รวมทุกอีเวนต์ในกรุงเทพฯ

อัปเดตทุกอีเวนต์ทั่วกรุงเทพฯ ได้ในโพสต์เดียว แล้วคุณจะไม่อยากอยู่เฉยๆ

การโฆษณา

กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับ แล้วเราจะอยู่เฉยๆ กันได้ไง ลองมาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ปาร์ตี้ นิทรรศการศิลปะ เวิร์กช็อป ตลาดนัด งานแฟร์และอื่นๆ อีกมากมาย

  • Things to do
  • เทศกาล
สุดสัปดาห์นี้เตรียมปักหมุดความสนุกครบทุกมู้ด เริ่มจากสายปาร์ตี้และเทศกาลฮาโลวีน ปาร์ตี้เปิดฟลอร์ผีไทย คืนฉายหนังกลางแปลงสุดขลัง กิจกรรมบุกท้าความกล้าในโรงแรมร้าง งานวิ่งหนีผีเพื่อสุขภาพ ปาร์ตี้คอสตูมผีสัตว์เลี้ยง โรงละครอิมเมอร์ซีฟสุดหลอน และมูฟวี่ไนต์ดูหนังคลาสสิกชวนขนหัวลุก 3 วันติด  คอดนตรีและเฟสติวัล สัปดาห์นี้ห้ามพลาดคอนเสิร์ตเต็มวงในรอบ 20 ปีของ Jason Mraz, ปลดปล่อยฟลังและแดนซ์สุดพลังกับป็อปสตาร์สาว Zara Larsson ต่อด้วยโชว์กีตาร์นุ่มละมุนไปกับ yung kai, เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และศิลปะดิจิทัล DIAGE Festival และงานศิลปะผสานดนตรีทดลองสำรวจความตายใน วิหาร 2026 ปิดท้ายอีเวนต์สายกินดื่มและไลฟ์สไตล์ ชวนไปแฮงเอาต์สไตล์บาวาเรียนใน One Oktoberfest, จิบเครื่องดื่มคราฟต์ไทยกว่า 30 บูธในงาน Sip Thai, ชิมอาหารฝีมือเชฟดังในตลาดคราฟต์ฟู้ด, เดินคุ้ยตลาดเครื่องรางและของสะสมดาร์กแฟนตาซีที่ GalileOasis และกิจกรรมถอดบทบาทผู้ใหญ่กลับไปเล่นเกมวัยเด็กกลางสวนลุมพินี สุดสัปดาห์นี้ เตรียมชุดเก่งให้พร้อม เลือกอีเวนต์ที่ใช่ แล้วออกไปสัมผัสสีสันรับคืนปล่อยผีและเสียงดนตรีทั่วกรุงเทพฯ กันได้เลย!
  • Music
  • ดนตรี
หลังจากสร้างปรากฏการณ์บัตร Sold Out ทั้งสองรอบ ครั้งนี้ Ink Waruntorn ‘Synthphony’ Concert เตรียมกลับมาอีกครั้งในรูปแบบ re-stage ชวนแฟนเพลงกลับไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของโชว์ที่นำเอกลักษณ์ดนตรี Synth-Pop มาผสานเข้ากับเสียงอันทรงพลังของวง Symphony Orchestra ถ่ายทอดผ่านบทเพลงและตัวตนของ อิ้งค์ วรันธร ในมิติที่แตกต่างจากคอนเสิร์ตทั่วไป Photograph: Ink WaruntornArtist นอกจากการเรียบเรียงดนตรีที่ผสานซินธ์ป็อปเข้ากับวงออร์เคสตรแล้ว  งานครั้งที่ผ่านมายังจัดเต็มด้วยโปรดักชันแสง สี เสียง และ วิชวลบนเวทีที่ช่วยเติมเต็มอารมณ์ของทุกบทเพลงให้ยิ่งใหญ่และน่าประทับใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพลงที่ยังไม่เคยชมโชว์นี้มาก่อน หรือคนที่อยากกลับไปสัมผัสประสบการณ์เดิมอีกครั้ง ก็เตรียมตัวมาฟังเพลงโปรดในบรรยากาศสุดพิเศษกันได้เลย รายละเอียดบัตรและการจำหน่าย สถานที่: UOB Live, Emsphereวันที่จัดคอนเสิร์ต: 24 ธันวาคม 2569ราคาบัตร 5,500 / 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 บาท (จองบัตร) วันเปิดจำหน่ายบัตร 30 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. — รอบ UOB Pre-sale (บัตรมีจำนวนจำกัด) 31 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. — รอบจำหน่ายบัตรทั่วไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Ink Waruntorn
การโฆษณา
  • Music
หากใครยังติดภาพว่า LANDOKMAI คือวงอินดี้ที่มีแต่เพลงรักดรีมป็อปฟังสบาย อัลบั้มล่าสุดอย่าง ‘Yesterday’s Town’ อาจทำให้ต้องคิดใหม่ เพราะครั้งนี้ อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง และ แอนท์-มนัสนันท์ กิ่งเกษม สองสมาชิกจากค่าย What The Duck กลับมาพร้อมเฉดสีใหม่ๆ พร้อมเผยด้านขบถ และกล้าตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นธรรม ผ่านบทเพลงที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น ‘Yesterday’s Town’ ชวนเรานั่งไทม์แมชชีนกลับไปยัง ‘เมืองแห่งวันวาน’ พื้นที่ที่เก็บเรื่องราวในความทรงจำไว้ ตั้งแต่บ้านหลังเก่า ความฝันแรก ความผิดหวังครั้งสำคัญ ไปจนถึงผู้คนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโลกทั้งใบของเรา ทั้ง 12 เพลงจึงเปรียบเสมือนหน้ากระดาษในสมุดไดอารี่ ที่ชวนให้กลับไปทบทวนอดีตและทำความเข้าใจตัวเองในวันที่เติบโตขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ LANDOKMAI ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงความคิดถึง แต่ยังพูดถึงความรัก ความเสียใจ และการยอมรับความผิดหวังอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเผยพลังของความขบถและ ความเป็นดาร์กเฟมินีนผ่านการไม่ยอมลดทอนความรู้สึกของตัวเองเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ไม่แฟร์อีกต่อไป ด้านดนตรี อัลบั้มนี้ยังคงกลิ่นอายอินดี้ป็อปชวนฝันอันเป็นเอกลักษณ์ของวง แต่เพิ่มความดิบและเข้มข้นด้วยซาวด์ Post-Rock ที่ช่วยขับเน้นอารมณ์ให้ชัดขึ้น ราวกับกำลังเปิดดูอัลบั้มภาพเก่าที่มีทั้งความอบอุ่นและบาดแผลซ่อนอยู่ในแต่ละหน้าโดยอัลบั้มนี้ประกอบด้วยเพลงภาษาไทย 8 เพลง และภาษาอังกฤษ 4 เพลง ชวนทุกคนไปค้นพบอีกเฉดสีของลานดอกไม้ พร้อมย้อนสำรวจเรื่องราวในวันวานที่อาจทำให้เราเข้าใจตัวเองในวันนี้มากขึ้น หากเราลองถอดรหัสทั้ง 12 บทเพลงออกมาเป็นดอกไม้ แต่ละเพลงจะเป็นดอกอะไรบ้าง? ชวนทุกคนไปค้นพบคำตอบพร้อมกันเลย
  • Art
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Time Out Worldwide เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 และถูกนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทย แม้โลกจะก้าวผ่านยุคสมัยของภาพถ่าย ภาพยนตร์ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาแล้วหลายครั้ง การวาดภาพก็ยังคงเป็นหนึ่งในรูปแบบการแสดงออกทางศิลปะที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลา ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน มนุษย์สร้างสรรค์ภาพวาดขึ้นนับไม่ถ้วน แต่มีเพียงผลงานบางส่วนเท่านั้นที่ก้าวข้ามยุคสมัย กลายเป็นภาพจำที่ผู้คนทั่วโลกรู้จัก แม้จะไม่เคยเห็นผลงานต้นฉบับด้วยตาตัวเองก็ตาม ภาพวาดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานของฝีมือและจินตนาการของศิลปิน หากยังสะท้อนความเชื่อ ความคิด และบริบททางสังคมของยุคสมัยที่พวกเขามีชีวิตอยู่ ตั้งแต่ความงามอันลึกลับของภาพพอร์ตเทรต ไปจนถึงการถ่ายทอดความทุกข์ทรมานของมนุษย์ผ่านสีสันและฝีแปรง ผลงานแต่ละชิ้นล้วนมีเรื่องราวที่ทำให้มันยังคงได้รับการกล่าวถึงมาจนถึงปัจจุบัน อะไรทำให้ภาพวาดชิ้นหนึ่งกลายเป็นผลงานระดับตำนาน อาจเป็นพรสวรรค์ของศิลปิน เทคนิคที่ล้ำยุค หรือช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมให้ผลงานชิ้นนั้นมีความหมายมากกว่าภาพตรงหน้า คำตอบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ภาพวาดบางภาพมีพลังมากพอที่จะทำให้ผู้ชมจากคนละยุคสมัยรู้สึกเชื่อมโยงถึงกันได้ นี่คือผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุดตลอดกาล ตั้งแต่ภาพวาดที่เต็มไปด้วยปริศนา ไปจนถึงผลงานที่เปลี่ยนแปลงทิศทางของโลกศิลปะอย่างสิ้นเชิง จิตรกรรมเป็นสื่อทางศิลปะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แม้โลกจะก้าวเข้าสู่ยุคของการถ่ายภาพ ภาพยนตร์ และเทคโนโลยีดิจิทัล แต่มันก็ยังคงเป็นรูปแบบการแสดงออกที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลา ตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมา มีภาพวาดถูกสร้างสรรค์ขึ้นนับไม่ถ้วน...
การโฆษณา
  • Music
Meilee Tal ศิลปินอินเตอร์รุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีแค่เสียงร้องเป็นอาวุธ แต่ยังทำทั้งการแสดง เดินแบบ เต้น และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ทว่าเมื่อถามว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ตรงกลางของทุกบทบาท คำตอบของเธอกลับชัดเจนและเรียบง่าย ‘นักร้องและนักแต่งเพลง’ Meilee เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 4 ขวบครึ่ง และเติบโตมากับดนตรี การแสดง และแฟชั่น จนวันนี้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แยกออกจากกันอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนผสมที่หลอมรวมเป็นตัวตนของเธอในฐานะศิลปิน ล่าสุดเธอเพิ่งปล่อย ‘Hello Goodbye’ และเตรียมนำเพลงนี้ขึ้นแสดงสดเป็นครั้งแรกบนเวที Melody of Life Music Festival 2026 View this post on Instagram A post shared by Meilee Tal (@meileetal) ก่อนจะได้เจอกันบนเวที เราชวน Meilee มาคุยตั้งแต่ซิงเกิลใหม่ ความผูกพันกับประเทศไทย ผลงานที่มีความหมายกับชีวิต ไปจนถึงเป้าหมายที่เธอวางไว้สำหรับตัวเองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ‘Hello Goodbye’ กับการได้ลองอะไรใหม่ๆ   Photograph: Meilee TalArtist   Hello Goodbye’ เป็นเพลงที่แตกต่างจากผลงานก่อนหน้านี้ของ Meilee Tal อย่างไร? Meilee: เพลงนี้เป็นงานที่ได้สนุกกับหลายอย่างมาก ทั้งดนตรี ท่าเต้น ไลฟ์สไตล์ และภาพลักษณ์ ฉันรู้สึกว่ามันสะท้อนตัวตนในช่วงเวลานี้ได้ค่อนข้างดี เพราะได้ทดลองหลายอย่างที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยทำ  การนำเพลงนี้มาแสดงสดครั้งแรกที่ Melody of Life มีอะไรที่ตั้งตารอเป็นพิเศษไหม? Meilee: ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้แสดง ‘Hello Goodbye’ แบบเต็มๆ ต่อหน้าคนดูจริงๆ ฉันตั้งใจให้ทุกคนได้เห็นอีกด้านของฉันผ่านโชว์นี้ และนอกจากซิงเกิลนี้ก็ยังมีอีกหลายโปรเจกต์ที่กำลังเตรียมอยู่ อยู่เมืองไทยมาหลายปีแล้ว ความสัมพันธ์ของ Meilee...
  • Art
  • ศิลปะ
ดูเหมือนว่ากิจกรรมเดินสำรวจย่านต่างๆ กำลังเติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ ทำให้เห็นว่าความงดงามของเมืองนั้นอาจซ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอยและเรื่องราวระหว่างทาง ครั้งนี้ Hello! Neighbors ชวนทุกคนออกไปสำรวจเสาชิงช้าในมุมที่อาจไม่เคยเห็น ผ่านกิจกรรม Hello! Neighbors: Himmapan Hunting ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ View this post on Instagram A post shared by NEIGHBORS AND FRIENDS (@neighborsandfriends.community) ทริปเดินย่านครั้งแรกของ Neighbors and Friends จะพาผู้เข้าร่วมสำรวจพื้นที่รอบ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ผ่านเรื่องราวของงานศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ โดยมี คุณปอนด์ – วณิชย์ แซ่ลิ่ม จากเวสสุกรรม Thai Art Gallery & Studio ศิลปินและผู้เชี่ยวชาญงานช่างสิบหมู่ มารับหน้าที่เป็นไกด์ประจำย่าน หนึ่งในไฮไลต์ของทริปคือการตามหา ‘สัตว์หิมพานต์’ ที่ซ่อนอยู่บนภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดสุทัศน์ฯ พร้อมฟังเรื่องราวของวัดเก่าแก่แห่งนี้ผ่านมุมมองแบบคนคุ้นเคยกับย่าน รวมถึงสำรวจงานศิลปกรรมที่สะท้อนอิทธิพลจากทั้งจีนและตะวันตก ซึ่งกลายมาเป็นรายละเอียดสำคัญที่ทำให้วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Photograph: Thailand 2026 Annual Meetings TeamBangkok จากวัดยังพาไปทำความรู้จักวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวสยามในอดีตที่ ‘ห้องที่ชา’ พิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในวัด พร้อมชมงานศิลป์และรายละเอียดบนถ้วยชา ก่อนปิดท้ายด้วยการเรียนรู้วิธีชงชาจีนจาก คุณบอสและคุณต้นน้ำ แห่งร้าน Gimbocha เพื่อนบ้านในย่าน ที่จะจับคู่ชาหอมๆ เข้ากับขนมและบรรยากาศสบายๆ ของเสาชิงช้า Hello! Neighbors: Himmapan Hunting จัดขึ้นวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30–12.30 น. จุดนัดหมายที่ Gimbocha เดินทางได้จาก MRT สามยอด ทางออก 3 บัตรราคา 399...
การโฆษณา
  • Music
  • ดนตรี
หลังจากปล่อยให้แฟนๆ ชาวไทยรอกันมาพักใหญ่ ในที่สุด beabadoobee หรือ Beatrice Laus ก็ประกาศคิวกลับมาเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอีกครั้ง กับ ‘beabadoobee: The Powerlines Tour’ ในวันที่ 2 เมษายน 2027 ที่ UOB Live, Emsphere เตรียมสัมผัสซาวด์อันเป็นเอกลักษณ์กันแบบเต็มโชว์ พร้อมเพลงใหม่จากอัลบั้มล่าสุดของเธอ View this post on Instagram A post shared by Live Nation Tero (@livenationth) นับเป็นการกลับมาเล่นคอนเสิร์ตในไทยครั้งที่ 3 ของ beabadoobee หลังจากเคยมาเล่นครั้งแรกกับ Beatopia Tour ในปี 2022 โดยทัวร์ครั้งใหม่นี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ก่อนจะเดินทางมาถึงประเทศไทยในเดือนเมษายนปีหน้า ใครที่ยังจำบรรยากาศของเพลงอย่าง the perfect pair, Glue Song หรือ Coffee ได้ดี ครั้งนี้ก็น่าจะได้ฟังเพลงเหล่านี้แบบสดๆ พร้อมเพลงจากอัลบั้มชุดใหม่ไปด้วย Photograph: Pylonbeabadoobee สำหรับ ‘Pylon’ อัลบั้มชุดที่ 4 ของ beabadoobee ที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นผลงานต่อจาก This Is How Tomorrow Moves อัลบั้มที่เคยขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตอัลบั้มของสหราชอาณาจักร โดยชื่อ Pylon ได้แรงบันดาลใจจากเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ตั้งเรียงรายตามเส้นทางต่างๆ ระหว่างการเดินทาง ซึ่งกลายเป็นภาพแทนความรู้สึกของ Beatrice ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนระหว่างการทัวร์ ขณะเดียวกันก็คิดถึงบ้าน เพื่อน และครอบครัวอยู่เสมอ Photograph: beabadoobeeThe Powerlines Tour เธอเคยเล่าถึงการทำอัลบั้มนี้ว่าเกิดขึ้นทั้งระหว่างทัวร์และช่วงพักจากการเดินทาง โดยหยิบความรู้สึกของการคิดถึงบ้าน รวมถึงความสับสนและความไม่แน่นอนจากการต้องอยู่ห่างจากคนที่รัก มาเป็นส่วนหนึ่งของเพลงในอัลบั้ม...
  • Art
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกทาง Time Out Worldwide เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 และถูกนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาไทย Yayoi Kusama ศิลปินผู้สร้างโลกแห่งลายจุด ฟักทอง และห้องกระจกอินฟินิตี้ที่กลายเป็นภาพจำของศิลปะร่วมสมัย เสียชีวิตแล้วในวัย 97 ปี โดยสตูดิโอของเธอยืนยันว่า Kusama จากไปอย่างสงบที่โรงพยาบาลในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษในเส้นทางศิลปิน Kusama สร้างผลงานที่กลายเป็นทั้งปรากฏการณ์ทางศิลปะและวัฒนธรรม ตั้งแต่ Infinity Mirror Rooms ที่ดึงดูดผู้ชมนับแสน ไปจนถึงฟักทองลายจุดที่เธอเปลี่ยนให้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของศิลปะร่วมสมัย แม้ผลงานจำนวนมากจะเดินทางไปจัดแสดงตามแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก แต่ก็ยังมีอีกหลายชิ้นที่ประจำการอยู่ในสถานที่ต่างๆ แบบถาวร ตั้งแต่สถานีรถไฟใจกลางลอนดอน
การโฆษณา
  • Art
  • บางกะปิ
สานต่อความสำเร็จจากโปรเจกต์ 'เมรุ' ที่เคยพาผู้ชมไปสัมผัสความรู้สึกของการจากลา ปีนี้ทีมผู้จัดกลับมาพร้อม 'วิหาร' (Last Breath & Anatomy) นิทรรศการที่ชวนตั้งคำถามถึงสัจธรรมของชีวิตว่า หากเรารู้ตัวว่ากำลังจะสิ้นลมหายใจ ห้วงอารมณ์และสภาวะทางร่างกาย ณ ขณะนั้นจะเป็นเช่นไร โปรเจกต์นี้หยิบยกความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและกายวิภาคศาสตร์มานำเสนออย่างลึกซึ้ง โดยเจาะลึกไปถึงการทำงานของสารเคมีในสมองและปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย ไฮไลต์ของนิทรรศการคือการพาดำดิ่งไปทำความรู้จักกับสภาวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์เมื่อเผชิญความตาย เช่น 'Stage 05: ACUTE STRESS / FIGHT-OR-FLIGHT' ที่สำรวจกลไกเมื่อสมองรับรู้ถึงความหวาดกลัวหรืออันตรายขีดสุด ระบบประสาทจะสั่งให้หลั่งอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงถึง 115–140 BPM พร้อมอาการหายใจหอบถี่ นิทรรศการจะจำลองความตึงเครียดทางสรีรวิทยาเหล่านี้ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างจังหวะชีพจรและอารมณ์ความรู้สึกอย่างสมจริง ก่อนจะถูกนำไปตีความต่อยอดเป็นจังหวะดนตรีที่มีพลังขับเคลื่อนสูง ที่ 1981 Live Hall ชั้น 4 เข้าชมฟรี (เฉพาะส่วนนิทรรศการ) วันที่ 30 ตุลาคม 2569 *หมายเหตุ: สำหรับงานแสดงดนตรีตีความชีพจรจาก 7 ศิลปิน (รวมถึงวง Faustus) จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 บัตรราคา 690 บาท
  • Art
  • บางกะปิ
สานต่อความสำเร็จจากโปรเจกต์ 'เมรุ' ที่เคยพาผู้ชมไปสัมผัสความรู้สึกของการจากลา ปีนี้ทีมผู้จัดกลับมาพร้อม 'วิหาร' (Last Breath & Anatomy) นิทรรศการที่ชวนตั้งคำถามถึงสัจธรรมของชีวิตว่า หากเรารู้ตัวว่ากำลังจะสิ้นลมหายใจ ห้วงอารมณ์และสภาวะทางร่างกาย ณ ขณะนั้นจะเป็นเช่นไร โปรเจกต์นี้หยิบยกความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและกายวิภาคศาสตร์มานำเสนออย่างลึกซึ้ง โดยเจาะลึกไปถึงการทำงานของสารเคมีในสมองและปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย ไฮไลต์ของนิทรรศการคือการพาดำดิ่งไปทำความรู้จักกับสภาวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์เมื่อเผชิญความตาย เช่น 'Stage 05: ACUTE STRESS / FIGHT-OR-FLIGHT' ที่สำรวจกลไกเมื่อสมองรับรู้ถึงความหวาดกลัวหรืออันตรายขีดสุด ระบบประสาทจะสั่งให้หลั่งอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงถึง 115–140 BPM พร้อมอาการหายใจหอบถี่ นิทรรศการจะจำลองความตึงเครียดทางสรีรวิทยาเหล่านี้ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้ เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างจังหวะชีพจรและอารมณ์ความรู้สึกอย่างสมจริง ก่อนจะถูกนำไปตีความต่อยอดเป็นจังหวะดนตรีที่มีพลังขับเคลื่อนสูง ที่ 1981 Live Hall ชั้น 4 เข้าชมฟรี (เฉพาะส่วนนิทรรศการ) วันที่ 30 ตุลาคม 2569 *หมายเหตุ: สำหรับงานแสดงดนตรีตีความชีพจรจาก 7 ศิลปิน (รวมถึงวง Faustus) จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 บัตรราคา 690 บาท
เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา