ก่อนจะไปพบกันใน The Greatest Playlist คอนเสิร์ตรวมฮิตของ H3F ที่พา 8 วงดนตรีมาอยู่บนเวทีเดียวกัน และความมันส์มันอยู่ตรงที่พวกเขาเลือกไลน์อัปกันเอง งานนี้รับรองว่าถึงใจทั้งแฟนเพลง H3F และแฟนเพลงวงอื่นๆ ด้วยอย่างแน่นอน และในโอกาสอันดี เราชวนสมาชิกทั้งสี่กลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมา ตั้งแต่วันแรกๆ ยังเป็นเพียงชื่อเล่นง่ายๆ ของเพื่อนสามคน จนกลายมาเป็น H3F วงดนตรีที่เติบโตมาพร้อมกับมิตรภาพ ดนตรี และผู้คนที่เดินทางเคียงข้างกันมาเกือบหนึ่งทศวรรษ
บทสนทนาเรียบง่าย และเป็นกันเองนี้ เป็นการทำความรู้จัก H3F ในวันที่พวกเขาเติบโตขึ้น ทั้งในฐานะนักดนตรี เพื่อน และคนทำงานเบื้องหลังทุกอย่างด้วยสองมือของตัวเอง ก่อนจะไปพบพวกเขาบนเวที The Greatest Playlist วันที่ 10 ตุลาคมนี้ ที่ Ambience Space
ทศวรรษแห่งมิตรภาพ และชื่อที่สลักไว้บนกาลเวลา
ในโลกที่ทุกสิ่งหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว กาลเวลาเกือบ 10 ปีบนเส้นทางดนตรีของชายหนุ่มสี่คน อาจฟังดูเหมือนเรื่องเล่าข้ามคืน ก้อง – เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ (ร้องนำและกีตาร์) ปิง – อารการ จันทร์ทอน (กีตาร์) หม่อม – ธนบัตร สมบูรณ์สิทธิ์ (เบส) และแม็ก – ฐากร อัญภานนท์ (กลอง) จากจุดเริ่มต้นของเพื่อนสามคนที่ใช้ชื่อ Happy Three Friends แสนเรียบง่าย จนกระทั่งสมาชิกคนที่สี่ก้าวเข้ามาเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ ความคิดที่จะเปลี่ยนชื่อวงให้หรูหราเคยเพ่นพ่านอยู่ในหัว ทว่าสุดท้าย คำสั้นๆ ว่า ‘ย่อไปเลย H3F ไม่มีใครรู้หรอก’ ก็กลายมาเป็นตราประทับที่ผูกพันพวกเขากับแฟนเพลงมาจนถึงปัจจุบัน
‘ถ้ามองย้อนกลับไปเกือบสิบปี สิ่งเดียวที่เรายังต้องปรับจูนเข้าหากัน น่าจะมีแค่เรื่องความเด๋อ นอกนั้นไม่มีครับ’ เสียงหัวเราะกลั้วคำอธิบายของพวกเขาฉายภาพความสัมพันธ์ที่ไร้เปลือกบดบัง ในเรื่องของดนตรี พวกเขาไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดต้องฝืนจูนเข้าหากัน การเล่นดนตรีด้วยกันกลายเป็นภาษาที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือดโดยไม่ต้องมีคำพูดมากมาย
“พวกเราไม่เคยรู้สึกว่ามีเรื่องต้องจูนอะไรขนาดนั้น มันคือการซ้อม การเล่นด้วยกัน จนทุกอย่างกลายเป็นเรื่องธรรมดา”
- ก้องพูด พลางการตอบรับของปิง แม็ก และหม่อม
ท่วงทำนองที่เติบโตตามช่วงวัยอย่างงดงาม
หากเปรียบดนตรีเป็นไวน์ รสนิยมทางดนตรีของ H3F ในวันนี้ก็คงเปรียบเสมือนการตกผลึกของรสชาติที่เข้มข้นขึ้นตามกาลเวลา อัลบั้มแรกๆ อาจเต็มไปด้วยเนื้อหาของเพลงป๊อปและบทเพลงรักที่ถูกเขียนขึ้นจากความคิดของคนๆ เดียว ก่อนจะนำมาแต่งแต้มร่วมกัน แต่ในอัลบั้มหลังๆ กระบวนการสร้างสรรค์ได้เปลี่ยนผ่านไปสู่การหยิบเครื่องดนตรีขึ้นมาแจมสดในห้องซ้อม
‘ยิ่งทำ ยิ่งรู้สึกว่าเพลงเรายิ่งแก่ขึ้น มั้งครับ’ ปิงนิยามการเติบโตของวงอย่างถ่อมตน ซาวด์เก่าๆ ความหลงใหลในความวินเทจ และความ Cheesy Lyrics, Sloppy Groove ที่ลดน้อยลงแต่ยังคงแฝงตัวอยู่อย่างมีเสน่ห์ กลายมาเป็นรอยนิ้วมือที่เด่นชัดบนบทเพลงยุคปัจจุบัน มันไม่ใช่การแล่นตามกระแสโลก แต่คือการปล่อยให้ดนตรีเติบโตไปพร้อมกับวัยและประสบการณ์ชีวิตอย่างแท้จริง
ปาร์ตีด้นสดในบาร์ สู่ สนามมวย สู่ The Greatest Playlist
ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของการทำคอนเสิร์ตใหญ่ในสนามมวย สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันมวย เสียงเชียร์ และสมาชิกวงที่ตั้งกีตาร์หันหน้าเข้าหากันราวกับกำลังซ้อมอยู่ในห้องเล็กๆ
การทำงานร่วมกับผู้จัดคู่ใจอย่างพี่ปูน Go on G เคยเปิดโอกาสให้ H3F เป็นคนเลือก guest หรือวงรับเชิญด้วยตัวเอง และสิ่งที่พวกเขาเลือกไม่ใช่เพียงวงที่กำลังเป็นที่นิยม แต่เป็นวงที่เคยสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาอยากหยิบเครื่องดนตรีขึ้นมาเล่น
“ตอนเด็กๆ เวลาเราดูวงสักวง เวลาเราได้แรงบันดาจใจจากเขา มันเป็นแรงผลักดันที่ดี มันสนุก มันอยากทำอะไรต่อ”
ประโยคธรรมดานี้อาจอธิบายจุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีของใครหลายคนได้เป็นอย่างดี เพราะก่อนที่เราจะอยากเป็นศิลปิน เรามักเริ่มต้นจากการเป็นคนดูเสียก่อน ตามไปดูวงที่ชอบ เก็บแผ่นซีดี ซื้อ merch สักชิ้น หรือเดินทางไปตามเทศกาลดนตรี เพียงเพื่อจะได้เห็นศิลปินที่เรารักเล่นอยู่ตรงหน้า
H3F เองก็เติบโตมาจากความรู้สึกแบบนั้น
และแรงบันดาลใจเหล่านั้นก็ค่อยๆ กลับมารวมตัวกันใน The Greatest Playlist คอนเสิร์ตที่พวกเขาไม่ได้อยากให้เป็นเพียงเทศกาลดนตรีที่แต่ละวงขึ้นเวที เล่นเพลง แล้วจบไป แต่เป็นเหมือนปาร์ตีที่รวบรวมวงดนตรีจากความทรงจำ ความชอบ และแรงบันดาลใจของ H3F
คำว่า Greatest ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงบทเพลงที่ฮิตที่สุดบนชาร์ต แต่คือเพลงและวงดนตรีที่มีผลต่อจิตวิญญาณของพวกเขา ตั้งแต่วงรุ่นพี่ที่เป็นไอดอลอย่าง Apartment Khun Pa, Yellow Fang, Hugo, Yena, Supergoods ไปจนถึงวงรุ่นน้องและเพื่อนร่วมทางอย่าง Makara หรือ Khana Bierbood และวงเพื่อนบ้านอย่าง Pamunkas
“เราอยากให้มันเหมือนปาร์ตีสมัยเล่นในบาร์ ยุคที่เราโตมากับการขึ้นไปแจมกัน การเล่นหน้า B-side ที่ไม่มีโอกาสได้เล่นในงานอื่น อยากให้คนดูปล่อยจอย ไม่ต้องคาดหวัง แล้วมาเสพความสนุกทางดนตรีจริงๆ”
หนึ่งในหัวใจของคอนเสิร์ตครั้งนี้จึงอยู่ที่การได้เข้ามาฟัง ‘ของจริง’ ตั้งแต่วงแรกไปจนถึงวงสุดท้าย—โดยไม่รู้ว่าค่ำคืนนี้จะพาเราไปจบลงตรงไหน
หนึ่งในหัวใจของคอนเสิร์ตครั้งนี้จึงอยู่ที่การได้เข้ามาฟัง ‘ของจริง’ ตั้งแต่วงแรกไปจนถึงวงสุดท้าย—โดยไม่รู้ว่าค่ำคืนนี้จะพาเราไปจบลงตรงไหน
ความร็อกแอนด์โรลของ Apartment Khun Pa เขาก็มีในทางของเขา เราก็มีในทางของเรา แล้วมันมาจูนกันพอดิบพอดีแบบไม่ต้องมานั่งประชุมกันเลย ตอนเด็กๆ เรารู้สึกว่าโลกมันเล็ก แต่พอโตขึ้น สังคมดนตรีมันก็นำพาเรามาเจอกันในที่สุด หรือต่อให้ไม่ใช่ไลน์อัปรุ่นพี่อย่าง Yena, Supergood หรือ Khana Bierbood เราเลือก เพราะเราชอบเลยครับ มันมีความทรงจำส่วนตัวร่วมกับพวกเขา เห็นวิธีการทำในสิ่งที่เขาเชื่อ มันทำให้วงการดนตรีน่าอยู่ – ก้องพูดเปิด
การเข้ามาโลกอินดี้วงแรกๆ ที่รู้จักก็เป็น Yellow Fang แน่นอนอยู่แล้ว ‘เก็บผ้า’ เป็นเพลงที่รู้สึกว่าทำไมวงนี้เท่จัง แต่งเนื้อเพลงที่มันแข็งแรงและอ่อนแอในเวลาเดียวกัน อินดี้ซีนมันจริงใจ มันตอบสนองความรู้สึกได้อย่างตรงไปตรงมา หรืออย่าง Hugo เองก็ตาม วงที่เรานำเพลงเขาไปเล่นกลางคืน แล้วเวลา cover เพลงเขาเราจะรู้เลยว่า วิธีคิดของเขามัน inspired เรามากๆ หรือแม้แต่ Makara เองก็ตาม ที่เดินทางอยู่ในโลกของดนตรีมาตั้งแต่อายุ 15–16 ปี ผ่านเดือนมกราคมแล้วมกราคมเล่า ผ่านปีแล้วปีเล่า กว่าจะเดินทางมาถึงจุดที่พวกเขายืนอยู่ในวันนี้ เราเลยอยากให้ผู้คนได้ติดตามเส้นทางของเขา – แม็กพูดเสริม
หรืออย่าง Pamunkas เราอยากรู้วิธีการทำงานของเขา ทำยังไงเขาถึงได้เป็นศิลปินเบอร์ต้นๆ ของประเทศอินโดนีเซีย รวมถึง Production หรือการแสดงของเขา – หม่อมกล่าว
ผมก็คล้ายๆ ก้องกับแม็กครับ – ปิงกล่าวปิดท้าย พร้อมเสียงหัวเราะกับเพื่อนๆ ในวง
ลูปเวลาที่หมุนวน และการปักรอยเย็บด้วยมือตนเอง
เมื่อถูกถามถึงการเปรียบเทียบเส้นทางที่ผ่านมาเป็นภาพยนตร์สักเรื่อง คำตอบของ H3F ไม่ได้พาเราไปสู่หนังแอ็กชันฟอร์มยักษ์ หากกลับนึกถึง Groundhog Day—เรื่องราวของคนที่ติดอยู่ในวันเดิมซ้ำๆ จนกว่าจะเรียนรู้ที่จะทำบางสิ่งให้ถูกต้อง
หรืออาจเป็น โดราเอมอน ที่เรื่องราวจบลงเป็นตอนๆ แต่เมื่อเปิดตอนใหม่ สมาชิกทั้งสี่ก็ยังกลับมาเจอกัน และเดินหน้าต่อไปด้วยกันเหมือนเดิม
การเลือกเดินบนเส้นทางศิลปินอิสระ หลังผ่านประสบการณ์การทำงานกับค่ายเพลง ทำให้พวกเขาต้องกลับมาตั้งนาฬิกาชีวิตด้วยตัวเองอีกครั้ง
ตั้งแต่การทำคอนเทนต์ วิดีโอ การออกแบบเสื้อเชิ้ตและเมอร์ชันไดส์ ไปจนถึงการลงมือปักเสื้อแจ็กเก็ตด้วยตัวเองอย่างพิถีพิถัน ทุกอย่างกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตศิลปินที่ไม่ได้มีเพียงเสียงดนตรีอยู่เบื้องหน้า
แน่นอนว่าการทำทุกอย่างเองย่อมมาพร้อมกับความเหนื่อย แต่สิ่งที่แลกกลับมาคือความสบายใจ และอิสระในการตัดสินใจ เมื่อเกิดความผิดพลาด พวกเขาก็รู้ว่าความผิดพลาดนั้นเป็นของตัวเอง และสามารถกลับไปแก้ไขมันได้ด้วยมือของตัวเองเช่นกัน
ในโลกดนตรีที่หมุนเปลี่ยนไปแทบทุกวัน H3F ยังคงยืนอยู่บนเวทีที่พวกเขา พร้อมหันหน้าเข้าหากัน สัมผัสตัวโน้ตเดียวกัน และปล่อยให้เสียงดนตรีเล่าเรื่องราวของพวกเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
อาจไม่มีใครรู้ว่าปลายทางอยู่ตรงไหน
แต่ตราบใดที่ยังเล่นเพลงด้วยกัน พวกเขาก็คงยังเดินทางต่อไป
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้… H3F มีอะไรจะบอกคุณ
ทศวรรษแห่งการสร้างสรรค์ผลงานเดินทางมาถึงตรงนี้ ด้วยความจริงใจเหมือนเข็มทิศนำทาง H3F ขอส่งผ่านความรู้สึกจากหัวใจถึงแฟนเพลงทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน
“ขอบคุณที่ติดตามพวกเรามาตั้งแต่แรก ขอบคุณที่อุดหนุนทำให้พวกเรามีอาชีพสุจริตมาได้จนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณที่เชื่อในตัวพวกเรา... แล้วเจอกันที่ The Greatest Playlist ครับ”

