ลัดเลาะเกาะรัตนโกสินทร์ สำรวจสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกที่มักถูกมองข้ามไป

นอกเหนือจากแลนด์มาร์กใหญ่ๆ เขตเมืองเก่าของเรายังมีมรดกทางวัฒนธรรมกระจายตัวอยู่อีกเพียบเลย

โดย Wissuta Ploypetch |
Advertising
ตึกถาวรวัตถุ
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

หากถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากที่สุดในกรุงเทพฯ คงจะหนีไม่พ้นบริเวณ ‘เกาะรัตนโกสินทร์’ ที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่ามีสถานที่สำคัญอยู่แทบจะทุกหัวมุมถนน ทั้งพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างก็แวะเวียนมาเช็กอินเดินดูสิ่งปลูกสร้างสุดตระการตาเหล่านี้อย่างไม่ขาดสาย

แต่นอกเหนือจากแลนด์มาร์กใหญ่ๆ ยอดฮิตข้างต้นนี้ ตามซอกตามหลืบของย่านเมืองเก่า ก็ยังมีมรดกทางวัฒนธรรมกระจายตัวอยู่ โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบทั้งของชุมชนชาวไทยและชุมชนชาวต่างชาติ ที่ช่วยสะท้อนจิตวิญญาณตัวเมืองและผู้คนได้อย่างโดดเด่นและเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวที่น่าหลงใหลไม่แพ้ศิลปกรรมราชสำนัก เราเลยอยากชวนให้เพื่อนๆ ออกผจญภัยไปกับเราสักหนึ่งวันเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของเขตเมืองเก่าในสถานที่ที่หลายคนอาจจะเผลอมองข้ามไปหรือไม่เคยรู้ว่ามีอยู่มาก่อน

Attractions, สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์

พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งแรกและใหญ่ที่สุดของประเทศไทย นอกจากสามารถมาศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาติไทย เดินดูศิลปวัตถุประเมินค่าไม่ได้ หรือนิทรรศการพิเศษอย่าง ‘จิ๋นซีฮ่องเต้’ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่มักจะนึกไม่ถึงกันก็คือ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ วังหน้า ทำให้โดยรอบของพิพิธภัณฑ์ยังมีรูปแบบสถาปัตยกรรมของอาณาบริเวณวังหน้าหลงเหลืออยู่ ซึ่งทำให้เราได้ลองจินตนาการเห็นภาพวังรอบนอกพระบรมมหาราชวัง ในอดีตนั้นวังหน้าเคยมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในประวัติศาสตร์ไทย เพราะเป็นที่อยู่ของผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญรองจากพระมหากษัตริย์เลยทีเดียว โดยมีไฮไลต์อยู่ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ที่มีรูปแบบดำเนินรอยตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา ด้วยการสร้างโบสถ์วิหารให้มีฐานโค้ง เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปเก่าแก่จากลังกา และงานจิตรกรรมไทยยุคฟื้นฟูเกี่ยวกับพุทธประวัติ หรือเดินลัดเลาะไปโรงละครแห่งชาติข้างพิพิธภัณฑ์อีกนิด ก็สามารถชมวัดบวรสถานสุทธาวาส หรือ วัดพระแก้ววังหน้า ได้อีกด้วย

Attractions, สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์

ตึกถาวรวัตถุ

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

อาคารสีแดงชาดเตะตา โดดเด้งออกจากสถาปัตยกรรมหน้าตาราบเรียบรอบข้างที่สวยเด่นด้วยพระปรางค์ 3 หลังตรงกลาง มุงกระเบื้องกาบูสีคล้ำ ประดับด้วยบราลีสีเดียวกัน ตามแบบสถาปัตยกรรมขอม ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมกอธิค ด้วยประตูเรือนกลางรูปทรงโค้งแหลมสูงจรดหลังคา ที่หลายคนน่าจะเคยผ่านตาหากเคยแวะผ่านไปแถวสนามหลวง อาคารดังกล่าวนี้เคยเป็นทั้งว่าที่พระเมรุขนาดใหญ่ของพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฏราชกุมาร พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) หอพระสมุดสำหรับพระนคร และหอพระสมุดวชิราวุธ ก่อนที่จะกลายเป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 5 ดังเช่นในปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วยแสดงพระราชประวัติ และพระราชกรณีกิจสำคัญๆ กว่า 5 ห้องจัดแสดง

Advertising
Attractions, พื้นที่สาธารณะ

ถนนกัลยาณไมตรี

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

ถนนเส้นนี้ได้ราชทินนามตาม พระยากัลยาณไมตรี หรือ ดร. ฟรานซิส บี. แซร์ (Dr. Francis Bowes Sayre) ที่ปรึกษาการต่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 6-7 ที่สามารถเจรจาปลดแอกจากสนธิสัญญาเบาว์ริ่งและสนธิสัญญาเบอร์นีย์ได้สำเร็จ และด้วยความที่ทั้งสองฟากฝั่งของถนนเส้นนี้คืออาคารของกระทรวงกลาโหมกับกรมแผนที่ทหาร ซึ่งได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก เพื่อสร้างบรรยากาศความเคร่งขรึม สง่างาม สำหรับการเป็นอาคารราชการ การเดินบนถนนเส้นนี้จึงทำให้เราได้สัมผัสความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเมืองยุโรป โดยที่ฝั่งหนึ่งเป็นตึกสีเหลือง ด้านข้างของกระทรวงกลาโหม ที่มีหน้าต่างเป็นจำนวนนับร้อยบาน ขณะที่ตึกสีอิฐฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นบริเวณของวังสราญรมย์และกรมแผนที่ทหาร ซึ่งมีความโดดเด่นด้วย กระบังหน้าอาคารและซุ้มหน้าต่างประดับลายปูนปํ้น มีเสาหัวกลมแบบโรมันตกแต่งสวยงามกลมกลืนกันตลอดทั้งตัวตึก

Loha Prasat
Roparat Sukapirom
Attractions, สิ่งก่อสร้างทางศาสนา

โลหะปราสาท

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

ปราสาทที่มียอดเป็นโลหะแห่งสุดท้ายในโลกที่เหลืออยู่ ซึ่งเพิ่งบูรณะเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีทองอร่ามจนแล้วเสร็จเมื่อ 2560 ที่ผ่านมา โดยตัวปราสาทมีลักษณะสถาปัตยกรรมตามแบบศิลปกรรมไทยแท้ มียอด 37 ยอด หมายถึงโพธิปักขิยธรรมในพระพุทธศาสนา 37 ประการ ขณะที่ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและกลางปราสาทเป็นช่องกลวง มีบันไดเวียน 67 ขั้น ให้เดินขึ้นไปดูทิวทัศน์ข้างบนได้ ซึ่งช่วงเวลาทไวไลต์จะเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดในการถ่ายภาพที่นี่ ส่วนยามกลางวันด้านในโลหะปราสาทคือความสงบที่สามารถเข้าไปนั่งสมาธิ และชมวิวเกาะรัตนโกสินทร์มุมสูงได้แบบอลังการมาก  

Time Out พูดว่า
Advertising
Attractions, สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์

ซุ้มประตูแพร่งสรรพศาสตร์

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

หากใครเคยไปตามล่าหาของอร่อยในย่านสามแพร่ง อาจจะเคยผ่านตากับซุ้มขนาดใหญ่ริมถนนตะนาว ด้านหน้าซอยแพร่งสรรพศาสตร์ ที่มีความโดดเด่นด้วยความสูงขนาดตึกสองชั้น มีทรงกรอบโค้งครึ่งวงกลม กรุด้วยกระจกสีต่างๆ กับรูปปั้นสไตล์ยุโรปขนาดเกือบเท่าคนชูโคมไฟ ที่ดูยังไงก็มีความเป็นฝรั่งจ๋าทีเดียว นั่นเป็นเพราะพื้นที่ด้านหลังซุ้มนั้นเคยเป็นวังของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพศาสตร์ศุภกิจ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ซึ่งทรงเป็นช่างทองหลวงและโปรดให้ออกแบบซุ้มเข้าวังอย่างวิจิตรงดงาม ก่อนที่วังจะถูกรื้อออกไปในเวลาต่อมา แต่ซุ้มประตูนี้ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์

Attractions, สิ่งก่อสร้างทางศาสนา

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

วัดประจำรัชกาลที่ 5 ที่มีความงดงามวิจิตรเป็นพิเศษด้วยการตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์เขียนมือ ซึ่งตกแต่งอยู่ตามพระอุโบสถ วิหาร เจดีย์ และระเบียงแก้ว โดยมีพระอุโบสถที่ผสมผสานลักษณะสถาปัตยกรรมไทยและยุโรป ด้วยรูปทรงอาคารภายนอกแบบไทยประเพณี มีกรอบซุ้มด้านนอกทำเป็นยอดปราสาท กับหน้าบันมุขรูปนารายณ์ทรงครุฑ ซึ่งมักจะพบในพระอารามหลวงที่สร้างโดยพระมหากษัตริย์ แต่แม้ว่าข้างนอกจะดูไทยขนาดไหน ภายในกลับตกแต่งเหมือนโบสถ์คริสต์ไม่มีผิด โดยหม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย ผู้ออกแบบตกแต่งภายใน ได้นำเอาไอเดียนำเอาการตกแต่งภายในแบบกอธิคมาใช้กับเพดาน เสา รวมถึงลวดลายการประดับตกแต่งปิดทอง กับพื้นผนังสีโทนเย็น นอกจากนี้ยังมีสุสานหลวงนอกเขตกำแพงวัด ที่โดดเด่นด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแตกต่างกันทั้งพระเจดีย์ พระปรางค์ วิหารแบบไทย แบบขอม (ศิลปะปรางค์ลพบุรี) และแบบกอธิค ซึ่งเป็นที่บรรจุพระอัฐิ (กระดูก) และพระสรีรางคาร (เถ้ากระดูก) ของพระบรมราชเทวี พระราชเทวี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรส และพระราชธิดา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

Advertising
Attractions, สิ่งก่อสร้างทางศาสนา

วัดทิพยวารีวิหาร (กัมโล่วยี่)

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

แถวๆ บ้านหม้อ นอกจากร้านรวงที่เต็มไปด้วยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แล้ว หากสังเกตให้ดีก็อาจจะเห็นถึงความหลากหลายของเชื้อชาติต่างๆ ในย่านนี้ ซึ่งคงมีไม่กี่คนที่จะสังเกตเห็นว่าที่นี่มีวัดจีนเก่าแก่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่อย่าง วัดทิพยวารีวิหาร หรือชื่อเดิม กัมโล่วยี่ (หมายถึง วัดที่มีบ่อน้ำศักสิทธิ์) วัดฝ่ายสงฆ์นิกายจีนที่ก่อตั้งตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี มีลักษณะเป็นอาคารทรงสูงหลายชั้น และเต็มไปด้วยประติมากรรมและจิตรกรรมที่เกี่ยวข้องกับมังกรด้านใน เช่น เพดานที่เพนต์เป็นลวดลายมังกรสีสันสดใส หรือ เสาประดับรูปปั้นมังกร เพราะที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของ ‘เทพเจ้ามังกรเขียว’ ซึ่งคอยปกปักษ์รักษาบ่อน้ำทิพย์โบราณอายุกว่า 200 ปีอยู่ ซึ่งผู้คนนิยมมาขอพรให้คุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมี รวมถึงแก้ชง

Attractions, สิ่งก่อสร้างทางศาสนา

เทวสถานโบสถ์พราหมณ์

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

เดินข้ามถนนมาจากสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่าง ‘เสาชิงช้า’ มาทางถนนดินสอ ก็จะสามารถสัมผัสความศรัทธาและความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับการตั้งเสาชิงช้าได้ โดยที่นี่เป็นโบสถ์พราหมณ์ที่ประกอบไปด้วย อาคารก่ออิฐถือปูนแบบไทยประเพณีทรงโรง จำนวน 3 หลัง ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญประจำพระนครมาตั้งแต่ก่อตั้งเมือง อาทิ พระราชพิธีตรียัมปวาย-ตรีปวาย ที่มีพิธีโล้ชิงช้า (ซึ่งถูกยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 7 เนื่องจากมีความอันตรายมาก) เป็นส่วนหนึ่ง รวมทั้งยังเป็นเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์อย่าง เทวรูปพระพิฆเนศ จึงไม่แปลกอะไรหากจะบอกว่าที่นี่เป็นโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับต้นๆ ที่ยังมีคนไทยมากราบไหว้สักการะอยู่เป็นประจำ

Advertising
Attractions, สิ่งก่อสร้างทางศาสนา

มัสยิดจักรพงษ์

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

หากคุณไปเดินท่องเที่ยวแถวๆ พระอาทิตย์ หรือ ย่านท่องเที่ยวอย่าง ข้าวสาร อาจจะลองมองหาป้ายหน้าตรอกเล็กๆ ที่เขียนว่า ‘มัสยิดจักรพงษ์’ ดู ซึ่งด้านในตรอกนี้เป็นที่ตั้งของมัสยิดแห่งแรกในเขตพระบรมมหาราชวังที่ยังอยู่ในสภาพดี ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) หลังจากกวาดต้อนเชลยศึกจากหัวเมืองปัตตานีมาได้ และให้ตั้งชุมชนอยู่ใกล้กับแขกตานีเดิมในบริเวณนี้ มีลักษณะเป็นอาคารสูง 2 ชั้น สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมอาหรับผสมเปอร์เซีย ประดับด้วยกรอบไม้ฉลุรูปทรงเราขาคณิต กรุกระจกสีต่างๆ ที่นี่ยังเป็นชุมชนมุสลิมเก่าแก่ที่มีเชื้อสายของแขกตานี ซึ่งเคยมีชื่อเสียงมากในฐานะชุมชนช่างทองของพระนครอีกด้วย

Art, แสดงผลงานศิลปะ

หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

บ้านเจ้าพระยา เป็นอาคารทรงปั้นหยา สถาปัตยกรรมอันงดงามที่ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้กับสวนสันติชัยปราการและป้อมพระสุเมรุ บริเวณถนนพระอาทิตย์ ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมชมเสมอ ที่นี่เคยเป็นวังของพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่ และที่พักของมารีโอ ตามัญโญ (Mario Tamagno) นายช่างชาวอิตาเลียนที่อยู่เบื้องหลังความงดงามของพระที่นั่งอนันตสมาคม และสถานีรถไฟหัวลำโพง ก่อนที่จะมีการส่งต่อพื้นที่มาเรื่อยๆ จนถึงกลุ่ม ปตท. ที่ได้อนุรักษ์บ้านเจ้าพระยาแห่งนี้ ให้เป็น ‘หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา’ เพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการผลงานที่ได้รับรางวัลในการประกวดศิลปกรรม ปตท. และจัดแสดงนิทรรศการผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียง หรือศิลปินรุ่นใหม่

Advertising
Art, แกลอรี่

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปะแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ตั้งพระตำหนักของเจ้านายฝ่ายวังหน้า ก่อนจะถูกรื้อถอนและสร้างใหม่เป็นโรงกษาปณ์สิทธิการ โดยได้แรงบันดาลใจการวางผังจากแบบแปลนโรงงานเครื่องจักรเมืองเบอร์มิ่งแฮม ประเทศอังกฤษ มีจุดเด่นอยู่ที่มุขกลางด้านหน้าของอาคารที่มีหลังคาทรงจั่วแบบวิหารกรีก ผนังหน้าจั่วประดับตราแผ่นรูปดินปูนปั้น ล้อมรอบด้วยครึ่งวงกลมประกอบลายพันธ์พฤกษา ตามรูปแบบของสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก แนวคิดนีโอปัลลาเดียน เพื่อสร้างบรรยากาศความเคร่งขรึม สง่างาม สำหรับการเป็นอาคารราชการ และส่งมอบต่อมาให้เป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะหลายประเภท แต่ยังคงอนุรักษ์รูปแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาของสถาปนิกและวิศวกรในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี

Time Out พูดว่า
คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา (วัดซิกข์)
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok
Attractions, สิ่งก่อสร้างทางศาสนา

คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา (วัดซิกข์)

icon-location-pin รัตนโกสินทร์

อาคารหลังคาโดมสีทองใกล้หัวมุมถนนพาหุรัดตัดกับถนนจักรเพชร คือ ศาสนสถานอันวิจิตรของชนชาวซิกข์ หรือแขกโพกหัว ที่สร้างขึ้นใหม่ โดยได้รับอิทธิพลทางด้านรูปแบบงานสถาปัตยกรรมมาจากคุรุดวาราฮัรมันดิรซาฮิบ (สุวรรณวิหาร) ในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญและเป็นศูนย์รวมของศาสนิกชนชาวซิกข์ทุกคน หลังจากถูกระเบิดในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา และเป็นที่ประดิษฐานของพระมหาคัมภีรศรีคุรุครันตซาฮิบ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งหากไปเยือนถูกจังหวะก็อาจจะได้เห็นบรรยากาศของงานมงคลสไตล์ภารตะที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนในชุดส่าหรีที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ โดยภายในมีทั้งโรงทานที่เปิดเลี้ยงอาหารฟรีทุกวัน โถงฟังธรรมสวดมนต์ทุกเช้าเย็น และห้องเรียนศาสนาที่มีการสอนเป็นภาษาไทย ส่วนการเข้าชมที่นี่ก็มีเงื่อนไขเล็กน้อยว่าต้องแต่งกายให้มิดชิด คลุมศีรษะด้วยผ้าที่ทางวัดจัดเตรียมให้เรียบร้อยก่อนเดินชมและห้ามถ่ายรูป

Advertising