มีพบก็ต้องมีจาก แต่บางคนแม้จะจากไปแล้ว ก็ยังทิ้งบางอย่างไว้ให้เรานึกถึงอยู่เสมอ
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินข่าวการจากไปของ ‘เร แมคโดนัลด์’ นักแสดงที่แจ้งเกิดในช่วงปลายยุค 90 และกลายเป็นหนึ่งในไอคอนของวัยรุ่นไทยผ่านทั้งภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ และสารคดีท่องเที่ยวตลอดเส้นทางเกือบสามทศวรรษในวงการ
สำหรับคนที่เติบโตมาในยุค 90 เรอาจเป็นชื่อที่คุ้นเคยจากรายการ Teen Talk ขณะที่บางคนจดจำเขาจากบทบาทใน O-Negative, หนีตามกาลิเลโอ หรือ ห้าแพร่ง และสำหรับอีกหลายคน เรอาจเป็นเหมือนเพื่อนร่วมทางที่อาจไม่เคยได้พบกันมาก่อน แต่การได้ติดตามเขาผ่านรายการท่องเที่ยวก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้ออกไปท่องโลกกว้างพร้อมกับเขา
เส้นทางของเรจึงน่าสนใจกว่าการเป็นเพียง ‘นักแสดง’ เขาเคยสวมบทบาทมาแล้วมากมาย ตั้งแต่ชายหนุ่มขี้อาย มือปืน พระ กราฟิกดีไซเนอร์ ไปจนถึงนักเดินทาง และในแต่ละบทบาทก็เหมือนการบันทึกช่วงเวลาหนึ่งของทั้งตัวเขาและยุคสมัยเอาไว้ วันนี้ Time Out จึงอยากชวนย้อนกลับไปดู 14 ผลงานบนจอของเร แมคโดนัลด์ ตั้งแต่วันที่เขาก้าวเข้าสู่วงการ ไปจนถึงผลงานชิ้นสุดท้ายที่ทำให้เรายังคิดถึงเขาได้เสมอ
ฝันบ้าคาราโอเกะ (2540)
จุดเริ่มต้นบนจอของเรอยู่ใน ฝันบ้าคาราโอเกะ ผลงานกำกับเรื่องแรกของ เป็นเอก รัตนเรือง ซึ่งแม้จะเป็นหนังเรื่องแรกในเส้นทางการแสดงของเร แต่กลับส่งให้เขาคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากรางวัลสุพรรณหงส์ ได้ทันที ในเรื่องนี้ เร รับบท ‘น้อย’ ชายหนุ่มขี้อายที่ทำงานในร้านสะดวกซื้อ แต่เมื่อเข้าสู่โลกแห่งความฝันกลับกลายเป็นมือปืน ตัวละครที่ทั้งแปลก กวน และแฝงความเหงาเอาไว้ ทำให้เราได้เห็นเสน่ห์และน้ำเสียงทางการแสดงของเรตั้งแต่ผลงานแรก และเพียงหนึ่งปีต่อมา เขาก็คว้ารางวัลสุพรรณหงส์สาขาเดิมอีกครั้งจาก O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้
O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้ (2541)
หนึ่งในหนังที่กลายเป็นภาพจำของวัยรุ่นไทยยุค 90 และเป็นผลงานที่ทำให้ชื่อของเรติดอยู่ในความทรงจำของคนดูจำนวนมาก หนังเล่าเรื่องความรัก มิตรภาพ และชีวิตของกลุ่มนักศึกษาที่กำลังเติบโตไปพร้อมๆ กัน และถ้ามองย้อนกลับไปในวันนี้ O-Negative ไม่ได้เป็นแค่หนังรักวัยรุ่น แต่ยังเป็นเหมือนภาพแทนของคนหนุ่มสาวในช่วงเวลาหนึ่ง และเรก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ถ่ายทอดภาพนั้นอย่างพอดิบพอดี
Fake โกหกทั้งเพ (2546)
หลายปีต่อมา เรกลับมาใน Fake โกหกทั้งเพ รับบท ‘ซุง’ หนึ่งในสามหนุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับเพื่อนสนิทอย่างเบและโป้ หนังพาเราไปสำรวจช่วงวัยที่ทุกคนกำลังเริ่มต้นชีวิต ทั้งเรื่องงาน ความรัก และการพยายามหาคำตอบว่าเราจะใช้ชีวิตแบบไหน โดยมีประโยคหนึ่งจากเรื่องที่ฟังดูเหมือนธรรมดา แต่เหมือนเป็นสิ่งที่เขายังคงทิ้งไว้ให้คนดูคิดต่อว่า “มันไม่มีอะไรอยู่กับเราได้ตลอด ยกเว้นประสบการณ์” ซึ่งถ้ามองจากวันนี้ ประโยคนี้อาจจะตรงกับชีวิตของเรเองเพราะสิ่งที่เขาทิ้งไว้ตลอดเส้นทางก็อาจไม่ใช่แค่ผลงาน แต่เป็นประสบการณ์ที่คนดูได้รับจากการติดตามเขามาตลอดหลายปีเช่นกัน
หกตาย ท้าตาย (2547)
จากหนังวัยรุ่นและเรื่องรัก คราวนี้เรขยับเข้าสู่หนังสยองขวัญใน หกตาย ท้าตาย ในบท ‘กานต์’ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนหกคนที่ต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ลึกลับ หลังจากเพื่อนอย่างฝ้ายได้รับคำเตือนเรื่องดวงชะตาและเลข 6 หนังพาคนดูไปเล่นกับทั้งเรื่องความเชื่อ วิบากกรรม และความตาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่วงที่ทำให้เห็นว่าเรไม่ได้ติดอยู่กับบทบาทวัยรุ่นอย่างเดียว แต่พร้อมจะกระโดดไปเล่นหนังหลายแนวมากขึ้นเรื่อยๆ
คนเห็นผี 10 (2548)
นักแสดงคนนี้ยังคงวนเวียนอยู่กับโลกของความหลอนใน คนเห็นผี 10 หนังที่หยิบความเชื่อเรื่องการเห็นคนตายมาผูกเข้ากับกลุ่มวัยรุ่นที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ก่อนจะลองทำตามวิธีต่างๆ จากหนังสือเก่าที่ชื่อว่า ‘วิธีเห็นผี’ ประสบการณ์ที่พวกเขาคิดว่าจะเป็นเพียงเรื่องสนุกกลับเปลี่ยนชีวิตของทุกคนไปตลอดกาล และเรก็เป็นหนึ่งในนักแสดงที่เข้ามาเติมบรรยากาศหลอนๆ ให้กับเรื่องนี้
โอปปาติก เกิดอมตะ (2550)
จากความหลอนขยับเข้าสู่โลกแอ็กชันแฟนตาซีเต็มตัวกับ โอปปาติก เกิดอมตะ หนังฟอร์มใหญ่ที่รวมดาวนักแสดงไว้แน่นจอ ตัวหนังพาคนดูเข้าสู่โลกของเหล่าโอปปาติก ผู้มีพลังพิเศษและต้องต่อสู้กัน เป็นอีกบทบาทที่แสดงให้เห็นว่าเส้นทางการแสดงของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่หนังวัยรุ่นหรือดรามา แต่พร้อมจะเล่นกับโลกแฟนตาซีและแอ็กชันแบบเต็มตัวเช่นกัน
โรมมิ่ง 52 วัน มหัศจรรย์ครึ่งโลก (2550)
แต่ถ้ามีผลงานหนึ่งที่ทำให้เรกลายเป็น ‘เร แมคโดนัลด์’ ในความทรงจำของเหล่านักเดินทางหลายๆ คน ก็น่าจะเป็น Roaming ปี 2550 คือปีที่เขาออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังลอนดอนด้วยรถไฟ ระยะทางกว่า 15,000 กิโลเมตร ผ่าน 16 ประเทศ ใช้เวลา 52 วัน ก่อนนำประสบการณ์ทั้งหมดมาถ่ายทอดเป็นรายการสารคดีท่องเที่ยว หนังสือ และ DVD และนี่คือช่วงเวลาที่เรไม่ได้เป็นเพียงนักแสดงที่พาเราไปดูโลกผ่านหน้าจอ แต่กลายเป็นคนที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าเราก็อยากออกไปเห็นโลกแบบนี้บ้างเหมือนกัน ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ Roaming กลายเป็นภาพจำอีกด้านของเขาไปโดยปริยาย
หนีตามกาลิเลโอ (2552)
ถ้า Roaming ทำให้คนอยากเดินทาง หนีตามกาลิเลโอ ก็เช่นกัน หนังเล่าเรื่องของสองสาวที่เดินทางไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ ท่ามกลางเรื่องราววุ่นๆ ทั้งมิตรภาพ ความรัก การทำงาน และการค้นหาตัวเอง ขณะที่เรเข้ามาในบทบาทที่กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของหนัง นี่เป็นหนังที่คนดูจำนวนไม่น้อยดูจบแล้วอยากเก็บกระเป๋าออกเดินทาง และส่วนหนึ่งก็คงเพราะมันทำให้เราเห็นว่า การออกไปเจอโลกกว้างไม่ได้แปลว่าเราต้องมีคำตอบกลับมาเสมอ บางทีแค่ได้ออกไปใช้ชีวิตก็เพียงพอแล้ว
ห้าแพร่ง (2552)
เรื่องนี้เรปรากฏตัวในตอน ‘หลาวชะโอน’ ของ ห้าแพร่ง ในบทพระพี่เลี้ยงของ ‘เป้’ ที่รับบทโดย เก้า-จิรายุ ละอองมณี แม้จะไม่ได้เป็นบทที่มีเวลาบนจอมากนัก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่น่าจดจำในหนังสยองขวัญรวมเรื่องของ GTH ซึ่งในช่วงเวลานั้นถือเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์หนังผีที่คนดูรอติดตามกันอย่างเหนียวแน่น
นาคปรก (2553)
การกลับมาในบทที่จริงจังขึ้นอีกครั้งกับ นาคปรก หนังแอ็กชันดราม่าที่เล่าเรื่องสามโจรซึ่งต้องปลอมตัวเป็นพระเพื่อกลับไปเอาเงินที่ซ่อนไว้ในวัด รับบท ‘สิงห์’ หนึ่งในสามโจรที่ต้องเข้าไปอยู่ในวัดภายใต้ผ้าเหลือง ทั้งที่ความจริงแล้วกำลังพยายามซ่อนความผิดของตัวเอง จากชายหนุ่มในหนังวัยรุ่นยุค 90 มาถึงบทโจรในหนังดราม่าเข้มข้น ก็เป็นอีกครั้งที่เรพิสูจน์ให้เห็นว่าเวลาบนจอของเขามีได้หลายหน้าเหลือเกิน
O.T. ผี OVERTIME (2557)
อีกหนึ่งช่วงที่เรกลับมาเจอกับหนังผี คราวนี้ใน O.T. ผี OVERTIME ที่รวมสามนักแสดงอย่างเร แมคโดนัลด์, อนันดา เอเวอริงแฮม และ ชาคริต แย้มนาม มาอยู่ในเรื่องเดียวกัน หนังพาคนดูเข้าไปในโลกของพนักงานที่ต้องทำโอทีจนดึกดื่น ก่อนจะเริ่มสงสัยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในออฟฟิศนั้นเป็นฝีมือของผี หรือเป็นแผนของใครกันแน่ เรียกได้ว่าเป็นอีกบทบาทที่พาเรกลับไปสู่หนังระทึกขวัญที่เขาคุ้นเคย แต่คราวนี้เปลี่ยนจากโลกวัยรุ่นมาเป็นโลกของคนทำงานแทน
บองสรันโอน (2558)
จากไทยไปกัมพูชากับ บองสรันโอน หนังสยองขวัญดรามาที่เรรับบทเป็น ‘ดล’ กราฟิกดีไซเนอร์หนุ่มที่กลับมาเช่าห้องเดิมซึ่งเคยอยู่กับแฟนสาว แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความทรงจำเก่าๆ เพราะดลเริ่มพบเหตุการณ์ประหลาด และต้องเดินทางไปถึงกัมพูชาเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับผู้เช่าคนก่อนหน้า อีกหนึ่งบทบาทที่ผสมทั้งความรัก ความสูญเสีย และความหลอนเข้าด้วยกัน
อนาคต (2567)
ในปี 2567 เรปรากฏตัวในมินิซีรีส์ อนาคต หนึ่งในผลงานที่พูดถึงคำถามใหญ่ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีและสังคม โดยเรรับบทเป็น ‘พระอเนก’ อดีตวิศวกรไอทีที่หันมาบวช และต้องเผชิญกับโลกที่ผู้คนเริ่มหันไปพึ่งพา AI อย่าง ‘ULTRA’ ซึ่งนำคำสอนทางพุทธศาสนามาปรับให้เข้ากับยุคใหม่ บทนี้น่าสนใจตรงที่มันเหมือนสะท้อนตัวตนอีกด้านของเรในช่วงหลังได้ดี ทั้งความสนใจในชีวิต ผู้คน เทคโนโลยี และคำถามว่าเราจะอยู่ร่วมกับโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างไร
เพื่อนรัก เพื่อนลับ (2569)
เดินทางมาถึงผลงานบนจอเรื่องสุดท้ายของเขากับ เพื่อนรัก เพื่อนลับ (Behind The Screens) หนังดราม่า-ระทึกขวัญที่พาไปสำรวจมิตรภาพ ความรัก และความลับที่ถูกซ่อนอยู่หลังค่ำคืนแห่งการสังสรรค์ แม้วันนี้เรจะไม่ได้อยู่เพื่อเล่าเรื่องราวของตัวละครตัวนี้ด้วยตัวเองแล้ว แต่บทบาทสุดท้ายของเขาก็ยังคงอยู่บนจอ และกลายเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนของเส้นทางการทำงานที่ยาวนานเกือบ 30 ปี
ไม่ว่าคุณจะรู้จักเขาจากบทบาทไหน เราเชื่อว่าเรน่าจะเคยทิ้งอะไรบางอย่างไว้ในความทรงจำของเราเสมอ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและคนใกล้ชิดของ เร แมคโดนัลด์ และขอให้การเดินทางไกลครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่สงบและงดงามที่สุดของเขา

