Bunthicha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunthicha P. - Time Out Thailand
Photograph: Bunthicha P. - Time Out Thailand

Long Distance Love 6 หนังรักสำหรับคู่รักต่างแดน

เมื่อระยะห่างเข้ามามีบทบาทในความรัก บางครั้งการปล่อยให้ภาพยนตร์โอบกอด อาจช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างนั้นได้

Lalitphat Bumrungkarn
การโฆษณา

ในโลกยุคใหม่ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ การเดินทางง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และความกลัวในการใช้ชีวิตคนเดียวค่อยๆ ลดน้อยลง ผู้คนมากมายจึงออกไปท่องโลกกว้าง
ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ และในระหว่างทาง เราได้พบสังคมใหม่ๆ เปิดบทสนทนากับคนแปลกหน้า บางความสัมพันธ์ผ่านเข้ามาเพียงชั่วคราว บางความสัมพันธ์กลับลึกซึ้งเกินกว่าจะปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ

Long Distance Relationship มักเกิดจากความรักของคนหนึ่งหรือสองคน ที่รักการออกเดินทาง หรือจำเป็นต้องทำหน้าที่ในพื่นที่แตกต่างกัน ความสัมพันธ์จึงเกิดระยะห่างเชิงกายภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าหัวใจจะห่างตามไปด้วย และในความไกลนั้น ยังมีความงามซ่อนอยู่มากมาย การได้มีพื้นที่ทบทวนตัวเอง การที่ความคิดถึงมีน้ำหนักมากขึ้นในทุกวัน และการตระหนักว่า ทุกวินาทีที่ได้อยู่ตรงหน้า
คือเวลาที่ควรถูกใช้ให้คุ้มค่าที่สุด แต่เมื่อความคิดถึงเข้ามาในวันที่ทำอะไรไม่ได้ หรือเราไม่สามารถไปอยู่ตรงนั้นให้พาร์ทเนอร์ได้ ก็เป็นอะไรที่ปวดหัวใจ ในชนิดที่ยากจะอธิบายเช่นกัน 

จึงอยากแนะนำภาพยนต์ที่เราเลือกมา ได้ทำหน้าที่ปลอบประโลม และเป็นเพื่อนค่อยโอบอุ้มว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียว ซึ่งแต่ละเรื่องทำงานกับความรู้สึกของเราไม่มากก็น้อย และความรักก็ไม่ได้สมหวังเสมอไป หากแต่ต้องตระหนักไว้ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มันจริง และมันขับเคลื่อนชีวิตเราเสมอมา

Past Lives (2023) - ครั้งหนึ่ง ซึ่งคิดถึงตลอดไป

เราอาจเคยได้ยินเรื่องความผูกพันและความรักข้ามภพชาติ จากคำบอกเล่าของคนใกล้ตัว หรือเรื่องราวที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น แม้ในวันนี้ ความเชื่อเหล่านั้นอาจถูกมองเป็นเพียงตำนาน
เป็นเรื่องเล่าที่คนยุคใหม่ไม่แน่ใจว่าจะยังศรัทธาได้มากแค่ไหน แต่ก็ยังมีใครอีกหลายคนที่เชื่อในคำว่า ‘พรหมลิขิต’ อย่างหมดใจ ความเชื่อที่บางครั้งพาเราไปพบรักที่สมหวัง และบางครั้งก็หลงเหลือไว้เพียงภาพจำเลือนราง
ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจครอบครองได้ แต่ไม่เคยเลือนหายไปจากหัวใจ 

Past Lives คือภาพยนตร์รักโรแมนติกจากบ้าน A24 ที่เล่าเรื่องความผูกพันของเพื่อนสนิทในวัยเด็กสองคน ซึ่งต้องแยกจากกันด้วยเส้นทางชีวิต
ก่อนจะได้กลับมาพบกันอีกครั้งในนิวยอร์ก พร้อมแนวคิดเรื่อง ‘อินยอน’ ความสัมพันธ์และพรหมลิขิตข้ามภพชาติ ภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยความซื่อสัตย์และเรียบง่าย สะท้อนมุมมองความรักในโลกปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยปัจจัย เงื่อนไข และทางเลือกของชีวิต ที่ทำให้รู้ว่าความรักบางครั้งอาจกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ หรือบางครั้งก็เป็นเพียงความรู้สึก
ที่เราทำได้แค่เก็บไว้ คิดถึงมันตลอดไป

Her (2014) - รักดังฟังชัด

ความรักในแบบที่ไม่ใช่เพียงแค่ความห่างไกลทางกาย แต่คือความรักที่ไม่มีวันได้สัมผัสกันจริงๆ ‘Her’ คือภาพยนตร์รักระหว่างมนุษย์กับเอไอ ซึ่งในโลกปัจจุบัน ฟังดูไม่เกินจริงอีกต่อไป เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปไกล ปัญญาประดิษฐ์ค่อยๆ คล้ายมนุษย์มากขึ้นในทุกวัน จนเส้นแบ่งระหว่างความรู้สึกจริงกับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเริ่มพร่าเลือน แม้ความรักในเรื่องจะอยู่ตรงหน้า อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่กลับไม่อาจสัมผัสกันได้แม้เพียงครั้งเดียว ภาพยนต์กำกับโดย ‘Spike Jonze’ ซึ่งทำหน้าที่เขียนบทและร่วมอำนวยการสร้างด้วยตนเอง ภาพยนตร์เล่าเรื่องด้วยถ้อยคำเรียบง่าย แต่ทุกประโยคกลับทิ้งน้ำหนักความเจ็บปวดไว้กับผู้ชม เพราะสัมผัสได้ถึงความอึดอัด ของความรักที่มีอยู่จริงในความรู้สึก แต่ไม่เคยมีตัวตนให้แตะต้อง ท้ายที่สุด หนังไม่ได้เล่าเพียงเรื่องความรักระหว่างมนุษย์กับเอไอ
หากยังสะท้อนความจริงของการเติบโต การยอมรับความเจ็บปวด จากความรักที่แสนไกล
หรือบางครั้ง…อาจไม่มีอยู่จริงตั้งแต่ต้น

การโฆษณา

Lost in translation (2003) - หลง เหงา รัก

​​Lost in Translation คือภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องความเหงา และการค้นหาตัวตนของคนแปลกหน้าสองคน ที่บังเอิญโคจรมาพบกันในกรุงโตเกียว ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสง สี และผู้คน แต่กลับทำให้ใครบางคนรู้สึกโดดเดี่ยวได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความรักในหนังเรื่องนี้อาจดูฉาบฉวยในสายตาใครหลายคน เพราะมันถือกำเนิดจากความเหงา เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีคำสัญญา ไม่มีจุดหมายชัดเจน มีเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่ทำให้คนสองคนไม่รู้สึกเดียวดายเท่าเดิม ในเมืองที่ใครจะคิดว่าจะเหงาได้ขนาดนี้

หนังเล่าเรื่องอย่างเรียบเรื่อย ค่อยๆ ซึมลึกเข้าสู่ความรู้สึกของผู้ชม และเมื่อได้รู้เบื้องหลังของภาพยนตร์เรื่องนี้ ความเหงาก็ยิ่งทวีความชัดเจนขึ้นในใจ ราวกับอารมณ์ที่ถูกซ่อนอยู่ระหว่างบทสนทนา ภาพยนตร์กำกับโดย ‘Sofia Coppola’ ผู้กำกับหญิงดีกรีเข้าชิงรางวัลออสการ์ ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง เคยมีความสัมพันธ์กับ ‘Spike Jonze’ ผู้กำกับ Her ที่เราได้กล่าวถึงไปก่อนหน้า และหากใครเคยดู Lost in Translation อาจสัมผัสได้ถึงการปะติดปะต่อของความรู้สึกบางอย่าง ที่คล้ายกับความสัมพันธ์ระยะไกล ความสัมพันธ์ที่ไม่รู้ว่าจะบรรจบกันเมื่อไร หรืออาจไม่เคยได้บรรจบเลยด้วยซ้ำ

Before Sunrise & Before Sunset (1995 & 2004) - อ้อนตะวันให้หยุด เพื่อสองเรา & ตะวันไม่สิ้นแสง แรงรักไม่จาง

เราเชื่อว่าหลายคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ระยะไกล มักเริ่มต้นจากการพบกันในสถานที่หรือช่วงเวลาพิเศษ อย่างการออกเดินทางท่องโลก
ความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศชั่วคราวเหล่านี้ มักมาพร้อมความสวยงามในระยะสั้น แต่กลับต้องแลกด้วยการจากลา และช่วงเวลาที่ห่างไกลกัน มันมากกว่าการได้ใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ

‘Before Sunrise’ และ ‘Before Sunset’ คือภาพยนตร์ภาคต่อที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ ของคนสองคนที่พบกันระหว่างการเดินทาง บทสนทนาเรียบง่าย เป็นธรรมชาติ โต้ตอบกันไปมาเหมือนเดตแรกที่ไม่ต้องพยายามมาก พวกเขาใช้เวลาหนึ่งวันด้วยกัน ก่อนจะจบลงด้วยการบอกลา และเหลือไว้เพียงคำสัญญา ว่าจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง 


ภาพยนตร์ชุดนี้กลายเป็นตำนานหนังรักที่มักถูกกล่าวถึงเสมอ ทุกครั้งที่มีการแนะนำหนังรักสักเรื่อง เพราะมันไม่ได้ขายความหวือหวา แต่ขายช่วงเวลาเล็กๆ
ที่ทำให้ผู้ชมเชื่อว่า การพูดคุยกับใครสักคน อาจเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล และยังมีภาคสุดท้ายที่ชื่อว่า ‘Before Midnight’ ซึ่งพาเรื่องราวจากการเดินทางและคำสัญญา มาสู่การใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อทั้งคู่ได้อยู่พร้อมหน้า สร้างครอบครัวเล็กๆ ร่วมกัน ภาพยนตร์ภาคนี้ไม่ได้โรแมนติกเหมือนวันแรกที่พบ แต่กลับตั้งคำถามตรงไปตรงมา ว่าการได้อยู่ด้วยกันโดยไม่มีระยะห่างอีกต่อไปนั้น คุ้มค่าหรือไม่ กับทุกการรอคอยและการฝ่าฟันระยะทางที่ผ่านมา

การโฆษณา

Sleepless in Seattle (1993) - กระซิบรักไว้บนฟากฟ้า

เมื่อพูดถึงคำว่า ‘พรหมลิขิต’ หลายคนรวมถึงเราเอง อาจนึกถึงเรื่องราวจากละครหลังข่าว
หรือความบังเอิญที่ดูเหมือนไม่ค่อยเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริง เรากลับเชื่อว่า คู่รักในความสัมพันธ์ระยะไกลจำนวนไม่น้อย ยังคงศรัทธาในคำคำนี้อย่างเงียบๆ ลองนึกดูว่าจากได้พบผู้คนมากมาย เดินทางผ่านหลายเมือง เปิดบทสนทนานับครั้งไม่ถ้วน สุดท้ายก็ยังวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ไม่ว่าระยะทางจะห่างไกลเพียงใด

‘Sleepless in Seattle’ คือภาพยนตร์รัก ที่เล่าเรื่องความผูกพันจากแดนไกล การพบกันครั้งแรกของพระเอกและนางเอก เกิดขึ้นผ่านเสียงในรายการวิทยุ
ตลอดทั้งเรื่อง คนสองคนแทบไม่ได้พบหน้ากันเลย แต่กลับถูกเชื่อมโยงไว้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า ‘พรหมลิขิต’ แม้ตัวหนังจะมีกลิ่นอายความน้ำเน่า ผสมความคลาสสิก แต่เสน่ห์ของ Sleepless in Seattle กลับอยู่ที่การถ่ายทอดความโรแมนติกอย่างจริงใจ และความเชื่อที่ว่า หากเป็นคนที่ใช่ ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน สุดท้ายแล้วเส้นทางชีวิตก็จะพาให้กลับมาพบกันอยู่ดี

Your name (2016) - หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ

ปิดท้ายกันด้วยอนิเมะที่ครองใจผู้ชมทั่วโลก แม้ในแวบแรก เรื่องราวอาจดูคลุมเครือ ว่าเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระยะไกลได้อย่างไร แต่เราอยากชวนให้ลองเปิดใจ เพราะเมื่อเข้าใจแล้วจะพบว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำงานกับความรู้สึก ของคนที่ต้องอยู่ห่างจากคนรัก ได้ลึกซึ้งกว่าที่คิด

‘Your Name’ คือเรื่องราวของชายหนุ่มและหญิงสาว ที่สลับร่างกันผ่านความฝันอย่างลึกลับ ท่ามกลางสายใยของกาลเวลา และปรากฏการณ์ฝนดาวตก ซึ่งกลายเป็นตัวเชื่อมโยงโชคชะตา และการช่วยชีวิตผู้คนจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ ทั้งสองค่อยๆ ทำความรู้จักกันผ่านความฝัน เรียนรู้กันผ่านตัวอักษร ความทรงจำ และช่วงเวลาที่ไม่เคยได้พบหน้ากันจริงๆ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง พวกเขากลับต้องอยู่ห่างไกลกันไกลจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คนในฝันจะมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ Your Name ไม่ได้เล่าเพียงเรื่องรักแฟนตาซี แต่พูดถึงความเชื่อในพรหมลิขิต ความผูกพันที่แม้ไม่เห็นหน้า แม้ไม่ต้องหลับตา ก็ยังรู้สึกได้ว่ามีใครบางคน กำลังตามหาเราอยู่เช่นเดียวกัน

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา