10 พิพิธภัณฑ์สุดแปลกรอบๆ กรุงเทพฯ

ออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียนกับพิพิธภัณฑ์สุดเจ๋งที่ไม่ซ้ำกับที่เคยไปตอนเด็กๆ แน่นอน

โดย Wissuta Ploypetch |
Advertising

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่ประเทศเราก็มีพิพิธภัณฑ์แปลกๆ ที่ชวนจั๊กจี้อย่างเมืองนอกกับเขาอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ถุงยาง พิพิธภัณฑ์ของเลียนแบบ หรือพิพิธภัณฑ์เซ็กซ์ และพิพิธภัณฑ์แปลกๆ เหล่านี้ก็มีความน่าสนใจอยู่ในตัวที่น่าทำความรู้จักอยู่เหมือนกัน ประจวบกับที่วันนี้ (19 ก.ย.) เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย เราจึงขออาสาเป็นมัคคุเทศก์เฉพาะกิจ พาไปดู ‘10 พิพิธภัณฑ์สุดแปลกทั่วกรุงเทพฯ’ ที่คัดมาแล้วว่าควรค่าแก่การไปสักครั้ง

Museum of Tees
Time Out Bangkok
Museums

Museum of Tees

icon-location-pin ลาดพร้าว

คอลเลกชั่นเสื้อยืดจำนวนมหาศาลของ เบียร์-พันธวิศ ลวเรืองโชค ผู้เป็นเจ้าของ Apostrophys Group ที่มี 5 บริษัทในเครือ ผู้หลงใหลในการสะสมเสื้อยืดและของที่ระลึกจากคอนเสิร์ต (โดยเฉพาะวงดนตรีร็อก) โดยภายในนั้นมีทั้งเสื้อยืดวินเทจหายากและรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นหลายชิ้น พร้อมด้วยรายละเอียดปีการผลิต ความสำคัญของวงดนตรีแต่ละวง รวมถึงที่มาของเจ้าเสื้อยืดแต่ละตัว

ชิ้นเด็ดๆ เลยก็มีทั้ง เสื้อยืดจากทัวร์คอนเสิร์ตปี 1978 ของวงร็อกระดับตำนานอย่าง Queen, เสื้อจากวงดนตรี The Flaming Lips ในช่วงปลายปี 80’s ต้น 90’s ที่มีตัวหนังสือภาษาไทย เขียนว่า ‘ที่เป็นพยาธิ พาหะนำโรค’ แบบกลับด้าน และเสื้อยืด Run DMC x Adidas ที่ Beyonce และ Kanye West เคยสวมใส่! โดยที่ตัวหนึ่งในเซ็ตนี้สนนราคาสูงถึง 400,000 บาท ซึ่งการจัดแสดงเสื้อยืดนั้นจะถูกหมุนเวียนนำออกมาจัดแสดงตามธีมแต่ละครั้ง ตอนนี้ก็เป็นธีมร็อก-เมทัล และในอนาคตเบียร์ก็วางแผนที่จะจัดแสดงรองเท้าวินเทจหายากที่เขามีอยู่กว่า 700 คู่อีกด้วย

Siam Serpentarium
Siam Serpentarium
Attractions

พิพิธภัณฑ์งู

icon-location-pin ลาดกระบัง

ใครเป็นโรคกลัวงูอาจต้องเลื่อนผ่านพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปก่อน เพราะที่นี่เขาจัดแสดงเกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลานหลากหลายชนิด โดยเฉพาะกับงู ในรูปแบบสวนเรียนรู้ที่แรกและทีเดียวในเอเชีย เพื่อให้ผู้เข้าชมได้มาลองทำความรู้จักชีวิตของสัตว์ประเภทนี้อย่างลึกซึ้ง แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่โซนพิพิธภัณฑ์ประสบการณ์เสมือนจริง สวนงู และนาคาเธียเตอร์ ซึ่งนำเราออกสู่การเดินทางด้วยการเดินผ่านปากงูยักษ์ เสมือนว่าเราเองคือลูกงูที่เพิ่งฟักจากไข่และเติบโตไปสู่จนถึงชีวิตนักล่าและการสืบพันธุ์ 

ก่อนจะไปพบกับส่วนที่สองกับ สวนงู ซึ่งมีงูมากกว่า 75 สายพันธุ์ ทั้งงูหายาก งูมีพิษ​ งูขนาดใหญ่ที่สุดในโลก งูหลามสีสันสดใส และงูสายพันธุ์นอก ที่ในโซนนี้เรายังสามารถเข้าไปสำรวจการสกัดพิษจากงูเพื่อใช้เป็นเซรุ่มในห้องทดลองของนักวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วยนะ จากนั้นจึงข้ามไปยังโซนสุดท้าย นาคาเธียเตอร์ เพื่อรับชมการแสดงจับงู และการแสดงเกี่ยวกับความเชื่อของคนไทยในหุ่นพญานาคห้าหัว โดยที่ด้านนอกยังมีร้านอาหารและร้านขายสินค้าให้ไปฝากท้องหรือซื้อของกลับบ้านได้ด้วย

Advertising
Museum of Counterfeit Goods
Museum of Counterfeit Goods
Museums

พิพิธภัณฑ์ของปลอมและของเลียนแบบ

icon-location-pin ยานนาวา

ประเทศไทยไม่เพียงแต่จะเป็นที่รู้จักทั่วโลกในเรื่องแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและอาหารอร่อยๆ อีกด้านหนึ่งประเทศเราก็ติดอันดับประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้บริษัทกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาแห่งแรกของประเทศไทยอย่าง Tilleke & Gibbins ผุดไอเดียที่จะสะกิดให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อีกสักนิด 

โดยทำงานร่วมกับแบรนด์จำนวนมาก นำสินค้าปลอมและสินค้าเลียนแบบกว่า 4,000 ชิ้น ที่ได้มาจากการจับกุมบ้าง ได้มาจากลูกความเพื่อเป็นหลักฐานในการประกอบการดำเนินคดีบ้าง มาจัดแสดง ใน 14 หมวด ตั้งแต่เสื้อผ้า แว่นตา อาหารและยา อุปกรณ์ไฟฟ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนยานยนต์ พร้อมมีสินค้าของแท้เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างกันแบบที่เรียกว่าเอาโจทก์กับจำเลยมาให้พิพากษากันตรงนั้น ซึ่งมันจะทำให้เราได้ตะลึงถึงการมีอยู่ของสินค้าปลอมในชีวิตประจำวัน (จนสับสนว่าแชมพูที่ใช้มันปลอมไหมเนี่ย..)

แต่การจะเข้าชมที่นี่นั้นจำเป็นต้องจองล่วงหน้าหนึ่งวัน เพื่อที่ทาง Tilleke & Gibbins เขาจะได้จัดเตรียมทนายความพาชม บอกเล่าเรื่องราวการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงวิธีปลอมสินค้าปลอม ประหนึ่งว่ามาเรียนรู้วิชาสินค้าปลอม 101 อะไรอย่างนั้น

The Human Body Museum
The Human Body Museum
Museums

พิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์

icon-location-pin สยาม

พิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์ที่คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้นดูเผินๆ ก็เหมือนจะไม่มีอะไรแปลก แต่ที่นี่เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จัดแสดงร่างกายมนุษย์ด้วยเทคนิค การแทนที่น้ำและไขมันในเนื้อเยื่อด้วยสารพลาสติกเหลว ทำให้ไม่มีกลิ่นเหม็นและไม่มีการเน่าสลาย และสามารถคงสภาพอยู่ได้นาน จากการบริจาคร่างกายและชิ้นส่วนอวัยวะของคัทสุมิ คาตามูระ ประธานบริษัท Medical Doctor Soft House ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วยห้องสองห้อง ซึ่งแต่ละห้องจะแสดงร่างที่ถูกตัดเปิดเพื่อแสดงชิ้นส่วนภายในและระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ เช่น ระบบประสาท หรือ ระบบย่อยอาหาร โดยภาพที่เราจะได้เห็นตอนเดินดูร่างกายต่างๆ เหล่านี้อาจจะกวนใจหลายคนอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็ได้รับความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์อันสลับซับซ้อนกลับบ้านไปเต็มๆ แน่นอน

Advertising
Kilen Teck Heng Yoo Museum
Kilen Teck Heng Yoo Museum
Museums

พิพิธภัณฑ์กิเลน (เต๊กเฮงหยู)

icon-location-pin คลองสาน

คลังความรู้และคุณค่ายาศาสตร์สมุนไพรแผนจีนโบราณแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยตอนนี้ ที่โอสถสภา จัดทำขึ้นเพื่อพาเราเดินทางไปดูต้นกำเนิดของแบรนด์ที่มาจากร้านขายยา ‘เต๊กเฮงหยู’ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยชาวจีนโพ้นทะเลชื่อ แป๊ะ แซ่ลิ้ม ในปี 2434 โดยเนรมิตพื้นที่ริมแม่น้ำอันสวยงามของ ล้ง 1919 ให้กลายเป็นร้านขายยาจีนโบราณจำลองที่เราสามารถซื้อยากลับบ้านได้จริง

ชื่อเสียงเรียงนามของร้านขายยาและแป๊ะ เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจาก ยากฤษณากลั่น ตรากิเลน ซึ่งมีสรรพคุณแก้ท้องร่วง แก้ปวดท้อง ที่ใช้ได้ดีจนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) แนะนำยานี้แก่ทหารและเสือป่าไว้ในหนังสือพระราชนิพนธ์กันป่วย

Erawan Museum
Samutprakan.mots.go.th
Attractions, สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

ความคิดและจินตนาการของ เล็ก วิริยะพันธุ์ ที่ต้องการจะเก็บรักษาของโบราณที่สะสมไว้ให้เป็นมรดกของแผ่นดินไทย ถูกกลั่นออกมาเป็นประติมากรรมช้างเอราวัณสามหัว สัตว์ในตำนานฮินดูอันเป็นที่เคารพบูชาของคนไทย ขนาดความสูงกว่า 30 เมตร นับเป็นศิลปกรรมทรงคุณค่า ทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยภายในจัดแสดงงานฝีมือชั้นยอดที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใน 3 ชั้น

เริ่มจากชั้นแรกที่เปรียบเสมือนโลกใต้ดินหรือใต้บาดาลที่พญานาคอาศัยอยู่ เป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุประเภทเครื่องกระเบื้อง อาทิ เครื่องสังคโลก ภาชนะเครื่องกระเบื้องแบบลพบุรี เครื่องเบญจรงค์ และเบญจรงค์ลายน้ำทอง เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่บริเวณชั้นสองนั้นเปรียบเสมือนเป็นโลกมนุษย์คนธรรมดา โดยตกแต่งแบบผสมผสานกันระหว่างศิลปะแบบตะวันตกและตะวันออก ตั้งแต่เสาเคาะดุนโลหะเป็นภาพเรื่องราวทางศาสนา เครื่องถ้วยเบญจรงค์ฝีมือช่างไทย ไปจนถึงเพดานกระจกรูปแผนที่โลกและสัญลักษณ์จักรราศีแบบตะวันตก 

ส่วนชั้นบนสุดซึ่งอยู่ในตัวช้างก็เป็นส่วนที่เปรียบกับสรวงสวรรค์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุ อย่างพระพุทธรูปโบราณสมัยต่างๆ ในลักษณะของการประดิษฐานให้สมกับความที่เป็นสิ่งเคารพบูชาอันเป็นค่าควรเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ในตำแหน่งที่เหมาะสม นอกจากนี้พื้นที่รอบพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดี รวมทั้งพันธุ์ไม้หายาก และประดับงานประติมากรรมลอยตัวรูปสัตว์หิมพานต์ตามมุมต่างๆ

Advertising
Condom Museum
Narin Machaiya/Time Out Bangkok
Museums

พิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัย

พิพิธภัณฑ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่แห่งนี้ อยู่ในกระทรวงสาธารณสุข เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมถุงยางแบบต่างๆ จากหลากยี่ห้อ ที่ขายในประเทศ นำเข้า และส่งออกมากกว่า 20 ปี  นับตั้งแต่ถุงยางอนามัยยุคแรกที่คนไทยรู้จักในนามถุงยางอนามัยมีชัยสายรุ้ง มีการจัดแสดงให้ชมถึงวิวัฒนาการ การพัฒนาคุณภาพ ตั้งแต่รูปลักษณ์ สีสัน การแต่งกลิ่น รูปแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของถุงยางอนามัยที่ใช้เพื่อการคุมกำเนิดป้องกันการตั้งครรภ์ ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงโรคเอดส์ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยจำนวนมาก แต่ความสนุกที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ห้องทดสอบความเหนียวของถุงยางอนามัย ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังพิพิธภัณฑ์ ที่จะอัดลมเข้าไปในถุงยางอนามัยจนกว่าจะมันจะแตกดัง…บึ้ม! และวัดค่าจากเสียงการแตกของถุงยาง โดยโปรแกรมจากคอมพิวเตอร์คำนวณ ฟังดูน่าสนุกดีไหมล่ะ ฮ่าๆ

Snail Museum
Khemjira Prompan
Museums

พิพิธภัณฑ์หอยทาก

icon-location-pin จุฬาฯ-สามย่าน

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์หอยทากนั้นจัดแสดงนิทรรศการเปลือกหอยและหอยทากที่พบในประเทศไทยแล้วอย่างหอยทากยักษ์ หอยทากจิ๋วปากแตร หอยทากจิ๋วเขาวงกต ก็ยังจัดแสดงฟันของเหล่าหอยทากด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีเพื่อนๆ สัตว์เลื้อยคลาน เช่น สัตว์ที่มีบทบาทต่อระบบนิเวศ อย่างกิ้งกือและไส้เดือน ซึ่งรวมไปถึงกิ้งกือมังกรสีชมพู ที่ IISE ประกาศให้เป็น 1 ใน 10 ของการค้นพบสรรพชีวิตบนโลกอีกต่างหาก

สัตว์และเรื่องราวต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้รับการรวบรวมโดยอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ต้องการจะให้ความรู้แก่คนรุ่นใหม่เกี่ยวกับความหลากหลายและวิวัฒนาการของหอยทากที่แสดงให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

Advertising
Kamavijitra
Phuthip Wattanakeesuntorn/Time Out Bangkok
Museums, ศิลปะ และ การออกแบบ

พิพิธภัณฑ์กามาวิจิตรา

icon-location-pin คลองเตย

ปลุกเร้าโสตประสาทกันสักนิดกับผลงานภาพวาด ประติมากรรม และเครื่องปั้นดินเผา ในทำนองอีโรติกแห่งแรกของไทย ซึ่งเป็นผลงานการสะสมอันยาวนานกว่า 35 ปีของ อุทัยพันธุ์ จารุวัฒนกิตติ ผู้มีความหลงใหลในการเก็บรวบรวมศิลปะเชิงสังวาสทุกรูปแบบ

ผลงานทั้งหมดกินพื้นที่กว่า 4 ชั้นของตึกในซอยสุขุมวิท 38 โดยมีตั้งแต่ภาพวาดที่เร้าอารมณ์ รูปปั้นที่กำลังร่วมรักกันในหลายท่วงท่า (ทั้งขนาดเล็กและขนาดเท่าคน) ไปจนถึงคอลเล็กชั่นปลัดขิกอันน่าสนใจในขนาดต่างๆ ซึ่งทุกๆ ชิ้นล้วนแต่เป็นฝีมือของศิลปินไทยจากทั่วประเทศที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ

โดยการจะเข้าชมที่นี่นั้นจำเป็นต้องจองล่วงหน้าและเสียค่าเข้าชมจำนวน 500 บาท แต่ผู้เข้าชมทุกคนจะได้ของที่ระลึกน่ารักๆ อย่างปลัดขิกอันจิ๋วกลับบ้านไปด้วย

This Is Us
Narin Machaiya
Museums

This Is Us

พิพิธภัณฑ์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของอุตสาหกรรมการค้าบริการทางเพศและคนทำงานบริการทางเพศในไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง หรือ เอ็มพาวเวอร์ เพื่อส่งเสริมโอกาสให้พนักงานขายบริการทางเพศในประเทศไทยได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนทั่วไปในสังคม 

สถานที่แห่งนี้จะบอกเล่าประวัติความเป็นมาของผู้ให้บริการทางเพศหญิงในไทย ตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ อย่างเช่นในช่วงสงครามเวียดนามที่มีทหารอเมริกันเข้ามาในประเทศไทย 700,000 นาย ทำให้กิจการการค้าบริการทางเพศเฟื่องฟูขึ้น และคนทำงานบริการทางเพศก็มีการปรับตัวเข้ากับลูกค้าของพวกเขาทำให้มีการเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ จากตะวันตกและสร้างรายได้ต่อเศรษฐกิจไทยถึงราว 16 ล้าน ถึง 20 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีภาพวาดอายุ 400 ปีที่เล่าเรื่องราวของยุคสมัยที่มีการค้าบริการทางเพศเพื่อแลกข้าวสารเป็นถังๆ บนเรือค้าขายจากจีน และการจัดแสดงสถานที่จำลองต่างๆ รวมถึงบาร์อะโกโก้และสถานอาบอบนวด 

แต่การจะเข้าชมที่นี่นั้นจำเป็นต้องจองล่วงหน้าหนึ่งวัน โดยมีน้อย-จันทวิภา อภิสุข ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ เดินพานำชมด้วยตัวเองเลยทีเดียว

Advertising