A girl who’s always dressed in black, headphones locked in—lost somewhere between a Thai indie track and the next livehouse gig. She’s a quiet observer with an untamed soul, drawn to medium-roast coffee, grainy film shots, loud guitars, obscure cinema, cold beer, and anything with a sharp edge. She doesn’t follow the noise. She makes her own.

Yokploy Chandrabha

Yokploy Chandrabha

Staff writer, Time Out Thailand

Follow Yokploy Chandrabha:

Articles (110)

รวมความเชื่อโบราณ กุศโลบายเบื้องหลัง และกฎเหล็ก วัยเด็กที่ผู้ใหญ่เตือนว่าห้ามทำ

รวมความเชื่อโบราณ กุศโลบายเบื้องหลัง และกฎเหล็ก วัยเด็กที่ผู้ใหญ่เตือนว่าห้ามทำ

ไม่มีใครเคยอธิบายที่มาของกฎเหล่านี้อย่างจริงจัง บางความเชื่อมักโผล่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่ว่าจะกลางวงข้าว ระหว่างกวาดบ้าน หรือจู่ๆ ก็ถูกเตือนขึ้นมาระหว่างบทสนทนาโดยญาติผู้ใหญ่ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดขาด โดยไม่มีเชิงอรรถหรือแหล่งอ้างอิงใดๆ ทั้งสิ้น ‘อย่าเคาะจานข้าว’ ‘ได้ยินใครเรียกอย่าขานรับ’ หรือ ‘อย่าเหยียบธรณีประตู’ แน่นอนว่าตอนเด็กเราก็ทำตามอย่างว่าง่าย และพูดตามตรง... ทุกวันนี้หลายคนก็ยังเผลอทำตามอยู่ ความเชื่อโบราณของไทยมักมาพร้อมคำเตือนชวนขนลุก ตั้งแต่การเคาะจานข้าวที่อาจเป็นการเรียกสัมภเวสีให้มาร่วมวง ไปจนถึงการกวาดบ้านตอนกลางคืนที่เชื่อว่าจะกวาดโชคลาภออกไปด้วย แม้แต่เรื่องใกล้ตัวอย่างการตัดผมวันพุธหรือการชี้นิ้วใส่รุ้งกินน้ำ ก็ยังมีคำทำนายถึงผลลัพธ์ที่ฟังแล้วอดสงสัยไม่ได้ เมื่อโตขึ้น เราเริ่มมองเห็นเหตุผลและกุศโลบายที่อาจซ่อนอยู่เบื้องหลังคำเตือนเหล่านี้ ตั้งแต่การสอนให้รู้จักถนอมข้าวของ ไปจนถึงการระมัดระวังตัวในเวลากลางคืน แม้เหตุผลเหล่านี้อาจไม่ใช่ที่มาดั้งเดิมของทุกความเชื่อ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องผีและความลี้ลับช่วยทำให้คำเตือนเหล่านี้ดูศักดิ์สิทธิ์และยากจะมองข้าม โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ ความเข้มข้นของแต่ละกฎมีตั้งแต่หลอนจริงจังไปจนถึงมีเหตุผลชวนให้พยักหน้าตาม แถมยังแตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัวและแต่ละภูมิภาค หากคุณยายของคุณเล่าเรื่องเหล่านี้ไม่เหมือนกับเวอร์ชันที่เรานำมาเล่า ก็ไม่ได้แปลว่าใครผิด เพราะนี่คือเสน่ห์ของมรดกทางมุขปาฐะ หรือเรื่องเล่าที่ส่งต่อกันจากปากสู่ปาก ซึ่งทำให้ความเชื่อเหล่านี้ยังคงอยู่คู่กับสังคมไทยมาจนถึงทุกวันนี้ Photograph: ShutterThai movie House Rules: กฎเหล็กในชายคา อย่าเคาะจานข้าวเวลากิน เรื่องหลอน: มารยาทบนโต๊ะอาหารที่มี ‘ผู้ช
กิจกรรมน่าทำในกรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ (29 ต.ค.- 1 พ.ย.)

กิจกรรมน่าทำในกรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ (29 ต.ค.- 1 พ.ย.)

สุดสัปดาห์นี้เตรียมปักหมุดความสนุกครบทุกมู้ด เริ่มจากสายปาร์ตี้และเทศกาลฮาโลวีน ปาร์ตี้เปิดฟลอร์ผีไทย คืนฉายหนังกลางแปลงสุดขลัง กิจกรรมบุกท้าความกล้าในโรงแรมร้าง งานวิ่งหนีผีเพื่อสุขภาพ ปาร์ตี้คอสตูมผีสัตว์เลี้ยง โรงละครอิมเมอร์ซีฟสุดหลอน และมูฟวี่ไนต์ดูหนังคลาสสิกชวนขนหัวลุก 3 วันติด  คอดนตรีและเฟสติวัล สัปดาห์นี้ห้ามพลาดคอนเสิร์ตเต็มวงในรอบ 20 ปีของ Jason Mraz, ปลดปล่อยฟลังและแดนซ์สุดพลังกับป็อปสตาร์สาว Zara Larsson ต่อด้วยโชว์กีตาร์นุ่มละมุนไปกับ yung kai, เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และศิลปะดิจิทัล DIAGE Festival และงานศิลปะผสานดนตรีทดลองสำรวจความตายใน วิหาร 2026 ปิดท้ายอีเวนต์สายกินดื่มและไลฟ์สไตล์ ชวนไปแฮงเอาต์สไตล์บาวาเรียนใน One Oktoberfest, จิบเครื่องดื่มคราฟต์ไทยกว่า 30 บูธในงาน Sip Thai, ชิมอาหารฝีมือเชฟดังในตลาดคราฟต์ฟู้ด, เดินคุ้ยตลาดเครื่องรางและของสะสมดาร์กแฟนตาซีที่ GalileOasis และกิจกรรมถอดบทบาทผู้ใหญ่กลับไปเล่นเกมวัยเด็กกลางสวนลุมพินี สุดสัปดาห์นี้ เตรียมชุดเก่งให้พร้อม เลือกอีเวนต์ที่ใช่ แล้วออกไปสัมผัสสีสันรับคืนปล่อยผีและเสียงดนตรีทั่วกรุงเทพฯ กันได้เลย!
8 ร้านอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพฯ ที่ควรค่าแก่การไปซ้ำความอร่อย

8 ร้านอาหารอิตาเลียนในกรุงเทพฯ ที่ควรค่าแก่การไปซ้ำความอร่อย

หลายคนอาจจะคิดว่าอาหารอิตาเลียนหน้าตาของมันดูเรียบง่าย ทั้งพิซซ่า พาสต้า เจลาโต แต่เอาเข้าจริง ความเรียบง่ายนี่แหละที่ซ่อนความซับซ้อนเอาไว้เต็มๆ ทั้งเทคนิค วิธีการปรุง วัตถุดิบที่เล่นได้ไม่รู้จบ และความหลากหลายที่สามารถนำมาสร้างสรรค์ใหม่ได้ไม่รู้จบ แถมยิ่งทำก็ยิ่งอร่อยขึ้นไปอีก บทความนี้หยิบข้อมูลจาก Koktail Thailand Restaurant Guide มาคัดเน้นๆ พร้อมพาไปตะลุย 8 ร้านอาหารอิตาเลียนทั่วกรุงเทพฯ ที่มีคาแรกเตอร์ชัดทุกที่ ตั้งแต่รสชาติแบบทัสคานีแท้ๆ ไปจนถึงเอมีเลีย-โรมัญญา รวมทั้งร้านขวัญใจเจ้าประจำและร้านใหม่ไฟแรงที่กำลังมา ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กินอาหารอิตาเลียนซ้ำกี่รอบก็ไม่เคยเบื่อ ลิสต์นี้น่าจะทำให้คุณอยากจองโต๊ะแล้ววนกลับไปกินอีกเรื่อยๆ อย่างแน่นอน!
Bloom in the Dark: ถอดรหัส 12 บทเพลง ผ่านภาษาดอกไม้ใน ‘Yesterday’s Town’ อัลบั้มใหม่จาก LANDOKMAI

Bloom in the Dark: ถอดรหัส 12 บทเพลง ผ่านภาษาดอกไม้ใน ‘Yesterday’s Town’ อัลบั้มใหม่จาก LANDOKMAI

หากใครยังติดภาพว่า LANDOKMAI คือวงอินดี้ที่มีแต่เพลงรักดรีมป็อปฟังสบาย อัลบั้มล่าสุดอย่าง ‘Yesterday’s Town’ อาจทำให้ต้องคิดใหม่ เพราะครั้งนี้ อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง และ แอนท์-มนัสนันท์ กิ่งเกษม สองสมาชิกจากค่าย What The Duck กลับมาพร้อมเฉดสีใหม่ๆ พร้อมเผยด้านขบถ และกล้าตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นธรรม ผ่านบทเพลงที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น ‘Yesterday’s Town’ ชวนเรานั่งไทม์แมชชีนกลับไปยัง ‘เมืองแห่งวันวาน’ พื้นที่ที่เก็บเรื่องราวในความทรงจำไว้ ตั้งแต่บ้านหลังเก่า ความฝันแรก ความผิดหวังครั้งสำคัญ ไปจนถึงผู้คนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโลกทั้งใบของเรา ทั้ง 12 เพลงจึงเปรียบเสมือนหน้ากระดาษในสมุดไดอารี่ ที่ชวนให้กลับไปทบทวนอดีตและทำความเข้าใจตัวเองในวันที่เติบโตขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ LANDOKMAI ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงความคิดถึง แต่ยังพูดถึงความรัก ความเสียใจ และการยอมรับความผิดหวังอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเผยพลังของความขบถและ ความเป็นดาร์กเฟมินีนผ่านการไม่ยอมลดทอนความรู้สึกของตัวเองเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ไม่แฟร์อีกต่อไป ด้านดนตรี อัลบั้มนี้ยังคงกลิ่นอายอินดี้ป็อปชวนฝันอันเป็นเอกลักษณ์ของวง แต่เพิ่มความดิบและเข้มข้นด้วยซาวด์ Post-Rock ที่ช่วยขับเน้นอารมณ์ให้ชัดขึ้น ราวกับกำลังเปิดดูอัลบั้มภาพเก่าที่มีทั้งความอบอุ่นและบาดแผลซ่อนอยู่ในแต่ละหน้าโดยอัลบั้มนี้ประกอบด้วยเพลงภาษาไทย 8 เพลง และภาษาอังกฤษ 4 เพลง ชวนทุกคนไปค้นพบอีกเฉดสีของลานดอกไม้ พร้อมย้อนสำรวจเรื่องราวในวันวานที่อาจทำให้เราเข้าใจตัวเองในวันนี้มากขึ้น หากเราลองถอดรหัสทั้ง 12 บทเพลงออกมาเป็นดอกไม้ แต่ละเพลงจะเป็นดอกอะไรบ้าง? ชวนทุกคนไปค้นพบคำตอบพร้อมกันเลย
เอนหลังนอนดู 5 หนังสยองขวัญรับฮาโลวีนนี้ 30 ต.ค. - 1 พ.ย. ที่ The Corner House Bangkok

เอนหลังนอนดู 5 หนังสยองขวัญรับฮาโลวีนนี้ 30 ต.ค. - 1 พ.ย. ที่ The Corner House Bangkok

ฮาโลวีนปีนี้ ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการออกไปปาร์ตี้ ลองมาเอนหลังดูหนังหลอนๆ ด้วยกันใน House of Films: Halloween Edition กับโปรแกรมภาพยนตร์ 5 เรื่องที่คัดมาให้ชมกันตลอด 3 วัน ตั้งแต่หนังผีชวนเหงา หนังซอมบี้สายฮา ไปจนถึงหนังสยองขวัญไซไฟที่ดูแล้วอาจไม่กล้ามองความมืดเหมือนเดิม โปรแกรมนี้จัดฉายระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ The Pavilion ชั้น 4 The Corner House Bangkok โดยมีหนังให้เลือกชมวันละ 2 เรื่องในวันศุกร์และวันเสาร์ และอีก 1 เรื่องในวันอาทิตย์ ใครเล็งเรื่องไหนไว้ ลองเช็กตารางฉายกันได้เลย
ปักหมุด 6 ร้านพิซซ่าเดลิเวอรีหลากสไตล์รอบกรุงฯ เอาใจคนรักชีสและแป้งอบ

ปักหมุด 6 ร้านพิซซ่าเดลิเวอรีหลากสไตล์รอบกรุงฯ เอาใจคนรักชีสและแป้งอบ

ในวันเหนื่อยๆ ที่ไม่อยากออกไปเผชิญรถติด คงไม่มีอะไรฮีลใจและตอบโจทย์ได้ดีไปกว่าการได้นอนดูซีรีส์เรื่องโปรดพร้อมแกะกล่อง พิซซ่าอบสดใหม่ที่ส่งตรงความหอมกรุ่นจากเตาถึงหน้าประตูบ้านอีกแล้ว! เพราะพิซซ่าคืออาหารสายปาร์ตี้ระดับสากลที่ไม่ว่าจะกินคนเดียวเหงาๆ สั่งมาหารกับแก๊งเพื่อน หรือแชร์มื้อพิเศษกับครอบครัว ก็สร้างบรรยากาศความอบอุ่นและรอยยิ้มได้เสมอ แต่ยุคนี้จะสั่งพิซซ่าทั้งที มันต้องไปไกลกว่าหน้าเดิมๆ ที่คุ้นเคย เพราะวงการพิซซ่าในกรุงเทพฯ มีอะไรใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์เราเสมอ ทั้งพิซซ่าซาวโดว์นวดมือแป้งกรอบนอกนุ่มใน พิซซ่าสไลซ์ชิ้นยักษ์สไตล์นิวยอร์กเกอร์ พิซซ่าทรงสี่เหลี่ยมสไตล์โรมานา ไปจนถึงพิซซ่าครีเอทีฟที่จับเอาไส้กรอกอีสานหรือท็อปปิ้งของกินเล่นมาวางไว้บนแป้งอบอย่างขี้เล่น สำหรับใครที่กำลังหิวจนท้องร้อง หรืออยากหาไอเดียปักหมุดสั่งมื้ออร่อยประจำสัปดาห์ เราได้รวบรวม 6 ร้านพิซซ่าในกรุงเทพฯ ที่รสชาติดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญคือ เหมาะกับการสั่งเดลิเวอรีแต่ยังคงรสชาติความนัวเหมือนไปนั่งทานที่ร้าน จะมีร้านไหนน่าตามไปกดสั่งบ้าง เตรียมล้างท้องแล้วไปเลือกชิมพร้อมกันเลย!
Meet Meilee Tal, the rising international artist ahead of Melody of Life 2026

Meet Meilee Tal, the rising international artist ahead of Melody of Life 2026

Meilee Tal is heading to Melody of Life 17 at centralwOrld with ‘Hello Goodbye’, her latest song. She acts, models, dances and creates content too, but when asked which role feels most like her the answer is simple: ‘singer-songwriter’.  Her entertainment career began at four and a half, with music, acting and fashion all part of her upbringing. Those interests now feed into her music and performances. At the Bangkok festival, she says she plans to perform ‘Hello Goodbye’ in full for a live audience for the first time. View this post on Instagram A post shared by Meilee Tal (@meileetal) Before her set, we sat down with Meilee to talk about her new single, her connection to Thailand, the projects that have shaped her life, and the goals she hopes to achieve in the years ahead. ‘Hello Goodbye’ and trying something new Photograph: Meilee TalArtist How is ‘Hello Goodbye’ different from your previous work? Meilee: This gave me the chance to have fun exploring different things, from the music and choreography to the overall image. I feel like it reflects who I am at this point in my life, as I got to experiment with things I hadn’t tried before. What are you most looking forward to about performing ‘Hello Goodbye’ live at Melody of Life? Meilee: I’m really excited because this will be the first time I get to perform ‘Hello Goodbye’ in full in front of a live audience. I want everyone to see another side of me through this performan
ต้อนรับเดือนแห่งความหลอน ด้วยลิสต์ 10 หนังสยองขวัญที่ดี่ที่สุดแห่งปี

ต้อนรับเดือนแห่งความหลอน ด้วยลิสต์ 10 หนังสยองขวัญที่ดี่ที่สุดแห่งปี

📽️ รวมลิสต์หนังน่าดูประจำเดือนตุลาคมนี้🔥 รวมซีรีส์และสตรีมมิ่งยอดเยี่ยมแห่งปี 2026🧟 เพลย์ลิสต์เพลงผีบอก เซฟไว้เปิดฟังวันปล่อยผี เวลามักผ่านไปไวกว่าที่คิด รู้ตัวอีกทีเดือนตุลาคม และเทศกาลฮาโลวีนก็กำลังจะกลับมาอีกครั้ง ต้องบอกว่าปี 2569 นี้ ถือเป็น ‘ปีทอง’ ของวงการภาพยนตร์สยองขวัญอย่างแท้จริง เพราะมีทัพหนังหลอนหลากรสชาติทยอยเข้าโรงให้คอหนังได้กรี๊ดกันแบบไม่มีพัก แถมหลายเรื่องยังทำรายได้ถล่มทลายทะลุเป้ากวาดรายได้มหาสาร  ไม่ว่าจะเป็นหนังทุนต่ำไอเดียจัดจ้านที่คราฟต์บรรยากาศได้น่าขนลุก อย่างหนังที่เล่นกับพื้นที่ว่าง Backrooms หรือหนังรักสยองขวัญสุดคลั่ง Obsession หรือหนังที่ทำมาเพื่อเอาใจแฟนเกมอย่าง Resident Evil ไปจนถึงภาคต่อสยองขวัญเลือดสาดสำหรับแฟนเดนตายอย่าง Evil Dead Burn เพื่อต้อนรับค่ำคืนวันปล่อยผีอย่างสมศักดิ์ศรี Time Out จึงได้รวบรวม 10 หนังสยองขวัญที่ดีที่สุดแห่งปี ที่ครบรสทั้งความกลัว สยองขวัญ สะดุ้ง และงานอาร์ตสุดพิศวง มาให้ทุกคนได้ตามเก็บตารางความหลอนกัน จะมีเรื่องไหนบ้างไปดูกันเลย!
เสกทุกเช้าให้กรุ่นกลิ่นเนยสดกับ 6 พิกัดร้านซาวโดวจ์ ย่านสุขุมวิท

เสกทุกเช้าให้กรุ่นกลิ่นเนยสดกับ 6 พิกัดร้านซาวโดวจ์ ย่านสุขุมวิท

ถ้าใครยังจำได้ ไม่น่านมานี้เราแนะนำ 7 พิกัดร้านซาวโดวจ์เนื้อนุ่มหนึบใกล้สวนลุมฯ ไปแล้ว รอบนี้ขอขยับมาฝั่งสุขุมวิท เอาใจพี่นักวิ่งและคนรักขนมปังกันบ้าง กับ 6 ร้านซาวโดวจ์ย่านสุขุมวิทที่คัดมาแล้วว่าเด็ด ตั้งแต่ร้านเบเกอรีเล็กๆ ไปจนถึงคาเฟ่ที่เหมาะสำหรับแวะเติมพลังระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าก่อนไปทำงาน ไปเรียน หรือแวะหลังวิ่งออกกำลังกายยามเช้า ซาวโดวจ์ก็เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะสำหรับเติมพลัง ด้วยเนื้อสัมผัสหนึบๆ กรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับกาแฟหรือทำเป็นแซนด์วิชชิ้นโตสักชิ้นก็อิ่มท้อง พร้อมลุยต่อได้ตลอดวัน
พูดคุยกับ Meilee Tal ศิลปินอินเตอร์รุ่นใหม่ ก่อนขึ้นแสดงบนเวที Melody Of Life 2026

พูดคุยกับ Meilee Tal ศิลปินอินเตอร์รุ่นใหม่ ก่อนขึ้นแสดงบนเวที Melody Of Life 2026

Meilee Tal ศิลปินอินเตอร์รุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีแค่เสียงร้องเป็นอาวุธ แต่ยังทำทั้งการแสดง เดินแบบ เต้น และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ทว่าเมื่อถามว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ตรงกลางของทุกบทบาท คำตอบของเธอกลับชัดเจนและเรียบง่าย ‘นักร้องและนักแต่งเพลง’ Meilee เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 4 ขวบครึ่ง และเติบโตมากับดนตรี การแสดง และแฟชั่น จนวันนี้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แยกออกจากกันอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนผสมที่หลอมรวมเป็นตัวตนของเธอในฐานะศิลปิน ล่าสุดเธอเพิ่งปล่อย ‘Hello Goodbye’ และเตรียมนำเพลงนี้ขึ้นแสดงสดเป็นครั้งแรกบนเวที Melody of Life Music Festival 2026 View this post on Instagram A post shared by Meilee Tal (@meileetal) ก่อนจะได้เจอกันบนเวที เราชวน Meilee มาคุยตั้งแต่ซิงเกิลใหม่ ความผูกพันกับประเทศไทย ผลงานที่มีความหมายกับชีวิต ไปจนถึงเป้าหมายที่เธอวางไว้สำหรับตัวเองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ‘Hello Goodbye’ กับการได้ลองอะไรใหม่ๆ   Photograph: Meilee TalArtist   Hello Goodbye’ เป็นเพลงที่แตกต่างจากผลงานก่อนหน้านี้ของ Meilee Tal อย่างไร? Meilee: เพลงนี้เป็นงานที่ได้สนุกกับหลายอย่างมาก ทั้งดนตรี ท่าเต้น ไลฟ์สไตล์ และภาพลักษณ์ ฉันรู้สึกว่ามันสะท้อนตัวตนในช่วงเวลานี้ได้ค่อนข้างดี เพราะได้ทดลองหลายอย่างที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยทำ  การนำเพลงนี้มาแสดงสดครั้งแรกที่ Melody of Life มีอะไรที่ตั้งตารอเป็นพิเศษไหม? Meilee: ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้แสดง ‘Hello Goodbye’ แบบเต็มๆ ต่อหน้าคนดูจริงๆ ฉันตั้งใจให้ทุกคนได้เห็นอีกด้านของฉันผ่านโชว์นี้ และนอกจากซิงเกิลนี้ก็ยังมีอีกหลายโปรเจกต์ที่กำลังเตรียมอยู่ อยู่เมืองไทยมาหลายปีแล้ว ความสัมพันธ์ของ Meilee กับประเทศไทยเปล
พูดคุยกับ Meilee Tal ศิลปินอินเตอร์รุ่นใหม่ ก่อนขึ้นแสดงบนเวที Melody Of Life 2026

พูดคุยกับ Meilee Tal ศิลปินอินเตอร์รุ่นใหม่ ก่อนขึ้นแสดงบนเวที Melody Of Life 2026

Meilee Tal ศิลปินอินเตอร์รุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีแค่เสียงร้องเป็นอาวุธ แต่ยังทำทั้งการแสดง เดินแบบ เต้น และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ทว่าเมื่อถามว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ตรงกลางของทุกบทบาท คำตอบของเธอกลับชัดเจนและเรียบง่าย ‘นักร้องและนักแต่งเพลง’ Meilee เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 4 ขวบครึ่ง และเติบโตมากับดนตรี การแสดง และแฟชั่น จนวันนี้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แยกออกจากกันอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนผสมที่หลอมรวมเป็นตัวตนของเธอในฐานะศิลปิน ล่าสุดเธอเพิ่งปล่อย ‘Hello Goodbye’ ซิงเกิล K-pop เพลงแรกของตัวเอง และเตรียมนำเพลงนี้ขึ้นแสดงสดเป็นครั้งแรกบนเวที Melody of Life Music Festival 2026 View this post on Instagram A post shared by Meilee Tal (@meileetal) ก่อนจะได้เจอกันบนเวที เราชวน Meilee มาคุยตั้งแต่ซิงเกิลใหม่ ความผูกพันกับประเทศไทย ผลงานที่มีความหมายกับชีวิต ไปจนถึงเป้าหมายที่เธอวางไว้สำหรับตัวเองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ‘Hello Goodbye’ กับการได้ลองอะไรใหม่ๆ   Photograph: Meilee TalArtist   Hello Goodbye’ เป็นเพลงที่แตกต่างจากผลงานก่อนหน้านี้ของ Meilee Tal อย่างไร? Meilee: เพลงนี้เป็น K-pop เพลงแรกของฉัน และเป็นงานที่ได้สนุกกับหลายอย่างมาก ทั้งดนตรี ท่าเต้น ไลฟ์สไตล์ และภาพลักษณ์ ฉันรู้สึกว่ามันสะท้อนตัวตนในช่วงเวลานี้ได้ค่อนข้างดี เพราะได้ทดลองหลายอย่างที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยทำ       การนำเพลงนี้มาแสดงสดครั้งแรกที่ Melody of Life มีอะไรที่ตั้งตารอเป็นพิเศษไหม? Meilee: ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้แสดง ‘Hello Goodbye’ แบบเต็มๆ ต่อหน้าคนดูจริงๆ ฉันตั้งใจให้ทุกคนได้เห็นอีกด้านของฉันผ่านโชว์นี้ และนอกจากซิงเกิลนี้ก็ยังมีอีกหลายโปรเจกต์ที่กำลังเตรียมอยู่ อยู่เมืองไทยม
87 คอนเสิร์ตน่าจับตามอง ที่กำลังจะมาถึงกรุงเทพฯ ปี 2569-2570

87 คอนเสิร์ตน่าจับตามอง ที่กำลังจะมาถึงกรุงเทพฯ ปี 2569-2570

We keep this article updated regularly to make sure everything stays accurate and current, pop back anytime for the latest. ถ้าใครคิดว่าปีที่ผ่านมาคือที่สุดแล้ว ขอบอกว่าปี 2569 กำลังจะทำให้คุณต้องคิดใหม่ เพราะนี่คือปีที่กรุงเทพฯ เนื้อหอมแบบสุดๆ จนศิลปินระดับโลกพร้อมใจกันปักหมุดแลนดิ้งกันแบบถี่ๆ ตั้งแต่ไอคอนป็อปที่ทุกคนคิดถึง แรปเปอร์สุดแสบที่กำลังมาแรง วงร็อกระดับตำนานที่กลับมาทวงบัลลังก์ ไปจนถึงเหล่าไอดอลเคป็อปที่พร้อมมาเขย่าหัวใจแฟนชาวไทยอีกครั้งบางโชว์คือการกลับมาที่ต้องรอกันเกือบทศวรรษ บางโชว์คือครั้งแรกที่เราจะได้ดูสดๆ ในบ้านเรา และอีกหลายงานที่ขึ้นแท่นเป็น ‘Must-see’ ที่ชีวิตนี้ต้องได้เห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง ความพิเศษของปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องชื่อชั้นของศิลปิน แต่คือโปรดักชันอลังการระดับเวิลด์ทัวร์ที่ขนมาแบบจัดเต็ม เตรียมเปลี่ยนฮอลล์คอนเสิร์ตให้กลายเป็นพื้นที่เก็บความทรงจำสุดล้ำร่วมกันได้เลยTime Out คัดเน้นๆ มาให้แล้วกับ 87 คอนเสิร์ตที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2569 ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงร็อก ฮิปฮอป หรือเป็นชาวด้อมเคป็อปตัวจริง ก็ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งโชว์ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง RECOMMENDED: ยืนยันแล้ว Tomorrowland Thailand เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 11–13 ธันวาคมนี้ Melt Livehouse เตรียมบุก Cloud 11 ปักหมุดเวนิวใหม่ ใกล้ BTS ปุณณวิถี Volume Phase 7 ต้อนรับเดือนใหม่กับไลน์อัปสุดจี๊ด รวมกว่า 60 ศิลปิน จัดเต็มทุกวันเสาร์ตลอดเดือน พ.ค. - ส.ค. นี้Maho Rasop Series กลับมาอีกครั้ง ต.ค. - ธ.ค. นี้ ประเดิมอัปแรกด้วย ‘Caribou’ Colorists Music Festival 5 กลับมาอีกครั้ง พร้อม 20 ไลน์อัปวงอินดี้จัดเต็ม 4 ก.ค.นี้ บันทึกทศวรรษของสองปลา ‘Whal & Dolph’ การเดินทางจากเพลงรักรสขม สู่ค

Listings and reviews (15)

จิบ Negroni พร้อมสนับสนุนโครงการเพื่อชุมชนและวงการฮอสพิทาลิตีตลอดหนึ่งสัปดาห์

จิบ Negroni พร้อมสนับสนุนโครงการเพื่อชุมชนและวงการฮอสพิทาลิตีตลอดหนึ่งสัปดาห์

กลับมาอีกครั้งสำหรับ Negroni Week สัปดาห์ที่บาร์และร้านอาหารทั่วโลกชวนคนมาดื่ม Negroni พร้อมระดมทุนผ่าน Negroni Week Fund เพื่อสนับสนุนโครงการด้านวงการฮอสพิทาลิตีและชุมชน สำหรับปีนี้ในกรุงเทพฯ มีทั้ง guest shift และ masterclass ที่ Stella Bar, Capella Bangkok โดยมีบาร์เทนเดอร์ชื่อดังอย่าง Monica Berg, Alex Kratena, Iain McPherson และ Erik Lorincz มาร่วมสร้างสรรค์เครื่องดื่ม ขณะที่ Giorgio Bargiani จะไป Guest Shift ที่ Aman Lounge นอกจากนี้ยังมีเส้นทาง Bar Hopping ที่พาไปสำรวจบาร์ในย่าน ซอยนานา สาทร และทรงวาด รวมถึงเชียงใหม่ โดยมีแผนที่วาดมือจากศิลปินไทย Karoon Jiamviriyasathian ช่วยนำทาง ส่วนใครชอบสายบรันช์ก็มีมื้อพิเศษจาก Kimpton Maa-Lai Bangkok และ Andaz One Bangkok ให้เลือกแวะกันตลอดสัปดาห์ ที่บาร์และร้านอาหารทั่วกรุงเทพฯ วันนี้ - 27 กันยายน 2569
ย้อนดูการเดินทาง 20 ปีของ MOLLY ผ่านงานศิลปะและผลงานจากศิลปินทั่วโลก

ย้อนดูการเดินทาง 20 ปีของ MOLLY ผ่านงานศิลปะและผลงานจากศิลปินทั่วโลก

ใครที่เติบโตมากับ MOLLY ขอแนะนำให้แวะไปทำความรู้จักเธอให้ลึกขึ้นใน MOLLY's 20th Anniversary Exhibition นิทรรศการฉลองครบรอบ 20 ปี ที่พาย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นของคาแรกเตอร์ ผ่านภาพสเก็ตช์และผลงานต้นฉบับของ เคนนี่ หว่อง ครั้งนี้มอลลี่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ พร้อมผลงานที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปะร่วมสมัยมาพบกับมรดกทางวัฒนธรรม ผ่านการตีความโดยศิลปินและช่างฝีมือจากหลากหลายวัฒนธรรม ตั้งแต่จิตรกรรม งานปัก ศิลปะกระดาษตัด เซรามิก ไปจนถึงงานหัตถศิลป์ดั้งเดิม ใครอยากย้อนดูเส้นทางของมอลลี่ตลอดสองทศวรรษ หรืออยากเห็นคาแรกเตอร์ตัวนี้ในมุมที่แตกต่างออกไป ลองแวะมาสำรวจจักรวาลของเธอกันได้  ที่ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ บัตรราคา 290-390 บาท (จองบัตร) วันที่ 24 กันยายน - 25 ตุลาคมนี้
ชวนดูหนังแล้วออกไปเดินเมืองต่อกับ ดูหนัง เดินเลี้ยว กินเกี๊ยวกัน กิจกรรมจาก HOC และ Film I Trust ที่ร่วมกับ Film Culture Promotion ชวนชม Comrades: Almost a Love Story (甜蜜蜜 / Tian mi mi) หนังรักหวานอมขมกลืนของ แม็กกี้ จาง และ หลี่ หมิง ที่เล่าเรื่องของคนสองคนจากจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งพยายามหาที่ทางของตัวเองในฮ่องกง เมืองที่อยู่ไกลจากบ้านเกิด เรื่องราวของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นที่ร้าน McDonald’s ก่อนที่อาหารและรสชาติที่คุ้นเคยจะค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวว่าด้วยบ้าน ความทรงจำ การย้ายถิ่น และการตามหาความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของเมือง หลังดูหนังจบ ไปต่อกับกิจกรรมที่ชวนทุกคนออกไปเดินต่อที่เยาวราชเพื่อตามหาเกี๊ยว แล้วหาคำตอบว่าทำไมอาหารจานนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ ใครเป็นคนทำ และอะไรทำให้ผู้คนยังกลับมากินซ้ำๆ ที่ House of Commons Cafe & Space บัตรราคา 590 บาท (จองบัตร) วันที่ 25 กันยายน เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป
Snag a masterpiece by artists of the future

Snag a masterpiece by artists of the future

We love a good degree show (aka art students exhibiting their work) and the young folks from CMU’s notoriously excellent Faculty of Fine Arts are doing just that this Friday. Hosted in the snazzy spacious lobby come gallery space at Art Mai Gallery Hotel on Nimman Soi 3, this exhibition will be a great place to scope out the freshest local talent and if you’re in the market for scoring some art to take home with you, you’ll be glad to know 100% of artwork sales are going straight in the students’ pockets. Oh and complimentary bites and refreshments will be served.  Sept 18. Free. Art Mai Gallery Hotel, Nimman. 5pm-7pm
Tai Soon Bar

Tai Soon Bar

The person behind Tai Soon Bar apparently doesn’t drink beer, which makes the carefully chosen tap list all the more surprising. The bar occupies an old Chinese medicine shop near Pratu Phi and Maha Chai Road, with exposed brick, cracked plaster and red neon creating a rough-edged contrast to the street-food stalls outside. Thirteen taps rotate regularly, so there’s usually something new to try. Come for a quiet afternoon glass or settle in after dark and watch old Phra Nakhon tick along outside.190 Maha Chai Rd, Samran Rat, Phra Nakhon, Bangkok. Open daily, 1pm-1am. Call 091-463-6465
เพราะสิ่งที่เรารับรู้ว่าอร่อยอาจไม่ได้มาจากรสชาติอย่างเดียว The Invisible Chef – รส เล้น รับ ชวนนักกินและคนรักอาหารมาเปิดประสบการณ์ผ่านแนวคิด Gastrophysics หรือศาสตร์ที่ศึกษาว่าประสาทสัมผัสและสิ่งแวดล้อมรอบตัวส่งผลต่อการรับรสอย่างไร ผ่านนิทรรศการอินเทอร์แอ็กทีฟที่พาไปสำรวจบทบาทของภาพ กลิ่น เสียง สัมผัส และบรรยากาศ ว่าแต่ละองค์ประกอบล้วนมีส่วนทำให้มื้ออาหารธรรมดากลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ พร้อมชวนตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วรสชาติที่เรารู้สึกนั้นเกิดขึ้นที่ลิ้น หรือเกิดขึ้นในสมองกันแน่ ที่ TCDC Commons Creative Food ชั้น 3 MunMun Srinakarin (ไม่มีค่าเข้างาน) วันที่ 10 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00-19.00 น.
The Smokaccia Laboratory

The Smokaccia Laboratory

The Smokaccia Laboratory คือผลงานของ Brigitta Houkamp และ เชฟ Luca Mascolo ที่นำแนวคิดการทำอาหารมาผสมผสานกับการทดลองราวกับอยู่ในห้องแล็บ โดยมีซาวโดวจ์สูตรเฉพาะที่ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 10 ปีเป็นหัวใจสำคัญของร้าน ทุกเมนูสะท้อนความพิถีพิถันทั้งด้านเทคนิค การจัดจาน และการออกแบบประสบการณ์การรับประทานอาหาร จนทำให้ไฟน์ไดนิ่งของที่นี่เต็มไปด้วยความสนุกและความคิดสร้างสรรค์ในทุกคอร์ส เมนูของร้านเริ่มต้นจาก smokaccia ขนมปังซาวโดวจ์ซิกเนเจอร์ที่ต่อยอดเป็นอาหารหลากหลายจาน ไม่ว่าจะเป็นพาร์มาแฮมที่ใช้เวลาในการบ่มถึง 24 เดือน เสิร์ฟคู่หัวหอมคาราเมลไลซ์และมูสมอร์ตาเดลลาเนื้อเบา ก่อนสร้างสมดุลด้วยโฟมผักแบบ zero waste และซอร์เบต์ไพน์นัต แล้วพาเข้าสู่จานหลักอย่าง เนื้อวากิวญี่ปุ่น A5 จับคู่กับหอยนางรม มะม่วง และคาเวียร์สาหร่าย ที่ตั้ง: 16/4 หมู่ 3 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต  เปิดวันพฤหัสบดี-วันจันทร์ เวลา 18.00-22.00 น. โทร: +66 93 179 4489
Wander an alley market at Little Market on Charoen Krung

Wander an alley market at Little Market on Charoen Krung

A small alley on Charoen Krung 43 turns into an easy weekend wander, bringing together nine independent shops that reward a slower browse. Hands-on elements keep things lively – Jomo Joyy hosts a Suncatcher workshop, Kumchom Studio sets up a Flower Bar for custom bouquets, and Memo Sticker Shop lets you experiment with designs and leave with something personal. Food covers all bases, from Japanese-Western comfort plates at Homer Brunch Cafe to carefully whisked matcha at  Ren BKK and soft, just-baked cookies from I’m Baking Up With You. Music drifts through the space too, from vinyl at Entertainment Project BKK to club-leaning sounds via Bangkok Mojo Club, while BicycleBoys Bike Shop doubles as a social stop for passing cyclists. April 25-26. Free. Charoenkrung43. 1pm-7pm
KHAO by Four Seasons

KHAO by Four Seasons

At KHAO, the terrace overlooks lush green rice fields that give the dishes a proper run for their money in the beauty stakes. The menu shifts with the seasons, keeping everything fresh and staying true to that farm-to-table ethos. But the real star? The khao soi. This signature number comes crowned with a ring of crispy fried egg noodles and packs bold Northern-style flavours – Myanmar and Yunnan influences, just reimagined through a creative lens. Don't skip the fresh pomelo salad either, tossed in a sweet and tangy dressing with bouncy shrimp. If you fancy something fruity, go for the lychee cheesecake, it's topped with seasonal fruits (or longan) and comes with sticky rice on the side. Four Seasons Resort Chiang Mai. Call 053-298-181. Open daily, 8am-7pm

News (315)

ปลายปีนี้ ไปจิบคราฟต์เบียร์ฟองนุ่ม และสุราชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยาวๆ 15 วันเต็ม ในงาน Bangkok Illumination 2026

ปลายปีนี้ ไปจิบคราฟต์เบียร์ฟองนุ่ม และสุราชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยาวๆ 15 วันเต็ม ในงาน Bangkok Illumination 2026

  ใครชอบลองเครื่องดื่มใหม่ๆ หรืออยากทำความรู้จักคราฟต์เบียร์และสุราชุมชนฝีมือคนไทย เตรียมตัวให้พร้อม เพราะปลายปีนี้ ‘ประชาชนเบียร์’ จับมือกับ ‘ไอคอนสยาม’ ชวนผู้ผลิตเครื่องดื่มท้องถิ่นจากทั่วประเทศมาออกบูทในงาน ICONSIAM Bangkok Illumination 2026 กับโซนพิเศษ Flavors Glow By The River ที่เปิดให้เดินชิมและพูดคุยกับผู้ผลิตกันได้ยาวๆ ตั้งแต่วันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2569 ภายในงานรวมผู้ผลิตคราฟต์เบียร์และสุราชุมชนกว่า 30 แบรนด์ ภายใต้แนวคิด 15 โรงเบียร์คราฟต์ และ 15 โรงสุราชุมชน พร้อมเครือข่ายผู้ผลิตจากทั่วประเทศอีกกว่า 50 แบรนด์ ที่จะมาร่วมแบ่งปันเรื่องราวเบื้องหลังเครื่องดื่มแต่ละชนิด ตั้งแต่วัตถุดิบท้องถิ่น วิธีการผลิต ไปจนถึงรสชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ Photograph: Prachachon BeerBangkok สำหรับใครที่อยากรู้ว่าตลอด 15 วันมีอะไรให้ลองบ้าง งานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง เริ่มจาก สัปดาห์แรก วันที่ 1-8 พฤศจิกายน ที่เอาใจสายคราฟต์เบียร์โดยเฉพาะ มีทั้งเบียร์ ไซเดอร์ และเครื่องดื่มหมักหลากหลายรสชาติ จากผู้ผลิตทั่วไทย เช่น คนคอนคราฟต์ จากนครศรีธรรมราช วิเศษเบียร์ จากเชียงใหม่ และฮ็อปเบียร์เฮาส์ จากนครราชสีมา อีกหนึ่งไฮไลต์คือการรวมตัวของเบียร์ที่เคยได้รับรางวัลคุณภาพจากโรงเบียร์ราชาพฤกษ์ รวมถึงการเปิดตัวเครื่องดื่มใหม่จากผู้ผลิตที่มาร่วมงาน ส่วน สัปดาห์ที่สอง วันที่ 9-15 พฤศจิกายน จะเปลี่ยนบรรยากาศมาทำความรู้จักสุราชุมชนไทยจากหลายภูมิภาค ตั้งแต่สาโทอย่างเทพนมและมิสเตอร์สาโท ไปจนถึงสุรากลั่นจาก The Spirit of Chaiyaphum นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มหลากหลายประเภทให้ลอง ทั้งจิน รัม วอดก้า เหล้าบ๊วย และค็อกเทลที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นส่วนประกอบ Photograph: Prachachon BeerBangko นอกจากจะได้ลอง
มหกรรมสำหรับคนรักงานดีไซน์ The World Ends 2026 ร่วมชมนิทรรศการ เวิร์กช็อป และเสวนา 25-29 พ.ย. นี้

มหกรรมสำหรับคนรักงานดีไซน์ The World Ends 2026 ร่วมชมนิทรรศการ เวิร์กช็อป และเสวนา 25-29 พ.ย. นี้

ใครชอบเดินดูงานดีไซน์ ชอบหาแรงบันดาลใจ หรือกำลังมองหาไอเดียใหม่ๆ สำหรับงานของตัวเอง ลองปักหมุด The World Ends: Bangkok International Design Expo 2026 มหกรรมที่ชวนคนรักความคิดสร้างสรรค์มาสำรวจโลกของการออกแบบ ผ่านผลงาน ศิลปะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด CREATE WHAT MATTERS หรือการสร้างสรรค์สิ่งที่มีความหมาย งานนี้ชวนเราไปมองช่วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลง และลองคิดกันว่าเราจะสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้อย่างไรบ้าง โดยเปิดพื้นที่ให้คนทำงานสร้างสรรค์จากหลายสาขา ทั้งนักออกแบบ สถาปนิก ศิลปิน และนักคิดจากไทยและต่างประเทศ ได้มาแบ่งปันไอเดียและมองอนาคตในมุมที่ต่างออกไป ภายในงานประกอบไปด้วยการจัดแสดงผลงานออกแบบ ตลาด ELSEWHERE Design Market ที่รวมผู้จัดแสดงกว่า 30 ราย ไปจนถึงเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ได้ลองลงมือทำด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีผลงานจากสตูดิโอออกแบบทั้งไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่งานสถาปัตยกรรม การออกแบบตัวอักษร ไปจนถึงสื่อสร้างสรรค์และการออกแบบประสบการณ์ Photograph: Bangkok International Design ExpoBangkok ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบ นักศึกษา คนทำธุรกิจสร้างสรรค์ หรือคนที่แค่อยากเปิดโลกและหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ งานนี้ก็เป็นอีกที่ที่น่าแวะมา เพราะบางทีไอเดียที่เปลี่ยนมุมมองของเรา อาจเริ่มจากการได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น หรือได้พูดคุยกับคนที่คิดต่างจากเราก็ได้ ใครชอบเดินดูงานดีไซน์ มองหาแรงบันดาลใจ หรืออยากเปิดโลกความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ลองปักหมุด The World Ends: Bangkok International Design Expo 2026 มหกรรมที่ชวนสำรวจโลกของการออกแบบผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด Create What Matters ชวนเดินชมผลงานจากสตูดิโอออกแบบไทยและต่างประเทศ ภายในงานมีทั้งตลาดนัดดีไซน์ ที่รวมผู้จัด
DronTech Asia 2026 ชวนส่องโลกเทคโนโลยีโดรนล้ำสมัย 11-13 พ.ย. นี้ ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี Hall 5

DronTech Asia 2026 ชวนส่องโลกเทคโนโลยีโดรนล้ำสมัย 11-13 พ.ย. นี้ ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี Hall 5

ทุกวันนี้โดรนไม่ได้มีไว้แค่ถ่ายภาพจากมุมสูงอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีนี้กำลังเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การทำเกษตร การขนส่ง ไปจนถึงการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ใครอยากรู้ว่าโลกของโดรนพัฒนาไปไกลแค่ไหน ลองแวะไปที่ DronTech Asia 2026 งานแสดงเทคโนโลยีโดรนและระบบไร้คนขับระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2569 Photograph: WlookupsDronTech Asia 2026 งานนี้รวบรวมบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายโดรนจากนานาชาติกว่า 150 บริษัท พร้อมผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ อัปเดตเทคโนโลยี และมองหาโอกาสในการนำโดรนไปใช้งานจริง ภายในงานมีเทคโนโลยีให้สำรวจหลายด้าน ตั้งแต่โดรนเพื่อการเกษตร ที่ช่วยพ่นปุ๋ยและดูแลพืชผล ไปจนถึงระบบที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและควบคุมการบินอัตโนมัติ อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือเทคโนโลยีการขนส่งทางอากาศแห่งอนาคต ทั้งโดรนที่ขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งได้ รวมถึงอากาศยานไฟฟ้าที่อาจเข้ามามีบทบาทในการเดินทางรูปแบบใหม่ Photograph: WlookupsDronTech Asia 2026 ส่วนด้านความปลอดภัยก็มีการนำเสนอการใช้โดรนในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย การเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน และการรับมือเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเทคโนโลยีจากหลายประเทศนำอุปกรณ์และซอฟต์แวร์มาจัดแสดง อาทิ T-Motor, Systronics, DJI Enterprise by SIS, Grepow DBA Tattu Battery และ Thai Sky Vision นอกจากเดินชมเทคโนโลยีแล้ว ยังมีการประชุมนานาชาติ สัมมนาเชิงเทคนิค การสาธิตบินโดรนจริง และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ สำหรับคนในวงการโดรน ผู้ประกอบการ นักวิจัย ตลอดจนผู้ที่สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ งานนี้จึงเป็นโอกาสในการเรียนรู้ว่าโดรนสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง และจะเข้ามา
ชวนดู ‘รถไฟฟ้ามาหานะเธอ’ และ ‘10 Things I Hate About You’ 6 พ.ย. นี้ ที่ สวนจุฬาฯ 100 ปี

ชวนดู ‘รถไฟฟ้ามาหานะเธอ’ และ ‘10 Things I Hate About You’ 6 พ.ย. นี้ ที่ สวนจุฬาฯ 100 ปี

ลมหนาวปลายปีเริ่มมาแล้ว ครั้งนี้ จุฬาฯ กลางแปลง ครั้งที่ 3 กลับมาอีกครั้ง พร้อมชวนทุกคนมานั่งดูหนังกลางแจ้งกับภาพยนตร์รักสองเรื่องจากคนละยุคที่ยังดูเมื่อไรก็ชวนให้อมยิ้ม อย่าง ‘รถไฟฟ้ามาหานะเธอ’ หนังรักสุดคลาสสิกที่หลายคนคุ้นเคย และ ‘10 Things I Hate About You’ หนังรักวัยรุ่นยุค 90s ที่กลายเป็นภาพจำของใครหลายคน ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Photograph: chulaklangplaengBangkok แต่ก่อนหนังจะเริ่มฉาย ยังมีอะไรให้แวะทำอีกเพียบ ตั้งแต่เวทีเสวนา และกิจกรรมเวิร์กช็อป ไปจนถึงกิจกรรมเปิดไพ่ดูดวง วาดรูปสดโดยนิสิต ทำ Henna Art เพนต์หิน Worry Stone คลายเครียด ทำพวงกุญแจ และออกแบบพัด DIY ด้วยตัวเอง ใครอยากมีรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกก็มี Photo Booth ให้แวะไปถ่ายรูปกันได้ด้วย Photograph: chulaklangplaengBangkok ส่วนสายกินก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีร้านอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกเติมพลังระหว่างวัน พร้อมดนตรีสดช่วยสร้างบรรยากาศให้ช่วงเย็นในสวนมีสีสันขึ้นอีกหน่อย จะชวนเพื่อนมานั่งเมาท์ก่อนหนังฉาย ชวนคนรู้ใจมาดูหนังรัก หรือมาคนเดียวแล้วปล่อยใจไปกับบรรยากาศก็ได้เหมือนกัน ที่ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ไม่มีค่าเข้างาน) วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16.00-21.00 น.ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Instagram: @chulaklangplaeng
ฮาโลวีนนี้ล้อมวงฟังเรื่องผีๆ กับ no ref left club ที่ โรงละคร ล้านนาอารีย์

ฮาโลวีนนี้ล้อมวงฟังเรื่องผีๆ กับ no ref left club ที่ โรงละคร ล้านนาอารีย์

ผีมีจริงไหม ทำไมคนเราถึงกลัวผี แล้วระหว่างผีกับคน อะไรน่ากลัวกว่ากัน? คำถามเหล่านี้อาจไม่มีคำตอบตายตัว แต่ฮาโลวีนปีนี้ no ref left club ชวนมาล้อมวงฟังเรื่องผีๆ ที่ไม่ได้มีไว้แค่ให้ขนลุก แต่ยังพาไปสำรวจความเชื่อ ความกลัว และเรื่องราวของผู้คนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำว่า ‘ผี’ ครั้งนี้พี่มะเมฆ ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นคนกลัวผีที่สุดในประเทศไทย จะมาเล่าเรื่องจากดินแดนที่เต็มไปด้วยบาดแผล สถานที่ซึ่งผู้คนบางกลุ่มถูกทำให้กลายเป็น ‘ผี’ พร้อมชวนตั้งคำถามว่า ผีในสังคมแต่ละแห่งสะท้อนความเชื่ออะไร และเหตุใดบางครั้งคนเป็นจึงอาจน่ากลัวไม่แพ้สิ่งลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เรื่องเล่าครั้งนี้จึงไม่ได้ชวนให้กลัวผีอย่างเดียว แต่ยังชวนมองกลับมาที่โลกของคนเป็นด้วย ใครอยากใช้คืนฮาโลวีนไปกับเรื่องเล่าที่ชวนขนลุกและชวนคิดไปพร้อมกัน ลองแวะมานั่งล้อมวงฟังกันในบรรยากาศของโรงละครล้านนาอารีย์ เรือนไทยที่ถูกปรับให้กลายเป็นพื้นที่การแสดง ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่เข้ากับเรื่องเล่าลึกลับได้เป็นอย่างดี ที่ โรงละคร ล้านนาอารีย์ บัตรราคา 444 บาท (จองบัตร) วันที่ 29 ตุลาคม 2569 และ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป (ทั้งสองรอบนำเสนอเนื้อหาเดียวกัน)
Tsutaya Bookstore ร้านหนังสือระดับตำนานจากญี่ปุ่น เตรียมเปิดสาขาแรกในไทย 14 พ.ย. นี้

Tsutaya Bookstore ร้านหนังสือระดับตำนานจากญี่ปุ่น เตรียมเปิดสาขาแรกในไทย 14 พ.ย. นี้

คุณอาจเคยได้ยินวลีที่ว่า ‘คนไทยอ่านหนังสือปีละไม่เกิน 8 บรรทัด’ แต่ทุกวันนี้พฤติกรรมของคนไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว หนังสือแปลที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย อันดับต้นๆ มาจากภาษาญี่ปุ่น แล้วถ้าหนังสือญี่ปุ่นมาแรงในบ้านเราขนาดนี้ ก็ไม่น่าแปลกที่วันหนึ่งร้านหนังสือจากญี่ปุ่นจะตามเข้ามา  ตุลาคมนี้ ซีนของคนรักการอ่านกำลังจะกลับมามีสีสันอีกครั้ง เพราะ Tsutaya Bookstore ร้านหนังสือชื่อดังจากญี่ปุ่น กำลังจะเข้ามาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่ One Bangkok บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 2 ชั้น พร้อมหนังสือและนิตยสารภาษาไทยและอังกฤษกว่า 50,000 เล่ม รวมถึงเครื่องเขียนและไอเทมต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับความสนใจและวิถีชีวิต ภายใต้แนวคิด ‘The Waves of Wisdom’ Photograph: Tsutaya Bookstore ThailandBangkok ถ้าใครยังจำ Tsutaya ในรูปแบบร้านเช่าวิดีโอและซีดี ก่อนจะทยอยปิดตัวลงไปในไทย อาจต้องอัปเดตภาพจำกันใหม่ เพราะวันนี้ตัวแบรนด์ได้พัฒนาตัวเองมาเป็นทั้งร้านหนังสือและ Creative Space ที่ผสานเรื่องการอ่าน ศิลปะ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน การเปิดสาขาในไทยครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Tsutaya Bookstore และ Asia Books โดยมีแนวคิดให้ร้านเป็นพื้นที่ ‘Lifestyle Curation’ ที่คัดสรรหนังสือและคอนเทนต์ตามความสนใจและไลฟ์สไตล์ของผู้คน มากกว่าการจัดหมวดหมู่แบบร้านหนังสือทั่วไป Photograph: Keisuke TanigawaTime Out Tokyo สำหรับสาขาแรกในไทยก็จัดโซนมาอย่างน่าสนใจ เริ่มจาก Children & Manga’s Zone ที่รวบรวมหนังสือเด็กกว่า 15,000 เล่ม พร้อมมังงะและสินค้าลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่น และที่พิเศษไปกว่านั้น ยังมีโซน Thai Art Exhibition Corner ที่จะหมุนเวียนจัดแสดงผลงานของศิลปินไทย เปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้พบกับผู้ชมและนำเสนอผ
เหล่ามักเกิ้ล! เตรียมฉลองคริสต์มาสที่ห้องโถงฮอกวอตส์ พร้อมช็อปไอเทมคอลแลบส์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากกว่า 15 แบรนด์ดัง

เหล่ามักเกิ้ล! เตรียมฉลองคริสต์มาสที่ห้องโถงฮอกวอตส์ พร้อมช็อปไอเทมคอลแลบส์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากกว่า 15 แบรนด์ดัง

ใครที่โตมากับโลกเวทมนตร์ของ Harry Potter เตรียมปลุกความเป็นพ่อมดแม่มดในตัวกันได้เลย เพราะปลายปีนี้บรรยากาศคริสต์มาสจาก Great Hall ห้องโถงใหญ่แห่งโรงเรียน Hogwarts กำลังจะถูกเนรมิตขึ้นมาให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสกันอีกครั้ง ชวนมาฉลองเทศกาลแห่งความสุขท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงโลกเวทมนตร์ในเรื่องโปรด นอกจากมุมถ่ายรูปที่จำลองบรรยากาศของห้องโถงแล้ว ยังมีโฟโต้บูธธีม Harry Potter ที่เปิดให้เล่นเฉพาะสาขา Central Park เท่านั้น พร้อมชวนไปสำรวจคอลเลกชันสินค้าจากกว่า 15 แบรนด์ที่หยิบโลกของ Harry Potter มาเป็นแรงบันดาลใจ  ไม่ว่าจะเป็น 425Degree, Brooklyn & Brighton, Perico, Colgate, Huggies, BB Kidult, Neverland Toys & Collectibles, Ravipa, Nanmeebooks, Wish & Co. และ Take Toys มีตั้งแต่ของใช้ในชีวิตประจำวันไปจนถึงไอเทมสำหรับนักสะสม จะซื้อเก็บเองหรือเลือกเป็นของขวัญให้แฟนโลกเวทมนตร์ก็ได้ ส่วนใครอยากได้ของสะสมติดมือกลับบ้าน ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับนักช็อปด้วย เมื่อซื้อสินค้าครบ 790 บาท รับ Harry Potter Sticker Set ลายใหม่ที่สะสมได้ทุกสัปดาห์ และเมื่อซื้อครบ 1,290 บาท รับ DIY Harry Potter Lenticular Keychain โดยของแถมมีจำนวนจำกัด เตรียมเสื้อคลุมพ่อมดแม่มดให้พร้อม แล้วแวะไปเดินเล่นในโลกเวทมนตร์กันได้ที่ Central Park ชั้น 1 วันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2569 และ Central Ladprao ชั้น 1 วันที่ 26 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Central Park Bangkok
Looker Market ตลาดนัดวินเทจของคนมีสไตล์ กลับมาอีกครั้งในบรรยากาศสวนสีเขียว

Looker Market ตลาดนัดวินเทจของคนมีสไตล์ กลับมาอีกครั้งในบรรยากาศสวนสีเขียว

ถ้าวันหยุดนี้อยากเปลี่ยนจากเดินห้างมาใช้เวลาชิลๆ ในสวน ลองชวนเพื่อนมาเจอกันที่ Looker Market Homeground Round 4 ตลาดนัดของคนมีสไตล์ที่กลับมาเป็นครั้งที่ 4 ณ Sama Garden ย่านบางนา  ครั้งนี้พวกเขากลับมาภายใต้คอนเซ็ปต์ Homeground: A Place for Good Company ที่อยากให้พื้นที่สีเขียวแห่งนี้เป็นเหมือนสวนหลังบ้านสำหรับเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ ได้มาเจอกัน พูดคุย แลกเปลี่ยนความชอบ และใช้เวลาดีๆ ด้วยกัน แถมยังเป็นงาน pet-friendly ที่พาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นได้ด้วย Photograph: cheeze lookerBangkok ส่วนใครชอบเดินเลือกของเพลินๆ ภายในงานมีทั้งเสื้อผ้าและไอเทมวินเทจ งานคราฟต์จากดีไซเนอร์ไทย สินค้าอัปไซเคิล แอ็กเซสซอรี ของแต่งบ้าน ไปจนถึงอุปกรณ์กีฬา และโซนอาหารเครื่องดื่มให้แวะเติมพลัง เรียกว่ามีทั้งของให้ค้นหาและไอเดียใหม่ๆ ให้เดินดูตลอดงาน ไฮไลต์ที่น่าสนใจยังมี Off-Duty Island ที่ชวนมองคนคุ้นหน้าในมุมที่ไม่ค่อยได้เห็น และ Old but Gold โซนสำหรับคนรักของเก่า ซึ่งรวมตั้งแต่ของเล่นและเกมวินเทจ แผ่นเสียง การฉายหนัง ไปจนถึงกิจกรรมไลฟ์สกรีนปรินต์ ใครชอบบรรยากาศตลาดที่มีอะไรให้ค้นพบมากกว่าแค่การช็อปปิง น่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ยาวๆ ที่ Sama Garden, Bitec Buri, Bangna บัตรราคา 100 บาท (จำหน่ายหน้างาน) วันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน เวลา 12.00-22.00
‘One Oktoberfest 2026’ เทศกาลอาหาร เครื่องดื่ม และคอนเสิร์ตฟรีตลอด 5 วัน ที่ วัน แบงค็อก ปาร์ค

‘One Oktoberfest 2026’ เทศกาลอาหาร เครื่องดื่ม และคอนเสิร์ตฟรีตลอด 5 วัน ที่ วัน แบงค็อก ปาร์ค

สายแฮงเอาต์และคอฟู้ดดี้เตรียมปักหมุด! ปลายเดือนตุลาคมนี้ One Bangkok ชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์ความสนุกระดับตำนานกับงาน One Oktoberfest 2026 ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดเก๋ ‘The Social Heart of Urban Lifestyle’ ที่นำเสน่ห์ของเทศกาลสไตล์บาวาเรียนจากเยอรมนีมาตีความใหม่ ชวนให้ทุกคนมาพบปะ ชิลเอาต์ และเติมเต็มสีสันยามค่ำคืนใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมกันตลอด 5 วันเต็ม วันที่ 28 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ วัน แบงค็อก ปาร์ค ไฮไลต์ที่ห้ามพลาด เริ่มต้นบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองด้วยพิธี Ceremonial Keg Tapping หรือ พิธีเคาะถังไม้โอ๊ก ซึ่งเป็นธรรมเนียมสำคัญของเทศกาล Oktoberfest พร้อมชวนทุกคนมาร่วมสนุกและสังสรรค์ไปด้วยกัน ตามด้วยอิ่มอร่อยกับอาหารนานาชาติและเมนูคลาสสิกสไตล์เยอรมัน ภายในงานรวบรวมร้านอาหารและ Food Truck ขนเมนูมาให้เลือกชิมหลากหลาย ตั้งแต่เบอร์เกอร์จาก 25° พาสต้าเส้นสดจาก Pete’s Pasta ไปจนถึงฮอตดอกและฮันนี่แฮมจาก Alexander’s German Eatery รวมถึงขาหมูเยอรมัน ไส้กรอก Bratwurst เพรตเซลยักษ์ บาร์บีคิวรมควัน Fish & Chips และของหวานอีกมากมาย Photograph: One BangkokOne Oktoberfest 2026 เติมเต็มบรรยากาศเทศกาลด้วยเครื่องดื่มหลากหลายจากแบรนด์ในเยอรมนี ยุโรป เอเชีย และประเทศไทย พร้อมโซน Long Table ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มานั่งล้อมวง พูดคุย และใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศเป็นกันเอง Photograph: One BangkokOne Oktoberfest ที่พิเศษสุดๆ สำหรับคอดนตรี พบกับดนตรีสด 5 วัน 5 สไตล์ พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินไทย ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป พบกับดนตรีแจ๊สและสวิงแจ๊สจาก Jazz Band by The Stumblrs, Hot Club Of Siam, Jelly Roll Jazz Club, Penny and The Cats และโชว์จาก The Hop ก่อนต่อเนื่องด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินไทยและดีเ
Think Fest บุกอารีย์อีกครั้งพฤศจิกายนนี้ พร้อมขนทัพกิจกรรมสนุกๆ มากว่า 40 จุด

Think Fest บุกอารีย์อีกครั้งพฤศจิกายนนี้ พร้อมขนทัพกิจกรรมสนุกๆ มากว่า 40 จุด

ถ้าสุดสัปดาห์วันที่ 27-29 พฤศจิกายนนี้ยังไม่มีแพลนไปไหน ลองชวนเพื่อนมาเดินเล่นย่านอารีย์กันดู เพราะ Think Fest 2026 กำลังจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมเปลี่ยนย่านที่เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ๆ ร้านอาหารเจ้าดัง และผู้คนจากหลากหลายแวดวง ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ชวนทุกคนออกไปค้นพบอะไรใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมตลอดสามวันเต็ม Photograph: thinkfest.officialBangkok เทศกาลครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยใช้แนวคิด Creative Hopping ที่ชวนให้ทุกคนเดินสำรวจและแวะร่วมกิจกรรมไปตามจังหวะของตัวเอง แทนที่จะรวมทุกอย่างไว้ในสถานที่เดียว โปรแกรมจึงกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่กว่า 40 แห่งทั่วอารีย์ ตั้งแต่ทอล์ก เวิร์กช็อป ตลาดนัด ไปจนถึงงานศิลปะและปาร์ตี้ลับที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ให้ได้เดินค้นหาไปตลอดทาง ปีนี้ Think Fest มาในธีม ‘Remember Me’ ชวนทุกคนย้อนนึกถึงความทรงจำดีๆ ที่มีต่ออารีย์ พร้อมกลับมามองย่านนี้ในมุมใหม่ ไม่ใช่แค่พื้นที่นัดพบของคนรุ่นใหม่ที่ชอบนั่งทำงานในคาเฟ่ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ แลกเปลี่ยนไอเดีย และเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน โดยกิจกรรมจะครอบคลุม 5 พื้นที่ ได้แก่ อารีย์ซอย 1, 2, 3, ซอย 4 ฝั่งเหนือ และซอย 5 ฝั่งใต้ Photograph: thinkfest.officialBangkok Think Fest จัดขึ้นโดย BrandThink ซึ่งเปิดตัวเทศกาลครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ภายใต้ธีม ‘Everybody Changes’ ที่ชวนสำรวจความหมายของความสำเร็จในยุค AI โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์จากหลากหลายวงการ ทั้งค่ายเพลง Loveis Entertainment และ What The Duck รวมถึงสตูดิโอพร็อพและงานศิลปะ พันธุ์ทาง อาร์ตเวิร์ค ส่วนครั้งนี้ขยับมาเล่าเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ด้วยการชวนทุกคนกลับมาสำรวจความผูกพันระหว่างตัวเองกับย่านอารีย์ ใครอยากเดินเล่
สำรวจลมหายใจและกายวิภาคใน ‘วิหาร 2026’ นิทรรศการศิลปะแห่งดนตรีที่จะพาคุณไปสัมผัสสภาวะการตื่นรู้

สำรวจลมหายใจและกายวิภาคใน ‘วิหาร 2026’ นิทรรศการศิลปะแห่งดนตรีที่จะพาคุณไปสัมผัสสภาวะการตื่นรู้

  หลังจากสร้างปรากฏการณ์สุดตรึงตราด้วยการนำวงดนตรีไปเล่นในเมรุ ณ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ที่พาเราไปตั้งคำถามถึงมิติแห่งพิธีกรรม ความเชื่อ และความตายไปเมื่อปีก่อน กลับมาปีนี้ ‘วิหาร 2026’  งานศิลปะและดนตรีทดลองขอต้อนรับทุกคนสู่บทถัดไปอย่างเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม โดยย้ายหมุดหมายมาเนรมิตพื้นที่ในกรุงเทพฯ พร้อมเปลี่ยนทิศทางจากการพูดถึงพิธีกรรมทางศาสนา สู่การดิ่งลึกเข้าไปสำรวจ ‘ลมหายใจสุดท้าย’ และ ‘กายวิภาค’ ของมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น Photograph: SundanBangkok ในครั้งนี้ พื้นที่ชั้น 4 ของ 1981 Soul & Sold ถูกดีไซน์ให้ออกแบบมาเป็นแลปทดลองสีแดงบรรยากาศสลัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘วิหาร Last Breath & Anatomy’ ซึ่งจะพาทุกคนไปสัมผัสสภาวะการหายใจ และเชื่อมโยงเข้ากับอารมณ์ความรู้สึก ผ่านการกำหนดจังหวะ BPM ของดนตรีที่จะนำพาเข้าสู่สภาวะตื่นรู้ Photograph: SundanBangkok ไฮไลต์ของงานคือการวางอาร์ตไดเรกชันสไตล์ Cinematic Art Decorative โดยทีม Pantang Artwork ที่นำสถูปเก็บอัฐิจริงมาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะ ผสานเข้ากับงาน Visualization ที่จะเปลี่ยนสเปซและบรรยากาศไปตามคลื่นเสียงของศิลปินในแต่ละสเตจ ความพิเศษยังเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน กับนิทรรศการศิลปะ ‘แดงแรมค่ำ’ ตลอด 9 วัน 9 คืน ณ ลานแคมป์ ชั้น 1 ก่อนที่ในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ไฟสีแดงสลัวภายในพื้นที่ชั้น 4 จะสว่างขึ้นอย่างเป็นทางการ พร้อมไลน์อัปศิลปินสายทดลอง 7 stage ได้แก่ Juna Mae, Faustus, Makara, Not Where But When feat. Ann Shadow Colonies, Dsl33p feat. Wan Pree, Pradit Seangkrai, 6V6T6R และ Special Guest Ong TheLayers เตรียมร่างกายและลมหายใจให้พร้อม แล้วมาเดินทางผ่านจังหวะคลื่นเสียงและกายวิภาคไปพร้อมกัน ที่ 1
ฮาโลวีนนี้ ชวนดูหนังหลอน 10 เรื่องในโปรแกรม Fearfolks Halloween Marathon

ฮาโลวีนนี้ ชวนดูหนังหลอน 10 เรื่องในโปรแกรม Fearfolks Halloween Marathon

ฮาโลวีนปีนี้ ใครกำลังมองหาหนังหลอนไว้เติมความระทึก เตรียมปักหมุดกันได้เลย เมื่อ Fearfolks จับมือกับ Doc Club & Friends จัด Fearfolks Halloween Marathon ครั้งแรก ชวนคอหนังมาสัมผัสประสบการณ์ความสยองบนจอใหญ่ กับโปรแกรมภาพยนตร์ 10 เรื่องจาก Fearfolks ที่คัดมาให้ดูกันแบบจุใจ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2569 ณ Doc Club & Friends, Cloud 11 โปรแกรมครั้งนี้รวบรวมหนังสยองขวัญหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Teenage Sex and Death at Camp Miasma หนังสแลชเชอร์ที่ผสานความสยองเข้ากับจิตวิทยา, Backrooms ผลงานจากผู้กำกับหน้าใหม่วัย 20 ปี ไปจนถึง Leviticus หนังสยองขวัญแนวคัมมิงออฟเอจ, Hokum ที่หยิบตำนานพื้นบ้านมาสร้างบรรยากาศชวนขนหัวลุก และ Shelby Oaks หนังแนว ฟาวด์ฟุตเทจที่พาคนดูดำดิ่งสู่ปริศนาสุดสะพรึง ไม่ว่าคุณจะชอบความหลอนแบบไล่เชือด ความสยองเหนือธรรมชาติ หรือเรื่องราวที่เล่นกับความกลัวในจิตใจ ก็เลือกจัดตารางดูได้ตามสไตล์ เตรียมเช็กโปรแกรมให้พร้อม แล้วมาเจอกันหน้าโรงใน Fearfolks Halloween Marathon ครั้งแรกกันได้เลย! โปรแกรมภาพยนตร์ วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม Teenage Sex and Death at Camp Miasma — 16.15 น. Good Boy — 18.35 น. วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม Backrooms — 14.55 น. Her Private Hell — 16.50 น. It Ends — 18.40 น. วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน Mother Mary — 11.30 น. Leviticus — 19.15 น. วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน Hokum — 16.40 น. วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน The Influencer Project — 15.40 น. Shelby Oaks — 17.50 น. ที่ Doc Club & Friends ณ Cloud 11 บัตรราคา 160 บาท (จองบัตร) วันที่ 30 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2569