once Dogs และ Whal & Dolph
ส่วนใครที่ยังไม่จุใจ ปิดท้ายโปรแกรมกันที่ พื้นที่ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยอัศวิน (อัศวินภาพยนต์) ในวันที่ 31 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ กับหนังอมตะเรื่อง ‘เรือนแพ (2504)’ และ ‘พระแท้ คนเก๊’ กิจกรรมเริ่ม 17.00 น. หนังเริ่มฉาย 19.00 น. และมีคอนเสิร์ตต่อท้ายทุกคืน ติดตามตารางแบบละเอียดได้ที่เพจ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย
สหมงคลฟิล์มกลางแปลง ครั้งที่ 4
Photograph: sahamongkolfilm
ถ้าใครชอบบรรยากาศของงานแฟร์ที่เต็มไปด้วยของกินละลานตา ต้องพุ่งตัวไปที่งาน เกษตรแฟร์ 69 เพราะปีนี้ ‘สหมงคลฟิล์มกลางแปลง ครั้งที่ 4’ จัดหนัก 9 คืน 9 เรื่องรวด ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โซน K (ลานหน้าอาคารเรียนรวม) งานนี้คัดหนังระดับบล็อกบัสเตอร์มาให้ดูฟรีทุกคืนตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป
ตารางฉายภาพยนตร์
30 ม.ค. : เทอม 3 (พบกับ แพรวา ณิชาภัทร)
31 ม.ค. : La La Land นครดารา
1 ก.พ. : 7 ประจัญบาน
2 ก.พ. : Escape หนีให้พ้นนรก
3 ก.พ. : บุปผาราตรี 3.1
4 ก.พ. : Rampant นครนรกซอมบี้คลั่ง
5 ก.พ. : Midway มิดเวย์ อเมริกาถล่มญี่ปุ่น
6 ก.พ. : The Strangers Chapter 1
7 ก.พ. : 14 อีกครั้ง (Love You Two Thousand)
ลานเปิดให้จับจองที่นั่งตั้งแต่ 16.00 น. ใครอยากได้ทำเลทองหน้าจอ ต้องรีบไปเช็คอินกันหน่อย
ไม่ว่าคุณจะเป็นคอหนังสายคลาสสิก สายอินดี้ หรือแค่อยากหาที่นั่งชิลกับเพื่อนและคนรู้ใจ เทศกาลหนังกลางแปลงทั้ง 3 งานนี้คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดของต้นปี 2569 รีบเช็คปฏิทิน เลือกวันและย่านที่ใช่ แล้วออกไปสร้างความทรงจำใหม่ๆ ผ่านหน้าจอพร้อมกัน
การโฆษณา
เผื่อคุณจะพลาดสิ่งนี้ไป...

Restaurants
ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่ซ่อนตัวในโกดังลับย่านตลาดน้อย กับการปรุงที่นิยามใหม่จากวัตถุดิบไทยแท้
ใครจะไปเชื่อว่าท่ามกลางความขลังของย่านเมืองเก่าอย่าง ‘ตลาดน้อย’ บนชั้น 4 ของโกดัง The Warehouse Talad Noi จะมีโลกอีกใบซ่อนตัวอยู่ Electric Sheep...

Travel
ได้รับการสนับสนุน
โรงแรมปราสาทเทพนิยายแห่งเขาใหญ่ที่น่าจับตามอง กลับมาพร้อมกับบรรยากาศใหม่ๆ
ทุกคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากับปราสาทสไตล์ยุโรปสุดอลังการแห่ง ปราสาทที่เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย พร้อมสนามกอล์ฟและเนินเขาสวยงามที่กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเขาใหญ่...

Travel
เฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งความสุข ให้ทุกโมเมนต์ของปลายปีเปล่งประกายไปกับ COMO Metropolitan Singapore
ธันวาคม เดือนที่อากาศเริ่มเย็นลงพอให้ใจได้พักจากฝุ่นเมืองและจังหวะชีวิตที่เร่งรีบตลอดปี แสงไฟตามถนนเริ่มส่องประกาย ผู้คนค่อยๆ ผ่อนคลายจังหวะของตัวเองลง...

Art
ได้รับการสนับสนุน
ชวนทำ Vlog กับ 5 โลเคชั่นน่าไปในกรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ที่แม้จะดูขัดแย้งกันแต่ก็ลงตัว อย่างโกดังสินค้าเก่าที่ถูกรีโนเวตเป็นแกลเลอรี ห้างริมแม่น้ำระยิบระยับด้วยกระจกใส...

Travel
ได้รับการสนับสนุน
COMO Metropolitan Singapore โรงแรมใจกลางสิงคโปร์ที่อยากให้ผู้เข้าพักมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ใกล้ช่วงไฮซีซั่นเข้าไปทุกที สายเที่ยวคงปักหมุดที่พักตามไลฟ์สไตล์กันให้วุ่น ซึ่งถ้าใครกำลังมองหาช่วงเวลาของการพักผ่อนเพื่อบาลานซ์ความสมดุลทั้งกายใจ โรงแรม COMO...
รีวิวร้านอาหารและคาเฟ่ในกรุงเทพฯ

Restaurants
Gordon Ramsay Bread Street Kitchen & Bar ICONSIAM
หลายปีหลังจากกระแสความนิยมของรายการทำอาหารที่พุ่งสูงขึ้น เชฟหลายคนได้กลายเป็นขวัญใจของคนรักอาหารทั่วโลก และหนึ่งในนั้นคือ เชฟกอร์ดอน แรมซีย์...

Things to do
6 ร้านน่าลองย่านอารีย์ ปี 2569 ย่านที่มีแต่อะไรดีๆ เกิดขึ้นทุกวัน
ขอยกให้อารีย์เป็นหนึ่งในย่านที่จำนวนร้านเปิดใหม่แปรผันตรงกับจำนวนปี เพราะมีร้านใหม่มาให้เช็กอินแทบทุกซีซั่น ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ ร้านเสื้อผ้า โรงแรม...

Restaurants
Tapori
เมื่อพูดถึงอาหารอินเดีย ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นสตรีตฟู้ดที่พ่วงมากับรถเข็น หรือตลาดที่มีผู้คนชุกชุม...

Restaurants
โสมะ
ตั้งแต่ร้านอาหารไทยได้รับรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะมิชลินไกด์ Thailand’s Favourite Restaurant หรือ The Worlds 50 Best Restaurants...

Restaurants
Olivetto
สาวกพาสต้าทั้งหลายคงคุ้นชินกับเบคอนในคาโบนารา หรือแซลมอนย่างในซอสเพสโต้ ราวกับเป็นสูตรสำเร็จของเมนูเส้นยอดนิยมจากอิตาลี...
บทสัมภาษณ์ล่าสุด

LGBTQ+
GAWDLAND กับการโกอินเตอร์บนเวที RuPaul's Drag Race พร้อมความกล้าฉบับ Thai Gen Z
แดร็กควีนไทยเปิดใจถึงการเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในห้องเวิร์ครูม เมื่อต้องสู้กับคนทั้งโลก และค่ำคืนในสีลม
GAWDLAND กับการลงแข่ง RuPaul's Drag Race ด้วยความกล้าแบบ...

Restaurants
ร้านอาหารไทยดาวมิชลินหนึ่งเดียวในลอนดอนที่ ‘ไม่เสิร์ฟข้าว’ และนี่คือเรื่องราวของเขา
จอห์น จันทระศักดิ์ เชฟลูกครึ่งไทย-อังกฤษ นั่งอยู่ที่ด้านหลังของหอประชุมในเมืองกลาสโกว์ ในงานประกาศรางวัลมิชลินไกด์ปี 2025 ‘ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด...

Travel
โจ คัมมิงส์ ชายผู้ปักหมุดประเทศไทยบนแผนที่การท่องเที่ยวระดับโลก
ก่อนจะมียุคออนไลน์ในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยติ๊กต็อก เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และแฮชแท็กสารพัด...
รีวิวบาร์ในกรุงเทพฯ
Nightlife
Bar.Yard โฉมใหม่ การกลับมาของรูฟท็อปสายปาร์ตี้ ที่ให้มากกว่าแค่การกินดื่ม
ใครกำลังมองหาที่แฮงเอาต์ใหม่ที่ให้มากกว่าแค่การกินดื่ม Bar.Yard บนดาดฟ้า Kimpton Maa-Lai Bangkok...
Bars
Lost in Thaislation
ข้าวมันไก่ ผัดไทย หมูสับเกี้ยมบ๊วย ข้าวเหนียวมะม่วง ทั้งหมดนี้คือชื่อเมนูค็อกเทลของร้าน Lost in Thaislation บาร์ใหม่ย่านทองหล่อโดย ‘ฝาเบียร์ - สุชาดา...
Bars
#FindTheLockerRoom
แม้จะเป็นที่รู้จักจากรางวัลการันตีคุณภาพมากมายทั้งที่มอบให้ร้านและบาร์เทนเดอร์แต่ก็ยังยืนหนึ่งเรื่องการเป็น ‘บาร์ลับ’ อยู่ดี สำหรับ...
แนะนำโรงแรมทั่วกรุงเทพฯ

Travel
Kimpton Kitalay Samui
ใครอยากหนีไปพักผ่อนเงียบๆ แต่ก็อยากเจอบรรยากาศมีชีวิตชีวาให้รู้สึกได้มาพักผ่อน เราว่าอาจจะชอบรีสอร์ทแห่งใหม่ Kimpton Kitalay Samui (คิมป์ตัน คีตาเล สมุย)...

Hotels
Capella Bangkok
โรงแรมคาเพลลา (Capella) แห่งแรกในประเทศไทยตั้งอยู่บนที่ดินผืนงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนเจริญกรุง ให้บริการห้องพัก ห้องสวีท และวิลลา 101 ห้อง...

Hotels
W Bangkok
ถ้าจะบอกว่า W Bangkok คือหนึ่งในโรงแรมหรูที่เท่ที่สุด คูลที่สุด ฮิปที่สุดในกรุงเทพฯ ก็คงไม่ผิด ตั้งแต่สถานที่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ แยกสาทร...

Hotels
Sindhorn Kempinski Hotel
สินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มของสินธรวิลเลจ ใกล้กับโรงแรม Kimpton Maa-Lai Bangkok และห้าง Velaa เป็นโรงแรมเคมปินสกี้แห่งที่ 2...

Hotels
Kimpton Maa-Lai Bangkok
โรงแรมแห่งแรกจากแบรนด์ Kimpton ที่เข้ามาเจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ทันสมัยและการผสมผสานกันอย่างลงตัวของทุกองค์ประกอบ...
Quick Meal: ดูคลิปเมนูทำง่ายจากร้านดังทั่วกรุงเทพฯ

Restaurants
พล่ากุ้งอบวุ้นเส้น
Time Out: Quick Meal คลิปนี้ ชวนเชฟเรณู หอมสมบัติ จากร้าน Saffron โรงแรม Banyan Tree กรุงเทพฯ หนึ่งในร้านอาหารที่ร่วมฉลองครบรอบ 25 ปีเบียร์ช้าง ในงาน Time Out...














