การโฆษณา
เมื่อจักรวาลมาปั่นรวมกลายเป็น ‘กาแฟใส่นม’
หากนำแสงสว่างจากกาแล็กซีกว่า 200,000 แห่งทั่วห้วงอวกาศมาหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว คุณคิดว่าดวงตามนุษย์จะมองเห็นเป็นสีอะไร?
ในปี 2002 ทีมนักดาราศาสตร์จาก Johns Hopkins University ได้หาคำตอบให้กับคำถามสุดโรแมนติกนี้ และพบว่าเฉดสีเฉลี่ยของจักรวาลในปัจจุบันคือ ‘สีครีมขาวละมุนอมน้ำตาลอ่อน’ ซึ่งได้รับชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘Cosmic Latte’
อย่างไรก็ดี จักรวาลไม่ได้เป็นสีนี้มาตั้งแต่แรก และจะไม่เป็นเช่นนี้ตลอดไป เฉดสีของอวกาศแปรเปลี่ยนไปตามอายุขัยและอุณหภูมิของดวงดาว จากหลายพันล้านปีก่อนที่เต็มไปด้วยดาวฤกษ์เกิดใหม่ส่องแสงสีน้ำเงินเจิดจรัส สู่การเย็นตัวลงจนกลายเป็นสีครีมนุ่มนวลในวันนี้ และพร้อมจะเปลี่ยนแปรอีกครั้งในอนาคตอันไกลโพ้น Cosmic Latte จึงอาจไม่ใช่ความจริงแท้หนึ่งเดียวของจักรวาล หากแต่เป็นเพียง ‘ภาพสะท้อนชั่วขณะ’ ที่ถูกนิยามผ่านสายตาและการรับรู้ของมนุษย์เท่านั้น
เมื่อมองย้อนกลับมาในสังคมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ภายใต้แสงอันเจิดจ้านั้นกลับซ่อนความอ้างว้างอันเงียบเชียบ ราวกับมีผู้คนจำนวนมากกำลังลอยคออยู่กลางอวกาศอันมืดมิดและแปลกแยกจากตัวเอง หาก Cosmic คือการแหงนมองฟ้า Latte ก็คือการก้มมองสิ่งละอันพันละน้อยรอบตัวในปัจจุบันขณะ เป็นพื้นที่ปลอดภัยซึ่งละทิ้งความสมบูรณ์แบบทางเทคโนโลยี แล้วหันมาปลอบประโลมจิตวิญญาณด้วยความสัมพันธ์ที่จับต้องได้ ละมุนด้วยความทรงจำ และอบอุ่นด้วยความสุขสามัญ
ในยามที่มนุษย์ถูกเหวี่ยงให้หลุดลอยไปด้วยแรงเร่งของอนาคต ศิลปะจะทำหน้าที่ชะลอเวลา ดึงให้เรากลับมาหยั่งรากลึก ละเลียดไออุ่น และรวบรวมสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา เพื่อเตือนใจว่าเรายังเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อและมีความรู้สึก
Cosmic Latte...
เมื่อกาลเวลาและความร้อนกัดกร่อนฟิล์มเนกาทีฟกว่า 22,680 ภาพ จนภาพบันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์และสังคมค่อยๆ พร่าเลือนและแตกสลาย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของนิทรรศการ ‘ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า’ โดย ศาสตราจารย์ สุธี คุณาวิชยานนท์ ศิลปินร่วมสมัยและนักวิจัยดีเด่น ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับศิลปินรับเชิญ 11 คนจากหลากหลายสาขา
นิทรรศการนำเสนอผลงานที่ต่อยอดจากคลังฟิล์มเนกาทีฟส่วนตัวขนาด 35 มม. จำนวน 630 ม้วน ซึ่งบันทึกทั้งเส้นทางชีวิต การทำงานศิลปะ และเหตุการณ์สำคัญทางสังคมในช่วงทศวรรษ 2520–2540 รวมถึงภาพสถานที่สำคัญ เช่น กราวด์ซีโร่ นิวยอร์ก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด
ภายใต้แนวคิดที่มองว่าฟิล์มเป็นพยานแห่งกาลเวลา การเสื่อมสภาพของภาพถ่ายจึงไม่ใช่เพียงการสูญสลายของวัสดุ แต่ยังเป็นอุปมาอุปไมยถึงความเปราะบางของความทรงจำ ทั้งในระดับบุคคลและสังคม นิทรรศการเชื้อเชิญผู้ชมให้ร่วมตั้งคำถามว่า ‘สิ่งใดที่เราเลือกจะจดจำ และสิ่งใดที่ปล่อยให้เลือนหาย’
ที่ อาคารคุณากิจเทรดดิ้ง วันที่ 13 มิถุนายน-12 กรกฎาคม เวลา 11.00-19.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การโฆษณา
ลำไส้คือสมองที่ 2 วิทยาศาสตร์เรียกมันว่า Enteric Nervous System เครือข่ายเซลล์ประสาทกว่าห้าร้อยล้านเซลล์ที่ทอดตัวอยู่ตลอดระบบทางเดินอาหาร มันสื่อสารกับสมองโดยตรง แต่ก็ทำงานได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากมัน มันรู้สึก มันจดจำ มันตัดสินใจก่อนที่ความคิดจะมีเวลาเกิดมีความเชื่อว่าร่างกายเป็นสิ่งที่ต้องถูกควบคุม จิตต้องแยกจากกาย สติปัญญาต้องอยู่เหนือความรู้สึก แต่ความจริงที่ร่างกายรู้มาตลอด คือมันไม่เคยแยกจากกันเลย ความกลัวไม่ได้อยู่ในหัว มันอยู่ในลำคอ ในหน้าอก ในท้อง ความอยาก ความกลัวไม่ใช่แนวคิด มันคือแรงดึงที่มาจากที่ที่ลึกกว่านั้น
ลำไส้ ลำแสง (Gut) คือนิทรรศการเดี่ยวจิตรกรรมของ ‘ณัฐพล สวัสดี’ ที่เกิดจากการยอมให้ร่างกายนำกระบวนการทำงานของณัฐพลตั้งอยู่บนการระงับตรรกะ ไม่ใช่การไม่คิด แต่คือการวาดก่อนที่ความคิดจะเข้ามาจัดระเบียบ สิ่งที่แวบเข้ามาจึงถูกตอบกลับออกไปทันที ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร การเมือง ความรุนแรงของโครงสร้างอำนาจที่มองไม่เห็น ความทรงจำที่ตกค้างมาตั้งแต่เด็ก ความอยากที่ยังหาชื่อไม่ได้ หรือความกลัว ซึ่งมักจะมาบ่อยที่สุด และบางครั้งก็ไม่รู้ว่ากลัวอะไร ภาพที่ได้จึงไม่ใช่ภาพที่ถูกสร้าง แต่คือภาพที่ถูกขับออกมา เหมือนร่างกายที่ย่อยบางสิ่งไว้นานพอแล้ว และถึงเวลาต้องปล่อยมันออก ถ้าภาษาเป็นเครื่องมือของสติปัญญา การวาดในแบบนี้คือภาษาของลำไส้ หยาบ ตรง ไม่สุภาพ และซื่อสัตย์กว่าที่คำพูดส่วนใหญ่จะกล้าเป็น
ที่ Neu Contemporary เปิดวันอังคาร-เสาร์ วันนี้-5 กรกฎาคม เวลา 12.00-18.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
นิทรรศการที่ชวนค้นหาของ ‘ไปรยา เกตุกูล’ ที่พาผู้ชมสำรวจความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านการสังเกตอย่างใกล้ชิดและละเอียดอ่อน
‘The Biophilia Scape’ พาผู้ชมเข้าสู่โลกจุลภาคของพืชพรรณดอกไม้ และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อาจถูกมองข้ามในชีวิตประจำวัน ผ่านงานจิตรกรรมที่ถ่ายทอดทั้งความงาม ความซับซ้อนและความเปราะบางของธรรมชาติ เปิดพื้นที่ให้เราได้หยุดมองทำความเข้าใจและเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัวอีกครั้ง
ที่ RCB Galleria 4 ชั้น 2 River City Bangkok วันนี้-5 กรกฎาคม เวลา 10.00-20.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การโฆษณา
‘Tracing’ นิทรรศการเดี่ยวโดย ‘กวิตา วัฒนะชยังกูร’ ศิลปินผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานวิดีโอเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือในการตั้งคำถามต่อโครงสร้างทางสังคม
นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Nova Contemporary และความร่วมมือยาวนานตลอดทศวรรษระหว่างแกลเลอรีกับศิลปิน โดยนำผลงานจากช่วงเริ่มต้นที่สำรวจประเด็นแรงงาน ระบบทุนนิยม และกลไกทางสังคม มาจัดแสดงเคียงคู่กับผลงานชุดใหม่ที่ขยายขอบเขตการตั้งคำถามไปสู่เรื่องของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะเครื่องมือสำหรับประมวลความโศกเศร้า ความทรงจำ และพิธีกรรมร่วมสมัย
การจัดแสดงครั้งนี้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องจากนิทรรศการเดี่ยวขนาดใหญ่ของกวิตาที่ Yuz Museum Shanghai และสะท้อนเส้นทางการทำงานที่โดดเด่นของศิลปิน ซึ่งใช้ ‘ร่างกาย’ เป็นพื้นที่แห่งการอดทน การต่อต้าน และการเปลี่ยนผ่านอยู่เสมอ เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ย้อนสำรวจพัฒนาการทางความคิดและวิธีการทำงานของหนึ่งในศิลปินร่วมสมัยไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
ที่ Nova Contemporary วันนี้-25 กรกฎาคม เปิดวันอังคาร-เสาร์ เวลา 11.00-19.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
หลบละอองฝนยามเย็นแล้วพากายใจย้อนเวลากลับไปสู่ยุคทองของภาพยนตร์ไทยกับโปรแกรม ‘ดูหนังย้อนยุคฟรี’ ที่หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ ย่านพระนคร ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ อีเวนต์นี้ชวนคอหนังและผู้ที่หลงใหลในความวินเทจมาล้อมวงชมภาพยนตร์เก่าขึ้นหิ้งระดับตำนานที่หาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ซึ่งหลายเรื่องได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ
ไลน์อัปในแต่ละสัปดาห์อัดแน่นไปด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่จะพากลืนไปกับอดีต ไม่ว่าจะเป็น ‘สันติ-วีณา’ (2497) ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่คว้ารางวัลในต่างประเทศ, ‘ชั่วฟ้าดินสลาย’ (2498), ‘โรงแรมนรก’ (2500) และ ‘น้ำตาลไม่หวาน’ (2507) บรรยากาศภายในห้องฉายภาพยนตร์จะพาคุณอินไปกับมู้ดแอนด์โทนสุดคลาสสิกและบทสนทนาอันละมุนละไม เหมาะสุดๆ สำหรับการหามุมสงบเงียบเพื่อพักผ่อนและดื่มด่ำกับเรื่องราวทรงคุณค่าในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพียงพกบัตรประชาชนใบเดียวก็เดินเข้าชมได้เลย
ที่ Theater room ชั้น 1 หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ย่านพระนคร เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกวันอาทิตย์ที่ 7, 14, 21 และ 28 มิถุนายน 2569 เริ่มฉายเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
การโฆษณา
นิทรรศการ Petals of Becoming ใช้ ‘ดอกไม้’ เป็น ภาษาสื่อสารเรื่องอัตลักษณ์ ความหลากหลายทางเพศ และการเติบโตของตัวตน ดอกไม้ในธรรมชาติไม่ได้มีรูป แบบตายตัว เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต่างมีวิถีในการผลิบาน เป็นตัวของตัวเอง
สิ่งที่น่าสนใจคือผลงานทุกชิ้นเกิดจากการนำวัสดุเหลือใช้ กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ ผ่านงานฝีมือที่ประณีต จนเกิด เป็นรูปทรงออร์แกนิกที่ทั้งงดงามและชวนให้ตั้งคำถาม ต่อกรอบความคิดเดิมๆ
นิทรรศการนี้ไม่ได้พูดถึงความแตกต่างในฐานะความขัดแย้ง แต่ชวนมองความหลากหลายว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ธรรมชาติที่อยู่ร่วมกันได้อย่างงดงาม เหมือนดอกไม้นานาพันธุ์ในสวนเดียวกัน
บางครั้งการเป็นตัวเองอย่างซื่อตรง ก็เป็นการเบ่งบานที่สวยงามที่สุด
ที่ Explode Pop-up Gallery ชั้น 2 ของร้าน SALA Daeng
วันนี้-30 มิถุนายน 2569 เปิดทุกวัน เวลา 11.00-03.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
นิทรรศการจาก The Present Haus ในวันที่โลกเต็มไปด้วยเสียงรบกวน ‘Welcome to C-O-R-E Moment’ อยากชวนทุกคนกลับมาได้ยินเสียงของตัวเองอีกครั้ง ผ่านพื้นที่ 4 โซน เพื่อให้ผู้ชมได้ค่อยๆ สำรวจความคิด ความรู้สึก และสภาวะภายใน ผ่านกระจก ข้อความ เขาวงกตผ้า เสียงฝีเท้า และพื้นที่ฮีลใจที่ชวนให้เราอยู่กับปัจจุบันอย่างช้าๆ
ที่ The Present Haus ซอยราชวิถี 24 วันนี้ - 30 กรกฎาคม เปิดวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 10.00 - 18.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การโฆษณา
สัมผัสถึงแก่นแท้ของชีวิตและความสงบนิ่งอีกครั้ง ผ่านผลงานของศิลปิน ‘สกุล อินทกุล’ ผู้สำรวจรูปทรงต่างๆ ของ ‘รัง’ ซึ่งเปรียบดั่งเช่น ‘แซงตัม’ (sanctum) สถานที่พักพิงอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถึงแม้ว่าดูเปราะบาง ทว่าก็มิอาจถูกล่วงล้ำจากภายนอกได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่รังสรรค์โดยธรรมชาติหรือด้วยฝีมือของมนุษย์ ‘รัง’ กระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนความตระหนักรู้ กำเนิดเสียงสะท้อนอันลุ่มลึกที่ก้องกังวาลไปในความกว้างใหญ่ไพศาลแห่งจิตสำนึกของมนุษย์ นิทรรศการ ‘Nest: Sanctuary of the Soul’ คือก้าวย่างสำคัญในบทใหม่ของ ‘สกุล อินทกุล’ ที่ซึ่งรากฐานของศิลปะการจัดดอกไม้สด ได้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตในโลกของทัศนศิลป์ร่วมสมัย ที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์งานศิลปะเชิงพื้นที่ร่วมสมัย
ขณะนี้ ผลงานของศิลปินมุ่งสำรวจความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนระหว่างงานฝีมือแบบดั้งเดิมและงานศิลปะจัดวางแบบร่วมสมัยผสานวัสดุจากมรดกภูมิปัญญามาเป็นงานประติมากรรมร่วมสมัย เพื่อค้นหาจุดร่วมของธรรมชาติ วัฒนธรรม และผู้ชม ผ่านการรับรู้ทางประสาทสัมผัสแบบใหม่ที่ชวนให้ผู้ชมมองเลยภาพที่เห็น และย้อนกลับมาสัมผัสถึงความสงบนิ่งภายในจิตใจของตนเอง
ที่ La Lanta Fine Art, River City Bangkok วันนี้-28 มิถุนายน เวลา 10.00-20.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
นิทรรศการ MISS โดย ‘ธวัชชัย สมคง’ คือ การหันกลับไปมองร่างกายของผู้หญิงข้ามเพศผ่านภาษาของจิตรกรรมร่วมสมัย
ศิลปินนำเสนอภาพบุคคลในหลากหลายรูปแบบ ทั้งแนวเหมือนจริง (Realistic) ป๊อปอาร์ต (Pop Art) และคิวบิสม์ (Cubism) ผสานเข้ากับวิธีการทำงานอันเป็นเอกลักษณ์ที่เน้นการลงสีอย่างหนาหนักและการสร้างพื้นผิวที่มีมิติทางกายภาพ จนเกิดเป็นภาพที่เผยให้เห็นทั้งความเปราะบาง ความงดงาม และพลังของการดำรงอยู่
คำว่า ‘MISS’ ซึ่งเป็นชื่อของนิทรรศการ แฝงความหมายไว้สองชั้น ชั้นแรกคือคำเรียกขานที่ใช้แทนผู้หญิง สัญลักษณ์ของการได้รับการยอมรับและการมีตัวตนในชีวิตประจำวัน ขณะที่อีกความหมายหนึ่งคือ ‘การขาดหาย’ หรือสิ่งที่ยังไม่สมบูรณ์
MISS ไม่ได้มุ่งเสนอคำตอบตายตัวเกี่ยวกับเพศสภาพ หากแต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามต่อวิธีที่สังคมมองร่างกาย อัตลักษณ์ และความเป็นมนุษย์ ผ่านภาพของผู้คนที่เคยถูกมองข้าม และชวนให้เราพิจารณาว่า การมองเห็น การยอมรับ และการมีตัวตนในสังคมนั้น มีความหมายอย่างไรในโลกปัจจุบัน
นิทรรศการจัดแสดงในช่วง Pride Month เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาว่าด้วยความหลากหลายทางเพศ และยืนยันบทบาทของศิลปะในฐานะพื้นที่แห่งการรับฟัง การทำความเข้าใจ และการมองเห็นกันและกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ที่ Matdot Art Center วันนี้-28 มิถุนายน เปิดทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
Discover Time Out original video
การโฆษณา



















