ข่าว

มาสำรวจเหรียญจากไทย ใน Asian Game 2026 ในช่วงโค้งสุดท้ายกัน!

ปรากฏการณ์ทัพนักกีฬาไทยใน ‘ไอจิ-นาโกยา 2026’ ทะยานรั้งท็อป 5 กับประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ถูกจารึก

Lalitphat Bumrungkarn
เขียนโดย
Lalitphat Bumrungkarn
Staff writer, Time Out Thailand
Time Out Thailand
Photograph: Time Out Thailand | Asian Games 2026
การโฆษณา

มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 (Asian Games 2026) ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย และหากจะกล่าวว่านี่คือหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ทัพนักกีฬาไทยสร้างผลงานได้เหนือความคาดหมายและเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง มากที่สุดครั้งหนึ่ง ก็คงไม่เกินจริงนัก

ข้อมูลอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ทัพนักกีฬาไทยผงาดขึ้นมารั้ง อันดับ 5 ของตาราง ด้วยผลงาน 12 เหรียญทอง 10 เหรียญเงิน และ 12 เหรียญทองแดง (รวม 34 เหรียญ) ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางมหาอำนาจด้านกีฬาของทวีปอย่าง จีน (145 เหรียญทอง), ญี่ปุ่น (45 เหรียญทอง), เกาหลีใต้ (24 เหรียญทอง) และอุซเบกิสถาน (14 เหรียญทอง)

แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวเลขเหรียญรางวัลเหล่านี้ คือเรื่องราวของการทลายขีดจำกัด การปลดล็อกการรอคอยนับทศวรรษ และการประกาศศักดาในชนิดกีฬาใหม่ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของวงการกีฬาไทยอย่างแทบจะไร้รอยต่อ

Teqball Association of Thailand
Photograph: Teqball Association of ThailandAsian Games 2026

เทคบอล: เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของกีฬา ‘เทคบอล’ (Teqball) ในเอเชียนเกมส์ ซึ่งทีมชาติไทยไม่เพียงแต่เข้าร่วม แต่ยังสถาปนาตนเองเป็นเบอร์หนึ่งของเอเชียในทันที ด้วยการกวาดไปถึง 3 เหรียญทองจาก 5 รายการที่มีการชิงชัย ความยอดเยี่ยมนี้มาจากคู่ผสม ภาคภูมิ เดชเจริญ และ สุภาวดี วงศ์คำจันทร์, หญิงคู่ สุภาวดี และ จุฑาทิพย์ กันทะทอง ปิดท้ายด้วย ชายคู่ ศรศักดิ์ ท้าวศิริ และ จิระติ จันทร์เลียง ที่น่าทึ่งคือทั้งสามคู่สามารถเอาชนะคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ (ญี่ปุ่น, เมียนมา และเลบานอน) ไปได้แบบเด็ดขาด 2-0 เซตทั้งหมด

เซปักตะกร้อ: แมตช์แห่งศักดิ์ศรีในประเภท ทีมเดี่ยวชาย รอบชิงชนะเลิศ ที่ทัพลูกหวายไทยต้องโคจรมาพบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่างมาเลเซีย และไทยยังมีคิวลุ้นเหรียญทองต่อเนื่องในประเภทตะกร้อ 4 คนหญิง ที่จะเริ่มเปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มในวันที่ 30 กันยายน และชิงชนะเลิศในวันที่ 3 ตุลาคมนี้

กรีฑา: ‘บิว’ ภูริพล บุญสอน ลมกรดวัย 20 ปี สร้างปรากฏการณ์คว้าเหรียญทอง 200 เมตรชาย ด้วยเวลา 19.88 วินาที ทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ และเป็นการยุติการรอคอยเหรียญทองในระยะนี้ที่ยาวนานถึง 52 ปีของไทย ซ้ำยังเป็นการคว้า ‘ดับเบิลแชมป์’ ควบคู่กับเหรียญทอง 100 เมตรชายได้อย่างยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกัน จอชชัว โรเบิร์ต แอตกินสัน ก็ได้จารึกชื่อในฐานะนักกรีฑาไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ คว้าเหรียญทองในอีเวนต์ 400 เมตรชาย ด้วยเวลา 44.90 วินาที 

แบดมินตัน: ‘วิว’ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยวทีมชาติไทยคนแรก คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังโชว์ฟอร์มสุดเฉียบต้อนเอาชนะ โลห์ เคียน ยิว จากสิงคโปร์ ไปอย่างเด็ดขาด 2-0 เกม (21-12, 21-16) 

ขี่ม้าอีเวนติง: ทีมขี่ม้าไทย (กรธวัช สำราญ, สุภาพ ขาวงาม, วรภัทร สิทธิบุญ และ วีรภัทร พิทักษ์นนท์) โชว์ฟอร์มไร้ที่ติในรอบครอสคันทรี พลิกสถานการณ์จากอันดับ 3 ขึ้นมาคว้าเหรียญทองประเภททีมด้วยคะแนนเสีย 109.90 เป็นเหรียญทองประวัติศาสตร์ในรอบ 28 ปี นับตั้งแต่เอเชียนเกมส์ 1998 ที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ วรภัทร ที่เพิ่งติดทีมชาติครั้งแรก ยังโชว์ความนิ่งคว้าเหรียญเงินประเภทบุคคลมาครองได้อีกด้วย

Reuters
Photograph: ReutersAsian Games 2026

เทเบิลเทนนิส: ‘หญิง’ สุธาสินี เสวตรบุตร และ ‘ทิพย์’ อรวรรณ พาระนัง สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองแดงหญิงคู่ แม้จะพ่ายให้กับคู่มือ 2 ของโลกจากจีนในรอบรองชนะเลิศ แต่นี่คือเหรียญรางวัลแรกในประวัติศาสตร์ 68 ปีของเทเบิลเทนนิสหญิงคู่ไทย นับตั้งแต่กีฬานี้ถูกบรรจุในปี 1958

โปโลน้ำหญิง: ทีมโปโลน้ำสาวไทย รีดพลังเอาชนะสิงคโปร์ไปสุดมันส์ 12-9 คว้าเหรียญทองแดงประวัติศาสตร์เหรียญแรกของประเทศ นับตั้งแต่กีฬานี้ถูกบรรจุเข้าแข่งขันในปี 2010

อีสปอร์ต: ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองแรกในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ จากเกม PUBG MOBILE - Asian Games Version ขุนพลนักแม่นปืนไซเบอร์ทีมชาติไทยชุดนี้ ประกอบด้วย ณัฐวุฒิ หมื่นสา, สาธิต ถนอมจิตต์, ภูมิรพี วรรณเลิศสกุล, ศุภชัย สิงห์แก้ว และปวริศ วงศ์ทองหัสชัย โชว์ฟอร์มทีมเวิร์กและการวางแผนได้อย่างแยบยล ตลอดการแข่งขันทั้ง 12 แมตช์ พวกเขาเอาชนะไปได้ถึง 3 แมตช์ โกยคะแนนรวมไป 128 คะแนน

Asian Game 2026
Photograph: Asian Game 2026Thailand

ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA): ‘แอมป์’ กัญจุฑา ภัทรบุญซ่อน โชว์ฟอร์มสุดดุดันและแข็งแกร่งแบบไร้ที่ติ เดินหน้าปะทะเอาชนะ ไดอาน่า โปโกเซียน คู่ชกสุดอันตรายจากบาห์เรนไปได้อย่างเด็ดขาด ผงาดคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในรุ่น 54 กิโลกรัมหญิงมาครอง

กาบัดดี้ชาย: ทีมกาบัดดี้ชายทีมชาติไทย ทะลวงกำแพงมหาอำนาจ คว้า ‘เหรียญทองแดงแรก’ ในประวัติศาสตร์เอเชียนเกมส์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ เส้นทางสู่โพเดียมของขุนพลไทยเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความดุเดือด แม้ในรอบรองชนะเลิศจะต้องพ่ายให้กับเต็งหนึ่งอย่าง อินเดีย แต่หัวใจนักสู้ที่สู้ยิบตาทุกวินาทีของทีมชุดนี้ ก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่และเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่คนไทยต้องจดจำ

คาราเต้: ทีมชาติไทยประเดิมคว้ามาได้แล้ว 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง โดยเหรียญล่าสุดมาจาก ‘แม็ก’ ธีรวัฒน์ คลังทอง ที่โชว์จังหวะออกอาวุธได้อย่างเฉียบขาดเอาชนะ ดาเนียล ดาเนียล จากอินโดนีเซีย คว้าเหรียญทองแดงในรุ่น 84 กิโลกรัมขึ้นไปชาย ต่อยอดความสำเร็จจาก ‘โฟม’ มณีวรรณ บุตรสุวรรณ ที่ประเดิมเหรียญเงินในรุ่น 68 กิโลกรัมหญิงไปก่อนหน้านี้ 

เรือพาย: ‘ติ๊ก’ ปาริษา แช่มพุดซา ดีกรีเหรียญทองแดงจากครั้งที่แล้ว ยังคงรักษามาตรฐานและหัวใจนักสู้ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเธอจ้วงฝีพายฝ่าฟันกับคู่แข่งระดับท็อปบนผืนน้ำของสนามนางาระกาวะ ก่อนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 ด้วยเวลา 7.40.61 นาที คว้าเหรียญทองแดงในประเภทเรือกรรเชียงหญิงเดี่ยว รุ่นไลท์เวท ระยะ 2,000 เมตร มาครองได้อย่างงดงาม 

การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตราบใดที่ไฟในกระถางคบเพลิงยังไม่ดับลง โอกาสที่นักกีฬาไทยจะสร้างชื่อและบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ๆ ยังคงเปิดกว้างเสมอ และไม่ว่าบทสรุปสุดท้ายเราจะจบที่อันดับเท่าใด ผลงานตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนไทยทั้งประเทศ ยิ้มรับความภาคภูมิใจนี้ได้อย่างเต็มหัวใจ

บทความล่าสุด
    การโฆษณา