ท่องโลกกว้างผ่านตัวหนังสือไปกับสองพี่น้อง 'ประกอบสันติสุข' ที่ World at the Corner

ร้านหนังสือเล็กๆ ที่เปี่ยมด้วยมนตร์เสน่ห์ของวัฒนธรรมอันหลากหลายจากปลายปากกานักเขียนท้องถิ่น

โดย Wissuta Ploypetch |
Advertising
World at the Corner
Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

ในยุคที่อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ และแวดวงหนังสือไม่ได้เฟื่องฟูเหมือนแต่ก่อน สองพี่น้องบ้านประกอบสันติสุขซึ่งถือเป็นนักอ่านตัวยงอย่าง ‘ณัฐ’ ช่างภาพแฟชั่นชื่อดังของวงการ และ ‘ก้อย-สิวิกา’ นักเขียนมากฝีมือผู้เป็นพี่สาว กลับไม่กลัวที่จะเปลี่ยนบ้านหมายเลข 1 บนถนนมหรรณพ ย่านเสาชิงช้า ให้กลายเป็นร้านหนังสือเล็กๆ ที่ชื่อ World at the Corner ด้วยหมายใจให้คนที่เข้ามาที่ร้านได้ค้นพบโลกขนาดย่อมผ่านหนังสือที่พวกเขาคัดสรรมาและเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้พากันออกเดินทางไปดูโลกกว้าง

 

World at the Corner

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

พี่น้องทั้งคู่เดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ที่หนังสือได้กล่าวถึงเป็นประจำทุกปีมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยชอบเที่ยวแบบสำรวจพื้นที่ ใช้เวลานานๆ ชอบสัมผัสชีวิตจริงในแต่ละเมือง เลือกไปในประเทศที่การเดินทางสุดแสนทรหดเป็นอันดับแรกๆ ก่อน เพราะเกรงว่าเมื่อแก่ลงมากกว่านี้ สภาพแขนขาเกิดขัดข้องไป พวกเขาก็คงจะไปบุกตะลุยลำบากแล้ว ซึ่งนอกจากจะมีกันและกันเป็นเพื่อนร่วมทางแล้ว หนังสือยังเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีสำหรับทั้งสองคนอีกด้วย 

ทั้งคู่มีหนังสือเป็นส่วนประกอบมาตลอดในทุกช่วงของชีวิต ด้วยความที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวพันกับหนังสือมาตั้งแต่เด็กที่ติดตามคุณพ่อไปทำงานต่างจังหวัด จนเรียนจบคณะอักษรศาสตร์ ทำให้เมื่อถึงเวลานี้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยใหม่ของชีวิต ทั้งสองคนจึงลองนั่งลงคิดร่วมกันว่าสิ่งที่เหลือที่อยากทำร่วมนั้นน่าจะเป็น ร้านหนังสือ

มันมีตอนที่เรากลับมาบ้าน พร้อมกับซื้อหนังสือกลับบ้านมาสองตั้ง ซึ่งก็อ่านไม่จบหรอก แต่แค่ได้อยู่ท่ามกลางหนังสือสวยๆ นั่งลูบคลำมันราวกับได้อ่านมันแล้ว แล้วค่อยทยอยอ่านมันทีหลัง จัดแบ่งคนละฝั่งตู้ว่าอันนี้อ่านแล้วนะ ได้เห็นจำนวนมันเพิ่มขึ้นทีละเล่ม เรารู้สึกว่าเรามีความสุขแล้ว ผมคิดได้ว่า เอ๊ะ ถ้าอย่างนั้นเราคงจะมีความสุข มีความสงบ ถ้าผมได้อยู่ในร้านหนังสือ ส่วนพี่ก้อยก็อยากมีห้องสมุด ทั้งสองอย่างมันก็ใกล้เคียงกัน แต่ห้องสมุดอาจจะใช้ต้นทุนสูงและดำเนินการยากกว่าหน่อย แถมยังไม่มีกำไรเลย ในขณะที่ร้านหนังสือมันยังพอเลี้ยงตัวมันเองได้บ้าง ไม่มั่นใจ (หัวเราะ) กระทั่งเมื่อปีที่แล้วที่เราสองคนก็คิดว่าน่าจะต้องเริ่มต้นทำได้แล้ว ถ้าไม่เริ่มตอนนี้เราก็คงจะได้แต่ฝันมันอยู่นั่น เราไม่รู้หรอกว่ามันจะขายได้ไหม และถึงมันจะขายได้ก็คงไม่ได้ทำกำไรอะไรสักเท่าไร แต่มันทำให้ชีวิตสมบูรณ์” ณัฐเล่าย้อนถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากเปิดร้านหนังสือ

 

World at the Corner

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

ในทีแรกณัฐและก้อยนึกไม่ออกเลยว่าจะต้องหาหนังสือมาได้อย่างไร จึงคิดกันเองว่าการไปงานบุ๊กแฟร์ดูจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี และตัดสินใจจองตั๋วจะไปงานบุ๊กแฟร์ที่ฮ่องกงเมื่อสามปีก่อน แต่ดันเกิดพายุรุนแรงจนทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินและพับโปรเจ็กต์การหาหนังสือไปสักพัก จนเมื่อปีที่แล้วที่ทั้งสองเปิดเจองาน Beijing International Book Fair และพากันไปถึงงานวันสุดท้ายโดยไม่ได้ตระเตรียมลงทะเบียน แถมเหลือเวลาเพียงชั่วโมงสุดท้ายก่อนงานเลิก ทั้งคู่จึงต้องเดินทัวร์และติดต่อกับสำนักพิมพ์ แข่งกับเวลาให้เร็วที่สุด

หลังจากที่ปักกิ่งเนี่ย เราได้คอนเน็กชั่นมาพอสมควรแล้วก็เริ่มลงมือทำเลย เพราะเราไม่ได้คิดจะทำร้านให้เป็นธุรกิจใหญ่ขนาดนั้น เราตั้งเป้าไว้แค่ว่าเราจะไม่กู้เงิน ไม่ลงทุนสูง เราตั้งใจทำร้านให้มันเล็กๆ มีหนังสือแค่เฉพาะที่เราชอบและต้องการส่งต่อมันจริงๆ แม้จะไม่ได้อ่านทั้งหมดแต่ผ่านตาผ่านการอ่านรีวิวมาหมดแล้ว เพื่อที่จะไม่เป็นหนี้จากการทำสิ่งนี้ เราเลยไม่ได้ลงทุนตามไปทุกๆ ที่ขนาดนั้น เพราะมันจะเพิ่มค่าใช้จ่ายในระดับหนึ่งเลย คือถ้านักธุรกิจอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะเบือนหน้าหนี บอกว่าเราไม่ได้เรื่องแล้วก็เป็นไปได้ (หัวเราะ)” ณัฐกล่าว

 

World at the Corner

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

ก้อยเล่าให้เราฟังต่อว่า ที่ร้านจะไม่ใช้ระบบการสต็อกหนังสือ และหนังสือหนึ่งเรื่องจะถูกสั่งมาแค่ 2-3 เล่ม โดยไม่สั่งหนังสือซ้ำๆ ดังนั้นเวลาหนังสือหมดไป ก็จะมีเรื่องใหม่ๆ หมุนเวียนมาเรื่อยๆ ให้คนที่เข้ามาได้เอ็นจอยกับการเลือกหาสิ่งใหม่ๆ ในบรรยากาศสบายๆ ภายในร้านที่มีของตกแต่งหน้าตาแปลกๆ อย่าง พระพิฆเนศเพนต์ลวดลายสดใจ หัวกระโหลกไม้แกะสลัก ไปจนถึงแม่พระกัวดาลูเป ที่ทำให้บ้านเต็มไปด้วยหลากเรื่องราวจากวัฒนธรรมพื้นเมือง เหมือนกับที่เรามักพบเจอระหว่างการเดินทางไม่มีผิด

ห้องทางฝั่งซ้ายเป็นที่อยู่ของหนังสือกว่าพันเล่ม ทั้งนวนิยาย สารคดี ประวัติศาสตร์ โฟโต้บุ๊ก ไม่เว้นแม้แต่ตำราอาหาร หรือหนังสือทำมือที่หายากจากนักเขียนและช่างภาพท้องถิ่นทั่วโลก จัดแยกหมวดหมู่ไปตามแต่ละประเทศ ด้วยจุดประสงค์ที่อยากจะนำเสนอผลงานจากนักเขียนเจ้าถิ่นซึ่งมีความลึกซึ้ง สอดแทรกมิติทางสังคมในแต่ละยุคสมัย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้อยากเดินทางไปประเทศนั้นๆ มากขึ้น และอาจจะเกิดเป็นความประทับใจเกี่ยวกับประเทศนั้นๆ ในแบบที่คาดไม่ถึงได้ 

ขณะที่อีกห้องเป็นมุมแนะนำหนังสือน่าสนใจประจำสัปดาห์ ตู้แสดงโปสต์การ์ดผลงานภาพถ่ายฝีมือณัฐและก้อย ตลอดจนชิ้นงานคราฟต์จากหลายประเทศ อาทิ ตุ๊กตาแกะสลักจากกัวเตมาลา งานจักสานของไทยและผ้ากันเปื้อนจากโมร็อกโก ที่แบ่งปันจากของสะสมนำมาวางจำหน่ายเป็นที่ระลึกสำหรับคนที่สนใจ

 

World at the Corner

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

World at the Corner

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

ถ้าถามว่าทำไมเราถึงเน้นให้คนออกเดินทางจัง คงเป็นเพราะเมื่อเดินทางมากๆ เรารู้สึกมันทำให้เราเปลี่ยนไป เราเคารพคนอื่น ให้เกียรติคนอื่นมากขึ้น เพราะการเดินทางทำให้เราได้ไปเห็นว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่เราเคยคิดว่ารู้ คิดว่าเคยเคยเห็นแล้วจากสิ่งที่คนอื่นนำเสนอเนี่ย บางทีมันก็เป็นแค่มุมมองหนึ่ง ที่พอเราไปดูด้วยตาตัวเองจริงๆ ก็จะค้นพบว่าในบริบทที่เขาต้องเผชิญเขาก็มีเหตุผลของเขานะ ก็เลยเปิดร้านนี้ อยากให้ออกไปเที่ยวกันเยอะๆ ไปดูโลก ไปใช้ชีวิต อย่าไปแค่ 5 วัน 7 ประเทศ เพราะเสียดายวันเสียดายเงิน ณัฐบอก

ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าการมีข้อมูลเบื้องหลังของสถานที่ที่จะไปเที่ยวนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้ทริปแต่ละครั้งนั้นมีความสนุกมากขึ้น เวลาทั้งคู่จะไปเที่ยวไหนจึงมักจะหานิยาย ผลงานของนักเขียน ซึ่งเขียนเรื่องเกี่ยวกับเมืองที่พวกเขาเป็นเจ้าถิ่นมาอ่านก่อนไป พอเราไปเห็นเราก็จะได้รู้ว่ารูปปั้นนั้นเป็นเทพอะไร พื้นที่ตรงนี้เคยสวยแค่ไหน คือมันจะสนุกกว่า เราไม่อยากให้เดินทางแค่เพียงไปตามไกด์บุ๊กบอกว่ามันน่าไป อยากให้เกิดแรงบันดาลใจอะไรก่อนจากการอ่าน แล้วค่อยให้ไกด์บุ๊กเป็นเครื่องมือนำทาง” ก้อยกล่าว

ตอนนี้คนที่เข้ามาก็มีชมว่าเราเลือกหนังสือดี เราก็ดีใจ แต่เราก็อยากบอกว่าเราอยากให้มันดีกว่านี้อีกแหละ ยังพยายามหาหนังสือต่อไปอยู่ ถ้ามาที่ร้านตอนนี้ก็ยังไม่ต้องซื้อเยอะหรอก แล้วอีก 2-3 เดือนอ่านจบก็กลับมาซื้อเล่มใหม่นะ เราจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ อยากให้คุณโตไปกับพวกเรานะ พี่ณัฐทิ้งท้าย

 

World at the Corner

Sereechai Puttes/Time Out Bangkok

 

Advertising