Bamboo Bar

  • Bars
  • เจริญกรุง
  1. ฺBamboo bar
    Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok
  2. ฺBamboo bar
    Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok
  3. ฺBamboo bar
    Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok
  4. ฺBamboo bar
    Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok
  5. ฺBamboo bar
    Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok
  6. ฺBamboo bar
    Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok
  7. Bamboo bar
    Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok
  8. Bamboo bar
    Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok
การโฆษณา

Time Out พูดว่า

ถ้าใครเคยแวะไป Bamboo Bar ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เราเชื่อว่าบาร์นี้ต้องติดอันดับบาร์ที่ดีที่สุดจนอยากกลับไปซ้ำแน่นอน นั่นก็คือเหตุผลที่เรากลับไปเยือนหนึ่งในบาร์แจ๊สที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงเทพฯ แห่งนี้อีกครั้ง

บังเอิญเป็นช่วงที่ร้านเพิ่งเปลี่ยนเมนูใหม่พอดี วันนี้เราเลยมีอะไรมาเล่าให้ฟัง แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น ขอพูดถึงความน่าสนใจของบาร์นี้พอสังเขปในย่อหน้าถัดไป เผื่อเป็นข้อมูลให้คนที่กำลังจะไปหลังจากอ่านโพสต์นี้

Bamboo Bar คือแจ๊สบาร์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1953 ด้วยความที่เป็นบาร์ในโรงแรมริมแม่น้ำจึงเป็นที่นิยมของนักเดินทางและนักธุรกิจในยุคนั้น ก่อนจะขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ จนต้องย้ายร้านจากฝั่ง Authors’ Wing มาอยู่ที่ตั้งปัจจุบันตั้งแต่ปี 2014 เพื่อรองรับลูกค้า ปัจจุบันบริหารงานโดยบาร์เทนเดอร์ชาวอังกฤษ Jamie Rhind และเพิ่งคว้าอันดับที่ 35 บาร์ที่ดีที่สุดในโลกจาก World's 50 Best Bars 2020 และอันดับที่ 11 บาร์ที่ดีที่สุดในเอเชียจาก Asia's 50 Best Bars 2021

ก่อนหน้านี้ค็อกเทลซิกเนอเจอร์ของ Bamboo Bar จะนำเสนอความเป็นไทยผ่านวัตถุดิบจาก 5 ภาค ในคอนเซ็ปต์ Compass มีอะไรแปลกใหม่ให้ดื่มหลายแก้ว เช่น ค็อกเทลรสแกงฮังเล รสส้มตำ ฯลฯ มารอบนี้ก็ยังคงชูความเป็นไทยเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนมาเล่นกับองค์ประกอบของภูมิประเทศในไทยแทนกับคอนเซ็ปต์ Elements ซึ่งประกอบด้วย Rainforest, Mountains, Island, River และ City

Jamie และเฮดบาร์เทนเดอร์ ‘ชนกันต์ ท้าวอนนท์’ แลกเปลี่ยนไอเดียกันจนได้เครื่องดื่มออกมาหมวดละ 3 แก้ว โดย 2 แก้วแรกเป็นค็อกเทลส่วนแก้วสุดท้ายในแต่ละหมวดจะเป็นม็อกเทลที่คิดมาเพื่อคนที่ชอบไปนั่งชิลกับเพื่อนแต่ไม่ดื่มหรือดื่มไม่ได้เพราะต้องขับรถ ทั้งหมดก็เพราะอยากให้ทุกคนที่ได้รับประสบการณ์ดีๆ มากกว่าแค่มาดื่มให้เมาหรือมานั่งดื่มน้ำเปล่าน้ำอัดลมเฝ้าเพื่อนแล้วกลับ

Welcome to the jungle (540 บาท) คืนนี้เราเริ่มออกเดินทางจากเขตป่าฝน (Rainforest) ด้วยค็อกเทลที่มีส่วนผสมของคอนญักที่นำไปอินฟิวส์กับถั่วลันเตาหวานให้มีกลิ่นพืช เพิ่มความซับซ้อนของกลิ่นและรสชาติด้วยไซรัปวานิลลาและเสาวรส แล้วตกแต่งด้วยอบเชยกับต้นอ่อนถั่วลันเตาให้ดูเหมือนเถาวัลย์กำลังเลื้อยพันกิ่งไม้ เป็นแก้วที่ดื่มง่าย ให้ความรู้สึกสดชื่น มีกลิ่นของธรรมชาติ ชวนจินตนาการว่ากำลังอยู่ท่ามกลางป่าฝนสักที่หนึ่ง 

Life’s a beach (540 บาท) จากป่าฝนเราไปต่อที่เกาะ (Island) ที่มี่ชายหาดแสนสงบที่เราอยากจะนอนอาบแดดทั้งวันแล้วพร้อมจิบค็อกเทลแก้วนี้ไปด้วย Life’s a beach เป็นแคลริฟายดริงก์ที่มีส่วนผสมของเตกีลา น้ำแตงโม ผักชีลาว บิตเทอร์แตงกวา และแต่งขอบแก้วด้านหนึ่งด้วยผงอัลมอนด์

Summit (540 บาท) สปิริต-ฟอร์เวิร์ดแก้วเดียวของค่ำคืนนี้เป็นตัวแทนของภูเขาสูง (Mountain) มีส่วนผสมของ Tangueray 10 และ Pastille ซึ่งได้ทั้งความเย็นและสดชื่นจากมินต์แบบเต็มๆ ตามด้วยน้ำมันเสจสองสามหยด เสิร์ฟในแก้วหินและใส่หินแช่เย็นลงไปแทนน้ำแข็งเพื่อให้ความเย็นแต่ไม่เจือจางรสชาติของเครื่องดื่ม แก้วนี้จึงเข้มตั้งแต่จิบแรกจนหมดแก้วแต่ก็เย็นสดชื่นเหมือนยืนสูดอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขาเหมือนกัน

Mali (320 บาท) แก้วนี้เป็นม็อกเทลจากหมวด River หวานหอมด้วยส่วนผสมของน้ำมะตูม ข้าวหอมมะลิ ชามะพร้าว และดอกมะลิที่ตกแต่งอยู่บนแก้ว ให้ความรู้สึกเหมือนจิบน้ำลอยดอกมะลิที่คนโบราณใช้เป็นเครื่องดื่มต้อนรับผู้มาเยือน

Hawker (540) จบที่เมือง กับเครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบเดียวกันกับต้มข่าไก่ (ยกเว้นไก่) แก้วนี้เบสด้วยเตกีลาที่มีกลิ่นมะพร้าวจากกระบวนการแฟลชวอช เติมไซรัปตะไคร้ ฉีกใบมะกรูดใส่ลงไปแล้วเชกรวมกัน ออนท็อปด้วยเบียร์ขิงซ่าๆ และแต่งด้วยใบมะกรูด เป็นค็อกเทลรีเฟรชชิงอีกแก้วที่น่าลอง ซึ่งแก้วนี้เป็นแก้วเดียวจากซีรีส์ซิกเนเจอร์ก่อนหน้าที่ยังถูกเก็บไว้ 

Bamboo Bar อยู่ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เปิดทุกวันอังคาร - วันเสาร์ ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป

Suriyan Panomai
เขียนโดย
Suriyan Panomai

รายละเอียด

ที่อยู่
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล
ซอยเจริญกรุง 40
กรุงเทพมหานคร
เปิดบริการ
อา-พฤ 17:00-1:00, ศ-ส 17:00-2:00
การโฆษณา
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ ที่คุณน่าจะชอบ