Yo-Chi
Photograph: Yo-Chi | Table talk in Bangkok
Photograph: Yo-Chi

Table Talk in Bangkok (1-15 พฤศจิกายน)

สรุปความเคลื่อนไหวในแวดวงอาหารที่คุณไม่ควรพลาดประจำสัปดาห์นี้

Lalitphat Bumrungkarn
การโฆษณา

เดือนพฤศจิกายนเริ่มต้นอย่างมีสีสัน ตั้งแต่ค็อกเทลชาไทยและเครื่องดื่มสุดขบถที่ได้แรงบันดาลใจจากทุเรียน ณ F*nkytown by Sarnies ในสุขุมวิท 37 ไปจนถึงโฟรเซนโยเกิร์ตแบบบริการตัวเองที่ Yo-Chi สาขา centralwOrld และค่ำคืนจับคู่มี้ดสไตล์ไทยกับพิซซ่าเตาฟืนที่ Tipsy Tickles × Maru Maru Pizza ย่านพระโขนง

ขยับขึ้นมาสู่ประสบการณ์ดินเนอร์ระดับไฟน์ไดนิ่งกับ ‘The Willow & The Moon’ ที่ Mezzaluna by lebua ซึ่งได้เชฟ Olivier Chaignon และ Ryuki Kawasaki มาร่วมรังสรรค์เมนูพิเศษ ขณะที่ Steam Room ก็ชวนเปลี่ยนบรรยากาศมาลิ้มลองติ่มซำกลิ่นอายไทยเคียงคู่ค็อกเทลยามค่ำคืน ณ Sing Sing Theater ในซอยสุขุมวิท 45

และนี่คือเมนูบนโต๊ะอาหารของเราสัปดาห์นี้

  • พร้อมพงษ์

ความทรงจำวัยเด็กของคนไทยถูกนำมาตีความใหม่ผ่านค็อกเทลแก้วสร้างสรรค์ในเมนูใหม่ของ F*nkytown by Sarnies ซึ่งเปิดตัวในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ โดยแบ่งระดับความ ‘ฟังก์’ (funk) ตั้งแต่ระดับ 1 สำหรับสายจิบสบายๆ ไปจนถึงระดับ 5 สำหรับนักดื่มที่พร้อมเปิดรับรสชาติแปลกใหม่

ไฮไลต์อยู่ที่ cha Thai for Days ที่หยิบชาไทยต้มเองมาตีความเป็นค็อกเทล 5 สไตล์ ส่วน beauty in a pot นำแรงบันดาลใจจากหม้อไฟหม่าล่ามาผสานกับน้ำชาลำไย นมถั่วเหลืองเคลียร์ และรัมได้อย่างน่าสนใจ แต่ถ้าอยากลองอะไรที่ท้าทายขึ้นอีกขั้น ต้องยกให้ forbidden funk ที่จับคู่ทุเรียน นมข้าว โฟมทุเรียน น้ำเชื่อมข้าวหอมมะลิ และเหล้าขาวพื้นบ้านเข้าไว้ด้วยกัน

ฝั่งอาหารก็จัดจ้านไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น century ceviche ที่ใช้ปลาฮามาจิ ไข่เยี่ยวม้า และมะม่วงดิบ เบอร์เกอร์ไก่ฮอตฮันนี่กับไก่ทอดในน้ำมันวัว (tallow) เสิร์ฟพร้อมไอโอลีโหระพา หรือคาเนเล่ไขกระดูกที่มาพร้อมแยมอูเมะชูและซอสครีมหัวหอม เรียกว่าเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดที่คุ้นเคยถูกพลิกโฉมไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

เมนูใหม่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 17.00-24.00 น. ที่ F*nkytown by Sarnies, 39 สุขุมวิท 37 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา โทร. 063 845 1844

  • Shopping
  • ราชประสงค์

Yo-Chi แบรนด์โฟรเซนโยเกิร์ตชื่อดังจากออสเตรเลีย เดินทางมาถึง centralwOrld แล้ว พร้อมเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเด่นอยู่ที่รูปแบบบริการตัวเอง ให้คุณเลือกตักโฟรเซนโยเกิร์ตและอาซาอิได้ตามใจชอบจากทั้งหมด 10 รสชาติ ก่อนเติมท็อปปิ้งได้แบบจัดเต็ม

รสชาติที่มีให้เลือกครอบคลุมตั้งแต่ซิกเนเจอร์ทาร์ต ซอลต์บัตเตอร์สก็อตช์ มะม่วง มัทฉะ ช็อกโกแลต และมะพร้าว ไปจนถึงอาซาอิสำหรับสายฟรุตตี้ ส่วนบาร์ท็อปปิ้งก็มีทั้งสตรอว์เบอร์รีสด คุกกี้โดว์สูตรซิกเนเจอร์ โมจิไต้หวันไซซ์มินิ และน้ำพุช็อกโกแลตนูเทลล่าอุ่นๆ รวมถึงตัวเลือกกลิ่นอายไทยอย่างเจลลี่ชาไทย มะม่วง มะพร้าวอบกรอบ และเยลลี่ปิโป้

นอกจากความสนุกของการออกแบบโยเกิร์ตถ้วยโปรดแล้ว ยังมีโซนที่นั่งเอาต์ดอร์ บูธดีเจ และดิสโก้บอลรูปมะม่วงที่สั่งทำพิเศษสำหรับสาขาในประเทศไทยโดยเฉพาะ ใครแวะมาช้อปปิ้งที่ Groove ก็แวะมานั่งเติมความสดชื่นกันได้ แต่อย่าลืมว่าราคาคิดตามน้ำหนักของถ้วยที่คุณตักนะ!

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-24.00 น. ราคา 73 บาทต่อ 100 กรัม ที่ Yo-Chi ชั้น 2 โซน Groove, centralwOrld ถนนราชดำริ

การโฆษณา
  • Things to do
  • วัฒนา

ค่ำคืนของคนรักพิซซ่ากำลังจะมีสีสันขึ้นอีกนิด เมื่อ Tipsy Tickles × Maru Maru Pizza จับมือจัดอีเวนต์พิเศษ เปิดประสบการณ์จับคู่พิซซ่าเตาฟืนกับมี้ด (mead) เครื่องดื่มหมักจากน้ำผึ้งสไตล์ไทย โดยครั้งนี้เตรียมเปิดตัวสองรสชาติใหม่อย่าง Ruby Rockette และ The Great Pretender ที่หยิบวัตถุดิบจากน้ำผึ้งและผลไม้ไทยมาเป็นหัวใจสำคัญ

ภายในงานมีเครื่องดื่มให้เลือกทั้งแบบแก้วและแบบขวด พร้อมเปิดให้ทดลองชิมฟรีถึง 4 ฉลาก ส่วนใครที่ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจับคู่จากตรงไหน ทาง Tipsy Tickles ก็เตรียมไกด์แนะนำการแพร์ริงกับพิซซ่าไว้ให้แล้ว หรือจะเลือกสั่งแบบอะลาคาร์ทแล้วมิกซ์แอนด์แมตช์รสชาติด้วยตัวเองก็ได้เช่นกัน

วันที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 19.00-23.00 น. อาหารแบบอะลาคาร์ท พร้อมฟรีเทสติ้ง 4 ฉลาก สำรองที่นั่งผ่าน Instagram DM: @tipsy.tickles (แนะนำให้ยืนยันรายละเอียดอีเวนต์และกิจกรรมทดลองชิมก่อนจอง) ที่ Maru Maru Pizza, 14 สุขุมวิท 67 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา

  • Things to do
  • เจริญกรุง

ชื่อของดินเนอร์คอลลาบอเรชันครั้งนี้มีความหมายซ่อนอยู่ไม่น้อย โดย L’Osier หมายถึง ‘ต้นหลิว’ ในภาษาฝรั่งเศส ส่วน Mezzaluna หมายถึง ‘พระจันทร์ครึ่งดวง’ ในภาษาอิตาเลียน ‘The Willow & The Moon’ จึงเป็นการพบกันของสองร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ที่ต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

ค่ำคืนนี้ได้เชฟ Olivier Chaignon จาก L’Osier ร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินในโตเกียว มาร่วมงานกับเชฟ Ryuki Kawasaki จาก Mezzaluna ร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินในกรุงเทพฯ ผ่านเมนูพิเศษ 7 คอร์สที่ผสานเทคนิคการปรุงอาหารฝรั่งเศสเข้ากับวัตถุดิบชั้นเลิศจากญี่ปุ่น

จานเด่นมีตั้งแต่หอยเชลล์กับคาเวียร์ Ossetra และฟิงเกอร์ไลม์ หอยเป๋าฮื้อดำธรรมชาติในน้ำซุปเม่นทะเลและสาหร่ายอาโอโนริ ล็อบสเตอร์สีน้ำเงินกับเกาลัดและทรัฟเฟิลขาว ไปจนถึงเนื้อวากิว Niigata Murakami ที่จับคู่กับปลาไหลรมควัน โกโบ และพริกไทยซันโช

เชฟ Chaignon นำประสบการณ์กว่า 20 ปีในญี่ปุ่นมาถ่ายทอดผ่านแต่ละจาน ขณะที่เชฟ Kawasaki ก็ใส่ความผูกพันที่มีต่อเมืองนีงาตะบ้านเกิดลงไปในเมนูด้วยเช่นกัน ทั้งหมดนี้เสิร์ฟพร้อมตัวเลือกไวน์แพร์ริง 7 แก้ว ท่ามกลางวิวกรุงเทพฯ จากความสูง 65 ชั้นเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา นับเป็นอีกหนึ่งดินเนอร์ที่เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษอย่างแท้จริง

วันที่ 13-14 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เมนู 7 คอร์ส ราคา 15,000++ บาทต่อท่าน; ไวน์แพร์ริง 7 แก้ว ราคา 9,500++ บาทต่อท่าน ที่ Mezzaluna by lebua ชั้น 65, The Dome at lebua, 1055 ถนนสีลม เขตบางรัก สำรองที่นั่ง โทร. 02 624 9999 หรือ reservations@lebua.com

การโฆษณา
  • Nightlife
  • คลับ
  • วัฒนา

ใครบอกว่าติ่มซำต้องกินแค่ตอนเช้า? Steam Room ชวนเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสซัปเปอร์คลับรูปแบบใหม่ ณ Sing Sing Theater โดยได้เชฟ Nicolas Elalouf จาก Man Mo Dim Sum ฮ่องกง มารับหน้าที่รังสรรค์เมนูที่ผสมผสานเทคนิคการทำติ่มซำเข้ากับรสชาติและวัตถุดิบแบบไทยๆ

เมนูไฮไลต์มีทั้งติ่มซำปลากะพงจากทะเลสาบสงขลาในน้ำยำปลามะนาว ซาลาเปาไส้ข้าวซอยไก่บ้าน และซัมเมอร์โรลลาบหมูคุโรบุตะ ส่วนใครชอบรสชาติที่แตกต่าง ต้องลองเกี๊ยวเป็ดปักกิ่งสไตล์ฝรั่งเศสที่ใช้ขาเป็ดกงฟีจากฟาร์ม ขณะที่เมนูมังสวิรัติก็มีราตาตุย (ratatouille) ที่อัดแน่นด้วยมะเขือม่วง ซูกินี พริกหยวก และมะเขือเทศ

หลังเปิดตัวคอนเซปต์ไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม Steam Room เตรียมเปิดให้บริการมื้อค่ำแบบอะลาคาร์ทอย่างเต็มรูปแบบในเดือนพฤศจิกายน ใครอยากลองประสบการณ์ใหม่ ลองเริ่มต้นค่ำคืนด้วยติ่มซำและค็อกเทลสักแก้ว ก่อนปล่อยตัวไปกับเสียงดนตรีและบรรยากาศยามดึกของ Sing Sing Theater

เริ่มให้บริการปกติตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน เปิดวันพุธ-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป (อะลาคาร์ท) แนะนำให้สอบถามเวลาปิดครัวและลาสต์ออเดอร์เมื่อสำรองที่นั่ง ที่ Sing Sing Theater, 45 สุขุมวิท 45 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา โทร. 063 225 1331

  • Hotels
  • เพลินจิต

เตรียมเปิดประสบการณ์บรันช์ที่ไม่ต้องเลือกว่าจะกินอาหารจากห้องไหนดี เพราะ Aman Brunch ซันเดย์บรันช์รูปแบบใหม่ของ Aman Nai Lert Bangkok รวบรวมเมนูจาก 3 ห้องอาหาร ได้แก่ Arva, Hiori และ Sesui มาไว้ในมื้อเดียว ณ ห้องอาหาร Arva ชั้น 9 โดยทาง Aman ระบุว่านี่เป็นครั้งแรกของเครือโรงแรมและรีสอร์ตทั่วโลกที่จัดบรันช์ในรูปแบบนี้

ไฮไลต์อยู่ที่อาหารซึ่งปรุงสดจานต่อจาน (à la minute) และเสิร์ฟถึงโต๊ะ พร้อมรถเข็นอาหารตามฤดูกาลที่ทยอยนำความอร่อยมาสร้างสีสันตลอดมื้อ เริ่มต้นด้วยซีฟู้ดแพลตเตอร์ ก่อนเลือกอิ่มอร่อยกับอาหารอิตาเลียนอย่างทอร์เตลลีหมูป่าและสปาเกตตินีล็อบสเตอร์ หรือข้ามฝั่งไปลิ้มลองวากิวสุกี้ยากี้จาก Hiori และซูชิปั้นสดจาก Sesui ปิดท้ายด้วยขนมหวานจากฝีมือ Florian Couteau เอ็กเซ็กคิวทีฟเพสทรีเชฟที่ไม่ควรพลาด

จัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน เวลา 12.00–15.30 น. ราคา 4,500++ บาทต่อท่าน และ 2,250++ บาทสำหรับเด็กอายุ 6–12 ปี แพ็กเกจเครื่องดื่มเพิ่มเติมเริ่มต้นที่ 950++ บาท ที่ Arva ชั้น 9, Aman Nai Lert Bangkok ซอยสมคิด สำรองที่นั่งล่วงหน้า: 02 035 1111

การโฆษณา
  • ค็อกเทลบาร์
  • ราชดำริ
  • ราคา 4 จาก 4
  • 4 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

เมื่อโลกของพฤกษศาสตร์มาบรรจบกับงานศิลปะ ค็อกเทลก็กลายเป็นพื้นที่ให้จินตนาการได้โลดแล่น The Floral Zoo เมนูใหม่จาก The Loft หยิบผลงานของ Atia ศิลปินไทยรุ่นใหม่มาตีความเป็นค็อกเทล 14 แก้ว ที่ชวนสำรวจโลกของพืชพรรณและสัตว์ผ่านรสชาติ กลิ่น และการนำเสนอที่มีเอกลักษณ์

เริ่มจาก The Green Whisker ค็อกเทลที่ตีความ Whiskey Sour ใหม่ด้วยเบอร์เบินอินฟิวส์หญ้าฝรั่น มัทฉะ และน้ำเชื่อมข้าวเหนียวมะม่วง ก่อนท็อปด้วยโฟมชาเขียวที่ทิ้งรอยหนวดสีเขียวไว้ทุกครั้งที่จิบ ส่วน The Night Shadow มาในโทนเข้มด้วยรัมและงาดำ พร้อมการนำเสนอแบบรมควัน ขณะที่ The Dolphoma นำแรงบันดาลใจจาก Paloma มาตีความใหม่ด้วยส้มโอและสาหร่ายพวงองุ่น ปิดท้ายด้วย The Magnolias เวอร์ชันใหม่ของ White Negroni ที่ผสานกลิ่นหอมหมื่นลี้เข้ากับโซดาใบเตย ทั้งหมดนี้ทำให้การจิบค็อกเทลกลายเป็นการเสพงานศิลป์ผ่านรสสัมผัสอย่างเต็มอรรถรส

ให้บริการตั้งแต่ 8 ตุลาคมเป็นต้นไป ค็อกเทลราคาเริ่มต้น 480++ บาท วันอาทิตย์–พฤหัสบดี เวลา 17.00–24.00 น. และวันศุกร์–เสาร์ เวลา 17.00–01.00 น. ที่ The Loft ชั้น 56, Waldorf Astoria Bangkok สำรองที่นั่ง: 02 846 8888

  • Things to do

ที่ AKKEE ร้านอาหารไทยในย่านปากเกร็ด เซ็ตเมนูตามฤดูกาลชุดใหม่ ‘สำรับเมืองนักปราชญ์’ ชวนสำรวจอาหารอีสานผ่านเรื่องราวของผู้คนและภูมิปัญญาที่อยู่เบื้องหลัง โดยพาย้อนกลับไปยังอุบลราชธานีในช่วงฤดูฝน ผ่านความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำ ทุ่งนา และผืนป่า

ปลาน้ำจืด สมุนไพรตามคันนา และเห็ดป่า ถูกนำมาร้อยเรียงเข้ากับเทคนิคการถนอมอาหารอย่างการหมัก การดอง และการตากแห้ง เผยให้เห็นวิธีที่คนท้องถิ่นเปลี่ยนวัตถุดิบตามฤดูกาลให้กลายเป็นอาหารที่เก็บไว้กินได้นาน เมนูอย่างซุปปลาแม่น้ำชีใส่สมุนไพรทุ่งนา และหมูส้มผัดขมิ้นขาวดอง ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ออกมาเป็นรสชาติที่จับต้องได้

ในงานเปิดตัวที่ผ่านมา ยังมีพิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่ทีมงาน โดยศิลปินแห่งชาติและปรมาจารย์หมอลำ ป.ฉลาดน้อย พร้อมด้วยศิลปินมรดกอีสาน แม่มุกดา เมืองนคร ก่อนปิดท้ายด้วยค่ำคืนแห่งอาหารและหมอลำ แม้งานเปิดตัวจะผ่านไปแล้ว แต่สำรับตามฤดูกาลนี้ยังเปิดโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับภูมิปัญญาอาหารอีสานผ่านมื้ออาหารที่มีเรื่องราว

ให้บริการจนถึง 31 มกราคม 2570 ราคา 3,850 บาทต่อท่าน ที่ AKKEE เลขที่ 42/99 หมู่ 7 ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด บางตลาด ปากเกร็ด นนทบุรี สำรองที่นั่ง: 082 561 4691

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา