แดร็กควีนไทยเปิดใจถึงการเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในห้องเวิร์ครูม เมื่อต้องสู้กับคนทั้งโลก และค่ำคืนในสีลม
GAWDLAND กับการลงแข่ง RuPaul's Drag Race ด้วยความกล้าแบบ Gen Z ไทยไม่เหมือนใคร
แดร็กควีนชาวไทยพูดถึงการเป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวในเวิร์กรูม การยืนชนทั้งโลก และค่ำคืนในสีลม
GAWDLAND is loud, proud และได้รับการการันตีจากแม่ RuPaul เรียบร้อยแล้ว ควีนสาวจากเมืองเหนือที่มาปักหลักในกรุงเทพฯ คนนี้ เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนบนเวที Drag Race Thailand ซีซัน 3 จนกลายมาเป็นตัวแม่ขาประจำย่านสีลม และตอนนี้เธอก็ก้าวไปอีกขั้นในฐานะควีนไทยเพียงหนึ่งเดียวบนเวที RuPaul's Drag Race VS The World Season 3 ศึกรวมดาวนานาชาติที่จะต้องประชันโฉมต่อหน้าแม่รูตัวจริงเสียงจริง และนี่คือเรื่องราวของเธอ ทั้งความภูมิใจในความเป็นไทย พลังไฟของ Gen Z และความหมายของการออกไปปะทะกับคนทั้งโลก
GAWDLAND – ชื่อนี้มาจากไหน?
มาจากชื่อจริงค่ะ ‘ธราเทพ’ ซึ่งในภาษาไทยหมายถึง ‘ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน’ ประมาณว่าเป็นบิ๊กบอสของโลกใบนี้ แล้วก็คิดว่าทำให้มันเควียร์ขึ้นดีกว่า จากคำว่า ‘God’ (G-O-D) ก็เลยเปลี่ยนเป็น ‘GAWD’ (G-A-W-D) ใส่ความ GAWD ลงไปค่ะ
ถ้าพูดถึง GAWDLAND อะไรคือเอกลักษณ์ของคุณ?
‘คิดว่าคือความตะโกน ความเสียงดังค่ะ ทุกครั้งที่ปรากฏตัว ก็อดแลนด์จะเหมือนประทัดลูกเล็กๆ แต่อิมแพคมหาศาล ทุกคนจะต้องหันมามอง รำคาญบ้าง ชอบบ้าง แสบตาบ้าง แสบหูบ้าง แต่ว่าเรียกความสนใจได้แน่นอน’
หลายคนให้คำนิยามแดร็กต่างกันไป ทั้งศิลปะ การขับเคลื่อนสังคม หรือความบันเทิง สำหรับคุณมันคืออะไร?
'เป็นทั้งหมดที่พูดมา เป็นทั้งศิลปะ ทั้งเอนเตอร์เทนเมนต์ การเคลื่อนไหวทางสังคม เป็นทุกอย่างของชีวิต'
ชีวิตก็อดแลนด์ขับเคลื่อนด้วยสิ่งนี้ ตื่นมาก็คิดถึงมัน ก่อนนอนก็ยังคิด ว่าจะทำยังไงให้เราเป็น a better drag queen? มันอยู่ในหัวตลอดเวลา มันคือทุกอย่างของชีวิต เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้มีชีวิตต่อไป อธิบายยังไงก็ไม่หมด มันคือทุกอย่างเลย
กว่าจะออกมาเป็นหนึ่งลุค มีขั้นตอนยังไงบ้าง?
มันขึ้นอยู่กับโจทย์ค่ะว่าเราจะเอาแดร็กของเราไปทำอะไร เป็นถ่ายแบบ แฟชั่น เป็นโชว์ หรือเป็นการแสดงแบบไหน แล้วค่อยดึงเอาความเป็นตัวตนที่เป็นแดร็กของเราเข้าไปผนวกกับ activity นั้น ส่วนใหญ่เราทำงานภายใต้โจทย์ ทุกอย่างมีธีม
แดร็กมีกรอบของมัน ทุกรันเวย์มีธีม พอคุณได้โจทย์มาแล้วมันขึ้นอยู่กับคุณว่าจะตีความยังไง ใส่ตัวตนของคุณลงไปยังไง และส่งต่อผลงานที่เป็นทั้งตัวเราและสิ่งที่เขาต้องการออกมาให้ได้
เล่าให้ฟังหน่อยเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นทางความคิดสร้างสรรค์ของคุณ
ก็อดแลนด์โตมาในภาคเหนือ และครอบครัวก็ไม่ได้เปิดรับเรื่องความหลากหลายทางเพศเท่าไหร่ แต่ก็จะโตมากับการฟ้อน การรำ ตอนเด็กๆ จำได้เลยว่าแอบไปรำหน้ากระจกเงียบๆ คนเดียว พ่อแม่เคยจับได้ครั้งหนึ่งแล้วก็ดุเรา เรารู้สึกว่าโตมากับการแสดงตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะการแสดงท้องถิ่น มันเป็นแรงบันดาลใจสำคัญมากที่ทำให้เราอยากเป็น Performer on stage แล้วก็พัฒนามาเรื่อยๆ และตอนนี้ฉันก็ได้ทำมันเป็นอาชีพจริงๆ แล้ว
วัฒนธรรมไทยทั้งดั้งเดิมและร่วมสมัยมาก คุณบาลานซ์สองอย่างนี้ยังไง?
'ก็อดแลนด์เป็นแดร็กควีน Gen Z ที่ชอบความโมเดิร์นมาก แล้วเวลาที่ทำงานศิลปะหรือทำแดร็ก ก็จะพยายามทำให้มันใหม่ เข้าถึงได้ และไม่เชย'
ดังนั้นการที่ได้ไปเป็นตัวแทนของประเทศไทยในครั้งนี้ มันคือความ Conservative ที่เอามาผนวกกับความเป็นปัจจุบันในตัวเรา
สิ่งที่ก็อดแลนด์กำลังจะได้ไปนำเสนอบนเวที RuPaul's Drag Race มันจะเป็นแฟชั่นไทยที่ทั้งใหม่และเก่า เป็นการแคลชกันระหว่าง 2 เจนเนอเรชั่น
ก็อดแลนด์รู้เลยว่าต้องผสมผสานความดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัย
โดยมี พี่อาร์ต อารยา เป็น Creative Director ให้ พี่อาร์ตคือไอคอนแดร็กไทย เป็นดีไซเนอร์ และสไตลิสต์ที่อยู่ในวงการแฟชั่นมา 3 ทศวรรษ และเป็นกรรมการ Drag Race Thailand ด้วย พี่เขาดูแลทุกอย่างตั้งแต่เริ่มจนจบเลย
'พี่อาร์ตเป็นรุ่นใหญ่ ก็อดแลนด์เป็นรุ่นใหม่ การปะทะกันของมุมมองสองเจเนอเรชันนี้ ทำให้เกิดอะไรที่บาลานซ์ ความสดใหม่ ยังคงเคารพรากเหง้า และแสดงความเป็นตัวตนของเรา และก็อดแลนด์มั่นจะว่าจะทำมันออกมาได้ดีมากๆ แน่นอนค่ะ'
แล้วตอนนี้คุณได้ไปอยู่บนเวทีที่ใหญ่ที่สุดอย่าง RuPaul's Drag Race VS The World รู้สึกยังไงบ้าง?
'มันคือความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่มากค่ะ ก็อดแลนด์ไม่ได้เป็นตัวแทนแค่ตัวเอง แต่เป็นตัวแทนประเทศไทย แดร็กไทย ชุมชนไทย และศิลปินไทยทั้งหมด มันเป็นเรื่องของระดับประเทศไปแล้ว'
ถึงจะพยายามไม่กดดันตัวเอง แต่เสียงมันก็วนเวียนอยู่ในหัวตลอดว่า ‘ฉันมาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนประเทศ’ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจมากจริงๆ และเอาจริงๆ ในระดับสากลวัฒนธรรมไทยเราโดดเด่น มีเสน่ห์ และชัดเจนมาก ก็อดแลนด์ภูมิใจมากที่ได้โชว์สิ่งนี้ให้โลกเห็น
คุณหยิบวัฒนธรรมมาตีความใหม่ ก้าวข้ามภาพจำเดิมๆ มีกังวลบ้างไหมว่าคนอื่นจะไม่เข้าใจ?
‘ถ้าใครไม่เข้าใจ เขาก็สามารถไปหาข้อมูลต่อเองได้ค่ะ นั่นคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ บางครั้งเราก็ไม่ได้นำเสนอแบบตรงๆ (หัวเราะ) เอามันมาผสม ทำให้ร่วมสมัย ทำให้มันแคมป์ ทำให้มันเควียร์และเป็นตัวเราสุดๆ และมันจะออกมาดีมาก นั่นแหละคือการเผยแพร่ความเป็นไทยในรูปแบบที่สวยงาม ทำให้คนสงสัยและเชิญชวนให้เขามาค้นหาคำตอบด้วยตัวเองในแบบของเขาค่ะ’
เล่าเหตุการณ์วันที่ได้รับสายเรียกตัวไป VS The World หน่อย
มีคนโทรมาค่ะ เขาถามก่อนว่าสนใจไหม เพราะตอนนั้น Drag Race Thailand Season 3 ยังออนแอร์อยู่เลย เขาห่วงว่าก็อดแลนด์จะพร้อมไหม แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดเลยค่ะ ตอบตกลงทันที ไม่มีลังเล พอได้รับการยืนยันปุ๊บก็ดีใจมากๆ เพราะสำหรับแดร็กควีนหลายคน การได้เจอ RuPaul คือจุดสูงสุด และสำหรับก็อดแลนด์มันคือเครื่องยืนยันว่าเราทำได้ดี และทำให้ประเทศไทยภูมิใจค่ะ
Pangina Heals เป็นแดร็กควีนไทยคนแรกที่ขึ้นเวทีนี้ การเฝ้าดูเส้นทางของเธอให้อะไรกับคุณบ้าง?
พี่เขาคือตำนานค่ะ เป็นแดร็กควีนคนแรกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไปยืนบนเวทีโลก เขาไม่ได้แค่เปิดประตูให้ประเทศไทยแต่เขาพังประตูให้พวกเราทุกคนเลย นั่นคือสิ่งที่เขาทิ้งไว้ตลอดไป ก็อดแลนด์ก็เรียนรู้จากพี่เขาในมุมที่หลายคนอาจไม่คาดคิดด้วย ทั้งจุดสูงสุด และแรงกดดันจากการแบกความหวังของทั้งภูมิภาคไว้บนบ่า เพราะฉะนั้น ใช่ค่ะ
'ก็อดแลนด์เป็นตัวแทนประเทศไทย เดินเข้าไปในฐานะตัวเอง เพื่อส่งต่อความรัก พลังบวก สร้างแรงบันดาลใจ และโชว์ศิลปะที่เราเชื่อมั่น ก็อดแลนด์ไปเพื่อตัวเอง และความเป็นไทยมันก็ผสมอยู่ในทุกอย่างที่ทำอยู่แล้ว พอคิดได้แบบนี้ มันก็ช่วยปลดล็อกความกดดันไปได้มาก'
หนึ่งในโมเมนต์ไวรัลคือการแต่งแดร็กจัดเต็มไปงานรับปริญญาที่จุฬาฯ เรื่องนี้มันเป็นยังไง?
'(หัวเราะ) ใช่ค่ะ สนุกมาก จุฬาฯ เป็นสถาบันที่มีเกียรติมาก และก็อดแลนด์เรียนคณะนิเทศศาสตร์ ซึ่งสอนให้คิดเชิงวิพากษ์ เข้าใจโครงสร้างสังคม เรื่องเพศ การเมือง และศิลปะเควียร์ ทั้งหมดนี้เลย แดร็กคือเรื่องการเมือง นิเทศฯ ก็คือเรื่องการเมือง ปริญญาใบนี้ทำให้ความเป็นแดร็กของก็อดแลนด์แข็งแรงขึ้นจริงๆ ไม่มีใครคาดคิดว่าเราจะแต่งแดร็กเต็มยศไปรับปริญญา แต่นั่นแหละคือการแสดงจุดยืน'
'เพราะทั้งแดร็กและงานสื่อสารมวลชน คือการสร้างสรรค์เรื่องราวที่มีความหมายต่อสังคมค่ะ'
คู่มือสไตล์ GAWDLAND สำหรับการเที่ยวกรุงเทพฯ
‘นวดก่อนเลยค่ะ อันดับแรกไม่ว่าจะที่ไหน นวดน้ำมัน นวดเท้า ก็อดแลนด์ชอบมาก
จากนั้นก็ของกิน ร้าน ณ เรื่องเหล้า (Na Rueang Lao) แถวเจ้าพระยา ชิลมาก ให้ฟีลโลคอล อาหารอร่อยมาก หรือร้าน Tahona สุขุมวิท สำหรับเดตมื้อค่ำ
ที่นั่นจะเป็นอาหารไทยรสชาติคลาสสิกที่ตีความใหม่ด้วยเทคนิคและการจัดจานร่วมสมัยหน่อย
ส่วนเรื่องดื่มแนะนำ Hippie de Bar ถนนข้าวสาร ค่ะ แต่ถ้าเป็นเดทตอนกลางวัน เริ่มที่พิพิธภัณฑ์หรือวัดโพธิ์ วัดอรุณ อะไรก็ได้ ต้องลองเทสต์ไวบ์กันก่อน’
และนี่คือลิสต์พื้นที่ของ GAWDLAND
สีลมซอย 4 เท่านั้นค่ะ นี่คือบ้าน ถ้าก็อดแลนด์ไม่ได้ขึ้นแสดงก็จะไปยืนเป็นคนดู ตั้งแต่ House of Heals, Eau de Toilette, The Stranger Bar, Beef ทั้งหมดอยู่บนถนนสีลม ทุกคนสามารถ เดินเซจากร้านหนึ่งไปอีกร้านหนึ่งได้เลย เป็นบาร์ครอลล์สายเกย์แบบเต็มรูปแบบ
ทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทั้งชื่อเสียง การถูกจับจ้อง ตอนนี้คุณรู้สึกยังไง?
‘โลกมันกว้างใหญ่กว่าที่ก็อดแลนด์เคยคิด เราเข้าใจผู้คนมากขึ้น การที่ได้อยู่บนหน้าจอ การถูกมองเห็นตลอดเวลาทำให้รู้ว่าเราไม่สามารถทำให้ทุกคนรักเราได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือถามตัวเองว่า ‘เรามีความสุขกับจุดที่ยืนอยู่ไหม?’ ‘เรามาที่นี่ด้วยเหตุผลที่ถูกต้องไหม?’ และคำตอบของคือใช่’
‘ก็อดแลนด์ได้ทำงานศิลปะที่รัก ได้สร้างแรงบันดาลใจ และได้รับแรงบันดาลใจกลับมา ได้พิสูจน์ว่าความฝันมันขยับเข้ามาใกล้เราได้จริงๆ เวทีโลกที่เคยดูไกลตัว ตอนนี้อยู่ในกำมือของเราแล้ว มันไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ ก็อดแลนด์คือหลักฐานที่มีชีวิตค่ะทุกคน guys, girls and gays’
GAWDLAND จะเข้าร่วมแข่งขันใน RuPaul's Drag Race VS The World Season 3 เริ่มสตรีมมิ่ง 27 มกราคม 2026

