การโฆษณา
เมื่อจักรวาลมาปั่นรวมกลายเป็น ‘กาแฟใส่นม’
หากนำแสงสว่างจากกาแล็กซีกว่า 200,000 แห่งทั่วห้วงอวกาศมาหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว คุณคิดว่าดวงตามนุษย์จะมองเห็นเป็นสีอะไร?
ในปี 2002 ทีมนักดาราศาสตร์จาก Johns Hopkins University ได้หาคำตอบให้กับคำถามสุดโรแมนติกนี้ และพบว่าเฉดสีเฉลี่ยของจักรวาลในปัจจุบันคือ ‘สีครีมขาวละมุนอมน้ำตาลอ่อน’ ซึ่งได้รับชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘Cosmic Latte’
อย่างไรก็ดี จักรวาลไม่ได้เป็นสีนี้มาตั้งแต่แรก และจะไม่เป็นเช่นนี้ตลอดไป เฉดสีของอวกาศแปรเปลี่ยนไปตามอายุขัยและอุณหภูมิของดวงดาว จากหลายพันล้านปีก่อนที่เต็มไปด้วยดาวฤกษ์เกิดใหม่ส่องแสงสีน้ำเงินเจิดจรัส สู่การเย็นตัวลงจนกลายเป็นสีครีมนุ่มนวลในวันนี้ และพร้อมจะเปลี่ยนแปรอีกครั้งในอนาคตอันไกลโพ้น Cosmic Latte จึงอาจไม่ใช่ความจริงแท้หนึ่งเดียวของจักรวาล หากแต่เป็นเพียง ‘ภาพสะท้อนชั่วขณะ’ ที่ถูกนิยามผ่านสายตาและการรับรู้ของมนุษย์เท่านั้น
เมื่อมองย้อนกลับมาในสังคมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ภายใต้แสงอันเจิดจ้านั้นกลับซ่อนความอ้างว้างอันเงียบเชียบ ราวกับมีผู้คนจำนวนมากกำลังลอยคออยู่กลางอวกาศอันมืดมิดและแปลกแยกจากตัวเอง หาก Cosmic คือการแหงนมองฟ้า Latte ก็คือการก้มมองสิ่งละอันพันละน้อยรอบตัวในปัจจุบันขณะ เป็นพื้นที่ปลอดภัยซึ่งละทิ้งความสมบูรณ์แบบทางเทคโนโลยี แล้วหันมาปลอบประโลมจิตวิญญาณด้วยความสัมพันธ์ที่จับต้องได้ ละมุนด้วยความทรงจำ และอบอุ่นด้วยความสุขสามัญ
ในยามที่มนุษย์ถูกเหวี่ยงให้หลุดลอยไปด้วยแรงเร่งของอนาคต ศิลปะจะทำหน้าที่ชะลอเวลา ดึงให้เรากลับมาหยั่งรากลึก ละเลียดไออุ่น และรวบรวมสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา เพื่อเตือนใจว่าเรายังเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อและมีความรู้สึก
Cosmic Latte...
หลบละอองฝนยามเย็นแล้วพากายใจย้อนเวลากลับไปสู่ยุคทองของภาพยนตร์ไทยกับโปรแกรม ‘ดูหนังย้อนยุคฟรี’ ที่หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ ย่านพระนคร ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ อีเวนต์นี้ชวนคอหนังและผู้ที่หลงใหลในความวินเทจมาล้อมวงชมภาพยนตร์เก่าขึ้นหิ้งระดับตำนานที่หาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ซึ่งหลายเรื่องได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ
ไลน์อัปในแต่ละสัปดาห์อัดแน่นไปด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่จะพากลืนไปกับอดีต ไม่ว่าจะเป็น ‘สันติ-วีณา’ (2497) ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่คว้ารางวัลในต่างประเทศ, ‘ชั่วฟ้าดินสลาย’ (2498), ‘โรงแรมนรก’ (2500) และ ‘น้ำตาลไม่หวาน’ (2507) บรรยากาศภายในห้องฉายภาพยนตร์จะพาคุณอินไปกับมู้ดแอนด์โทนสุดคลาสสิกและบทสนทนาอันละมุนละไม เหมาะสุดๆ สำหรับการหามุมสงบเงียบเพื่อพักผ่อนและดื่มด่ำกับเรื่องราวทรงคุณค่าในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพียงพกบัตรประชาชนใบเดียวก็เดินเข้าชมได้เลย
ที่ Theater room ชั้น 1 หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ย่านพระนคร เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกวันอาทิตย์ที่ 7, 14, 21 และ 28 มิถุนายน 2569 เริ่มฉายเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
การโฆษณา
เมื่อกาลเวลาและความร้อนกัดกร่อนฟิล์มเนกาทีฟกว่า 22,680 ภาพ จนภาพบันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์และสังคมค่อยๆ พร่าเลือนและแตกสลาย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของนิทรรศการ ‘ละ-ลาย: ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และเรื่องเล่า’ โดย ศาสตราจารย์ สุธี คุณาวิชยานนท์ ศิลปินร่วมสมัยและนักวิจัยดีเด่น ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับศิลปินรับเชิญ 11 คนจากหลากหลายสาขา
นิทรรศการนำเสนอผลงานที่ต่อยอดจากคลังฟิล์มเนกาทีฟส่วนตัวขนาด 35 มม. จำนวน 630 ม้วน ซึ่งบันทึกทั้งเส้นทางชีวิต การทำงานศิลปะ และเหตุการณ์สำคัญทางสังคมในช่วงทศวรรษ 2520–2540 รวมถึงภาพสถานที่สำคัญ เช่น กราวด์ซีโร่ นิวยอร์ก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด
ภายใต้แนวคิดที่มองว่าฟิล์มเป็นพยานแห่งกาลเวลา การเสื่อมสภาพของภาพถ่ายจึงไม่ใช่เพียงการสูญสลายของวัสดุ แต่ยังเป็นอุปมาอุปไมยถึงความเปราะบางของความทรงจำ ทั้งในระดับบุคคลและสังคม นิทรรศการเชื้อเชิญผู้ชมให้ร่วมตั้งคำถามว่า ‘สิ่งใดที่เราเลือกจะจดจำ และสิ่งใดที่ปล่อยให้เลือนหาย’
ที่ อาคารคุณากิจเทรดดิ้ง วันที่ 13 มิถุนายน-12 กรกฎาคม เวลา 11.00-19.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
นิทรรศการที่รวบรวมผลงานภาพเคลื่อนไหว เสียง ประติมากรรม และภาพถ่ายจัดวางที่ ตอบสนองกับพื้นที่ (Site-responsive) โดยศิลปินชาวเอเชียทั้ง 8 คน ภายใต้แนวคิด และการคัดสรรของภัณฑารักษ์ แซม อี-ชาน (Sam I-shan)
นิทรรศการนี้ได้แปรเปลี่ยนพื้นที่อันดิบเปลือยของ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ผ่านการผันแปรของแสง และความมืดตลอดจน การสั่นพ้องของเสียงสะท้อน และถ้อยคำที่โต้ตอบสนทนากัน อาคารได้กลายเป็นภาชนะซึ่งบรรจุถ้อยแถลง เป็นพื้นที่ของการ พบพานของเรื่องราวต่างๆ ที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้ ผู้ชมตระหนักรู้ถึงห้วงเวลาดังกล่าวผ่านร่างกายของตน
ผลงานเหล่านี้พิจารณาถึงภาพแทนของประวัติศาสตร์ในภูมิภาค และสภาวะอัตวิสัยส่วนบุคคล ผ่านการนำสองสิ่งมาจัด วางคู่กันทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรมกับความเร้นลับเหนือโลก และผ่านการขุดคุ้ยตำนาน ปรัมปรากับเรื่องเล่าจากชายขอบ
นอกจากนี้ผลงานยังสะท้อนความกังวลในยุคร่วมสมัยของโลกที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่าน ผ่านภาพคุ้นเคย ของทั้งสิ่งที่มีอยู่จริงและถูกจินตนาการขึ้น การคาดเดาถึงรูปแบบอื่น ของปัญญาที่อยู่ พ้นไปจากมนุษย์
ที่ Bangkok Kunsthalle ซอยพันธจิตต์ ป้อมปราบ วันนี้-4 ตุลาคม เวลา 14.00-20.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การโฆษณา
นิทรรศการที่ชวนค้นหาของ ‘ไปรยา เกตุกูล’ ที่พาผู้ชมสำรวจความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านการสังเกตอย่างใกล้ชิดและละเอียดอ่อน
‘The Biophilia Scape’ พาผู้ชมเข้าสู่โลกจุลภาคของพืชพรรณดอกไม้ และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อาจถูกมองข้ามในชีวิตประจำวัน ผ่านงานจิตรกรรมที่ถ่ายทอดทั้งความงาม ความซับซ้อนและความเปราะบางของธรรมชาติ เปิดพื้นที่ให้เราได้หยุดมองทำความเข้าใจและเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัวอีกครั้ง
ที่ RCB Galleria 4 ชั้น 2 River City Bangkok วันนี้-5 กรกฎาคม เวลา 10.00-20.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
‘Tracing’ นิทรรศการเดี่ยวโดย ‘กวิตา วัฒนะชยังกูร’ ศิลปินผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานวิดีโอเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือในการตั้งคำถามต่อโครงสร้างทางสังคม
นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Nova Contemporary และความร่วมมือยาวนานตลอดทศวรรษระหว่างแกลเลอรีกับศิลปิน โดยนำผลงานจากช่วงเริ่มต้นที่สำรวจประเด็นแรงงาน ระบบทุนนิยม และกลไกทางสังคม มาจัดแสดงเคียงคู่กับผลงานชุดใหม่ที่ขยายขอบเขตการตั้งคำถามไปสู่เรื่องของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะเครื่องมือสำหรับประมวลความโศกเศร้า ความทรงจำ และพิธีกรรมร่วมสมัย
การจัดแสดงครั้งนี้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องจากนิทรรศการเดี่ยวขนาดใหญ่ของกวิตาที่ Yuz Museum Shanghai และสะท้อนเส้นทางการทำงานที่โดดเด่นของศิลปิน ซึ่งใช้ ‘ร่างกาย’ เป็นพื้นที่แห่งการอดทน การต่อต้าน และการเปลี่ยนผ่านอยู่เสมอ เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ย้อนสำรวจพัฒนาการทางความคิดและวิธีการทำงานของหนึ่งในศิลปินร่วมสมัยไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
ที่ Nova Contemporary วันนี้-25 กรกฎาคม เปิดวันอังคาร-เสาร์ เวลา 11.00-19.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การโฆษณา
นิทรรศการ Petals of Becoming ใช้ ‘ดอกไม้’ เป็น ภาษาสื่อสารเรื่องอัตลักษณ์ ความหลากหลายทางเพศ และการเติบโตของตัวตน ดอกไม้ในธรรมชาติไม่ได้มีรูป แบบตายตัว เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต่างมีวิถีในการผลิบาน เป็นตัวของตัวเอง
สิ่งที่น่าสนใจคือผลงานทุกชิ้นเกิดจากการนำวัสดุเหลือใช้ กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ ผ่านงานฝีมือที่ประณีต จนเกิด เป็นรูปทรงออร์แกนิกที่ทั้งงดงามและชวนให้ตั้งคำถาม ต่อกรอบความคิดเดิมๆ
นิทรรศการนี้ไม่ได้พูดถึงความแตกต่างในฐานะความขัดแย้ง แต่ชวนมองความหลากหลายว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ธรรมชาติที่อยู่ร่วมกันได้อย่างงดงาม เหมือนดอกไม้นานาพันธุ์ในสวนเดียวกัน
บางครั้งการเป็นตัวเองอย่างซื่อตรง ก็เป็นการเบ่งบานที่สวยงามที่สุด
ที่ Explode Pop-up Gallery ชั้น 2 ของร้าน SALA Daeng
วันนี้-30 มิถุนายน 2569 เปิดทุกวัน เวลา 11.00-03.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
นิทรรศการจาก The Present Haus ในวันที่โลกเต็มไปด้วยเสียงรบกวน ‘Welcome to C-O-R-E Moment’ อยากชวนทุกคนกลับมาได้ยินเสียงของตัวเองอีกครั้ง ผ่านพื้นที่ 4 โซน เพื่อให้ผู้ชมได้ค่อยๆ สำรวจความคิด ความรู้สึก และสภาวะภายใน ผ่านกระจก ข้อความ เขาวงกตผ้า เสียงฝีเท้า และพื้นที่ฮีลใจที่ชวนให้เราอยู่กับปัจจุบันอย่างช้าๆ
ที่ The Present Haus ซอยราชวิถี 24 วันนี้ - 30 กรกฎาคม เปิดวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 10.00 - 18.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
การโฆษณา
เอาใจสายสโลว์ไลฟ์และคาเฟ่ฮอปเปอร์กับการกลับมาเป็นครั้งที่ 2 ของนิทรรศการที่ทลายพรมแดนระหว่าง ‘ศิลปะ’ และ ‘รสชาติ’ โดยคุณโอม-อัครภณ ภาณุวงศ์กูล ร่วมกับ Galerie Monument ภายใต้แนวคิดที่อยากให้ผู้ชมเข้าใจศิลปะได้ลึกซึ้งมากกว่าที่ตาเห็น งานนี้รวบรวมผลงานกว่า 30 ชิ้นจาก 10 ศิลปินแถวหน้าชาวไทยและญี่ปุ่น อาทิ BOB the nice guy, Takehiro Iikawa, Wakana Obara, Dojo และ Knakorn Kachacheewa มาจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด ความพิเศษขั้นสุดคือการได้ ‘Terroir.BKK SONGWAT’ โรงคั่วกาแฟชื่อดังมาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ รังสรรค์เมนูกาแฟสุดพิเศษ 10 เมนู เพื่อเป็นตัวแทนสะท้อนอัตลักษณ์และตัวตนของศิลปินทั้ง 10 คน ผู้ชมจึงสามารถสนุกไปกับการสั่งเครื่องดื่มผ่านชิ้นงานที่ชอบ แล้วปล่อยให้รสชาติของกาแฟทำหน้าที่เล่าเรื่องราวและพาคุณดำดิ่งไปสู่มิติใหม่ๆ ของการชมแกลเลอรีที่เติมเต็มทั้งสายตาและลิ้นสัมผัสได้อย่างสุนทรีย์ที่สุด
ที่ Galerie Monument เข้าชมฟรี (สั่งเครื่องดื่มตามเมนู) วันที่ 1 - 30 มิถุนายน 2569
สัมผัสถึงแก่นแท้ของชีวิตและความสงบนิ่งอีกครั้ง ผ่านผลงานของศิลปิน ‘สกุล อินทกุล’ ผู้สำรวจรูปทรงต่างๆ ของ ‘รัง’ ซึ่งเปรียบดั่งเช่น ‘แซงตัม’ (sanctum) สถานที่พักพิงอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถึงแม้ว่าดูเปราะบาง ทว่าก็มิอาจถูกล่วงล้ำจากภายนอกได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่รังสรรค์โดยธรรมชาติหรือด้วยฝีมือของมนุษย์ ‘รัง’ กระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนความตระหนักรู้ กำเนิดเสียงสะท้อนอันลุ่มลึกที่ก้องกังวาลไปในความกว้างใหญ่ไพศาลแห่งจิตสำนึกของมนุษย์ นิทรรศการ ‘Nest: Sanctuary of the Soul’ คือก้าวย่างสำคัญในบทใหม่ของ ‘สกุล อินทกุล’ ที่ซึ่งรากฐานของศิลปะการจัดดอกไม้สด ได้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตในโลกของทัศนศิลป์ร่วมสมัย ที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์งานศิลปะเชิงพื้นที่ร่วมสมัย
ขณะนี้ ผลงานของศิลปินมุ่งสำรวจความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนระหว่างงานฝีมือแบบดั้งเดิมและงานศิลปะจัดวางแบบร่วมสมัยผสานวัสดุจากมรดกภูมิปัญญามาเป็นงานประติมากรรมร่วมสมัย เพื่อค้นหาจุดร่วมของธรรมชาติ วัฒนธรรม และผู้ชม ผ่านการรับรู้ทางประสาทสัมผัสแบบใหม่ที่ชวนให้ผู้ชมมองเลยภาพที่เห็น และย้อนกลับมาสัมผัสถึงความสงบนิ่งภายในจิตใจของตนเอง
ที่ La Lanta Fine Art, River City Bangkok วันนี้-28 มิถุนายน เวลา 10.00-20.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
Discover Time Out original video
การโฆษณา



















