เกรซ-นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ: "เราไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น"

หนุ่มข้ามเพศคนแรกที่แต่งกายตามเพศวิถีเข้าพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Nawarat "Grace" Techarathanaprasert
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok
โดย Khemjira Prompan และ Wissuta Ploypetch |
Advertising

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้เห็นอดีตนักแสดงเด็กและทายาทสหมงคลฟิล์ม เกรซ-นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ ผ่านหูผ่านตามาบ้างบนจอภาพยนตร์หลายเรื่อง อย่างเช่น เอ๋อเหรอ (2548) ข้าวเหนียวหมูปิ้ง (2549) และ ไฉไล (2549) ซึ่งหลังจากภาพยนตร์เหล่านี้เกรซก็ไม่ได้ปรากฏตัวผ่านสื่อเป็นระยะเวลานาน ก่อนจะเป็นที่พูดถึงบนโลกอินเตอร์เน็ตอีกครั้งเมื่อเขาโพสต์ภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัว ขอบคุณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสำหรับการอนุญาตให้เขาใส่ชุดรับปริญญาของผู้ชายเข้าพิธีพระราชทานปริญญาบัตรได้

View this post on Instagram

Officially graduating this Friday ! Please come by to take some photos 📸 ขอขอบคุณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พิจารณาคำขอการแต่งกายข้ามเพศเพื่อเข้าพิธีพระราชทานปริญญาบัตร และให้โอกาสเรา "ให้เราได้เป็นสิ่งที่เราเป็น ในวันที่เราภาคภูมิใจที่สุด" สิ่งนี้อาจจะเป็นเรื่องเล็ก แต่มันทำให้เราได้รู้ว่า จริงๆแล้วทุกคนควรมีโอกาสและมีอิสระในการใช้ชีวิต และ อย่าให้คำว่าเพศ มาเป็นประเด็นเหนือชีวิต อย่าให้มันมาเป็นการปิดกั้นโอกาส มาแบ่งแยก หรือ ทำให้เราทำอะไรไม่เต็มที่ เพราะเราเป็น มนุษย์ เหมือนกันทุกคน Will be waiting for you all วันที่ 29 13.00 ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย Love is a terrible thing to hate. Don't be afraid #lgbtq 🏳️‍🌈

A post shared by Nava Techaratanaprasert (@9nava) on

นี่นับเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของไทยอย่างจุฬาฯ ยอมให้หนุ่มข้ามเพศแต่งกายตามเพศวิถีเข้ารับปริญญาบัตร โดยที่ผ่านมาเคยมีแต่สาวข้ามเพศเท่านั้นที่ใส่ชุดรับปริญญาตามเพศวิถี และเกรซคือคนที่ได้รับโอกาสในครั้งแรกนี้ไป

“ตอนนั้นถ้าถามว่าจำเป็นที่จะต้องใส่ให้ได้ไหม สำหรับเกรซรู้สึกว่าจำเป็นแหละ เพราะเกรซคงจะไม่สบายใจถ้าต้องใส่ชุดรับปริญญาของผู้หญิง ซึ่งเอาจริงๆ แล้ว เกรซไม่คิดว่ามันจะเกิดทำให้ทุกคนอยากทำตามเราขึ้นมา แล้วในระหว่างกระบวนการทำเรื่องขอมันก็ทำให้เราได้รู้ว่าสังคมหรือมหาวิทยาลัยเปิดกว้างกับเรื่องนี้มากขึ้น” เกรซเล่าถึงเหตุผล หลังจากที่เรื่องการแต่งกายครั้งนี้ของเขาได้กลายเป็นไวรัล และได้รับเสียงสนับสนุนจากทั้งกลุ่มคนหลากหลายทางเพศและคนทั่วไป

 

"เราไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น"

 

เกรซบอกว่าเขาเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ LGBTQ ในประเทศไทยไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เขารู้สึกเช่นกันว่าในแง่ของกฎหมายนั้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก ซึ่งถือว่าช้าสำหรับเขาเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของประเทศอื่นๆ 

“เกรซคิดว่ากฎหมายน่าจะให้สิทธิเราเท่ากับคนอื่นได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนชื่อนำหน้าหรือการแต่งงานกับคนเพศเดียวกัน แต่เกรซก็เข้าใจแหละว่าในประเทศไทยตอนนี้มันยังมีเรื่องน่าปวดหัวอย่างอื่นให้รีบทำมากกว่าประเด็นเรื่องเพศ”

ส่วนตอนนี้เกรซบอกว่าขอโฟกัสที่การทำทุกวันของตัวเองให้ดีที่สุดก่อนอย่างอื่น ไม่ได้อยากเคลื่อนไหวอะไรมากกว่านี้ แต่ก็ให้คำปรึกษาทางข้อความกับรุ่นน้องที่อยากทำเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ และคิดว่าการพยายามแก้ไขความเข้าใจแบบผิดที่หลายคนมีน่าจะเป็นทางดีง่ายกว่าการออกไปต่อสู้เคลื่อนไหว

“ถ้าเราเป็นคนดี ตั้งใจทำงานทำหน้าที่เรา คนอื่นก็จะรู้เองว่าเราไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น” เกรซทิ้งท้าย

 

Nawarat “Grace” Techarathanaprasert

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

  

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

LGBT

ทำความรู้จักกระบอกเสียง LGBTQ รุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง

เหล่าบุคคลที่มีส่วนทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงความคิดต่อกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ซึ่งไม่เพียงแต่สำหรับสังคมไทย แต่ยังรวมไปถึงสังคมทั่วโลก

Advertising