นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ กับย่างก้าวบนแรงบันดาลใจจากเสียงดนตรี งานออกแบบ และภาพถ่ายจากกล้องฟิล์ม

สำรวจตัวตนเบื้องลึกและความหลงใหลอันหลากหลายของพระเอกหนุ่มมาแรง

Nine Naphat
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok
โดย Wissuta Ploypetch |
Advertising

แม้จะก้าวออกมายืนกลางแสงสปอตไลต์อย่างเต็มตัวได้เพียงแค่ 5 ปี แต่ด้วยรูปร่างหน้าตากับบุคลิกเนี้ยบไร้ที่ติ และความสามารถทางการแสดงที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชื่อของ นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ไม่ได้ไปเป็นเพียงลูกชายหน้าตาดีของนักแสดงรุ่นใหญ่ หมู-พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ แต่กำลังก่อร่างสร้างชื่อด้วยผลงานของตนเอง (ละคร 2 เรื่อง ร่วมแสดงภาพยนตร์ 1 เรื่อง) มาจนถึงก้าวสำคัญล่าสุดคือการเป็นพระเอกเต็มตัวใน Friend Zone ระวัง...สิ้นสุดทางเพื่อน ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่องล่าสุดของ GDH559 ซึ่งหยิบเอาแง่มุมความรักที่หลายคนเคยพบเจออย่างการ "แอบรักเพื่อน" มาเล่า โดยนายรับบทเป็น "ปาล์ม" สจ๊วตหนุ่มที่ตกหลุมรัก "กิ๊ง" เพื่อนสมัยเด็ก และพัฒนากลายมาเป็นเรื่องราวสนุกๆ สุข เศร้า เหงา ซึ้ง ครบทุกรสชาติ 

ระหว่างการพูดคุยแบบเป็นกันเอง เราพบว่านายไม่ได้เป็นพระเอกสุดเพอร์เฟ็คอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจซะทั้งหมด แต่เป็นคนธรรมดาที่มั่นคงต่อทุกสิ่งที่ตัวเองชอบ ทั้งการแสดง งานดีไซน์ ภาพถ่าย และเสียงเพลง ซึ่งเป็นความรักที่ทรงอิทธิพลในชีวิตของเขา และเขาใช้ความรักเหล่านั้นผลักดันตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้าทีละน้อย จนไม่น่าแปลกใจเลยถ้าในอนาคตผู้ชายคนนี้จะก้าวไปยืนอยู่แถวหน้าของวงการบันเทิงไทยอีกคนหนึ่ง

 

บทของ “ปาล์ม” ในภาพยนตร์เรื่องนี้ท้าทายตัวนายยังไงบ้าง

น่าจะเป็นเรื่องบุคลิก คือตัวผมกับปาล์มไม่เหมือนกันเลย ในขณะที่ปาล์มเป็นคนชิล มีไหวพริบ แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี ขี้เล่นขี้แกล้ง ผมกลับเป็นคนคิดเยอะ เงียบขรึมกว่า ก็ต้องใช้ความพยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับบท จนเริ่มติดนิสัยขี้เล่นของปาล์มมาเหมือนกัน ส่วนสิ่งที่เหมือนกันก็มี คือผมเป็นคนช่างเทคแคร์ ห่วงใยคนรอบข้าง เหมือนกับปาล์มที่คอยดูแลเพื่อนสนิทอย่างกิ๊ง [รับบทโดย ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์] อยู่เสมอ

 

ต้องรับบทเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แล้วเรียนรู้บทบาทนี้ยังไง ได้อะไรจากตรงนี้ไหม

ผมถามเอาจากพี่หมู (ผู้กำกับ) เลย เพราะเขาเคยเป็นสจ๊วตมาก่อน เวลาถ่ายฉากบนเครื่องบินพี่เขาจะคอยสอนให้ อธิบายให้ฟังตรงนั้นเลย ผมเลยไม่ต้องทำรีเสิร์ชอะไรมาก แต่ก็ทำความเข้าใจไปก่อนด้วย ว่าอาชีพเขาต้องฝึกฝนยังไง วิธีการคัดเลือกเป็นแบบไหน ช่วงเวลาการทำงานอะไรอย่างนี้ จำเป็นเข้าใจในชีวิตประจำวันของอาชีพนี้ เพื่อเข้าใจตัวละครของเราให้ได้

มันทำให้ผมได้รู้ว่าเบื้องหน้าที่เห็นพวกเขาต้อนรับอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส ตั้งใจให้บริการเรา เบื้องหลังมันเหนื่อย ต้องอดทนอดกลั้น และใช้ความพยายามสูงมาก ขั้นตอนการทำงานก็ซับซ้อน รู้เลยว่ากว่าจะได้ทำอาชีพนี้มันยากมากจริงๆ ต้องฝึกอะไรหลายอย่าง การแข่งขันก็สูง ไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิดจริงๆ

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ไปถ่ายทำหลายประเทศในเอเชีย แถมเพลงประกอบก็ได้นักร้องต่างชาติมาร่วมร้องใน 9 ภาษา ซึ่งน่าจะทำให้นายได้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้น เหมือนพระเอก GDH ก่อนหน้านี้หลายๆ คน ได้เตรียมตัวกับส่วนนี้เป็นพิเศษหรือเปล่า

เรื่องฉายต่างประเทศผมเดาว่าอย่างนั้นนะ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องในส่วนของการโปรโมตเท่าไร เลยไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย (หัวเราะ) ตอนนี้รอวันภาพยนตร์ฉายอย่างเดียว แต่ผมก็เห็นอยู่นะว่าเอ็มวีเพลง “คิดมาก” เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้มีนักร้องจาก 9 ประเทศมาร่วมร้อง และก็จะได้เห็นพวกเขาในภาพยนตร์ด้วย

 

ประทับใจอะไรที่สุดในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้

หลายอย่างนะ ทั้งบรรยากาศ สถานที่ ผู้คน ระหว่างถ่ายมันมีช่วงเวลาดีๆ ที่บังเอิญเกิดขึ้นหลายครั้งเลยที่ทำให้ได้ภาพดีๆ ออกมาหลายซีนเลยด้วย อย่างฉากป้อนอาหารลิงที่อยู่ในภาพยนตร์ตัวอย่าง คือผมบังเอิญไปจ้องตามัน มันเลยทำท่าจะกัด เลยทำให้ได้ภาพตลกๆ อันนี้มา

แล้วก็วิธีกำกับของพี่หมูที่ชอบเซอร์ไพรส์ แอบไปให้บทคนหนึ่ง แล้วไม่บอกอีกคนเพื่อจะได้เห็นรีแอ็คชั่นของนักแสดง สร้างสีสันให้กับภาพยนตร์ได้ดี และเขายังใจกว้างมาก เปิดรับความคิดเห็นของนักแสดงอยู่ตลอดเวลา ก็รู้สึกดีตรงนี้

 

แล้วคาดหวังกับผลตอบรับแค่ไหน

ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ผมรู้สึกว่าผมได้ใส่ความรักและความสนุกเข้าไปเต็มที่ในระหว่างถ่ายทำแล้ว ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกกอง จนได้สัมผัสกับความรู้สึกรักการแสดงจริงๆ จากภาพยนตร์เรื่องนี้เลยแหละ

ดังนั้นผมเลยแค่อยากได้เห็นปฏิกิริยาของคนดูว่าเขาหัวเราะในฉากที่เราตั้งใจจะให้หัวเราะหรือเปล่า เขาขำดังมากแค่ไหน เขาเสียน้ำตาในซีนที่เรารู้สึกว่ามัน sensitive หรือเปล่า เค้าหันไปพูดกับคนข้างๆ ว่าไง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากไปดูทุกโรงภาพยนตร์เลย อยากสัมผัสตรงนี้มากกว่า อยากให้คนออกจากโรงภาพยนตร์แล้วแบบสนุกอะ มันคงจะดีมากเลย

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

เห็นว่ากำลังทำโปรเจ็คต์ปฏิทินการกุศลอยู่ใช่ไหม อยากรู้ว่ามีที่มาจากอะไร

ต่อยอดมาจากธีสิสของผม ที่ชื่อ แกว่ง แกร่ง อยู่ที่จะเลือกมอง เป็นเรื่องของกฏไตรลักษณ์ นำมาทำให้เข้าใจง่าย เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้จักและสนใจมากขึ้น โดยไม่บอกว่านั่นคือพระพุทธศาสนา ปฏิทินอันนี้ก็เลยเอาเนื้อหาจากงานนั้นมาต่อยอด

ผมไม่อยากทิ้งงานดีไซน์ของผมที่ทำมาตลอด เพราะเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมชอบและรู้สึกสนุกมากๆ เพราะฉะนั้นเลยบอกกับตัวเองว่าในแต่ละปีจะเอางานดีไซน์มาทำเป็นโปรเจ็คต์ CSR ให้ได้อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อจะได้ไม่ทิ้งสิ่งที่เรียนมา ได้เป็นความสนุกส่วนตัวด้วย แล้วตอนเด็กผมได้โอกาสมาเยอะ ทุกวันนี้ก็ยังได้โอกาสอยู่ เลยรู้สึกว่าอยากให้โอกาสคนอื่นบ้าง

 

นอกจากโปรเจ็คต์นี้ ทำอะไรอย่างอื่นอีกหรือเปล่า

มีเต็มเลย ระหว่างถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมก็ทำอีกโปรเจ็คต์หนึ่งควบคู่ไปด้วย คือเอากล้องฟิล์มไปถ่ายในกอง ตั้งแต่วันแรกที่เป็นตัวละคร ยันวันสุดท้ายที่ถ่ายทำ พอออกมามันก็จะเห็นไทม์ไลน์ของตัวละคร แต่ละรูปมันเหมือนมีความหมาย ซึ่งไม่สามารถถ่ายรูปแบบนี้ได้อีกแล้ว ผมเป็นคนชอบถ่ายภาพ หลังๆ ก็ถ่ายแต่กล้องฟิล์มหมดเลย เป็นความสุขส่วนตัวอย่างหนึ่ง

 

ภาพฟิล์มมีเสน่ห์อย่างไร

น่าจะเป็นที่เราได้ใส่ใจกับมันในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่เลือกฟิล์มใส่ ตัดสินใจที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายสักช็อต แล้วจะถ่ายติดหรือไม่ติดก็ไม่รู้ ระหว่างเอาฟิล์มไปล้างก็ได้ลุ้น รอดูว่ามันจะออกมาเป็นยังไง ทุกภาพที่ออกมาเลยมีคุณค่าทางใจมาก เป็นมู้ดโทนที่ภาพจากกล้องดิจิตอลไม่สามารถทำได้

 

แสดงว่านายเป็นคนชอบเรื่องเซอร์ไพรส์และการรอคอย

ก็ด้วยนะ เพราะเป็นสิ่งที่เราตั้งใจทำ ผมเป็นคนตั้งใจทำทุกอย่าง พอผลลัพธ์มันออกมาดี ก็จะรู้สึกมีความสุขมาก

 

การเป็นคนหน้ากล้องมีส่วนช่วยให้นายถ่ายภาพดีขึ้นหรือเปล่า

ผมว่าช่วยนะ แต่ไม่ได้ช่วยในภาพนะ ช่วยในเรื่องของความเข้าใจ ทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกของคนที่กำลังเป็นแบบว่าเขารู้สึกยังไง ทำยังไงถึงจะดึงอารมณ์เขาให้ออกมาตามที่เราคิด ก็จำเอาจากเวลาที่ช่างภาพบอกกับเราตอนถ่าย วิธีที่เขาดูแสง จัดแสง รายละเอียดต่างๆ อย่างสามเหลี่ยมใต้ตา ปีกผีเสื้อตรงจมูก อะไรอย่างนี้ ผมก็จะแอบจำมาใช้

 

ชอบถ่ายรูปอย่างนี้น่าจะชอบเดินทางด้วยแน่ๆ

ใช่! แก๊งค์เพื่อนผมก็ชอบถ่ายรูปเหมือนกันด้วย ล่าสุดก็ไปไอซ์แลนด์ด้วยกันมา ขับรถเที่ยวรอบเกาะอยู่ 14 วัน ตรงกับช่วงหน้าร้อนของที่นั้่นพอดี เลยได้เจอสภาพอากาศสภาพแวดล้อมทุกอย่างเลย ทั้งภูเขาน้ำแข็ง หิมะ ฝน พายุ ป่า แดด ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่ถ่ายรูปสวยมาก ผมไม่ได้ถ่ายคนมากเท่าไหร่ ชอบถ่าย landscape เลยสนุกกับทริปนี้มาก

 

อะไรในภาพ landscape ที่ทำให้เราชอบ

พูดยากเหมือนกัน ผมแค่รู้สึกว่าภาพ landscape มันให้มุมมองที่กว้างไกล คือสายตาของมนุษย์มองได้แค่เท่านี้ แต่พอถ่ายภาพ landscape ออกมามันเหมือนเก็บได้หมด ทั้งแนวยาว แนวกว้าง ผมเลยชอบมู้ดโทนของภาพ landscape แล้วถ้าตอนกำลังถ่ายมีเพลงเข้ามาในหัวก็จะยิ่งอินมาก เพราะเพลงมีอิทธิพลกับชีวิตผมมาก ไม่ว่าจะเป็นการแสดง การถ่ายภาพ หรือทำอะไร ผมจะมีเพลงให้นึกถึงอยู่ตลอดเวลา

 

เพลงแนวไหน

หลายแนวนะ ถ้าเอาที่ชอบฟังก็จะเป็น R&B กับ Soul เวลาถ่ายภาพยนตร์เป็นตัวละครไหนๆ ผมก็ตั้งการบ้านขึ้นมาว่าตัวละครของผมฟังเพลงอะไร อารมณ์ประมาณไหน เหมือนตอนเรียนออกแบบ ผมต้องคุมทิศทาง คุมมู้ดโทนของงาน ด้วยการเลือกองค์ประกอบต่างๆ อันนี้มันก็เหมือนกับคุมตัวละครโดยใช้เพลงสะกดจิต

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

มีที่ไหนที่อยากไปถ่ายภาพ landscape ให้ได้บ้าง

อียิปต์ มองโกเลีย บาหลี ตอนนี้อยากไปมองโกเลียมาก เพราะผมไปฟังพี่เรย์ แมคโดนัลด์ เขาเล่าให้ฟังว่าภูมิประเทศว่าเป็นยังไง ขับรถอะไรไปไหนบ้าง แล้วมันน่าสนใจมาก และผมได้เรียนวิชา Art Appreciation มา ทำให้ได้รู้วิธีการสร้างสถาปัตย์ต่างๆ ของอียิปต์ที่มันเจ๋งมาก พอได้รู้เรื่องราวเบื้องหลังก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าสนใจมาก เลยอยากไป

 

แล้วมีที่ไหนอยากลับไปอีก

ไอซ์แลนด์ นี่คือยังไงก็ต้องกลับไปให้ได้ ญี่ปุ่นก็ดี เพราะผมชื่นชอบเรื่อง The god in the details ซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใส่ใจทุกอย่าง อาหารอร่อย ผู้คนก็น่ารัก เลยไปเที่ยวได้แบบไม่มีเบื่อ

 

ถ้าให้เลือกหนึ่งเพลงแทนตัวเอง คิดว่าเป็นเพลงอะไร

โห ยากนะ ตอนนี้ก็น่าจะเป็นเพลง “Milk - Simon On The Moon” หรือที่ดังขึ้นมาหน่อยอย่างเพลงของวง Oh Wonder ทั้งอัลบั้มก็น่าจะแทนผมได้ดีเหมือนกัน อ้อ! แล้วก็อัลบั้ม Continuum ปี 2016 ของ John Mayer อันนั้นก็ดีมากๆ เลย

 

แสดงว่าจะได้เจอนายที่คอนเสิร์ตของ John Mayer

แน่นอน ผมชอบไปพวกเทศกาลดนตรีกับคอนเสิร์ต ตอนแรกที่คอนเสิร์ตนี้เหมือนจะยกเลิก ผมนี่แบบ “ฮ๊า! อะไรเนี่ย” แล้วไปคุยกับพี่โอ๊ต ปราโมทย์ ที่ชอบเหมือนกัน แกก็ชวนไปดูที่ญี่ปุ่น แชร์โรงแรมกัน ตอนนั้นผมเองก็ลังเล แต่หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ คอนเสิร์ตก็ก็เปิดขายบัตร ฮ่าๆ

 

อย่างนี้เคยไป Coachella มาหรือยัง

ยังไม่ได้ไปเลย ตั๋วแพงมาก แต่ก็น่าไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต ผมเคยไป Laneway Festival มาสองปีที่สิงโปร์ แต่ปีหลังผมไม่ค่อยจอยเท่าไร มีศิลปินที่ประทับใจอยู่คนเดียวคือ Billie Eilish อายุแค่ 17 แต่แต่งเพลงเอง โปรดิวซ์เองหมดเลย เก่งมาก

 

สุดท้ายเรื่องที่คิดว่าคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับนายมากที่สุด

เรื่องการพูดเลย! ผมไม่ใช่คนเรียบร้อย ในภาพยนตร์ตัวอย่างที่ออกไปที่ผมพูดว่า “เพื่อนพ่อมึงดิ!” แล้วคนพากันตกใจ ทั้งที่มันก็เป็นเรื่องธรรมดา อยู่กับเพื่อนๆ ผมก็พูดคำหยาบนะ ผมเป็นผู้ชายดื้อๆ ขี้แกล้งคนหนึ่ง แต่แค่เวลาไปข้างนอกผมก็ให้เกียรติคนที่เจอ ให้เกียรติสถานที่ ใช้คำให้เหมาะสม

 

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

Friend Zone
GDH559
ข่าว, ภาพยนต์

ดูยัง? ตัวอย่างแรกของ "Friend Zone ระวัง...สิ้นสุดทางเพื่อน"

เรื่องราวของ ปาล์ม (นาย-ณภัทร) กับ กิ๊ง (ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก) เพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนที่เคยจะก้าวข้ามความสัมพันธ์ให้เป็นมากกว่าเพื่อน แต่คำปฏิเสธเบาๆ ของกิ๊งว่า “เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว” ทำให้ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิทยิ่งกว่าเดิม เป็นที่ปรึกษาความรักของกันและกันมานานนับสิบปี จนกระทั่งเมื่อกิ๊งมีปัญหากับพี่เท็ด (เจสัน ยัง) แฟนหนุ่มคนล่าสุด ประตูที่จะเปิดออกจากความเป็นเพื่อนสู่ความเป็นคนรักก็เปิดขึ้นอีกครั้ง แต่ทั้งสองไม่รู้ว่าการก้าวเข้าไปจะเป็นการเริ่มต้นเส้นทางของแฟน หรือเป็นการสิ้นสุดความเป็นเพื่อนไปเลยกันแน่

Advertising