Bunticha P. - TimeOut Thailand
Photograph: Bunticha P. - TimeOut Thailand
Photograph: Bunticha P. - TimeOut Thailand

รวมซีรีส์และสตรีมมิ่งยอดเยี่ยมแห่งปี 2026

ตั้งแต่การคัมแบ็กของ ‘Industry’ ไปจนถึง ‘Heated Rivalry’ และโปรเจกต์ซีรีส์ใหม่ของไทย นี่คือลิสต์ที่คุณต้องยอมสละเวลานอนเพื่อมานั่งเฝ้าหน้าจอ

Phil de Semlyen
แปลโดย: Yokploy Chandrabha
การโฆษณา

ปี 2026 เริ่มต้นขึ้นด้วยจังหวะที่ทำเอาคอหนังแทบหายใจหายคอไม่ทัน ทั้งการกลับมาของสายลับมาดเนี้ยบใน The Night Manager, ความดุเดือดของโลกการเงินใน Industry ไปจนถึงโปรเจกต์ใหม่จากผู้สร้าง Derry Girls ทีมกองบรรณาธิการของเรายอมอดหลับอดนอน (และละเลยงานบ้านไปบ้าง) เพื่อคัดสรรสิ่งที่ คู่ควรกับเวลาพักผ่อนอันน้อยนิดของคุณ มาทำให้การนั่งโซฟาหลังเลิกงานคุ้มค่าที่สุดด้วยลิสต์ระดับตัวท็อปเหล่านี้กัน!

คอนเทนต์แนะนำ

🔥 The best TV and streaming shows of 2025
📺 The 100 greatest TV shows of all time

รวมซีรีส์และสตรีมมิ่งยอดเยี่ยมแห่งปี 2026

13. Agatha Christie’s Seven Dials (Netflix)

กระแสการฟื้นคืนชีพของนิยายฆาตกรรมปริศนายังคงเดินหน้าต่อไปกับผลงานดัดแปลงล่าสุดจากคลังนิยายของเจ้าแม่แห่งวงการ แม้ว่า Seven Dials อาจจะไม่ใช่ซีรีส์ที่วางโครงเรื่องได้แน่นหนาที่สุดของอกาธา คริสตี้ เพราะมีการกระโดดเข้าไปในพล็อตแนวสายลับระทึกขวัญที่จริงจัง (แบบที่ John Buchan และ Erskine Childers เคยทำไว้อย่างประณีตกว่า) แต่ซีรีส์ความยาว 3 ตอนจบจาก Netflix เรื่องนี้คือความบันเทิงที่รวดเร็วและสนุกสนาน สำหรับใครที่ถวิลหาความมีชีวิตชีวาแบบ Enola Holmes ท่ามกลางบรรยากาศแบบ Downton Abbey โดยได้ Mia McKenna-Bruce และ Martin Freeman มาทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในบทนักสืบสมัครเล่นใจเด็ด และนักสืบจอมยียวนที่ต้องมาคลี่คลายคดีสมคบคิดลึกลับ

📍 The real-life filming locations behind Agatha Christie’s Seven Dials

12. Hijack season 2 (Apple TV)

Idris Elba กลับมาพบกับวิบากกรรมบนขนส่งสาธารณะอีกครั้งในภาคต่อของซีรีส์เครื่องบินระทึกขวัญปี 2023 รอบนี้เปลี่ยนจากน่านฟ้ามาเป็นรถไฟใต้ดินในกรุงเบอร์ลินที่สถานการณ์ (ในเชิงเปรียบเทียบ) พุ่งหลุดโค้งออกนอกรางไปไกล เมื่อตัวละคร Sam Nelson ต้องหาทางรับมือกับข้อเรียกร้องของผู้ก่อการร้ายและตำรวจเยอรมันที่พร้อมลั่นไกทุกเมื่อ แม้ว่าการจี้รถไฟ (โดยเฉพาะขบวนที่หยุดตามสถานีปกติ) อาจดูมีความตึงเครียดน้อยกว่าวิกฤตตัวประกันบนฟ้า แต่ถึงจะเปลี่ยนสถานที่ไป ความระทึกและจุดหักมุมที่คาดไม่ถึงยังคงมีอยู่เพียบ และ Elba ยังคงเป็นนักแสดงที่น่าดึงดูดใจในบทผู้โดยสารจอมดุ ที่บางทีเราอาจจะอยากแนะนำให้เขาหันไปซื้อจักรยานมาปั่นแทนการใช้รถสาธารณะเสียที

Sam Crowe
Sam Crowe Freelance writer
การโฆษณา

11. Star Trek: Starfleet Academy (Paramount+)

The O.C. เวอร์ชั่นอวกาศหรือเปล่า? ก็ไม่เชิงนัก แต่ซีรีส์วัยรุ่นเรื่องแรกของจักรวาล Star Trek เรื่องนี้ทำหน้าที่ได้อย่างน่าชื่นชมในการผสมผสานดราม่าวัยรุ่นเข้ากับโลกศตวรรษที่ 32 แม้ตอนแรกจะดูตะกุกตะกักไปบ้างในการพยายามปูพื้นเรื่อง (กลุ่มวัยรุ่นที่สมัครเข้าเรียนใน Space College ของ Starfleet ให้นึกภาพ Hogwarts ในสไตล์ Apple Store ที่มีชาว Klingon เต็มไปหมด) แต่จังหวะการเล่าเรื่องที่น่าติดตามระหว่างนิยายสอนใจแนวอวกาศ และการผจญภัยที่ขับเคลื่อนด้วยฮอร์โมนก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง มีการอ้างอิงถึงจักรวาล Star Trek มากมาย แต่มันก็ทำงานได้ดีในฐานะซีรีส์วัยรุ่นแบบแสตนด์อโลน โดยได้ Holly Hunter และ Paul Giamatti มาช่วยเสริมบารมีให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น

Sam Crowe
Sam Crowe Freelance writer

10. Steal (Prime Video)

นี่คือการวิพากษ์วิจารณ์ระบบทุนนิยมและความเน่าเฟะของความโลภที่ทันสมัยหรือเปล่า? ก็อาจจะใช่ แต่ประเด็นแฝงเหล่านั้นต้องถอยหลังไปเป็นอันดับสอง เมื่อเจอกับความเร็วแรงแบบไม่ยั้งของซีรีส์แนวอาชญากรรมระทึกขวัญสุดระห่ำเรื่องนี้ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มโจรติดอาวุธบุกถล่มห้องค้าของกองทุนบำเหน็จบำนาญในลอนดอน โดยได้ Sophie Turner จาก Game of Thrones ในบทนักวิเคราะห์รุ่นใหม่ที่ถูกดึงเข้าไปพัวพัน เธอถ่ายทอดการแสดงที่แข็งแกร่งขณะที่ค่อยๆ คลี่คลายแผนสมคบคิดตลอด 6 ตอนที่สนุกแบบฉุดไม่อยู่

Sam Crowe
Sam Crowe Freelance writer
การโฆษณา

9. Drops of God season 2 (Apple TV)

ถ้าจะนิยามว่ามันคือ Succession เวอร์ชั่นขี้เหล้าที่สร้างจากมังงะคอไวน์ก็คงไม่ผิด ดราม่าฟอร์มยักษ์สัญชาติฝรั่งเศส-อเมริกัน-ญี่ปุ่นเรื่องนี้คือของแปลกแม้แต่ในมาตรฐานของ Apple เองเมื่อตอนเปิดตัวในปี 2023 ในซีซั่นแรก Camille (Fleur Geffrier) และ Issei (Tomohisa Yamashita) ต้องแข่งกันเพื่อมรดกของพ่อผ่านการทดสอบเรื่องไวน์สุดหฤโหด มาในซีซั่นนี้ทั้งคู่ต้องหันมาจับมือกันเพื่อสืบหาไวน์วินเทจในตำนานอันลึกลับ แม้จินตนาการฟุ้งซ่านบางอย่างจะถูกรินทิ้งไปบ้าง แต่ความสัมพันธ์แบบคู่รักคู่แค้นของพี่น้องนักดื่มยังคงน่าติดตาม นี่คือไวน์รสเลิศที่คู่ควรแก่การละเมียดละไม เมื่อคุณได้เริ่มลิ้มลองรสนิยมของมันแล้ว

Sam Crowe
Sam Crowe Freelance writer

8. The Night Manager season 2 (BBC/Prime Video)

ซีรีส์สายลับระทึกขวัญจากปลายปากกาของ John le Carré จะยังคงน่าติดตามและเซอร์ไพรส์ได้หรือไม่ในอีก 10 ปีให้หลังโดยปราศจากนักเขียนจารชนผู้ยิ่งใหญ่? ในช่วงสองสามตอนแรกอาจจะดูเหมือนไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อ Tom Hiddleston ในบทสายลับจอมเฉื่อยชาเดินเล่นไปตามลอนดอนและเมเดยินในชุดเชิ้ตเนี้ยบกริบเพื่อมองหาพล็อตเรื่องที่เหมาะสม พร้อมโปรยเสน่ห์ใส่ Diego Calva ในบทพ่อค้าอาวุธ แต่แล้ว (สปอยล์นะ) เมื่อตัวแม่ระดับอัลฟ่าอย่าง Richard Roper (Hugh Laurie) ฟื้นจากหลุม เกมก็เริ่มเดือดขึ้นมาอีกครั้ง บทสรุปในตอนจบนั้นเหมือนการกระชากความรู้สึกแบบ Small-screen Nihilism ที่ทรงพลังจริงๆ

📍 The globe-trotting locations behind The Night Manager season 2

Phil de Semlyen
Phil de Semlyen
Global film editor
การโฆษณา

7. A Thousand Blows season 2 (Hulu/Disney+)


ในบรรดาโปรเจกต์นับไม่ถ้วนของ Steven Knight ซีรีส์ A Thousand Blows คือเรื่องที่ดึงเอาความเท่แบบ Rock 'n' Roll ของ Peaky Blinders กลับมาได้ดีที่สุด แต่ในซีซั่นที่สองนี้รอยฟกช้ำเริ่มทับถมกันมากขึ้นและบรรยากาศก็ดูหดหู่ลง: Sugar นักสู้คอแข็งเริ่มติดเหล้า, Hezekiah Moscow นักมวยชาวจาเมกาที่ตกอับ ถูกบีบให้เข้าสู่วงการมวยใต้ดิน และ Mary Carr หัวหน้าแก๊งอาชญากรสาว ‘Forty Elephants’ ก็ถูกโค่นลงจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม Erin Doherty ในบท Carr ยังคงโดดเด่นและเป็นแสงสว่างที่โอบอุ้มซีรีส์ทั้งเรื่องไว้ราวกับชุดบอลกาวน์ยุควิกตอเรียนที่ฟูฟ่อง

Sam Crowe
Sam Crowe Freelance writer

6. Waiting for the Out (BBC)

ซีรีส์ดราม่าคนคุกส่วนใหญ่มักจะฉายภาพความเลวร้ายที่สุดของการถูกจองจำ แต่ผลงานของ Dennis Kelly เรื่องนี้กลับพยายามมองหาแสงสว่างจากภายใน สร้างจากบันทึกความทรงจำของ Andy West โดยถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ของเหล่านักโทษออกมาได้อย่างน่าชื่นชม ผ่านสายตาของ Dan (Josh Finan) ครูหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความวิตกกังวลที่เข้ามาสอนวิชาปรัชญาในเรือนจำ Kenworth ตัวละครที่ถูกสร้างมาอย่างสมบูรณ์ทำให้เราเห็นถึงความหวัง ความเศร้า ความเปราะบาง และรอยบาดแผลทางอารมณ์ ขณะที่การสำรวจความเป็นชายของ Dan เองท่ามกลางเงาทมิฬของพ่อที่เป็นอดีตนักโทษจอมทารุณ ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและซื่อสัตย์จนเจ็บปวด

Sam Crowe
Sam Crowe Freelance writer
การโฆษณา

5. Heated Rivalry (HBO Max/Sky Atlantic)

ถ้าคุณก้าวเข้าสู่ปี 2026 โดยไม่รู้ว่าซีรีส์ดราม่าฮอกกี้น้ำแข็งจะกลายเป็นสิ่งที่ครองใจคุณในช่วงต้นปี คุณก็มีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกเพียบ นี่คือผลงานดัดแปลงจากนิยายของ Rachel Reid โดยได้ Hudson Williams และ Connor Storrie มารับบทนักกีฬาฮอกกี้ที่ความบาดหมางในสนามค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์ที่เร่าร้อน เป็นซีรีส์ที่ดูสนุกและเซ็กซี่ที่ใส่ใจเรื่องรายละเอียดการเล่นฮอกกี้ทั้งในและนอกสนามอย่างจริงจัง ความสัมพันธ์ระหว่างดาวรุ่งชาวแคนาดาและแบดบอยชาวรัสเซียนั้นดูหวานและน่าเชื่อถืออย่างไม่น่าเชื่อ

Sam Crowe
Sam Crowe Freelance writer

4. Industry season 4 (BBC/HBO Max)

จากที่เคยเริ่มต้นด้วยการเป็นซีรีส์เสียดสีกลุ่มนายธนาคารลอนดอนที่ดูเหมือนจะมีคนดูไม่มากนัก แต่ตอนนี้ Industry ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่พัฒนาไปไกลกว่าแค่เกม ‘Hunger Games’ ในย่านธุรกิจลอนดอน แต่มันคือการศึกษาตัวละครแนว Machiavellian ในโลกการเงินที่น่าทึ่งและเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ในทุกซีซั่น ในซีซั่นนี้มีการนำ Charlie Heaton จาก Stranger Things มารับบทนักข่าวสืบสวน และส่งบทให้ Kit Harington ได้โชว์ฝีมืออย่างยอดเยี่ยมในตอนที่ 2 พร้อมการกลับมารวมตัวกันของคู่หูในดรีมทีมอย่าง Myha’la และ Ken Leung มันทั้งร้ายกาจ ชาญฉลาด และน่าติดตามอย่างไม่หยุดยั้ง แต่คุณอาจจะต้องไปอาบน้ำสักรอบหลังดูจบในทุกอีพีนะ

Sam Crowe
Sam Crowe Freelance writer
การโฆษณา

3. The Evil Lawyer (Netflix)

ซีรีส์แนวกฎหมายที่ไม่ได้พาคุณไปดูการว่าความในศาลแบบสวยหรู แต่จะพาเข้าไปสำรวจซอกมุมที่มืดดำที่สุดของจิตใจมนุษย์ผ่านตัวละคร ‘ทนาย’ ที่ยอมทิ้งศีลธรรมและพร้อมทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ นำแสดงโดยเหล่านักแสดงแถวหน้าของไทย อย่าง หญิง-รฐา และ ณัฏฐ์-กิจจริต ที่จะมาปะทะบทบาทด้วยบทพูดเฉือนอารมณ์แบบคมกริบ นี่คือซีรีส์ที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ความเป็นจริงของระบบยุติธรรมที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการต่อสู้ที่ไม่มีคำว่าขาวบริสุทธิ์ สำหรับคอซีรีส์แนว Psychological Thriller บอกเลยว่าเรื่องนี้คือ Must-watch ที่ห้ามพลาด

2. เพลิงพระนาง (Netflix)

อยากให้ทุกคนลืมภาพจำละครพีเรียดแบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะการกลับมาของ ‘เพลิงพระนาง’ ในเวอร์ชั่น Empress of Flames คือการยกระดับสู่ซีรีส์สากลอย่างเต็มตัว ภายใต้ฝีมือของผู้กำกับจาก สืบสันดาน (Master of the House) ที่ขึ้นชื่อเรื่องการขยี้ปมความเน่าเฟะของอำนาจและงานภาพที่เนี้ยบกริบ แถมยังได้นักแสดงระดับตัวท็อปอย่าง ญดา นริลญา, แพนเค้ก เขมนิจ และใบเฟิร์น พิมพ์ชนก มาแสดงพลังการแสดงกันแบบไม่มีใครยอมใคร ตัวซีรีส์จะพาเราไปสำรวจแรงปรารถนาและการชิงดีชิงเด่นในราชสำนักที่เข้มข้นขึ้นกว่าต้นฉบับหลายเท่าตัว เน้นโปรดักชั่นระดับ Cinematic ที่ทุกองค์ประกอบตั้งแต่เครื่องแต่งกายยันสถาปัตยกรรมถูกคัดสรรมาเพื่อประกาศศักดาบนเวทีโลกโดยเฉพาะ

การโฆษณา

1. เด็กใหม่ The Reset (Netflix)

การกลับมาของ ‘แนนโน๊ะ’ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสานต่อ แต่คือการ Reset ระบบ เพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ในสังคมไทยที่เต็มไปด้วยคำถาม โดยภาคนี้ได้ เบคกี้ - รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง มารับไม้ต่อในบทนำ ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญที่จะได้เห็นแนนโน๊ะในมุมมองที่ร่วมสมัยและคาดเดาไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทัณฑ์ที่โหดร้ายแต่จริงแท้ ซึ่งมีกำหนดการลงจอดให้ได้สตรีมพร้อมกันในวันที่ 7 มีนาคมนี้

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด