A girl who’s always dressed in all-black, totally obsessed with band tees. Earphones in her ears most of the time, she rarely turns around when you call her name. A newbie in the working world who treasures solitude and craves freedom, she is deeply passionate about art, music, film photography, cinema and fried chicken. Her secret dream is to be an extra in a film by her all-time favourite director, Nawapol Thamrongrattanarit.

Yokploy Chandrabha

Yokploy Chandrabha

Staff writer, Time Out Thailand

Follow Yokploy Chandrabha:

Articles (100)

17 อาคารเก่าแก่ในกรุงเทพฯ ที่ถูกชุบชีวิตกลับมาอีกครั้ง

17 อาคารเก่าแก่ในกรุงเทพฯ ที่ถูกชุบชีวิตกลับมาอีกครั้ง

กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งความต่างที่อยู่ร่วมกันได้อย่างน่าประหลาด ตึกกระจกสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างวัดเก่า คฤหาสน์อายุนับร้อยปี และตึกแถวโบราณที่วันนี้กลายเป็นคาเฟ่หรือร้านค้า หากมองข้ามเรื่องรถติดและตึกศูนย์การค้าไปอีกนิด จะพบว่าประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ยังคงอยู่กับเราเสมอ อาคารเก่าแก่จำนวนมากกระจายตัวอยู่ในย่านอย่างสีลม บางรัก และเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อดีตกับปัจจุบันยังคงอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน บางหลังซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็กๆ หรือหลังตลาด บางหลังตั้งเด่นอยู่ตรงหัวมุมถนนที่ผู้คนเดินผ่านทุกวัน เพียงแต่เราอาจไม่เคยหยุดมองมันจริงๆ สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคืออาคารเหล่านี้จำนวนไม่น้อยไม่ได้ถูกทิ้งให้กลายเป็นเพียงอนุสรณ์ของวันวาน แต่ได้รับการปรับโฉมและกลับมาใช้งานอีกครั้งในฐานะคาเฟ่ บาร์ แกลเลอรี โรงแรม หรือห้องสมุด โดยยังคงเก็บรักษาโครงสร้างและรายละเอียดดั้งเดิมเอาไว้ให้เห็นอย่างครบถ้วน โรงพิมพ์เก่ากลายเป็นพื้นที่ศิลปะ โรงเลื่อยถูกเปลี่ยนเป็นโรงละคร ส่วนโรงซ่อมเครื่องจักรกลายเป็นร้านกาแฟ ฟังดูเหมือนคนละเรื่องกับอดีตของอาคาร แต่ทั้งหมดกำลังทำสิ่งเดียวกัน นั่นคือเปิดโอกาสให้สถานที่เก่าได้มีเรื่องราวบทใหม่ แทนที่จะถูกรื้อทิ้งเพื่อสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาแทน เราเลยรวบรวมอาคารเก่าที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ทั้งในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง มาให้ลองออกไปสำรวจ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมที่ซ่อนเรื่องราวของเมือง ไปจนถึงพื้นที่ใหม่ที่ทำให้เราเห็นว่าอาคารเก่าเองก็มีอนาคตได้เหมือนกัน นี่คือ 17 อาคารเก่าในกรุงเทพฯ ที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่และควรค่าแก่การแวะไปชม ช่วงเวลาที่เมื่อไหร่ที่ไม่รู้จะไปไหนดี ลองดูไกด์ของเราเกี่ยวกับ บาร์, ร้านอาหาร, สวนสาธารณะ, แกลเลอรี และ บทสัมภาษณ์ ของกรุงเทพฯ หรือค่อ
รีวิวอัลบั้ม ‘Fitness Pop’ วาไรตี้ป็อปมันส์ๆ 10 เฉดใหม่จาก Tattoo Colour

รีวิวอัลบั้ม ‘Fitness Pop’ วาไรตี้ป็อปมันส์ๆ 10 เฉดใหม่จาก Tattoo Colour

ถ้าพูดถึงวง Tattoo Colour เราน่าจะพอเดาทางได้ว่าพวกเขาจะมาพร้อมเพลงป็อปที่ฟังง่าย เมโลดี้ติดหู และมุกกวนๆ ที่เป็นลายเซ็นเฉพาะตัวของวง แต่พอได้ฟังอัลบั้มชุดที่ 7 อย่าง ‘Fitness Pop’ ครบทั้ง 10 เพลงแล้ว กลับรู้สึกว่านี่คือ Tattoo Colour ที่หยิบความคุ้นเคยของตัวเองมาเล่าใหม่ได้สนุกกว่าที่คิด วงนิยามอัลบั้มนี้ว่าเป็น ‘วาไรตี้ป็อป’ เพราะแต่ละเพลงที่คุณจะได้ฟังในอัลบั้มนี้ เต็มไปด้วยความสดใหม่หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่เพลงรักหวานๆ เพลงอกหัก เพลงชวนเต้น ไปจนถึงเรื่องผี เรื่องโจรป่า และหนุ่มกล้ามโต เรียกได้ว่าทั้งในแง่ของเนื้อหาและสีสันทางดนตรี มีความวาไรตี้อยู่สูงมาก และเมื่อเอามาเรียงต่อกันทั้งอัลบั้มก็มีลายเซ็นแทททูค่อนข้างชัดเช่นกัน ที่น่าสนใจคือ เมื่อฟังครบ 10 เพลงรวดเดียว Fitness Pop กลับให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเจอ Tattoo Colour ในยุคแรกๆ อีกครั้ง โดยเฉพาะกลิ่นอายบางอย่างที่ชวนให้นึกถึงช่วงอัลบั้ม Hong Ser ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ชาวนัวหลายคนคิดถึงกันอยู่ไม่น้อย และนี่คือรีวิวทั้ง 10 เพลงที่เราอยากชวนทุกคนมาออกกำลังหูไปพร้อมกัน!
กิจกรรมน่าทำในกรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ (17-20 กันยายน)

กิจกรรมน่าทำในกรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ (17-20 กันยายน)

เข้าสู่สัปดาห์ที่สามของเดือนกันยายน กรุงเทพฯ ยังคงอัดแน่นไปด้วยแรงบันดาลใจและทัศนียภาพทางความคิด ชวนให้เราออกไปปะทะและเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอดสุดสัปดาห์นี้! แม้สายฝนจะคอยโปรยปรายให้เมืองชุ่มฉ่ำ แต่บอกเลยว่ากองทัพอีเวนต์ทั่วมุมเมืองยังคงหมุนเวียนและพร้อมสาดพลังงานดีๆ ครบครันทุกมู้ด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เริ่มต้นกันที่หมวดคอนเสิร์ตและดนตรีสด สัปดาห์นี้ถือเป็นไฮไลต์เด็ดของสายฟังเพลงที่ต้องการความแปลกใหม่ เริ่มด้วย The Very Beside of Moderndog คอนเสิร์ตเวที 360 องศาที่วงร็อกระดับตำนานเตรียมขนเพลงหน้าบีและเพลงหาฟังยากมาแสดงสด ขยับมาที่การโคจรมาพบกันของกลิ่นอาย UK soul และ British folk ในค่ำคืนคัฟเวอร์บทเพลงสี่หนุ่มเต่าทอง Tribute to the Music of The Beatles โซโล่โชว์ครั้งแรกในไทยของแร็ปเปอร์คลื่นลูกใหม่จากเกาหลีใต้ ROYAL 44 และคอนเสิร์ตวงออร์เคสตราสุดอลังการที่จะพาย้อนวัยสู่โลกแห่งความฝันกับ Pink Symphonic Concert ออร์เคสตรา ขยับมาที่หมวดนิทรรศการและงานเสพศิลป์ เอาใจสายฮีลใจและครอบครัวกับนิทรรศการชวนทบทวนความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก Beyond the Rainbow และนิทรรศการที่รวมผลงานพร้อม 5 โซนเวิร์กช็อปจาก 39 ศิลปินออทิสติก ส่วนสาย Contemporary Pop Art ห้ามพลาด Carry On Being นิทรรศการเดี่ยวโดย ปรัช สินธุนาวา (BOBBY LEASH) ที่ชวนตั้งคำถามกับการเป็นตัวเองผ่านภาพจำอันซุกซนและสดใส  ปิดท้ายด้วยหมวดไลฟ์สไตล์ เวิร์กช็อป และกิจกรรมเดินย่าน ชวนไปสัมผัสคัลเจอร์เกาหลีในสวนสุดชิลกับตลาดคราฟต์ ชงชา พิลาทิส และโชว์เครื่องดนตรีโบราณใน Oasis Seoul หรือเปลี่ยนสายตาออกไปเดินสำรวจเมืองผ่านเฉดสีและรายละเอียดเล็กๆ ในกิจกรรม Colour-walk The Neighbour’s Palette: มองย่านผ่านสี ที่ Slowcombo สามย่าน  สุดสัปด
ออกไปจิบน้ำเก๊กฮวยฟองนุ่มกับพิกัด 20 บาร์เบียร์สุดชิลทั่วกรุงเทพฯ

ออกไปจิบน้ำเก๊กฮวยฟองนุ่มกับพิกัด 20 บาร์เบียร์สุดชิลทั่วกรุงเทพฯ

ตามหลักจิตวิทยา (ฉบับสายแฮงเอาต์) ว่ากันว่า เครื่องดื่มสีเหลืองอำพันที่มาพร้อมฟองนุ่มละมุนนั่น มีฤทธิ์ช่วยบำบัดความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก ฟื้นฟูอาการอ่อมหลังจบโปรเจกต์ใหญ่ และช่วยเติมความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม และในเมืองที่ไม่เคยหลับไหลอย่างกรุงเทพฯ วัฒนธรรมการจิบเบียร์ก็ได้ยกระดับจากแค่การดื่มชิลๆ ไปสู่ประสบการณ์สุดชิคที่รวมเอาทั้งเรื่องของซาวด์ดนตรี งานดีไซน์ และกรูฟของคนเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าคุณจะเป็นสายลึกที่ชอบตามล่าหาไอพีเอตัวแรง คราฟต์เบียร์แทปสดสไตล์เบลเยียม ไวเซนหอมกลิ่นผลไม้ หรือแค่กำลังมองหาพิกัดนั่งตากแอร์จิบเบียร์เย็นๆ ฟังเพลงชิลๆ หลังเลิกงานกับแก๊งเพื่อน วันนี้ Time Out ได้มัดรวม 20 บาร์เบียร์ตัวท็อปในกรุงเทพฯ ที่บอกเลยว่าทำถึงทั้งบรรยากาศและเมนูเครื่องดื่มมาให้คุณตามไปเช็กอินกันแล้ว จะมีร้านไหนบ้างไปดูกัน!
รวมลิสต์หนังน่าดูประจำเดือนกันยายนนี้

รวมลิสต์หนังน่าดูประจำเดือนกันยายนนี้

เตรียมตัวต้อนรับเดือนกันยายนด้วยลิสต์หนังน่าดูใหม่ๆ ที่กำลังจะตบเท้าเข้าโรงเร็วๆ นี้ ตั้งแต่หนังรักที่ชวนใจฟู แอ็กชัน ไซไฟ สยองขวัญ สารคดีดนตรีที่พาเราย้อนกลับไปหาวงดนตรีระดับตำนาน หนังแฟนตาซีที่หยิบวรรณคดีไทยมาตีความใหม่ รวมถึงหนังฟอร์มยักษ์ที่เหมาะกับการกลับไปนั่งดูบนจอใหญ่ และสำหรับแฟนเกมก็เตรียมตัวรับมือกับ Resident Evil เวอร์ชันใหม่ที่ตั้งใจยกความรู้สึกแบบตอนเล่นเกมมาไว้ในโรงภาพยนตร์ ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเลือกเรื่องไหนดี Time Out คัดมาให้แล้ว 10 เรื่องเน้นๆ ตั้งแต่ต้นเดือนไปจนถึงสิ้นเดือน จะมีเรื่องอะไรบ้าง เซฟลิสต์นี้เก็บไว้แล้วไปใช้เวลาในโรงภาพยนตร์กัน!  
พาเที่ยวรอบโลกผ่านจานอาหาร กับ 5 ร้านเด็ดในภูเก็ต

พาเที่ยวรอบโลกผ่านจานอาหาร กับ 5 ร้านเด็ดในภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตอาจขึ้นชื่อเรื่องทะเลสวย หาดทรายขาว และร้านอาหารวิวดี แต่ถ้าคิดว่าเกาะนี้มีแค่ซีฟู้ดกับอาหารใต้ก็คงพลาดไปเยอะ เพราะวัฒนธรรมการกินของภูเก็ตหลากหลายไม่แพ้ผู้คนที่เดินทางมาเยือน ตั้งแต่ร้านโลคัลในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงห้องอาหารในโรงแรมที่พาไปรู้จักรสชาติจากอีกฟากโลก ทั้งไทย เมดิเตอร์เรเนียน ญี่ปุ่น และจีน เรียกได้ว่าเดินทางทริปเดียวก็สามารถลิ้มรสอาหารหลายประเทศโดยไม่ต้องขึ้นเครื่อง บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Thailand Restaurant Guide ที่คัด 5 ร้านเด่นในภูเก็ต ที่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ แต่ยังจริงจังเรื่องวัตถุดิบและรสชาติ เหมาะทั้งสำหรับคนที่เพิ่งมาเยือนเป็นครั้งแรก และขาประจำที่คิดว่าตัวเองรู้จักร้านอาหารภูเก็ตหมดแล้ว ที่สำคัญคือแต่ละร้านมีคาแรกเตอร์ชัด และไม่มีร้านดักนักท่องเที่ยวให้ต้องกังวล เตรียมท้องให้ว่าง แล้วออกไปตะลุยกินกันเลย!
พาเที่ยวรอบโลกผ่านจานอาหาร กับ 5 ร้านเด็ดในภูเก็ต

พาเที่ยวรอบโลกผ่านจานอาหาร กับ 5 ร้านเด็ดในภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตอาจขึ้นชื่อเรื่องทะเลสวย หาดทรายขาว และร้านอาหารวิวดี แต่ถ้าคิดว่าเกาะนี้มีแค่ซีฟู้ดกับอาหารใต้ก็คงพลาดไปเยอะ เพราะวัฒนธรรมการกินของภูเก็ตหลากหลายไม่แพ้ผู้คนที่เดินทางมาเยือน ตั้งแต่ร้านโลคัลในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงห้องอาหารในโรงแรมที่พาไปรู้จักรสชาติจากอีกฟากโลก ทั้งไทย เมดิเตอร์เรเนียน ญี่ปุ่น และจีน เรียกได้ว่าเดินทางทริปเดียวก็สามารถลิ้มรสอาหารหลายประเทศโดยไม่ต้องขึ้นเครื่อง บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Thailand Restaurant Guide ที่คัด 5 ร้านเด่นในภูเก็ต ที่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ แต่ยังจริงจังเรื่องวัตถุดิบและรสชาติ เหมาะทั้งสำหรับคนที่เพิ่งมาเยือนเป็นครั้งแรก และขาประจำที่คิดว่าตัวเองรู้จักร้านอาหารภูเก็ตหมดแล้ว ที่สำคัญคือแต่ละร้านมีคาแรกเตอร์ชัด และไม่มีร้านดักนักท่องเที่ยวให้ต้องกังวล เตรียมท้องให้ว่าง แล้วออกไปตะลุยกินกันเลย!
ตะลุยชิม 9 ร้านอาหารหลากสัญชาติจากรอบโลก โดยไม่ต้องบินออกจากกรุงเทพฯ

ตะลุยชิม 9 ร้านอาหารหลากสัญชาติจากรอบโลก โดยไม่ต้องบินออกจากกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ ขึ้นชื่อเรื่องสตรีตฟู้ดและอาหารไทยรสจัดจ้านก็จริง แต่รู้ไหมว่าเมืองนี้ยังซ่อนรสชาติจากทั่วโลกเอาไว้อีกเพียบ จนบางครั้งมื้ออาหารธรรมดาๆ ก็สามารถพาเราออกเดินทางไปไกลได้โดยไม่ต้องขึ้นเครื่องบิน บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Thailand Restaurant Guide ขอพาคุณไปตะลุยกิน 9 ร้านทั่วกรุงเทพฯ ที่เสิร์ฟอาหารหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่สเต๊กฉ่ำๆ แบบอเมริกัน เทปันยากิร้อนๆ จากญี่ปุ่น อาหารไทย-มลายูรสเข้ม ไปจนถึงซีฟู้ดฝรั่งเศส ใครที่กำลังเบื่อเมนูเดิมๆ หรืออยากลองเปิดโลกผ่านจานอาหาร ลิสต์นี้มีหลากหลายร้านให้ชิมตั้งแต่ต้นทางจนสุดสาย เตรียมท้องให้ว่าง เตรียมช้อนส้อมให้พร้อม แล้วออกไปชิมกันเลย!
แด่การเดินทางไกลของ ‘เร แมคโดนัลด์’ รำลึกถึง 14 ผลงานในจอที่หลายคนโตมาด้วยกัน

แด่การเดินทางไกลของ ‘เร แมคโดนัลด์’ รำลึกถึง 14 ผลงานในจอที่หลายคนโตมาด้วยกัน

มีพบก็ต้องมีจาก แต่บางคนแม้จะจากไปแล้ว ก็ยังทิ้งบางอย่างไว้ให้เรานึกถึงอยู่เสมอเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินข่าวการจากไปของ ‘เร แมคโดนัลด์’ นักแสดงที่แจ้งเกิดในช่วงปลายยุค 90 และกลายเป็นหนึ่งในไอคอนของวัยรุ่นไทยผ่านทั้งภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ และสารคดีท่องเที่ยวตลอดเส้นทางเกือบสามทศวรรษในวงการ สำหรับคนที่เติบโตมาในยุค 90 เรอาจเป็นชื่อที่คุ้นเคยจากรายการ Teen Talk ขณะที่บางคนจดจำเขาจากบทบาทใน O-Negative, หนีตามกาลิเลโอ หรือ ห้าแพร่ง และสำหรับอีกหลายคน เรอาจเป็นเหมือนเพื่อนร่วมทางที่อาจไม่เคยได้พบกันมาก่อน แต่การได้ติดตามเขาผ่านรายการท่องเที่ยวก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้ออกไปท่องโลกกว้างพร้อมกับเขา เส้นทางของเรจึงน่าสนใจกว่าการเป็นเพียง ‘นักแสดง’ เขาเคยสวมบทบาทมาแล้วมากมาย ตั้งแต่ชายหนุ่มขี้อาย มือปืน พระ กราฟิกดีไซเนอร์ ไปจนถึงนักเดินทาง และในแต่ละบทบาทก็เหมือนการบันทึกช่วงเวลาหนึ่งของทั้งตัวเขาและยุคสมัยเอาไว้ วันนี้ Time Out จึงอยากชวนย้อนกลับไปดู 14 ผลงานบนจอของเร แมคโดนัลด์ ตั้งแต่วันที่เขาก้าวเข้าสู่วงการ ไปจนถึงผลงานชิ้นสุดท้ายที่ทำให้เรายังคิดถึงเขาได้เสมอ ฝันบ้าคาราโอเกะ (2540)   Photograph: Fun Bar Karaoke, 2540Ray Macdonal จุดเริ่มต้นบนจอของเรอยู่ใน ฝันบ้าคาราโอเกะ ผลงานกำกับเรื่องแรกของ เป็นเอก รัตนเรือง ซึ่งแม้จะเป็นหนังเรื่องแรกในเส้นทางการแสดงของเร แต่กลับส่งให้เขาคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากรางวัลสุพรรณหงส์ ได้ทันที ในเรื่องนี้ เร รับบท ‘น้อย’ ชายหนุ่มขี้อายที่ทำงานในร้านสะดวกซื้อ แต่เมื่อเข้าสู่โลกแห่งความฝันกลับกลายเป็นมือปืน ตัวละครที่ทั้งแปลก กวน และแฝงความเหงาเอาไว้ ทำให้เราได้เห็นเสน่ห์และน้ำเสียงทางการแสดงของเรตั้งแต่ผลงานแรก และเพียงห
รวมลิสต์เฟสติวัลน่าไปทั่วไทย ลากยาวจนถึงสิ้นปีนี้

รวมลิสต์เฟสติวัลน่าไปทั่วไทย ลากยาวจนถึงสิ้นปีนี้

ปีนี้มีเฟสติวัลให้เลือกเยอะจนแทบตัดสินใจไม่ถูก แถมความสนุกยังลากยาวไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม ใครคิดจะเก็บหลายงานอาจต้องวางแผนกันสักหน่อย เพราะตารางแน่นตั้งแต่ปาร์ตี้ริมทะเลในอากาศเย็นๆ ไปจนถึงเฟสติวัลใหญ่ที่พร้อมส่งท้ายปีแบบจัดเต็ม อยากใช้วันหยุดไปนั่งฟังเพลงริมทะเล หรือเต้นยับในโกดังจนพระอาทิตย์ขึ้น? เป็นสายกางเต็นท์นอนกลางงาน หรือแค่คิดถึงคิวห้องน้ำก็อยากกลับบ้าน? ชอบเทศกาลที่รวมศิลปินโปรดไว้แน่นๆ หรืออยากลองเสี่ยงดวงกับไลน์อัปใหม่ๆ เพื่อค้นพบเพลงโปรดวงต่อไป ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไหน ก็น่าจะมีสักงานที่เข้าทาง ตั้งแต่ปาร์ตี้ริมชายหาด ฮิปฮอปบนรูฟท็อป แจ๊สใต้ร่มไม้ ไปจนถึงอีเวนต์อิเล็กทรอนิกส์ที่ลากยาวข้ามคืน ประเทศไทยจัดมาให้ครบ และบางสัปดาห์ยังมีหลายงานให้เลือกพร้อมกันอีกด้วย ตั้งแต่โลเคชันกลางกรุงเทพฯ ไปจนถึงชายหาดบนเกาะและพื้นที่กลางป่า หมุดหมายของเหล่าเฟสติวัลกำลังค่อยๆ ปักเต็มแผนที่ แต่ถ้ายังไม่ได้จองก็ไม่ต้องรีบร้อน เพราะเราจะคอยอัปเดตลิสต์นี้ให้ทันสมัยอยู่เสมอ พร้อมรวบรวมงานที่ยังมีบัตรให้จับจอง ก่อนที่งานโปรดจะ Sold Out ไปเสียก่อน ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เตรียมพบกับ 808 Festival, DIAGE Festival, Wonderfruit และ Tomorrowland Thailand ที่กำลังจะยกขบวนมาสร้างสีสันบนผืนดินไทย เลื่อนดูไกด์ของเรา แล้วเลือกงานที่ถูกใจได้เลย เราจะอัปเดตลิสต์นี้อย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่มีงานใหม่หรือไลน์อัปใหม่ประกาศออกมา ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปไหนดี? ลองดูไกด์ของเราเกี่ยวกับ บาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ, ร้านอาหาร, สวนสาธารณะ และ แกลเลอรี หรือจะเปิด ลิสต์กิจกรรมน่าทำในกรุงเทพฯ ของเราเพื่อหาไอเดียสำหรับวันว่างครั้งต่อไปก็ได้ วางแผนช่วงที่เหลือของ เดือนนี้ ด้วยไกด์รวมอีเวนต์ที่กำลังเกิดขึ้น และติดตา
เช็กลิสต์ร้านอาหารนอกเมือง ที่คุ้มค่าแก่การขับรถไปกิน

เช็กลิสต์ร้านอาหารนอกเมือง ที่คุ้มค่าแก่การขับรถไปกิน

ใครเคยบอกว่าสิ่งสำคัญคือการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมาย อาจต้องคิดใหม่เมื่อมื้อเย็นดีๆ สักมื้อคุ้มค่าพอให้เราเติมน้ำมันแล้วขับรถออกนอกเมือง เพราะบางครั้งการเปลี่ยนวิวจากรถติดบนถนนวงแหวนเป็นไร่องุ่นหรือสายน้ำสงบๆ ก็ทำให้มื้อธรรมดากลายเป็นมื้อพิเศษได้ บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Thailand Restaurant Guide ชวนออกไปจากขอบกรุงเทพฯ อีกนิด กับสองร้านที่คุ้มค่ากับการสตาร์ตรถ ตั้งแต่มื้อกลางไร่องุ่นในนครราชสีมา ที่เสิร์ฟอาหารคู่กับไวน์จากแหล่งผลิตในพื้นที่ ไปจนถึงร้านอาหารไทยริมคลองในนนทบุรีที่จัดจ้านถึงเครื่องและนั่งกินได้แบบสบายๆ
ปีแห่งการเดินทางของ ‘เอิงเอย ประภามณฑล’ เรื่องราวชีวิต และการเดินทางที่ไม่ได้อยู่แค่ในหนัง

ปีแห่งการเดินทางของ ‘เอิงเอย ประภามณฑล’ เรื่องราวชีวิต และการเดินทางที่ไม่ได้อยู่แค่ในหนัง

หากพูดถึงนักแสดงหญิงที่อยู่ในวงการภาพยนตร์ไทยมาราว 10 ปี ชื่อของ เอิงเอย-ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ อาจไม่ได้เป็นชื่อที่ทุกคนคุ้นเคยจากหนังตลาด แต่สำหรับคนดูหนังนอกกระแส หนังสั้น หรือผลงานที่เดินทางไปตามเทศกาลภาพยนตร์ เธอน่าจะเป็นหนึ่งในชื่อที่คุ้นตา เอิงเอยเริ่มต้นเส้นทางนักแสดงจาก ‘Motel Mist โรงแรมต่างดาว’ ของ ปราบดา หยุ่น ก่อนจะมีผลงานตามมาอีกหลายเรื่อง และในปีนี้ ‘Human Resources พนักงานใหม่โปรดรับไว้พิจารณา’ ก็พาเธอออกเดินทางไปยังเทศกาลภาพยนตร์หลายแห่ง ตั้งแต่เวนิส ไต้หวัน ไปจนถึงนิวยอร์ก การเดินทางครั้งนี้ทำให้เรามีคำถามมากมายที่อยากชวนเอิงเอยพูดคุย ตั้งแต่มุมมองต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ คนทำหนัง ศิลปิน พื้นที่ฉายหนัง ศิลปะ และคนดู ไปจนถึงชีวิตธรรมดาๆ ในวันที่ไม่ได้เข้ากอง 2026 ปีแห่งการเดินทาง Photograph: putmeunderwaterUnoey Prapamonton ‘ปีนี้สำหรับเอิงก็ถือว่าเป็นปีแห่งการเดินทาง’ เธอพูดขึ้นง่ายๆ ก่อนจะย้อนกลับไปนึกถึงจำนวนครั้งที่ตัวเองต้องเก็บกระเป๋าเดินทางไปสนามบิน ที่ผ่านมา การได้เดินทางไปเทศกาลหนังอาจเกิดขึ้นเพียงปีละหนึ่งหรือสองครั้ง บางครั้งคือการไปฉายรอบพรีเมียร์แล้วกลับ แต่ปีนี้กลับต่างออกไป เพราะเธอไม่ได้เพียงเดินทางไปเทศกาล หากหนังเองก็ออกเดินทางไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางของมันและนั่นทำให้เธอได้เห็นบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในอีกด้านหนึ่ง ปีนี้ก็เป็นปีที่งานของเธอเข้ามาเป็นช่วงๆ เช่นกัน มีช่วงที่งานติดกัน และมีช่วงที่ว่างยาว การเป็นนักแสดงไม่ได้หมายความว่าจะมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอทุกเดือน แม้หนังที่ตัวเองแสดงจะกำลังเดินทางไปไกลแค่ไหนก็ตาม เทศกาลหนังไม่ได้มีไว้แค่สำหรับคนทำหนัง Photograph: putmeunderwaterUnoey Prapamonton เราถามเอิงเอยถึงประสบการณ์ทำงานทั้งในและนอก

Listings and reviews (10)

Snag a masterpiece by artists of the future

Snag a masterpiece by artists of the future

We love a good degree show (aka art students exhibiting their work) and the young folks from CMU’s notoriously excellent Faculty of Fine Arts are doing just that this Friday. Hosted in the snazzy spacious lobby come gallery space at Art Mai Gallery Hotel on Nimman Soi 3, this exhibition will be a great place to scope out the freshest local talent and if you’re in the market for scoring some art to take home with you, you’ll be glad to know 100% of artwork sales are going straight in the students’ pockets. Oh and complimentary bites and refreshments will be served.  Sept 18. Free. Art Mai Gallery Hotel, Nimman. 5pm-7pm
Tai Soon Bar

Tai Soon Bar

The person behind Tai Soon Bar apparently doesn’t drink beer, which makes the carefully chosen tap list all the more surprising. The bar occupies an old Chinese medicine shop near Pratu Phi and Maha Chai Road, with exposed brick, cracked plaster and red neon creating a rough-edged contrast to the street-food stalls outside. Thirteen taps rotate regularly, so there’s usually something new to try. Come for a quiet afternoon glass or settle in after dark and watch old Phra Nakhon tick along outside.190 Maha Chai Rd, Samran Rat, Phra Nakhon, Bangkok. Open daily, 1pm-1am. Call 091-463-6465
เพราะสิ่งที่เรารับรู้ว่าอร่อยอาจไม่ได้มาจากรสชาติอย่างเดียว The Invisible Chef – รส เล้น รับ ชวนนักกินและคนรักอาหารมาเปิดประสบการณ์ผ่านแนวคิด Gastrophysics หรือศาสตร์ที่ศึกษาว่าประสาทสัมผัสและสิ่งแวดล้อมรอบตัวส่งผลต่อการรับรสอย่างไร ผ่านนิทรรศการอินเทอร์แอ็กทีฟที่พาไปสำรวจบทบาทของภาพ กลิ่น เสียง สัมผัส และบรรยากาศ ว่าแต่ละองค์ประกอบล้วนมีส่วนทำให้มื้ออาหารธรรมดากลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ พร้อมชวนตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วรสชาติที่เรารู้สึกนั้นเกิดขึ้นที่ลิ้น หรือเกิดขึ้นในสมองกันแน่ ที่ TCDC Commons Creative Food ชั้น 3 MunMun Srinakarin (ไม่มีค่าเข้างาน) วันที่ 10 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00-19.00 น.
The Smokaccia Laboratory

The Smokaccia Laboratory

The Smokaccia Laboratory คือผลงานของ Brigitta Houkamp และ เชฟ Luca Mascolo ที่นำแนวคิดการทำอาหารมาผสมผสานกับการทดลองราวกับอยู่ในห้องแล็บ โดยมีซาวโดวจ์สูตรเฉพาะที่ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 10 ปีเป็นหัวใจสำคัญของร้าน ทุกเมนูสะท้อนความพิถีพิถันทั้งด้านเทคนิค การจัดจาน และการออกแบบประสบการณ์การรับประทานอาหาร จนทำให้ไฟน์ไดนิ่งของที่นี่เต็มไปด้วยความสนุกและความคิดสร้างสรรค์ในทุกคอร์ส เมนูของร้านเริ่มต้นจาก smokaccia ขนมปังซาวโดวจ์ซิกเนเจอร์ที่ต่อยอดเป็นอาหารหลากหลายจาน ไม่ว่าจะเป็นพาร์มาแฮมที่ใช้เวลาในการบ่มถึง 24 เดือน เสิร์ฟคู่หัวหอมคาราเมลไลซ์และมูสมอร์ตาเดลลาเนื้อเบา ก่อนสร้างสมดุลด้วยโฟมผักแบบ zero waste และซอร์เบต์ไพน์นัต แล้วพาเข้าสู่จานหลักอย่าง เนื้อวากิวญี่ปุ่น A5 จับคู่กับหอยนางรม มะม่วง และคาเวียร์สาหร่าย ที่ตั้ง: 16/4 หมู่ 3 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต  เปิดวันพฤหัสบดี-วันจันทร์ เวลา 18.00-22.00 น. โทร: +66 93 179 4489
Wander an alley market at Little Market on Charoen Krung

Wander an alley market at Little Market on Charoen Krung

A small alley on Charoen Krung 43 turns into an easy weekend wander, bringing together nine independent shops that reward a slower browse. Hands-on elements keep things lively – Jomo Joyy hosts a Suncatcher workshop, Kumchom Studio sets up a Flower Bar for custom bouquets, and Memo Sticker Shop lets you experiment with designs and leave with something personal. Food covers all bases, from Japanese-Western comfort plates at Homer Brunch Cafe to carefully whisked matcha at  Ren BKK and soft, just-baked cookies from I’m Baking Up With You. Music drifts through the space too, from vinyl at Entertainment Project BKK to club-leaning sounds via Bangkok Mojo Club, while BicycleBoys Bike Shop doubles as a social stop for passing cyclists. April 25-26. Free. Charoenkrung43. 1pm-7pm
KHAO by Four Seasons

KHAO by Four Seasons

At KHAO, the terrace overlooks lush green rice fields that give the dishes a proper run for their money in the beauty stakes. The menu shifts with the seasons, keeping everything fresh and staying true to that farm-to-table ethos. But the real star? The khao soi. This signature number comes crowned with a ring of crispy fried egg noodles and packs bold Northern-style flavours – Myanmar and Yunnan influences, just reimagined through a creative lens. Don't skip the fresh pomelo salad either, tossed in a sweet and tangy dressing with bouncy shrimp. If you fancy something fruity, go for the lychee cheesecake, it's topped with seasonal fruits (or longan) and comes with sticky rice on the side. Four Seasons Resort Chiang Mai. Call 053-298-181. Open daily, 8am-7pm
Baan Mon Muan

Baan Mon Muan

Baan Mon Muan is a restaurant where the beauty of the mountains becomes part of the dining experience. Located atop Mon Jam, it has sweeping panoramic views that enhance the richness of every Thai dish. With a wooden terrace extending outward and relaxing seating areas, it provides a peaceful setting for enjoying fine cuisine. The salads and spicy dishes feature fresh vegetables sourced from the surrounding hills, served with vegetable soup and side dishes, with vegetarian options also available. The highlight menu item is lemongrass-baked pork ribs, paired with a bold, spicy dipping sauce.  Pong Yaeng. Call  083-318-6444. Open daily 9am-7pm
Ekachan Ethnic Thai Cuisine

Ekachan Ethnic Thai Cuisine

Some meals fill your stomach. Others teach you something. Ekachan sits in a beautiful teakwood house where food wisdom flows naturally between chef and diner, an unspoken agreement that makes learning genuinely delicious. Chef Ekaphon Pitchawong knows northern Thai cuisine deeply and talks about each dish with real conviction. He traces the origins behind what lands on your table, so every bite comes with a story worth hearing. Don't leave without trying gaeng rawaeng neua, slow-simmered in turmeric curry paste, or the stir-fried river prawns made with local ingredients. Both are best eaten while watching the Ping River drift past the window. Chang Klan Road. Call 097-962-6445. Open daily, 11am-9.30pm
Beer & Folk

Beer & Folk

เทศกาลสำหรับคนรักน้ำเก๊กฮวยมีฟองกลับมาอีกครั้งที่ช่างชุ่ย ปิ่นเกล้า พร้อมบรรยากาศสุดชิลบนลานหญ้าให้ทุกคนได้มาจิบเบียร์เย็นๆ ฟังดนตรีสดเพราะๆ และอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายสไตล์จากร้านค้าต่างๆ สิ้นปีนี้ใครกำลังมองหาพื้นที่สังสรรค์กับเพื่อนหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศออกมาเดินเล่นรับลมเย็น งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์ที่ไม่ควรพลาด ยิ่งไปกว่านั้นงานจัดยาวต่อเนื่องถึงกุมภาพันธ์ ปี 2569 หนาวนี้เตรียมออกจากบ้านมาเดินกินลมชมวิว ตั้งตี้ได้ ที่ ช่างชุ่ย Creative Park ปิ่นเกล้า (ลานใกล้ประตู 3) ไม่มีค่าเข้างาน วันนี้ -15 กุมภาพันธ์ 2569 (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 17.00 - เที่ยงคืน

News (272)

ร่วมสัมผัสความงดงามของโชว์บัลเลต์ The Nutcracker ในกรุงเทพฯ คริสต์มาสนี้

ร่วมสัมผัสความงดงามของโชว์บัลเลต์ The Nutcracker ในกรุงเทพฯ คริสต์มาสนี้

ตารางกิจกรรมต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสของกรุงเทพฯ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว เมื่อคณะบัลเลต์ระดับโลก Saint Petersburg National Ballet Theatre เตรียมนำการแสดงบัลเลต์คลาสสิกเรื่อง The Nutcracker ผลงานการประพันธ์ของ Tchaikovsky มาเปิดม่านที่ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน วันที่ 24-25 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียทัวร์ประจำปี 2026 (ASEAN Tour 2026) สำหรับการแสดงที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ ผู้ชมจะได้สัมผัส The Nutcracker ในรูปแบบการแสดงสดเต็มรูปแบบ ทั้งคณะบัลเลต์ การบรรเลงสดโดยวงออร์เคสตรา และนักเต้นเดี่ยวระดับแถวหน้าจาก Mariinsky Theatre อย่าง Oksana Bondareva และ Ivan Sitnikov มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวบนเวที ทำให้บทเพลงของ Tchaikovsky และท่วงท่าของนักเต้นทำงานไปพร้อมกันตลอดการแสดง เรื่องราวยังคงพาผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการที่หลายคนคุ้นเคย ตั้งแต่หิมะที่โปรยปรายในความฝัน กองทัพทหารของเล่น การปรากฏตัวของราชาหนู ไปจนถึงเวทมนตร์แห่งการแปลงกายและดินแดนขนมหวานที่เต็มไปด้วยการเต้นรำ โดยมีเสียงดนตรีคลาสสิกของ Tchaikovsky จากวงออร์เคสตราสดช่วยเติมบรรยากาศให้เรื่องราวบนเวทีมีมิติยิ่งขึ้น การแสดงในครั้งนี้ยังมาพร้อมกับการรวมตัวของคณะบัลเลต์เต็มรูปแบบ นักเต้นระดับมาสเตอร์จาก Mariinsky Theatre และวงออร์เคสตราที่บรรเลงสด จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เหมาะสำหรับใครที่อยากใช้ช่วงคริสต์มาสไปกับการชมศิลปะการแสดง โดยเฉพาะครอบครัวที่กำลังมองหากิจกรรมพิเศษ หรือใครที่มี The Nutcracker เป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมในช่วงเทศกาลอยู่แล้ว ก็นับเป็นโอกาสที่จะได้กลับมาสัมผัสเรื่องราวเดิมในรูปแบบการแสดงสดอีกครั้ง ที่ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน บัตรราคาเริ่มต้นที่ 1,800 บาท (จองบัตร) วันที่ 24-25 ธ
‘One Beer: Hole in One’ เทศกาลคราฟต์เบียร์ในสนามกอล์ฟ ครั้งแรกใจกลางบางนา

‘One Beer: Hole in One’ เทศกาลคราฟต์เบียร์ในสนามกอล์ฟ ครั้งแรกใจกลางบางนา

ถ้าปกติไปสนามกอล์ฟแล้วต้องตั้งใจสวิงให้ลงหลุม งานนี้อาจทำให้คุณเปลี่ยนใจ เพราะครั้งนี้สนามกอล์ฟกำลังจะถูกเนตรมิตให้กลายเป็นที่แฮงก์เอาต์ของคนรักเบียร์ กับ ‘One Beer: Hole in One’ เทศกาลคราฟต์เบียร์รูปแบบใหม่ที่ชวนทุกคนมาจิบเบียร์ดีๆ ฟังเพลง เพราะๆ กินของอร่อย และลองวงสวิงลงหลุมกันแบบสนุกๆ ที่ Topgolf Megacity บางนา หลังจากทีมประชาชนเบียร์เพิ่งจัดเทศกาลสาโทริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปก่อนหน้านี้ คราวนี้พวกเขาขยับโลเคชันมาที่สนามกอล์ฟ พร้อมยกขบวนคราฟต์เบียร์ไทยจากทั่วประเทศมากกว่า 50 แบรนด์ รวมกว่า 100 รสชาติ มาให้เลือกชิมกันในบรรยากาศสบายๆ โดยมีดนตรีสดและอาหารมาช่วยเติมเต็มความเป็นเทศกาลตลอดช่วงบ่ายจนถึงค่ำ Photograph: Prachachon BeerBangkok คอนเซปต์ของงานครั้งนี้คือ ‘One glass changes your life — เพราะเบียร์ดีๆ แค่แก้วเดียว ก็อาจเปลี่ยนโลกของคุณไปตลอดกาล’ ซึ่งนอกจากจะได้ลองคราฟต์เบียร์หลายสไตล์แล้ว ยังมีเกมกอล์ฟให้คนที่อยากขยับตัวได้ร่วมสนุกด้วย เริ่มจาก Angry Birds Golf Challenge เกมตีกอล์ฟที่หยิบคาแรกเตอร์จาก Angry Birds มาทำเป็นการแข่งขัน โดยจะมีการจัดอันดับผู้ทำคะแนนสูงสุดในแต่ละชั่วโมง พร้อมรางวัลเป็นเบียร์ฟรีให้กลับบ้านไปจิบต่อ Photograph: Prachachon BeerBangkok ส่วนใครที่คิดว่าแม่นเตรียมตัวไว้กับ The Grand Prize - Hole in One เกมวัดความแม่นยำระยะไม่เกิน 100 เมตร เพราะถ้าตีลงหลุมได้สำเร็จ รางวัลใหญ่คือคูปองเบียร์ 30 แก้ว จากทุกบูธภายในงาน เรียกได้ว่างานนี้จะตีได้หรือไม่ได้ก็มีเรื่องให้ลุ้นกันตลอดทั้งวัน เพราะยังมีกิจกรรม Hourly Giveaways & Entertainment พร้อมของรางวัลและความบันเทิงสลับกันไปเรื่อยๆ สำหรับบัตรเข้างานมีทั้ง Early Bird ราคา 200 บาท ซึ่งรวมสิทธิ์เล่นเกมกอล์ฟชิงร
ถ้าคดี 6 ตุลาฯ กลับมาเปิดห้องพิจารณาอีกครั้ง คุณจะเลือกนั่งอยู่ฝั่งไหน?

ถ้าคดี 6 ตุลาฯ กลับมาเปิดห้องพิจารณาอีกครั้ง คุณจะเลือกนั่งอยู่ฝั่งไหน?

ในวาระครบรอบ 50 ปีเหตุการณ์ 6 ตุลา ‘The Trial ห้องพิจารณาคดีที่ 4’ ชวนผู้ชมกลับเข้าไปในห้องศาลจำลองอีกครั้ง ผ่านการหยิบสำนวนคดี 6 ตุลา 2519 มาสร้างเป็นละครเวที โดยเรียบเรียงคำฟ้อง คำให้การ และการซักค้านจากบันทึกการพิจารณาคดีและเอกสารร่วมสมัย เรื่องราวพาย้อนกลับไปหลัง เหตุการณ์ 6 ตุลา เมื่อมีนักศึกษาและประชาชน 18 คน ถูกนำขึ้นศาลทหารในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหาคอมมิวนิสต์ กบฏ และความผิดอื่นๆ จากเหตุการณ์ในเวลานั้น โดยคดีของทั้ง 18 คนถูกฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพฯ ในปี 2520 แต่ครั้งนี้เราไม่ได้มาแค่นั่งดูละครแล้วเดินกลับบ้านไปเฉยๆ เพราะผู้ชมจะถูกชวนให้กลายเป็น ‘ผู้เข้าฟังคดี’ ไปพร้อมกับการพิจารณาคำฟ้อง คำให้การ และการซักค้านที่เกิดขึ้นตรงหน้า ก่อนจะลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า เมื่อเรื่องราวทั้งหมดถูกนำกลับมาเล่าอีกครั้ง ใครคือจำเลย และใครควรเป็นคนที่ต้องถูกตั้งคำถามกันแน่? ชื่อ ‘ห้องพิจารณาคดีที่ 4’ เองก็หยิบมาจากห้องพิจารณาคดีที่ถูกกำหนดให้ใช้พิจารณาคดี 6 ตุลาในเวลานั้น ก่อนที่เวลาจะผ่านไปเกือบครึ่งศตวรรษ และห้องพิจารณาคดีจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งในรูปแบบละครเวทีศาลจำลอง โปรเจกต์นี้จัดโดย กุณฑิกา นุตจรัส และเครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ กำกับการแสดงโดย คาเงะ-ธีระวัฒน์ มุลวิไล เขียนบทโดย สุรีย์ฉาย แก้วเศษ, ปัณณพร วัฒนพงษ์ และอุสิชา อุดมศักดิ์ พร้อมนักแสดงอย่าง ฟาโรห์ จักรภัทรานน, คานธี วสุวิชย์กิต, ภูมิภัทร ถาวรศิริ, พีรพล กิจรื่นภิรมย์สุข และประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ ฯลฯ โดยจะเปิดการพิจารณาคดีระหว่าง วันที่ 4-6 ตุลาคม ที่ ชั้น 2 ห้องศาลจำลอง มารุต บุนนาค อาคารคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยรอบ วันที่ 4 ตุลาคมจะมีเสวนาหลังการแสดง (Post-show Talk) ต่อด้วยรอบวันที่ 5 และ 6 ตุลา
SLUR เตรียมเล่น ‘Boo!’ แบบเรียงแทร็ก ไม่มีปุ่มกดข้าม ใน Cat Album 16 ต.ค. นี้

SLUR เตรียมเล่น ‘Boo!’ แบบเรียงแทร็ก ไม่มีปุ่มกดข้าม ใน Cat Album 16 ต.ค. นี้

ใครเป็นเด็กอินดี้ เคยสะพายกระเป๋าผ้า ฟังเพลงจากค่าย Smallroom และโตมากับเพลงของ SLUR น่าจะมีอัลบั้ม Boo! อยู่ในความทรงจำไม่มากก็น้อย คราวนี้เตรียมย้อนกลับไปปี 2549 กันอีกครั้ง เพราะ SLUR กำลังจะหยิบอัลบั้มเต็มชุดแรกของวงกลับมาเล่นให้ฟังแบบครบทุกแทร็ก ในคอนเสิร์ตซีรีส์ Cat Album ที่ตั้งใจให้แฟนเพลงได้ฟังหนึ่งศิลปิน หนึ่งอัลบั้ม ตั้งแต่เพลงแรกไปจนถึงเพลงสุดท้ายแบบไม่มีปุ่มกดข้าม View this post on Instagram A post shared by CAT ALBUM (@catalbumbycat)   โดยปกติแล้วเวลาไปคอนเสิร์ต เรามักจะได้ฟังเพลงฮิตสลับกับเพลงจากอัลบั้มต่างๆ ตามเซ็ตลิสต์ที่ศิลปินเลือกมาให้ แต่ Cat Album ขอเปลี่ยนกติกาใหม่ ด้วยการนำอัลบั้มเต็มๆ มาเล่นสดตามลำดับแทร็ก เหมือนเปิดอัลบั้มฟังอยู่ที่บ้าน เพียงแต่ครั้งนี้เพลงทั้งหมดจะเกิดขึ้นตรงหน้าคุณ พร้อมบรรยากาศจากคนดูที่ร้องไปด้วยกัน สำหรับไลน์อัปแรกของซีรีส์นี้คือ ‘SLUR’ กับอัลบั้ม ‘Boo!’ อัลบั้มชุดแรกที่พาวงก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในชื่อที่คนฟังเพลงอินดี้ยุคนั้นจดจำได้ และนี่จึงไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตที่เอาเพลงเก่ามาเล่นใหม่ แต่เป็นโอกาสที่จะได้กลับไปฟัง Boo! แบบครบทั้งอัลบั้มอีกครั้งในรูปแบบที่อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก อีกหนึ่งเรื่องที่จับตามองคือ หลังจากที่ เป้ อารักษ์ ขึ้นมาแจมกับ SLUR ในคอนเสิร์ต Smallroom Holiday Party เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันต่อว่า เราจะได้เห็นสมาชิกเก่าอย่าง แบงค์ ธีรวัต กลับมาขึ้นเวทีร่วมกับวงอีกครั้งหรือไม่ งานจัดวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่ Idea Live, Bravo BKKบัตรนั่งปกติราคา 600 บาท, บัตร 800 บาท รับโปสเตอร์ และบัตร VIP 1,000 บาท รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นและ Lanyard เปิดขายบัตรวันที่ 25 กันยายน 2569 ทาง I HAVE T
ชวนดูเทศกาลหนังเงียบ พร้อมดนตรีสดจากนักเปียโนระดับโลก สตีเฟน ฮอร์น

ชวนดูเทศกาลหนังเงียบ พร้อมดนตรีสดจากนักเปียโนระดับโลก สตีเฟน ฮอร์น

Silent Film Festival in Thailand กลับมาอีกครั้งในวาระครบรอบครั้งที่ 10 พร้อมพาหนังเงียบสุดคลาสสิกจากยุคแรกเริ่มของภาพยนตร์กลับขึ้นจอใหญ่อีกครั้ง โดยมี สตีเฟน ฮอร์น นักดนตรีประกอบหนังเงียบชื่อดังมารับหน้าที่บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายตลอดเทศกาล เทศกาลครั้งนี้จัดต่อเนื่องตลอด 2 สุดสัปดาห์ พร้อมฉายหนังเงียบคลาสสิกที่มาพร้อมดนตรีสด ซึ่งเป็นรูปแบบการรับชมที่สอดคล้องกับประสบการณ์ของผู้ชมในยุคที่ภาพยนตร์เหล่านี้ถือกำเนิดขึ้น โดยแบ่งสถานที่จัดงานเป็น โรงละครศาลาเฉลิมกรุง ในวันที่ 29-30 สิงหาคม ก่อนย้ายไปยัง โรงหนังนางเลิ้ง (ศาลาเฉลิมธานี) ในวันที่ 5-6 กันยายน Photograph: Stephen HorneBangkok ถ้าคิดว่าการดูหนังเงียบจะต้องเงียบเหงาเหมือนชื่อหนัง ลองคิดใหม่อีกที เพราะเมื่อภาพบนจอมีนักเปียโนคอยโต้ตอบทุกมุก ทุกเสียงหัวเราะ และทุกจังหวะลุ้นแบบสดๆ หนังเงียบก็กลายเป็นประสบการณ์ที่มีชีวิตขึ้นมาทันที ที่สำคัญคือเสียงประกอบจากการแสดงสดในแต่ละรอบก็อาจให้อารมณ์แตกต่างกันไปด้วย คนที่จะมาช่วยเติมเสียงให้ค่ำคืนเหล่านี้คือ สตีเฟน ฮอร์น นักดนตรีชาวอังกฤษที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักดนตรีประกอบภาพยนตร์เงียบชั้นนำของโลก หลังเคยมาสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมไทยแล้วในเทศกาลครั้งที่ 2 เมื่อปี 2015 ครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้ง พร้อมบรรเลงดนตรีสดประกอบภาพยนตร์ 4 โปรแกรม ที่พาผู้ชมเดินทางผ่านทั้งเสียงหัวเราะ ดราม่า และเรื่องราวเข้มข้น เริ่มต้นด้วย Our Hospitality (1923) ของ บัสเตอร์ คีตัน หนังตลกสุดคลาสสิกที่โชว์เสน่ห์ของราชาหน้าตายผ่านจังหวะคอเมดี้และฉากสตันต์สุดเปิ่น ก่อนต่อด้วยหนังสั้น 3 เรื่องของ Baby Peggy นักแสดงเด็กชื่อดังแห่งยุค ได้แก่ A Muddy Bride **(1921), The Kid Reporter (1923) และ Peg O' the Mount
สนามหน้ามาแน่! BYD HYROX Bangkok กลับมาท้าความฟิตอีกครั้ง 11-14 ก.พ. ปีหน้า

สนามหน้ามาแน่! BYD HYROX Bangkok กลับมาท้าความฟิตอีกครั้ง 11-14 ก.พ. ปีหน้า

จากกระแสของกีฬาที่เราได้ยินกันจนหนาหูในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าวันนี้ ‘HYROX’ ได้กลายเป็นการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีการแข่งขันมากกว่า 100 อีเวนต์ทั่วโลก และมีผู้เข้าร่วมตั้งแต่สายฟิตมือใหม่ไปจนถึงนักกีฬามืออาชีพ  ความสนุกของ HYROX ไม่ได้อยู่ตรงที่คุณวิ่งเร็วแค่ไหน หรือ ยกเวตได้หนักแค่ไหน เพราะนี่คือการทดสอบทั้งความอึด ความแข็งแรง พละกำลัง และการบริหารแรง ในหนึ่งรอบจะเริ่มด้วยการวิ่ง 1 กิโลเมตร ตามด้วยสถานีออกกำลังกาย 1 ด่าน แล้ววนซ้ำทั้งหมด 8 ครั้ง รวมเป็นวิ่ง 8 กิโลเมตรกับ 8 สถานี Photograph: HYROX ThailandBangkok และไม่ต้องถึงขั้นเป็นนักกีฬาอาชีพก็ลงสนามได้ เพราะ HYROX เปิดให้เลือกตามระดับและสไตล์การเล่น จะลุยเดี่ยวในประเภท HYROX Open/Pro แบ่งแรงกับเพื่อนใน HYROX Doubles/Doubles Pro หรือชวนเพื่อนอีกสามคนมาตั้งทีมใน HYROX Relay ก็ได้ ส่วนกรุงเทพฯ เตรียมตัวไว้เลย เพราะ BYD HYROX Bangkok จะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2570 ที่ BITEC บางนา โดยการแข่งขันยังคงเป็นสนาม 8 x 1 กิโลเมตร สลับกับ 8 Workout Stations ตามมาตรฐานของ HYROX  ใครกำลังมองหาเป้าหมายใหม่ในการออกกำลังกา เตรียมซ้อมได้ตั้งแต่วันนี้ เพราะกว่าจะถึงกุมภาพันธ์ยังมีเวลาให้ค่อยๆ สร้างทั้งความฟิตและความอึดกันอีกหลายเดือน ที่ BITEC บางนา วันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2570 เปิดจำหน่ายบัตรเร็วๆ นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ HYROX Bangkok
สัมผัสเสน่ห์หมู่มวลดอกไม้ของกรุงเทพฯ ในมิติใหม่ที่ Bangkok Flower Festival

สัมผัสเสน่ห์หมู่มวลดอกไม้ของกรุงเทพฯ ในมิติใหม่ที่ Bangkok Flower Festival

ปากคลองตลาด ย่านตลาดค้าส่งดอกไม้ชื่อดังของกรุงเทพฯ กำลังขยับขยายความเบ่งบานให้ออกนอกตึกแถวร้านค้า ด้วยการเปิดตัวงาน Bangkok Flower Festival ครั้งแรก ณ ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ก เตรียมพบกับมุมถ่ายรูปเช็กอินท่ามกลางมวลบุปผา นิทรรศการ เวิร์กช็อปทำมือ เครื่องดื่มผสมกลิ่นอายดอกไม้ และการแสดงโปรเจกชันแมปปิงฉายแสงยามค่ำคืนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในงานมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากกว่าแค่การเดินชมดิสเพลย์สวยๆ หรือเลือกซื้อดอกไม้กลับบ้าน เพราะเทศกาลนี้พาคุณออกสำรวจมิติของดอกไม้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งการมองเห็น ลิ้มรส และการลงมือทำ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ริมน้ำ เริ่มต้นกันที่โซนดอกไม้ ที่จัดวางไม้ดอกแน่นขนัดจนดูราวกับทุ่งดอกไม้กลางกรุง โดยไม่ต้องทนกับความร้อนของกรุงเทพฯ เพราะส่วนจัดแสดงถูกซ่อนตัวอยู่ในฮอลล์ปรับอากาศเย็นสบาย  จากนั้นเว้นพื้นที่ในกล้องไว้สำหรับถ่ายนิทรรศการดอกไม้ แล้วค่อยลดจังหวะชีวิตให้ช้าลงด้วยการเข้าร่วมเวิร์กช็อปธีมดอกไม้ เพื่อรังสรรค์ผลงานชิ้นเอกฝีมือตัวเองกลับบ้าน หากงานคราฟต์ไม่ใช่ทางของคุณ แนะนำให้เดินสำรวจร้านค้ากว่า 20 บูธ ที่พร้อมใจกันนำเสนอผลิตภัณฑ์ธีมดอกไม้ ของแต่งบ้าน งานหัตถกรรม และอาหารรสเลิศ ถือเป็นพิกัดที่ช่วยให้คุณจับจ่ายของฝากที่น่าสนใจกว่าช่อดอกไม้แบบเดิมๆ ได้อย่างง่ายดาย ช่วงเย็น แวะไปที่ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อลิ้มลองเครื่องดื่มสกัดจากดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ และแนะนำให้อยู่ต่อจนค่ำ เพื่อรับชมการแสดงโปรเจกชันแมปปิงสเกลใหญ่ ที่เนรมิตแอนิเมชันมวลบุปผาให้โลดแล่นไปทั่วบริเวณ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สะกดสายตาปิดท้ายค่ำคืนได้อย่างงดงาม สำหรับใครที่รู้จักปากคลองตลาดในฐานะแหล่งซื้อดอกไม้กำใหญ่เพียงอย่างเดียว เทศกาลนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับย่านดอกไม
แฟนเพลงชาวไทยห้ามพลาด! Malcolm Todd ประกาศจัดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ 6 ธ.ค. นี้

แฟนเพลงชาวไทยห้ามพลาด! Malcolm Todd ประกาศจัดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ 6 ธ.ค. นี้

Malcolm Todd หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนามน้องมะขามทอด ศิลปินดาวรุ่งชายน่าจับตามองจากลอสแอนเจลิส เจ้าของบทเพลงสไตล์ R&B-indie pop และน้ำเสียงอบอุ่น ขี้เล่นอันเป็นเอกลักษณ์ เตรียมจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกกับ ‘Malcolm Todd: Do That Again Tour’ ให้แฟนเพลงชาวไทยได้เตรียมหูเคลือบทองคำและแหกปากร้องเพลงให้ลั่นฮอลล์! ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา Malcolm Todd ได้เปิดฉาก ‘Do That Again Tour’ ทัวร์เฮดไลน์ครั้งใหญ่ที่สุดของตัวเองอย่างเป็นทางการ ณ The Pavilion at Toyota Music Factory เมือง Irving รัฐ Texas สหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนอัลบั้มใหม่ ‘Do That Again’ ที่วางจำหน่ายไปเมื่อเดือนมิถุนายน โดยทัวร์ฝั่งอเมริกาเหนือครั้งนี้ครอบคลุม 27 เมือง รวม 38 รอบการแสดง ก่อนจะปิดฉากความยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงที่ Greek Theatre ใน Los Angeles ถึง 3 รอบเต็ม View this post on Instagram A post shared by Malcolm Todd (@malcolmtodd) และข่าวดีล่าสุดคือเขาได้เดินหน้าขยาย World Tour มายังเอเชีย, ยุโรป, สหราชอาณาจักร และ ออสเตรเลียเป็นที่เรียบร้อย! หลายคนอาจจะรู้จักเขาจากเพลงฮิตติดหูอย่าง Earrings, Sweet Boy หรือ Roommates รวมไปถึงอัลบั้มล่าสุด ‘Do That Again’ Malcolm Todd ถือเป็นศิลปินที่แต่งเพลงสะท้อนความสัมพันธ์ของคนรุ่นเจนซีได้อย่างตรงใจ การันตีความฮอตด้วยการส่งทั้ง 13 เพลงในอัลบั้มติดชาร์ต US Spotify และทะยานขึ้นอันดับ 5 บนชาร์ต Apple Music’s Top 200 Albums แฟนเพลงชาวไทยห้ามพลาด เตรียมไปซ้อมร้องเพลงและดื่มด่ำกับซาวด์สุดละมุนได้ในค่ำคืนสุดพิเศษ วันที่ 6 ธันวาคม 2569 ที่ ยูโอบี ไลฟ์ เอ็มสเฟียร์ บัตรราคา 2,500-3,300 บาท VIP Package ราคา 6,400 / 8,500 / 10,900 บาท เปิดขาย
รีวิว Oasis: Don't Look Back in Anger เมื่อบทเพลงพาเราย้อนกลับไปหาความทรงจำ

รีวิว Oasis: Don't Look Back in Anger เมื่อบทเพลงพาเราย้อนกลับไปหาความทรงจำ

หากภาพยนตร์สารคดี Supersonic (2016) เมื่อสิบปีก่อนเคยทำหน้าที่เป็นเครื่องบันทึกความดิบ ความทะเยอทะยาน และความเกรี้ยวกราดของสองพี่น้องกัลลาเกอร์ในวัยหนุ่ม ผลงานสารคดีเรื่องใหม่อย่าง Oasis: Don't Look Back in Anger ก็เปรียบเสมือนบทสรุปหรือฉากจบอันสมบูรณ์แบบ ที่หลายคนเคยคิดว่าคงไม่มีทางเกิดขึ้นจริงในชีวิตนี้ นี่คือการบันทึกประวัติศาสตร์การกลับมารวมตัวและออกทัวร์คอนเสิร์ต Live ‘25 ของสองพี่น้องแห่งวง Oasis ที่กลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกจับตามอง ตัวหนังไม่ได้หยุดอยู่แค่การเผยฟุตเทจการซ้อมหรือเบื้องหลังการทำงานหลังเวที แต่มันพาเราเดินทางตระเวนทัวร์ไปรอบโลก พร้อมกับดึงดูดเราให้จมลึกเข้าไปอยู่ในบรรยากาศนั้นจริงๆ ราวกับเราได้เข้าไปนั่งอยู่ท่ามกลางความอัดแน่นของมวลมหาชนในเมกาสเตเดียม ได้สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนใต้ฝ่าเท้าตอนที่แฟนเพลงนับหมื่นพร้อมใจกันกระโดด และส่งเสียงร้องเพลงเดียวกันออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ Photograph: OasisDon't Look Back in Anger: Review แทนที่จะมุ่งตั้งคำถามเพื่อหาเหตุผลว่าสองพี่น้องกลับมาคืนดีกันได้อย่างไร สารคดีกลับพาเราเดินทางกลับไปหาคำตอบที่ลึกซึ้งกว่านั้นว่า เหตุใด Oasis จึงยังคงเป็นวงดนตรีที่อยู่เหนือกาลเวลา แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 30 ปี และไร้ซึ่งผลงานเพลงใหม่มาเกือบสองทศวรรษ Photograph: OasisDon't Look Back in Anger: Review สิ่งที่เราได้เห็นผ่านสายตาในหนังคือภาพของผู้คนที่หลากหลาย ตั้งแต่แฟนเพลงยุค 90 ที่เติบโตมาพร้อมกับวง ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ที่เกิดไม่ทันยุครุ่งเรืองที่สุดด้วยซ้ำ ภาพผู้คนต่างวัยยืนกอดคอกัน น้ำตาไหล กระโดดทำท่า Poznań กันทั้งสนาม  และตะโดนร้องเพลงอย่างสุดเสียง ทำให้เราตระหนักได้ว่า บทเพลงของ Oasis ไม่ใช่แค่เสี
ฮาโลวีนนี้มีนัดแล้วหรือยัง? ชวนมาปลดปล่อย Alter Ego ใน Badhood Halloween Festival 2026

ฮาโลวีนนี้มีนัดแล้วหรือยัง? ชวนมาปลดปล่อย Alter Ego ใน Badhood Halloween Festival 2026

ฮาโลวีนนี้สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลน เตรียมจองคิวเพื่อนเอาไว้ข้ามเดือนได้เลย เพราะปีนี้ Goodhood ขอเปลี่ยนโหมดจากความกู้ด มาปลดปล่อยตัวตนในอีกด้านที่ไม่ค่อยได้เห็นกันใน Badhood Halloween Festival 2026 – Every Neighbourhood Has Another Side ปาร์ตี้ฮาโลวีนที่ชวนทุกคนหนีออกจากโลกความจริงสักคืน แล้วออกมาเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่อยากเป็น จากเดิมที่ Goodhood เป็นเทศกาลดนตรีและไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่รวมคนมีสไตล์มาเจอกัน ปีนี้พวกเขาขอเปลี่ยนบรรยากาศครั้งใหญ่ ตัดโซนร้านค้าออก แล้วเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นปาร์ตี้แบบเต็มตัวที่มีทั้ง Live Band, Dj ตลอดทั้งค่ำคืน คอนเซปต์ของ Badhood คือการชวนทุกคนปล่อย Alter Ego ออกมาแบบไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ อยากแต่งเป็นใคร อยากแสดงตัวตนแบบไหน ก็จัดเต็มได้เลย งานจึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ของคนที่กล้าเป็นตัวเอง พร้อมมาปลดปล่อยและสนุกไปด้วยกันในค่ำคืนฮาโลวีน ส่วนไลน์อัปก็จัดมาแบบไม่ให้พัก ตั้งแต่ DJ Siangyoo, D Gerrard, Oat Pramote x Pop Pongkool, Tattoo Colour, Younggu x Gunner, The Parkinson, BLVCKHEART x Z9 x Thaowan ไปจนถึง DJ Shockko, DJ Nat, DJ TOB, DJ Mikepck และ DJ Bomberselecta ที่จะสลับกันมาสร้างจังหวะตั้งแต่ช่วงค่ำไปจนถึงปาร์ตี้เต็มรูปแบบ เตรียมชุดแฟนซีที่อยากใส่ แล้วออกมาสนุกกับแสง สี เสียง และดนตรีแบบจัดเต็ม ที่ EM Tower, 1st Floor, Emsphere บัตรราคา 2,000 บาท (จองบัตร) บัตรหน้างาน ราคา 2,500 บาท (จำกัดอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) วันที่ 30-31 ตุลาคม 2569 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป 
รีวิว Hope: หนังไซไฟระทึกขวัญฟอร์มยักษ์จาก นาฮง-จิน ที่ชวนตั้งคำถามว่าใครกันแน่คือผู้รุกราน

รีวิว Hope: หนังไซไฟระทึกขวัญฟอร์มยักษ์จาก นาฮง-จิน ที่ชวนตั้งคำถามว่าใครกันแน่คือผู้รุกราน

**บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์** ถ้าจะมีหนังสักเรื่องที่เรียกว่าเป็น ‘บล็อกบัสเตอร์ในคราบหนังคัลต์’ ของปีนี้ Hope (2026) น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น เพราะนี่ไม่ใช่หนังเอเลี่ยนที่ดูง่ายหรือพยายามยัดสัตว์ประหลาดออกมาให้คนดูกรี๊ดตั้งแต่นาทีแรก ตรงกันข้าม นาฮง-จิน ผู้กำกับจาก The Chaser (2008), The Yellow Sea (2010) และ The Wailing (2016) เลือกจะค่อยๆ ปูโลกของเรื่องอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยเปิดเผยว่าภัยคุกคามที่กำลังเข้ามาถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้คืออะไร และถ้าใครกำลังจะเข้าไปดู Hope สิ่งแรกที่อยากแนะนำคือ อย่าเพิ่งพยายามเดาว่าหนังจะพาเราไปทางไหนจากตัวอย่าง และอย่าเพิ่งถอดใจหากผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้วยังไม่ได้เห็นสัตว์ประหลาดแบบเต็มๆ เพราะสิ่งที่นาฮงจินกำลังขายไม่ใช่แค่ ‘เอเลี่ยน’ แต่คือโลกใบใหญ่ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตจากอีกฝั่งต้องมาเผชิญหน้ากัน หนังใช้ทุนสร้างราว 33-50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดในเส้นทางการทำหนังของนาฮงจิน และเห็นได้ชัดจากงานสร้างที่จัดเต็มทั้งฉากแอ็กชัน สเกลของพื้นที่ ไปจนถึงการออกแบบสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว โดย นาฮงจิน เคยพูดถึงแรงบันดาลใจจากหนังสัตว์ประหลาดคลาสสิกอย่าง Jaws และ Alien แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการสร้างสิ่งใหม่ที่แตกต่างออกไป Photograph: NEONHope (2026) เรื่องราวเกิดขึ้นในชุมชนชนบทของเกาหลีใต้ เมื่อ บอมซอก และ ซองแอ ตำรวจท้องถิ่นได้รับแจ้งเหตุผิดปกติ หลังพบซากวัวนอนตายอยู่กลางถนนพร้อมบาดแผลที่ไม่น่าจะเกิดจากสัตว์ป่าทั่วไป ร่องรอยของกรงเล็บบนร่างกายบอกเป็นนัยว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ก่อนที่เหตุการณ์จะค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้น และทำให้คนในหมู่บ้านต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมี
ชวนดูหนังหายากใน VIPA International Film Festival 2026 เทศกาลหนังนานาชาติ 15 วันเต็ม

ชวนดูหนังหายากใน VIPA International Film Festival 2026 เทศกาลหนังนานาชาติ 15 วันเต็ม

งานสำหรับคนรักหนังกลับมาอีกครั้งกับ VIPA International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่ชวนมาดูหนังหลากหลายเรื่องราว พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนดู คนทำหนัง และคนรักภาพยนตร์ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนกันตลอด 15 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 11-25 กันยายนนี้ ที่ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต หนึ่งในไฮไลต์ของเทศกาลคือโปรแกรม One Cut ที่รวบรวมภาพยนตร์ซึ่งใช้เทคนิค Long Take หรือการถ่ายทำฉากต่อเนื่องโดยไม่ตัดภาพ มาจัดฉายถึง 5 เรื่องในเทศกาลเดียว ถือเป็นโอกาสที่หาได้ไม่บ่อยสำหรับคนที่สนใจภาษาภาพยนตร์และอยากเห็นว่าผู้กำกับแต่ละคนจะใช้การถ่ายทำแบบวันคัตเพื่อเล่าเรื่องในรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างไร นอกจากโปรแกรมฉายภาพยนตร์แล้ว VIPA International Film Festival 2026 ยังมีกิจกรรมให้เข้าร่วมตลอดเทศกาล ตั้งแต่การพูดคุยกับผู้กำกับและนักแสดง เวิร์กช็อปเกี่ยวกับการทำหนัง ไปจนถึงวงเสวนาสำหรับคนทำหนัง รวมถึงนิทรรศการจากศิลปิน และนักเล่าเรื่องหลากหลายแขนง ไฮไลต์ตลอดเทศกาล 11 กันยายน — Opening Dayเปิดเทศกาลด้วยการพูดคุยกับผู้กำกับและนักแสดง ก่อนชมภาพยนตร์กลางแปลง ‘One Cut Monk วันคัต ดีเนาะ’ ภาพยนตร์ Long Take โดย อรุณศักดิ์ อ่องลออ นำเสนอการเล่าเรื่องผ่านการถ่ายทำแบบ 100 นาที ถ่ายทำแบบเรียลไทม์โดยไม่ตัดต่อ 12-13 กันยายน — Festival Weekendชวนดูหนังไทยและต่างประเทศแบบมาราธอนตลอดวัน พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อป One Cut และวงเสวนาที่เปิดโอกาสให้พูดคุยกับผู้กำกับและคนทำหนังมืออาชีพ 19-20 กันยายน — Documentary Weekendเปลี่ยนโหมดมาดูสารคดีที่คัดสรรมาให้ชม พร้อมพูดคุยกับผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ รวมถึงชมนิทรรศการจากศิลปินและนักเล่าเรื่องหลากหลายสาขา ก่อนปิดท้ายด้วยการประกาศผล VIPA Pitching Project 2026 เวทีประกวดและนำเสนอโครงก