Time Out Thailand
Photograph: Time Out Thailand | PahThai Thai brands
Photograph: Time Out Thailand

คนไทย native ภูมิใจนำเสนอ แบรนด์แฟชั่นไทย จากผ้าไทย ที่อยากให้คนไทยได้รู้จัก

เอาใจสายแฟชั่นที่หลงใหลในรายละเอียด กับดีไซน์ที่หยิบเอาภูมิปัญญามาทวิสต์ใหม่ให้ใส่สนุกกว่าเดิม

Lalitphat Bumrungkarn
การโฆษณา

กลิ่นอายความชุ่มฉ่ำและสายลมเย็นที่พัดผ่านเมืองหลวง แฟชั่นก็ถึงเวลาผลัดเปลี่ยนฤดูกาล หากคุณเคยติดภาพจำว่า ‘ผ้าไทย’ เป็นเพียงไอเท็มที่ถูกพับเก็บไว้อย่างเงียบเชียบในตู้เสื้อผ้าของคุณยาย หรือเป็นแค่ชุดยูนิฟอร์มสำหรับใส่ไปทำบุญ ลองจินตนาการใหม่ดู เพราะในนาทีนี้ เส้นด้ายแห่งภูมิปัญญาจากทั่วทุกภูมิภาคกำลังถูกถักทอเข้ากับซิลลูเอตต์แห่งยุคสมัย เปลี่ยนสิ่งที่คุ้นเคยให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้

การเดินทางของผ้าไทยยุคใหม่เต็มไปด้วยสีสันและการตีความที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์อันลึกลับของ ‘ผ้าซิ่น’ และผ้าม้งจากทางภาคเหนือ ที่ถูกหั่นแพทเทิร์นและปรับโครงสร้างใหม่ให้กลายเป็นกระโปรงทรงเก๋หรือเสื้อสายเดี่ยวสุดเปรี้ยวสีสันจัดจ้านและลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘ผ้าถุงภาคใต้’ ตลอดจนผ้าบาติก ที่ถูกนำมาทวิสต์เป็นชุดเดรสหรือเสื้อครอปท็อปให้กลิ่นอายบีชแวร์สุดชิค ไปจนถึงความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยความเท่ของ ‘ผ้าขาวม้า’ และผ้าหมักโคลนจากภาคอีสาน ที่ถูกอัปไซเคิล กลายเป็นไอเท็มสตรีทแวร์สุดคูลสำหรับคนเจนซี

นี่คือการหยิบเอารากเหง้ามาเขย่ารวมกับป๊อปคัลเจอร์ เป็นการสนับสนุนช่างฝีมือท้องถิ่นให้มีพื้นที่ยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่นร่วมสมัย เราขอชวนคุณมาสลัดภาพจำเดิมๆ แล้วสวมวิญญาณมิวส์ของเหล่าดีไซเนอร์ ไปกับแบรนด์เสื้อผ้าไทยสุดปังที่จะทำให้ทุกย่างก้าวของคุณเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและสไตล์ที่ไม่มีใครเหมือน

และขอให้ทุกคนได้รู้จักกับแบรนด์เหล่านี้

Chalay

จากงานอดิเรกเย็บเสื้อครอปท็อปใส่เองริมทะเลในเวลาที่ลูกชายหลับใหลของคุณชนินทร์พร ‘ชา’ เฮสส์ สู่โกลบอลแบรนด์ที่ป๊อปสตาร์ระดับโลกอย่าง Tyla และ Lisa หยิบไปใส่จนไวรัล Chalay คือแบรนด์เสื้อผ้าที่ผสานงานคราฟต์จากสองฟากฝั่งของไทย ทั้งความซับซ้อนของงานปักจากชุมชนชาวม้งทางภาคเหนือ และกลิ่นอายศิลปะการแสดงมโนราห์สุดวิจิตรจากภาคใต้ ออกมาเป็นเสื้อผ้าสไตล์โบฮีเมียนและบีชแวร์ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ

ความฉลาดในการหยิบเอาโครงสร้างของ ‘ผ้าถุง’ หรือซิ่นที่แม่ๆ ยายๆ สวมใส่ในชีวิตประจำวัน มาหั่นแพทเทิร์นและตีความใหม่จนกลายเป็นกระโปรง Sinh Siam ที่สัดส่วนพริ้วไหวและโมเดิร์น เป็นสิ่งที่แบรนด์ทำได้ดีเลยทีเดียว แบรนด์ไม่ได้เอาความเป็นไทยมายัดเยียดให้ดูแปลกตา แต่ฝังรากเหง้าทางวัฒนธรรมลงไปในซิลลูเอตต์ของเสื้อผ้าอย่างแนบเนียน แถมยังช่วยสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนช่างฝีมืออย่างแท้จริง เป็นความภูมิใจที่สวมใส่ได้จริงแบบไม่ต้องพยายาม

Kahlong

แบรนด์แฟชั่นชื่อเปี่ยมเสน่ห์ที่ก่อตั้งโดยสองดีไซเนอร์รุ่นใหม่สายเลือดเชียงราย ผู้พกเอาแพสชันและหลงใหลในกลิ่นอายวัฒนธรรมภาคเหนือมาเต็มกระเป๋า พวกเขามองเห็นว่าสิ่งเล็กๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นขนมหวาน ดอกไม้ไทย หรืองานฝีมือ ล้วนมีเรื่องราวลึกลับซ่อนอยู่ กาหลงจึงเปรียบเสมือนพื้นที่ทดลองที่นำแรงบันดาลใจเหล่านั้นมาตีความใหม่ ผ่านผืนผ้าม้งและผ้าซิ่นภาคเหนือที่นำมาทวิสต์ให้เข้ากับยุคสมัย

ความเก่งกาจของกาหลงคือการทลายกำแพงความขลังของผ้าไทยให้กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย เสื้อผ้าของแบรนด์นี้มีความรู้สึกที่ลึกลับ น่าค้นหา และมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนมาก การจัดวางลวดลายพื้นเมืองลงบนแพทเทิร์นเสื้อผ้าวัยรุ่นทำออกมาได้กลมกลืน ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกมั่นใจ สวยงามในแบบฉบับของตัวเอง และกล้าที่จะเปล่งประกายตัวตนออกมาโดยไม่ต้องแคร์ขนบเดิมๆ

การโฆษณา

Malinee

‘ผู้หญิงที่งดงามในสวนดอกไม้’ คือความหมายของชื่อแบรนด์ที่ตั้งใจจะดึงเสน่ห์ของผู้สวมใส่ออกมาให้เบ่งบาน มาลินีเกิดจากความต้องการลบภาพจำที่ว่าผ้าไทยต้องดูเป็นผู้ใหญ่ เรียบร้อย หรือใส่ยาก ดีไซเนอร์จึงหยิบเอาผ้าทอท้องถิ่นมาออกแบบใหม่ด้วยแพทเทิร์นที่สนุกสนาน สดใส เพื่อให้สาวๆ เจนซีสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับการแต่งตัวในชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระเสรี

ผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซที่เทใจให้คือ Nan Collection ที่หยิบเอา ‘ผ้าหมักโคลน’ ภูมิปัญญาขึ้นชื่อจากจังหวัดน่าน มาเนรมิตเป็นกระโปรงดีไซน์คลีนเกิร์ลสุดเก๋ เพิ่มกิมมิกกระดุมที่ให้คุณสนุกกับการปรับเปลี่ยนทรงได้ตามใจชอบ ยิ่งไปกว่านั้น อุดมการณ์ของแบรนด์ที่ยืนหยัดว่าจ้างช่างฝีมือพื้นบ้านรายเล็กๆ แทนการผลิตในโรงงาน ยิ่งทำให้เสื้อผ้าทุกชิ้นมีคุณค่าทางใจที่ประเมินค่าไม่ได้

Sanāe

ดีไซน์เฮาส์สัญชาติไทยที่จะพาคุณไทม์แมชชีนกลับไปสัมผัสความโอ่อ่าของยุคสยามประเทศในศตวรรษที่ 19 Sanāe เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่าแฟชั่นต้องทำหน้าที่พิทักษ์รักษามรดกทางวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กับการสร้างความงาม แบรนด์นี้จึงนำเสนอเสื้อผ้าแบบ Ready-to-wear สำหรับทั้งชายและหญิง โดยใช้เทคนิคการตัดเย็บชั้นสูงแบบ โอต์กูตูร์ เพื่อรังสรรค์ให้เสื้อผ้าเป็นดั่งงานศิลปะ

ความเลอค่าของ Sanāe อยู่ที่การคัดสรร ‘ผ้าไหมไทย’ ที่ทอด้วยมือจากหมู่บ้านเล็กๆ ทั่วประเทศ นำมาตัดเย็บด้วยเส้นสายที่โมเดิร์นและซิลลูเอตต์ที่เฉียบคม เป็นความงดงามที่สร้างสมดุลระหว่างกลิ่นอายคลาสสิกกับความทันสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความรู้สึกที่ดูแพง หรูหรา แต่เป็นความหรูหราแบบ Timeless design ที่ไม่ต้องตะโกน แค่สวมใส่ก็สัมผัสได้ถึงพลังของประวัติศาสตร์

การโฆษณา

Cherlyn Ornika

จากโปรเจกต์วิทยานิพนธ์จบการศึกษาของนักศึกษาแฟชั่น สู่แบรนด์เสื้อผ้าที่น่าจับตามอง ‘เชอร์ริน ออนิกา’ ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะรื้อฟื้นความรักในวัฒนธรรมไทยให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่มักถูกอิทธิพลแฟชั่นต่างชาติกลืนกิน แบรนด์เลือกที่จะใช้ผ้าไหมไทยกว่า 70% ในการตัดเย็บ ออกแบบเป็นเสื้อผ้าไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์วัยรุ่นยุคนี้ให้สามารถสวมใส่ความเป็นไทยในเวอร์ชันที่โมเดิร์นที่สุด

คอลเลกชัน Siam Love Language ทำเอาเราทึ่งกับไอเดียที่หยิบเอางานฝีมือสุดประณีตอย่าง การร้อยมาลัย การทำบายศรี หรือการพับใบตอง มาตีความใหม่ให้กลายเป็นดีเทลโครงสร้างบนเสื้อผ้า ดีไซเนอร์เปรียบการออกแบบนี้เป็น ‘ภาษารักแบบไทยๆ’ ที่คนสมัยก่อนมักบอกรักผ่านการประดิดประดอยสิ่งของ มันคือความโรแมนติกที่ถูกกลั่นกรองออกมาเป็นงานศิลปะบนเรือนร่างที่งดงามไร้ที่ติ

Angelmæd

แบรนด์แฟชั่นสาย Sustainable ที่รีแบรนด์มาจาก 109c0ddle.angel โดย ‘คุณเมทัล’ ผู้หลงใหลในแฟชั่นวินเทจยุค ’90s และต้น ’00s แบรนด์นี้ขับเคลื่อนด้วยหัวใจที่ยึดมั่นในคอนเซปต์ ‘Sustainably Crafted & Upcycled Designs by Thai Artisans’ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2018 ด้วยการนำเสื้อผ้ามือสองและวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมา Upcycle ใหม่ สร้างแพทเทิร์นและซิลลูเอตต์ที่เข้ากับรูปร่างที่หลากหลาย ไม่เพียงแต่มอบชีวิตใหม่ให้รอยตะเข็บเดิม แต่ angelmæd ยังมุ่งทำงานร่วมกับช่างฝีมือท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนและต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้เติบโตไปพร้อมกันในอุตสาหกรรมแฟชั่นร่วมสมัย

เราขอเทใจให้กับคอลเลกชัน Rooted in Isan ที่ดึงเอาภาพจำวัยเด็กของคุณเมทัลในจังหวัดร้อยเอ็ดมาเล่าใหม่ ดีไซเนอร์หยิบเอาของใกล้ตัวอย่าง ‘ผ้าขาวม้าทอมือหมักโคลน’ จากวิสาหกิจชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์มาเป็นตัวเอก เสน่ห์ของกระบวนการหมักโคลนธรรมชาติคือสีสันและเท็กซ์เจอร์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แบรนด์นำมาตีความใหม่ให้ป๊อปและเตะตาคนยุคนี้ เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่น่าชื่นชมว่า ‘ความยั่งยืนที่แท้จริง’ ไม่ใช่แค่การรักษ์โลก แต่คือการทำให้ภูมิปัญญาและผู้คนในชุมชนมีพื้นที่ยืนและดำรงชีวิตอยู่ได้จริงในโลกแฟชั่น

การโฆษณา

Ketsarin

แบรนด์แฟชั่นสตรีจากจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เกิดจากความตั้งใจของ ‘คุณเกศริน’ ในการหยิบเอา ‘ผ้าถุง’ ที่เราคุ้นตากันมาตั้งแต่เด็ก มาเล่าใหม่ในบริบทของแฟชั่นร่วมสมัย แบรนด์เลือกใช้เสน่ห์ของผ้าบาติกจากอินโดนีเซียและผ้าพิมพ์ลายไทย มาออกแบบเป็นกระโปรงทั้งสั้นและยาวที่ปรับซิลลูเอตต์ให้สวมใส่ง่ายและทันสมัยขึ้น โดยทำงานร่วมกับช่างฝีมือในชุมชนเพื่อรับสั่งตัดแบบ Made-to-Measure ให้ลูกค้าได้เลือกผ้าและตัดตามไซซ์ของตัวเอง จนตอนนี้แบรนด์เดินทางไกลไปอยู่ในตู้เสื้อผ้าของสาวๆ หลายประเทศทั่วโลกผ่านอินสตาแกรม

‘ดีเทลงานทำมือ’ ที่ซ่อนอยู่บริเวณชายกระโปรง ลูกปัดและรายละเอียดการตกแต่งต่างๆ ถูกเย็บปักลงไปทีละเม็ดด้วยความประณีตขั้นสุด บวกกับลวดลายของผ้าบางชนิดที่มีจำนวนจำกัด ทำให้กระโปรงแต่ละตัวกลายเป็นแรร์ไอเท็มที่มีเพียงไม่กี่ชิ้น หรืออาจมีเพียงชิ้นเดียวในโลก แบรนด์นี้พิสูจน์ให้เราเห็นชัดๆ เลยว่า ผ้าที่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรมสามารถเปล่งประกายในโลกแฟชั่นยุคใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียเอกลักษณ์ของตัวเองไปแม้แต่น้อย

Sirimon

แบรนด์แฟชั่นที่นิยามตัวเองว่าเป็น ‘The New Era of Thai’ Sirimon คือแบรนด์ที่ผ่านการคิดและออกแบบอย่างพิถีพิถันไกลถึงกรุงลอนดอน ก่อนจะส่งกลับมารังสรรค์และตัดเย็บอย่างประณีตในประเทศไทย ดีเอ็นเอของแบรนด์คือการหลอมรวมดีเทลของโครงสร้างเสื้อผ้าไทยดั้งเดิม เข้ากับเซนส์แฟชั่นร่วมสมัย เกิดเป็นชิ้นงานสไตล์ Trans-seasonal ที่ไร้กาลเวลา สวมใส่ได้ทุกฤดูกาล และให้ลุคที่ดูสง่างามแบบ Effortless

อุดมการณ์ของแบรนด์ที่ยกย่องและมุ่งมั่นอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปะความงดงามของ ‘ผ้าไหมไทย’ Sirimon ไม่ได้เพียงแค่นำผ้าไหมมาตัดเย็บ แต่ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับกระบวนการผลิตที่ใส่ใจและมีจริยธรรม เพื่อให้แน่ใจว่าคุณภาพชีวิตของช่างทอผ้าไหมไทย และรากเหง้าของการผลิตผ้าไหมจะถูกรักษาไว้และส่งต่อไปยังอนาคต เป็นการนำความคราฟต์แบบไทยมาเจอกับความหรูหราระดับสากลได้อย่างกลมกล่อม

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา