11 เมนูขนมหวานจากประเทศทั่วเอเชียที่หากินได้ในกรุงเทพฯ

ตามล่าขนมหวานจาก 11 ประเทศทั่วเอเชีย แบบไม่ต้องจองตั๋วบินไปไกล

โดย Kenika Ruaytanapanich |
Advertising

กรุงเทพฯ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกสวรรค์ของนักกิน เพราะในเมืองนี้ไม่ว่าจะเดินไปย่านไหนหรือซอยใดก็เจอร้านอร่อยประจำถิ่นเต็มไปหมด ทั้งมีหลากหลายชนิดและสัญชาติให้เลือกลองอีกต่างหาก มั่นใจได้เลยว่าหากพาใครมาชิมก็ต้องเจอรสชาติที่ถูกใจบ้างล่ะนะ

ทว่าหากพูดถึง ขนมหวาน ที่ทุกคนโปรดปราน กลับมีน้อยคนนักที่จะพูดถึงหรือรู้จักขนมในแถบเอเชีย ซึ่งไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศใกล้เคียงด้วย วันนี้เราเลยอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักเมนูขนมหวานแสนอร่อยจาก 11 ประเทศในแถบเอเชีย ที่สามารถตามไปชิมกันได้ในกรุงเทพฯ ทั้งหมด!

Cendol at Baba Thai
Phavitch Theeraphong/Time Out Bangkok

เจ็นดล (Cendol) ประเทศมาเลเซีย

ชาวไทยอาจรู้จักกันดีในชื่อลอดช่อง เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในประเทศอื่นๆ แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยแต่ละท้องถิ่นก็มีสูตรแตกต่างกันไป อย่างประเทศอินโดนีเซียจะใส่กะทิและน้ำตาลปาล์ม ส่วนสิงคโปร์และไทยจะใส่น้ำแข็ง กะทิ และเครื่องอื่นๆ ลงไปด้วย เช่น ถั่วหรือข้าว

ถ้าอยากลองชิม เจ็นดล สไตล์มาเลเซีย เราแนะนำให้ไปที่ร้านอาหาร Baba Thai ย่านอโศก ซึ่งเมนูถ้วยนี้นับว่าเป็นหนึ่งในไฮท์ไลท์ของร้านเลยก็ว่าได้ ขนมเจ็นดัลของที่นี่จะกินแล้วได้รสใบเตย เสิร์ฟพร้อมน้ำกะทิข้นๆ และถั่วแดง มีทีเด็ดอยู่ตรงน้ำเชื่อมที่เรียกว่า gula melaka ที่เคี่ยวจากน้ำตาลปาล์มจนหวานหอมกินแล้วรู้สึกสดชื่น

ที่อยู่: Baba Thai 45 ซอยสุขุมวิท 23 (Bts อโศก) เปิดทุกวัน 10:00-21:00 ติดต่อได้ที่ 09 5827 0138

Homu ホーム
Phuthip Wattanakeesuntorn/Time Out Bangkok

วาราบิโมจิ (Warabi Mochi) ประเทศญี่ปุ่น

หากใครเคยไปเยือนประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะแถบคันไซ เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักหรือได้ลอง วาราบิโมจิ กันบ้างแล้วอย่างแน่นอน เป็นขนมคล้ายเยลลี่เคี้ยวหนึบๆ ท็อปด้วยผงถั่วคินาโกะสีน้ำตาล คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานกันช่วงฤดูร้อน เนื้อสัมผัสของโมจิชนิดนี้จะค่อนข้างต่างจากชนิดอื่น เนื่องจากใช้แป้งที่เฉพาะตัว

หากใครอยากกินวาราบิโมจิ พร้อมนั่งชิลในบรรยากาศสุดโฮมเมด ต้องแวะไปที่คาเฟ่ Homu ย่านเจริญกรุง ร้านขึ้นชื่อเรื่อง wagashi หรือขนมสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเกิดจากความชอบของ คุณหญิง-เปมิกา ผู้เจ้าของร้านเอง วาราบิโมจิที่นี่ทำสดใหม่ทุกวัน เสิร์ฟพร้อมผงถั่วคินาโกะ และไซรัปคุโรมิสึ

ที่อยู่: Homu Cafe ซอยเจริญกรุง 44 (Bts สะพานตากสิน) เปิดทุกวัน 8:00-18:00 ติดต่อได้ที่ 089 792 6496

Advertising
Al Saray Silom Lebanese Indian
Sereechai Puttes

โมฮาลาบี (Mouhalabieh) ประเทศเลบานอน

ขนมสไตล์พุดดิ้งนมของชาวเลบานอน บอกเลยว่าหากได้ลองแล้วต้องติดใจกันบ้าง เพราะหากเป็นพุดดิ้งสไตล์ตะวันออกกลางจะมีรสหวานอย่างเห็นได้ชัด ทว่าขนม โมฮาลาบี จะกินแล้วได้รสหอมหวานและสดชื่นจากนม น้ำกุหลาบ และดอกส้ม กินคู่กับถั่วพิตาชิโอกรุบกรอบแล้วเข้ากันดี

เมนูนี้มีเสิร์ฟที่ร้านอาหารเลบานอนหลายแห่งในกรุงเทพฯ ทว่าเราอยากแนะนำให้ไปชิมที่ร้าน Al Saray ซึ่งโดดเด่นเรื่องอาหารอินเดียและเลบานอนเป็นพิเศษ ร้านเสิร์ฟพุดดิ้งนมสไตล์เลบานอนพร้อมกับถั่วพิตาชิโอแบบจัดเต็มอย่างที่เห็น แถมกินแล้วได้กลิ่นน้ำกุหลาบอย่างชัดเจนด้วย

ที่อยู่: Al Saray 60/2 ซอยสีลม 2/1 ถนนสีลม (BTS ศาลาแดง) เปิดทุกวัน 11:00-24:00 ติดต่อได้ที่ 0 2234 4988

Halo Halo at New Mabuhay
Phavitch Theeraphong/Time Out Bangkok

ฮาโล ฮาโล (Halo Halo) ประเทศฟิลิปปินส์

ขนมอันโปรดปรานของชาวฟิลิปปินส์ในช่วงอากาศร้อน มีสีสันน่ารับประทาน และแบ่งเป็นชั้นเหมือนไอศกรีมซันเดย์ ชื่อขนมว่า ฮาโล ฮาโล ได้มาจากคำในภาษาตากาล็อกที่แปลว่า 'การผสม' ขนมชนิดนี้จึงมีหลายรูปแบบ โดยมีส่วนประกอบสำคัญคือ น้ำแข็งไส ไอศกรีม นมข้นหวาน และเครื่องอื่นๆ อาทิ กล้วย ขนุน เยลลี่ลูกตาลสีสันน่ากิน

เมนูนี้หาชิมได้ที่ร้านอาหาร New Mabuhay ที่นี่เสิร์ฟอาหารสัญชาติฟิลิปินส์ มีเมนูน่าลองอย่าง sisig อาหารจานผัดทำจากแก้มหมู หรือ chicken adobo ไก่ตุ๋นสไตล์ฟิลิปปินส์ รวมถึงขนมหวานเมนูนี้ด้วยที่เสิร์ฟแบบดั้งเดิม พร้อมเครื่องอีกหลากหลาย ท็อปด้านบนด้วยเผือกและไอศกรีม ทั้งมีขนมน่าลองอื่นๆ อีก อาทิ puto เป็นเค้กข้าวนึ่ง kutsinta เค้กข้าวนึ่งสีน้ำตาล หรือ suman เค้กข้าวห่อใบตอง

ที่อยู่: New Mabuhay ซอยสุขุมวิท 42/1 (BTS พระโขนง) เปิดทุกวัน 8:30-22:00 ติดต่อได้ที่ 0 2255 2689

Advertising
Dragon's beard candy
Thiradech

ขนมหนวดมังกร (Dragon's Beard Candy) ประเทศจีน

ขนมนวดมังกร เป็นขนมโบราณของชาวจีนที่มีลักษณะด้านนอกเป็นเส้นไหม เกิดจากการดึงน้ำตาลด้วยมือหลายครั้งจนกลายเป็นเส้นเล็กๆ หุ้มไส้ด้านในที่ทำจากถั่ว มะพร้าว และงา เชื่อว่าขนมเกิดขึ้นครั้งแรกสมัยราชวงศ์ฮั่น จากตำนานเล่าว่า ชื่อนี้ได้มาจากตอนจักรพรรดิกินแล้วเส้นสายไหมเกิดติดอยู่บนใบหน้าคล้ายกับเคราของมังกรนั่นเอง

เราขอบอกพิกัดให้ตามไปลองกินได้ที่ ถนนผดุงด้าว ในย่านเยาวราช สามารถซื้อได้ตามร้านริมถนนทั่วไป ซึ่งจะมีขายแค่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น แถมเราจะได้ชมวิธีทำขนมหนวดมังกรกันแบบสดๆ อีกด้วย โดยสูตรที่เยาวราชจะผสมด้วยน้ำผึ้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง และงาขาว แอบบอกแล้วกันว่าหากลองนำไปแช่เย็นดู ขนมจะให้สัมผัสที่กรอบขึ้นด้วยนะ

ที่อยู่: ถนนผดุงด้าว (MRT วัดมังกร) เปิดทุกวันศุกร์-เสาร์ 19:30-22:30 ติดต่อได้ที่ 08 1903 7323

Baklava at Ottoman Turkish Restaurant
Phavitch Theeraphong/Time Out Bangkok

บาคลาวา (Baklava) ประเทศตุรกี

บาคลาวา เป็นเมนูที่หลายร้านขนมและร้านกาแฟในประเทศตุรกีต้องมี ลักษณะเป็นขนมแผ่นสอดไส้ กินแล้วได้รสหวานจากถั่วสับและน้ำผึ้ง จับคู่กับกาแฟตุรกีแล้วเข้ากันดีเลย เมนูนี้มีให้ลองอยู่ที่ Ottoman Turkish Restaurant ที่อยู่ภายในร้านอาหาร บ้านสีลม ที่นี่เสิร์ฟบาคลาวาทำสดใหม่ทุกวัน ทำจากน้ำผึ้งระดับพรีเมียม หากไปแล้วเราอยากให้ลองเมนู firin sutlac ด้วยนะ เป็นพุดดิ้งข้าวที่แช่ในนมข้นหวาน

ที่อยู่:บ้านสีลม ถนนสีลม (BTS สุรศักดิ์) เปิดทุกวัน 10:00-22:30 ติดต่อได้ที่  0 2635 368

Advertising
Banh chuoi hap at Maison Saigon
Phavitch Theeraphong/Time Out Bangkok

บันโชแฮ (Banh chuoi hap) ประเทศเวียดนาม

เราเชื่อว่าทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีวิธีเปลี่ยนกล้วยให้กลายเป็นขนมแสนอร่อย ประเทศเวียดนามเองก็ไม่มีข้อยกเว้น ด้วยการนำกล้วยสุกมาผสมกับแป้งมันสำปะหลัง ก่อนนำไปนึ่งจนเกิดเนื้อสัมผัสที่หนืด เสิร์ฟพร้อมน้ำราดทำจากมะพร้าวและงาคั่ว สถานที่แนะนำในกรุงเทพฯ สำหรับลิ้มลองเมนู บันโชแฮ และอาหารเวียดนามแบบดั้งเดิมจะเป็นที่ไหนได้นอกจาก Maison Saigon ร้านอาหารเวียดนามที่เปิดได้ไม่นานนี้ แถมตกแต่งสวยงามมีสไตล์ ร้านเสิร์ฟบันโชแฮด้วยเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มตามต้นฉบับ รสหวานกำลังดี มาพร้อมกับน้ำราดเข้มข้นจากมะพร้าว

ที่อยู่: Maison Saigon 87 ถนนหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน (BTS ราชดำริ) เปิดทุกวัน 11:00-14:30 และ 17:00-22:00 ติดต่อได้ที่ 0 2656 4966

Indian ras malai at punjab sweet
Phavitch Theeraphong/Time Out Bangkok

ราสมาลัย (Ras malai) ประเทศอินเดีย

สำหรับคนไม่ชอบขนมรสหวาน ราสมาลัย นับว่าเป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลย ซึ่งคำนี้แปลได้ว่า 'น้ำผลไม้และไอศกรีม' เป็นขนมจากแถบตะวันตกของรัฐเบงกอล ประเทศอินเดีย หากลองชิมราสมาลัยจะมีสัมผัสที่นุ่มสมูธ เกิดจากส่วนผสมที่ทำจาก ปะนีร์ ซึ่งเป็นชีสอินเดียชนิดที่เรียกว่า chhena รวมเข้ากับนมเนื้อหนาและเย็น จึงเหมาะกับการรับประทานในวันที่อากาศร้อน อีกทั้งนิยมเสิร์ฟในเทศกาลต่างๆ อีกด้วย อาทิ เทศกาลโฮลี เทศกาลดิวาลี หรืองานแต่ง

และหากต้องการชิมเมนูนี้ในกรุงเทพฯ ก็ต้องไปที่ย่านชุมชนอินเดียและตรงไปยังร้าน Punjab Sweets ร้านอาหารมังสวิรัติที่เสิร์ฟขนมอินเดียหลากหลายชนิด โดยมีเมนูราสมาลัยเป็นขนมขึ้นชื่อ กินแล้วได้กลิ่นหอมนมและได้รสนมผสมกระวานอย่างชัดเจน หรือหากเป็นเมนูขนมอื่นๆ ก็มีเช่น กุหลับ จามาน (gulab jamun) แป้งทอดในน้ำตาลไซรัป หรือ กาจู กี บาร์ฟี (kaju ki barfi) ขนมหนึบจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์

ที่อยู่: Punjab Sweets ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร (MRT สามยอด) เปิดจันทร์-เสาร์ 9:00-17:00 ติดต่อได้ที่ 0 2222 6541

Advertising
mote let kauk
Phavitch Theeraphong/Time Out Bangkok

มอตเลอเกา (Mote let kauk) ประเทศพม่า

ชื่อขนม มอตเลอเกา แปลตามภาษาพม่าได้ว่า 'ขนมถัก' มีลักษณะคล้ายกับโดนัท แต่มีเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มกว่าเนื่องจากทำด้วยแป้งข้าว ก่อนเคลือบทั้งชิ้นจนชุ่มด้วยน้ำเชื่อมทำจากน้ำตาลโตนด เมนูนี้เหมาะกับคนชอบเคี้ยวสักหน่อย หากอยากลองให้ไปได้ที่ ตลาดพระโขนง ซึ่งเป็นชุมชนชาวพม่าขนาดย่อมๆ ในกรุงเทพฯ โดยร้านรถเข็นที่อยู่ตรงข้ามร้านอาหารพม่า Mona จะมีมอตเลอเกาขายอยู่ พร้อมกับขนมหวานจากประเทศพม่าชนิดอื่นๆ ด้วย

ที่อยู่: ซอยสุขุมวิท 71 (BTS พระโขนง) เปิดทุกวัน 9:00-17:00

QQ Dessert

ขนมเผือก (Taro ball) ประเทศไต้หวัน

แม้จะเรียกกันว่า ทาโร่บอล ที่หมายถึงทำจากเผือก แต่เจ้าของหวานเนื้อนุ่มหนึบชิ้นพอดีคำนี้สามารถทำได้จากทั้งเผือกหรือมันหวานก็ได้ โดยปกติแล้วจะกินคู่กับส่วนประกอบรสหวานอื่นๆ อาทิ เยลลี่ พุดดิ้งเต้าหู้ และถั่วแดง เสิร์ฟในชามพร้อมน้ำแข็งไสและน้ำเชื่อม นิยมกินอย่างแพร่หลายในร้านขนมหวานที่ไต้หวัน ส่วนในกรุงเทพฯ สามารถชิมได้ที่ QQ Dessert ร้านขนมหวานสูตรไต้หวันแท้ๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ สามารถเลือกส่วนผสมได้หลายรูปแบบ ส่วนตัวแล้วเราชอบข้าวเหนียวดำ ถั่วแดง และทาโร่บอล

ที่อยู่: CentralWorld ชั้น 6 ถนนพระราม 1 (BTS สยาม) เปิดทุกวัน 10:30-21:30 ติดต่อได้ที่ 06 4123 4599

Advertising
Helva Persian House
Phavitch Theeraphong/Time Out Bangkok

ฮาลวา (Halva) ประเทศอิหร่าน

หญ้าฝรั่น น้ำกุหลาบ และกระวาน เป็นส่วนผสมหลักในการทำอาหารของชาวเปอร์เชีย ซึ่งทั้งสามสิ่งนี้มีอยู่ครบในเมนูขนมหวานสไตล์อิหร่าน ฮาลวา ที่ผสมเข้ากับแป้งและเนย โดยที่ร้านอาหาร Persian House บนถนนปั้น เป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านในกรุงเทพฯ ที่เราสามารถชิมเมนูนี้ได้ ฮาลวาของร้านมีรสชาติหญ้าฝรั่นและน้ำกุหลาบที่ชัดเจน เสิร์ฟพร้อมอัลมอนด์หั่นชิ้น อย่าลืมสั่งชาเปอร์เชียมาดื่มคู่กันเพื่อตัดรสหวานด้วยนะ

ที่อยู่: Persian House Restaurant 48/2-3 ถนนปั้น (BTS สุรศักดิ์) เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 11:00-22:00 ติดต่อได้ที่ 0 2635 2674

Advertising