[category]
[title]
ขาขึ้น ขาลง และการกลับมาขึ้นอีกครั้งของโรงภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ของอังกฤษ

ด้วยจำนวนโรงภาพยนตร์มากกว่า 100 แห่ง ลอนดอน จึงเป็นดินแดนมหัศจรรย์สำหรับคนรักภาพยนตร์ เพียงแง้มม่านของโรงภาพยนตร์อันเป็นที่รักบางแห่ง คุณจะได้พบกับประวัติศาสตร์อันน่าหลงใหลมากมาย และ ‘Regent Street Cinema’ ก็เป็นหนึ่งในสถานที่เหล่านั้น
ในเดือนนี้ โรงภาพยนตร์แห่งนี้กำลังเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี นับตั้งแต่กลายเป็นสถานที่กำเนิดของภาพยนตร์อังกฤษ ด้วยการฉายการแสดง Cinématographe ที่ปฏิวัติวงการของพี่น้องลูมิแอร์ ในปี 1896 ที่พลิกโฉมโลกแห่งความบันเทิงไปตลอดกาล
ตลอดหลายทศวรรษนับจากนั้นมา สถาบันแห่งนี้เคยจัดฉายทั้งสารคดีธรรมชาติที่ชวนถกเถียง ภาพยนตร์เรท R การแสดงละครเปลือย และแม้กระทั่งต้อนรับสมาชิกของราชวงศ์และดาวร็อกแอนด์โรล ขณะที่โรงภาพยนตร์จอเดียวอันเปล่งประกายราวกับทองคำแห่งนี้ กำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบด้วยกิจกรรมยาว 10 วัน
ในเดือนนี้ Time Out ได้พาไปสำรวจคลังเอกสารของ University of Westminster เพื่อเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังหนึ่งในโรงภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองหลวงอังกฤษ
เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วเตรียมตัวออกเดินทางข้ามกาลเวลาไปด้วยกัน
ในปี 1838 The Polytechnic Institution ที่ 309 Regent Street เปิดให้สาธารณชนเข้าชม และท่ามกลางการเปิดสตูดิโอถ่ายภาพแห่งแรกของยุโรปบนดาดฟ้าในปี 1841 และการเพิ่มโรงละครที่สำคัญในปี 1848 ศูนย์การศึกษาแห่งนี้ก็พัฒนาชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในฐานะศูนย์กลางของนวัตกรรมเทคโนโลยีในยุควิกตอเรีย
‘มันเหมือนกับการผสมระหว่าง Science Museum ในปัจจุบัน กับการบรรยายและห้องทดลอง’ Elaine Penn ผู้ดูแลคลังเอกสารของ University of Westminster กล่าว ‘มีการทดลองเกี่ยวกับไฟฟ้า การระเบิด และแม้กระทั่งระฆังดำน้ำ ที่สามารถบรรจุคนได้ 6 คน’
ภาพลวงตาทางแสงที่มีชื่อเสียงอย่างหนึ่ง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ‘Pepper’s Ghost’ ทำให้ภาพผีปรากฏบนเวที ระหว่างการแสดงคืนคริสต์มาสอีฟของ The Haunted Man ของ Charles Dickens ในปี 1862 ซึ่งเป็นลางบอกเหตุถึงอนาคตของสถานที่แห่งนี้ในฐานะวิหารของการเล่าเรื่องด้วยภาพ ‘ทุกวันนี้เรามอง CGI เป็นเรื่องปกติ’ Penn กล่าวต่อ ‘แต่สิ่งเหล่านี้ทำด้วยมือ และมันมหัศจรรย์จริงๆ’
ประวัติศาสตร์ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งในปี 1896 เมื่อพี่น้องลูมิแอร์เลือก ‘Regent Street Theatre’ เพื่อแสดงภาพยนตร์สั้น ‘Workers Leaving the Lumière Factory’ และ’ Train Pulling into a Station’ ด้วยเครื่อง Cinématographe ที่ปฏิวัติวงการของพวกเขา และนี่คือครั้งแรกที่ภาพเคลื่อนไหวถูกฉายบนจอในสหราชอาณาจักร
เรื่องเล่าว่าผู้ชมที่จ่ายเงินวิ่งหนีออกจากอาคารด้วยความตื่นตระหนกอาจเป็นเรื่องเกินจริง แต่ Polytechnic Magazine ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 1896 ก็ยืนยันถึงความน่าทึ่งนี้ ‘มันคือการถ่ายภาพที่มีชีวิต’ บทความกล่าวอย่างชื่นชม ‘เอฟเฟกต์นั้นน่ามหัศจรรย์เสียจริงๆ’ แต่การปฏิวัติไม่ได้เกิดขึ้นทันที ในปี 1899 โรงละครยังถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น รวมถึงชั้นเรียนตัดเย็บเสื้อผ้า
ในรุ่งอรุณของศตวรรษที่ 20 โรงละครแห่งนี้กำลังสร้างสถานะของตนในฐานะ ‘หนึ่งในพื้นที่ฉายภาพยนตร์ถาวรแห่งแรกของประเทศ’ เมื่อภาพยนตร์ ‘Our Navy’ และ ‘Our Army’ ของ Alfred West ถูกฉายอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 14 ปี ตั้งแต่ปี 1899
เมื่อสงครามบูร์ครั้งที่ 2 (Second Boer War) เริ่มต้นในปีเดียวกัน ภาพยนตร์สั้นเพื่อการส่งเสริมเหล่านี้ แสดงภาพทหารระหว่างการฝึก ถูกตั้งใจเพื่อช่วยในการรับสมัครทหาร ซึ่ง West อ้างว่ามีผู้ชมมากกว่า 2 ล้านคน
โปรแกรมฉายภาพยนตร์มีสีสันมากขึ้นเมื่อ ‘The Times’ ประกาศว่า ‘Polytechnic Cinema’ เป็น ‘บ้านถาวรของภาพยนตร์ท่องเที่ยว’ ในปี 1923 ‘มันกลายเป็นที่รู้จักอย่างมากสำหรับภาพยนตร์ธรรมชาติที่แสดงการสำรวจสถานที่อย่างแอฟริกาและเทือกเขาหิมาลัย’ Penn กล่าว ภาพยนตร์เหล่านั้นรวมถึง ‘Chang: The Serendipitous Screen Epic of the Jungle’ ซึ่งถ่ายทำในประเทศไทย และ ‘Climbing Mt. Everest’ และ ‘The Wonderland of Big Game’ ซึ่งถูกฉาย 280 ครั้ง ในเวลาเพียง 3 เดือน ซึ่งภาพยนตร์เหล่านี้เป็นภาพยนตร์เงียบ แต่ได้รับการเสริมด้วยคำบรรยาย ดนตรี และเสียงสัตว์
การปรับปรุงครั้งใหญ่ระหว่างปี 1923 ถึง 1927 เพิ่มระเบียงโค้ง และสไตล์ art deco ในปี 1936 โรงภาพยนตร์ซื้อออร์แกน ‘John Compton’ อันมีชื่อเสียง ซึ่งยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน สำหรับการแสดงรายเดือนและการบรรเลงประกอบภาพยนตร์คลาสสิก เช่น The Cabinet of Dr Caligari, The Third Man, The Ladykillers
สถานที่แห่งนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Cameo News Theatre’ และต่อมาเป็น ‘Cameo Polytechnic’ โดยสร้างชื่อเสียงจากการฉายภาพยนตร์ต่างประเทศที่มีเนื้อหายั่วยวนซึ่งอยู่บน ‘เส้นแบ่งระหว่างศิลปะ และเซ็กซ์’ โปสเตอร์โปรโมทชวนตื่นเต้น ถูกใช้เพื่อดึงดูดผู้ชมให้มาชมภาพยนตร์อย่าง ‘The Secret of Mayerling’ (1949) และ ‘Minne, l'ingénue libertine’ (1950)
ในปี 1951 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ก็ถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง เมื่อสถานที่แห่งนี้กลายเป็นแห่งแรกในสหราชอาณาจักรที่ฉายภาพยนตร์เรทอาร์ แม้ว่าในความเป็นจริง การจัดเรท ‘สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น’ ของ ‘La Vie Commence Demain’ (1950) จะฉายภาพการผ่าชำแหละสัตว์และการทำลายล้างด้วยอาวุธนิวเคลียร์ มากกว่าจะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาทางเพศโดยตรงก็ตาม
ในขณะที่กลุ่มนักศึกษาของ ‘Polytechnic’ ได้สร้างวงดนตรีอย่าง ‘Pink Floyd’ ขึ้นมาในช่วงทศวรรษ 1960 ไอคอนแห่ง pop culture ตั้งแต่ ‘Keith Richards’ แห่งวง The Rolling Stones ไปจนถึงนักแสดงหญิง ‘Sharon Tate’ ต่างหลั่งไหลมายัง ‘Cameo Poly’ เพื่อเข้าร่วมงานพรีเมียร์ของภาพยนตร์ เช่น ‘Cul-de-sac’ (1966) ของผู้กำกับ ‘Roman Polanski’
นี่คือทศวรรษที่โรงภาพยนตร์แห่งนี้รุ่งเรืองในฐานะโรงหนังอาร์ตเฮาส์ที่ทันสมัย โดยในสัปดาห์หนึ่งมีการตกแต่งโถงทางเข้าให้เป็นฉากจากภาพยนตร์คลาสสิกญี่ปุ่นเรื่อง ‘Kwaidan’ (1964) และในสัปดาห์ถัดมาก็จัดแสดงผลงานของผู้กำกับสายออเตอร์ชาวอิตาลีอย่าง ‘Federico Fellini’ และ ‘Michelangelo Antonioni’
‘มันกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนมาเพื่อให้ตัวเองถูกมองเห็น’ Penn กล่าว มีบุคคลสำคัญอย่าง ‘Princess Anne’ เข้าร่วมงานพรีเมียร์รอบกาล่าของภาพยนตร์ ‘Three Sisters’ ในปี 1970 ซึ่งกำกับโดย ‘Laurence Olivier’ ด้วย
เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงในช่วงกลางทศวรรษ 1970 โรงภาพยนตร์แห่งนี้ (ซึ่งถูกเรียกว่า ‘Classic Poly’ ตั้งแต่ปี 1972) ได้เปลี่ยนบทบาทเป็นโรงละคร โดยจัดแสดงละครเพลงและการแสดงที่มีเนื้อหายั่วยวน เช่น ‘Let My People Come’ ซึ่งย้ายมาจากย่าน ‘Greenwich Village’ ในนครนิวยอร์ก ‘มันเป็นการแสดงละครแบบเปลือย’ ‘Kate Fothergill’ ไกด์นำชมของ ‘Regent Street Cinema’ อธิบาย นักแสดงเปลือยกายทั้งคณะ การแสดงนี้จัดแสดงต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี และประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย สำหรับสถานที่ที่รู้จักในชื่อ ‘Regent Theatre’ ในขณะนั้น
ในปี 1980 โรงละคร - ภาพยนตร์แห่งนี้ ถูกนำกลับมาใช้งานโดย ‘Polytechnic Institution’ อย่างเต็มรูปแบบเพื่อใช้เป็นพื้นที่การเรียนการสอน และปิดไม่ให้สาธารณชนเข้าชม และกลับมาเปิดอีกครั้งในปี 1996 สำหรับงาน ‘The Lumière Festival’ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการฉายภาพยนตร์ครั้งแรก ณ สถานที่แห่งนี้ หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมงานคือผู้กำกับ ‘Nagisa Ōshima’ จากภาพยนตร์ ‘Merry Christmas, Mr. Lawrence’ ซึ่งถูกถ่ายภาพร่วมกับตัวละคร ‘Teenage Mutant Ninja Turtle’ ขณะโปรโมทสารคดีของเขาเอง เรื่อง ‘100 Years of Japanese Cinema’
ระหว่างปี 2012 ถึง 2015 มหาวิทยาลัย University of Westminster ได้ดำเนินการบูรณะอาคารครั้งใหญ่ทั้งหมด ด้วยงบประมาณ 6.1 ล้านปอนด์ โดยโรงภาพยนตร์ได้รับการออกแบบใหม่โดย ‘Tim Ronalds’ สถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลัง ‘Hackney Empire’ และ ‘Wilton’s Music Hall’
และในที่สุด สถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็น ‘Regent Street Cinema’ อย่างเต็มรูปแบบ โดย ‘Shira MacLeod’ อดีตผู้อำนวยการโรงภาพยนตร์ ได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจของเธอที่จะให้พื้นที่ฉายภาพยนตร์จอเดียวจำนวน 187 ที่นั่งแห่งนี้ ‘สนับสนุนภาพยนตร์อังกฤษ’ รวมถึงเป็นโรงภาพยนตร์แบบ repertory ที่มีการจัดโปรแกรม ‘ฉายควบสองเรื่อง’ (double-bills) ผู้กำกับและนักแสดงตั้งแต่ ‘Edgar Wright’ และ Luca Guadagnino ไปจนถึง Gary Oldman และ Daniel Craig ต่างก็เคยนั่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีเหลืองหรูหราเหล่านั้น
ปัจจุบัน ‘Regent Street Cinema’ ฉายภาพยนตร์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ Wicked, Marty Supreme และ Sunset Boulevard ไปจนถึงสารคดีเกี่ยวกับ ‘The Doors’ และ ‘Pablo Picasso’ โดยมีทั้งการฉายฟิล์ม 35 มม. และระบบดิจิทัล 4K พร้อมระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1 และเทคโนโลยีสมัยใหม่อื่นๆ ครบครัน
เดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นวาระครบรอบ 130 ปีของการฉายภาพยนตร์ครั้งประวัติศาสตร์ครั้งแรก และโรงภาพยนตร์แห่งนี้ก็จัดการเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่
‘เรากำลังฉายทุกอย่าง ตั้งแต่ภาพยนตร์ของ พี่น้องลูมิแอร์ และ The General ของ Buster Keaton ไปจนถึง The Matrix และ Parasite โดยอุทิศเวลาประมาณหนึ่งวันให้กับแต่ละทศวรรษของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์’ Anna Paprocka หัวหน้าฝ่ายโปรแกรมกล่าว ‘พวกเราอาจต้องลางานทั้งสัปดาห์เพื่อดูโปรแกรมทั้งหมด!’
นอกจากนี้ ยังมีตั๋วราคาเพียง 4 ปอนด์สำหรับบางอีเวนต์ เพื่อย้อนกลับไปสู่ราคาของอดีต ‘ราคานั้นสอดคล้องกับราคาตั๋วในอดีต’ Paprocka กล่าว ‘เราคำนวณจากหน่วยเงิน shilling!’ ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เหมาะไปกว่านี้ในการกลับมาค้นพบ หนึ่งในวิหารภาพยนตร์ที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของอังกฤษอีกแล้ว
การเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของ ‘Regent Street Cinema’ จะจัดขึ้นตลอดปี 2026 สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ อย่างเป็นทางการ เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมพิเศษและโปรแกรมฉายภาพยนตร์ต่างๆ
Discover Time Out original video