[category]
[title]
กลับมาอีกครั้งกับงานปักษ์ใต้ดีไซน์วีค 2025 ชวนส่องอีเวนต์ฮีลใจตามธีม ‘มาใต้…บายใจให้ถึงหวัน’ (มาใต้…สบายใจให้สุดขอบฟ้า) ทั้งนิทรรศการและเวิร์กช็อปให้เลือกเข้าร่วมตามสบาย

ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่ดี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่แสวงหาสิ่งนี้
ซึ่งเป็นไปได้ว่า ในปีที่ผ่านๆ มา กลุ่มคนรุ่นใหม่มักไม่ได้มองความมั่นคงด้วยตัวเลขหรือรายได้เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะจากผลสำรวจของ WGSN ชี้ว่า 84% ของคนอายุ 16-24 ปีทั่วโลกกำลังมองหาสถานที่ฮีลใจ จนทำให้ตัวชี้วัดเรื่องความสุข และ Gross Well-being (GWB) เริ่มเข้ามามีบทบาทในทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
จากผลการสำรวจข้างต้น เทศกาลปักษ์ใต้ดีไซน์วีค 2568 (Pakk Taii Design Week 2025) จึงมีคอนเซปต์ตอบรับผลสำรวจด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วภาคใต้สู่การเป็นโมเดลต้นแบบด้วยแนวคิด De-Stress Economy หรือเศรษฐกิจแห่งความสบายใจ และเป็นแนวคิดที่ถูกนำมาใช้กับงานปักษ์ใต้ดีไซน์วีค 2568 เป็นปีแรก ด้วยธีม South Paradise: มาใต้ บายใจให้ถึงหวัน
โดยทางเทศกาลได้วางแนวคิด De-Stress Economy ที่ครอบคลุมการใช้ชีวิต การลงทุน และการท่องเที่ยวรวม 4 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มสงบ (Moment of Calm) ได้แก่ นครศรีธรรมราช พังงา นราธิวาส ส่วนกลุ่มที่สองคือ กลุ่มผ่อนคลาย (The Art of Relaxing) มีตั้งแต่ยะลา ตรัง พัทลุง ภูเก็ต กลุ่มที่สามคือ กลุ่มปลดปล่อย (Place of Eneraize) มีกระบี่ สงขลา และสุราษฎร์ธานี และกลุ่มที่ 4 คือกลุ่มไร้กังวล (Stage of Worry-Free) คือชุมพร ระนอง สตูล และปัตตานี
ด้วยธีมของปีนี้ที่ว่า ‘มาใต้…บายใจให้ถึงหวัน’ เราเลยรวบรวมอีเวนต์เท่าที่พอจะนึกออกด้วยกิจกรรมที่คิดว่าคงช่วย ‘ฮีลใจ’ ให้การล่องใต้ครั้งนี้เต็มไปด้วยความบายใจไปด้วยกัน
เจริญอ่านเภสัช คือการออกแบบประสบการณ์ร้านหนังสือบำบัดใจ (ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากร้านขายยา) ที่จะคอยให้คำแนะนำหนังสืออ่านเพื่อบำบัดใจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Bibliotherapy และการจัดนิทรรศการพิเศษ 10 เส้นทางเยียวยาจิตใจในพังงา ยังมีสตูดิโอสำหรับ Sound Healing, Art & Craft Therapy Workshop คือ Rhythm of Sati และ Harmony in Motion ให้เลือกทำด้วย
ล่องเสียงเล เป็นนิทรรศการที่จะเปิดบทสนทนาระหว่างเสียงคุณและเสียงทะเล ผ่านหลากแง่มุม ทั้งการฟังเสียงจากท้องทะเล ความสัมพันธ์ต่อผู้คนและท้องทะเล เรื่องราวจากคนรักษ์ทะเล สิ่งที่จะได้จากนิทรรศการนี้คือ การได้เห็นความเชื่อมโยงของคนกับทะเล การท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทะเลที่กำลังเสื่อมโทรม นอกจากนิทรรศการนี้ อยากชวนไปสำรวจ ฟัง และสร้างเสียงบำบัดใจจากทะเลด้วยเวิร์กช็อปเสียงสร้างสรรค์จากทะเล ที่จะได้ทดลอง สร้างสรรค์เครื่องดนตรีจากท้องทะเลในแบบของตัวเอง
ถ้าชอบเรื่องกิน ให้ตรังโอชาและทำ RICE มาช่วยฮีลใจให้ได้ เพราะมีครบทั้งเสวนาและนิทรรศการที่คิวเรตโดยกลุ่มสถาปนิกจาก Plural Design คอลแล็บกับเชฟอุ้ม ตัวจริงด้านอาหารตรังและอาหารเพอนารากัน และเชฟหมอบอส เจ้าของร้าน Realm (เริ่ม) หาดใหญ่ โดยทั้งสองจะมาแลกเปลี่ยนและป้อนไอเดียประสบการณ์จากครัวชุมชนถึงครัวสากลให้เข้ากับยุคใหม่ รวมถึงนิทรรศการ ทำ RICE : ข้าวจากอดีตสู่อนาคต (ซึ่งคำว่า ทำ RICE เป็นคำที่ล้อกับภาษาใต้ว่า ‘ทำไร้’ แปลว่า ทำอะไรอยู่) ที่เล่าถึงการฟื้นฟูข้าวพื้นบ้านให้มีชีวิตอีกครั้ง
นิทรรศการละเลงสีบนผืนผ้าใบของเด็กหญิงชื่อ ฟรีด้า ศิลปินน้อยที่สร้างสรรค์งานศิลปะตั้งแต่อายุ 10 เดือน (ปัจจุบันอายุขวบกว่า) เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจากคุณแม่ผู้ซึ่งเป็นศิลปินเช่นกัน ภาพวาดของเด็กหญิงเหมือนการเชื้อเชิญให้กลับไปสู่วัยเด็ก วัยที่อยู่ในช่วงของการปลดปล่อยจินตนาการอย่างจริงใจและไร้เดียงสา โดยเด็กหญิงใช้แม่สีหลักในการวาดภาพคือ สีน้ำเงิน สีเหลือง และสีแดง ละเลงบนผืนผ้าใบอย่างเป็นอิสระ
ถ้าวันหนึ่งเราไม่มีที่พึ่งทางจมูก -เช่นยาดม- เราจะพิงไปทางไหนได้บ้าง นี่คือสิ่งที่ศิลปินอย่าง
Studio Cantalove เจ้าของตัวการ์ตูนน่ารักๆ แถมด้วยเท็กซ์ฮีลใจไม่เหมือนใครคอลแล็บกับร้าน ‘อภิบาลบ่อพลับ’ ร้านเครื่องหอมไทยที่ ถ.นครใน ด้วยการชวนหาคำตอบว่าทำไมเราๆ ถึงพกยาดมเซฟใจในวันยากๆ กันนะ และยังมีเวิร์กช็อป ‘พัก หาย ใจ’ โดยคุณแพร์ วิลาวัลย์ นักบำบัดผู้เชี่ยวชาญการดูแลใจจะพาสำรวจเรื่องเล็กๆ แต่สำคัญอย่างลมหายใจของตัวเราเอง
ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะนิทรรศการนี้จัดเป็นไฮไลต์ของงานซึ่งเป็นธีมหลักในปีนี้เช่น South De-stress: ไขกุญแจเศรษฐกิจแห่งความสบายใจ เป็นการนิทรรศการชวนไปดู ‘ทางเลือกแห่งความสบายใจ’ ทั้ง 4 แบบ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการใช้ชีวิตที่ดี ไลฟ์สไตล์แฟชั่น หรือกิจกรรมผจญภัยและปาร์ตี้สุดมันส์ พร้อมๆ กับชวนใคร่ครวญถึงศักยภาพทั่วภาคใต้ไปด้วย
แรร์นอง มาจากการเล่าเรื่องราวความ ‘แรร์’ ที่แท้ของเมืองระนอง โดย Yimsamer ศิลปินที่เชี่ยวชาญด้านไลท์ติ้งด้วยนิทรรศการ Immersive Mineral Bath ที่สร้างบรรยากาศจำลองท่ามกลางบ่อน้ำแร่ของจังหวัดระนองทั้ง Digital Mapping กราฟิก Sound Design เข้าด้วยกัน และเชื่อมโยงรอบๆ ด้วยกลิ่นจากร้าน SAN Maison เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเมืองเล็กๆ อย่างระนองที่มีทั้งวัฒนธรรม ผู้คน ประสบการณ์ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้
เทศกาล Island Frequencies: Music, Art & Paradise คือการรวมพลังสร้างสรรค์ของเกาะเต่า เกาะสมุย และเกาะพะงัน ที่จะบุกเมืองสงขลาต่อเนื่องเป็นเวลา 5 คืน! ด้วยการเดินทางของ ‘เสียง’ ผ่านดีเจและกลุ่มศิลปินที่เยอะที่สุด ทั้งการเล่นดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์ การบอกเล่าขนบธรรมเนียมของเกาะ เช่นการแสดงผลงานจากวัสดุเหลือใช้อย่างตาข่ายหรือเก้าอี้ เวิร์กช็อปสำหรับเด็ก หรือการแสดงที่ท้าทายขอบเขตของศิลปะหรือดนตรีแบบเดิมๆ
ว่ากันว่า ‘เซิร์ฟ’ ไม่ใช่แค่กีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ท้าทายกับพลังคลื่นทะเลเท่านั้น แต่คนที่คลุกคลีในวงการเซิร์ฟบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ระหว่างที่ยืนทรงตัวอยู่บนกระดานโต้คลื่นก็คล้ายเป็นการเดินทางเพื่อเรียนรู้ภายใน (ใจ) ตัวเองไปด้วย ซึ่งเอาเข้าจริง กีฬาเซิร์ฟกำลังเป็นที่นิยมในสงขลา ใครอยากลองท้าทายตัวเอง เริ่มเลย!
ปิดท้ายด้วยอีเวนต์ที่ไม่แนะนำไม่ได้ เพราะทั้งสนุกและเบิกบานใจสุดๆ ใครที่ชอบออกสเต็ปแดนซ์ชวนมารื่นเริงกับวง ‘ฮ่า!! โหมนี่แจ๊ส’ (โหมนี่ อ่านว่า โหม๋นี่ แปลรวมๆ ว่า พวกเราหรือพวกนี้คือวงแจ๊ซ) วงแจ๊ซจากนักศึกษา ม.ราชภัฏสงขลา ที่เคยตั้งวงเล่นริมถนนย่านเมืองเก่าสงขลา แต่ปีนี้กระจายกลุ่มไปสร้างความสนุกตามที่ต่างๆ เช่น ท่าน้ำนพรัมภา 35 โรงสีแดงหับ โห้ หิ้น หรือเขยิบไปที่แปลงว่าง ปากซอยถนนนางงาม 5 และร้านโอห์มเครื่องเสียง ตามไปออกสเต็ปสนุกๆ กันได้ตามแต่สะดวก
งานจัดวันนี้จนถึงวันที่ 7 กันยายน 2568 บริเวณอำเภอหาดใหญ่และย่านเมืองเก่าในจังหวัดสงขลา สอบถามเพิ่มเติมได้จากอาสาสมัครตามจุดต่างๆ ทั่วงาน หรือทาง Facebook IG และ Website
FYI: Pakk Taii Design Week จัดโดย CEA และเครือข่ายพันธมิตร อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน กลุ่มนักสร้างสรรค์และชุมชนทั้ง 14 จังหวัดทั่วภาคใต้ ซึ่งนอกเหนือจากธีมในปีนี้ CEA ได้ออกแบบโมเดล South Market และ Hero Product Incubator เพื่อเป็นต้นแบบให้นักสร้างสรรค์ทั่วภาคใต้สำรวจศักยภาพทางวัฒนธรรมหรือภูมิปัญญาทางภาคใต้ไปสู่ตลาดระดับโลก
Discover Time Out original video