[category]
[title]
ที่โรงละครศาลาเฉลิมกรุง วันที่ 29-30 ส.ค. และ โรงหนังนางเลิ้ง วันที่ 5-6 ก.ย. นี้

Silent Film Festival in Thailand กลับมาอีกครั้งในวาระครบรอบครั้งที่ 10 พร้อมพาหนังเงียบสุดคลาสสิกจากยุคแรกเริ่มของภาพยนตร์กลับขึ้นจอใหญ่อีกครั้ง โดยมี สตีเฟน ฮอร์น นักดนตรีประกอบหนังเงียบชื่อดังมารับหน้าที่บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายตลอดเทศกาล
เทศกาลครั้งนี้จัดต่อเนื่องตลอด 2 สุดสัปดาห์ พร้อมฉายหนังเงียบคลาสสิกที่มาพร้อมดนตรีสด ซึ่งเป็นรูปแบบการรับชมที่สอดคล้องกับประสบการณ์ของผู้ชมในยุคที่ภาพยนตร์เหล่านี้ถือกำเนิดขึ้น โดยแบ่งสถานที่จัดงานเป็น โรงละครศาลาเฉลิมกรุง ในวันที่ 29-30 สิงหาคม ก่อนย้ายไปยัง โรงหนังนางเลิ้ง (ศาลาเฉลิมธานี) ในวันที่ 5-6 กันยายน
ถ้าคิดว่าการดูหนังเงียบจะต้องเงียบเหงาเหมือนชื่อหนัง ลองคิดใหม่อีกที เพราะเมื่อภาพบนจอมีนักเปียโนคอยโต้ตอบทุกมุก ทุกเสียงหัวเราะ และทุกจังหวะลุ้นแบบสดๆ หนังเงียบก็กลายเป็นประสบการณ์ที่มีชีวิตขึ้นมาทันที ที่สำคัญคือเสียงประกอบจากการแสดงสดในแต่ละรอบก็อาจให้อารมณ์แตกต่างกันไปด้วย
คนที่จะมาช่วยเติมเสียงให้ค่ำคืนเหล่านี้คือ สตีเฟน ฮอร์น นักดนตรีชาวอังกฤษที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักดนตรีประกอบภาพยนตร์เงียบชั้นนำของโลก หลังเคยมาสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมไทยแล้วในเทศกาลครั้งที่ 2 เมื่อปี 2015 ครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้ง พร้อมบรรเลงดนตรีสดประกอบภาพยนตร์ 4 โปรแกรม ที่พาผู้ชมเดินทางผ่านทั้งเสียงหัวเราะ ดราม่า และเรื่องราวเข้มข้น
เริ่มต้นด้วย Our Hospitality (1923) ของ บัสเตอร์ คีตัน หนังตลกสุดคลาสสิกที่โชว์เสน่ห์ของราชาหน้าตายผ่านจังหวะคอเมดี้และฉากสตันต์สุดเปิ่น ก่อนต่อด้วยหนังสั้น 3 เรื่องของ Baby Peggy นักแสดงเด็กชื่อดังแห่งยุค ได้แก่ A Muddy Bride **(1921), The Kid Reporter (1923) และ Peg O' the Mounted (1924)
ส่วนสายดราม่าห้ามพลาด Song (1928) นำแสดงโดย แอนนา เมย์ หว่อง นักแสดงชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนักแสดงเชื้อสายจีน-อเมริกันคนแรกที่ก้าวขึ้นเป็นดาวดังของฮอลลีวูด ก่อนปิดท้ายด้วย Grass: A Nation's Battle for Life (1925) สารคดีที่พาผู้ชมติดตามการอพยพครั้งใหญ่ของชาวบัคติอารี ข้ามดินแดนเปอร์เซียอย่างแสนทรหด ผ่านฝีมือการถ่ายทำของ เมเรียน ซี. คูเปอร์ และ เออร์เนสต์ โบมอนต์ โชดแซค
นอกจากโปรแกรมหลักแล้ว หอภาพยนตร์ ยังเพิ่มอีกสองเรื่องให้สายหนังเงียบได้ชมกันแบบจุใจ ได้แก่ Stella Dallas และ The Manxman ซึ่งมาพร้อมเสียงประกอบที่ สตีเฟน ฮอร์น เป็นผู้ประพันธ์และบันทึกไว้ด้วยตัวเอง แม้รอบนี้จะไม่ได้บรรเลงสด แต่ก็ยังได้ฟังเสียงดนตรีที่เขาออกแบบมาให้เข้ากับภาพยนตร์โดยเฉพาะ
ส่วนที่โรงหนังนางเลิ้ง ก็เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นเวทีของนักดนตรีไทย โดยมีวง หลัดๆ (Lad Lad) และ วงดนตรีฟองน้ำ มารับหน้าที่บรรเลงประกอบภาพยนตร์ในช่วงปิดท้ายของโปรแกรม ยิ่งเมื่อจับคู่กับโรงหนังเก่าแก่แห่งนี้และบรรยากาศของย่านนางเลิ้ง ก็ยิ่งเหมาะกับการพาย้อนเวลากลับไปสัมผัสเสน่ห์ของหนังเงียบแบบดั้งเดิม
โปรแกรมทั้งสองส่วนจัดขึ้นร่วมกับซีรีส์ซีเนมาติกนางเลิ้ง ที่โรงหนังนางเลิ้ง เติมความคลาสสิกให้ค่ำคืนดูหนังแบบครบเครื่อง เข้าชมฟรีทุกเรื่อง และภาพยนตร์ทุกเรื่องมีทั้ง คำบรรยายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม — โรงภาพยนตร์ศาลาศีนิมา ชั้น 6 อาคารสรรพศาสตร์สุขกิจ
วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม
วันเสาร์ที่ 5 กันยายน — โรงหนังนางเลิ้ง (จำหน่ายบัตรก่อนฉาย 30 นาทีของแต่ละรอบ และไม่มีการจองบัตรออนไลน์)
วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน
เทศกาลภาพยนตร์เงียบในประเทศไทย จัดขึ้นที่ โรงภาพยนตร์ศาลาศีนิมา ในวันที่ 29-30 สิงหาคม ก่อนย้ายมาจัดต่อที่ โรงหนังนางเลิ้ง ในวันที่ 5-6 กันยายน
Discover Time Out original video