ใครว่าเทศกาลฮาโลวีนจะต้องมีแต่ปาร์ตีดริงก์หนักๆ อย่างเดียว สายเฮลตี้ก็สามารถสนุกได้ในงานวิ่งกลางคืนระยะทาง 4.7 กิโลเมตร ที่ออกแบบรูทวิ่งเป็นรูป ‘ผี’ สุดน่ารักรอบสวนลุมพินี งานนี้เปิดโอกาสให้ทุกคนงัดคอสตูมผีสุดครีเอทีฟออกมาใส่วิ่งเรียกเหงื่อร่วมกับนักวิ่งจาก theWHOLESOME Run Club เมื่อเข้าเส้นชัยแล้ว เตรียมตัวไปฟินกันต่อกับพิซซ่าเตาถ่านร้อนๆ แจกฟรีจาก Soho Pizza และเครื่องดื่มเย็นชื่นใจจาก 1923 Highball Bar พร้อมร่วมสนุกชิงรางวัลใน Costume Contest
ที่ สวนลุมพินี จัดกิจกรรมวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 - 19.00 น. (เข้าร่วมฟรี ลงทะเบียนล่วงหน้าที่นี่)
การโฆษณา
เตรียมบอกลาความชิลริมแม่น้ำของเทศกาล Goodhood ไปก่อน เพราะฮาโลวีนปีนี้พวกเขาขอพลิกโฉมครั้งใหญ่เข้าสู่โหมด ‘Badhood’ ปาร์ตีที่ชวนทุกคนมาปลดปล่อย Alter Ego หรือตัวตนในอีกด้านที่คุณซ่อนไว้ งานนี้ตัดโซนร้านค้าออกทั้งหมดเพื่อสาดความมันส์ด้วย Live Band และ DJ แบบไม่ให้พัก นำทัพโดยศิลปินตัวตึงอย่าง Tattoo Colour, The Parkinson, Oat Pramote x Pop Pongkool, D Gerrard, Younggu x Gunner และทัพดีเจอีกเพียบ ไม่ว่าคุณอยากจะแต่งตัวเป็นใคร หรือแสดงตัวตนแบบไหน ค่ำคืนนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น
ที่ EM Tower ชั้น 1 ศูนย์การค้า Emsphere จัดงานวันที่ 30-31 ตุลาคม 2569 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป (บัตรล่วงหน้า 2,000 บาท หน้างาน 2,500 บาท จำกัดเฉพาะผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป)
การโฆษณา
กรกฤต อารุนานนท์ชัย กลับมาถ่ายทอดเรื่องราวอันลึกซึ้งในนิทรรศการสื่อผสม 'Love After Death' ที่หลอมรวมภาพเคลื่อนไหว ฟุตเทจการแสดงสด และศิลปะจัดวางเข้าไว้ด้วยกันอย่างแยบยล ผลงานชุดนี้ถ่ายทำ ณ โรงภาพยนตร์ร้างในจังหวัดลพบุรี ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงลิง นำเสนอการเล่าเรื่องเชิงอุปมาที่หยิบยกตำนานล้านนาของ 'แมงสี่หูห้าตา' สัตว์ประหลาดในตำนานที่กินถ่านไฟและถ่ายออกมาเป็นทองคำ มาเชื่อมโยงกับประเด็นเรื่องความโศกเศร้า การไว้อาลัย พิธีกรรม และความเชื่อทางจิตวิญญาณ ผ่านฟุตเทจจากกล้องตรวจจับความร้อน ร่างกายที่หลับใหล และซากสัตว์สตัฟฟ์ ที่ถูกตัดต่อเข้าด้วยกันเสมือนเศษเสี้ยวของความฝันอันแปลกประหลาด
ที่ Bangkok CityCity Gallery (สาทร ซอย 1) เข้าชมฟรี จัดแสดงวันนี้ – 14 พฤศจิกายน 2569 (เปิดวันพฤหัสบดี – วันเสาร์ เวลา 13.00 - 18.00 น.)
สเกลใหญ่ที่สุดของปีที่สายปาร์ตีตัวจริงต้องปักหมุด ปาร์ตีฮาโลวีนที่มาในธีม Apocalypse จัดขึ้นพร้อมกันอย่างยิ่งใหญ่ 2 คืนติด ใน 6 สถานที่ 7 เวที และรวบรวมดีเจไว้กว่า 60 ชีวิต โดยแต่ละพื้นที่จะมีคอนเซปต์และสตอรีที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ดินแดนแห่งไฟที่ Baccarat, ทะเลทรายสีทองที่ House of Savoy, ป่าลึกลับที่รอดพ้นจากภัยพิบัติที่ Upper House, เขต New Terra ที่ 24BLVD ไปจนถึงพื้นที่ลับของเหล่าผู้รอดชีวิตที่ The Davish Hotel ใครพลังล้นเหลือ ขอท้าให้ไปเก็บให้ครบทุกโซน
ที่ 24BLVD, Upper House, Baccarat, House of Savoy, The Davish Hotel และ Mandrake จัดงานวันที่ 30-31 ตุลาคม 2569 จองบัตรได้ที่นี่
การโฆษณา
นิทรรศการศิลปะเชิงจิตวิทยาที่จะเข้ามาโอบกอดและเยียวยาหัวใจของคนรักสัตว์ พรามี่ ร่วมกับ Eyedropper Fill นำนิทรรศการพาใจกลับดาว Beyond the Rainbow กลับมาจัดแสดงอีกครั้งบนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ชวนคุณมาร่วมทบทวนความผูกพันและมองความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงให้ไกลกว่าการจากลา ภายใต้แนวคิดอันลึกซึ้งอย่างการเติบโตไปด้วยกัน ผ่าน 3 โซนประสบการณ์ที่จะพาคุณย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่สบตากัน ไปจนถึงการเรียนรู้ที่จะก้าวผ่านความโศกเศร้าอย่างอ่อนโยน ความพิเศษสุดของนิทรรศการในครั้งนี้คือการเปิดโอกาสให้คุณนำสัตว์เลี้ยงตัวจริง โดยต้องอยู่ในรถเข็นหรือกระเป๋าที่ปิดมิดชิด มาร่วมออกเดินทางและสัมผัสประสบการณ์แห่งความอบอุ่นนี้ไปพร้อมกัน เพื่อรำลึกถึงชีวิตเล็กๆ ที่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจเราเสมอมา
ที่ River City Bangkok (RCB Galleria 2) เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
นิทรรศการ ‘ศิลปะราตรีอมตะ’ ชวนผู้ชมและผู้ฟังมาร่วมก้าวขึ้นสู่เรือสำราญแห่งจินตนาการ เพื่อสำรวจคอลเล็กชันภาพประกอบสุดประณีตที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นสำหรับอัลบั้มไตรภาค ‘เรือสำราญราตรีอมตะ’ ผลงานอัลบั้มของ Hugo โดยเฉพาะ ถ่ายทอดเรื่องราว บรรยากาศ ความลึกลับ และห้วงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละแทร็กดนตรี ออกมาเป็นงานวิชวลอาร์ตที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังและลายเส้นอันมีเอกลักษณ์ ผู้ชมจะได้สัมผัสความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อร้อง ซาวนด์ดนตรี และงานจิตรกรรม ที่ผสานเข้าด้วยกันเพื่อบอกเล่ามหากาพย์การเดินทางในยามราตรีที่ไม่สิ้นสุด
ที่ SeeSangSeang เข้าชมฟรี จัดแสดงวันที่ 19 กันยายน – 19 พฤศจิกายน 2569
การโฆษณา
จะเป็นอย่างไรหากเราสามารถย้อนกลับไปสัมผัสความทรงจำในอดีตได้โดยไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้น นิทรรศการ 'Nostalgia Surfer' ชวนติดตามนักเดินทางในจินตนาการผ่านภาพถ่าย เสียง สถานที่ ข้าวของ และสีสันในอดีตที่ยังคงตกค้างอยู่ในใจ ศิลปินใช้เทคนิคพู่กันลม (Airbrush) ในการถ่ายทอดประสบการณ์ที่คุ้นเคยจากมุมมองปัจจุบัน บางความทรงจำเด่นชัด ขณะที่บางส่วนพร่าเลือน ท้าทายให้เราตั้งคำถามถึงสิ่งที่ยังคงตกค้างอยู่ในใจเสมอมา
ที่ KICHgallery (ซอยร่วมฤดี 2) เข้าชมฟรี จัดแสดงวันที่ 10 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2569 (เปิดตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป)
คอหนังนอกกระแสเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ 2026 Contemporary World Film Series กำลังจะเดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ โดยเตรียมปิดฉากโปรแกรมฉายภาพยนตร์ประจำปีอย่างงดงาม ด้วยการนำเสนอ 2 ภาพยนตร์ร่วมสมัยที่กวาดรางวัลและคำชมมาแล้วอย่างล้นหลาม ประเดิมรอบแรกในวันที่ 25 ตุลาคม กับ Sunrise Sunset ภาพยนตร์คุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะส่งท้ายในวันที่ 31 ตุลาคม กับ Padu ภาพยนตร์เนื้อหาเข้มข้นจากประเทศมาเลเซีย
ความพิเศษของทั้งสองรอบคือการได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตของแต่ละประเทศ โดยได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตมาร่วมกล่าวเปิดและแนะนำภาพยนตร์ด้วยตัวเอง เพื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจลึกซึ้งถึงบริบทของเรื่อง นอกจากนี้ หลังจบการฉายภาพยนตร์แต่ละเรื่องยังมีงานเลี้ยงรับรอง สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดโดยสถานทูต เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้พบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองกัน ถือเป็นอีกหนึ่งอีเวนต์ที่คนรักศิลปะภาพยนตร์ไม่ควรพลาด ทั้งนี้ที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงแนะนำให้รีบสำรองที่นั่งแต่เนิ่นๆ
ที่ TK Park ค่าเข้าชม 20 บาท สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก TK Park (สำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่านอีเมล filmforum17@gmail.com) จัดฉายวันที่ 25 ตุลาคม 2569 (Sunrise Sunset) และ 31 ตุลาคม 2569 (Padu)
การโฆษณา
ช่างภาพชาวเบลเยียม Alain Callebaut นำผลงานภาพถ่ายสองชุดมาจัดแสดงร่วมกันใน 'Two Worldviews, One Vision' ชุดแรก 'Bangkok Raw' นำเสนอเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ก้าวข้ามภาพจำวัดวาอารามเดิมๆ สู่ถนนหนทางที่เปียกปอนไปด้วยสายฝน ตรอกซอกซอย ตลาด และสะพานข้ามแม่น้ำ ส่วนผลงานชุดที่สอง 'Make Women Happy All Over the World' ใช้เทคนิคแสงและเงาในการสำรวจเรือนร่างของมนุษย์ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายสินค้าภายในงานจะถูกนำไปสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ในท้องถิ่น
ที่ Old Town Gallery เข้าชมฟรี จัดแสดงวันที่ 4 – 31 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 - 18.00 น.
เปลี่ยนบรรยากาศฮาโลวีนให้ชิลและโรแมนติกขึ้นอีกนิดกับการดูหนังกลางแปลงบนรูฟท็อป KROMO CINEMA ชวนคุณมานั่งรับลมหนาวใต้แสงดาว พร้อมชมภาพยนตร์คัลต์คลาสสิกสุดดาร์กอย่าง The Addams Family (1991) ที่ผสมผสานความสยองขวัญสไตล์กอทิกเข้ากับเรื่องราววุ่นๆ ของครอบครัวประหลาดได้อย่างลงตัว งานนี้มีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจ Classic สำหรับสายชิล แพ็กเกจ Date Night สำหรับคู่รักที่มาพร้อมชีสบอร์ด หรือจะจัดเต็มกับแพ็กเกจ Dinner & Movie Night ที่รวมดินเนอร์ 3 คอร์สจากห้องอาหาร Colette ไว้ให้แล้วเสร็จสรรพ
ที่ Rooftop Terrace, KROMO ชั้น 29 จัดงานวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ประตูเปิดเวลา 18.45 น. รอบฉายเวลา 19.00 น. และ 21.15 น. (บัตรราคาเริ่มต้น 499 บาทสุทธิ/ท่าน ไปจนถึงแพ็กเกจ 3,900++ บาท/คู่ ซื้อบัตรได้ที่นี่)
Discover Time Out original video
การโฆษณา



















