อาสนวิหารอัสสัมชัญ

Attractions, สิ่งก่อสร้างทางศาสนา เจริญกรุง
5 จาก 5 ดาว
อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก
1/5
Saranyu​ Nokkaew​
อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก
2/5
Saranyu​ Nokkaew​
อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก
3/5
Saranyu​ Nokkaew​
อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก
4/5
Saranyu​ Nokkaew​
อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก
5/5
Saranyu​ Nokkaew​

Time Out พูดว่า

5 จาก 5 ดาว

อาสนวิหารอัสสัมชัญ หรือ ‘โบสถ์อัสสัมชัญ’ คือหนึ่งในโบสถ์ที่สวยที่สุดในประเทศไทย ณ ค.ศ. นี้ เดิมทีเคยเป็นโบสถ์ก่ออิฐถือปูนหลังเล็กๆ ที่สร้างขึ้นด้วยเงินบริจาคจำนวน 1,500 บาท ในปี ค.ศ. 1820 โดยคุณพ่อปาสกัล ชาวไทย-โปรตุเกส

โบสถ์ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้เป็นหลังที่ 2 สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรชาวคริสตัง โดยเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1909 ยุคที่คุณพ่อเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ บาทหลวงชาวฝรั่งเศส เป็นเจ้าอาวาสวัด และเสร็จสมบูรณ์ในอีก 9 ปีต่อมา

จะเห็นว่าใช้เวลาในการสร้างนานเกือบทศวรรษ เพราะสมัยก่อนการคมนาคมไม่ได้สะดวกอย่างทุกวันนี้ การขนส่งวัสดุแต่ละอย่างต้องใช้เวลา ซึ่งตามบันทึกประวัติของโบสถ์ระบุว่า หิน ทราย ที่ใช้ในการก่อสร้างต้องสั่งซื้อมาจากราชบุรี เครื่องประดับอาสนวิหารอย่างหินอ่อนและกระจกสีก็อิมพอร์ตมาจากฝรั่งเศส อิตาลี และสิงคโปร์โน่น

เรื่องการเงินก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรค แต่ภายหลังก็ได้ผู้ใจบุญทั้งในไทยและยุโรปช่วยบริจาคเงินจนเพียงพอที่จะสร้างโบสถ์ให้สำเร็จได้ตามความตั้งใจของคุณพ่อกอลมเบต์ งานสร้างไม่ธรรมดาแบบนี้หลายคนคงอยากรู้ว่าใครกันคือผู้ออกแบบโบสถ์นี้ ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่มีแหล่งข้อมูลไหนระบุชื่อเสียงเรียงนามของสถาปนิกผู้นี้เอาไว้เลย บอกแต่เพียงว่าเป็นสถาปนิกชาวฝรั่งเศส

รูปแบบสถาปัตยกรรมของโบสถ์หลังใหม่นี้ ได้รับอิทธิพลจากสมัยเรเนซองซ์ จุดสังเกตอยู่ที่การสร้างโดยคำนึงถึงสมดุลเป็นหลัก ที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดคือ ‘หอคอย’ ที่สูงตระหง่านอยู่ทั้ง 2 ด้านของทางเข้าซุ้มประตู ภายในโบสถ์มีความกว้างขวาง โอ่โถง เข้ามาแล้วจะถูกรายล้อมด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่มีความวิจิตร มองขึ้นไปข้างบนจะเห็นเพดานทรงโค้งถูกตกแต่งด้วยสีทองเป็นแฉกๆ คล้ายดวงดาวกำลังเปล่งแสงอยู่ตลอดเวลา

มองไปข้างๆ เห็นมีประติมากรรมปูนปั้นที่แสดงถึงเรื่องราวความเชื่อทางศาสนาคริสต์เรียงอยู่ตามช่องหน้าตาด้วย มองเลยไปอีกนิดเป็นงานกระจกสีที่ถอดเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิ้ลมาถ่ายทอดเป็นฉากๆ บนหน้าต่างกว่า 40 บานรอบโบสถ์เหนือพระแท่นบูชาขึ้นไปคือหน้ามุขที่ประดิษฐานของรูปปั้นพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์หรือแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ เล่ากันตามความเชื่อของชาวคริสตังว่า หลังมรณกรรมพระเจ้าทรงนำพระนางมารีย์พรหมจารีขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ เพราะศพที่ฝังไว้ได้หายไปเหมือนศพพระเยซู

แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์มีความสำคัญต่อศาสนจักรโรมันคาทอลิกในประเทศไทยในฐานะองค์อุปถัมภ์ และจะมีพิธีสมโภชพระนางมารีย์พรหมจารีรับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ ทุกๆ วันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี โรงเรียนที่สังกัดเขตมิสซังโรมันคาทอลิกก็จะหยุดเรียนในวันนั้นด้วย

ใต้พระแท่นเคยเป็นสุสานฝังศพนักบุญและมิสชันนารีที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในประเทศไทย หนึ่งในนั้นคือ ‘คุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง’ บาทหลวงชาวนครปฐมที่ถูกจับกุมในข้อหากบฏภายนอกราชอาณาจักร และถูกตัดสินให้จำคุก 15 ปีที่เรือนจำบางขวางและถึงแก่กรรมด้วยวัณโรคในปี ค.ศ. 1944 หลังจากติดคุกได้ 3 ปี เรื่องน่าเศร้านี้เป็นผลจากการเบียดเบียนคริสต์ศาสนิกชนในช่วงที่เกิดกรณีพิพาทอินโดจีนระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ซึ่งตอนนั้นคริสตจักรโรมันคาทอลิกในไทยอยู่ในความดูแลของบาทหลวงชาวฝรั่งเศส 

ปัจจุบันอาสนวิหารอัสสัมชัญมีความสำคัญต่อชาวคริสตังอย่างมาก โดยเมื่อ 35 ปีก่อน โป๊ปจอห์น ปอล ที่ 2 ได้เสด็จมาที่นี่ระหว่างการมาเยือนไทย และในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ โป๊ปฟรังซิสก็จะเสด็จมาทำพิธีมิสซาสำหรับเยาวชนที่นี่ด้วย เป็นการต้อนรับโป๊ปครั้งที่ 2 ของโบสถ์แห่งนี้

โดย Suriyan Panomai

โพสต์

รายละเอียด

ที่อยู่ 23
ตรอกโอเรียนเต็ล
ถนนเจริญกรุง 40 เขตบางรัก
กรุงเทพฯ

ข้อมูลติดต่อ
เปิดบริการ สำนักงานวัดเปิด จ.-ศ. เวลา 08.30 - 17.00 น. (พักเที่ยง 12.00 - 13.00 น.) และ ส.-อา. เปิด 08.30 - 12.00 น.

ผู้ใช้พูดว่า

LiveReviews|0
2 people listening