A girl who’s always dressed in all-black, totally obsessed with band tees. Earphones in her ears most of the time, she rarely turns around when you call her name. A newbie in the working world who treasures solitude and craves freedom, she is deeply passionate about art, music, film photography, cinema and fried chicken. Her secret dream is to be an extra in a film by her all-time favourite director, Nawapol Thamrongrattanarit.

Yokploy Chandrabha

Yokploy Chandrabha

Staff writer, Time Out Thailand

Follow Yokploy Chandrabha:

Articles (86)

7 โลเคชันถ่ายทำสุดอลังการของ ‘The Odyssey’ ที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต พร้อมที่พักแนะนำแต่ละจุด

7 โลเคชันถ่ายทำสุดอลังการของ ‘The Odyssey’ ที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต พร้อมที่พักแนะนำแต่ละจุด

หากจะมีหนังสักเรื่องที่พาคุณออกเดินทางรอบโลกได้โดยไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ในโรงภาพยนตร์ ก็คงเป็น The Odyssey ของคริสโตเฟอร์ โนแลน มหากาพย์ที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมของโฮเมอร์เรื่องนี้พาผู้ชมตระเวนไปยังโลเคชันสุดตระการตาในโมร็อกโก กรีซ อิตาลี ไอซ์แลนด์ และสกอตแลนด์ (รวมถึงสตูดิโอในลอสแอนเจลิสอีกเล็กน้อย) ระหว่างติดตามการเดินทางของโอดิสเซียส (รับบทโดย แมตต์ เดมอน) ที่พยายามหาทางกลับบ้านเกิดบนเกาะอิธากาหลังสงครามกรุงทรอย ภาพยนตร์ถ่ายทำต่อเนื่องนาน 91 วันในปี 2025 โดยใช้กล้อง IMAX ตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฉากกลางทะเล บนยอดเขา ภายในถ้ำ หรือชายหาด ไล่ตั้งแต่ Hjörleifshöfði เขาโดดในไอซ์แลนด์ ไปจนถึงเมืองชายฝั่ง Essaouira ในโมร็อกโก ขณะที่ป่าในแคว้น Moray ของสกอตแลนด์ถูกเนรมิตให้เป็นดินแดนของเหล่าชนเผ่ายักษ์กินมนุษย์อย่าง Laestrygonians ส่วนเกาะอิธากาในเรื่องก็สร้างขึ้นจากโลเคชันนอกชายฝั่งซิซิลี ประเทศอิตาลี ‘พอถ่ายทำเสร็จ ทุกคนเหนื่อยล้ากันสุดๆ ในแบบที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนในการทำหนัง’ โนแลนเล่าไว้กับ Empire ‘ตอนกลับบ้าน เบน (Affleck) ถามผมว่ามันเป็นยังไง ผมก็บอกว่า ทุกโลเคชันของหนังเรื่องนี้ ถ้าเอาไปอยู่ในหนังเรื่องอื่น มันคงเป็นโลเคชันที่โหดที่สุดของเรื่องนั้นเลย’ ข่าวดีคือ ถ้าคุณอยากออกเดินทางตามรอย The Odyssey คุณไม่จำเป็นต้องฝ่าคลื่นลมหรือปีนหน้าผาเหมือนทีมงานภาพยนตร์ แค่เก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางก็พอ เพราะเรารวบรวมโลเคชันถ่ายทำสำคัญ พร้อมวิธีเดินทางและที่พักแนะนำไว้ให้แล้วในลิสต์นี้   โลเคชันที่ใช้ถ่ายทำ The Odyssey Photograph: Melinda Sue GordoUniversal PicturesAnne Hathaway as Penelope and Tom Holland as Telemachus in ‘The Odyssey’ อิธากา: เกาะ Favignana แห่งซิซิลี ประเทศอิตาลี บ้านข
8 ร้านโปเกโบวล์ในกรุงเทพฯ สำหรับมื้อเฮลท์ตี้ที่กินได้ทุกวัน

8 ร้านโปเกโบวล์ในกรุงเทพฯ สำหรับมื้อเฮลท์ตี้ที่กินได้ทุกวัน

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่โปเกโบวล์กลายเป็นเมนูที่โผล่อยู่ในมือคนกรุงเทพฯ แทบทุกออฟฟิศ จากเดิมที่เป็นอาหารพื้นเมืองของฮาวาย ก่อนเดินทางไปโด่งดังในแคลิฟอร์เนีย วันนี้ชามข้าวปลาดิบหน้าตาสดใสได้กลายมาเป็นหนึ่งในมื้อกลางวันยอดฮิตของคนเมืองไปแล้ว จะเลือกข้าวญี่ปุ่น ข้าวไรซ์เบอร์รี หรือสลัดก็ได้ เติมอะโวคาโด เพิ่มสไปซีมาโย แล้วสั่งกาแฟแก้วนึง เท่านี้ก็เป็นมื้อที่ทั้งอิ่มและรู้สึกดีกับตัวเอง แน่นอนว่าโปเกโบวล์ที่ดีไม่ได้มีแค่ปลาแซลมอนสดหรือทูน่าคุณภาพดี แต่ยังรวมถึงข้าวที่หุงได้พอดี ซอสที่ช่วยดึงรสชาติ วัตถุดิบสดใหม่ และการจับคู่ท็อปปิงที่ลงตัว เราเลยออกตระเวนชิมโปเกโบวล์ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อคัดร้านที่โดดเด่นจริงๆ บางร้านยังคงรสชาติแบบฮาวายดั้งเดิม บางร้านเติมลูกเล่นใหม่ๆ จนกลายเป็นเมนูประจำของใครหลายคน และนี่คือร้านโปเกโบวล์ที่เราคิดว่าอร่อยพอให้คุณกลับไปสั่งซ้ำอีกครั้ง
6 ร้านไฟน์ไดนิ่งในภูเก็ต สำหรับค่ำคืนที่ทุกองค์ประกอบล้วนคู่ควรแก่การจดจำ

6 ร้านไฟน์ไดนิ่งในภูเก็ต สำหรับค่ำคืนที่ทุกองค์ประกอบล้วนคู่ควรแก่การจดจำ

มื้ออาหารในวันพักผ่อนอาจเป็นได้มากกว่าการหาร้านอร่อย เพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้ค่ำคืนน่าจดจำคือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นรอบโต๊ะอาหาร ทั้งบรรยากาศ การบริการ และอาหารที่ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ร้านอาหารในภูเก็ตทำได้อย่างโดดเด่น ด้วยร้านไฟน์ไดนิ่งที่รวบรวมเชฟฝีมือเยี่ยม วัตถุดิบคุณภาพ และโลเคชันสวยสะกดสายตาไว้ในที่เดียว บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Kuisine พาไปรู้จัก 6 ร้านไฟน์ไดนิ่งที่โดดเด่นที่สุดของภูเก็ต ตั้งแต่ห้องอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในเต็นท์สไตล์โมกุล ไปจนถึงร้านที่มองเห็นวิวทะเลอันดามันแบบพาโนรามา หรือแม้แต่ห้องอาหารใต้น้ำที่มาพร้อมการแสดงสุดตื่นตา ทุกแห่งล้วนพิสูจน์ว่าเสน่ห์ของไฟน์ไดนิ่งไม่ได้อยู่แค่บนจานอาหาร แต่รวมถึงบรรยากาศที่ทำให้ทั้งค่ำคืนกลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ
รวม 7 คลับจักรยาน พื้นที่รวมพลของพี่นักปั่นและคนรักสตรีทคัลเจอร์

รวม 7 คลับจักรยาน พื้นที่รวมพลของพี่นักปั่นและคนรักสตรีทคัลเจอร์

ชั่วโมงนี้ถ้าพูดถึงเทรนด์การดูแลสุขภาพของคนเมือง บอกเลยว่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในยิมสี่เหลี่ยมอีกต่อไป เพราะเรากำลังเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของคอมมูนิตี้เอาท์ดอร์ ตั้งแต่รันคลับ ไปจนถึงสตูดิโอพิลาทิส และแน่นอนว่าอีกหนึ่งซับคัลเจอร์ที่กำลังมาแรงแซงไม่แพ้กันเลยก็คือ ‘Cycling Club’ หรือคลับจักรยานนั่นเอง แต่เราอยากให้ลืมภาพจำเก่าๆ ของการปั่นจักรยานที่ต้องใส่ชุดรัดรูปสีนีออนเรืองแสง แล้วก้มหน้าก้มตาปั่นเอาเป็นเอาตายเพื่อทำความเร็วไปได้ก่อน เพราะความนิยมของกีฬาปั่นจักรยานในยุคนี้ได้ก้าวข้ามผ่านคำว่าการออกกำลังกายไปสู่ ความเป็นคัลเจอร์เรียบร้อยแล้ว มันคือพื้นที่ผสมผสานดนตรี ศิลปะ คาเฟ่ฮ็อปปิ้ง และที่สำคัญที่สุดคือสตรีทแฟชั่นที่ทำให้นักปั่นแต่ละคนได้แสดงตัวตนผ่านรถจักรยานคันโปรดและการมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าอย่างสนุกสนาน  สำหรับใครที่กำลังมองหาแก๊งปั่นจักรยาน หรือเป็นนิวบี้มือใหม่ที่อยากก้าวเท้าเข้าสู่วงการสองล้อ เราได้รวบรวม 7 คลับจักรยานสุดเท่ ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่เดินทางง่าย บรรยากาศเป็นกันเอง และเปิดรับจักรยานทุกประเภทมารวมไว้ให้ตรงนี้แล้ว ถ้าพร้อมแล้วก็ติดไฟท้าย สวมหมวก เลือกครูว์ที่ใช่ตามสไตล์ของคุณ แล้วออกไปปั่นพร้อมกันได้เลย!
5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนไปดูมหากาพย์ ‘The Odyssey’ ผลงานการกำกับล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน

5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนไปดูมหากาพย์ ‘The Odyssey’ ผลงานการกำกับล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน

หลังจากฉายรอบสื่อไปไม่นาน The Odyssey (2026) ก็กลายเป็นหนังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปี หลายสำนักยกให้เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ คริสโตเฟอร์ โนแลน พร้อมกวาดคะแนนเปิดตัวสูงถึง 98% บน Rotten Tomatoes จนหลายคนยกให้เป็นหนังระดับ S-Tier ของผู้กำกับเจ้าของงานสร้างฟอร์มยักษ์มากมาย อาทิ Interstellar, Dunkirk และ Oppenheimer  ครั้งนี้ โนแลนหยิบหนึ่งในวรรณกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกอย่าง The Odyssey ของ โฮเมอร์ มาสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ถ่ายทอดทั้งความอลังการของปกรณัมกรีกและการเดินทางอันยาวนานของวีรบุรุษผู้ต้องต่อสู้กับทั้งเทพเจ้า อสูรกาย และโชคชะตา ถ้าใครกำลังจะตีตั๋วเข้าโรง นี่คือ 5 เรื่องที่ควรรู้ก่อนออกเดินทางสู่มหากาพย์เรื่องนี้
กิจกรรมน่าทำในกรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ (16-19 กรกฎาคม)

กิจกรรมน่าทำในกรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ (16-19 กรกฎาคม)

สุดสัปดาห์นี้ไม่มีเหงาแน่นอน เริ่มต้นความสนุกเอาใจคอคอนเสิร์ตและดนตรีจัดเต็มแบบเลือกไม่ถูก ไล่ตั้งแต่การฉลองครบรอบ 10 ปี บนเส้นทางดนตรีของศิลปินไทยระดับโลกอย่าง เตนล์ (TEN) ตามด้วยคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวแม่ดนตรีอินดี้ป็อป Mitski พร้อมการกลับมาขยับสเกลสู่อารีน่าของเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต XG ดื่มด่ำซาวด์แจ๊สสุดล้ำจาก BADBADNOTGOOD สนุกไปกับคอนเสิร์ตของมือกีตาร์ระดับโลก Plini โชว์เพลงอนิเมะจาก Centimillimental ปาร์ตี้สุดป่วนของ bamm และคอนเสิร์ตมาราธอน 11 ชั่วโมงเต็มจาก Cat Radio  ขยับมาที่หมวดนิทรรศการและศิลปะ ชวนไปเดินทอดน่องเสพงานภาพพิมพ์นานาชาติ Maxnifier VI ที่พ็อปอัปมันมัน ศรีนครินทร์ หรือจะแวะไปจอยคอมมูนิตี้ศิลปินโลคอลชิลๆ ในงาน Muangthong Art Connect ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ปิดท้ายด้วย หมวดไลฟ์สไตล์ เทศกาลคราฟต์ และกิจกรรมสร้างสรรค์ พลาดไม่ได้กับเทศกาลโคมไฟประจำปี Samyan Mitrtown Lantern Art Festival ที่เนรมิตสวนแห่งแสงโคมไฟอาร์ตกว่า 4,000 ดวง, งานสัมผัสกลิ่นอายล้านนาร่วมสมัย Toob North ที่ Cloud 11 และงานวิ่งสุดแฟนตาซี Disney Run Thailand ที่สะพานพระราม 8  บอกเลยว่ากรุงเทพฯ สุดสัปดาห์นี้ครบรสและอัดแน่นไปด้วยความสนุกแบบเต็มขั้น
7 ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่เสิร์ฟทั้งอาหารรสเยี่ยมและวิวเมืองสุดตระการตา

7 ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่เสิร์ฟทั้งอาหารรสเยี่ยมและวิวเมืองสุดตระการตา

การเลือกร้านอาหารสักแห่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติเพียงอย่างเดียว เพราะบรรยากาศก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้มื้อธรรมดากลายเป็นประสบการณ์น่าจดจำ วิวเมือง แม่น้ำ หรือพื้นที่สีเขียวที่มองเห็นจากโต๊ะอาหาร ล้วนช่วยเติมเสน่ห์ให้ทุกคำอร่อยขึ้น และทำให้เราอยากใช้เวลากับมื้อนั้นให้นานกว่าเดิม บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Kuisine พาไปสำรวจ 7 ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่ผสานอาหารคุณภาพเข้ากับโลเคชันและการออกแบบได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ห้องอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา รูฟท็อปที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าของเมือง ไปจนถึงร้านที่เปิดรับวิวสนามแข่งม้า ทุกแห่งพิสูจน์ว่าเมื่ออาหารดีและบรรยากาศสวยเดินไปด้วยกัน มื้อหนึ่งก็สามารถกลายเป็นความทรงจำดีๆ ได้ไม่ยาก
เติมคาร์บหลังวิ่งกับ 7 พิกัดร้านซาวโดวจ์เนื้อนุ่มหนึบใกล้สวนลุมฯ

เติมคาร์บหลังวิ่งกับ 7 พิกัดร้านซาวโดวจ์เนื้อนุ่มหนึบใกล้สวนลุมฯ

ปัจจุบันเทรนด์การวิ่งยังคงมาแรงแบบหยุดไม่อยู่ ทุกเช้าที่สวนลุมพินีจึงเต็มไปด้วยพี่นักวิ่งที่ออกมาสะสมระยะ เติมเอ็นดอร์ฟิน และเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น แต่เมื่อวิ่งเสร็จ คำถามถัดไปก็คือ ‘เช้านี้กินอะไรดี?’ สำหรับสายเฮลตี้ช่วงนี้ คำตอบของหลายคนคงหนีไม่พ้นเมนูซาวโดวจ์ ขนมปังหมักธรรมชาติที่ทั้งอิ่มท้อง ย่อยง่าย และกลายเป็นเมนูเติมคาร์บยอดฮิตหลังออกกำลังกายไปแล้ว โชคดีที่รอบสวนลุมฯ มีทั้งคาเฟ่และเบเกอรีที่อบซาวโดวจ์สดใหม่ทุกวัน บางร้านเสิร์ฟเป็นโลฟเนื้อนุ่มหนึบ บางร้านมีเมนูแซนด์วิชและบรันช์จานใหญ่ไว้เติมพลังหลังวิ่งโดยเฉพาะ วันนี้ Time Out เลยคัดมาให้กับ 7 พิกัดร้านซาวโดวจ์เนื้อนุ่มหนึบใกล้สวนลุมฯ ที่ไม่ว่าคุณจะเพิ่งวิ่งจบ ปั่นจักรยานเสร็จ หรือแค่อยากหาอาหารเช้าดีๆ พร้อมกาแฟสักแก้ว ลิสต์นี้ก็พร้อมเป็นจุดหมายถัดไปของทุกเช้าของคุณได้
รวมลิสต์หนังน่าดูประจำเดือนกรกฎาคมนี้

รวมลิสต์หนังน่าดูประจำเดือนกรกฎาคมนี้

กรกฎาคมเป็นอีกหนึ่งเดือนที่คอหนังน่าจะมีความสุขเป็นพิเศษ เพราะโปรแกรมหนังใหม่อัดแน่นแทบทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นแอนิเมชันฟอร์มยักษ์ หนังซูเปอร์ฮีโร่ หนังสยองขวัญ ภาพยนตร์ไทยน่าจับตา ไปจนถึงผลงานล่าสุดของผู้กำกับระดับโลกอย่าง โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ และ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่พร้อมพาผู้ชมกลับเข้าสู่โรงภาพยนตร์อีกครั้ง ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาหนังไว้ดูในวันหยุด หนังสำหรับพาคนรู้ใจไปเดต หรือแค่อยากหลบฝนไปใช้เวลาสองชั่วโมงในโรงภาพยนตร์ เดือนนี้ก็มีตัวเลือกครบทุกแนว Time Out คัดมาให้แล้ว 10 เรื่องเน้นๆ ที่ควรค่าแก่การตีตั๋วตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีเรื่องอะไรบ้าง เซฟลิสต์นี้เก็บไว้แล้วไปใช้เวลาในโรงภาพยนตร์กัน!
5 ร้านในภูเก็ตที่ยกระดับศิลปะแห่งการปรุงอาหาร ด้วยเปลวไฟและการรมควัน

5 ร้านในภูเก็ตที่ยกระดับศิลปะแห่งการปรุงอาหาร ด้วยเปลวไฟและการรมควัน

อย่างที่รู้กันอยู่ว่าอากาศของเมืองไทยร้อนอยู่แล้ว แต่เชื่อเถอะว่า ของอร่อยมักอยู่หน้าเตาไฟเสมอ แทนที่จะหนีเข้าคาเฟ่แอร์เย็นๆ รอบนี้เราขอชวนคุณไปสู้ไฟด้วยไฟ กับร้านอาหารในภูเก็ตที่เปลี่ยนเปลวไฟ ควัน และความร้อนให้กลายเป็นพระเอกของทุกจาน  บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Kuisine พาไปรู้จัก 5 ร้านอาหารในภูเก็ตที่เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการปรุงด้วยไฟ ตั้งแต่การย่างบนเตาถ่านแบบโอเพ่นไฟร์ ไปจนถึงการแสดงฝีมือบนกระทะเทปปันยากิที่ร้อนระอุ เพราะแม้มนุษย์จะค้นพบไฟมาตั้งแต่หลายพันปีก่อน แต่เชฟเหล่านี้ต่างพิสูจน์ให้เห็นว่า เปลวไฟยังคงสร้างความตื่นเต้นบนโต๊ะอาหารได้ดีเสมอ
เปิดโพย 25 ศิลปินไทยซาวด์อินเตอร์ที่ควรฟังสักครั้งในชีวิต

เปิดโพย 25 ศิลปินไทยซาวด์อินเตอร์ที่ควรฟังสักครั้งในชีวิต

มีช่วงเวลาหนึ่งที่การเห็นศิลปินไทยปล่อยเพลงภาษาอังกฤษยังถือเป็นเรื่องแปลกใหม่พอจะถูกหยิบมาพูดถึง แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว การร้องเพลงภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นจุดขายหรือความพิเศษอีกต่อไป แต่เป็นเพียงอีกหนึ่งทางเลือกในการเล่าเรื่องของศิลปินรุ่นใหม่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความสำเร็จของใครคนใดคนหนึ่ง หรือเกิดจากกระแสดนตรีระลอกใหญ่ที่พัดเข้ามาในชั่วข้ามคืน แต่มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นผ่านศิลปินจำนวนมากที่เลือกทำเพลงในแบบที่ตัวเองเชื่อ ใช้ภาษาที่สื่อสารตัวตนของพวกเขาได้ดีที่สุด และปล่อยให้บทเพลงเดินทางไปหาผู้ฟังด้วยตัวเองจากห้องนอนเล็กๆ ในกรุงเทพฯ สู่เวทีเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ จากคลับใต้ดินในเชียงใหม่ไปจนถึงการแสดงที่ขายบัตรหมดในลอสแอนเจลิส ศิลปินไทยที่ร้องเพลงภาษาอังกฤษกำลังสร้างพื้นที่ของตัวเองบนเวทีโลกอย่างเงียบๆ แต่มั่นคง บางคนอยู่ในวงการมาตั้งแต่ยุค 90s ขณะที่บางคนเพิ่งปล่อยซิงเกิลแรกเมื่อไม่กี่ปีก่อน ทว่าทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเดียวกัน เรื่องราวของดนตรีไทยที่ไม่เคยมีพรมแดนจำกัดอยู่แค่ภาษานี่คือรายชื่อศิลปินไทยที่ร้องเพลงภาษาอังกฤษซึ่งเราคิดว่าคุณควรลองฟังสักครั้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นคออินดี้ตัวยง แฟนเพลงอัลเทอร์เนทีฟ หรือแค่กำลังมองหาเพลย์ลิสต์ใหม่สำหรับการเดินทางครั้งต่อไปก็ตาม
ปักหมุด 5 ร้านอาหารวิวหลักล้านในพังงาและสุราษฎร์ธานี

ปักหมุด 5 ร้านอาหารวิวหลักล้านในพังงาและสุราษฎร์ธานี

หลายคนอาจนึกถึงภูเก็ตหรือกระบี่เป็นอันดับแรกเมื่อพูดถึงร้านอาหารบรรยากาศดีในภาคใต้ แต่ความจริงแล้วเสน่ห์ด้านอาหารของภูมิภาคนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก โดยเฉพาะใน พังงา และ สุราษฎร์ธานี สองจังหวัดที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม วัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยม และร้านอาหารที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของพื้นที่ออกมาได้อย่างมีรสชาติ บทความนี้อ้างอิงจากลิสต์ของ Koktail Kuisine พาไปรู้จักกับ 5 ร้านอาหารที่ควรค่าแก่การเดินทาง ตั้งแต่ประสบการณ์เชฟส์เทเบิลท่ามกลางธรรมชาติ ไปจนถึงมื้ออาหารริมทะเลที่ให้คุณได้สัมผัสลมทะเลและวิวพระอาทิตย์ตกแบบใกล้ชิด เพราะบางครั้งอาหารจานอร่อยก็ยิ่งน่าจดจำขึ้นเมื่อเสิร์ฟคู่กับวิวที่สวยจนไม่อยากละสายตา

Listings and reviews (10)

เพราะสิ่งที่เรารับรู้ว่าอร่อยอาจไม่ได้มาจากรสชาติอย่างเดียว The Invisible Chef – รส เล้น รับ ชวนนักกินและคนรักอาหารมาเปิดประสบการณ์ผ่านแนวคิด Gastrophysics หรือศาสตร์ที่ศึกษาว่าประสาทสัมผัสและสิ่งแวดล้อมรอบตัวส่งผลต่อการรับรสอย่างไร ผ่านนิทรรศการอินเทอร์แอ็กทีฟที่พาไปสำรวจบทบาทของภาพ กลิ่น เสียง สัมผัส และบรรยากาศ ว่าแต่ละองค์ประกอบล้วนมีส่วนทำให้มื้ออาหารธรรมดากลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ พร้อมชวนตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วรสชาติที่เรารู้สึกนั้นเกิดขึ้นที่ลิ้น หรือเกิดขึ้นในสมองกันแน่ ที่ TCDC Commons Creative Food ชั้น 3 MunMun Srinakarin (ไม่มีค่าเข้างาน) วันที่ 10 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00-19.00 น.
The Smokaccia Laboratory

The Smokaccia Laboratory

The Smokaccia Laboratory คือผลงานของ Brigitta Houkamp และ เชฟ Luca Mascolo ที่นำแนวคิดการทำอาหารมาผสมผสานกับการทดลองราวกับอยู่ในห้องแล็บ โดยมีซาวโดวจ์สูตรเฉพาะที่ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 10 ปีเป็นหัวใจสำคัญของร้าน ทุกเมนูสะท้อนความพิถีพิถันทั้งด้านเทคนิค การจัดจาน และการออกแบบประสบการณ์การรับประทานอาหาร จนทำให้ไฟน์ไดนิ่งของที่นี่เต็มไปด้วยความสนุกและความคิดสร้างสรรค์ในทุกคอร์ส เมนูของร้านเริ่มต้นจาก smokaccia ขนมปังซาวโดวจ์ซิกเนเจอร์ที่ต่อยอดเป็นอาหารหลากหลายจาน ไม่ว่าจะเป็นพาร์มาแฮมที่ใช้เวลาในการบ่มถึง 24 เดือน เสิร์ฟคู่หัวหอมคาราเมลไลซ์และมูสมอร์ตาเดลลาเนื้อเบา ก่อนสร้างสมดุลด้วยโฟมผักแบบ zero waste และซอร์เบต์ไพน์นัต แล้วพาเข้าสู่จานหลักอย่าง เนื้อวากิวญี่ปุ่น A5 จับคู่กับหอยนางรม มะม่วง และคาเวียร์สาหร่าย ที่ตั้ง: 16/4 หมู่ 3 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต  เปิดวันพฤหัสบดี-วันจันทร์ เวลา 18.00-22.00 น. โทร: +66 93 179 4489
Wander an alley market at Little Market on Charoen Krung

Wander an alley market at Little Market on Charoen Krung

A small alley on Charoen Krung 43 turns into an easy weekend wander, bringing together nine independent shops that reward a slower browse. Hands-on elements keep things lively – Jomo Joyy hosts a Suncatcher workshop, Kumchom Studio sets up a Flower Bar for custom bouquets, and Memo Sticker Shop lets you experiment with designs and leave with something personal. Food covers all bases, from Japanese-Western comfort plates at Homer Brunch Cafe to carefully whisked matcha at  Ren BKK and soft, just-baked cookies from I’m Baking Up With You. Music drifts through the space too, from vinyl at Entertainment Project BKK to club-leaning sounds via Bangkok Mojo Club, while BicycleBoys Bike Shop doubles as a social stop for passing cyclists. April 25-26. Free. Charoenkrung43. 1pm-7pm
Mr.Fox Livehouse

Mr.Fox Livehouse

What is it? A two-storey live house tucked around Town in Town, known among serious gig crowds for its heavy rotation of rock and metal nights. Big names pass through regularly, from Thai veterans to touring international acts. The space is wide, ceilings are high and the set-up suits anything from full concerts to tribute shows. Why we love it: This place does not hold back on production. Lights blaze, sound lands properly and the whole room shifts depending on the night. The stage adjusts to match the scale, so no two shows land quite the same. You can stay planted near the front and get swept up with the crowd, or head upstairs for a clearer view without losing the atmosphere. It works both ways.  Time Out tip: Gigs here tend to go hard, so pace yourself and wear something you can move in. Worth knowing the space is also open for private hire, so keep it in mind for launches, fan events or your own big night.
Redbox Restaurant

Redbox Restaurant

The restaurant brings together Lanna-style decor and colonial touches, creating a fine dining setting where Western techniques meet Southeast Asian flavours, and the odd vibrant influence from further afield. Chef Dan and his partner Khun Pim dream up each dish as a collaborative work of art, precise yet playful. The star turn? Charcoal-grilled lamb ribs paired with a proper scene-stealing Thai steamed rice croquette that honestly deserves its own standing ovation. When it comes to dessert, tubtim Siam and petits fours wrap things up with just the right amount of sweetness, a lovely finishing note that sends you home happy. Jansapp Alley. Call 092-979-4542. Open Wed-Mon, 11.30am-2pm and 5pm-10pm
KHAO by Four Seasons

KHAO by Four Seasons

At KHAO, the terrace overlooks lush green rice fields that give the dishes a proper run for their money in the beauty stakes. The menu shifts with the seasons, keeping everything fresh and staying true to that farm-to-table ethos. But the real star? The khao soi. This signature number comes crowned with a ring of crispy fried egg noodles and packs bold Northern-style flavours – Myanmar and Yunnan influences, just reimagined through a creative lens. Don't skip the fresh pomelo salad either, tossed in a sweet and tangy dressing with bouncy shrimp. If you fancy something fruity, go for the lychee cheesecake, it's topped with seasonal fruits (or longan) and comes with sticky rice on the side. Four Seasons Resort Chiang Mai. Call 053-298-181. Open daily, 8am-7pm
Baan Mon Muan

Baan Mon Muan

Baan Mon Muan is a restaurant where the beauty of the mountains becomes part of the dining experience. Located atop Mon Jam, it has sweeping panoramic views that enhance the richness of every Thai dish. With a wooden terrace extending outward and relaxing seating areas, it provides a peaceful setting for enjoying fine cuisine. The salads and spicy dishes feature fresh vegetables sourced from the surrounding hills, served with vegetable soup and side dishes, with vegetarian options also available. The highlight menu item is lemongrass-baked pork ribs, paired with a bold, spicy dipping sauce.  Pong Yaeng. Call  083-318-6444. Open daily 9am-7pm
Ekachan Ethnic Thai Cuisine

Ekachan Ethnic Thai Cuisine

Some meals fill your stomach. Others teach you something. Ekachan sits in a beautiful teakwood house where food wisdom flows naturally between chef and diner, an unspoken agreement that makes learning genuinely delicious. Chef Ekaphon Pitchawong knows northern Thai cuisine deeply and talks about each dish with real conviction. He traces the origins behind what lands on your table, so every bite comes with a story worth hearing. Don't leave without trying gaeng rawaeng neua, slow-simmered in turmeric curry paste, or the stir-fried river prawns made with local ingredients. Both are best eaten while watching the Ping River drift past the window. Chang Klan Road. Call 097-962-6445. Open daily, 11am-9.30pm
Beer & Folk

Beer & Folk

เทศกาลสำหรับคนรักน้ำเก๊กฮวยมีฟองกลับมาอีกครั้งที่ช่างชุ่ย ปิ่นเกล้า พร้อมบรรยากาศสุดชิลบนลานหญ้าให้ทุกคนได้มาจิบเบียร์เย็นๆ ฟังดนตรีสดเพราะๆ และอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายสไตล์จากร้านค้าต่างๆ สิ้นปีนี้ใครกำลังมองหาพื้นที่สังสรรค์กับเพื่อนหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศออกมาเดินเล่นรับลมเย็น งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์ที่ไม่ควรพลาด ยิ่งไปกว่านั้นงานจัดยาวต่อเนื่องถึงกุมภาพันธ์ ปี 2569 หนาวนี้เตรียมออกจากบ้านมาเดินกินลมชมวิว ตั้งตี้ได้ ที่ ช่างชุ่ย Creative Park ปิ่นเกล้า (ลานใกล้ประตู 3) ไม่มีค่าเข้างาน วันนี้ -15 กุมภาพันธ์ 2569 (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 17.00 - เที่ยงคืน

News (212)

ตลาดนัดสุดชิลบนลานจอดรถกลับมาอีกครั้งกับ ‘เท Level 10’ ที่ S-Oasis จตุจักร

ตลาดนัดสุดชิลบนลานจอดรถกลับมาอีกครั้งกับ ‘เท Level 10’ ที่ S-Oasis จตุจักร

ใครกำลังมองหาที่เดินเล่นหลังเลิกงาน หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศจากห้างมาชิลบนลานจอดรถวิวเมือง เตรียมปักหมุดไว้ได้เลย เพราะ ‘เท Level 10’ กลับมาอีกครั้ง พร้อมยกทัพร้านค้า งานคราฟต์ ของวินเทจ และสตรีตฟู้ดมารวมไว้บนชั้น 10 ของ S-Oasis ย่านจตุจักร ระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคมนี้ เวลา 12.00-20.00 น.  ความสนุกของตลาดนี้ไม่ได้มีแค่การเดินช็อป แต่ยังเป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้ใหม่ของย่าน จตุจักร-หมอชิต-วิภาวดี-พหลโยธิน ที่ชวนให้แวะมาพักผ่อน แฮงก์เอาต์ หรือหาของอร่อยกินหลังเลิกงาน โดยครั้งนี้งานยังคงจัดบนลานจอดรถในบรรยากาศเปิดโล่ง แต่มีหลังคาคอยกันฝน เดินชิลได้แบบไม่ต้องลุ้นพยากรณ์อากาศ Photograph: trys_terHybrid Flea Market ตลอดสามวันของงานจะมีร้านค้ากว่า 80 ร้าน ให้เดินเลือกชม ตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่น ของมือสอง กล้องฟิล์ม ของแต่งบ้าน ต้นไม้ แอ็กเซสซอรี ไปจนถึงโซนอาหารและเครื่องดื่ม เรียกได้ว่าไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักของวินเทจ กำลังหาของแต่งบ้าน หรือแค่อยากหาอะไรอร่อยๆ กิน ก็มีอะไรให้ติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่นอนอีกหนึ่งข้อดีคือโลเคชันที่เดินทางสะดวก เพราะอยู่ใกล้ทั้ง บีทีเอสหมอชิต และ บีทีเอสสวนจตุจักร พร้อมมีรถรับส่งฟรีจากสถานีมายังพื้นที่จัดงาน Photograph: trys_terHybrid Flea Market ส่วนใครที่อยากเป็นพ่อค้าแม่ค้าชั่วคราว งานยังเปิดรับร้านค้าร่วมออกบูธ โดยผู้สมัครต้องส่งรายละเอียดและรูปสินค้ามาให้ทีมงานพิจารณาก่อน ทั้งนี้ งานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และร้านอาหารที่ใช้เตาแก๊สในการประกอบอาหาร (อนุญาตเฉพาะเตาไฟฟ้าเท่านั้น) ค่าพื้นที่ขนาด 3 x 2 เมตร ราคา 2,900 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Line Official @TRYSTER ที่ S-Oasis ใกล้ MRT สวนจตุจักร / BTS หมอชิต (ไม่มีค่าเข้างาน
7 หนังฮ่องกงหายากที่คอหนังไม่ควรพลาด ในเทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง 2026

7 หนังฮ่องกงหายากที่คอหนังไม่ควรพลาด ในเทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง 2026

เทศกาลหนังที่คนรักหนังฮ่องกงรอคอยกลับมาอีกครั้ง กับ Hong Kong Film Gala Presentation 2026 ที่ปีนี้ขนภาพยนตร์ฮ่องกงคุณภาพ 7 เรื่อง ทั้งผลงานใหม่ หนังรางวัล และหนังหาดูยากมาให้ชมบนจอใหญ่ที่โรงภาพยนตร์ เฮาส์ สามย่าน ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม 2569 พร้อมกิจกรรม Q&A ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้พูดคุยกับผู้กำกับและนักแสดงที่บินตรงจากฮ่องกง เทศกาลนี้จัดขึ้นโดย สถาบันรางวัลภาพยนตร์เอเชีย (Asian Film Awards Academy) ร่วมกับพันธมิตรจากฮ่องกง และยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่โอกาสของปีที่คอหนังชาวไทยจะได้ชมภาพยนตร์ฮ่องกงหลากหลายรสชาติ ตั้งแต่ดราม่า คอเมดี้ สารคดี ไปจนถึงหนังระทึกขวัญ พร้อมสัมผัสมุมมองใหม่ๆ จากผู้สร้างตัวจริงหลังจบการฉาย หนึ่งในไฮไลต์ของปีนี้คือการต้อนรับแขกรับเชิญจากฮ่องกง ได้แก่ Joey Wu ผู้กำกับจาก Bird of Paradise, Catherine Chau นักแสดงจาก Bird of Paradise, Ronald Lam นักแสดงจาก Unidentified Murder และ Yukki Tai นักแสดงนำจาก Dog Day Evening ที่จะมาร่วมพูดคุยกับผู้ชมในรอบพิเศษ นี่คือ 7 หนังฮ่องกงที่ไม่ควรพลาดในปีนี้ Bird of Paradise (31 กรกฎาคม | 20.00 น.) Photograph: Bird of Paradise, 2026Hong Kong Film Gala Presentation 2026   เปิดเทศกาลด้วยหนังดราม่าอบอุ่นที่เล่าเรื่องของแม่บ้านวัยกลางคนผู้ค้นพบอิสระผ่านการเต้นโพลแดนซ์ พร้อมรับชมรอบ Q&A กับผู้กำกับ Joey Wu และนักแสดงนำ Catherine Chau Unidentified Murder (1 สิงหาคม | 15.55 น.) Photograph: Hong Kong Film Gala Presentation 2026Unidentified Murder, 2025 หนังคอเมดี้อาชญากรรมที่หยิบเรื่องลึกลับเกี่ยวกับยูเอฟโอ การหายตัวไปเมื่อ 25 ปีก่อน และเหตุฆาตกรรมปริศนามาผสมกันอย่างชวนกุมขมับ ก่อนต่อด้วย Q&A กับนักแสดง Ronald La
‘Comfort Tone’ Concert คอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบของ เอิ๊ต ภัทรวี ที่อยากชวนทุกคนมาพักใจไปพร้อมกัน

‘Comfort Tone’ Concert คอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบของ เอิ๊ต ภัทรวี ที่อยากชวนทุกคนมาพักใจไปพร้อมกัน

หลังพาผู้ฟังผ่านเรื่องราวของความรัก ความคิดถึง และวันธรรมดาที่แสนพิเศษผ่านบทเพลงมาตลอดหลายปี เอิ๊ต ภัทรวี (Earth Patravee) ก็พร้อมชวนทุกคนกลับมาพักใจอีกครั้งในคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบ ‘Comfort Tone Concert’ ที่ตั้งใจให้เป็นเหมือนพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนรักเสียงเพลง หากคอนเสิร์ตครั้งแรกอย่าง Once Upon a Dream เมื่อปลายปี 2024 เปรียบเสมือนการทำความฝันให้เป็นจริง คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เหมือนการชวนทุกคนกลับบ้าน บ้านที่มีเสียงเพลง บทสนทนา และบรรยากาศแสนอบอุ่นคอยต้อนรับเสมอ พร้อมชวนให้ปล่อยตัว ปล่อยใจ และใช้เวลาร่วมกันอย่างสบายที่สุด นอกจากเซ็ตลิสต์ที่แฟนเพลงรอคอย งานนี้ยังได้ ยี่–ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ โปรดิวเซอร์มากฝีมือ มารับหน้าที่เป็น Music Director ของโชว์ รับประกันว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะยกระดับทั้งพาร์ตดนตรี การเรียบเรียง และบรรยากาศการแสดงให้เข้มข้นยิ่งกว่าครั้งก่อน Comfort Tone Concert จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ centralwOrld LIVE บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,800 / 1,500 บาท เปิดจำหน่ายพร้อมกันในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน EVENTPOP หรือ  https://www.eventpop.me/ ส่วนใครที่กำลังรอลุ้นผังที่นั่งและสิทธิพิเศษของแต่ละโซน อดใจอีกนิด เพราะรายละเอียดจะประกาศเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ทาง Facebook: EarthPatravee  หากปีนี้คุณกำลังมองหาคอนเสิร์ตที่ไม่ได้มีแค่เสียงเพลง แต่ยังมีพื้นที่ให้หัวใจได้พัก Comfort Tone อาจเป็นค่ำคืนที่คุณกำลังตามหาอยู่ก็ได้
กลับมาตามคำเรียกร้องออกไป ‘นั่งเฉยๆ ไม่ทำเหี้ยอะไรเลย’ ด้วยกันอีกครั้ง 1 ส.ค. นี้

กลับมาตามคำเรียกร้องออกไป ‘นั่งเฉยๆ ไม่ทำเหี้ยอะไรเลย’ ด้วยกันอีกครั้ง 1 ส.ค. นี้

บอกเราหน่อย... ครั้งที่แล้วคุณได้ไปร่วมงานนี้ไหม แล้ว 30 นาทีที่ไม่ทำอะไรเลย เป็นยังไงบ้าง? หลังจากที่มีผู้คนหลายร้อยคนมารวมตัวกันเพื่อ ‘นั่งเฉยๆ’ ด้วยกัน อีเวนต์ ‘นั่งเฉยๆ ไม่ทำเหี้ยอะไรเลย’ กำลังกลับมาอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 17.00-18.00 น. ที่ โซนอัฒจันทร์กลาง สวนป่าเบญจกิติ ถ้าคุณเคยมาครั้งแรก ก็คงพอรู้แล้วว่ากติกาของงานนี้ง่ายแค่ไหน ส่วนใครที่ยังไม่เคยมา นี่คือสิ่งที่จะได้เจอ คุณมีเวลา 30 นาที ไม่มีหนังสือให้อ่าน ไม่มีโทรศัพท์ให้ไถ ไม่มีเพลงให้ฟัง ไม่มีบทสนทนาให้ชวนคุย และไม่มีอะไรให้เช็กอิน สิ่งเดียวที่ต้องทำคือ นั่งนิ่งๆ แล้วไม่ทำอะไรเลย ฟังดูง่าย แต่พอลองทำจริง หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายากกว่าที่คิด Photograph: Lalitphat BumrungkarnBenjakitti Park ช่วงเย็นของสวนป่าเบญจกิติยังคงคึกคักเหมือนทุกวัน นักวิ่งวิ่งรอบบึง คนออกกำลังกายเปิดเพลงเต้นแอโรบิก ตัวเงินตัวทองเดินอาบแดดอยู่ตามแนวป่าชุ่มน้ำ แต่ท่ามกลางความเคลื่อนไหวทั้งหมด จะมีกลุ่มคนจำนวนมากที่เลือกนั่งเงียบๆ อยู่ด้วยกัน ภาพนั้นดูแปลกตาไปเล็กน้อย เพราะมันเหมือนมีใครมากดปุ่มพอสไว้ชั่วคราว ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหยุดวิ่ง ถ้านั่งไปสักพักแล้วเริ่มเมื่อย จะเอนตัวลงนอน มองเมฆ ปล่อยใจลอย งีบสั้นๆ หรือนั่งสมาธิก็ได้ ไม่มีใครคอยตัดสินว่าคุณกำลังทำถูกหรือผิด ขอแค่ไม่ไปรบกวนผู้ใช้สวนคนอื่นก็พอ และถ้าความเงียบเริ่มทำให้รู้สึกอึดอัดจนไม่อยากนั่งต่อ ก็สามารถลุกเดินออกไปได้เลย เพราะงานนี้ไม่มีอะไรให้ต้องแข่งกับใคร Photograph: Lalitphat BumrungkarnBenjakitti Park เมื่อครบ 30 นาที คุณจะเลือกทำอะไรก็ได้ จะนั่งต่อ เดินกลับบ้าน หรือหันไปชวนคนข้างๆ คุยก็ได้ หากอยากทำความรู้จักกันต่อ ทางผู้จัดชวนให้รวมกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 3-
OMD by Teppen เปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า พร้อมเสิร์ฟข้าวด้งใน 5 นาที เอาใจคนเมืองสายเร่งรีบ

OMD by Teppen เปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า พร้อมเสิร์ฟข้าวด้งใน 5 นาที เอาใจคนเมืองสายเร่งรีบ

ถ้าคุณเคยเดินวนในห้างเพราะเลือกไม่ออกว่าจะกินอะไร หรือหมดแรงกับการต่อคิวร้านดังหลังเลิกงาน OMD by Teppen อาจเป็นคำตอบใหม่ของมื้อเร่งรีบในเมือง เพราะร้านข้าวด้งที่หลายคนคุ้นเคยเพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า พร้อมคอนเซปต์ ‘Sit. Done. แค่นั่งทุกอย่างก็พร้อม’ ที่ออกแบบให้คุณนั่งลง สั่งอาหาร และได้ลิ้มรสข้าวด้งพรีเมียมภายในเวลาเพียง 5 นาที Photograph: OMD by TeppenBangkok เบื้องหลังความเร็วไม่ได้มาจากการลดคุณภาพ แต่เกิดจากการออกแบบทุกขั้นตอนใหม่ ตั้งแต่เมนูที่เลือกง่าย ระบบครัวที่เตรียมวัตถุดิบไว้พร้อม ไปจนถึงการเสิร์ฟที่รวดเร็ว ตอบโจทย์ทั้งมนุษย์ออฟฟิศ คนที่มีเวลาพักเที่ยงจำกัด สาย solo dining หรือครอบครัวที่อยากกินมื้อดีโดยไม่ต้องเสียเวลารอคิวนาน Photograph: OMD by TeppenBangkok คุณกิ๊ก-ลินนภัสร์ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ กล่าวว่า ปัจจุบันเวลาคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของคนเมือง จึงอยากสร้างร้านที่พิสูจน์ว่า ‘ประสบการณ์การกินที่ดี ไม่จำเป็นต้องรอนาน’ เมนูแนะนำคือ Kaisen Don O ข้าวหน้าปลาดิบรวมพรีเมียมสไตล์โอมากาเสะในรูปแบบ fast casual พร้อมเมนูอื่นๆ ราคาเริ่มต้น 220 บาท โดยโครงสร้างราคาทั้งหมดลงท้ายด้วยเลข 0 เพื่อให้จดจำและคำนวณได้ง่าย  พบกันได้แล้ววันนี้ที่ OMD by Teppen ชั้น G เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook และ Instagram:@omdbyteppen หรือ LINE OA: @omakasedon
Doc Club & Friends เปิดพื้นที่ให้นักทำหนังอิสระฉายหนังฟรี เริ่มกันยายนนี้

Doc Club & Friends เปิดพื้นที่ให้นักทำหนังอิสระฉายหนังฟรี เริ่มกันยายนนี้

ถ้ามีหนังที่ทำเสร็จแล้วแต่ยังไม่เคยมีโอกาสฉาย หรือกำลังมองหาโรงหนังที่จะพาผลงานของตัวเองไปเจอผู้ชมจริงๆ ข่าวนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะ Doc Club & Friends เปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ ‘Your Cinema Project’ ที่ตั้งใจมอบพื้นที่ให้คนทำหนังอิสระได้พาผลงานขึ้นจอ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป หลังการกลับมาของ Doc Club บ้านหลังเดิมของคนรักหนังนอกกระแสในโลเคชันใหม่ที่ Cloud 11 และเริ่มจัดโปรแกรมฉายหนังอีกครั้งเมื่อช่วงต้นปี ล่าสุดพวกเขาขยายบทบาทจากผู้จัดฉาย มาเป็นพื้นที่สำหรับนักทำหนังอิสระที่อยากทดลองฉายผลงาน พบปะผู้ชม หรือจัดกิจกรรมพูดคุยหลังภาพยนตร์ด้วยตัวเอง โปรเจกต์ ‘Your Cinema Project’ เปิดรับภาพยนตร์อิสระทุกประเภท ทั้งหนังสั้นและหนังยาว ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ยังไม่เคยฉาย หรือเคยฉายมาแล้วก็สามารถส่งเข้าร่วมได้ โดยหนังที่ได้รับคัดเลือกจะเข้าฉายในรอบ 12.00-14.00 น. ของวันเสาร์สัปดาห์ที่ 3 ของทุกเดือน ความน่าสนใจคือ ผู้สร้างสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดฉายฟรีหรือจำหน่ายบัตรเองก็ได้ โดยรายได้ทั้งหมดเป็นของเจ้าของผลงาน และทาง Doc Club & Friends จะช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้ สำหรับผู้ที่ส่งหนังสั้น หากมีหลายเรื่องสามารถส่งมาเป็นโปรแกรมเดียวกันได้ แต่หากมีเพียงเรื่องเดียว ทางผู้จัดอาจนำไปรวมกับผลงานของผู้กำกับคนอื่นเพื่อจัดเป็นโปรแกรมฉาย ขณะที่การคัดเลือกภาพยนตร์จะเป็นดุลยพินิจของทีม Doc Club & Friends จากข้อมูลที่ผู้สมัครส่งเข้ามา ใครที่อยากเห็นหนังของตัวเองบนจอใหญ่ หรือกำลังมองหาพื้นที่ให้ผลงานได้ออกไปพบผู้ชม นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะบางครั้งสิ่งที่หนังอิสระต้องการที่สุด ไม่ใช่แค่โรงภาพยนตร์ แต่คือโอกาสที่จะได้มีคนดูจริงๆ สำหรับนักทำหนักที่สนใจสามารถ
รีวิว Evil Dead Burn: วันรวมญาติอันแสนวายป่วง เมื่อปีศาจปลุกความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ในครอบครัว

รีวิว Evil Dead Burn: วันรวมญาติอันแสนวายป่วง เมื่อปีศาจปลุกความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ในครอบครัว

Evil Dead Burn คือภาคที่ 6 ของแฟรนไชส์ Evil Dead และเป็นภาคต่อของ Evil Dead Rise (2023) กำกับโดย เซบาสเตียน วานิเช็ก ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสที่แจ้งเกิดจาก Infested (2023) พร้อมได้ แซม ไรมี และ ร็อบ เทเพิร์ต กลับมารับหน้าที่อำนวยการสร้างอีกครั้ง แม้โครงสร้างจะยังคงเป็นหนังผีอมตะสูตรเดิม แต่หลายสำนักต่างยกให้ภาคนี้เป็นหนึ่งในภาคที่โหด ดิบ และเล่นกับความอึดอัดของคนดูได้หนักหน่วงที่สุดเท่าที่แฟรนไชส์เคยทำมา Photograph: Warner Bros.Evil Dead Burn เรื่องราวเริ่มต้นเมื่ออลิซ หญิงสาวที่เพิ่งสูญเสียสามี ต้องเดินทางกลับไปยังบ้านของครอบครัวฝ่ายสามีเพื่อร่วมงานรวมญาติที่ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเยียวยา แต่ทุกอย่างกลับพลิกผัน เมื่ออาถรรพ์ของเหล่า deadites ถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง เริ่มเปลี่ยนสมาชิกในครอบครัวให้กลายเป็นปีศาจ และเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นฝันร้ายนองเลือด Photograph: Warner Bros.Evil Dead Burn จุดแข็งที่สุดของ Evil Dead Burn ไม่ใช่ฉากเชือดเฉือน แต่คือการใช้ ‘พื้นที่ภายในบ้าน’ ให้กลายเป็นอาวุธ ทุกสิ่งรอบตัวล้วนพร้อมคร่าชีวิตผู้คน ตั้งแต่ส้อมบนโต๊ะอาหาร ที่เปิดไวน์ เทียนหอม เครื่องล้างจาน ไปจนถึงเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า ของใช้ธรรมดาที่หลายคนคุ้นเคย ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอุปกรณ์สังหารที่ทำให้คนดูต้องหลอนทุกครั้งที่เห็นหลังเดินออกจากโรงหนัง Photograph: Warner Bros.Evil Dead Burn   อย่างไรก็ตาม ฉากที่น่าจดจำที่สุดกลับไม่ใช่ฉากนองเลือด หากเป็นซีเควนซ์ดินเนอร์ช่วงต้นเรื่องที่ทั้งหกตัวละครนั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน บทสนทนาธรรมดาๆ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสนามอารมณ์ ที่เปิดเผยทั้งบุคลิก ความสัมพันธ์ และความบาดหมางที่แต่ละคนพยายามซุกซ่อนไว้ใต้ภาพลักษณ์ของครอบครัวที่อบอุ่น เพียงคำถามสั้นๆ ว่าทำไมอลิซถึง
เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันครั้งที่ 8 กลับมาแล้ว! 22-26 ก.ค. นี้ ที่กรุงเทพฯ และขอนแก่น

เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันครั้งที่ 8 กลับมาแล้ว! 22-26 ก.ค. นี้ ที่กรุงเทพฯ และขอนแก่น

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนหนังไต้หวันตัวยง คอสารคดี หรือกำลังมองหาโอกาสในการค้นพบหนังดีๆ นอกกระแส เทศกาลนี้ยังคงเป็นหนึ่งในอีเวนต์ภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาดของปี กับ เทศกาลหนังสารคดีไต้หวันประจำประเทศไทย 2026 กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 8 พร้อมโปรแกรมภาพยนตร์และสารคดีกว่า 12 เรื่อง ระหว่าง วันที่ 22-26 กรกฎาคม โดยจัดฉายที่กรุงเทพฯ และขอนแก่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวัน ได้กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญสำหรับผู้ชมชาวไทยที่สนใจภาพยนตร์ไต้หวันร่วมสมัยและงานสารคดีคุณภาพจากเอเชีย ไม่เพียงเป็นโอกาสในการชมภาพยนตร์ที่หาดูได้ยากบนจอใหญ่ แต่ยังเป็นเวทีที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ชม นักทำหนัง และวัฒนธรรมภาพยนตร์ของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน งานครั้งนี้จัดขึ้นโดย กระทรวงวัฒนธรรมไต้หวัน, สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย (TECO Thailand), Taiwan Film and Audiovisual Institute, Taiwan Docs และ New Taipei City Government ร่วมกับ Documentary Club และ Movies Matter  ร่วมสำรวจความหมายของ ‘ครอบครัว’ ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ผ่านเรื่องราวของพ่อแม่ ลูกหลาน คู่รัก และผู้คนหลากหลายเจเนอเรชันที่ต่างพยายามหาจุดสมดุลระหว่างคุณค่าแบบดั้งเดิมกับวิถีชีวิตยุคใหม่ ตั้งแต่การย้ายถิ่นฐาน ความหลากหลายทางเพศ ไปจนถึงบทบาทและความสัมพันธ์ที่กำลังถูกนิยามขึ้นใหม่ โปรแกรมภาพยนตร์ 4 Documentary SPI (2025) LA PALOMA (2026) A Long Way Home (2025) Back Home (2025) 2 Feature The Wave Will Carry Us (2025) Girl (2025) 4 Classic Pushing Hands (1991) The Wedding Banquet (1993) Eat Drink Man Woman (1994) Kuei-Mei, a Woman (1985) 4 Documentary Shorts: From Clay to Cloud Amateur in the Moon (2025) Jouhatsu Letters (
ถึงเวลารื้อแฟ้มคดี! นิทรรศการฉลอง 30 ปี ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ปักหมุดมาไทย 22 ก.ค. - 8 พ.ย. นี้

ถึงเวลารื้อแฟ้มคดี! นิทรรศการฉลอง 30 ปี ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ปักหมุดมาไทย 22 ก.ค. - 8 พ.ย. นี้

ถึงเวลาที่แฟนๆ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน จะได้ย้อนรอยคดีสุดคลาสสิกตลอดสามทศวรรษไปพร้อมกัน เมื่อ Detective Conan 30th Anniversary TV Series Exhibition นิทรรศการฉลองครบรอบ 30 ปีของแอนิเมชันระดับตำนาน เดินทางมาจัดที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในฐานะประเทศแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในวันที่ 22 ก.ค. - 8 พ.ย. ที่ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 6  หลังประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ นิทรรศการครั้งนี้ชวนผู้ชมเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ 30 ปีของโคนัน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ผลงาน เบื้องหลังการออกแบบฉาก การวางสตอรี่บอร์ด กระบวนการผลิตแอนิเมชัน ไปจนถึงงานพากย์เสียงและบทเพลงประกอบที่อยู่ในความทรงจำของแฟนๆ ทั่วโลก เหมือนได้เปิดแฟ้มคดีลับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน Photograph: Gosho Aoyama & ShogakukanDetective Conan 30th Anniversary ภายในงานยังแบ่งออกเป็นโซนจัดแสดงหลากหลายรูปแบบ พร้อมโมเดลจำลองสถานที่สำคัญจากเรื่องให้แฟนๆ ได้เดินสำรวจอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น storyboard wall ที่รวบรวมสตอรี่บอร์ดจากตอนต่างๆ ตลอด 30 ปี, voice acting zone ที่พาผู้ชมไปสัมผัสเสน่ห์ของตัวละครผ่านงานพากย์เสียง หรือ SP Gratitude Theater โรงภาพยนตร์ขนาดย่อมที่ฉายวิดีโอพิเศษซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อฉลองวาระครบรอบ 30 ปีโดยเฉพาะ อีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนโคนันไม่ควรพลาดคือ collectible ticket แบบแรนด้อม บัตรเข้าชมที่ออกแบบเป็นของสะสมลิขสิทธิ์แท้จากประเทศญี่ปุ่น มีลวดลายตัวละครให้สุ่มสะสมทั้งหมด 31 แบบ เพิ่มความสนุกให้กับการเข้าชมนิทรรศการ และอาจเป็นของที่ระลึกชิ้นพิเศษที่แฟนๆ อยากเก็บไว้ในคอลเลกชัน Photograph: Gosho Aoyama & ShogakukanDetective Conan 30th Anniversary รายละเอียดการจำหน่ายบัตร สำหรับบัต
BIG ASS กลับมาครบวงในรอบ 15 ปี กับคอนเสิร์ตใหญ่ ‘ก่อนตาย’ 13-14-15 พ.ย. นี้

BIG ASS กลับมาครบวงในรอบ 15 ปี กับคอนเสิร์ตใหญ่ ‘ก่อนตาย’ 13-14-15 พ.ย. นี้

ถ้าบทเพลงของ BIG ASS คือส่วนหนึ่งของวัยเยาว์ (หรือวัยทำงาน) หรือในช่วงเวลาไหนก็ตามของชีวิตคุณไม่มากก็น้อย และปลายปีนี้ ถึงเวลาที่แฟนเพลงจะได้กลับไปร้องทุกเพลงเหล่านั้นพร้อมกันอีกครั้งในคอนเสิร์ตใหญ่ที่หลายคนรอคอย หลังปล่อยให้แฟนๆ ลุ้นกันอยู่นาน BIG ASS ประกาศรียูเนียนสมาชิกครบวงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี พร้อมการกลับมาของแด๊กซ์ บนเวทีเดียวกับเพื่อนร่วมวงอีกครั้งในคอนเสิร์ต BIG ASS คอนเสิร์ตใหญ่ ก่อนตาย การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การรวมตัวของศิลปิน แต่เป็นการกลับมาของเรื่องราว มิตรภาพ และเพลงร็อกที่อยู่ในความทรงจำของคนฟังมาตลอดหลายทศวรรษ อีกหนึ่งโมเมนต์ที่แฟนๆ พูดถึงจากทีเซอร์และโปสเตอร์ที่เพิ่งปล่อยมาล่าสุด คือการปรากฏตัวของ ตั้ม-อธิพงษ์ หวานเหลือ มือกลองแบ็กอัพผู้รับหน้าที่แทน กบ BIG ASS ซึ่งอยู่ในช่วงพักการแสดงสดเนื่องจากปัญหาสุขภาพ โดยกบจะหันไปดูแลงานเบื้องหลังเพื่อให้คอนเสิร์ตของวงเดินหน้าต่อได้อย่างเต็มที่ เตรียมวอร์มเสียงให้พร้อม เพราะนี่อาจเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่คุณจะได้ร้องเพลงโปรดไปพร้อมกับคนหลายหมื่นคน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรียูเนียนครั้งประวัติศาสตร์ของ BIG ASS สถานที่จัดงาน วันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2569 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ราคาบัตร บัตรยืน 2,200 บาท บัตรนั่ง 4,000 / 3,500 / 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Thaiticketmajor ทุกสาขา หรือเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com รวมถึงติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: BIG ASS Rockband
รีวิว ‘Gother’ แพลตฟอร์มจองเที่ยวสัญชาติไทย ที่ทำให้การวางแผนทริปง่ายขึ้นกว่าที่เคย

รีวิว ‘Gother’ แพลตฟอร์มจองเที่ยวสัญชาติไทย ที่ทำให้การวางแผนทริปง่ายขึ้นกว่าที่เคย

ถ้าการเที่ยวควรเป็นเรื่องสนุก เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางครั้งขั้นตอนการวางแผนถึงชวนเหนื่อยได้ขนาดนี้? บางทีแค่จะจัดทริปสั้นๆ ก็ต้องสลับไปมาระหว่างแอปจองตั๋วเครื่องบิน แอปโรงแรม เว็บเช่ารถ และแพลตฟอร์มจองกิจกรรม กว่าจะจองครบก็หมดแรงไปก่อนจะได้เก็บกระเป๋าเสียอีก  นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Gother แพลตฟอร์มจองเที่ยวสัญชาติไทย กำลังกลายเป็นตัวเลือกใหม่ของนักเดินทาง เพราะรวบทุกอย่างไว้ในที่เดียว ตั้งแต่เริ่มแพลนทริปจนถึงวันออกเดินทาง สิ่งแรกที่สะดุดตาคือหน้าตาแอปที่ดูสะอาด ใช้งานง่าย และไม่พยายามยัดข้อมูลจนล้นหน้าจอ ระบบค้นหาและฟิลเตอร์ก็ทำงานได้ลื่น ทั้งการเลือกช่วงราคา ทำเล เวลาเดินทาง หรือเรตติ้ง ช่วยให้หาตัวเลือกที่ตรงใจได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาคลิกเข้าออกหลายหน้า Photograph: GotherThailand สำหรับสายบิน Gother รวมเที่ยวบินจากสายการบินทั่วโลกไว้ในหน้าเดียว พร้อมราคาแบบโปร่งใส ไม่มีค่าธรรมเนียมโผล่มาเซอร์ไพรส์ตอนจ่ายเงิน ที่น่าสนใจคือบริการ Flight Disruption Care ซึ่งช่วยดูแลเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดอย่างเที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก หรือพลาดไฟลต์ต่อเนื่อง ช่วยลดความวุ่นวายในวันที่แผนการเดินทางไม่เป็นไปตามคาด ด้านที่พักก็ครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมในเมือง บูติกโฮเทล ไปจนถึงรีสอร์ตหรู พร้อมราคาสุทธิที่ช่วยให้วางงบได้ง่ายขึ้น ขณะที่หมวดกิจกรรมไม่ได้มีแค่บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังรวมเวิร์กช็อป ทัวร์ และประสบการณ์ท้องถิ่นไว้ครบ ใครอยากวางแพลนแบบจองทุกอย่างในครั้งเดียวก็ทำได้ Photograph: GotherThailand สิ่งที่ทำให้ Gother น่าใช้ไม่ใช่แค่ความครบ แต่คือความเข้าใจนักเดินทางชาวไทย จองง่าย น่าเชื่อถือ ปลอดภัย มีคอมมูนิตี้ที่แบ่งตามความสนใจของทุกไลฟ์สไตล์ ทีมบริการลูกค้าเป็นทีมคนไทยติดต่อได้ง่าย 24 ชั่
BICT Fest 2026 ชวนทุกวัยกลับมาเล่นอีกครั้ง กับ 11 การแสดงจาก 9 ประเทศ 21-30 ส.ค. นี้

BICT Fest 2026 ชวนทุกวัยกลับมาเล่นอีกครั้ง กับ 11 การแสดงจาก 9 ประเทศ 21-30 ส.ค. นี้

เมื่อพูดถึงคำว่า ‘สนามเด็กเล่น’ หลายคนอาจนึกถึงชิงช้า สไลเดอร์ หรือเสียงหัวเราะของเด็กๆ แต่สำหรับ BICT Fest ‘การเล่น’ มีความหมายมากกว่านั้น เพราะบางครั้งการเล่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของจินตนาการ การเรียนรู้ และบทสนทนาระหว่างคนต่างวัย  ปีนี้เทศกาลละครนานาชาติสำหรับเด็กและเยาวชน กรุงเทพฯ กลับมาอีกครั้ง พร้อมชวนทุกคนตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ที่มีจิตวิญญาณความเป็นเด็กอยู่ในตัว ออกมาสนุกกับศิลปะการแสดงที่ไม่ได้มีไว้แค่ ‘ดู’ แต่ชวนให้ร่วมสัมผัสไปพร้อมกัน ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 BICT Fest 2026 มาในธีม Play Attention: Look Who's Growing Up! พร้อม 11 การแสดงจากศิลปินไทยและนานาชาติ รวม 9 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เบลเยียม ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม 2569 ณ One Bangkok, สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย และ ศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล Photograph: BICT FestBangkok ไฮไลต์ปีนี้มีตั้งแต่ IYKYK การแสดงอินเตอร์แอ็กทีฟในลานจอดรถที่ผู้ชมจะได้นั่งรถกอล์ฟชมงานแสงและเงาจากทีม DuckUnit, Plock! กายกรรมร่วมสมัยจากเบลเยียมที่เปลี่ยนการเคลื่อนไหวให้กลายเป็นภาพวาดแรงบันดาลใจจาก Jackson Pollock, Frolic การแสดงเต้นร่วมสมัยที่รวมนักแสดงทั้งผู้พิการและไม่พิการ, Kaow Kome ผลงานสำหรับเด็กวัย 3-24 เดือนและครอบครัวที่เล่าเรื่อง ‘ข้าว’ ผ่านวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น และ (TBC) สนามเด็กเล่นอินเตอร์แอ็กทีฟที่สร้างจากวัสดุใช้แล้วโดยศิลปินจากสิงคโปร์และไต้หวัน ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา นอกจากนี้ยังมีการแสดงอีก 6 เรื่อง เวิร์กช็อป และกิจกรรมพูดคุยหลังการแสดง โดยปีนี้มีทั้งโปรแกรม เข้าชมฟรี 6 เรื่อง และ การแสดงจำหน่ายบัตร 5 เรื่อง  รายละเอียดการจองบัตร บัตรประเภท BICT TO GI