[category]
[title]
ครบรอบหนึ่งปีสมรสเท่าเทียม วันที่เป็นมากกว่าชัยชนะ แต่ยังหมายถึงสิทธิ และสถานะที่มั่นคงของสังคมไทย

นับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 การบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2568 ได้เปลี่ยนถ้อยคำในกฎหมายจาก ‘ชาย–หญิง’ เป็น ‘บุคคลสองคน’ ถ้อยคำเล็กๆ บนกระดาษที่มีตราประทับ กลับขยับความหมายของชีวิตจริงอย่างใหญ่หลวง ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศที่ 37 ของโลก เป็นประเทศแรกในอาเซียน และเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม
เพียงการเปลี่ยนคำในตัวบทกฎหมาย ไม่ได้เปลี่ยนแค่ข้อความ แต่เปิดพื้นที่ให้ความรักของใครหลายคู่ได้รับการมองเห็น การยอมรับ และการคุ้มครองอย่างที่ควรจะเป็น
ทั้งยังทำให้รากฐานของครอบครัวเข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วยสิทธิในการดูแลกันและกัน ไร้ซึ่งช่องว่างใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการดูแลรักษาพยาบาล การจัดการทรัพย์สิน หรือการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย แต่คือการยืนยันร่วมกันทั้งสังคมว่าทุกความรักมีคุณค่าและศักดิ์ศรีเสมอกัน
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความหมายนี้ โดยตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม - 31 ธันวาคม 2568 มีคู่รักจับมือกันมาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกับกรุงเทพมหานครแล้วถึง 6,537 คู่
จากกิจกรรมที่จัดขึ้นมากมาย ให้พื้นที่ในการยืนหยัด และมากไปกว่าการมองเห็นคือการสร้างนโยบายที่จับต้องได้ เพื่อทำให้สังคมรับรู้ถึงการมีอยู่ และเคารพทุกความสัมพันธ์อย่างเท่าเทียม โดยเจตนารมณ์ดังกล่าวได้ ถูกถักทออยู่ในนโยบายของกรุงเทพฯ เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ได้แก่
กฎหมายสมรสเท่าเทียมคือถ้อยคำสำคัญที่ยืนยันว่าเมืองไทยยังคงเป็นบ้านของความโอบอ้อมอารีอย่างแท้จริง การยอมรับในสิ่งที่เราเป็น และในสิ่งที่คนที่เรารักเป็น คือความงดงามที่ควรถูกเฉลิมฉลองไม่ต่างจากถ้อยคำใดๆ ในหน้ากฎหมาย เพราะความรักไม่ควรถูกตั้งคำถาม และความเท่าเทียมไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องรอการอนุญาต
ด้วยรัก และความเท่าเทียม
Discover Time Out original video