Get us in your inbox

Kenika Ruaytanapanich

Kenika Ruaytanapanich

Writer

It’s both the foods that make the man and the man that make the foods.

Articles (167)

อีเวนต์และกิจกรรมน่าสนใจประจำสัปดาห์ (18 - 24 พ.ค.)

อีเวนต์และกิจกรรมน่าสนใจประจำสัปดาห์ (18 - 24 พ.ค.)

ท่ามกลางเหตุการณ์ บรรยากาศ และความร้อนระอุ (หรือบางทีก็ฝนตก) ในทุกฤดูกาล แม้จะทำให้หลายคนอึดอัดใจหรือเบื่อหน่ายไปบ้าง แต่เราก็ยังเชื่อว่าชาวกรุงเทพฯ ยังอยากสนุกกับการใช้ชีวิตและอยากตามหากิจกรรมพิเศษๆ ทำในวันหยุดกันเช่นเคย  และถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบออกไปชมนิทรรศการศิลปะ ทำเวิร์กช็อป ฟังเพลงชิลๆ ฮอปปิ้งคาเฟ่ หรือไม่เคยพลาดอีเวนต์และปาร์ตี้สุดเอ็กคลูซีฟที่เราจะนำมากระซิบบอก เราขอแนะนำว่าอย่าพลาดติดตามคอนเทนต์ ‘อีเวนต์และกิจกรรมน่าสนใจประจำสัปดาห์’ ที่เราจะมาอัปเดตเรื่องราวสนุกๆ ให้ทุกคนได้รู้กันเป็นประจำ ส่วนในสัปดาห์นี้จะมีอีเวนต์หรือกิจกรรมอะไรที่รอให้ทุกคนตามไปร่วมเอ็นจอยอยู่บ้าง เราหยิบมาแนะนำให้ทุกคนเลือกแล้วด้านล่างนี้เลย

10 ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับเอเชีย ที่นักชิมต้องแวะไปลิ้มลองด้วยตัวเองสักครั้ง

10 ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับเอเชีย ที่นักชิมต้องแวะไปลิ้มลองด้วยตัวเองสักครั้ง

หากพูดถึงต้นกำเนิดของอาหารไฟน์ไดนิ่งสุดหรู เราต้องนึกถึง ‘อาหารฝรั่งเศส’ เป็นอันดับแรกแน่นอนอยู่แล้ว และด้วยรสชาติอันล้ำลึก หลายมิติ ไปจนถึงหน้าตาอาหารที่ประณีตสวยงาม จึงไม่แปลกเลยถ้าอาหารชาตินี้จะกลายเป็นที่นิยมและแพร่หลายไปทั่วโลก จนหลายคนยกให้ว่า อาหารฝรั่งเศสเป็นรากเหง้าของร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ถ้าหากใครอยากลองลิ้มรสชาติของอาหารฝรั่งเศส−แบบไม่ต้องบินไปถึงกรุงปารีสหรือแคว้นนอร์มังดี วันนี้เรามีลิสต์ “10 ร้านอาหารฝรั่งเศสยอดเยี่ยม” ที่มีชื่ออยู่บนลิสต์ Asia's 50 Best Restaurants 2022 มาให้ตามไปเก็บพร้อมกัน ในลิสต์นี้มีร้านอาหารฝรั่งเศสจากประเทศไทยเพียงแห่งเดียวที่ติดอันดับ นั่นคือ Blue by Alain Ducasse ที่ไอคอนสยาม ส่วนอีก 9 ร้านนั้นมีร้านไหนกันบ้าง ตามไปดูกัน

Nómada ร้านอาหารแห่งใหม่ในหัวหิน กับเมนูสไตล์อเมริกาใต้โดยเชฟชาวชิลี

Nómada ร้านอาหารแห่งใหม่ในหัวหิน กับเมนูสไตล์อเมริกาใต้โดยเชฟชาวชิลี

ทริปวันหยุดฤดูร้อนแบบนี้ใครๆ ก็อยากไปพักผ่อนริมทะเล กินอาหารทะเลดีๆ ในบรรยากาศสนุกสนาน และถ้าใครเตรียมตัวเดินทางไปหัวหินอยู่ล่ะก็ เราแนะนำให้ลองแวะชิมอาหารที่ร้านเปิดใหม่ Nómada (โนมาดา) ร้านอาหารสไตล์อเมริกาใต้ ในโรงแรมดุสิต ธานี หัวหิน นำโดย เชฟอังเดร เซอเวอริโน (Andre Severino) เชฟลูกครึ่งอาร์เจนตินา-เปรู Kenika Ruaytanapanich / Time Out Bangkok   Kenika Ruaytanapanich / Time Out Bangkok Nómada เป็นห้องอาหารใหม่ริมทะเล มาแทนร้านเดิมที่ชื่อ ริมทะเล บาร์ แอนด์ กริลล์ โดยโรงแรมได้ทำการออกแบบตกแต่งใหม่ให้เป็นสไตล์ทรอปิคัล ดูทันสมัย มีสีสัน และสนุกสนานมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ทิ้งกลิ่นอายดั้งเดิมของโรงแรม และไม่ใช่แค่ร้านอาหารนี้เท่านั้นนะ โรงแรมได้ลงมือปรับแต่ง ต่อเติม หยิบความสนุกมาใส่ให้บรรยากาศคึกคักมากขึ้นด้วย เช่น บูธดีเจกลางสระน้ำ ซุ้มนั่งเล่นริมสระ หรือในห้องพักก็ตกแต่งใหม่เช่นกัน ทำให้ตอนนี้โรงแรมดุสิตดูเด็กลงไม่เบา และไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เห็นคนทำกิจกรรมอยู่ตลอด Kenika Ruaytanapanich / Time Out Bangkok   Kenika Ruaytanapanich / Time Out Bangkok กลับมาพูดถึง “Nómada (โนมาดา)” คำนี้เป็นภาษาสเปน หมายถึง นักเดินทางที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ มาปรุงโดยใช้ไฟแบบดั้งเดิมสไตล์ชาวเล ซึ่งความหมายนี้ก็คือคอนเซ็ปต์ของร้านด้วย ทำให้หลายๆ เมนูจะเน้นปรุงด้วยวิธีย่างถ่านบนเตาอิฐแบบพิเศษที่เชฟสั่งทำขึ้นมา เป็นเตาย่างสไตล์อเมริกาใต้ “อาหารอเมริกาใต้จะเน้นใช้การย่างถ่านเยอะ มันทำให้หอมกลิ่นควันและมีรสชาติที่แตกต่าง แม้จะต้องใช้เวลานาน” เชฟอังเดรผู้เชี่ยวชาญการทำอาหารย่างถ่านสไตล์อเมริกาใต้เล่าให้เราฟัง   Kenika Ruaytanapanich / Time Out Bangkok Dusit Thani Hua Hin  

noble PLAY ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้แห่งใหม่ใจกลางเพลินจิต

noble PLAY ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้แห่งใหม่ใจกลางเพลินจิต

แม้ว่าย่านใจกลางเมืองอย่างเพลินจิตจะเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ความทันสมัย และมีหลายๆ สิ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอยู่เสมอ แต่เราเชื่อว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนกำลังมองหา และอยากยกเข้ามาใกล้ตัวเพื่อเติมเต็มชีวิตประจำวันให้น่าสนุกมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ พื้นที่สร้างสรรค์ที่จะอัดแน่นไปด้วยแรงบันดาลใจใหม่ๆ รวมถึงเป็นคอมมูนิตี้ให้ทุกคนนัดเจอ พูดคุยกันได้อย่างไม่รีบร้อน วันนี้เราเลยอยากพาทุกคนไปรู้จัก “noble PLAY” คอมมูนิตี้แห่งใหม่ใจกลางย่านเพลินจิตที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบบลงมาแล้วเจอทันที โดยที่นี่ตั้งใจเปิดเป็นไลฟ์สไตล์สเปซที่อยากให้ทุกคนแวะมาได้ในทุกๆ วัน ไม่ว่าคุณจะมีความชอบเรื่องงานอาร์ต กาแฟ หรือเวิร์กช็อปพิเศษๆ ที่จะหมุนเวียนมาจัดให้เข้าร่วมกันตลอด   Noble Development     พูดถึงความพิเศษของ noble PLAY หากทุกคนเดินเข้าไปด้านในจะพบว่าพื้นที่ทั้งหมดแบ่งเป็น 5 โซน ทำให้มีกิจกรรมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนได้หลายกลุ่มในพื้นที่เดียว เริ่มต้นจาก “Art Space” ที่อยู่ชั้นล่างและกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของทั้งหมด ตรงนี้จะเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะให้ทุกคนมาเดินหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา  โดยผลงานชุดปัจจุบันที่จัดแสดงอยู่มีชื่อว่า ‘Evolution’ โดยทีมศิลปิน Pichet Klunchun Dance Company ร่วมกับ noble PLAY งานนี้ทุกคนจะได้ชมงานศิลปะหลายรูปแบบ เช่น ประติมากรรมขนาดใหญ่ งานจิตรกรรม และงานศิลปะแบบจัดวาง (Installation Art) ซึ่งจะมีการผสมผสานเทคโนโลยีให้ดูราวกับมีชีวิต   Chatchawan Jaksuwong/Time Out Bangkok   Chatchawan Jaksuwong/Time Out Bangkok     Chatchawan Jaksuwong/Time Out Bangkok     ส่วนอีกฝั่งหนึ่งหากเดินทะลุไปจะเจอกับ “Toby’s” ร้านอาหารมื้อสายจากซอยสุขุมวิท 38 ที่มาเปิดสาขาใหม่อย

14 ข้าวแช่จากหลายร้านดัง ที่พร้อมเสิร์ฟของว่างคลายร้อนนับแต่โบราณให้ชิมแล้ว

14 ข้าวแช่จากหลายร้านดัง ที่พร้อมเสิร์ฟของว่างคลายร้อนนับแต่โบราณให้ชิมแล้ว

เมืองไทยของเราก็มีเมนูตามฤดูกาล หรืออาหารที่จะกลับมาเพียงปีละครั้งเหมือนกัน และหนึ่งในนั้นก็คือ "ข้าวแช่" ของว่างคลายร้อนตามฉบับชาววัง โดยส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ จะมีขายเฉพาะช่วงฤดูร้อนในเดือนเมษายนเท่านั้น สำหรับวัยรุ่นที่อาจจะไม่คุ้นกับเมนูนี้ ข้าวแช่ เป็นอาหารไทยโบราณที่ปกติจะเสิร์ฟเฉพาะช่วงหน้าร้อน เดิมทีเป็นอาหารมอญที่ไทยรับธรรมเนียมมาเมื่อหลายร้อยปีก่อน ข้าวแช่ คือข้าวสวยที่แช่อยู่ในน้ำลอยดอกมะลิ เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียง เช่น ลูกกะปิ (กะปิปั้นเป็นก้อนกลมทอด) หอมแดงยัดไส้ (หอมแดงสอดไส้หมูฝอยทอด) หมูฝอย และอีกหลากหลายจาน ในอดีตข้าวแช่จะรับประทานกันเฉพาะในรั้วในวังและบ้านของชนชั้นสูงเท่านั้น ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะมันต้องใช้วัตถุดิบชั้นยอด ฝีมือการทำครัว และเวลาน่ะสิ แต่ในปัจจุบันข้าวแช่สามารถหากินได้ทั่วไปแล้ว เพราะหลายๆ ร้านอาหารก็มีสูตรตกทอด คิดค้นขึ้นมาเป็นของตัวเอง ทำให้ทุกคนสามารถตามลิ้มลองได้ง่ายขึ้น และสำหรับคนไหนที่ยังไม่เคยชิม หรือกำลังตามหาข้าวแช่ร้านที่ถูกใจ มาลองดูร้านอาหารที่เราหยิบมาแนะนำได้ด้านล่างได้เลย

5 คาเฟ่และร้านอาหารอยุธยาที่ดีจนอยากบอกต่อ

5 คาเฟ่และร้านอาหารอยุธยาที่ดีจนอยากบอกต่อ

หลังจากพาทุกคนไปตามรอยชิม 10 ร้านรางวัลมิชลิน บิบ กูร์มองด์ ในจังหวัดอยุธยาแล้ว วันนี้เรามีทริปแวะเที่ยว แวะกินอาหารที่อยุธยามาแนะนำกันอีกรอบ เป็นร้านอาหารและคาเฟ่น่าสนใจที่หากใครแวะไปอยุธยาก็น่าดูเป็นตัวเลือกนะ เพราะแต่ละร้านบรรยากาศดี แถมมีเมนูสไตล์เมืองอยุธยาให้สั่งมาลองกันเยอะเลย 5 ร้านน่าสนใจที่เราแวะไปชิมแล้วอยากบอกต่อจะมีที่ไหนบ้าง มาลองดูกัน   1. บ้านป้อมเพชร Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok   ‘บ้านป้อมเพชร’ เป็นร้านอาหารไทยสูตรของครอบครัวที่เปิดอยู่ติดริมแม่น้ำในโซนเมืองเก่า ใกล้กับโบราณสถานป้อมเพชร เจ้าของเลยตั้งใจออกแบบร้านโดยใช้อิฐสีส้มตามอิฐมอญของป้อมเพชรเดิม แต่ผสมการออกแบบที่โมเดิร์นลงไปให้ดูทันสมัยขึ้น ซึ่งทุกคนจะต้องเดินผ่านมุมไฮไลต์ตรงนี้แน่นอน  ส่วนร้านอาหารจะอยู่ฝั่งขวามือ มีทั้งโซนริมน้ำและในร่ม เมนูต่างๆ จะเป็นสูตรตกทอดกันในครอบครัว จากรุ่นคุณยายและคุณแม่สู่เจ้าของร้านคนปัจจุบัน โดยเมนูแนะนำของร้าน เช่น ‘กุ้งแม่น้ำ (ตัวละ 470 บาท)’ เสิร์ฟกับน้ำจิ้ม 3 แบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นซิกเนเจอร์ คือ น้ำจิ้มสะเดาน้ำปลาหวาน ‘ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน (ราคาตามขนาด)’ เป็นเมนูที่เราก็อยากแนะนำ เพราะเครื่องแกงรสชาติดี เข้ากับเนื้อปลา ‘ผัดสายบัวปลาทู (180 บาท)’ น่าจะเป็นเมนูทำให้หลายคนคิดถึงวัยเด็ก สามารถมาลองชิมได้ที่นี่ ‘แกงคั่วเนื้อปู (480 บาท)’ ใช้เนื้อปูจากภาคใต้นำมาผสมกับแกงคั่วสูตรของร้าน และสุดท้าย ‘โอวเถ่าก้วย (4 ชิ้น 120 บาท)’ ขนมเผือกนึ่งจากร้านดังย่านพระราม 4 “ร้านขนมเผือกเจ๊อี่” ที่นำมาขายที่นี่ได้เจ้าของร้านบอกว่าเพราะเป็นแม่สามี Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok   Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok     บ้านป้อมเพชร เปิดบริการทุกวัน เวลา 1

Kimpton Kitalay Samui รีสอร์ทแห่งใหม่ของแบรนด์คิมป์ตันที่ชวนหนีมาพักร้อนทุกวันหยุดยาว

Kimpton Kitalay Samui รีสอร์ทแห่งใหม่ของแบรนด์คิมป์ตันที่ชวนหนีมาพักร้อนทุกวันหยุดยาว

ใครอยากหนีไปพักผ่อนเงียบๆ แต่ก็อยากเจอบรรยากาศมีชีวิตชีวาให้รู้สึกได้มาพักผ่อน เราว่าอาจจะชอบรีสอร์ทแห่งใหม่ Kimpton Kitalay Samui (คิมป์ตัน คีตาเล สมุย) ก็ได้นะ เพราะครั้งแรกที่เราเดินสำรวจบรรยากาศก็รู้สึกว่าเป็นรีสอร์ทที่อบอุ่น เหมาะกับการหนีมาพักร้อนเติมพลังก่อนกลับไปใช้ชีวิตในเมืองต่อ คิมป์ตัน คีตาเล สมุย ตั้งอยู่บนพื้นที่ 19 ไร่ ริมหาดเชิงมน เกาะสมุย ที่นี่เป็นรีสอร์ทแห่งแรกของแบรนด์คิมป์ตันในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน อาจจะไม่ใช่รีสอร์ทที่ใหญ่โตมาก แต่บรรยากาศดี น่าออกไปเดินเล่น กินลมชมวิวได้ทั่วรีสอร์ท สำหรับชื่อว่า ‘คีตาเล’ ก็มีความหมายคือ “บทเพลงจากท้องทะเล” (คีตะ = บทเพลงหรือการขับร้อง) เพราะคอนเซ็ปต์การออกแบบรีสอร์ทแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตของชาวเลและหมู่บ้านชาวประมงบนเกาะสมุยนั่นเอง Kenika Ruaytanapanich/Time Out Bangkok บรรยากาศและดีเทลซิกเนเจอร์ เมื่อถึง คิมป์ตัน คีตาเล สมุย จะสังเกตเห็นทันทีว่ารีสอร์ทเน้นออกแบบโครงสร้างด้วยเส้นขนานเยอะมาก ตั้งแต่ทางเดินเข้าล็อบบี้แบบเปิดโล่ง ทอดยาวไปจนถึงระเบียงทรงตัว U ซึ่งปีกอาคารทั้งสองฝั่งยื่นออกไปหาทะเล นำสายตาไปจนเห็นสระน้ำใจกลางรีสอร์ทที่ดูเป็นหนึ่งเดียวกับน้ำทะเล ถือเป็นมุมซิกเนเจอร์ของรีสอร์ทนี้ อยากเห็นวิวนี้ต้องขึ้นไปบนชั้นสองของอาคารต้อนรับ  ดีไซน์ทั้งหมดเป็นผลงานของทีม P49 Deesign ผู้รับผิดชอบทั้งโปรเจ็กต์ของคิมป์ตัน คีตาเลฯ และนอกจากโครงสร้างก็ยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีก ที่พวกเขาตั้งใจหยิบของท้องถิ่นมาจัดวางให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ชาวเล เช่น การนำอุปกรณ์จับปลามาใช้ตกแต่งห้องอาหารริมทะเล หรือลวดลายที่เกิดจากการสานอันเป็นเอกลักษณ์ โดยใช้วัสดุไม้ที่นำมาจากเรือประมงจริ

คุยกับ ทิลด้า สวินตัน และ เจ้ย-อภิชาติพงศ์ กับผลงานภาพยนตร์ Memoria

คุยกับ ทิลด้า สวินตัน และ เจ้ย-อภิชาติพงศ์ กับผลงานภาพยนตร์ Memoria

ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับหนังแนวอินดี้ ที่ได้นักแสดงชาวอังกฤษฝีมือดีเบอร์ต้นๆ ของวงการมาร่วมงานด้วย แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึง Memoria หนังยาวลำดับที่ 9 ของ เจ้ย - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่เขาเองก็ยอมรับว่าการสร้างผลงานเรื่องนี้ล้วนเป็นความท้าทายครั้งใหม่ ตั้งแต่เป็นครั้งแรกที่อภิชาติพงศ์บินไปถ่ายทำหนังถึงต่างประเทศ ครั้งแรกที่เขาถ่ายทำเป็นภาษาต่างประเทศทั้งเรื่อง และครั้งแรกที่เขาร่วมงานกับนักแสดงชาวต่างชาติทั้งหมด โดยเฉพาะ ทิลดา สวินตัน (Tilda Swinton) นักแสดงชาวอังกฤษฝีมือชั้นครู ซึ่งรับบทนำในเรื่อง อภิชาติพงศ์และทิลดารู้จักกันมายาวนานกว่า 10 ปี และเคยพูดถึงการร่วมงานกันมานานแล้ว แต่เพิ่งได้มีโอกาสจับมือกันสร้างผลงานจริงๆ ใน Memoria ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องการออกตามหาเสียงลึกลับที่ เจสสิก้า ได้ยินอยู่ในหัวของเธอเองในประเทศโคลอมเบีย ซึ่งพล็อตเรื่องทั้งหมดอภิชาติพงศ์เล่าว่าอิงขึ้นมาจากชีวิตจริงของเขา โดย Memoria เปิดตัวครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์คานส์ ครั้งที่ 74 ในปี 2021 และได้รับรางวัลขวัญใจคณะกรรมการ หรือ Jury Prize   Sereechai Puttes/Time Out Bangkok “สำหรับผมภาพยนตร์เป็นสิ่งที่ทำให้ผมหลุดออกจากโลกแห่งความจริงได้ตั้งแต่เด็ก มันช่วยให้ผมหนีออกจากพื้นที่ที่น่าเบื่อและว่างเปล่าในตอนนั้น” อภิชาติพงศ์เริ่มเล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นของการทำภาพยนตร์ “แต่พอผมกลับมาทำความเข้าใจกับสถานที่ ผู้คน ผมได้เห็นสิ่งที่สวยงามมากๆ หนังเรื่องนี้เลยเป็นเหมือนตัวเชื่อมระหว่างผมและโลกภายนอก ผมเลยอยากฉายหนังเรื่องนี้เพื่อเป็นการฉลองจุดกำเนิดของตัวเอง” “ผมเลยอยากฉายหนังเรื่องนี้เพื่อเป็นการฉลองจุดกำเนิดของตัวเอง”  Memoria จะดำเนินเรื่องด้วยภาษาอังกฤษและสเปนเป็นหลัก (ทั้งชื่อเรื่องก็มาจาก

Maze Dining ภาพใหม่อาหารเหนือ กำกิ๋นเมือง รสลำแต้ ในรูปคอนเทมโพรารี โดย เชฟเมย์-พัทธนันท์

Maze Dining ภาพใหม่อาหารเหนือ กำกิ๋นเมือง รสลำแต้ ในรูปคอนเทมโพรารี โดย เชฟเมย์-พัทธนันท์

มีร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งแห่งใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่บนถนนพระรามหก ไม่ไกลจากอารีย์ และเป็นร้านที่กำลังได้รับความสนใจจากนักชิมเป็นอย่างมาก ทำให้เราเชื่อว่าหากใครได้ชิมอาหารที่นี่จะต้องตัดสินใจกลับมาอีกครั้งแน่นอน ซึ่งร้านที่เรากำลังพูดถึงก็คือ Maze Dining (เมซ ไดนิ่ง) ของเชฟเมย์-พัทธนันท์ ธงทอง รองผู้ชนะเลิศจากรายการ Top Chef Thailand ซีซั่นแรก ถ้าให้เล่าประสบการณ์ด้านการทำอาหารของเชฟเมย์ทั้งหมด อาจเล่าไม่หมดได้ตรงนี้ แต่เอาเป็นว่าเชฟผ่านทั้งการฝึกฝนและการแข่งขันมาไม่น้อย และนอกจากได้ตำแหน่งรองชนะเลิศจากรายการ Top Chef เชฟเมย์ก็เคยแข่งขันชนะเชฟกระทะเหล็กมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วย ก่อนจะเดินทางกลับไปเปิดร้านอาหารของตัวเองอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเชฟเอง และเนื่องจากฝีมืออันโดดเด่น เชฟเมย์ก็เลยถูกชักชวนให้มาประจำที่ร้านอาหารแห่งนี้ในกรุงเทพฯ พร้อมกับสไตล์การทำอาหารไทยผสมตะวันตกที่น่าสนใจ ซึ่งทุกคนจะได้ลิ้มลองเมนูพิเศษ 8 คอร์ส ที่เชฟเมย์รังสรรค์ขึ้นมาก่อนใคร ในซีรีส์อีเวนต์ Time Out Tables: The Lamiat Selection by Chang 2022 ที่ Time Out กรุงเทพฯ ร่วมกับเครื่องดื่มช้าง จัดดินเนอร์อาหารไทยแพร์ริ่งเครื่องดื่มเบียร์  Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok สำหรับคอร์สเมนูที่เชฟนำเสนอในอีเวนต์นี้ มีชื่อว่า “The Flavor of the North” เชฟเมย์ตั้งใจนำรสชาติของอาหารเหนือแบบดั้งเดิมมานำเสนอใหม่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ทันสมัย หากให้มองด้วยตาเปล่าจะดูเหมือนอาหารยุโรปไม่ผิดเพี้ยน แต่เมื่อตักชิมเข้าไปแล้วจะได้สัมผัสกับรสชาติอาหารไทยสไตล์ภาคเหนือที่มีเอกลักษณ์ พอเริ่มต้นคอร์ส เชฟจะนำ “ขนมปังข้าวหนุกงา” มาเสิร์ฟให้ชิมรองท้องก่อนเข้าสู่คอร์สแรก ข้างๆ กันจะเป็นเนยฝรั่งเศสผสมมันปู เชฟเมย์บอกว่าเมน

6 คาเฟ่นครปฐม สำหรับสายคาเฟ่ที่อยากเดินทางชิลๆ

6 คาเฟ่นครปฐม สำหรับสายคาเฟ่ที่อยากเดินทางชิลๆ

แม้ว่าคาเฟ่ในกรุงเทพฯ จะเปิดใหม่กันไม่หยุดแบบตามเก็บกันไม่ไหว แต่เราเชื่อว่าต้องมีหลายๆ คนนึกอยากหนีความแออัดวุ่นวายในย่าน ตรอกซอย หรือผู้คนมากมายตามคาเฟ่ฮิปๆ ที่หากแวะไปช่วงนี้คงได้เดินกระทบไหล่กันเข้าจริงๆ แล้วเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งชิลกินขนม จิบเครื่องดื่มแบบสบายๆ ในบรรยากาศใหม่ๆ ดูบ้าง วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนออกเดินทางกันสักหน่อย ไปจังหวัดนครปฐมที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เพราะหากใครสังเกตจะรู้สึกเหมือนกันว่า จังหวัดนี้ก็มีคาเฟ่เก๋ๆ เปิดอยู่เยอะไม่เบา แถมหลายร้านก็สามารถให้เราเดินเล่น นั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมขนมได้สบายๆ เพราะมีพื้นที่กว้างขวางและมีบรรยากาศที่(ยัง)ไม่หนาแน่นสักเท่าไหร่ ซึ่งเพราะแบบนี้ เราเลยมั่นใจว่าในอนาคต จังหวัดนครปฐมจะมีคาเฟ่ใหม่ๆ เปิดเพิ่มขึ้นอีกเพียบแน่นอน และตอนนี้หากใครพร้อมออกเดินทางไปฮอปปิ้งคาเฟ่บรรยากาศใหม่ๆ แถมใช้เวลาเดินทางไม่นานแบบไปเช้า-เย็นกลับ วันนี้พวกเราก็มี “6 คาเฟ่จังหวัดนครปฐม” มาแนะนำให้ตามไปเช็คอินกันดู     1. Niagara N Garden   Sereechai Puttes/Time Out Bangkok     คาเฟ่และร้านอาหารที่ใหญ่โตตั้งแต่คอนเซ็ปต์ พื้นที่ และเครื่องบินที่จอดอยู่ให้ทุกคนเข้าไปนั่งจิบกาแฟ ถ่ายรูปกันได้ โดยพื้นที่ของร้านทั้งหมด 40 ไร่ จะตกแต่งในคอนเซ็ตป์การเดินทางท่องเที่ยว มีทั้งกำแพงน้ำตก สระน้ำ และเครื่องบินรุ่น Lockheed L-1011 ที่เปลี่ยนด้านในให้เป็นคาเฟ่สำหรับคนอยากนั่งจิบกาแฟเก๋ๆ โดยร้านชวนคาเฟ่ Pour Over Lab มาเป็นผู้ชงเครื่องดื่มสำหรับคาเฟ่นี้ให้ ส่วนด้านล่างเครื่องบินจะเป็นโซนร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูสไตล์อิตาเลียน เผื่อว่าใครถ่ายรูปจนเหนื่อยและอยากเติมท้องให้อิ่มก่อนเดินทางต่อ แต่หากใครที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวมากๆ ขณะนั่งรับประทานอาหาร ร้านก็มีโดมกลา

รวมทุกอย่างในอีเวนต์ Time Out Tables: The Lamiat Selection by Chang

รวมทุกอย่างในอีเวนต์ Time Out Tables: The Lamiat Selection by Chang

“ความละเมียด” คือการใส่ใจรายละเอียดแม้เพียงเล็กน้อยเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งคำนี้เป็นปรัชญาคู่กับอาหารไทยมาช้านาน Time Out ร่วมกับ Chang หยิบเอาความละเมียดที่เป็นปรัชญาของอาหารไทยนี้มาจับคู่กับเครื่องดื่มที่การันตีด้วยรางวัลเหรีญทองระดับโลก สู่ซีรีส์พิเศษของอีเวนต์ดินเนอร์สุดหรู “Time Out Tables: The Lamiat Selection by Chang” ที่พวกเราจะพาทุกคนไปชิมคอร์สเมนูอาหารไทยสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่ง 6 แห่งทั่วกรุงเทพฯ พร้อมประสบการณ์จับคู่อาหารไทยกับเครื่องดื่มเบียร์ที่เข้ากันอย่างลงตัว โดยร้านอาหารทั้งหมดที่เข้าร่วมอีเวนต์ในครั้งนี้ ได้แก่ Baan Suriyasai, Le Du, 80/20, Maze Dinning, AdHoc Bkk และ Potong Time Out Tables: The Lamiat Selection by Chang พร้อมกลับมาพาทุกคนไปเพลิดเพลินกับมื้อค่ำสุดพิเศษแล้ว โดยทุกคอร์สเมนูที่เชฟจากทุกร้านอาหารรังสรรค์ขึ้นมานี้ จะเสิร์ฟเป็นระยะเวลา 2 เดือนเต็ม โดยทุกคนจะได้รับเครื่องดื่มแพร์ริ่งจาก Chang อย่างไม่จำกัดตลอดมื้อ พร้อมกับชิมอาหารในร้านที่คุณสามารถเลือกได้เอง และเราขอกระซิบอีกว่าเชฟแต่ละคนรังสรรค์เมนูออกมาได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งจะมอบประสบการณ์ให้ทุกคนได้อย่างน่าประทับใจแน่นอน เริ่มเปิดขายบัตรแล้ววันนี้ผ่านทาง: สำรองที่นั่งได้ที่: https://bit.ly/3gLFvF0Facebook page: Time Out - กรุงเทพฯโทร 081-984-2806 กุลธิดา เชวงวรรณ (นุ่น)อีเมล marketing@timeoutbangkok.comIG: instagram.com/timeoutbangkok_th

Le Du เปิดเมนูสุดครีเอทีฟใหม่ จากร้านอาหารอันดับ 4 ของเอเชีย โดย เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร

Le Du เปิดเมนูสุดครีเอทีฟใหม่ จากร้านอาหารอันดับ 4 ของเอเชีย โดย เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร

หากพูดถึงร้านอาหารไทยระดับไฟน์ไดนิ่งที่มีชื่อเสียงระดับเอเชีย ทุกคนต้องนึกถึง Le Du ร้านอาหารไทยของ เช ฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เป็นอันดับแรกๆ อย่างแน่นอน เพราะร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องการนำอาหารไทยมานำเสนอใหม่อย่างทันสมัย และมีรางวัลการันตีมากมาย ทั้งได้รับมิชลิน 1 ดาว และเป็นร้านอาหารอันดับ 4 ของเอเชียจากการจัดอันดับ Asia’s 50 Best Restaurants ปีล่าสุด  โดยคอร์สเมนูที่เชฟต้นรังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อร่วมเสิร์ฟในซีรีส์อีเวนต์ที่ Time Out กรุงเทพฯ ร่วมกับเครื่องดื่มช้าง จัดดินเนอร์อาหารไทยแพร์ริ่งเครื่องดื่มเบียร์ จะเป็นเมนูอาหารไทย 5 คอร์ส ที่เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูสตรีตฟู้ดที่พวกเราคุ้นเคย Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok เริ่มจากคอร์สแรก “เย็นตาโฟปลาหมึกรสจัด” ที่เลือกเสิร์ฟแบบเย็น โดยเชฟเปลี่ยนจากเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นเนื้อปลาหมึกสัมผัสหนึบหนับ ก่อนให้เราคลุกเคล้ากินคู่กับซอสเย็นตาโฟ ชิลลี่เจล ผักบุ้ง และแผ่นข้าวทอดกรอบ เมื่อชิมแล้วไม่ว่าจะสี กลิ่น หรือรสชาติ ก็ชวนให้นึกถึงเย็นตาโฟที่เชฟได้แรงบันดาลใจมาทำจานนี้ ต่อไปเป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Le Du ที่ใครมาก็ต้องเรียกหา จนเชฟบอกว่าต้องเสิร์ฟประจำแทบทุกฤดูกาล นั่นก็คือ “ข้าวแช่” ที่เชฟต้นเปลี่ยนหน้าตาเสียใหม่ แต่รสชาติและองค์ประกอบสำคัญยังอยู่ครบ อาทิ ไอศกรีมดอกมะลิที่มาแทนน้ำลอยดอกมะลิ ลูกกะปิ ลูกชิ้นกุ้งผสมหมูทอด ไชโป๊ พริกขิง และหอมแดง เมื่อรับประทานแนะนำให้ละเมียดกินอย่างละนิดอย่างละหน่อย เพื่อให้รสชาติแต่ละอย่างสมดุลเหมือนได้กินข้าวแช่ Tanisorn Vongsoontorn / Time Out Bangkok หลังจากนั้นเป็นเมนูที่จะทำให้ทุกคนเซอร์ไพรส์ เพราะ “ปีกไก่ฤดู” ที่เสิร์ฟมาในกล่องให้กินร้อนๆ เห็นแบบนี้กลับซ่อนรสชาติของ ‘บ๊ะจ่าง’

Listings and reviews (617)

Elements, Inspired by Ciel Bleu

Elements, Inspired by Ciel Bleu

4 out of 5 stars

เรารู้ว่าหลายคนไม่ค่อยถูกใจกับอาหารยุโรปที่หนักไปด้วยครีม เนย ชีสกันเท่าไหร่ แต่ถ้าให้พูดตรงๆ เรามองว่าที่ ‘Elements, Inspired by Ciel Bleu’ ห้องอาหารรางวัล 1 ดาวมิชลิน บนชั้น 25 ในโรงแรมดิ โอกุระฯ ที่นี่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสที่แม้แต่คนไม่ค่อยชอบอาหารยุโรปก็กินได้ง่ายๆ ทุกคนต้องเห็นแล้วว่าชื่อห้องอาหารนี้จะต่อท้ายด้วยคำว่า Inspired by Ciel Bleu ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลหลักๆ ที่เรากำลังจะพูดถึง เพราะว่าห้องอาหาร Ciel Bleu (รางวัล 2 ดาวมิชลิน) ที่อยู่ในโรงแรมดิ โอกุระฯ กรุงอัมสเตอร์ดัม จะขึ้นชื่อเรื่องการทำอาหารสไตล์ฝรั่งเศสผสมผสานวัตถุดิบจากญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว Ciel Bleu เลยเป็นเหมือนพี่สาวที่ส่งต่อแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบให้กับห้องอาหารแห่งนี้ด้วย อาหารทุกๆ คอร์สที่ทุกคนจะได้ชิมที่ Elements จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นยุโรปผสมเอเชีย รวมทั้งมีเทคนิค ความสวยงาม และความสร้างสรรค์โชว์อยู่ด้วย ก่อนเสิร์ฟให้เราชิมในบรรยากาศสไตล์ครัวเปิดที่เงียบสงบ ส่วนการกลับมาเปิดให้บริการครั้งนี้ ก็มาพร้อมการเปิดตัวเฮดเชฟคนใหม่สัญชาติสเปน ที่ส่งตรงมาจากทีม Ciel Bleu คือ เชฟเจอราร์ด วิลลาเรท ฮอร์คาโญ (Gerard Villaret Horcajo) ผู้เคยทำงานร่วมกับเชฟอาร์จาน สปีลแมน พ่อครัวใหญ่ประจำห้องอาหาร Ciel Bleu ก่อนบินมาที่นี่ โดยเชฟเจอราร์ดบอกว่า เขาจะใช้ปรัชญาการทำอาหารแบบญี่ปุ่นเข้ามาผสมด้วย คือการใช้ทุกส่วนของวัตถุดิบให้มีประโยชน์มากที่สุด (from nose to tail) ดินเนอร์ที่เราชิมครั้งนี้เป็นคอร์สเมนูใหม่ประจำฤดูใบไม้ผลิ เชฟเลือกเสิร์ฟคอร์สใหญ่ ‘Mizu Experience’ จำนวน 8 คอร์ส เพื่อให้เรารู้จักรสชาติอาหารสไตล์ใหม่ของ Elements ที่ใส่ความเป็นญี่ปุ่นลงไปมากกว่าเดิม โดยคอร์สที่เราชอบก็อย่างเช่น “Blue Lobster” กุ้งเนื้อนุ่

TRANSPARENT PHOTO EXHIBITION

TRANSPARENT PHOTO EXHIBITION

นิทรรศการภาพถ่ายในคอนเซ็ปต์ Jewelry x Coffee โดย S.maneephand โดยงานนี้จะเปิดให้ชมฟรีอยู่ที่แกลเลอรี The Shophouse 1527 บนชั้น 2 ของ Labyrinth Cafe ในสามย่าน แถมงานนี้จะมีเครื่องดื่มที่คอลแล็บฯ กับคาเฟ่ให้ชิมอีกด้วยนะ งานเปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 19 - 29 พ.ค.นี้ โดยแกลเลอรี่ปิดทุกวันจันทร์

COFFEE CUPPING CLASS

COFFEE CUPPING CLASS

เวิร์กช็อปสำหรับคอกาแฟกับคลาสเรียนการชิมกาแฟ หรือ การคัปปิ้ง (Coffee cupping) โดยทุกคนจะได้เรียนรู้ตั้งแต่วิธีการชิมกาแฟเบื้องต้น การประเมิณวิธีชิมกาแฟ การแยกรสชาติ และการลองชิมกาแฟที่มาจากหลายวิธี process คลาสนี้จะเหมาะสำหรับคนชอบชงกาแฟดื่มที่บ้าน คนอยากลองชงกาแฟขาย หรือบาริสต้าที่อยากหาความรู้เพิ่มเติม โดยคลาสนี้มีให้เลือก 2 วัน ระหว่าง 20 และ 22 พ.ค. เริ่มตั้งแต่เวลา 13:00 - 17:00 น. มีค่าใช้จ่าย 4,500 บาทต่อคน โดยทุกคนจะได้รับ gift voucher มูลค่า 150 บาท สำหรับใช้ซื้อเครื่องดื่มที่ร้าน Noc Coffee ด้วย สำรองที่นั่งผ่านทาง https://forms.gle/EHQxBP9r96VDrGkn8 หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร 0636389889

X-Discipline: designers who make art

X-Discipline: designers who make art

นิทรรศการกลุ่มจากการรวมตัวกันของศิลปินและนักออกแบบ ซึ่งพวกเขาจะมาจัดแสดงผลงานร่วมกันเพื่อทำให้เราได้เห็นว่า ในปัจจุบันเส้นแบ่งระหว่าง ‘งานศิลปะและงานออกแบบ’ ได้ถูกลบเลือน และเกิดการผสานจนเกิดเป็นงานสร้างสรรค์ที่คงเอกลักษณ์จากทั้งสองฝั่งไว้ได้ รายชื่อ 8 ศิลปินและนักออกแบบผู้เข้าร่วมการจัดแสดงในงานนี้ ได้แก่ thingsmatter, วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์, อุดม อุดมศรีอนันต์ และ วิไลลักษณ์ อุดมศรีอนันต์, ปิยะวัฒน์ พัฒนภักดี, Trimode Studio, เอกรัตน์ วงษ์จริต, ศรัณย์ เย็นปัญญา, ชูเกียรติ ลิขิตปัญญารัตน์ งานเปิดให้เข้าชมฟรี อยู่ที่แกลเลอรี Xspace เริ่มตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 มิ.ย. 65 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 06-6073-2332

Limbic Release Part II

Limbic Release Part II

หลังจากฉายพาร์ตแรกไปแล้วก็ต้องตามมาด้วยพาร์ต 2 กับ  “Limbic Release Part II” โปรแกรมฉายภาพยนตร์ขนาดยาวและการเสวนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ Shadow Dancing: Where Can We Find a Silver Lining in Challenging Times? ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ครั้งนี้ทุกคนจะได้ชมภาพยนตร์เรื่อง ‘Bodo’ โดยผู้กำกับ หวง หมิงฉวน เป็นเรื่องราวกึ่งจริงกึ่งฝันของ อากิ อดีตนายทหารหัวหน้ากองผู้ประจำการอยู่ที่ไต้หวัน และรักสามเศร้าระหว่างเขา อี๋ซาน นายทหารที่หนีออกจากค่าย และ กังฮัว หญิงสาวที่ยอมแลกเรือนร่างเพื่อที่จะได้เจอพ่อผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเต็มไปด้วยจินตนาการและภาพหลอน เพราะผู้สร้างต้องการตั้งคำถามกับระบบกองทัพตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยทุกคนสามารถร่วมชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ฟรี ฉายวันที่ 21 พฤษภาคม 2565 เวลา 15:00 - 17:30 น. ที่โรงภาพยนตร์ลิโด้ สยามสแควร์ซอย 2 (ภาพยนตร์มีความยาม 82 นาที) สามารถจองที่นั่งได้ที่ www.ticketmelon.com/lidoconnect/limbicreleasepart2 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/jimthompsonartcenter 

I Need a Life Coach

I Need a Life Coach

นิทรรศการเดี่ยวจากนักเดี่ยวไมโครโฟน ‘อุดม แต้พานิช’ ที่คราวนี้เขามาพร้อมกับผลงานศิลปะฝีมือตัวเองในหัวข้อ I Need a Life Coach ซึ่งจะนำมาจัดแสดงให้ทุกคนได้เข้าชมฟรีๆ ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. นี้ หลายคนอาจจำเขาในฐานะนักเล่าตลก แต่ที่จริงแล้วผู้ชายคนนี้ยังมีโลกอีกใบที่เขาเรียกตัวเองว่า ‘ศิลปิน’ อยู่ด้วย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขารักและทำมานานพอๆ กับยืนมอบความบันเทิงบนเวที ดังนั้น มาลองตามไปทำความรู้จักเขาผ่านผลงานชุดนี้ที่จะนำเรื่อง Life Coach มาเล่าผ่านคาร์แร็กเตอร์สีสันสดใสและสุดทะเล้นกัน งานจัดแสดงอยู่ที่ River City Bangkok ชั้น 2

Sip & Co.

Sip & Co.

หลังจากเราเคยพาไปนั่งชิลจิบค็อกเทลที่บาร์ธีมแมวไทย The Black Cat ที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อต้นปี คราวนี้เราจะพากลับไปนั่งชิลกินมื้อสายกันบ้าง ที่คาเฟ่เปิดใหม่ Sip & Co. (ซิป แอนด์ โค) ซึ่งอยู่ในล็อบบี้โรงแรมสินธร มิดทาวน์ฯ ฝั่งตรงกันข้ามกับบาร์เลย เพราะถ้าเดินเข้ามาทางหน้าโรงแรม ทุกคนจะเห็นบาร์ธีมแมวที่อยู่หลังฉากกั้นฝั่งขวามือก่อน แต่วันนี้เราอยากให้เดินไปจนสุดล็อบบี้ฝั่งซ้ายมือ ซึ่งทุกคนจะเจอกับโต๊ะที่นั่งเต็มพื้นที่ ทั้งสำหรับมาเดี่ยวหรือมาเป็นกลุ่ม พร้อมกับมีเคาน์เตอร์บาร์ให้สั่งอาหารและเครื่องดื่มอยู่สุดทาง เราชอบบรรยากาศที่ค่อนข้างโปร่งสบาย อาจเพราะอยู่ในล็อบบี้ด้วย เลยทำให้คาเฟ่มีแสงธรรมชาติส่องมาจากกระจกบานใหญ่ตลอดวัน แล้วหากพูดถึงการตกแต่งก็จะออกไปทางมินิมัล ใช้เฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนเวียน มองแล้วดูเรียบง่าย น่าแวะมานั่งกินอาหารสงบๆ แบบไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนขวักไขว่เหมือนคาเฟ่ทั่วไป  สำหรับเมนูของที่นี่จะไม่ได้เน้นขนมเครื่องดื่มสไตล์คาเฟ่จ๋า เพราะเขาตั้งใจเป็นร้านอาหารเช้าจนถึงค่ำ เสิร์ฟทั้งมื้อหนักและมื้อเบา ทำให้มีลิสต์เมนูตั้งแต่กาแฟ เบเกอรี่ สมูธตี้ ข้าว พาสต้า พิซซ่า ไปจนถึงอาหารตกวันตกที่อาจหากินได้เฉพาะในร้านอาหารยุโรปเท่านั้น เช่น Braised Beef Cheek (390 บาท) แก้มวัววากิวตุ๋นจนนุ่ม มาพร้อมมันบด เห็ดผัด และซอสไวน์แดง หรือ Fresh salmon chowder (290 บาท) ซุปข้นกับเนื้อแซลมอนชิ้นโต มาพร้อมขนมปังกรอบ แต่ถ้าใครอยากลองเมนูน่ากินสนุกๆ เราแนะนำ Tossed Taco Salad (240 บาท) สลัดเสิร์ฟมาในชามทาโก้กรอบๆ กินได้ทั้งชิ้น ด้านในมีผัก ถั่ว ชีส น้ำสลัด และเลือกเนื้อสัตว์ได้ระหว่าง ไก่ หมู หรือ เนื้อ (+50 บาท) หรืออีกเมนูที่เราเองก็ชอบ Roasted Prawn Avocado Toast (280 บาท) ขนมปังซาวโ

Keller

Keller

4 out of 5 stars

หลายคนน่าจะเคยรู้จัก เชฟเมอร์โค่ เคลเลอร์ (Mirco Keller) เพราะเขาเป็นเชฟชาวเยอรมันที่ย้ายมาทำอาหารในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2010 โดยประจำอยู่ที่ร้าน Water Library สาขาจามจุรีฯ นานถึง 8 ปี ก่อนจะออกมาทำร้านอาหารของตัวเองที่ ‘Keller’ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 แต่อาจด้วยสถานการณ์สั่งปิดๆ เปิดๆ ร้านอาหาร ทำให้หลายคนอาจยังไม่เคยมาลิ้มลองฝีมือเชฟเคลเลอร์ด้วยตัวเองสักที Keller จะตั้งอยู่ใน Baan Turtle ซอยสวนพลู บ้านหลังเดียวกับที่ร้านหลานยายของเชฟต้นเปิดอยู่ โดยบรรยากาศร้านจะมาในโทนสีชมพูเรียบหรู แต่ก็ไม่หวานจนคุณผู้ชายรู้สึกแปลกที่ แถมเราว่าที่นี่ให้ความเป็นส่วนตัวในหลายๆ มุมด้วย เพราะโต๊ะที่นั่งแบบโซฟาจะหันหน้าออกจากกัน ทำให้ทุกคนมานั่งกินอาหารแบบสบายๆ ได้เลย ส่วนอาหารที่เชฟเคลเลอร์ทำ เราว่าน่าสนใจตรงที่เชฟไม่ติดอยู่กับคำว่าอาหารยุโรป อาหารเยอรมัน หรืออาหารฝรั่งเศส ทำให้แม้ว่าจะเสิร์ฟเมนูสไตล์ยุโรป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารเยอรมัน แต่รสชาติกลับถูกปากคนเอเชียอย่างเราๆ ไม่น้อยเลย แน่นอนว่าเป็นเพราะเชฟเคลเลอร์รู้จักรสนิยมของชาวไทยดีแล้วด้วย “สำหรับผมการทำอาหารไม่มีพรมแดน ผมไม่อยากจำกัดว่าตัวเองต้องใช้เทคนิคฝรั่งเศสอย่างเดียว ในเมื่อเทคนิคญี่ปุ่น เทคนิคสมัยใหม่ หรือการใส่ความเป็นเอเชียลงไปสักนิด สามารถทำให้อาหารรสชาติดีขึ้นได้” เชฟเคลเลอร์บอกไว้อย่างน่าสนใจ เมนูของ Keller จะเป็นอาหารจากความทรงจำในวัยเด็กของเชฟ แต่นำมาทำใหม่ให้ดูทันสมัย มีลูกเล่น หน้าตาสวยงาม และมีให้เลือกสั่งทั้งแบบอลาคาร์ทและเซ็ตเมนู ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเมนูของที่นี่จะเปลี่ยนทุกประมาณ 2-3 เดือน เพราะเชฟมีหลายอย่างที่อยากทำให้ทุกคนชิม ถ้าหากใครไปครั้งแรกเราอยากให้ลองเซ็ตเมนูดูก่อน เพราะเชฟจะรวมเมนูเด็ดประจำร้านมาให้แล้ว โดยมีให้เลือ

Parallel Rays

Parallel Rays

นิทรรศการภาพถ่าย ‘Parallel Rays - รังสีคู่ขนาน’ โดย ศิรวิทย์ คุววัฒนานนท์ ซึ่งในงานจัดแสดงนี้เขาได้นำชุดภาพถ่ายที่บันทึกระหว่างไปเยี่ยมเยียนเชียงใหม่ตามสถานที่ต่างๆ กับคนคนหนึ่งเป็นเวลาหลายปีมาจัดแสดงให้เราชม และหาคำตอบเกี่ยวกับความรู้สึกที่ลึกซึ้ง งานนี้เปิดให้เข้าชมฟรี เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ - 22 พ.ค. 2565

Kombucha For Beginner by Jaroen Kombucha

Kombucha For Beginner by Jaroen Kombucha

ใครกำลังอินกับเครื่องดื่มคอมบูชา หรือเริ่มอยากลองหมักชาไว้ดื่มเองบ้าง Joyrukclub ร่วมกับ Jaroen Kombucha จัดเวิร์กช็อปที่จะทำให้คุณทำคอมบูชาเป็นภายในไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งเหมาะกับผู้เริ่มต้นหรือมือใหม่สุดๆ แล้วหลังจากจบคลาสแล้วทุกคนจะมีน้ำหมักเพื่อสุขภาพเก็บไว้ดื่มเองที่บ้านทุกวันได้แน่นอน สิ่งที่ทุกคนจะได้รับจากเวิร์กช็อปนี้ เช่น ทำความรู้จักคอมบูชาเบื้องต้น วิธีทำหัวเชื้อ การเลือกวัตถุดิบ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ข้อควรระวัง ไปจนถึงการลงมือทำคอมบูชาด้วยตัวเอง 1 ลิตร สำหรับคลาสนี้มีค่าใช้จ่าย 2,500 บาท/คน (รวมเอกสารและอุปกรณ์ในการทำทั้งหมดแล้ว) คลาสนี้สอนเพียงวันเดียว คือ วันที่ 8 พ.ค.นี้ เวลา 13:00 - 16:00 น. สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ เบอร์ 083 826 9537 หรือแฟนเพจ Joyrukclub Thailand  

DIY: Terrarium Making with Craftime

DIY: Terrarium Making with Craftime

ไปจัดสวนขวดกันดีกว่า ในเวิร์กช็อปพิเศษที่จัดโดย the Hive Prakanong งานนี้เปิดให้ทุกคนมาเข้าร่วมได้หากใครมีเวลาว่าง หรืออยากหากิจกรรมผ่อนคลายๆ ทำหลังเลิกงาน โดยจะมีค่าเข้าร่วม 500 บาท (สมาชิก 450 บาท) ทุกคนจะได้รับอุปกรณ์จัดสวนขวดทั้งหมดแบบครบครันสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ https://bit.ly/3Jc2DIN หรือสอบถามเพิ่มเติม www.facebook.com/thehivebangkok

EU Sustainable Food & Craft Market

EU Sustainable Food & Craft Market

ไปเดินเล่นมิวเซียมสยาม พร้อมสนุกกับตลาดไทย-อียู ที่จัดขึ้นเพื่อฉลองวันยุโรปกัน โดยกิจกรรมนี้เป็นของ European Union ประจำประเทศไทย ที่ต้องการฉลองสันติภาพและความเป็นหนึ่งเดียวกับมิตรทุกๆ ประเทศ โดยตลาดนี้จะจัดขึ้นวันเดียวเท่านั้น ในวันที่ 7 พ.ค.นี้ และจะมีทั้งอาหาร สินค้าทำมือต่างๆ มากมายจาก 25 ร้านค้า รวมถึงเวิร์กช็อปเพื่อความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีวงดุริยางค์มาบรรเลงดนตรีสดๆ ให้ฟังกันภายในงานอีกด้วย  

News (364)

ชุดน้ำชายามบ่ายคอลแล็บฯ กับศิลปิน Jirayu Koo จะเสิร์ฟที่สยาม เคมปินสกี้ ถึง 31 ส.ค. นี้

ชุดน้ำชายามบ่ายคอลแล็บฯ กับศิลปิน Jirayu Koo จะเสิร์ฟที่สยาม เคมปินสกี้ ถึง 31 ส.ค. นี้

แม้อากาศช่วงนี้จะไม่ค่อยซัมเมอร์เท่าไหร่ แต่เราว่าก็เหมาะกับการไปนั่งจิบชาอุ่นๆ กินขนมสีสันสดใสด้วยกันสุดๆ ซึ่งชุดน้ำชายามบ่ายที่เรากำลังจะมาแนะนำวันนี้ก็มีความพิเศษตรง โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ได้ชวนศิลปินนักวาดภาพประกอบชาวไทย ‘Jirayu Koo’ มาร่วมรังสรรค์ลวดลายลงบนขนมด้วย สำหรับเซ็ตอาฟเตอร์นูนทีชุด ‘ซัมเมอร์รี ดรีม (Summery Dream)’ เป็นการร่วมมือกันของเฮดเชฟขนมหวาน แฟรงส์ อิสเทล ของโรงแรมสยามเคมปินสกี้ และ จิรายุ คูอมรพัฒนะ หรือ Jirayu Koo เจ้าของคาร์แร็กเตอร์สุดน่ารัก กลม-กลม โดยพวกเขานำสีสันจากศิลปินมาใส่ลงบนขนมให้น่ารักน่ากินมากยิ่งขึ้น Thanyanop Lhabngoen / Time Out Bangkok เมนูที่ทุกคนจะได้ชิมมีทั้งคาวและหวาน เช่น มาการองพิมพ์ลายคาแร็กเตอร์กลม-กลม, เค้กรูปทรงพีระมิด, ขนมปังชูว์ทรัฟเฟิลดำ, ข้าวเกรียบสาคูหมึกดำสลัดกุ้ง หรือ ครีมชีสที่หน้าตาเหมือนสวนดอกไม้ฤดูร้อน Summery Dream Afternoon Tea ราคาชุดละ 1,290++ บาท รวมเครื่องดื่มชาหรือกาแฟสำหรับหนึ่งท่าน และของที่ระลึกสุดลิมิเต็ด เป็นผ้าเช็ดหน้าพิมพ์ลายกลม-กลม โดยชุดชายามบ่ายมีเสิร์ฟทุกวัน ระหว่างเวลา 14:00 - 17:00 น. ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2565 ที่ล็อบบี้โรงแรมสยามเคมปินสกี้ หรือหนุมานบาร์ที่อยู่ติดกัน สอบถามเพิ่มเติมหรือจองที่นั่งล่วงหน้า โทร 02 162 9000 หรือ LINE @SiamKempinskiHotel

มื้ออาหารสุดพิเศษโดย Alain Roux & Takagi Kazuo สองเชฟระดับโลกที่บินมาเสิร์ฟมื้อกลางวันร่วมกันวันเดียว 30 พ.ค.นี้

มื้ออาหารสุดพิเศษโดย Alain Roux & Takagi Kazuo สองเชฟระดับโลกที่บินมาเสิร์ฟมื้อกลางวันร่วมกันวันเดียว 30 พ.ค.นี้

ตั้งแต่เปิดประเทศเชฟหลายคนที่มีห้องอาหารอยู่ในกรุเทพฯ ก็ตีตั๋วบินมาเยี่ยมเยียนทีมครัวของพวกเขาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีเชฟเจ้าของห้องอาหารคนไหนที่บินมาแล้วเสิร์ฟมื้ออาหาร four hands ร่วมกันเหมือน เชฟอลัง รูซ์ และ เชฟทาคากิ คาซูโอะ 2 เชฟแห่ง 2 ร้านอาหารในโรงแรมโอเรียนเต็ลฯ  สำหรับเชฟอลัง รูซ์ (จากร้านอาหารฝรั่งเศส 3 ดาวมิชลิน) ผู้มาพลิกโฉมห้องอาหาร Le Normandie ใหม่ทั้งหมด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เชฟจะบินมาโชว์ตัวให้และพูดคุยกับเราถึงที่ เพราะก่อนหน้านี้ ช่วงปรับห้องอาหารใหม่ เชฟอลังเคยบินมาเยี่ยมเยียนและดูแลทีมด้วยตัวเองแล้ว พร้อมเสิร์ฟอาหารกลางวัน 3 คอร์สให้เราชิม  แต่สำหรับห้องอาหารญี่ปุ่น Kinu by Takagi เชฟเจ้าของชื่อห้องอาหารอย่าง เชฟทาคากิ คาซูโอะ (จากร้านอาหารญี่ปุ่น 2 ดาวมิชลิน) เขายังไม่เคยบินมาเจอทีมครัวที่ประเทศไทยเลย ทำให้ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ทุกคนจะได้ทักทายเชฟทาคากิเช่นกัน เมื่อ 2 เชฟจากร้านอาหารติดดาวเดินทางมาเจอกันที่โรงแรมโอเรียนเต็ลฯ พอดี ครั้นจะปล่อยให้กลับประเทศไปเฉยๆ ก็น่าเสียดาย ทางโรงแรมจึงจัดมื้อกลางวันสุดพิเศษที่เสิร์ฟอาหารสไตล์ตะวันออกพบตะวันตก จำนวน 6 คอร์ส ราคา 8,500++ บาท โดยจะเสิร์ฟที่ห้องอาหาร Le Normandie by Alain Roux และมีเฉพาะวันที่ 30 พฤษภาคมนี้เท่านั้น แนะนำให้รีบจองที่นั่งเพราะมีจำนวนจำกัด สอบถามหรือสำรองที่นั่ง โทร 02 659 9000

เครือ Aman เตรียมเปิดโรงแรมใหม่ใจกลางแมนแฮตตัน นิวยอร์ก สิงหาคมนี้

เครือ Aman เตรียมเปิดโรงแรมใหม่ใจกลางแมนแฮตตัน นิวยอร์ก สิงหาคมนี้

Aman (อมัน) เครือโรงแรมสุดหรูที่น่าจะเป็นแบรนด์โรงแรมที่อยู่บนท็อปลิสต์ในใจของหลายๆ เตรียมเปิดโลเคชั่นแห่งใหม่ให้นักเดินทางตามไปสัมผัสอีกบรรยากาศ ใจกลางแมนแฮตตัน นิวยอร์ก ในต้นเดือนสิงหาคมนี้  Aman New York จะเปิดอยู่ใน Crown Building ตึกเก่าอายุนับร้อยปีที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1921 บนหัวมุม  Fifth Avenue ตัด 57th Street ในย่านมิดทาวน์แมนแฮตตัน Crown Building นี้ยังเคยเป็นบ้านเก่าของพิพิธภัณฑ์ MOMA ด้วย  Aman New York ออกแบบโดย Jean Michel Gathy (ที่ออกแบบ Four Seasons Bangkok ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย) ซึ่งดีไซน์ที่ทุกคนจะได้เห็นมีคอนเซ็ปต์คือการผสมผสานกลิ่นอายดั้งเดิมของตึกเข้ากับเอกลักษณ์ของ Aman ที่เน้นความสงบและเป็นส่วนตัว เพื่อทำให้ทุกคนรู้สึกว่าที่นี่ไม่เหมือนใคร และได้พักผ่อนหนีจากความวุ่นวายของเมืองนิวยอร์ก ห้องพักจะเป็นห้องสวีทจำนวน 83 ห้อง และ Grand Suite อีก 11 ห้อง ตกแต่งโดยมีแรงบันดาลใจมาจาก Aman ในแถบเอเชีย เพราะอยากให้ผู้มาเข้าพักรู้สึกเหมือนได้หลุดไปอยู่ในอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งเห็นโรงแรมบอกมาว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ไม่เหมือนในเมืองนี้ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม ก็ได้แก่ ห้องอาหารอิตาเลียน Arva ห้องอาหารญี่ปุ่น Nama แล้วยังมี Jazz Club ที่คาดว่าจะกลายเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์สุดหรูใหม่ของนิวยอร์ก รวมถึงสระว่ายน้ำในร่มขนาด 20 เมตรและสปาด้วย Aman แห่งแรกนั้นอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทยของเรานี่เอง โดยเปิดเมื่อ ค.ศ. 1988 ส่วน Aman New York นี้นับเป็นโลเคชั่นแห่งที่ 3 ในสหรัฐอเมริกา ต่อจาก Amangani ในรัฐ Wyoming และ Amangiri ในรัฐ Utah โดยโรงแรมจะเริ่มเปิดให้จองห้องพักได้ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคมนี้ และเข้าพักได้ตั้งแต่ 2 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www

Villa Frantzén ร้านอาหารนอร์ดิกสไตล์สวีเดน จะมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยปี 2022 นี้

Villa Frantzén ร้านอาหารนอร์ดิกสไตล์สวีเดน จะมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยปี 2022 นี้

ไม่รู้ว่าเชฟและร้านอาหารดังๆ ทั่วโลกหลงเสน่ห์ประเทศไทย หรือบรรยากาศเมืองกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยนักชิม ถึงได้ทยอยบินมาเปิดร้านอาหารที่นี่กันให้วงการอาหารบ้านเราดูน่าตื่นเต้นอยู่ตลอดหลายปีมานี้ โดยคราวนี้ก็เป็นทีของ Frantzén Group (ฟรันท์เซน กรุ๊ป) เครือร้านอาหารจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ผู้อยู่เบื้องหลังร้านอาหารดังระดับ 3 ดาวมิชลิน คือ ‘Frantzén’ ในกรุงสตอกโฮล์ม และ ‘Zén’ ในสิงคโปร์ ส่วนร้านที่จะมาเปิดในกรุงเทพฯ เร็วๆ นี้ มีชื่อว่า ‘Villa Frantzén (วิลล่า ฟรันท์เซน)’ จะเป็นร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก ผสมกลิ่นอายเอเชียแบบเดียวกับสาขาหลัก และจะเสิร์ฟอาหาร 5 คอร์สให้ชิมในบรรยากาศ casual dining พร้อมกับมีโซนบาร์ค็อกเทลสไตล์นอร์ดิก โซนครัวเปิด และห้องรับประทานอาหารส่วนตัวด้วย โดยพื้นที่ทั้งหมดมีประมาณ 400 ตร.ม. รองรับได้ 60 ที่นั่งต่อรอบ นอกจากนี้ ร้านในประเทศไทยจะต่างจาก Frantzén ร้านอาหารดีกรี 3 ดาวมิชลิน และมีชื่ออยู่อันดับ 6 บนลิสต์ World’s 50 Best Restaurants 2021 คือ Villa Frantzén จะมาในคอนเซ็ปต์ใหม่ และมีบรรยากาศที่ชิลๆ กว่า ส่วนเรื่องอาหารที่เสิร์ฟจะคล้ายกับร้านในสตอกโฮล์มไหมต้องรอดูกันอีกที เพราะหากเป็นร้าน Frantzén จะขึ้นชื่อเรื่องการเสิร์ฟอาหารสไตล์นอร์ดิกแบบสร้างสรรค์ ผสมกลิ่นอายเอเชีย และมอบประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงให้กับทุกคนที่มาชิม นำโดย เชฟบยอร์น ฟรันท์เซน (Björn Frantzén) ผู้ก่อตั้งและเฮดเชฟประจำร้าน สำหรับโลเคชั่นเท่าที่เห็นมาตอนนี้ คาดว่าร้านจะเปิดในซอยเย็นอากาศ ย่านช่องนนทรี แต่จะเปิดอย่างเป็นทางการวันไหน ถ้าหากเราทราบแล้วจะรีบมาบอกกัน ระหว่างนี้ก็รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Villa Frantzén

ชิมคอร์สเมนูใหม่ที่เชฟแห่ง Water Library นำเครื่องดื่มจากแบรนด์ซุปไก่สกัด 5 รสชาติมาใช้เป็นวัตถุดิบพิเศษ

ชิมคอร์สเมนูใหม่ที่เชฟแห่ง Water Library นำเครื่องดื่มจากแบรนด์ซุปไก่สกัด 5 รสชาติมาใช้เป็นวัตถุดิบพิเศษ

เมื่อไม่กี่วันก่อนเราไปชิมคอร์สเมนูใหม่ที่ร้าน Water Library สาขาขามจุรี ซึ่งทำร่วมกับ แบรนด์ (ใช่แล้ว แบรนด์ซุปไก่สกัดชื่อดังนั่นล่ะ) ยอมรับว่าในใจก็แอบสงสัยและคาดหวังว่าเชฟจะนำเสนอเครื่องดื่มที่ใครๆ ก็บอกว่ากินยากออกมาในรูปแบบไหนบ้าง ผ่านเมนูทั้งหมด 5 คอร์ส ซึ่งแต่ละคอร์สจะใช้เครื่องดื่มรสชาติต่างกันด้วย คอร์สเมนูพิเศษนี้น่าสนใจตรงเป็นครั้งแรกของ Water Library สาขาจามจุรี ที่ทำการคอลแลปฯ กับแบรนด์อื่น ซึ่งถือว่าเป็นชาเลนจ์ใหม่ของ ‘เชฟเติ้ล-ภูวเดช’ เหมือนกันว่าเขาจะทำาอาหารที่นำเสนอวัตถุดิบพิเศษออกมาได้อย่างไร โดยที่ความเป็นตัวเองและ Water Library ยังคงอยู่ (ฟังดูเหมือนจับเชฟไปแข่งทำอาหารอีกรอบเลย) แต่พอชิมแล้วเราว่าน่าประทับใจ เพราะอย่าง ‘แบรนด์ซุปไก่สกัด’ ที่หลายคนกลัวก็ยังผสมผสานออกมาได้ดีจนไม่มีสิ่งที่หลายคนเบือนหน้าหนีอย่างที่คิด Kenika Ruaytanapanich / Time Out Bangkok Kenika Ruaytanapanich / Time Out Bangkok เริ่มตั้งแต่คอร์สแรก “ปลาฮามาจิ” เสิร์ฟพร้อมหัวไชเท้าญี่ปุ่นดอง วาซาบิ และคาเวียร์ ก่อนราดด้วยเครื่องดื่ม BRAND’S Pro แม้รสชาติจะไม่ได้สดชื่นเปรี้ยงปร้างอย่างที่คิด แต่ก็ถือว่าเริ่มต้นได้น่าสดชื่น หลังจากนั้น “กุ้งมาดากัสการ์” เชฟนำไปย่าง และเสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่งขาว คู่กับซอสเสาวรสผสมแบรนด์รสเสาวรส จานก่อนเมนคอร์ส “อกเป็ดบาร์บารี” เป็นจานที่เราชอบมากที่สุด เพราะเชฟทำเนื้อเป็ดได้ผิวกรอบ เนื้อนุ่ม ส่วนซอสก็มีรสชาติหนักแน่น โดยเชฟเติ้ลบอกว่าเขานำเป็ดไป wet-aged ผสมทับทิมกับเครื่องดื่มแบรนด์รสทับทิม หลังจากนั้นจึงนำไป dry-aged ต่ออีก 3-4 วันให้หนังแห้ง ก่อนจะเคลือบหนังด้วย ‘สไปซ์เฮิร์บ’ ที่ผสมเอง และนำไปเซียร์จนผิวกรอบ เนื้อสีสวยเ เสิร์ฟให้กินคู่กับเจลลี่มะพร้าว

Spasso ห้องอาหารฝรั่งเศสในแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ จะกลับมาเปิดอีกครั้ง 17 พ.ค.นี้

Spasso ห้องอาหารฝรั่งเศสในแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ จะกลับมาเปิดอีกครั้ง 17 พ.ค.นี้

หลังจากปิดให้บริการไปอยู่นาน ตอนนี้หนึ่งในห้องอาหารซิกเนเจอร์ของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณฯ ‘Spasso (สปาซโซ่)’ กำลังจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งแล้ว พร้อมกับพลิกโฉมใหม่จากห้องอาหารอิตาเลียนมาเป็นห้องอาหารสไตล์ฝรั่งเศสแทน เราไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่โรงแรมเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ห้องอาหาร Spasso ในเมื่อใต้ชายคาเดียวกันเพิ่งแนะนำห้องอาหารอิตาเลียนแห่งใหม่อย่าง Salvia ให้เรารู้จักตั้งแต่ 2 ปีก่อน แถมทั้งบรรยากาศและรสชาติก็ทำได้ดีจนกลายเป็นร้านประจำของใครหลายๆ คนได้ในเวลาไม่นาน และเพื่อไม่ให้คอนเซ็ปต์ซ้ำกัน Spasso เลยต้องกลับมาในธีมใหม่ ด้วยการเปลี่ยนโฉมเป็นห้องอาหารสไตล์ เฟรนช์-บิสโทร (French Bistro) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากย่านแซ็ง-แฌร์แม็ง (Saint-Germain) อันโด่งดังของฝรั่งเศส พร้อมด้วยลิสต์เมนูอาหารโดยเชฟชาวฝรั่งเศส และเมนูเครื่องดื่มใหม่ทั้งหมดที่เสิร์ฟให้จิบเคล้าไปกับเสียงดนตรี พูดถึงเมนูไฮไลต์ที่หากไปแล้วต้องลอง ก็จะมี ‘ลองเทรอโก๊ต (L'Entrecote)’ เป็นสเต๊กเนื้อริบอาย เสิร์ฟคู่กับเฟรนช์ฟรายส์ที่เติมได้ไม่จำกัด เคียงด้วยผักสลัดและขนมปังอบร้อนๆ หรือจะเป็น ฟัวกราส์ โอ ทอร์ชง, ชีสแพลตเลอร์, ซุปปูทะเลบุยยาเบสสไตล์ฝรั่งเศส ไปจนถึงเมนูของหวานที่เชื่อว่าหลายคนไม่เคยชิม อาทิ ทาร์ตลูกแพร์บูค์ดาลู, โพรฟิตเทอร์โรลส์ หรือ เมลบาลูกพีชและสตรอว์เบอร์รี ก็จะมีให้ลองที่นี่ Spasso จะกลับมาให้บริการในวันที่ 17 พ.ค.นี้ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 17:30 น. สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-254-1234

‘จักรวาลใจ โดย Eyedropper Fill’ จะกลับมาฉายให้ชมกันอีกครั้งที่ย่านอารีย์ 14 - 29 พ.ค.นี้

‘จักรวาลใจ โดย Eyedropper Fill’ จะกลับมาฉายให้ชมกันอีกครั้งที่ย่านอารีย์ 14 - 29 พ.ค.นี้

ใครที่เคยไปเดินงาน BKKDW2022 น่าจะเคยเห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับงานชิ้นนี้มาบ้าง หรือหลายคนอาจเคยมีโอกาสเข้าไปชมมาแล้ว โดยงานนี้เป็นสารคดีที่ฉายให้ชมอยู่ที่ River City Bangkok ในช่วงงาน BKKDW2022 ว่าด้วยเรื่องของสภาพจิตใจของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่ชวนให้เราเข้าไปสำรวจและทำความเข้าใจความคิดของพวกเขาผ่านหนังสารคดี จักรวาลใจ – Mental-Verse เป็นผลงานของทีม Eyedropper Fill ที่อยากทำให้พวกเรา หรือคนทั่วๆ ไปเข้าใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้าให้มากขึ้น เพราะถึงแม้หลายคนจะเริ่มรู้จักโรคนี้มากขึ้นแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจและไม่รู้วิธีรับมือ โดยในสารคดีจะเล่าเรื่องผ่านมุมมองของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 3 คน 3 ช่วงวัย และเมื่อดูสารคดีนี้จบเราว่าคุณอาจเข้าใจจิตใจของคนอื่นมากขึ้นด้วยก็ได้ ตอนนี้ จักรวาลใจ – Mental-Verse จะถูกนำมาฉายให้ที่ Yellow lane cafe ซอยอารีย์ 1 และไม่ได้กลับมาฉายสารคดีให้ดูเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีกิจกรรมเยียวยาใจมาให้เข้าร่วมกันด้วย คือ Interactive Reflection zone, Mini Concert by Youth Brush, Q&A กับทีมงานเบื้องหลังและผู้อยู่ในเรื่อง และ Talk session พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหลากแขนง งานนี้เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 14 - 29 พฤษภาคม 2565 โดยแบ่งรอบฉายเป็นดังนี้ 11:00-13:00 น. / 13:00-15:00 น. / 15:00-17:00 น. และ 17:00-19:00 น. (ภาพยนตร์มีความยาว 1 ชั่วโมง 15 นาที จะทำการฉายวนลูปตลอดทั้งวัน) ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้น *ไม่รับ walk-in* สามารถจองเข้ามาดูงานได้ที่ : https://bit.ly/3LGxn6y **Trigger Warning** ในชิ้นงานมีเนื้อหาที่พูดถึงการฆ่าตัวตายและทำร้ายร่างกาย ซึ่งละเอียดอ่อนต่อการกระทบจิตใจ โปรดประเมินความพร้อมของตัวเองก่อนเข้าชม

Kinu by Takagi เสิร์ฟคอร์สพิเศษใส่คาเวียร์ทุกเมนู มีให้ชิมตั้งแต่วันนี้ถึง 29 พ.ค. 65 เท่านั้น

Kinu by Takagi เสิร์ฟคอร์สพิเศษใส่คาเวียร์ทุกเมนู มีให้ชิมตั้งแต่วันนี้ถึง 29 พ.ค. 65 เท่านั้น

ห้องอาหารญี่ปุ่นไคเซกิในโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลฯ ‘คินูบายทาคากิ (Kinu by Takagi)’ จะเสิร์ฟคอร์สเมนูพิเศษที่มีให้ชิมเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ด้วยการเติมคาเวียร์ในทุกๆ คอร์ส ให้เราชิมความพรีเมียมของวัตถุดิบชั้นดีที่คัดสรรมาจากประเทศฝรั่งเศส มื้อพิเศษนี้จะเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นสไตล์เกียวโต ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ประจำของห้องอาหารเช่นเดิม ควบคู่ไปกับวัตถุดิบพิเศษอย่าง ‘คาเวียร์’ ที่นำมาให้ทุกคนชิมหลายชนิด เนื่องจากเชฟต้องการนำเสนอ ‘ไข่ปลา’ ที่เป็นวัตถุดิบที่มักเจอเสมอในอาหารญี่ปุ่น แต่ส่วนใหญ่พวกเรามักจะได้ชิม ไข่ปลาสีแดง (red caviar) ที่ได้มาจากปลาแซลมอนมากกว่า ส่วนไข่สีดำที่ได้จากปลาสเตอร์เจียน หรือเรารู้จักกันในชื่อ คาเวียร์ ชาวญี่ปุ่นจะเรียกกันว่า “black Ikura” ซึ่งแปลว่า ไข่ปลาสีดำ    Kinu by Takagi Kinu by Takagi   เชฟโนริฮิสะ มาเอดะ จะเป็นผู้นำทีมครัวปรุงอาหารให้เราชมผ่านเคาน์เตอร์สไตล์โอมากาเสะเช่นเคย โดยจะมีให้เลือกระหว่าง มื้อกลาง 5 คอร์ส (4,000++ บาท) มีเมนูไฮไลต์จากเชฟทาคากิ ผู้เป็นเจ้าของห้องอาหาร คือ “เต้าหู้งาขาว” เสิร์ฟพร้อมซอสถั่ว ไข่หอยเม่นฮอกไกโด และคาเวียร์วินเทจ สำหรับมื้อค่ำ 10 คอร์ส (8,000++ บาท) จะมีเมนูเด่น เช่น “ซุปใสใส่กุ้งจากเมืองคาโกะชิมา” เสิร์ฟพร้อมคาเวียร์วินเทจ หรือ “เนื้อวากิวย่างถ่าน” เสิร์ฟพร้อมคาเวียร์คลาสสิก ส่วนเมนูอื่นๆ ของทั้งสองมื้อจะไม่มีการเปิดเผยให้ทราบตามคอนเซ็ปต์ของห้องอาหารไคเซกิ แต่ทุกคนสามารถแจ้งอาหารที่แพ้ได้ คินู บาย ทาคากิ (Kinu by Takagi) เปิดให้บริการทุกวันพุธ - อาทิตย์ มื้อกลางวันเริ่ม 12:00 น. และ มื้อค่ำเริ่ม 18:00 น. โดยห้องอาหารรับได้เพียง 10 ที่นั่งต่อรอบเท่านั้น สอบถามหรือสำรองที่นั่ง โทร 0 2659 9000 หรืออีเมล mobkk-restau

Samui Summer Jazz กลับมาแล้วหลังจากเว้นไปนาน 8 ปี จะจัดขึ้นที่เกาะสมุย 7-12 มิถุนายนนี้

Samui Summer Jazz กลับมาแล้วหลังจากเว้นไปนาน 8 ปี จะจัดขึ้นที่เกาะสมุย 7-12 มิถุนายนนี้

เตรียมไปนั่งกินลมฟังเพลงเพราะๆ ริมชายหาดเกาะสมุยพร้อมกัน ในเทศกาลเพลงแจ๊สนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ Samui Summer Jazz 2022 ที่ห่างหายไปนานถึง 8 ปี ก่อนจะกลับมาคราวนี้และจัดขึ้นเต็มๆ 6 วันบนเกาะสมุยเช่นเดิม โดยนักดนตรีชื่อดังที่จะมาบรรเลงเพลงให้พวกเราฟังก็มาจากหลายสัญชาติด้วย ตั้งแต่ไทย เนเธอแลนด์ และสหรัฐอเมริกา งานนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 - 12 มิถุนายน 2565 จัดโดยองค์การนานาชาติ SKÅL ประจำประเทศไทย ที่ต้องการทำให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยฟื้นคืนชีพขึ้นมา จึงเกิดเป็นอีเวนต์สุดพิเศษนี้ที่ดึงนักดนตรีมากมาย มาบรรเลงเพลงในโรงแรมที่พักหรูหลายแห่ง เช่น W Koh Samui, U Samui, SALA Samui หรือ Melia Koh Samui ส่วนวงดนตรีที่มาร่วมเล่น ก็อย่างเช่น New York Round Midnight Orchestra, Saskia Laroo Band “Jazz meets Hip Hop” หรือ Alexander Beets Quintet ร่วมกับ โก้ มิสเตอร์แซคแมน งานนี้ถ้าใครกำลังมีแพลนไปเกาะสมุยก็ไม่ควรพลาด หรือหากใครสนใจอยากไปนั่งฟังเพลงชิลๆ ริมหาด ก็ต้องรีบจองที่พักแล้วล่ะ โดยทุกคนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ samuisummerjazz.com หรือ www.facebook.com/SamuiSummerJazz/

Woolloomooloo คาเฟ่สไตล์เกาหลี เปิดไวน์บาร์เสิร์ฟ ‘เค้กคู่กับไวน์’ เริ่มตั้งแต่ 6 พ.ค.นี้ เป็นต้นไป

Woolloomooloo คาเฟ่สไตล์เกาหลี เปิดไวน์บาร์เสิร์ฟ ‘เค้กคู่กับไวน์’ เริ่มตั้งแต่ 6 พ.ค.นี้ เป็นต้นไป

ตามไปนั่งกินเค้กจิบไวน์กันที่ร้านใหม่ของ Woolloomooloo ที่มาพร้อมโซนบาร์ไวน์ Wooloo Mooloo (วูลู มูลู) น่าจะเป็นคาเฟ่สไตล์เกาหลีร้านแรกๆ เลยที่จุดประกายให้การตกแต่งสไตล์มินิมัลอุ่นๆ ฮิตขึ้นมาในเมืองไทย แถมยังขึ้นชื่อเรื่องเค้กสไตล์เกาหลีที่รสชาติดีอีก โดยร้านบอกไว้ว่าเค้กของตัวเองหวานน้อย ไขมันต่ำกว่าปกติ แต่ไม่ใช่เค้กสายคลีนนะ อย่าเข้าใจผิด แค่ลดไขมันกับน้ำตาลลงให้พอมีรสชาติเหมาะกำลังดีเท่านั้นเอง และล่าสุดคาเฟ่ก็ได้ย้ายโลเคชั่นใหม่ไปอยู่ในซอยวิภาวดีรังสิต 16 ไม่ไกลจากร้านเดิม โดยขยายร้านให้จุคนได้มากกว่าเดิม พร้อมปรับปรุงร้านให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วยการเพิ่มโซน ‘ไวน์บาร์’ เข้ามา ทำให้เราสามารถแวะไปที่ร้านได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเลย และสิ่งที่น่าสนใจจริงๆ ก็คือ ร้านจะเสิร์ฟ ‘เนเชอรัลไวน์คู่กับเค้ก’ ให้ชิม ซึ่งเท่าที่เห็นก็มีเค้กสไตล์ของคาวเสิร์ฟด้วยนะ เช่น เค้กโคลด์คัต WLML Bar จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. นี้ แต่ได้ยินมาว่าที่นั่งถูกจองเต็มแล้ว เพราะฉะนั้นเตรียมหาวันถัดไปได้เลย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Woolloomooloo Cafe & Bar   

Shake Shack จะแลนดิ้งประเทศไทย! เตรียมเสิร์ฟเบอร์เกอร์เนื้อบดฉ่ำๆ สไตล์อเมริกันให้ชิมเร็วๆ นี้

Shake Shack จะแลนดิ้งประเทศไทย! เตรียมเสิร์ฟเบอร์เกอร์เนื้อบดฉ่ำๆ สไตล์อเมริกันให้ชิมเร็วๆ นี้

ใครที่เคยไปเที่ยวอเมริกาจะต้องเคยเห็นร้านเบอร์เกอร์ชื่อนี้แน่นอน แล้วยิ่งหากใครเคยชิมด้วยล่ะก็ เราเชื่อว่าต้องติดใจจนไม่อยากลืม (เพราะเราเองก็เช่นกัน) เนื่องจากแบรนด์ Shake Shack ถือว่าเป็นร้านเบอร์เกอร์เชนชื่อดังที่แม้แต่ชาวอเมริกันเองก็นิยม โดยสิ่งที่ทำให้เบอร์เกอร์ร้านนี้แตกต่างและโด่งดัง ก็คือ การใช้ “บันมันฝรั่ง” แทนขนมปังทั่วไป ทำให้กัดแล้วมีความนุ่ม แน่น และมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่าง ตามมาด้วย “แพตตี้เนื้อบด” ที่ใช้เทคนิคพิเศษคือ ‘การกดแนบกระทะ’ ซึ่งช่วยให้เนื้อมีความฉ่ำด้านใน และกัดแล้วมีเนื้อสัมผัสจากการเซียร์ − แถมแพตตี้หนาๆ ที่ถูกกดจนบางยังทำให้กัดแล้วเนื้อไม่เลื่อนหนีด้วย (อันนี้คนชอบกินเบอร์เกอร์จะเข้าใจดี) นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องซอสสูตรลับเฉพาะ รวมถึงเมนูเชคต่างๆ ที่ขายดีไม่แพ้กันอีก เราเชื่อว่าคนที่อยากกินมานาน—แต่สาขาใกล้สุดอยู่สิงคโปร์ จะต้องอยากตั้งตารอสาขาในประเทศไทยอย่างตื่นเต้นแน่นอน View this post on Instagram A post shared by SHAKE SHACK (@shakeshack) ส่วนเรื่องสถานที่หรือวันเวลาที่จะมาเปิดตัว ยังไม่มีการเผยรายละเอียด เรารู้เพียงว่าภายในปี 2566 และมีเพียงข้อความตอบแฟนๆ ที่ถามแค่ว่า “ขอให้รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป”  Shake Shack จะนำเข้ามาโดย ‘แม็กซิมส์ เคเทอร์เรอร์ จำกัด (Maxim’s Caterers Limited)’ ผู้นำเข้าแบรนด์ดังอย่าง Starbucks หรือ Ippudo Ramen โดยเราเชื่อว่าโลเคชั่นต้องเป็นสักแห่งใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่แหละ เพราะหลายๆ แบรนด์ที่มาเดบิวต์ครั้งแรกก็ปักหมุดกันใจกลางเมือง เพราะมีคนหนาแน่นและคนส่วนใหญ่พร้อมเปิดใจลองของใหม่กันตลอด จริงไหม? FYI:  Shake Shack เป็นแบรนด์เบอร์เกอร์ที่หลายๆ สาขามีคนต่อคิวนั่งกินเบอร์เกอร์จนล้นตลอด โดยเฉ

Mango Art Festival 2022 เริ่มแล้ว! จัดแสดงงานศิลปะหลายสไตล์ให้ชมกัน 3-8 พ.ค.นี้

Mango Art Festival 2022 เริ่มแล้ว! จัดแสดงงานศิลปะหลายสไตล์ให้ชมกัน 3-8 พ.ค.นี้

เทศกาลศิลปะน่าสนุกอีกงานที่ปีนี้ย้ายจากล้ง1919 มาจัดในย่านสุดสร้างสรรค์อย่าง “เจริญกรุง” และตั้งใจเปิดให้ทุกคนมาเดินเล่นชมงานศิลปะ ดูการแสดง ตามหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ กันได้ ก่อนชวนไปเดินสำรวจย่านกันต่อเลยในวันเดียวกัน  Mango Art FestivalCharoen43 เทศกาล Mango Art Festival 2022 ปีนี้กลับมาในธีม “A Vision for A Better Tomorrow” นำเสนองานศิลปะที่จะอยู่ในทุกจังหวะการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ งานนี้เลยจะเต็มไปด้วยผลงานสร้างสรรค์หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นงานกว่า 1,000 ชิ้น ศิลปะการแสดง ศิลปะแนวอินเทอร์แอกทีฟ แฟชั่นโชว์ ไปจนถึง NFT และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคน  โดยภายในงานซึ่งจัดขึ้นที่ ริเวอร์ ซิตี้ฯ จะแบ่งพื้นที่เป็น 6 โซนด้วยกัน ได้แก่ แกลเลอรี, งานดีไซน์, ศิลปินอิสระ, ศิลปะการแสดงและงานเสวนา, งานเสียวงและอินเทอร์แอคทีฟ และ ตลาดงานคราฟต์และอาหาร  แล้วหลังจากเดินสนุกกับงานนี้เสร็จ ก็อย่าลืมไปเดินสำรวจย่านเจริญกรุงที่ตอนนี้มีอะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเยอะ อย่างเช่น คอมมูนิตี้ ‘เจริญ43’ ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ค็อกเทลที่น่าสนใจ Mango Art Festival 2022 นี้เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมฟรีตลอด 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 - 8 พฤษภาคม 2565 เท่านั้น ติดตามอัปเดตได้ที่ Mango Art Festival