Bunticha P. - TimeOut Thailand
Photograph: Bunticha P. - TimeOut Thailand
Photograph: Bunticha P. - TimeOut Thailand

รวม 16 ร้านเจลาโตเนียนนุ่มระดับอัลตร้าสมูทในกรุงเทพฯ ตอนนี้

ส่อง 16 พิกัดร้านเจลาโต้ระดับอัลตร้าสมูท ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

Yokploy Chandrabha
การโฆษณา

ในช่วงที่อุณหภูมิพุ่งสูงแบบนี้ ไอศกรีมคือคำตอบที่ใช่ที่สุด แต่ถ้าเป็น ‘เจลาโต้’ (Gelato) ล่ะก็? นั่นคือความฟินที่เหนือระดับไปอีกขั้น ด้วยเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มที่ค่อยๆ ละลายในปาก ช่วยคลายร้อนได้ในทุกคำที่กัด เจลาโต้เดินทางไกลจากอิตาลีมาถึงเมืองไทย และปรับตัวเข้ากับบ้านเราได้อย่างกลมกลืนจนเราแทบจะลืมไปเลยว่านี่คือเมนูที่มีต้นกำเนิดจากยุโรป

เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน เจลาโต้จะมีไขมันน้อยกว่า ปั่นด้วยความเร็วที่ช้ากว่า และเสิร์ฟในอุณหภูมิที่อุ่นกว่าไอศกรีมทั่วไปเล็กน้อย ทำให้เนื้อแน่น เนียน และรสชาติเข้มข้นกว่า ส่วนไอศกรีมปกติจะปั่นเร็วและเสิร์ฟเย็นจัด จึงมีความเบาและมีอากาศแทรกอยู่มากกว่า ทำให้เนื้อสัมผัสดูฟูๆ นั่นเอง

ด้วยความเข้มข้นของครีมและความนุ่มละมุนระดับอัลตร้าสมูท เจลาโต้จึงครองตำแหน่งสุดยอดของหวานรับซัมเมอร์ในไทยไปโดยปริยาย วันนี้ Time Out ได้รวบรวม 16 ร้านเจลาโต้ในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงที่เหมาะแก่การไปหลบแดด (หรือไปดื่มด่ำกับความร้อน) มาฝากกัน จะมีอะไรบ้างไปดู!

Albero

ร้านเจลาโต้ที่สัญญาว่าจะทำให้คุณว้าวในทุกคำที่ตัก
พร้อมการันตีความออริจินัลด้วยใบเซอร์ฯ ส่งตรงจากอิตาลี

Albero ประกาศว่าจะทำให้ลูกค้าทึ่งด้วยรสชาติที่จัดจ้านและเข้มข้น และพวกเขาก็ทำได้จริงอย่างที่พูด ด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ดูเนี้ยบ เจลาโต้สไตล์โมเดิร์น และทำเลทองในห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง Central Embassy, EmQuartier และ CentralWorld ทำให้การแวะไปเติมความสุขนั้นง่ายนิดเดียว ที่เด็ดไปกว่านั้นคือร้านนี้ได้รับตราประทับ Italy-approved เพราะ Albero คือเจลาโตแห่งแรกในไทยที่ได้รับการรับรองโดย Ospitalità Italiana ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันความแท้ทรูสไตล์อิตาเลียนที่ยอมรับโดย ISNART และรัฐบาลอิตาลี แม้ความออริจินัลจะชัดเจนขนาดนี้ แต่เจลาโต้ของเขาก็ยังแฝงลูกเล่นสมัยใหม่ไว้ได้อย่างลงตัว ทำให้ทุกสกู๊ปที่ทานให้ความรู้สึกที่ทั้งคลาสสิกและร่วมสมัยไปพร้อมกัน

Café Buongiorno

แลนด์มาร์คแห่งใหม่ล่าสุดในสุขุมวิท 49 ที่จะเปลี่ยนรสสัมผัส ให้กลายเป็นพาสปอร์ตที่พาคุณไปค้นพบคัลเจอร์ใหม่ๆ ผ่านความหวาน

กระแสเจลาโต้ล่าสุดได้แลนดิ้งสู่สุขุมวิท 49 ณ บ้านหลังใหม่ของ Café Buongiorno โดยการนำทัพของ Commendatore Enzo Peroni ผู้เพิ่งได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากประธานาธิบดีอิตาลี ตัวร้านตกแต่งด้วยสีเหลืองและเขียวสดใส แบ่งเป็นสองโซนชัดเจน คือ Per Tutti ที่เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนต้นตำรับตลอดวัน และโซน Gelateria ที่จะทำให้คุณเซอร์ไพรส์ด้วยรสชาติตั้งแต่แบบคลาสสิกไปจนถึงรสชาติสุดล้ำอย่างเจลาโต้รสไวน์แดงและเบียร์ แม้จะเพิ่งเปิดตัวในย่านนี้แต่ฝีมือระดับปรมาจารย์ ถือเป็นบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นของวงการของหวานอิตาเลียนในกรุงเทพฯ เลยทีเดียว

การโฆษณา

Daddy Don’t Know Gelato House

เจลาโต้ที่ถูกต้องสำหรับชาว Gen-Z กับชื่อเมนูสุดปั่นอย่าง Kyoto Hentai (มัทฉะยาบุกิตะ) และ Naughty Habibi (ดาร์กช็อกโกแลตดูไบ) ที่มีอยู่จริงบนเมนู

พิกัดเจลาโต้ที่เกิดมาเพื่อชาว Zoomers โดยเฉพาะ Daddy Don’t Know Gelato House ปล่อยพลังความเป็น Gen-Z ออกมาแบบเต็มสูบ ตั้งแต่การตั้งชื่อรสชาติที่ขี้เล่นและแอบ ติดเรทเบาๆ ให้พอได้เขิน ไม่ว่าจะเป็น Naughty Habibi (ดาร์กช็อกโกแลตดูไบ), Kyoto Hentai (มัทฉะยาบุกิตะ) หรือ Pickle Me Deeper (รสแตงกวาดอง ที่ชื่อก็น่าจะอธิบายตัวมันเองได้ชัดเจนอยู่แล้ว) โดยที่มาของชื่อร้านก็แสบไม่แพ้กัน เพราะเกิดจากความซนของเจ้าของร้านที่อยากเปิดร้านเจลาโต้โดยไม่ยอมให้คุณพ่อรู้นั่นเอง ส่วนตัวถ้วยและบรรจุภัณฑ์ก็น่ารักจนแทบจะกลายเป็นมีม บรรยากาศในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความขบถแบบน่ารักๆ ตามสไตล์เด็กยุคใหม่ ที่เน้นความสนุกและไม่ยอมจมปลักอยู่กับความจำเจ

Gelato & Co

ร้านเจลาโต้กับกันสาดสีฟ้าพาสเทลและบานกระจกใสแจ๋ว ที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากตรอกเล็กๆ ในเมืองฟลอเรนซ์

แค่เดินผ่าน Gelato & Co ก็ให้ความรู้สึกเหมือนถูกวาร์ปไปอยู่ท่ามกลางบรรยากาศน่ารักๆ ในอิตาลี ด้วยกันสาดสีฟ้าพาสเทลละมุนตาและกระจกบานใหญ่ที่เปิดให้เราแอบส่องการทำเจลาโต้แบบสดๆ ได้แบบเรียลไทม์ เปลี่ยนการแวะซื้อของหวานธรรมดาๆ ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และแน่นอนว่าหน้าร้านโทนสีพาสเทลที่ขึ้นกล้องสุดๆ ขนาดนี้ ใครจะอดใจไม่หยุดแวะแชะภาพสักใบสองใบไหว? ส่วนเรื่องรสชาติก็การันตีความออริจินัล เพราะเขาเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบชั้นเลิศ ให้เนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มโดนใจแต่ยังคงความครีมมี่แบบเน้นๆ อร่อยเหมือนบินไปกินที่อิตาลีแบบไม่มีผิดพลาด

การโฆษณา
  • อาหารอิตาลี
  • รัตนโกสินทร์

คืออะไร? ร้านเจลาโตขนาดกะทัดรัดใกล้วัดโพธิ์ โดยเจ้าของร้านผ่านการฝึกฝนด้านการทำเจลาโตจากมหาวิทยาลัยเจลาโตในเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี ก่อนจะขยับขยายเปิดสาขาที่สองในอาคาร KJR55 บนซอยสีลม 7 เมื่อปี 2568

ทำไมเราถึงชอบ: ที่นี่คือร้านสำหรับคนที่เบื่อรสชาติเดิมๆ และอยากลองอะไรนอกกรอบ ตั้งแต่ มะพร้าวมัทฉะ พิสตาชิโอเค็ม และซอร์เบต์ชาดำยูซุ ไปจนถึง อิสปาอองที่จับคู่ลิ้นจี่ กุหลาบ และราสป์เบอร์รีไว้ในสกู๊ปเดียว ส่วนสาขาสีลมซ่อนตัวอยู่ภายในอาคารสำนักงาน ห่างจากเส้นทางท่องเที่ยวหลัก และพนักงานก็พร้อมช่วยแนะนำรสชาติแปลกใหม่สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะลองอะไรดี

Time Out แนะนำ: ถ้าเลือกไม่ถูกระหว่างสองรสชาติที่ดูแปลกใหม่พอๆ กัน ลองขอชิมทั้งสองรสก่อนตัดสินใจสั่งสกู๊ปจริง

ที่ตั้ง: ท่าเตียน 394/21 ถนนมหาราช พระนคร เปิดอังคาร–เสาร์ 12.30–19.00 น. อาทิตย์ 12.30–18.00 น. สีลม ชั้น 3 อาคาร KJR55 ซอยสีลม 7 โทร. 081-987-6171

  • อาหารอิตาลี
  • คลองเตย

คืออะไร? แบรนด์เจลาโตสัญชาติไทยที่เปิดตัวในปี 2565 โดยมีเคาน์เตอร์ประจำอยู่ที่ชั้น 7 ของ CentralWorld และเตรียมเปิดสาขาใหม่ที่ชั้น G ของ Emsphere ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้

ทำไมเราถึงชอบ: จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่เนื้อสัมผัส เจลาโตมีความแน่นและหนึบมากกว่าจะเบาฟู พร้อมความหวานที่คุมมาอย่างพอดี เพื่อให้รสชาติของวัตถุดิบหลักโดดเด่นขึ้นมา แต่ละรสยังมาพร้อมท็อปปิงที่ทำเองโดยร้าน ช่วยเปลี่ยนเจลาโตหนึ่งถ้วยให้กลายเป็นของหวานที่มีองค์ประกอบครบในตัวเอง ส่วนโคนก็อบสดภายในร้าน มีให้เลือกทั้งชาเอิร์ลเกรย์ และโกโก้สูตรเข้มพิเศษ ขณะที่สายชอบของหวานแบบจัดเต็มควรลองดูเมนูทีซันเดย์ด้วย โดยเฉพาะ Peach Dynasty ที่จับคู่เจลาโตไวต์พีชอู่หลงกับอัลมอนด์พราลีน ซอสราสป์เบอร์รี ครัมเบิล และครีมชีสโฟม

Time Out แนะนำ: ลองเช็กโปรโมชันของร้านในช่วงที่ไป หรือเลือก 5-Taste Palette สำหรับคนที่อยากไล่ชิมหลายรสให้ทั่วแทนการต้องตัดสินใจเลือกแค่รสเดียว

ที่ตั้ง: ชั้น G, Emsphere ถนนสุขุมวิท เปิด 7 สิงหาคมนี้ เปิดทุกวัน 10.00–22.00 น. โทร. 02-269-1000

การโฆษณา
  • อาหารอิตาลี
  • สุขุมวิท 24

คืออะไร? เจลาโตเจ้าเล็กริมถนนย่านสุขุมวิทซอย 30 ที่โดดเด่นด้วยเจลาโตแฮนด์คราฟต์และโคนวาฟเฟิลที่อบสดกันตรงหน้าร้าน

ทำไมเราถึงชอบ: รสชาติของเจลาโตคือเหตุผลที่ทำให้ร้านเล็กๆ ริมทางแห่งนี้ควรค่าแก่การแวะลอง เฮเซลนัตช็อกโกแลตชูรสถั่วให้เด่นโดยไม่หวานจนเกินไป ส่วนบานอฟฟี่ ก็หยิบขนมคลาสสิกที่คุ้นเคยมาตีความใหม่ในรูปแบบเย็นๆ กินเพลินจนเผลอหมดถ้วยแบบไม่รู้ตัว ราคาเริ่มต้นถ้วยสองรสราคา 100 บาท และเพิ่มอีก 30 บาท หากอยากได้วาฟเฟิลโบวล์กรอบๆ มาช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ ส่วนรสชาติที่เปลี่ยนหมุนเวียนอยู่บ่อยๆ ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ขาประจำมีอะไรให้กลับมาลองอยู่เรื่อยๆ

Time Out แนะนำ: เพราะรสชาติเปลี่ยนอยู่เป็นประจำ อย่าเพิ่งรีบเลือก ลองขอชิมก่อนเพื่อดูว่าคู่ไหนเข้ากันที่สุดสำหรับคุณ

ที่ตั้ง: ถนนสุขุมวิท บริเวณซอย 30 ขณะเขียนบทความร้านปิดให้บริการชั่วคราว แนะนำเช็ก @bumblebeegelato เพื่อดูรายละเอียดวันกลับมาเปิดร้านก่อนเดินทาง หรือโทร. 081-832-9911

Gelato Elementary

เรียบง่ายแต่ล้ำลึก เพียวเจลาโต้พร้อมเวิร์กช็อปที่ให้คุณได้ลองลงมือทำด้วยตัวเอง

‘ง่ายนิดเดียว วัตสันที่รัก!’ เพราะที่ Gelato Elementary ความเรียบง่ายคือหัวใจสำคัญ แต่คำว่า ‘พื้นฐาน’ (Elementary) ของเขาไม่ได้หมายความว่าจืดชืดแต่อย่างไร เพราะพวกเขาเชื่อว่าศิลปะของการทำเจลาโต้ไม่ควรจะซับซ้อนเกินความจำเป็น ที่นี่นอกจากจะเสิร์ฟเจลาโต้สดใหม่แล้ว ยังมีเวิร์กช็อป Gelato Fundamental ที่เน้นความสนุกเป็นพิเศษ ขอชวนคนรักของหวานมาลองทำเจลาโต้ด้วยตัวเอง เป็นบทเรียนที่เรียบง่ายและหอมหวาน เหมือนกับเจลาโต้ในร้านของของพวกเขา

การโฆษณา

Gelato Finale

ฟินนาเลสายหวาน กับกองทัพเจลาโต้ กว่า 60 รสชาติที่พร้อมให้คุณลิ้มรสแบบไม่ยั้ง

จะมีทางไหนที่จะปิดท้ายวันได้ดีไปกว่าเจลาโต้เนื้อเข้มข้นละมุนลิ้นที่ Gelato Finale? สมชื่อร้านจริงๆ เพราะที่นี่คือ ‘ฟินาเล่’ ที่พร้อมจะเยียวยาทุกความโหยเจลาโต้ของคุณจนไม่ต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว เหล่าเจลาโต้เลิฟเวอร์จะต้องใจสั่นกับไลน์อัปเมนูที่มีให้เลือกถึง 60 รสชาติ ที่รังสรรค์มาให้ตอบโจทย์ทุกความชอบแบบไม่มีตกหล่น ตัวร้านตั้งอยู่ในย่านบางรัก โดดเด่นด้วยสีเหลืองสดใสทั้งภายนอกและภายใน พร้อมผนังด้านหนึ่งที่ตกแต่งด้วยหน้าต่างลายการ์ตูน 2 มิติสุดกวนที่ช่วยให้บรรยากาศดูสนุกสนานและเป็นกันเอง การแวะมาที่นี่เหมือนได้บอกลาเมืองกรุงที่แสนหม่นหมองไปชั่วขณะ แล้วก้าวเข้าสู่มุมเล็กๆ ของอิตาลีที่อาบไปด้วยแสงแดดอันสดใส

  • วัฒนา

คืออะไร? เจลาโตร้านดังจากญี่ปุ่น ก่อตั้งโดย Shintaro Nakajima ที่จังหวัดชิบะ ก่อนจะมาเปิดสาขาในกรุงเทพฯ และกลายเป็นร้านของหวานขวัญใจคนรักเจลาโตไปเรียบร้อย จุดเด่นของที่นี่คือสกู๊ปเจลาโตที่ปั้นเป็นทรงวงรีแทนที่จะเป็นก้อนกลมแบบทั่วไป

ทำไมเราถึงชอบ: บริเวณเคาน์เตอร์มีเจลาโตให้เลือกถึง 18 รส ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้แต่ละครั้งที่แวะมามีโอกาสได้เจอรสใหม่ๆ อยู่เสมอ รสคลาสสิกอย่างมัทฉะและโยเกิร์ต ยืนคู่กับรสที่น่าสนใจอย่างซากุระโมจิ มะเขือเทศนม สับปะรดภูเก็ต และช็อกโกแลตชุมพร โดยมีวัตถุดิบหลายอย่างส่งตรงจากแหล่งผลิตทั่วประเทศไทย

ส่วนโคนวาฟเฟิลมีให้เลือกทั้งเมเปิลและช็อกโกแลต โดยดับเบิลสกู๊ปใส่โคนราคา 120 บาท และแน่นอนว่าสกู๊ปทรงวงรีที่วางสูงเด่นอยู่บนโคนยังช่วยโชว์สีสันของเจลาโตแต่ละรส ก่อนที่คุณจะได้ชิมคำแรกเสียอีก

Time Out แนะนำ: หากแวะสาขายอดนิยมอย่าง Emsphere หรือ Siam Paragon ในช่วงบ่ายวันหยุด หรือประมาณ 19.00–21.00 น. เตรียมใจต่อคิวไว้ได้เลย

ที่ตั้ง: ซอยสุขุมวิท 46 เปิดอังคาร–อาทิตย์ 12.00–22.00 น. โทร. 092-464-1644

การโฆษณา

Grazia Gelato Coffee and More

ฉีกกฎเจลาโต้แบบเดิมๆ สู่รูปแบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ จากสาขาแม่ที่นนทบุรี สู่ทำเลทองใจกลางสยามพารากอน

แม้สำนักงานใหญ่จะตั้งอยู่นนทบุรี (ซึ่งก็ใกล้กรุงเทพฯ แค่นิดเดียว) แต่ก็ยังมีสาขาใหม่ใจกลางเมืองตั้งอยู่ในสยามพารากอนอีกด้วย ที่นี่กาแฟของเขาทำออกมาได้น่าประทับใจพอๆ กับเจลาโต้เลย (สมกับที่มีคำว่า ‘More’ อยู่ในชื่อร้าน) เจลาโต้ที่นี่ถูกแปลงโฉมใหม่ให้น่าตื่นเต้นกว่าที่เคย โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Grazia Semi-freddo หรือเค้กเจลาโต้ที่มีไส้ครีมนุ่มละมุนอยู่ข้างใน นอกจากนี้ยังมีเจลาโต้บาร์ ที่มีขายเฉพาะสาขาสยามพารากอนเท่านั้น ส่วนรสชาติที่โดดเด่นขอยกให้ช็อกโกแลตและพิสตาชิโอ แต่ถ้าใครกำลังอินกับกระแสช็อกโกแลตดูไบ บอกเลยว่ารสพิสตาชิโอของที่นี่คือคำตอบที่ใช่ที่สุด

  • Shopping
  • ไลฟ์สไตล์
  • ราชประสงค์

คืออะไร? แบรนด์เจลาโตสัญชาติญี่ปุ่นที่เริ่มต้นจากย่าน Azabu-Juban ในโตเกียวเมื่อปี 1979 ก่อนขยายสาขาไปทั่วเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยมีรากมาจากวัฒนธรรมร้านน้ำชาแบบดั้งเดิม และใช้นมฮอกไกโดเป็นหัวใจสำคัญของเมนู

ทำไมเราถึงชอบ: แค่เห็นโคนเจลาโตของ Azabu Sabo ก็จำได้ทันที เพราะสกู๊ปทรงสูงแหลมที่วางเด่นอยู่บนโคนทรงสี่เหลี่ยม นมฮอกไกโดช่วยดึงความเข้มข้นและความหอมมันของนมออกมาอย่างเต็มที่ ขณะที่มัทฉะจากชิซูโอกะมีให้เลือกตามระดับความเข้ม โดย No. 1 จะรสนุ่มกว่า ส่วน No. 2 มีความขมและเข้มชัดขึ้น ดับเบิลโคนสองรสราคา 180 บาท และด้วยความสูงเป็นพิเศษของเจลาโต แนะนำให้รีบกินก่อนที่ความอร่อยจะเริ่มละลาย

Time Out แนะนำ: สั่งดับเบิลโคนแล้วจับคู่ มัทฉะ No. 2 กับนมฮอกไกโด เพราะความขมของชาเข้ากันได้ดีทีเดียวกับความหวานมันและเนื้อสัมผัสครีมมี่ของนม

ที่ตั้ง: ชั้น 3 CentralWorld ถนนพระราม 1 เปิดทุกวัน 10.00–22.00 น. โทร. 02-646-1234

การโฆษณา

Hey Gelato

Hey Gelato! คำทักทายที่เชิญชวนให้คุณก้าวเข้าไปในมุมที่อบอุ่นที่สุดของเยาวราช พร้อมเมนูใหม่ในทุกวันเสาร์

Hey Gelato ซ่อนตัวอยู่ในซอยแคบๆ ของเยาวราช เป็นร้านที่สายของหวานอยากจะเก็บไว้เป็นความลับคนเดียว แต่ด้วยชื่อที่เหมือนตะโกนเรียกขนาดนี้ แฟนเจลาโต้ก็ตามไปเจอกันจนได้ จุดเด่นคือเขาทำเจลาโต้ล็อตเล็กๆ ปั่นใหม่ทุกวัน และเปลี่ยนเมนูใหม่ทุกวันเสาร์เพื่อให้ลูกค้าไม่เบื่อ สมกับที่เป็นร้านเจลาโต้ที่สดใหม่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง นอกจากเจลาโต้แล้ว เขายังมีซอร์เบต์  และแบบผสมที่เรียกว่า Sorbetto ให้ได้ลิ้มลองความสดชื่นอีกด้วย

  • Shopping
  • ไลฟ์สไตล์
  • ราชประสงค์

คืออะไร? แบรนด์ไอศกรีมไทยที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดสงขลาตั้งแต่ปี 1967 เมื่อคุณยายสำราญและคุณตาหนูชุมเริ่มทำไอศกรีมในบ้านไม้บนซอยดอกรัก ก่อนที่สูตรของครอบครัวจากแดนใต้จะถูกส่งต่อผ่านหลายรุ่น และเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ในที่สุด

ทำไมเราถึงชอบ: รสชาติของที่นี่ยังคงหยิบแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบและรสชาติของภาคใต้มาใช้โดยไม่ลดทอนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะช็อกโกแลตคราฟต์จากสงขลา ที่ใช้โกโก้แบบ single-origin จากแหล่งปลูกในท้องถิ่นให้รสเข้มลึก ส่วนรสผลไม้จะหมุนเวียนไปตามฤดูกาล ทั้งจำปาดะ มะม่วง ทุเรียน มะพร้าว และเงาะ โดยใช้ผลไม้ในช่วงที่กำลังสุกได้ที่ และควบคุมระดับความหวานให้พอดี เพื่อให้รสชาติของผลไม้ยังคงชัดและเป็นตัวเองมากที่สุด

Time Out แนะนำ: ลองถามร้านก่อนว่าช่วงนี้มีผลไม้อะไรตามฤดูกาลบ้าง แล้วค่อยเลือกจากรสที่หมุนเวียนอยู่ เพราะไอศกรีมผลไม้จากแดนใต้เหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้ควรใช้เวลาละเลียดเมนูสักหน่อย

ที่ตั้ง: ชั้น 7 CentralWorld ถนนราชดำริ แนะนำเช็ก @saansamran.icecream สำหรับเวลาเปิดร้านล่าสุด (โดยปกติ 10.00–22.00 น.) หรือโทร. 081-830-9993

การโฆษณา

Parameter

บ้านเจลาโต้ที่หลงใหลในรายละเอียด ทุกเนื้อสัมผัสและทุกสกู๊ปถูกคำนวณและรังสรรค์ด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร

ชื่อร้านก็บอกอยู่แล้วครับว่าที่ Parameter ความแม่นยำคือหัวใจของทุกสิ่ง ทุกองค์ประกอบตั้งแต่รายละเอียดที่เล็กที่สุดถูกควบคุมด้วยความเชี่ยวชาญ เจลาโต้สไตล์ ‘Classic Refined’ ของที่นี่ให้ความรู้สึกสงบนิ่งราวกับปรัชญาเซน เหมือนการดูแลต้นบอนไซที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูง โดยคุณกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ผู้อยู่เบื้องหลังเล่าว่าเทคนิคแบบนี้หาดูได้ยากมากในปัจจุบัน แม้แต่เครื่องปั่นที่ใช้ก็มีอายุกว่า 100 ปี ด้วยการฝึกฝนจากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศกว่า 5 ปี ทำให้เขารู้ลึกรู้จริงในทุกอณู  บอกเลยว่าร้านนี้คือนี้คือร้านสำหรับคนรักเจลาโต้ที่ควรค่าแก่การลิ้มลองสักครั้ง

Scoops & Spokes

ร้านเจลาโต้สไตล์โฮมเมดน้องใหม่ย่านศาลายา ที่เน้นความสนุก แหวกแนว และทำด้วยใจ

สดใหม่แกะกล่อง เพิ่งเปิดเพจเฟซบุ๊กไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วนี่เอง สำหรับ Scoops & Spokes ที่เสิร์ฟเจลาโต้สูตรโฮมเมดที่ไม่เหมือนใคร (หรือที่เขาชอบเรียกว่า Heart-made) ที่เต็มไปด้วยคาแร็กเตอร์และถ่ายรูปขึ้นสุดๆ ร้านนี้มาพร้อมมาสคอตสุดกวน ละการตกแต่งด้วยสีเขียวสดใส แต่ๆๆ เจลาโต้ไม่ใช่ดาราคนเดียวของร้าน เพราะยังมีเมนูอย่าง Affogato ที่ใช้ Nitro cold brew หรือจะทานคู่กับ Caramel toast ก็นุ่มฟูเข้ากันสุดๆ ที่สำคัญตอนนี้เขากำลังรับสมัครพนักงานเพิ่มด้วยนะ ใครผ่านไปแถวศาลายา ต้องแวะไปลองให้ได้

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา