เปิดโพย 25 ศิลปินไทยซาวด์อินเตอร์ที่ควรฟังสักครั้งในชีวิต

เพลย์ลิสต์อินเตอร์กับ 25 ศิลปินไทยกับบทเพลงภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ระดับซูเปอร์สตาร์ไปจนถึงวงอินดี้นอกกระแส

การโฆษณา
มีช่วงเวลาหนึ่งที่การเห็นศิลปินไทยปล่อยเพลงภาษาอังกฤษยังถือเป็นเรื่องแปลกใหม่พอจะถูกหยิบมาพูดถึง แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว การร้องเพลงภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นจุดขายหรือความพิเศษอีกต่อไป แต่เป็นเพียงอีกหนึ่งทางเลือกในการเล่าเรื่องของศิลปินรุ่นใหม่

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความสำเร็จของใครคนใดคนหนึ่ง หรือเกิดจากกระแสดนตรีระลอกใหญ่ที่พัดเข้ามาในชั่วข้ามคืน แต่มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นผ่านศิลปินจำนวนมากที่เลือกทำเพลงในแบบที่ตัวเองเชื่อ ใช้ภาษาที่สื่อสารตัวตนของพวกเขาได้ดีที่สุด และปล่อยให้บทเพลงเดินทางไปหาผู้ฟังด้วยตัวเอง

จากห้องนอนเล็กๆ ในกรุงเทพฯ สู่เวทีเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ จากคลับใต้ดินในเชียงใหม่ไปจนถึงการแสดงที่ขายบัตรหมดในลอสแอนเจลิส ศิลปินไทยที่ร้องเพลงภาษาอังกฤษกำลังสร้างพื้นที่ของตัวเองบนเวทีโลกอย่างเงียบๆ แต่มั่นคง บางคนอยู่ในวงการมาตั้งแต่ยุค 90s ขณะที่บางคนเพิ่งปล่อยซิงเกิลแรกเมื่อไม่กี่ปีก่อน ทว่าทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเดียวกัน เรื่องราวของดนตรีไทยที่ไม่เคยมีพรมแดนจำกัดอยู่แค่ภาษา

นี่คือรายชื่อศิลปินไทยที่ร้องเพลงภาษาอังกฤษซึ่งเราคิดว่าคุณควรลองฟังสักครั้ง ไม่ว่าคุณจะเป็นคออินดี้ตัวยง แฟนเพลงอัลเทอร์เนทีฟ หรือแค่กำลังมองหาเพลย์ลิสต์ใหม่สำหรับการเดินทางครั้งต่อไปก็ตาม

Lisa

ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล จากเด็กสาวชาวบุรีรัมย์ผู้ผ่านการออดิชันจนกลายเป็นเด็กฝึกหัดต่างชาติเพียงคนเดียวของ YG Entertainment สู่การเดบิวต์ในฐานะสมาชิกวง BLACKPINK เมื่อปี 2016 และเติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในศิลปินป๊อปที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในเวลาไม่ถึงสิบปี แม้ชื่อเสียงจาก BLACKPINK จะพาเธอไปไกลอยู่แล้ว แต่ลิซ่ายังคงเดินหน้าสร้างเส้นทางของตัวเองในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังการปล่อยเพลง ‘Lalisa’ และ ‘Money’ ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ก่อนจะต่อยอดความสำเร็จด้วย Alter Ego อัลบั้มเต็มชุดแรกในปี 2025 ซึ่งรวมเพลงฮิตอย่าง ‘Rockstar’ และ ‘Born Again’
พร้อมการร่วมงานกับศิลปินระดับแถวหน้าของวงการดนตรีสากล นอกเหนือจากงานเพลง เธอยังขยายบทบาทของตัวเองไปสู่วงการบันเทิงระดับโลก ทั้งการขึ้นแสดงบนเวที Academy Awards การเป็นศิลปินเดี่ยวชาว K-pop ที่ได้ขึ้นแสดงในฐานะเฮดไลเนอร์ของเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Coachella รวมถึงการประเดิมงานแสดงในซีรีส์ The White Lotus จนแทบไม่เหลือข้อกังขาใดๆ ว่า ปัจจุบันเธอคือหนึ่งในศิลปินชาวไทยที่ประสบความสำเร็จบนเวทีโลกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

BamBam

หากพูดถึงอีกหนึ่งศิลปินไทยที่สร้างชื่อเสียงในระดับสากล ชื่อของ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล คงเป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง จากเด็กไทยที่หลงใหลการเต้น และเริ่มต้นเส้นทางด้วยการประกวดโคฟเวอร์แดนซ์ เขาก้าวเข้าสู่การเป็นเด็กฝึกหัดของ JYP Entertainment ตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนเดบิวต์ในฐานะสมาชิกวง GOT7 เมื่อปี 2014 และเติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในศิลปิน K-pop ที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นทั่วโลก ตลอดหลายปีในฐานะสมาชิกของวง แบมแบมโดดเด่นทั้งในฐานะแร็ปเปอร์ เพอร์ฟอร์เมอร์ จนกลายเป็นขวัญใจแฟนเพลงจำนวนมาก หลังแยกเส้นทางจากต้นสังกัดเดิม

แบมแบมยังคงเดินหน้าต่อในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยผลงานภาษาอังกฤษและซาวด์ป็อปร่วมสมัยที่สะท้อนตัวตนมากขึ้น เริ่มตั้งแต่มินิอัลบั้ม riBBon ในปี 2021 ไปจนถึงการออกเวิลด์ทัวร์เดี่ยวในหลายประเทศ พร้อมสร้างปรากฏการณ์ด้วยคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ในประเทศไทยและต่างประเทศ ปัจจุบันแบมแบมไม่เพียงเป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่ประสบความสำเร็จที่สุดในวงการ K-pop แต่ยังเป็นตัวแทนของศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่สามารถพาดนตรีและตัวตนของตัวเองไปไกลถึงเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

การโฆษณา

MILLI

MILLI หรือ มินนี่-ดนุภา คณาธีรกุล แร็ปเปอร์สาวจากค่าย YUPP! ผู้แจ้งเกิดจากสไตล์การแร็ปที่ดุดัน ฉลาด และสลับใช้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ รวมถึงภาษาเกาหลีได้แบบไฟลุก เธอสร้างประวัติศาสตร์ในปี 2022 ด้วยการเป็นศิลปินเดี่ยวชาวไทยคนแรกที่ได้ขึ้นแสดงบนเวที Coachella พร้อมสร้างไวรัลไปทั่วโลกจากการกินข้าวเหนียวมะม่วงกลางโชว์จนเมนูดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงในระดับนานาชาติ ในปีเดียวกันเธอยังได้รับเลือกให้ติดโผ 100 Women ของ BBC ก่อนจะเดินหน้าขยายขอบเขตการทำงานอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการปล่อยอัลบั้มอย่าง Babb Bum Bum และ Heavyweight การปรากฏตัวบนบิลบอร์ดกลาง Times Square ในนิวยอร์ก การขึ้นชกมวยไทยบนเวทีลุมพินี รวมถึงการเข้าร่วมรายการแข่งขันแร็ประดับประเทศเกาหลีอย่าง Show Me The Money จนกลายเป็นมากกว่าศิลปินฮิปฮอป แต่เป็นหนึ่งในตัวแทนวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทยที่ผู้คนทั่วโลกกำลังจับตามอง

Phum Viphurit

หากมีศิลปินอินดี้ไทยสักคนที่สามารถพาเพลงภาษาอังกฤษจากห้องนอนเล็กๆ ไปสู่ผู้ฟังทั่วโลกได้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก ภูมิ-วิภูริศ ศรีทอง หลังย้ายจากกรุงเทพฯ ไปเติบโตที่เมืองแฮมิลตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เขาก็เริ่มเล่นกีตาร์จากเหตุผลง่ายๆ คือเพื่อนบ้านบ่นเรื่องเสียงกลอง ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาสไตล์ดนตรีที่ผสมผสานอินดี้ป็อป โฟล์ก และซาวด์ย้อนยุคเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีเสน่ห์ จนแจ้งเกิดในระดับนานาชาติจากเพลง ‘Lover Boy’ เมื่อปี 2018 ซึ่งมียอดสตรีมนับร้อยล้านครั้งและพาเขาออกทัวร์ในหลายประเทศทั่วโลก
นับตั้งแต่นั้นภูมิ ก็กลายเป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการดนตรีอินดี้ระดับสากล พร้อมเดินหน้าทดลองสิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับ EP Paul Vibhavadi Vol. 1 ที่เล่าเรื่องผ่านอัลเตอร์อีโก้ชื่อ ‘พอล วิภาวดี’ สลอธผู้กำลังค้นหาความสงบในชีวิต ผ่านดนตรีเฮาส์และกลิ่นอายป็อปยุค 2000s ที่ยังคงเต็มไปด้วยลายเซ็นเฉพาะตัวของเขา

การโฆษณา

Jeff Satur

จากศิลปินที่ค่อยๆ สั่งสมฐานแฟนเพลงผ่านซิงเกิลและการทำเพลงด้วยตัวเอง ‘เจฟ ซาเตอร์’ กลายเป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่ถูกจับตามองมากที่สุดบนเวทีนานาชาติ ด้วยดนตรีที่ผสมผสานทั้งป็อป อาร์แอนด์บี ร็อก และกลิ่นอายซินธ์ป๊อปยุค 80s เข้ากับเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ หลายคนอาจรู้จักเขาจากซีรีส์ KinnPorsche ที่พาเขาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
แต่เส้นทางของเจฟในฐานะนักดนตรีนั้นเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่แพ้กัน อัลบั้มเต็ม Space Shuttle No. 8 ในปี 2024 กวาดยอดสตรีมหลายร้อยล้านครั้ง พร้อมคว้ารางวัลอัลบั้มแห่งปีจาก Spotify Wrapped Live Awards ก่อนจะเดินหน้าสู่ตลาดสากลด้วยซิงเกิลภาษาอังกฤษอย่าง ‘Ride or Die’ และสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งในปี 2026 ด้วยการเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้ขึ้นแสดงในซีรีส์ Global Spin Live ของ Grammy Museum ที่ลอสแอนเจลิส โดยบัตรเข้าชมถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาไม่ถึงสองนาที สะท้อนให้เห็นว่าแฟนเพลงของเขาไม่ได้มีอยู่แค่ในไทยอีกต่อไปแล้ว

Violette Wautier

Violette Wautier หนึ่งในศิลปินไทยที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการทำเพลงภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นตัวตนทางดนตรีของเธอ นักร้องสาวลูกครึ่งไทย-เบลเยียมที่เกิดในเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเป็นที่รู้จักจากรายการ The Voice Thailand ในปี 2013 ก่อนค่อยๆ พัฒนางานเพลงของตัวเองจนกลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดของไทย ด้วยน้ำเสียงเฉพาะตัว เนื้อเพลงที่ตรงไปตรงมา และการเขียนเพลงภาษาอังกฤษที่ฟังดูเป็นธรรมชาติ เพลงอย่าง ‘Smoke’ กลายเป็นหนึ่งในเพลงภาษาอังกฤษของศิลปินไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง และต่อยอดสู่อัลบั้ม Glitter and Smoke (2020) ที่ช่วยขยายฐานผู้ฟังไปยังต่างประเทศ
ขณะที่ EP Call Me Dramatic (2024) ก็เผยให้เห็นอีกด้านที่ทั้งเฉียบคม มั่นใจ และสนุกกับการเล่าเรื่องมากขึ้น การได้ขึ้นแสดงบนเวที Summer Sonic 2024 หนึ่งในเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย ยิ่งตอกย้ำว่าชื่อของเธอก้าวข้ามกรอบของวงการเพลงไทยไปเรียบร้อยแล้ว และด้วยความสามารถในการเปลี่ยนอารมณ์ ความเปราะบาง และเรื่องราวส่วนตัวให้กลายเป็นเพลงป็อปที่เข้าถึงผู้ฟังได้ทั่วโลก วิโอเล็ตจึงเป็นศิลปินที่ทำให้บทเพลงภาษาอังกฤษของศิลปินไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล และเข้าถึงผู้ฟังทั่วโลกได้พร้อมกัน

การโฆษณา

Tilly Birds

ตัวอย่างของวงไทยที่พิสูจน์ว่าภาษาไม่ใช่อุปสรรคของดนตรี จากจุดเริ่มต้นในฐานะวงดนตรีมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งโดย เติร์ด, บิลลี่ และ ไมโล ในปี 2010 วันนี้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในวงป็อปร็อกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของไทย พร้อมฐานแฟนเพลงเหนียวแน่นทั้งในและนอกประเทศ อัลบั้มชุดที่สอง It’s Gonna Be OK ได้รับการยกย่องจาก NME ให้เป็นหนึ่งใน 25 อัลบั้มเอเชียยอดเยี่ยมแห่งปี 2021
ก่อนที่วงจะเริ่มขยายขอบเขตสู่ตลาดสากลอย่างจริงจังผ่านเพลงภาษาอังกฤษอย่าง ‘White Pills’ และ ‘Retro-39’ รวมถึงการร่วมงานกับวงอินดี้ชื่อดังจากฟิลิปปินส์อย่าง Ben&Ben ในเพลง ‘Heaven’ ด้วยจุดเด่นด้านเมโลดี้ที่ติดหู เนื้อเพลงเข้าถึงง่าย และการแสดงสดที่แข็งแรง Tilly Birds ยังคงเดินหน้าพัฒนาซาวด์ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับอัลบั้ม I’ll Remember To Forget You ในปี 2026 ที่ตอกย้ำความพร้อมในการพาเพลงป็อปจากประเทศไทยออกเดินทางสู่ผู้ฟังทั่วโลก

Telex Telexs

วงซินธ์ป็อปจากกรุงเทพฯ ที่หยิบกลิ่นอายอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นยุค 80s มาผสมเข้ากับความเหงา ความโดดเดี่ยว และความสับสนของชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นซาวด์เฉพาะตัวที่ฟังไม่กี่วินาทีก็รู้ว่าเป็นพวกเขา อัลบั้ม ‘Enough for Loneliness and Internet Today’ ในปี 2018 พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับโลกออนไลน์ได้อย่างเฉียบคม ก่อนที่ประเด็นนี้จะกลายเป็นบทสนทนาหลักของคนทั้งโลกเสียอีก 

ขณะที่ EP ภาษาอังกฤษ ‘Yes! I'm 25 and Single’ ก็ช่วยให้ Telex Telexs เดินทางออกไปไกลกว่าประเทศไทย ผ่านเพลงอย่าง ‘June’ และ ‘Rain’ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบหวานปนเศร้า ฟังสบายแต่ชวนให้คิดถึงอยู่เสมอ แม้จะไม่ใช่วงที่เติบโตจากกระแสไวรัลหรือเพลงฮิตชั่วข้ามคืน แต่เป็นวงที่ยิ่งฟัง ยิ่งหลงรัก และยากจะหาวงไหนมาแทนได้

การโฆษณา

H3F

H3F มีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายจากเพื่อนสามคนที่อยากแจมดนตรีด้วยกัน ก่อนจะค่อยๆ เติบโตเป็นหนึ่งในวงอินดี้ภาษาอังกฤษที่น่าจับตามองที่สุดของไทย ด้วยซาวด์ป็อป ฟังก์ บลูส์ และอาร์แอนด์บีที่ฟังสนุก ติดหู และเต็มไปด้วยกรูฟชวนโยกตาม ผลงานอย่าง Cheesy Lyrics, Sloppy Groove และ Family Product สะท้อนพัฒนาการของวงที่ค่อยๆ ค้นหาเสียงของตัวเองไปพร้อมกับรักษาความสนุกในการทำเพลงเอาไว้ได้อย่างชัดเจน 

นอกจากการสร้างฐานแฟนเพลงในประเทศไทย วงยังเดินหน้าขยายผู้ฟังสู่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพวกเขาได้ประกาศเอเชียทัวร์ในหลายเมืองทั่วภูมิภาค ทั้งเวียดนาม ไต้หวัน จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงในการพาดนตรีจากกรุงเทพฯ ออกไปพบผู้ฟังกลุ่มใหม่ๆ ในระดับนานาชาติ หากอยากเริ่มต้นทำความรู้จักพวกเขา เพลง ‘Cultivation’ คือหนึ่งในประตูบานแรกที่ไม่ควรพลาด

YONLAPA

จากเชียงใหม่สู่เวทีนานาชาติ YONLAPA วงอินดี้ไทยสี่ชิ้นที่ประกอบด้วย น้อยหน่า, กันย์, นาวิน และ ฟิวชี่ ทำเพลงภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เดบิวต์ในปี 2019 และเริ่มเป็นที่รู้จักจากซิงเกิลอย่าง ‘U’ และ ‘Let Me Go’ ที่พาผู้ฟังหลงเข้าไปในโลกของดรีมป็อปและชูเกซอันนุ่มนวล ล่องลอย และเต็มไปด้วยบรรยากาศชวนฝัน 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมายลภาค่อยๆ ขยายฐานผู้ฟังออกไปนอกประเทศไทยผ่านผลงานอย่าง EP First Trip ที่ได้รับความสนใจจากสื่อดนตรีระดับนานาชาติอย่าง NME ก่อนจะต่อยอดด้วยอัลบั้ม Lingering Gloaming การทัวร์ในประเทศญี่ปุ่นร่วมกับค่าย BIG ROMANTIC RECORDS และ EP Velvet Petals ในปี 2025 ที่ช่วยตอกย้ำสถานะของพวกเขาในฐานะหนึ่งในวงอินดี้เอเชียที่น่าจับตามอง ด้วยซาวด์ที่มีเอกลักษณ์และการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป

การโฆษณา

pami

แพม-เปมิกา สุขสวี ใช้เวลาช่วงหนึ่งในลอนดอนเพื่อค้นหาเสียงดนตรีและตัวตนของตัวเอง ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับค่าย JUICEY ในปี 2024 พร้อมเพลงป็อปภาษาอังกฤษที่ทั้งติดหูและมีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่าง ‘Covent Garden’ และ ‘pity dirty’ ซึ่งช่วยให้ชื่อของเธอเริ่มเป็นที่พูดถึงในหมู่คนฟังอินดี้อย่างรวดเร็ว 

หลังจากนั้นเธอก็ต่อยอดความน่าสนใจด้วยอัลบั้มเต็ม puffette ในปี 2025 ที่คว้ารางวัล Best Hidden Gem of the Year จาก TOTY Music Awards พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของศิลปินรุ่นใหม่ที่มีลายเซ็นชัดเจน ทั้งซาวด์ป็อปร่วมสมัย เนื้อเพลงเปราะบางจริงใจ และโลกดนตรีที่เต็มไปด้วยรายละเอียดน่าค้นหา ตลอดช่วงที่ผ่านมาเธอยังได้ขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีหลายประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย สะท้อนให้เห็นว่าผลงานของเธอสามารถเชื่อมต่อกับผู้ฟังได้ไกลเกินกว่าพรมแดนภาษา และทำให้ pami กลายเป็นศิลปินคลื่นลูกใหม่ของศิลปินอินดี้ไทยที่น่าจับตาบนเวทีนานาชาติ

Réjizz

Réjizz หรือ เรย์เจ-พีรภาส รังสิต ศิลปินผู้หลอมรวมฮิปฮอปและอาร์แอนด์บีเข้ากับกลิ่นอายแจ๊ส โซล และหมอลำ จนเกิดเป็นซาวด์เฉพาะตัวที่เขาเรียกว่า ‘Thai-Funk’ ดนตรีของเขาโดดเด่นด้วยการสลับใช้ภาษาไทยและอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกรูฟที่ทั้งร่วมสมัยและหยั่งรากอยู่กับวัฒนธรรมท้องถิ่น เรย์เจค่อยๆ สร้างชื่อในวงการมาตั้งแต่ปี 2017 ก่อนจะได้รับความสนใจในวงกว้างจากผลงานอย่าง ‘Superstar’ และคว้ารางวัล Hip-Hop Artist of the Year มาครอง 

ความสำเร็จครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขากลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้เซ็นสัญญากับ Marshall Records ค่ายเพลงของแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก เปิดประตูให้ผลงานของเขาเดินทางไปสู่ผู้ฟังต่างประเทศอย่างจริงจัง ด้วยแนวดนตรีที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ

การโฆษณา

Benjamin Joseph Varney

หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเบนจามินจากบทบาทนักแสดง นายแบบ หรือการปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอและโฆษณามากมาย แต่เบื้องหลังนั้นเขายังเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่น่าจับตามองของวงการอินดี้ไทย ชายหนุ่มคนนี้เกิดที่เชลซี กรุงลอนดอน เติบโตในเชียงใหม่ และปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ประสบการณ์ข้ามวัฒนธรรมเหล่านี้ค่อยๆ หล่อหลอมให้ดนตรีของเขามีสีสันเฉพาะตัว ทั้งอบอุ่น ผ่อนคลาย และเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ ที่สะท้อนตัวตนได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

เบนจามินเปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยเพลง ‘Thai Tea’ ในปี 2021 กับค่าย Rats Records ก่อนจะตามมาด้วยเพลงอย่าง ‘Umami Sayz’ และ ‘Salvador Sawasdee’ ที่เผยให้เห็นความขี้เล่น และมุมมองแบบลูกครึ่งวัฒนธรรมไทย-ตะวันตกของเขาได้อย่างมีเสน่ห์ นอกจากนี้การร่วมงานกับ H3F ในเพลง ‘Cultivation’ ยังช่วยตอกย้ำบทบาทของเขาในซีนดนตรีอินดี้ภาษาอังกฤษของกรุงเทพฯ ที่กำลังเติบโต ณ ตอนนี้

temp.

temp. วงดนตรีจากกรุงเทพฯ ที่รวมสมาชิกจากหลายโปรเจกต์สำคัญของวงการอย่าง Part Time Musicians และ Summer Dress ก่อนเปิดตัวในปี 2017 ด้วยเพลง ‘Moonshine’ ซิงเกิลที่พาพวกเขาแจ้งเกิดทันที พร้อมคว้ารางวัลมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยมแห่งปีจาก Fungjai และทำให้ชื่อของ temp. กลายเป็นหนึ่งในตัวแทนสำคัญของซาวด์ tropical pop ในประเทศไทย เสน่ห์ของวงอยู่ที่การผสมเมโลดี้สดใสเข้ากับดนตรีอินดี้ป็อปฟังสบาย ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความคิดถึง และช่วงเวลาธรรมดาในชีวิตประจำวันผ่านภาษาอังกฤษที่เข้าถึงง่าย แต่ยังคงมีรายละเอียดทางดนตรีที่น่าสนใจอยู่เสมอ 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาค่อยๆ สร้างฐานผู้ฟังทั้งในไทยและต่างประเทศ ก่อนจะเผยอีกด้านที่เติบโตและลุ่มลึกขึ้นผ่าน EP ‘Patina’ ในปี 2025 ซึ่งยังคงรักษาความอบอุ่นและความโรแมนติกอันเป็นเอกลักษณ์ของวงเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน มากกว่าแปดปีหลังเดบิวต์ temp. ยังคงเป็นหนึ่งในวงอินดี้ภาษาอังกฤษที่น่าฟังที่สุดของไทย และเป็นตัวอย่างของวงที่เติบโตอย่างมั่นคงโดยไม่จำเป็นต้องวิ่งตามกระแส

การโฆษณา

KIKI

มาถึงคลื่นลูกใหม่ที่กำลังพาดนตรีภาษาอังกฤษออกไปไกลเกินขอบเขตประเทศ KIKI วงสามชิ้นจากกรุงเทพฯ ที่ประกอบด้วย เฮเลนา (ร้องนำและนักแต่งเพลง) ร่วมด้วย บอส และ นนท์ สร้างเอกลักษณ์ของตัวเองผ่านซาวด์อินดี้ป็อปที่ผสมกลิ่นอายอัลเทอร์เนทีฟ อาร์แอนด์บี และอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 กับซิงเกิลภาษาอังกฤษ ‘My World’ ภายใต้สังกัด Parinam Music ก่อนค่อยๆ สั่งสมฐานผู้ฟังด้วยเพลงอย่าง ‘Metaverse’, ‘If I Could’ และ ‘Whatever’ 

สิ่งที่ทำให้ KIKI โดดเด่นไม่ใช่แค่ซาวด์ดนตรีร่วมสมัยหรือเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของเฮเลน แต่คือความสามารถในการสร้างเพลงที่ฟังได้ไม่ต่างจากศิลปินอินดี้ระดับนานาชาติ ปัจจุบันพวกเขาได้รับความสนใจจากผู้ฟังทั้งในและต่างประเทศ พร้อมมีโอกาสขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีสำคัญหลายแห่งทั่วเอเชียและยุโรป ก่อนสร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในปี 2026 ด้วยการเป็นศิลปินไทยในไลน์อัพของ Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีระดับตำนานของญี่ปุ่น สำหรับวงที่ยังมีอายุไม่ถึงห้าปี นี่คือหลักฐานชัดเจนว่าชื่อของ KIKI กำลังเดินหน้าไปไกลกว่าฉากดนตรีอินดี้ไทยอย่างรวดเร็ว

mindfreakk!

mindfreakk! ศิลปิน นักแต่งเพลง และนักแสดงชาวไทยเจ้าของชื่อจริงว่า มายด์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2021 ด้วยซิงเกิลภาษาอังกฤษ ‘Have You Ever’ ก่อนจะค่อยๆ สร้างผลงานอินดี้ป็อปที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความเปราะบาง และการเล่าเรื่องความสัมพันธ์ในมุมที่จริงใจจนผู้ฟังจำนวนไม่น้อยรู้สึกเชื่อมโยงได้ทันที 

ด้วยพื้นฐานจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอได้นำความสนใจด้านการเล่าเรื่องมาถ่ายทอดผ่านบทเพลงที่เรียบง่ายแต่มีรายละเอียดทางอารมณ์ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรัก ความสับสน หรือการเติบโตในช่วงวัยหนุ่มสาว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอยังคงยืนหยัดสร้างสรรค์ผลงานภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นอีกหนึ่งเสียงสำคัญของซีนอินดี้ภาษาอังกฤษในกรุงเทพฯ

การโฆษณา

MAKARA

MAKARA วงดนตรีสี่ชิ้นจากกรุงเทพฯ ที่เดินอยู่บนเส้นทางอัลเทอร์เนทีฟอินดี้ร็อกอย่างชัดเจน ปล่อยผลงานภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เดบิวต์ EP ในปี 2019 และค่อยๆ สร้างตัวตนผ่านซาวด์ดนตรีที่ดิบ เท่ และแตกต่างจากกระแสอินดี้ป๊อปที่กำลังได้รับความนิยมในวงกว้าง ผลงานอย่าง Strawberry Mind (2024) และ Ngong Ngong (2025) แสดงให้เห็นพัฒนาการของวงที่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เพลงอย่าง ‘Gypsy Treatment’, ‘Toy’ และ ‘I’m a Trash’ สะท้อนอิทธิพลจากอัลเทอร์เนทีฟร็อก อินดี้ร็อก และดนตรีนอกกระแสได้อย่างน่าสนใจ 

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงเกิดขึ้นในปี 2026 เมื่อ MAKARA ได้รับเลือกให้ขึ้นแสดงในรายการ Live on KEXP แพลตฟอร์มดนตรีชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเวทีในฝันของศิลปินอินดี้จากทั่วโลก และเคยต้อนรับศิลปินระดับนานาชาติมาแล้วนับไม่ถ้วน การได้ไปปรากฏตัวบนเวทีแห่งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดประตูให้ผู้ฟังนอกประเทศไทยได้รู้จักพวกเขามากขึ้น

Varis

Varis (วาริส) หรือ วิน ศิลปิน นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ลูกครึ่งไทย-อเมริกันจากกรุงเทพฯ คืออีกหนึ่งตัวแทนของคลื่นศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่กำลังผลักดันดนตรีภาษาอังกฤษให้ก้าวไกลขึ้นอย่างน่าสนใจ เขาเริ่มปล่อยผลงานภายใต้ชื่อของตัวเองในปี 2019 และค่อยๆ สร้างฐานผู้ฟังผ่านอัลบั้ม will u? (2020), supervillain (2023) รวมถึงโปรเจกต์ต่อยอดอย่าง supervillain and friends ในปี 2024

วาริสนิยามดนตรีของตัวเองว่าเป็น ‘Alternative Pop’ แต่ในความเป็นจริง ซาวด์ของเขาเดินทางข้ามแนวเพลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นป็อป ร็อก อาร์แอนด์บี ฟังก์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือฮิปฮอปยุคคลาสสิก ทุกอย่างถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ สิ่งที่ทำให้ผลงานของเขาโดดเด่นคือการลงมือโปรดิวซ์เองแทบทั้งหมด ทำให้ไม่ว่าแนวดนตรีจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ก็ยังคงมีลายเซ็นเฉพาะตัวที่ชัดเจนอยู่เสมอ ด้วยตัวตนที่เติบโตมาท่ามกลางสองวัฒนธรรมและแนวทางการทำงานแบบอิสระเต็มรูปแบบ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งศิลปินจากไทยที่สะท้อนภาพของวงการดนตรีร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ ทั้งในแง่ความหลากหลาย ความเป็นสากล และอิสระทางความคิดสร้างสรรค์

การโฆษณา

Vega CNX

ขณะที่ศิลปินส่วนใหญ่ในลิสต์นี้เติบโตมาจากกรุงเทพฯ Vega CNX (เวก้า) คืออีกหนึ่งวงจากเชียงใหม่ที่สะท้อนพลังของซีนดนตรีนอกเมืองหลวงได้อย่างชัดเจน พวกเขาค่อยๆ สร้างฐานผู้ฟังผ่านการแสดงสดและคอมมูนิตี้ดนตรีอิสระของเมืองเหนือ จนกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่น่าจับตาของวงการเพลงภาษาอังกฤษไทย

ดนตรีของเวก้า ผสมผสานความหนักแน่นของ Neo Psychedelic Rock เข้ากับซาวด์ชวนเคลิบเคลิ้มและลูกเล่นที่คาดเดาไม่ได้ ขณะที่เนื้อหาในเพลงพูดถึงชีวิตวัยรุ่น ความรัก การค้นหาตัวเอง รวมถึงประเด็นทางสังคมและการเมือง จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีกลิ่นอายแบบเพลงเพื่อชีวิตในเวอร์ชันร่วมสมัย แม้วันนี้ชื่อของพวกเขาอาจยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ Vega CNX คือหนึ่งในวงหน้าใหม่ที่ควรจับตา เมื่อซีนดนตรีอิสระจากเชียงใหม่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

GYMV

GYMV (จิมวี) คือการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในรอบ 4 ปีของสมาชิก 4 คนจากวงอินดี้ขวัญใจคนฟังอย่าง Gym and Swim ได้แก่ เฉลิม, ปกป้อง, ฮ็อบ และมัดหมี่ ภายใต้บ้านหลังใหม่อย่าง Parinam Music โดยครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ตั้งใจสร้างภาพจำใหม่หรือกำหนดกรอบทางดนตรีให้ตัวเองมากนัก แต่เลือกยึดเอาความสนุก เป็นจุดตั้งต้นของทุกเพลงแทน

ใครที่เคยฟัง Gym and Swim น่าจะยังพอได้กลิ่นอายที่คุ้นเคยอยู่ในผลงานของ GYMV เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนทำเพลงก็ยังเป็นคนกลุ่มเดิม เพียงแต่เติบโตขึ้นและมองโลกต่างออกไปเล็กน้อย การเดินทางของวงจึงค่อยๆ เติบโตแบบเป็นธรรมชาติ ผ่านการค้นพบของผู้ฟังทีละคน มากกว่าการขับเคลื่อนด้วยกระแสหรือสูตรสำเร็จทางการตลาด และนั่นเองที่ทำให้ GYMV เป็นอีกหนึ่งชื่อที่น่าจับตาในซีนเพลงภาษาอังกฤษของไทยตอนนี้

การโฆษณา

HYBS

HYBS วงดูโอ้สองเพื่อนสนิทอย่าง เจมส์-อลิน และ กานต์ ก่อนตั้งชื่อวงจากมุกขำๆ ว่า ‘Have You Been Shrimp?’ หรือ ‘เคยเป็นกุ้งหรือเปล่า?’ แล้วปล่อยซิงเกิลเดบิวต์ ‘Ride’ ในปี 2021 ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ด้วยซาวด์ป็อป ฟังก์ และอินดี้ที่ฟังง่าย เต็มไปด้วยกลิ่นอายยุค 70s และ 80s HYBS สร้างเพลงฮิตติดหูอย่าง ‘Ride’, ‘Dancing with You’ และ ‘Tip Toe’ จนมียอดสตรีมนับร้อยล้านครั้ง พร้อมออกทัวร์และมีแฟนเพลงกระจายอยู่ทั่วโลก 

แม้ว่าทั้งคู่จะประกาศยุติวงอย่างเป็นทางการในปี 2024 เพื่อแยกย้ายไปทำผลงานเดี่ยว แต่ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี HYBS ก็ได้ฝากร่องรอยสำคัญเอาไว้ในประวัติศาสตร์เพลงอินดี้ภาษาอังกฤษของไทย และยังคงเป็นหนึ่งในวงที่ผู้ฟังรุ่นใหม่ย้อนกลับไปค้นพบอยู่เสมอ

Solitude Is Bliss

วงดนตรีอินดี้ภาษาอังกฤษจากเชียงใหม่ที่มีอิทธิพลต่อซีนอัลเทอร์เนทีฟไทยมาตลอดกว่าทศวรรษ ‘Solitude Is Bliss’ วงที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 และแจ้งเกิดจากเวทีประกวดดนตรี ก่อนจะค่อยๆ สร้างชื่อจากการแสดงสดอันดุดันและซาวด์กีตาร์ที่ผสมผสานความล่องลอยแบบ psychedelic เข้ากับความหม่นลึกของ shoegaze ได้อย่างมีเอกลักษณ์

ผลงานอย่าง ‘Her Social Anxiety’ และ ‘Montage’ ทำให้พวกเขากลายเป็นขวัญใจของแฟนเพลงอินดี้ ด้วยเนื้อหาที่พาผู้ฟังสำรวจความรู้สึก ความโดดเดี่ยว สภาพสังคม และซอกมุมต่างๆ ของจิตใจมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา แต่สิ่งที่ทำให้ Solitude Is Bliss โดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใดอาจเป็นการแสดงสดที่ทรงพลังจนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในวงที่ควรหาโอกาสไปดูด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต

การโฆษณา

Part Time Musician

หลายคนอาจคุ้นเคยกับเพลงอย่าง ‘The Only One’ หรือ ‘Vacation Time’ ที่เคยปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ ฟรีแลนซ์.. ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ด้วยซาวด์อินดี้โฟล์กอบอุ่น ฟังสบาย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดในการเรียบเรียง ทั้งกีตาร์โปร่ง เครื่องสาย เมโลดี้กีตาร์ไฟฟ้า และจังหวะกลองมินิมอลที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของวง

หลังจากประกาศพักวงแบบไม่มีกำหนดนานกว่า 8 ปี เนื่องจากสมาชิกแยกย้ายไปทำงานและโปรเจกต์ส่วนตัว การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของพวกเขาในงาน Volume Livehouse Phase 6 เมื่อเดือนมีนาคม 2026 จึงกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่สร้างความตื่นเต้นให้แฟนเพลงอินดี้ไทยไม่น้อย พร้อมกับการปล่อยสองเพลงใหม่อย่าง ‘History’ และ ‘Homebody’ ที่พิสูจน์ว่าเสน่ห์ของวงยังคงอยู่ครบถ้วน แม้จะไม่ใช่วงที่ออกผลงานอย่างต่อเนื่องเหมือนในอดีต แต่ Part Time Musicians ยังคงเป็นหนึ่งในวงสำคัญที่ช่วยวางรากฐานให้กับซีนเพลงภาษาอังกฤษของไทย และเป็นชื่อที่แฟนเพลงอินดี้จำนวนมากยังคงเฝ้ารอทุกการเคลื่อนไหวเสมอมา

Soft Pine

Soft Pine คือหนึ่งในวงอินดี้ไทยที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยซาวด์ psychedelic pop และ hypnagogic pop ที่ทั้งล่องลอย ชวนเคลิ้ม และแอบซ่อนความขี้เล่นเอาไว้ในทุกบทเพลง นับตั้งแต่ก่อตั้งวงในปี 2018 พวกเขาค่อยๆ สร้างฐานแฟนเพลงจากผลงานภาษาอังกฤษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนกลายเป็นอีกหนึ่งชื่อสำคัญของซีนอินดี้ไทยที่ได้รับความสนใจจากผู้ฟังต่างประเทศ

นอกจากการเติบโตในบ้านเรา Soft Pine ยังพาดนตรีของตัวเองออกเดินทางไปไกลผ่านการทัวร์ในหลายเมืองของเอเชีย ทั้งจีนและญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นโอซาก้า โตเกียว ชิบะ และโยโกฮาม่า ขณะที่ในปี 2025 พวกเขายังได้รับโอกาสสำคัญในการขึ้นแสดงเปิดให้กับ Black Country, New Road ในงาน Maho Rasop Series อีกหนึ่งหมุดหมายที่ตอกย้ำสถานะของวงในฐานะตัวแทนซีนอินดี้ภาษาอังกฤษจากไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นวงที่ยิ่งฟัง ยิ่งอยากกดเล่นต่ออีกเรื่อยๆ

การโฆษณา

Valentina Ploy

Valentina Ploy หรือ พลอย-วาเลนติน่า จาร์ดุลโล คืออีกหนึ่งศิลปินลูกครึ่งไทย-อิตาลีที่สร้างพื้นที่ของตัวเองในวงการเพลงภาษาอังกฤษของไทยได้อย่างโดดเด่น ด้วยน้ำเสียงนุ่มชวนฝันและสไตล์ pop-folk ที่อบอุ่น ฟังง่าย แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก หลายคนอาจรู้จักเธอจากเวทีประกวดชื่อดังในอิตาลีอย่าง Amici di Maria De Filippi ก่อนจะเดินทางกลับมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการเข้าร่วมรายการ The Voice Thailand ซีซัน 6 ในทีมของโจอี้บอย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Valentina Ploy ค่อยๆ สร้างฐานผู้ฟังทั้งในไทยและต่างประเทศผ่านบทเพลงภาษาอังกฤษอย่าง ‘Love You Better’, ‘Let Go’ และ ‘See You In Life’ ที่ได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงทั่วโลก ด้วยการเล่าเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ และการเติบโตของชีวิตผ่านเมโลดี้ที่ฟังสบาย นอกจากนี้เธอยังเป็นศิลปินหญิงจากค่าย What The Duck ที่มีผลงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง และในปี 2023 ยังได้รับโอกาสสำคัญในการขึ้นแสดงเปิดคอนเสิร์ตให้กับ Coldplay ทั้งสองรอบที่ราชมังคลากีฬาสถานอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปินไทยที่พิสูจน์ให้เห็นว่าบทเพลงภาษาอังกฤษจากประเทศไทยสามารถเดินทางไปไกลและเข้าถึงผู้ฟังได้ทั่วโลกไม่แพ้ใคร

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา