สายฝนอาจทำให้ทุกคนต้องรีบหาที่หลบ แต่ก็ทำให้เมืองช้าลงพอที่เราจะสังเกตเงาสะท้อนบนพื้น เสียงหยดน้ำ หรือความคิดที่ลอยขึ้นมาเงียบๆ
นิทรรศการ In the Rain จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นจากประสบการณ์เรียบง่ายนั้น ก่อนต่อยอดผ่านผลงานจากคอลเล็กชันศิลปะของมหาวิทยาลัย เพื่อสำรวจความทรงจำ ความไม่แน่นอน ความหวัง และการใคร่ครวญ ภายในมีศิลปะจัดวางรูปก้อนเมฆแขวนลอย เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมเขียนความทรงจำในวันที่ฝนตก และอ่านบทความสั้นว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสภาพอากาศกับอารมณ์
ที่ Chula Museum วันนี้-6 ตุลาคม เวลา 09.00-16.30 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การโฆษณา
นิทรรศการศิลปะเชิงจิตวิทยาที่จะเข้ามาโอบกอดและเยียวยาหัวใจของคนรักสัตว์ พรามี่ ร่วมกับ Eyedropper Fill นำนิทรรศการพาใจกลับดาว Beyond the Rainbow กลับมาจัดแสดงอีกครั้งบนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ชวนคุณมาร่วมทบทวนความผูกพันและมองความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงให้ไกลกว่าการจากลา ภายใต้แนวคิดอันลึกซึ้งอย่างการเติบโตไปด้วยกัน ผ่าน 3 โซนประสบการณ์ที่จะพาคุณย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่สบตากัน ไปจนถึงการเรียนรู้ที่จะก้าวผ่านความโศกเศร้าอย่างอ่อนโยน ความพิเศษสุดของนิทรรศการในครั้งนี้คือการเปิดโอกาสให้คุณนำสัตว์เลี้ยงตัวจริง โดยต้องอยู่ในรถเข็นหรือกระเป๋าที่ปิดมิดชิด มาร่วมออกเดินทางและสัมผัสประสบการณ์แห่งความอบอุ่นนี้ไปพร้อมกัน เพื่อรำลึกถึงชีวิตเล็กๆ ที่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจเราเสมอมา
ที่ River City Bangkok (RCB Galleria 2) เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
การโฆษณา
เฉกเช่นนิวยอร์กในยุค ’1980s กรุงเทพมหานครในปัจจุบันคือศูนย์รวมแห่งโอกาสและพลังงานที่สัมผัสได้ในทุกมุมถนน แกลเลอรี Harper’s Bangkok ภูมิใจนำเสนอนิทรรศการกลุ่ม ‘Bright Lights, Big City’ ซึ่งหยิบยืมชื่อมาจากนวนิยายชื่อดังของ Jay McInerney ที่บันทึกจิตวิญญาณอันเสรีของนิวยอร์กในยุคนั้น นิทรรศการนี้รวบรวมผลงานจาก 24 ศิลปินร่วมสมัยที่สะท้อนถึงความหวัง การค้นพบ และเสน่ห์ของการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบร้านอาหารเล็กๆ ในซอยลึกลับ บาร์ดาดฟ้าที่อาบแสงสีม่วงยามพลบค่ำ หรือแกลเลอรีที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารสำนักงาน นี่คือนิทรรศการที่เฉลิมฉลองความไม่คาดฝันและการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่พร้อมจะเกิดขึ้นเสมอหากคุณใช้เวลาทำความรู้จักกับเมืองนี้ให้นานพอ
ที่ Harper’s Bangkok จัดแสดงวันที่ 14 สิงหาคม – 1 พฤศจิกายน 2569
Love After Death นิทรรศการเดี่ยวครั้งใหม่ของ กรกฤต อรุณานนท์ชัย ศิลปินไทยที่ทำงานระหว่างกรุงเทพฯ และนิวยอร์ก ชวนสำรวจเส้นแบ่งระหว่างเรื่องจริงและเรื่องแต่งผ่านวิดีโอ เอกสารบันทึกการแสดง และฉากจากภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในโรงภาพยนตร์ร้างแห่งหนึ่งที่ลพบุรี โดยนิทรรศการนำวัสดุจากผลงานภาพเคลื่อนไหวก่อนหน้าของศิลปินกลับมาตีความใหม่ร่วมกับเรื่องเล่าแบบ autofiction ที่ผสมประสบการณ์ส่วนตัวเข้ากับเรื่องแต่ง อีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญมาจากตำนานล้านนาเรื่อง แมงสี่หูห้าตา ก่อนถูกนำมาผูกเข้ากับเรื่องราวและภาพเคลื่อนไหวภายในนิทรรศการ ใครอยากสำรวจงานของ Korakrit ในช่วงใหม่ๆ หลังจากผลงานของเขาเคยจัดแสดงทั้งที่ MoMA PS1 และ Palais de Tokyo ลองแวะมาชมนิทรรศการนี้ได้ ที่ Bangkok Citycity Gallery (ไม่มีค่าเข้างาน) วันที่ 25 กันยายน - 14 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13.00-18.00 น.
การโฆษณา
Vivienne Westwood & Jewellery Exhibition พาไปสำรวจอีกด้านของ Vivienne Westwood ผ่านเครื่องประดับที่มีส่วนสำคัญในการสร้างตัวตนและภาษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อังกฤษ ตั้งแต่แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไปจนถึงแนวคิดการท้าทายขนบที่อยู่คู่กับแบรนด์มาโดยตลอด นิทรรศการรวบรวมเครื่องประดับจากคอลเลกชันในอดีต รวมถึงชิ้นงานที่เคยปรากฏบนรันเวย์ตลอด 4 ทศวรรษ มาจัดแสดงร่วมกันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเล่าเรื่องผ่านภาพจากแฟชั่นโชว์ ภาพคอลลาจ วิดีโอ และเสียงเพลง ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องประดับกับเสื้อผ้าในโลกของ Vivienne Westwood ที่ The Event Hall ชั้น 2 เซ็นทรัล ชิดลม บัตรราคา 200 บาท (จองบัตร) วันที่ 11 กันยายน - 23 ตุลาคม 2569
ครบรอบ 100 ปี ชาตกาลของ อังคาร กัลยาณพงศ์ กวีและศิลปินคนสำคัญของไทยทั้งที JWD Art Space จึงชวนย้อนสำรวจโลกของเขาผ่านนิทรรศการ ‘Ash and Alteration’ ที่หยิบเอกสารต้นฉบับ ภาพสเก็ตช์ จดหมาย และร่องรอยต่างๆ ที่หลงเหลือจากชีวิตและการทำงานของอังคาร มาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย นิทรรศการพาเราไปสำรวจแนวคิดเรื่องเถ้าถ่าน ซากปรักหักพัง และความเสื่อมสลาย ซึ่งปรากฏอยู่บ่อยครั้งในบทกวีของอังคาร โดยเศษเสี้ยวเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานจากอดีต แต่ยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ที่ JWD Art Space (ไม่มีค่าเข้างาน) วันที่ 8 สิงหาคม - 25 ตุลาคม เวลา 10.00-19.00 น.
การโฆษณา
Carry On Being เป็นสิ่งที่เป็นนั้นต่อไปเถอะ… นิทรรศการเดี่ยวโดย ปรัช สินธุนาวา (BOBBY LEASH) ที่ชวนมองเรื่องการเป็นตัวเองผ่านผลงาน Contemporary Pop Art ซึ่งหยิบเรื่องอัตลักษณ์ ความแปลกแยก และการอยู่รอดของมนุษย์มาถ่ายทอดด้วยภาพที่ดูซุกซนและเข้าถึงง่าย ภายใต้สีสันสดใสและบรรยากาศคล้ายความฝัน แต่เมื่อมองให้ละเอียดกลับซ่อนคำถามเกี่ยวกับความหมายของการเป็นมนุษย์และการสร้างสรรค์ศิลปะเอาไว้ นิทรรศการยังชวนตั้งคำถามกับภาพจำและความเชื่อที่เรามีต่อคำว่า “ศิลปิน” รวมถึงนิยามของการเป็นตัวเองที่อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกับใคร ผ่านเรื่องราวของความเปราะบาง การยอมรับตัวตน และการค่อยๆ เติบโตในแบบของเราเอง ที่ จอยแมน แกลเลอรี (ไม่มีค่าเข้างาน) วันที่ 20 กันยายน - 25 ตุลาคม 2569 เปิดวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 11.00-18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)
บรันช์โรงแรมดีๆ มักจะมีมนตร์ขลังที่ทำให้คุณต้องยกเลิกแพลนที่เหลือของวันไปโดยปริยาย และ Waldorf Astoria Bangkok ก็รู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี ทางโรงแรมได้เปิดตัว Saturday Brunch ประจำเดือนที่ The Brasserie ซึ่งจะจัดขึ้นทุกวันเสาร์แรกของเดือน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. - 15.00 น. สร้างสรรค์มาเพื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่คุณไม่ต้องรีบเร่งไปไหน เริ่มต้นแบบจัดเต็มด้วยโซนซีฟู้ดที่มีทั้งหอยนางรม ล็อบสเตอร์ กุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์ เสิร์ฟมาเป็นทาวเวอร์ พร้อมด้วยรถเข็นคาเวียร์ที่คอยให้บริการถึงโต๊ะ นอกจากนี้ยังมีเอ้กเบเนดิกต์ ซิกเนเจอร์ของโรงแรม สเตชั่นฟัวกราส์ และมุมเนื้ออบที่ทำให้มื้อนี้กลายเป็นการเฉลิมฉลองแสนชิลอย่างแท้จริง จากนั้นเมนูจะสลับไปมาระหว่างอาหารจานหลักนานาชาติและอาหารเอเชียรสชาติเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นปลาหิมะจี่กระทะ อกเป็ดรมควัน ซี่โครงเนื้อซูวี และแคปเปลลินีปูครีมมี่ เสิร์ฟเคียงคู่ไปกับเป็ดปักกิ่ง หมูหัน และหมูแดง ปิดท้ายความฟินด้วยน้ำพุช็อกโกแลต ขนมอบ เมนูลิ้นจี่ยูซุ และเค้กอีกมากมายที่รับรองว่าคุณจะอยากแอบยกเลิกนัดช่วงเย็นไปเลยทีเดียว
ราคาเริ่มต้น 3,550++ บาทต่อท่าน ที่ The Brasserie, Waldorf Astoria Bangkok แนะนำให้จองล่วงหน้า ทุกวันเสาร์แรกของเดือน เวลา 12.00 น. - 15.00 น. วันที่จัดงานรอบถัดไป ได้แก่ 6 มิ.ย., 4 ก.ค., 12 ส.ค. (รอบพิเศษวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง), 5 ก.ย., 3 ต.ค., 7 พ.ย. และ 5 ธ.ค.
การโฆษณา
Tea Lounge ที่ Capella Bangkok จับมือกับ Valrhona นำเสนอชุดน้ำชายามบ่ายลิมิเต็ดเอดิชัน ‘Éclat de Cacao’ โดยหัวหน้าเชฟเบเกอรี Paulo Bairan และเชฟ Guillaume Lopvet เชฟเบเกอรีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจาก Valrhona เมนูนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสช็อกโกแลตในหลากหลายสไตล์และความเข้มข้น เสิร์ฟในรูปแบบชุดชาคลาสสิกท่ามกลางทัศนียภาพอันสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยา
เริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มต้อนรับรสช็อกโกแลตผสมส้ม-มะนาว ก่อนจะเข้าสู่สโคน พาสตรี เปอตีต์ฟูร์ (petits fours) และมินยาร์ดีส (mignardises) รังสรรค์เมนูตั้งแต่รสชาติโกโก้หอมสดชื่นไปจนถึงดาร์กช็อกโกแลตรสเข้มข้น เสิร์ฟคู่กับชา ชาสมุนไพร และชาดอกไม้ การจับมือกันระหว่างครัวเบเกอรีของ Capella และความเชี่ยวชาญด้านช็อกโกแลตของ Valrhona ทำให้เมนูนี้ถ่ายทอดมิติของโกโก้ผ่านรสชาติและสัมผัสที่แตกต่างอย่างลงตัว
ที่ Tea Lounge, Capella Bangkok วันที่ 8 สิงหาคม - 9 ตุลาคม ชุดน้ำชายามบ่าย Éclat de Cacao ราคา 1,800++ บาทต่อท่าน หรือ 3,500++ บาทสำหรับสองท่าน
ในเวลาเพียงไม่ถึงปี ดิบ บางกอก ได้พิสูจน์ตัวเองอย่างสง่างามในฐานะมิวเซียมระดับท็อป จนได้รับการยกย่องจากนิตยสาร TIME ให้เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดเยี่ยมของโลก ล่าสุดพวกเขากำลังจะเปิดนิทรรศการฟอร์มยักษ์ ‘ชีวิต ชีวา’ ที่รวบรวมผลงานกว่า 160 ชิ้นจาก 33 ศิลปินไทยและต่างชาติ โดยมีไฮไลต์อันเจิดจ้าคือการจัดแสดงผลงานของ Alexander Calder ศิลปินอเมริกันผู้เป็นบิดาแห่งศิลปะจลนศิลป์ ผู้ทลายข้อจำกัดของประติมากรรมดั้งเดิม เปลี่ยนรูปปั้นที่เคยหยุดนิ่งให้กลายเป็นโมไบล์ล่องลอยและเคลื่อนไหวตามแรงโน้มถ่วง นอกจากการดึงผลงานระดับโลกมาจัดแสดงแล้ว นิทรรศการยังนำเสนอบทสนทนาระหว่างงานของเขากับศิลปะไทยและเอเชียในยุค 1970s ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญของวงการศิลปะ สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและทิศทางของศิลปะร่วมสมัยที่เคลื่อนไหวไปพร้อมกัน
ที่ ดิบ บางกอก เข้าชมวันพฤหัสบดี - จันทร์ เวลา 10.00 - 19.00 น. (ปิดวันอังคารและวันพุธ) จัดแสดงวันที่ 26 กันยายน 2569 – 3 พฤษภาคม 2570
Discover Time Out original video
การโฆษณา



















