Harvey Comics Entertainment, Group Four Production (from Baan Pee Pop 2008), Warner Bros. (Beetlejuice), Samsearn, MGM/Kobal/REX/Shutterstock, GTH (Pee Mak), Channel 3 (หมอผีไซเบอร์), Warner Bros Pictures (The Conjuring)
Photograph: Harvey Comics Entertainment, Group Four Production (from Baan Pee Pop 2008), Warner Bros. (Beetlejuice), Samsearn, MGM/Kobal/REX/Shutterstock, GTH (Pee Mak), Channel 3 (หมอผีไซเบอร์), Warner Bros Pictures (The Conjuring) | Thai ghosts vs global ghosts
Photograph: Harvey Comics Entertainment, Group Four Production (from Baan Pee Pop 2008), Warner Bros. (Beetlejuice), Samsearn, MGM/Kobal/REX/Shutterstock, GTH (Pee Mak), Channel 3 (หมอผีไซเบอร์), Warner Bros Pictures (The Conjuring)

ศึกนี้ใครจะชนะ? ดวลความหลอนของผีไทย ปะทะ ผีอินเตอร์

ชวนทำความรู้จักเหล่าสิ่งลี้ลับสุดสะพรึงจากตำนานไทย แล้วมาดูกันว่าพวกเธอและพวกเขาจะรับมือกับผีดังระดับโลกในศึกดวลความหลอนครั้งนี้ได้หรือไม่

Lalitphat Bumrungkarn
การโฆษณา

ไม่ว่าใครจะเถียงอะไรยังแต่เราขอยกให้ผีไทยคือผีที่น่ากลัวที่สุดติดอันดับโลกลืมแคสเปอร์ ผีน้อยเพื่อนรัก และเหล่าวายร้ายจอมปลอมที่ถูกเปิดโปงในสกูปปี้ดู ไปก่อนได้เลย เพราะถ้าพูดถึงเรื่องผี ไทยเราก็ไม่เป็นรองใคร ตั้งแต่กระสือที่ลอยไปพร้อมเครื่องในห้อยต่องแต่ง แม่นากที่ไม่ยอมให้ความตายพรากเธอจากคนรัก ไปจนถึงผีปอบที่ขึ้นชื่อเรื่องการกินเครื่องในมนุษย์

ด้วยความเชื่อพื้นบ้าน คติทางพุทธศาสนา และเรื่องเล่าที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน โลกแห่งสิ่งลี้ลับของไทยจึงเต็มไปด้วยผู้ท้าชิงที่พร้อมลงสนามรับฮาโลวีนปีนี้ เราจึงขอจับพวกเขามาประชันกับเหล่าตำนานสยองขวัญจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นซาดาโกะ ยามามูระ บีเทิลจูซ หรือแอนนาเบลล์ เพื่อดูว่าใครจะเป็นฝ่ายคว้าชัย และใครจะต้องกลับลงหลุมไปก่อน

ยินดีต้อนรับสู่ ‘ศึกดวลความหลอน’ ที่ผู้เข้าแข่งขันมีทั้งผี สัตว์ประหลาด และสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติจากเรื่องเล่าหลากหลายวัฒนธรรม เรื่องเล่าแต่ละฉบับอาจมีรายละเอียดต่างกัน เราจึงเลือกอ้างอิงเวอร์ชันจากภาพยนตร์ในกรณีที่จำเป็น ส่วนคะแนนและผลแพ้ชนะนั้นเป็นการตัดสินของเราเอง โดยวัดจากระดับความน่ากลัวและพลังในการสร้างความเสียหาย เตรียมใจให้พร้อม เพราะศึกนี้ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะหลับสนิทหลังอ่านจบ!

ยกที่ 1: กุมารทอง ปะทะ แคสเปอร์ ผีน้อยเพื่อนรัก

ตามความเชื่อของไทย กุมารทองคือวิญญาณเด็กที่เสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ก่อนถูกปลุกเสกด้วยวิชาอาคม เชื่อกันว่ากุมารทองสามารถช่วยคุ้มครองผู้เลี้ยงดู นำโชคลาภมาให้ และช่วยเหลือในเรื่องเหนือธรรมชาติ หากเคยสังเกตศาลพระภูมิหรือหิ้งบูชาตามบ้านเรือนในไทย คงคุ้นตากับน้ำแดงที่นำมาถวายเป็นของเซ่นไหว้กันอยู่บ้าง

ส่วนแคสเปอร์ ผีน้อยเพื่อนรัก ก็สมชื่อด้วยรอยยิ้มสดใสและนิสัยเป็นมิตร แต่ภาพยนตร์เรื่อง Casper ในปี 1995 เผยเบื้องหลังที่ชวนเศร้าไม่น้อย เพราะเขาเป็นเด็กชายที่เสียชีวิตด้วยโรคปอดบวม หลังเล่นเลื่อนหิมะท่ามกลางอากาศหนาวเป็นเวลานานเกินไป

ระดับความน่ากลัว: กุมารทองในชุดไทยดั้งเดิม โกนศีรษะและไว้จุกอันเป็นเอกลักษณ์ ได้ไป 1/5 คะแนน ส่วนแคสเปอร์ร่างกลมสีขาว ตาสีฟ้ากลมโต พร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร ได้ไป 0/5 คะแนน

พลังทำลายล้าง: ผู้ศรัทธาเชื่อว่ากุมารทองสามารถให้คุณ เตือนภัย และอาจให้โชคลาภอย่างเลขเด็ดได้ จึงคว้าไป 1/5 คะแนน ขณะที่แคสเปอร์ผู้ไม่คิดทำร้ายแม้แต่แมลงวัน ได้ไป 0/5 คะแนน

ผู้ชนะ: กุมารทอง

ยกที่ 2: ผีปอบ ปะทะ แวมไพร์

ผีปอบเป็นวิญญาณร้ายในนิทานพื้นบ้านของไทยและลาว เชื่อกันว่าสามารถเข้าสิงร่างคนเป็นได้ และมีความอยากอาหารที่ไม่ธรรมดา เพราะสิ่งที่มันหมายปองคือเครื่องในมนุษย์ เนื้อดิบ และเลือดสัตว์ งานนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องรอยเขี้ยวบนลำคอ เพราะความน่าสะพรึงกลัวของปอบอยู่ที่สิ่งซึ่งเกิดขึ้นภายในร่างกายต่างหาก

ส่วนแวมไพร์คือสิ่งมีชีวิตที่ฟื้นคืนชีพจากความตายและดำรงอยู่ด้วยการดูดเลือด ตามตำนานพื้นบ้านของยุโรปมักออกหากินในเวลากลางคืนและมีชีวิตเป็นอมตะ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นแวมไพร์สายมังสวิรัติอย่างครอบครัวคัลเลนจาก Twilight ที่เลือกดื่มเลือดสัตว์แทน

ระดับความน่ากลัว: ผีปอบสามารถแฝงตัวอยู่ในร่างคนธรรมดาได้ ได้ไป 1/5 คะแนน ขณะที่แวมไพร์มีตั้งแต่รูปลักษณ์คล้ายซากศพเน่าเปื่อยไปจนถึงหนุ่มผิวซีดสุดหล่อที่มาพร้อมเขี้ยวคมกริบ จึงได้ไป 2/5 คะแนน

พลังทำลายล้าง: ผีปอบไม่ได้หยุดอยู่แค่การดูดเลือด แต่หมายตาไปถึงเครื่องในมนุษย์ จึงได้ไป 4/5 คะแนน ส่วนแวมไพร์ที่มีทั้งพละกำลังเหนือมนุษย์ ความเร็ว และพลังสะกดจิต ได้ไป 3/5 คะแนน

ผู้ชนะ: ผีปอบ

การโฆษณา

ยกที่ 3: กระสือ ปะทะ ผีหัวขาด

กระสือกลางวันมันเป็นหญิง~ ผีผู้หญิงที่มีเพียงศีรษะลอยไปมา โดยมีเครื่องในห้อยอยู่ใต้คอ มักออกเร่ร่อนในยามค่ำคืนเพื่อหาเลือด เนื้อดิบ และสิ่งปฏิกูลจากร่างกาย เรียกได้ว่าเป็นภาพความสยองที่ไม่ต้องพึ่งเทคนิคพิเศษให้ซับซ้อน เพราะแค่เห็นรูปลักษณ์ก็ชวนขนหัวลุกแล้ว

ด้านผีหัวขาด หรือ The Headless Horseman เป็นตัวละครในตำนานยุโรปที่โด่งดังจากเรื่องสั้นอเมริกัน The Legend of Sleepy Hollow ของวอชิงตัน เออร์วิง แม้หลายคนจะคุ้นกับภาพฟักทอง แต่สำหรับศึกนี้ เราขอเลือกเวอร์ชันนักรบไร้หัวจากภาพยนตร์ Sleepy Hollow ของทิม เบอร์ตันในปี 1999 ผู้ควบม้าฝ่าความมืดพร้อมอาวุธคู่ใจ

ระดับความน่ากลัว: กระสือที่มีทั้งเลือด เนื้อ และเครื่องในให้เห็นกันชัด ๆ ได้ไป 4/5 คะแนน ส่วนนักรบไร้หัวที่ควบม้าฝ่าความมืดมาอย่างน่าเกรงขาม ได้ไป 3/5 คะแนน

พลังทำลายล้าง: ความหิวโหย ความสามารถในการลอยตัว และนิสัยชอบกินเครื่องในมนุษย์ของกระสือ ทำให้เธอได้ไป 4/5 คะแนน ส่วนผีหัวขาดที่มีอาวุธคมกริบและขึ้นชื่อเรื่องการตัดหัวเหยื่อ ได้ไป 3/5 คะแนน

ผู้ชนะ: กระสือ

ยกที่ 4: อีแพนเค้ก ปะทะ เมอร์เทิล จอมคร่ำครวญ

อีแพนเค้กคือผีหอพักเจ๊ปากจัดจากภาพยนตร์ตลกสยองขวัญไทยเรื่อง หอแต๋วแตก เธอเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากอุบัติเหตุสุดอิหลักอิเหลื่อ เมื่อลื่นสบู่จนหัวฟาดชักโครก เรียกได้ว่าเป็นการจากไปที่ทั้งน่าเศร้าและชวนให้พูดไม่ออกในเวลาเดียวกัน

ข้ามมาฝั่งฮอลลีวูดกับบีเทิลจูซ ‘นักไล่ผีชีวภาพ’ จอมป่วนจากภาพยนตร์ Beetlejuice ปี 1988 ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดคนเป็นออกจากบ้านที่มีผีสิง แม้จะมีทักษะเหนือธรรมชาติครบเครื่อง แต่บุคลิกกวนประสาทและความหยาบคายของเขาก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องทำใจรับมือ

ระดับความน่ากลัว: ผมม้าสั้น ผมบ๊อบ และชุดนักศึกษาของแพนเค้กชวนให้หัวเราะมากกว่าจะหวาดกลัว จึงได้ไป 1/5 คะแนน ส่วนบีเทิลจูซกับผิวหนังด่างดำ ชุดสูทลายทางขาวดำ และหน้าผากกว้างเป็นเอกลักษณ์ ได้ไป 3/5 คะแนน

พลังทำลายล้าง: แพนเค้กน่าจะทำให้เราขำจนหมดแรงมากกว่าจะทำให้ถึงตาย จึงได้ไป 0/5 คะแนน ขณะที่บีเทิลจูซมีทั้งความสามารถในการแปลงกายและบิดเบือนความเป็นจริง จึงคว้าไป 3/5 คะแนน

ผู้ชนะ: บีเทิลจูซ

การโฆษณา

ยกที่ 5: ผีตายโหง ปะทะ ซาดาโกะ ยามามูระ

ผีตายโหงคือวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันหรือจากเหตุรุนแรง ในเรื่องเล่าผีไทย วิญญาณเหล่านี้มักวนเวียนอยู่ในสถานที่ที่ตนเสียชีวิต และหลอกหลอนคนเป็นแทนที่จะได้ไปสู่สุคติ ความน่าสะพรึงกลัวของผีตายโหงจึงมักผูกโยงกับเหตุการณ์สุดท้ายในชีวิตและความทุกข์ทรมานที่ยังหลงเหลืออยู่

ส่วนซาดาโกะ ยามามูระ คือวิญญาณพยาบาทจากภาพยนตร์สยองขวัญญี่ปุ่นเรื่อง Ring ในปี 1998 ผู้มีชะตากรรมอันโหดร้ายหลังความตาย และส่งต่อคำสาปผ่านวิดีโอเทปลึกลับ ใครก็ตามที่เผลอรับชมจึงต้องเผชิญกับการนับถอยหลังสู่ความตาย

ระดับความน่ากลัว: รูปลักษณ์ของผีตายโหงอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุการตาย แต่ความอาฆาตและความทุกข์ทรมานที่ต้องการส่งต่อให้คนอื่นทำให้เราให้คะแนนเต็ม 5/5 เป็นครั้งแรกของศึกนี้ ส่วนซาดาโกะที่มีผมดำยาวปิดบังใบหน้า เคลื่อนไหวอย่างน่าขนลุก และคลานออกมาจากโทรทัศน์ ได้ไป 5/5 คะแนนเช่นกัน

พลังทำลายล้าง: ผีตายโหงอาจทำร้ายแม้แต่คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตายของตน ทำให้เหยื่อต้องเผชิญชะตากรรมอันน่าเศร้าเช่นเดียวกัน ได้ไป 4/5 คะแนน ขณะที่วิดีโอคำสาปของซาดาโกะเริ่มนับถอยหลัง 7 วัน หากหาทางส่งต่อคำสาปไม่ได้ ผู้ชมก็ต้องเผชิญความตายอันน่าสะพรึงกลัว ได้ไป 5/5 คะแนน

ผู้ชนะ: ซาดาโกะ ยามามูระ

ยกที่ 6: เปรต ปะทะ สเลนเดอร์แมน

เปรตเป็นอมนุษย์ในคติความเชื่อทางพุทธศาสนาของไทย ซึ่งต้องรับผลกรรมจากการกระทำในอดีต รูปลักษณ์ผอมสูง มือใหญ่ และปากเล็กจิ๋ว มักถูกนำมาใช้สอนใจเรื่องความกตัญญูและการเคารพผู้ใหญ่ โดยเรื่องเล่าบางแบบอธิบายว่ามือใหญ่เกิดจากการทำร้ายพ่อแม่ ส่วนปากที่เล็กจนแทบกินอะไรไม่ได้เป็นผลจากการไม่เคารพผู้มีพระคุณ

อีกฟากหนึ่งคือสเลนเดอร์แมน ชายร่างสูงผิดปกติที่ไม่มีใบหน้า มักปรากฏตัวเพื่อสะกดรอยตามผู้คนในป่าหรือสถานที่เปลี่ยว ตัวละครนี้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกออนไลน์โดยเอริก นุดเซน (Eric Knudsen) ในปี 2009 ก่อนจะกลายเป็นตำนานอินเทอร์เน็ตที่ผู้คนช่วยกันแต่งเติมเรื่องราว จนต่อยอดไปสู่เกมและภาพยนตร์สยองขวัญ

ระดับความน่ากลัว: ร่างผอมโซ คอยาว และปากเล็กจิ๋วของเปรต ประกอบกับชะตากรรมที่ต้องหิวโหยและกระหายอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ทำให้ได้ไป 4/5 คะแนน ส่วนสเลนเดอร์แมนในชุดสูทสีดำ แขนขายาวเหยียด และรูปลักษณ์ไร้ใบหน้าอันชวนขนลุก ได้ไป 4/5 คะแนนเช่นกัน

พลังทำลายล้าง: ตามเรื่องเล่า เปรตต้องทนทุกข์ทรมานจากผลกรรมในภพภูมิของตน และไม่ได้มีพลังโจมตีมนุษย์เป็นจุดเด่น จึงได้ไป 0/5 คะแนน ส่วนสเลนเดอร์แมนมีทั้งความสามารถในการเคลื่อนย้ายตัวเองอย่างฉับพลัน การคุกคามทางจิตใจ และแขนขายาวผิดธรรมชาติ ตามเรื่องเล่าที่พัฒนาขึ้นในโลกออนไลน์ จึงคว้าไป 5/5 คะแนน

ผู้ชนะ: สเลนเดอร์แมน

การโฆษณา

ยกที่ 7: กระหัง ปะทะ แม่มดขี่ไม้กวาด

กระหังคือวิญญาณผู้ชายในนิทานพื้นบ้านไทยที่บินไปมาในยามค่ำคืน โดยใช้กระด้งฝัดข้าวสองใบแทนปีก และมีสากตำข้าวเป็นอุปกรณ์คู่กาย มักถูกกล่าวถึงคู่กับกระสือ เพราะต่างออกหากินในพื้นที่ชนบทคล้ายกัน มองอีกมุมก็เหมือนคู่หูเหนือธรรมชาติที่พร้อมออกเดตในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด

ส่วนแม่มดขี่ไม้กวาดเป็นภาพจำจากนิทานพื้นบ้านยุโรปและเรื่องแฟนตาซีที่คุ้นเคยกันดี สำหรับการดวลครั้งนี้ เราขออ้างอิงภาพแม่มดตัวร้ายในนิทานที่มาพร้อมผิวสีเขียว จมูกงุ้ม และใบหน้าเคร่งขรึมชวนหวาดหวั่น รวมถึงมนตร์ดำที่ใช้จัดการคู่ต่อสู้ได้สารพัดวิธี

ระดับความน่ากลัว: กระหังที่เปลือยท่อนบน นุ่งโจงกระเบน มีปีกเป็นกระด้งและสากตำข้าวเป็นหาง ได้ไป 3/5 คะแนน ส่วนแม่มดผิวเขียวที่จ้องเขม็งจากหน้าหนังสือนิทานก็ได้ไป 3/5 คะแนน

พลังทำลายล้าง: เรายังไม่แน่ใจนักว่าปีกกระด้งจะช่วยให้กระหังได้เปรียบในการต่อสู้มากแค่ไหน จึงให้ไป 2/5 คะแนน ส่วนแม่มดมีทั้งคาถา คำสาป และยาวิเศษให้เลือกใช้ จึงคว้าไป 4/5 คะแนน

ผู้ชนะ: แม่มดขี่ไม้กวาด

ยกที่ 8: แม่นาก ปะทะ หญิงชุดขาว

แม่นากเสียชีวิตระหว่างคลอดลูก ขณะที่มาก สามีของเธอออกไปรบ เมื่อเขากลับบ้าน เธอยังคงรอคอยเขาในฐานะวิญญาณ โดยปกปิดความจริงเรื่องการตายของตนไว้ ตำนานรักแห่งพระโขนงเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในเรื่องผีที่คนไทยคุ้นเคย และถูกนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หลายเวอร์ชัน รวมถึงภาพยนตร์ตลกสยองขวัญยอดนิยมอย่าง พี่มาก..พระโขนง

ด้านหญิงชุดขาวเป็นวิญญาณจากนิทานพื้นบ้านยุโรปที่มักเกี่ยวข้องกับความอกหัก การฆาตกรรม หรือการสูญเสียลูก อย่างไรก็ตาม เรื่องเล่าของหญิงชุดขาวมีหลากหลายรูปแบบ จึงไม่มีรูปลักษณ์หรือพลังเหนือธรรมชาติที่ตายตัว

ระดับความน่ากลัว: ผมยาวสีดำ ผ้าถุงแบบดั้งเดิม และภาพจำของทารกผี ทำให้แม่นากได้ไป 3/5 คะแนน ส่วนหญิงชุดขาวที่มีผิวซีด สวมชุดขาวพลิ้วไหว และมักปรากฏตัวอย่างไม่ทันตั้งตัวในสถานที่เปลี่ยว ก็ได้ไป 3/5 คะแนน

พลังทำลายล้าง: แม่นากพร้อมสร้างความหวาดกลัวให้ใครก็ตามที่ขัดขวางการได้อยู่ร่วมกับมาก โดยเฉพาะแขนที่ยืดยาวผิดธรรมชาติซึ่งกลายเป็นภาพจำของเธอ ได้ไป 2.5/5 คะแนน ส่วนหญิงชุดขาวที่อาศัยการปรากฏตัวอันน่าสะพรึงกลัวเป็นอาวุธ ได้ไป 2/5 คะแนน

ผู้ชนะ: แม่นาก แขนที่ยืดยาวได้ขนาดนั้นอาจจัดการคู่ต่อสู้ได้ตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ตัวเสียอีก

การโฆษณา

ยกที่ 9: นางตานี ปะทะ แอนนาเบลล์

นางตานีคือวิญญาณผู้หญิงที่เชื่อกันว่าสิงสถิตอยู่ในต้นกล้วย มักปรากฏตัวเป็นหญิงสาวงดงามในชุดไทยสีเขียวตามสีของใบตอง เรื่องเล่าหลายฉบับมองว่าเธอไม่ได้มีนิสัยร้ายกาจเสมอไป บางเรื่องถึงกับเล่าว่านางตานีลงโทษผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิง เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผู้หญิงต้องช่วยผู้หญิง!

ส่วนแอนนาเบลล์คือตุ๊กตาที่มีอยู่จริงและมีเรื่องเล่าว่าถูกวิญญาณเข้าสิง ก่อนจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์สยองขวัญหลายเรื่อง ในจักรวาลภาพยนตร์ The Conjuring ตุ๊กตาตัวนี้ถูกเชื่อมโยงกับปีศาจที่ต้องการครอบครองวิญญาณมนุษย์

ระดับความน่ากลัว: ความงามและชุดสีเขียวใบตองของนางตานีทำให้เธอได้ไป 2/5 คะแนน ขณะที่แอนนาเบลล์มาพร้อมใบหน้าเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ รอยยิ้มชวนขนลุก ผมเปียสีแดง และชุดเดรสสีขาวแบบโบราณ จึงได้ไป 4/5 คะแนน

พลังทำลายล้าง: นางตานีมีชื่อเสียงจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับการลงโทษผู้กระทำผิด ได้ไป 2/5 คะแนน ส่วนปีศาจที่สิงอยู่ในแอนนาเบลล์มีทั้งความสามารถในการควบคุมสิ่งของ การสร้างสถานการณ์ชวนหวาดกลัว และการโจมตีที่อาจถึงชีวิต จึงได้ไป 4/5 คะแนน

ผู้ชนะ: แอนนาเบลล์

ยกที่ 10: เสือสมิง ปะทะ มนุษย์หมาป่า

เสือสมิงคือเสือในนิทานพื้นบ้านไทยที่มีความสามารถในการแปลงกาย เรื่องเล่าบางฉบับกล่าวถึงมนุษย์ที่ใช้วิชาอาคมแปลงร่างเป็นเสือ ขณะที่บางฉบับเล่าว่าเป็นเสือที่จำแลงกายเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน คนแปลกหน้าที่ดูไม่มีพิษภัยตรงหน้าก็อาจซ่อนอันตรายเอาไว้มากกว่าที่คิด

ส่วนมนุษย์หมาป่าคือมนุษย์ที่สามารถกลายร่างเป็นหมาป่าหรือสัตว์ร้ายที่มีลักษณะคล้ายหมาป่า พบได้ในนิทานพื้นบ้านและวรรณกรรมสยองขวัญของยุโรป ทั้งสองฝ่ายต่างมีร่างสัตว์นักล่าเป็นอาวุธสำคัญ แต่ใครจะเหนือกว่ากัน?

ระดับความน่ากลัว: เสือก็อาจเป็นแค่แมวเหมียวตัวใหญ่ในอีกเวอร์ชันหนึ่ง ส่วนหมาป่าก็อาจเป็นน้องหมาขนฟูในอีกร่างหนึ่งหรือเปล่า? แม้จะฟังดูไม่น่ากลัวเท่าไร แต่เราให้ทั้งคู่ไป 3/5 คะแนน

พลังทำลายล้าง: จากภาพจำของสัตว์นักล่าในสารคดี เสือดูมีพละกำลังและการโจมตีที่น่าเกรงขามกว่า เราจึงให้เสือสมิงไป 3.5/5 คะแนน และมนุษย์หมาป่าไป 3/5 คะแนน

ผู้ชนะ: เสือสมิง

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา