ข่าว

ถอดรหัสเรือนร่างและแรงปรารถนาใน Shunga: The Lost Japanese Erotica สารคดีสำรวจโลกศิลปะอีโรติกของญี่ปุ่นยุคเอโดะ

Doc Club & Friends ชวนสำรวจโลกของชุงงะ ภาพพิมพ์อีโรติกแห่งยุคเอโดะ ผ่านสารคดีที่เผยทั้งสุนทรียศาสตร์ จินตนาการ และประวัติศาสตร์ เริ่มฉาย 22 ต.ค. นี้

Lalitphat Bumrungkarn
เขียนโดย
Lalitphat Bumrungkarn
Staff writer, Time Out Thailand
The Lost Japanese Erotica (2023)
Photograph: The Lost Japanese Erotica (2023) | An illustration from The Lost Japanese Erotica (2023)
การโฆษณา

เบื้องหลังภาพเรือนร่างและแรงปรารถนา คือประวัติศาสตร์อีกด้านของญี่ปุ่นที่ครั้งหนึ่งเคยถูกผลักให้พ้นสายตาสาธารณชน Doc Club & Friends ชวนผู้ชมสำรวจโลกของ ‘ชุงงะ’ ศิลปะภาพพิมพ์อีโรติกที่รุ่งเรืองในยุคเอโดะ ผ่านภาพยนตร์สารคดี Shunga: The Lost Japanese Erotica ผลงานกำกับของ จุนโกะ ฮิราตะ ซึ่งเตรียมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมนี้

The Lost Japanese Erotica (2023)
Photograph: The Lost Japanese Erotica (2023)An illustration from The Lost Japanese Erotica (2023)

คำว่า ‘ชุงงะ’ มีความหมายตรงตัวว่า ‘ภาพแห่งฤดูใบไม้ผลิ’ ใช้เรียกงานศิลปะที่ถ่ายทอดเรื่องเพศผ่านภาพพิมพ์แกะไม้ ม้วนภาพเขียน และหนังสือภาพ ผลงานเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) โดยมีศิลปินชั้นครูอย่างคัตสึชิกะ โฮกูไซ ผู้เป็นที่รู้จักจากภาพพิมพ์ ‘คลื่นยักษ์นอกฝั่งคานางาวะ’ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในแขนงนี้ด้วย

แม้ภาพชุงงะจะนำเสนอเรื่องเพศอย่างตรงไปตรงมา แต่คุณค่าของมันไม่ได้หยุดอยู่เพียงการถ่ายทอดความปรารถนา หากยังเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน จินตนาการ และรายละเอียดที่สะท้อนความสัมพันธ์ของผู้คน ตลอดจนค่านิยมและวิถีชีวิตในสังคมญี่ปุ่นยุคนั้น ทำให้ภาพพิมพ์เหล่านี้เป็นทั้งงานศิลปะและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้กลับมาพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเรือนร่าง เพศวิถี และสังคม

The Lost Japanese Erotica (2023)
Photograph: The Lost Japanese Erotica (2023)An illustration from The Lost Japanese Erotica (2023)

อย่างไรก็ตาม เมื่อญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคเมจิและหันมาปรับภาพลักษณ์ประเทศให้สอดคล้องกับบรรทัดฐานตะวันตก ชุงงะกลับถูกมองว่าเป็นสิ่งลามกอนาจารและเผชิญการปราบปราม จนค่อยๆ เลือนหายไปจากพื้นที่สาธารณะ กระทั่งในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ผลงานเหล่านี้จึงได้รับการกลับมาศึกษาและนำเสนอในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมอีกครั้ง หนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือการจัดนิทรรศการชุงงะที่ British Museum ในกรุงลอนดอน เมื่อปี 2013 ตามด้วยนิทรรศการในญี่ปุ่นช่วงปี 2015–2016 ซึ่งดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 290,000 คน และมีผู้หญิงคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าความสนใจในศิลปะอีโรติกไม่ได้จำกัดอยู่กับผู้ชมเพศชายอย่างที่หลายคนอาจเข้าใจ

The Lost Japanese Erotica (2023)
Photograph: The Lost Japanese Erotica (2023)Japanese art

 สำหรับ Shunga: The Lost Japanese Erotica สารคดีเรื่องนี้พาผู้ชมไปสำรวจผลงานชุงงะกว่า 100 ชิ้น ผ่านภาพบนจอภาพยนตร์ พร้อมบทสัมภาษณ์นักประวัติศาสตร์ศิลปะ นักสะสม ศิลปินร่วมสมัย ตลอดจนช่างแกะไม้และช่างพิมพ์ เพื่อเผยให้เห็นทั้งความซับซ้อนของกระบวนการสร้างภาพพิมพ์และบริบททางสังคมที่หล่อหลอมผลงานเหล่านี้ หนึ่งในผลงานที่ปรากฏคือ ‘ความฝันของเมียประมง (The Dream of the Fisherman's Wife)’ ภาพพิมพ์อันโด่งดังของโฮกูไซที่ถ่ายทอดจินตนาการทางเพศอย่างเหนือจริง

แทนที่จะมองชุงงะผ่านกรอบของความลามกเพียงอย่างเดียว สารคดีเรื่องนี้ชวนให้เรามองลึกลงไปถึงฝีมือ ความคิด และโลกทัศน์ที่ซ่อนอยู่ในภาพแต่ละชิ้น พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดงานศิลปะที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสมัยนิยม จึงกลายเป็นสิ่งต้องห้ามในเวลาต่อมา ใครสนใจประวัติศาสตร์ศิลปะญี่ปุ่นและเรื่องราวที่อยู่นอกเหนือจากภาพจำเดิมๆ ปักหมุดรอชมได้ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคมนี้

บทความล่าสุด
    การโฆษณา