คุยกับ Phoenix วงอินดี้สุดเก๋าจากฝรั่งเศสกับคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทย

เจ้าของเพลงดังอย่าง "Lisztomania" "1901" และ "Ti Amo"
Phoenix
โดย Suthima Thongmark |
Advertising

เชื่อว่าใครที่ไปดูคอนเสิร์ต Singha Light Live Series Vol 2.4 - Phoenix เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา คงยังรู้สึกประทับใจกันไม่รู้ลืมแน่นอน ตั้งแต่เพลงแรกก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่าวง Phoenix เป็นวงที่เก๋าและเล่นสดได้สนุกกันจริงๆ สำหรับเราแล้ว งานนี้อาจจะเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่ดีและสนุกที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะลุงทั้ง 4 คนเล่นกันได้เต็มที่และมันส์สุด สมกับที่อยู่วงการมาแล้วกว่า 20 ปี ในคราวนี้ Time Out Bangkok ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมภาษณ์ก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่ม มาดูกันดีกว่าว่าพวกเขารู้สึกยังไงกับการมาครั้งนี้กันบ้าง

 

 

เริ่มจากความรู้สึกแรกที่รู้ว่าคอนเสิร์ตที่เมืองไทยขายหมดเกลี้ยง Phoenix ก็บอกเราว่า มีความสุขมาก พวกเรารอวันนี้กันมา 17 ปีแล้ว และก็ตื่นเต้นมากๆ ด้วย

คิดว่าเพลงไหนจะเหมาะกับแฟนๆ ชาวไทยมากที่สุด ซึ่งทางวงก็ตอบว่าไม่รู้เหมือนกัน ผู้ชมจากที่ต่างๆ ก็แตกต่างกัน บางครั้งเราก็ประหลาดใจกับกลุ่มผู้ชมมาก และยังถามกลับมาอีกว่าพวกเราอยากให้เล่นเพลงอะไร ซึ่งนักข่าวหลายๆ ท่านก็แย่งกันตอบจนสมาชิกในวง Phoenix ยิ้มไม่หุบ

แล้วเคยเห็นอะไรแปลกๆ ในคอนเสิร์ตบ้างไหม ใน Bali พวกเล่นกันตรงสระว่ายน้ำ แปลกดี ซึ่ง Thomas ก็ลงไปในสระว่ายน้ำด้วยเหมือนกัน

ช่วยเล่าเรื่อง Crowd-surfing หน่อย Thomas ก็บอกเราว่า ตอนแรกก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรหรอก แต่ว่ามันน่าดึงดูดให้ทำมาก เพราะทุกคนคิดว่าเราไม่มีทางเห็นใครแน่นอนจากบนเวที ที่จริงแล้วเราเห็นหมดเวลาขึ้นแสดง และมันก็ดูน่าดึงดูดให้ตัวเองอยากลงไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชม ไปอยู่ท่ามกลางพวกเขา ผมก็เลยทำ

แล้วคืนนี้ล่ะ จะทำอีกไหม และคำตอบที่ได้ก้คือ ยังไม่รู้เพราะเวทีคืนนี้เป็นเวทีที่สุงที่สุดที่เคยเล่นมาเลย สูงมาก (แต่สุดท้าย Thomas ก็ลงมาให้แฟนๆ ได้ชื่นใจ และยังไปถึงตรงกลางของกลุ่มผู้ชมเลยด้วย)

 

Bangkok #LoveAtFirstSight #tiamotour

A post shared by Phoenix (@wearephoenix) on

 

พวกคุณอยู่ในวงการมาเกือบ 20 ปีแล้ว พวกคุณคิดว่าคุณเปลี่ยนไปบ้างมั้ย จากตอนแรกเริ่มจนถึงตอนนี้ Thomas บอกเราว่า แต่ที่จริงพวกเราไม่ได้เปลี่ยนไปเลย 

ถ้าให้อธิบายความเป็น Phoenix เป็นคำภาษาฝรั่งเศสคำเดียว คำนั้นจะเป็นคำว่าอะไร เรามีต้นสังกัดชื่อ Loyauté ซึ่งแปลว่า loyalty พวกเราซื่อสัตย์มาก เราทำงานกับคนที่ทำงานด้วยเหมือนเพื่อน ดังนั้นมันก็เป็นเหมือนครอบครัว เป็นความซื่อสัตย์

แล้วทำไมถึงเรียกอัลบั้มนี่ว่าเป็นเหมือนกับ "Malted Gelato" Laurent ก็ได้ตอบว่า คือมันก็เห็นๆ กันอยู่ แต่ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง Thomas ก็เลยตอบขึ้นมาว่า มันก็เหมือนซัมเมอร์ที่กำลังจางหายไป มันเป็นความรู้สึกเศร้าๆ หวนระลึกความหลัง

 

 

ถ้าไม่เดินสายทัวร์กัน เวลาไปไหนมาไหน มีแฟนๆ จำได้บ้างไหมและมีตอนไหนที่เป็นการเผชิญหน้ากันแบบสุดๆ ซึ่ง Laurent บอกเราว่าถ้าอยู่กันครบทุกคนก็จำได้ และ Thomas ก็ได้เสริมขึ้นมาว่า ครั้งหนึ่งเคยขึ้นเครื่องบินของสายการบิน Southwest Airlines แล้วก็มีคนเปิดเพลง 1901 แบบดังมาก ผู้โดยสารบางคนก็ชอบมาก แต่บางคนก็ไม่ชอบ 

แล้วอะไรคือการรีเควสที่เป็นร็อคสตาร์สุดๆ ของวง ที่จริงพวกเรากำลังพยายามไม่ขออะไรมาก อย่างมาที่นี่ ปกติเราดื่มน้ำแร่เอเวียงกัน เราก็เลยขอแค่มิเนเร่กัน และเราก็ชอบผลไม้กันมาก (ซึ่ง Laurent ก็หยิบส้มที่แอบอยู่ในหมวกของตัวเองขึ้นมากิน พวกเราก็หัวเราะกันไป) ตอนนั้นที่เกาหลี เราไปหลังเวที ซึ่งไม่มีอะไรเลย นอกจากกล้วยเยอะแยะเต็มไปหมด 

มีเพลงอะไรทีฟังบ่อยๆ ติดอยู่ในหัว นาทีนั้นทุกคนก้มหน้ากัน และก็เงียบไปนิดนึง จนพระเอกอย่าง Deck ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเปิดหาเพลงที่เขาชอบ และเขาก็บอกกับเราว่ามันคือเพลง Happy Ending ของ Alex Cameron 

และการสัมภาษณ์ก็จบลง ซึ่งเราประทับใจมากกับความเป็นกันเองและความน่ารักของลุงๆ ทั้ง 4 ที่บอกเลยว่าถึงอายุจะไม่น้อยแล้ว แต่เสน่ห์ของแต่ละคนไม่ได้จางหายกันไปเลย คราวนี้ต้องขอขอบคุณ Have You Heard? ที่ได้นำศิลปินเจ๋งๆ มาให้แฟนๆ ชาวไทยได้ดูกันสดๆ ครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตสุดท้ายในปี 2017 ของ Singha Light Live Series ส่วนของปีหน้าขอให้รอติดตามกันได้เลยว่าจะมีวงอะไรมากันอีก

 

 

 

ขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก Have You Heard?

 

 

 

 

 

 

 

 

Advertising
This page was migrated to our new look automatically. Let us know if anything looks off at feedback@timeout.com